หวนคืนแก้กลลวง สินสอดแก้เกมแค้น

หวนคืนแก้กลลวง สินสอดแก้เกมแค้น

last updateLast Updated : 2026-10-17
By:  พิมพ์ใจCompleted
Language: Thai
goodnovel16goodnovel
Not enough ratings
47Chapters
12views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

ในอดีตชาติ เสิ่นอวี่เฉิน ทายาทวาณิชอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวง ยอมมอบทั้งหัวใจและคลังสมบัติมหาศาลเพื่อแต่งเข้าจวนเสนาบดีตระกูลเผย ทว่าความรักหวานซึ้งกลับเป็นเพียงฉากบังหน้า ชะตากรรมสุดท้ายของเขาคือการถูกขังลืมในเรือนร้าง ถูกพรากทุกสิ่งกระทั่งเลือดในอก และสิ้นใจอย่างโดดเดี่ยวกลางพายุหิมะ ทว่าในวินาทีที่ลมหายใจดับสูญ ดวงวิญญาณของเขากลับได้เห็นความจริงอันน่าตื่นตะลึง... เมื่อบุรุษที่คนทั้งใต้หล้าหวาดกลัวดั่ง ‘พญายมเดินดิน’ อย่าง เซียวเจิ้งหาน อ๋องสำเร็จราชการผู้กุมอำนาจทหารครึ่งแผ่นดิน ยอมบุกฝ่าคมดาบมาคุกเข่าร่ำไห้ โอบกอดร่างอันเย็นชืด และใช้สองมือเปล่าที่เปรอะเปื้อนเลือดขุดหลุมฝังศพให้เขาด้วยตนเอง เกี้ยวแปดคนหามสีแดงสดจอดนิ่งสนิทอยู่หน้าประตูใหญ่จวนเสนาบดีที่ปิดสนิท บ่าวไพร่เยาะเย้ยสั่งให้เขายืนตากหิมะเพื่อดัดสันดานกลิ่นอายพ่อค้า ในเมื่อพวกมันหวังฮุบสินสอดสิบหลี่ แต่กลับกล้าปิดประตูใส่หน้า... เช่นนั้นก็อย่าหวังว่าจะได้แตะต้องเหรียญทองของตระกูลเสิ่นแม้แต่อีแปะเดียว “คนขับเกี้ยว... หันหัวขบวนไปจวนอ๋องสำเร็จราชการเดี๋ยวนี้!” เกมแค้นกระดานนี้ ใครกันแน่ที่จะเป็นผู้คุมหมาก และผู้ใด... จะต้องถูกฝังทั้งเป็นใต้เกล็ดหิมะอันเหน็บหนาว

View More

Chapter 1

ตอนที่ 1: หวนคืนสู่พายุหิมะ

ตอนที่ 1: หวนคืนสู่พายุหิมะ

กลิ่นคาวสนิมเหล็กกับไอสาบชื้นของฟางผุพัง คือกลิ่นสุดท้ายที่ติดตรึงอยู่ในโสตประสาท

เสิ่นอวี่เฉินมองดูภาพเบื้องล่างด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ร่างผอมแห้งจนเนื้อหนังแทบแนบติดกระดูกนอนขดคู้อยู่บนพื้นกระดานเย็นเยียบของเรือนร้างท้ายจวนเสนาบดี มีเพียงเศษผ้าป่านซอมซ่อผืนบางคลุมกาย เสื้อผ้าไหมชั้นดีที่เคยสวมใส่ยามเป็นคุณชายใหญ่ตระกูลเสิ่นมลายหายไปนานแล้ว ปลายนิ้วมือแห้งกรังทั้งสิบข้างเขียวคล้ำเพราะพิษตกค้าง ลมหายใจที่แผ่วเบาราวกับปีกแมลงปอค่อยๆ ขาดห้วงลง ท่ามกลางเสียงดนตรีเฉลิมฉลองแว่วดังมาจากเรือนใหญ่ด้านหน้า

วันนี้เป็นวันครบรอบวันเกิดของเผยอวิ๋นเฟิง บุรุษที่เขาเคยมอบให้ทั้งชีวิต มอบคลังสมบัติ มอบขบวนเสบียงสิบคาราวานเพื่อหนุนส่งให้อีกฝ่ายก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งขุนนางคนสนิทขององค์ชายสาม

แต่เมื่อทรัพย์สินถูกสูบกลืนจนหมดสิ้น เมื่อตระกูลเสิ่นถูกยัดข้อหาร้ายแรงจนถูกประหารล้างตระกูล สิ่งที่เขาได้รับตอบแทนกลับเป็นยาต้มขับเลือดชามใหญ่ที่บังคับกรอกลงคอ เลือดในอกถูกพรากไปทิ้งกลางพายุหิมะ ร่างกายแหลกสลายกลายเป็นเพียงขยะเปียกไร้ค่าที่รอวันตาย

โครม!

บานประตูไม้ผุพังที่ถูกล่ามโซ่หนาถูกถีบออกจนเศษไม้หักสะบั้น ลมหนาวคลั่งพัดหิมะกรูเข้ามาในห้องพร้อมกับกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้ง

ร่างสูงตระหง่านก้าวผ่านธรณีประตูเข้ามา เสื้อเกราะทมิฬที่สวมใส่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดสดๆ คลุมทับด้วยเสื้อคลุมศึกขาดวิ่น บุรุษผู้นั้นมิใช่ใครอื่น... หากแต่เป็นเจิ้นเป่ยอ๋อง เซียวเจิ้งหาน พระอนุชาผู้ถือตราพยัคฆ์คุมทหารครึ่งแคว้น บุรุษที่ราชสำนักหวาดระแวง และผู้คนขนานนามลับหลังว่า ‘พญายมเดินดิน’

เสิ่นอวี่เฉินจำสายตาคมดุจเหยี่ยวคู่นั้นได้ดี ยามมีชีวิตอยู่ เพียงสบตาบุรุษผู้นี้จากระยะไกล เขาก็ตัวสั่นด้วยความขลาดกลัว

ทว่ายามนี้ กระบี่เล่มยาวที่เคยบั่นคอศัตรูนับร้อยกลับถูกโยนทิ้งลงบนพื้นอย่างไร้ไยดี

เซียวเจิ้งหานทิ้งเข่ากระแทกลงกับพื้นกระดานอันสกปรก สองมือหนาสั่นเทาอย่างรุนแรงขณะช้อนประคองร่างไร้วิญญาณของเสิ่นอวี่เฉินขึ้นสู่อ้อมอก ใบหน้าคมคายที่ดุดันบัดนี้ซีดเผือด ริมฝีปากแห้งผากสั่นระริกขณะแนบหน้าผากของตนเข้ากับหน้าผากอันเย็นเฉียบของคนในอ้อมกอด

หยดน้ำตาอุ่นร้อนหยดแล้วหยดเล่าร่วงลงกระทบแก้มตอบซูบของเสิ่นอวี่เฉิน

“เฉินเอ๋อร์...” เสียงทุ้มต่ำแตกพร่าจนแทบไม่เป็นคำ ร่างสูงใหญ่สั่นสะท้านจากแรงสะอื้นลึกในลำคอ “ข้ามาช้าไป... ข้าชิงตัวเจ้าออกมาไม่ทัน...”

ไม่มีขบวนทหาร ไม่มีเกียรติยศแห่งอ๋องสำเร็จราชการ มีเพียงบุรุษผู้หนึ่งที่อุ้มร่างไร้ชีวิตวิ่งฝ่าความมืดและพายุหิมะออกไปนอกเมืองหลวง มุ่งตรงสู่เนินเขาเงียบสงบที่มีเพียงทุ่งหญ้ารกชัฏ

บนเนินดินที่ถูกแช่แข็งจนแข็งแกร่งดั่งหินผา เซียวเจิ้งหานวางร่างของเสิ่นอวี่เฉินลงบนผ้าคลุมขนสัตว์ผืนหนาอย่างทะนุถนอม ชายหนุ่มคุกเข่าลงเบื้องหน้าแผ่นดินเยือกแข็ง จากนั้น... เขาเริ่มใช้ สองมือเปล่า ตะกุยดินน้ำแข็งตรงหน้า

เกล็ดหิมะสีขาวสะอาดถูกสาดกระเซ็น ย้อมด้วยโลหิตสดๆ จากปลายนิ้ว เศษหินคมกริบกรีดแทงเนื้อ เล็บมือหนาฉีกขาดจนเห็นเนื้อในสีแดงก่ำ เลือดไหลอาบข้อนิ้วจนดินโคลนกลายเป็นสีเลือด ทว่าเซียวเจิ้งหานกลับไม่แม้แต่จะส่งเสียงร้อง เขากัดฟันแน่นจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน สองมือยังคงขุดตะกุยดินเยือกแข็งลงไปเรื่อยๆ เพียงเพื่อจะสร้างหลุมฝังศพอันสงบให้แก่คนที่เขารักด้วยตนเอง

“หากข้ารู้ว่าพวกมันจะเหยียบย่ำเจ้าถึงเพียงนี้...” เซียวเจิ้งหานกระซิบเสียงแหบแห้ง สองมือที่เปรอะเลือดประคองร่างของเสิ่นอวี่เฉินลงสู่ก้นหลุมอย่างแผ่วเบา “ข้าจะยอมชิงตัวเจ้ามา... ต่อให้ต้องเป็นกบฏ ต้องปล้นชิงเมืองหลวง หรือถูกคนทั้งใต้หล้าสาปแช่ง ข้าก็จะไม่ปล่อยให้เจ้าต้องทนหนาวอยู่ผู้เดียว”

ชายหนุ่มก้มลง ประทับริมฝีปากที่เปื้อนคราบเลือดลงบนเปลือกตาที่ปิดสนิทของเสิ่นอวี่เฉิน

“เฉินเอ๋อร์... หากสวรรค์มีตา มีชาติหน้าอีกครา ขอให้เป็นข้าที่ได้รักและดูแลเจ้า”

วิญญาณของเสิ่นอวี่เฉินกรีดร้องอย่างทรมานอยู่กลางพายุหิมะ ความเจ็บปวดจากความโง่งมและความแค้นสุมอกจนดวงวิญญาณแทบแหลกสลาย บุรุษที่ตนเคยมอบใจให้เหยียบย่ำเขาจนตาย ทว่าบุรุษที่ตนเคยหวาดกลัว กลับยอมใช้สองมือเปล่าขุดดินจนเนื้อฉีกขาดเพื่อฝังร่างเขา...

ความมืดมิดฉุดกระชากสติสัมปชัญญะให้ดิ่งวูบลงสู่ความเวิ้งว้าง

เฮือก!

เสิ่นอวี่เฉินสะดุ้งสุดตัว ร่างกายกระตุกเกร็ง ลมหายใจอุ่นร้อนพุ่งผ่านลำคอเข้าไปในปอดอย่างรวดเร็ว กลิ่นสาบชื้นของเรือนร้างและไอเลือดจางหายไป สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือกลิ่นหอมหวานของไม้กฤษณาผสมผสานกลิ่นกำยานดอกโบตั๋นอันคุ้นเคย

เขาลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่เห็นคือผ้าม่านโปร่งสีแดงชาดที่ประดับด้วยพู่ทองคำ บนศีรษะมีน้ำหนักกดทับจากมงกุฎหงส์ทองคำฝังไข่มุกสิบสองเม็ด และตรงหน้าคือผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวสีแดงสดที่บดบังทัศนวิสัยไปครึ่งหนึ่ง

มือเรียวที่ยกขึ้นจับขอบหน้าต่างเกี้ยวไม่ใช่ท่อนกระดูกแห้งกรัง แต่เป็นมือที่ขาวเนียนนุ่มดั่งหยกชั้นดี ชีพจรหยินในร่างกายเต้นตุบๆ อย่างสม่ำเสมอ แข็งแรงและไร้ซึ่งพิษร้าย

เขายังไม่ตาย... เขากลับมาแล้ว!

ยังไม่ทันที่ความรู้สึกตื้นตันจะคลี่คลาย เกี้ยวแปดคนหามที่โยกคลอนเบาๆ ก็หยุดชะงักลงกะทันหัน เสียงรองเท้าเหยียบย่ำบนหิมะดังกรอบแกรบมาจากด้านนอก ตามด้วยเสียงลมหวีดหวิวของพายุฤดูหนาว

“หยุดขบวน!”

น้ำเสียงแหลมสูงปนดัดจริตดังขึ้น เป็นเสียงของแม่สื่อแซ่หวังและพ่อบ้านจวนเสนาบดีตระกูลเผย

“เหตุใดจึงหยุดเกี้ยวกลางทางขอรับ?” เสียงของ อาเถา บ่าวรับใช้คนสนิทดังขึ้น น้ำเสียงสั่นเทาด้วยความหนาวเหน็บ “ข้างหน้านี่ก็คือซุ้มประตูใหญ่จวนเสนาบดีแล้ว คุณชายใหญ่เผยยังไม่ออกมารับเกี้ยวอีกหรือ ปล่อยให้ขบวนยืนตากหิมะเช่นนี้ คุณชายของข้าจะล้มป่วยเอานะขอรับ!”

“หุบปากของเจ้าไป เจ้าบ่าวชั้นต่ำ!” เสียงพ่อบ้านจวนเผยตวาดกลับอย่างหยิ่งยโส แส้ในมือฟาดลงบนพื้นหิมะดังขวับ “คุณชายใหญ่เผยมีราชการด่วนต้องปรึกษากับท่านเสนาบดีในเรือนหน้า ขุนนางราชสำนักย่อมเห็นราชการแผ่นดินสำคัญกว่าเรื่องส่วนตัว อีกทั้งท่านเสนาบดียังมีคำสั่งลงมา... ตระกูลเสิ่นแม้จะมีเงินทองล้นฟ้า แต่เนื้อแท้ก็เป็นเพียงพวกพ่อค้าหน้าเลือด กลิ่นคาวเงินทองติดตัวมาหนาทึบ!”

เสียงผู้คนบนถนนหลวงที่ยืนมุงดูขบวนแต่งงานเริ่มส่งเสียงซุบซิบ งานแต่งงานระหว่างบุตรชายตระกูลวาณิชอันดับหนึ่งกับคุณชายใหญ่แห่งจวนเสนาบดีเป็นที่จับตามองของคนทั้งเมืองหลวง บัดนี้เกี้ยววิวาห์กลับถูกสั่งให้หยุดนิ่งอยู่หน้าประตูใหญ่ที่ปิดสนิท

“เพื่อให้สมเกียรติแห่งจวนขุนนางบัณฑิต ให้เกี้ยวเจ้าสาวหยุดรออยู่หน้าประตูใหญ่สามชั่วยาม!” แม่สื่อแซ่หวังสำทับขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “รับลมหนาวเพื่อชำระกลิ่นสาบวาณิชให้หมดสิ้น สำรวมกายใจให้รู้จักที่ต่ำที่สูง เสียก่อนจะก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาเป็นสะใภ้ตระกูลเผย!”

ชำระกลิ่นสาบวาณิชงั้นหรือ?

เสิ่นอวี่เฉินที่นั่งอยู่ภายในเกี้ยวหลับตาลงช้าๆ ความทรงจำในอดีตชาติไหลย้อนกลับเข้ามา ชาติก่อนเขากล้ำกลืนความอัปยศนี้ นั่งตัวสั่นงันงกอยู่ในเกี้ยวกลางหิมะหนาวเหน็บนานถึงหกชั่วโมงจนไข้ขึ้นสูง เพียงเพราะหลงเชื่อคำลวงว่านี่คือธรรมเนียมขุนนาง และคิดว่าความอดทนจะชนะใจคนตระกูลเผยได้

แต่สิ่งที่ได้ตอบแทน คือการที่พวกมันเอาสินสอดของเขาไปซื้ออาวุธ เอาเงินของเขาไปติดสินบน แล้วหันกลับมาเชือดคอตระกูลเสิ่นทุกคน!

เสื้อผ้าไหมเนื้อดีที่เผยอวิ๋นเฟิงสวมใส่ สุราเลิศรสที่เสนาบดีเผยใช้รับรองแขก ข้าวสารทุกเม็ดที่บ่าวไพร่จวนเผยเคี้ยวกิน ล้วนมาจาก ‘เงินสกปรกของพ่อค้า’ ที่พวกมันเหยียดหยามทั้งสิ้น!

มุมปากของเสิ่นอวี่เฉินยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเยือกเย็น แววตาที่เคยอ่อนหวานไร้เดียงสาพลันแปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมเกรียมดุจคมกระบี่ที่เพิ่งชักออกจากฝัก

มือเรียวยกขึ้นจับผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวสีแดงสด ไม่ใช่เพียงแค่เลิกขึ้น แต่เป็นการออกแรงกระชากจนด้ายทองขาดสะบั้น!

แคว่ก!

ผ้าไหมสีแดงร่วงหล่นลงแทบเท้า เสิ่นอวี่เฉินไม่แม้แต่จะเหลือบมอง เขายกเท้าขึ้นแล้วถีบเข้าที่บานประตูเกี้ยวอย่างแรง

ปัง!

ม่านแดงสะบัดเปิดออก ลมหนาวพัดเกล็ดหิมะกรูกระหน่ำเข้ามา ทว่าร่างโปร่งระหงในชุดมงคลสีแดงชาดปักดิ้นทองอร่ามกลับมิได้สะท้าน เสิ่นอวี่เฉินก้าวออกมาประทับยืนอยู่บนแท่นไม้หน้าเกี้ยวอย่างสง่างาม เสื้อคลุมขนสัตว์สีแดงเพลิงสะบัดพลิ้วตามแรงลมดั่งปีกหงส์เพลิง

ใบหน้างดงามหมดจดไร้ผ้าคลุมหน้าบดบัง ผิวขาวเนียนละเอียดตัดกับสีแดงสดของชุดวิวาห์และสีขาวโพลนของหิมะ ขับเน้นให้เขาดูสูงส่ง เย่อหยิ่ง และทรงอำนาจเสียจนผู้คนบนถนนหลวงพากันเงียบกริบ ตะลึงงันกับความงามและรังสีเย็นยะเยือกที่แผ่ออกมา

“คุณ... คุณชายเสิ่น!” แม่สื่อแซ่หวังชี้หน้าด้วยนิ้วที่สั่นเทา “เจ้าทำบ้าอะไร! เหตุใดจึงฉีกผ้าคลุมหน้าทิ้ง! ก้าวลงมาจากเกี้ยวเช่นนี้ผิดธรรมเนียมอย่างยิ่ง รีบกลับเข้าไปเดี๋ยวนี้ ประเดี๋ยวจวนเสนาบดีจะปฏิเสธไม่รับเจ้าเข้าตระกูล!”

เสิ่นอวี่เฉินตวัดสายตามองแม่สื่อเฒ่าและพ่อบ้านจวนเผย สายตานั้นคมกริบและเยียบเย็นเสียจนคนทั้งสองรู้สึกเหมือนมีคมมีดพาดอยู่ที่คอหอยจนต้องก้าวถอยหลังไปก้าวหนึ่ง

“ไม่รับข้างั้นหรือ?”

เสียงใสกังวานเอ่ยขึ้นอย่างแช่มช้า ทว่าก้องกังวานไปทั่วถนนหลวงหน้าจวนเสนาบดี น้ำเสียงราบเรียบ ไร้ระลอกคลื่นแห่งความหวั่นไหว มีเพียงความเหยียดหยันอย่างถึงที่สุด

“ตระกูลเผยอาศัยตำแหน่งเสนาบดีฝ่ายซ้าย แต่กลับมีพฤติกรรมดั่งโจรขโมยหน้าด้าน หวังอาศัยการแต่งงานเพื่อสูบกลืนทรัพย์สินตระกูลเสิ่น แต่กลับไร้มารยาทถึงขั้นปิดประตูใหญ่ สั่งให้ขบวนแต่งงานยืนตากหิมะเพื่อข่มขวัญ!”

เสิ่นอวี่เฉินกวาดสายตามองป้ายจวนเสนาบดีที่แขวนตระหง่าน ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอ

“ข้า เสิ่นอวี่เฉิน ทายาทตระกูลเสิ่น วาณิชอันดับหนึ่งแห่งแคว้น เดินทางมาอย่างสมเกียรติ พร้อมสินสอดทองหมั้นร้อยหีบ ผ้าไหมพันพับ และตั๋วเงินอีกนับไม่ถ้วน ขบวนสินสอดของข้ายืดยาวสิบหลี่ตั้งแต่ประตูเมืองทิศใต้จรดทิศเหนือ... แต่พวกเจ้ากลับสั่งให้ข้ายืนรอเพื่อชำระกลิ่นสาบพ่อค้า?”

เขาหยุดเว้นจังหวะ ดวงตาหงส์ตวัดมองฝูงชนที่กำลังฟังอย่างตั้งใจ ก่อนจะประกาศกร้าวด้วยน้ำเสียงทรงพลังที่สะเทือนไปถึงเรือนใหญ่ด้านใน

“จวนเสนาบดีไร้ค่าวาสนาจะได้แตะต้องสินสอดตระกูลเสิ่น ขบวนแต่งงานนี้... ข้าจะไปคำนับฟ้าดินที่จวนอ๋องสำเร็จราชการ!”

สิ้นเสียงประกาศ ทั่วทั้งถนนหลวงพลันเงียบสงัดดั่งป่าช้า

แม่สื่อแซ่หวังอ้าปากค้างจนแทบหุบไม่ลง พ่อบ้านจวนเผยหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด แม้กระทั่งชาวบ้านและพ่อค้าแม่ขายที่มุงดูอยู่ต่างพากันสูดหายใจเข้าลึกด้วยความตระหนกสุดขีด

จวนอ๋องสำเร็จราชการงั้นหรือ?

นั่นคือที่พำนักของ ‘เจิ้นเป่ยอ๋อง’ เซียวเจิ้งหาน บุรุษผู้กุมอำนาจทหารและคมดาบแห่งความตาย ผู้ที่เพียงแค่ขยับตัว ขุนนางทั่วราชสำนักก็สั่นสะท้านดั่งใบไม้ร่วง ชายผู้นั้นไม่เคยข้องแวะกับสตรีหรือเกอคนใดในใต้หล้า ไร้หัวใจ เย็นชาดั่งก้อนน้ำแข็งพันปี

เจ้าสัวน้อยตระกูลเสิ่นผู้นี้เสียสติไปแล้วหรือไร ถึงได้กล้าเอ่ยนามของพญายมผู้นั้นออกมากลางวันแสกๆ!

“คุณชาย... ท่านว่าอย่างไรนะขอรับ?” อาเถาวิ่งเข้ามาเกาะขอบเกี้ยว ตาโตเท่าไข่ห่าน ละล่ำละลักถามอย่างไม่เชื่อหูตนเอง

เสิ่นอวี่เฉินหันไปมองบ่าวรับใช้ผู้ซื่อสัตย์ แววตาของเขาอ่อนลงเสี้ยววินาทีเมื่อเห็นว่าอาเถายังมีชีวิตอยู่ ชาตินี้เขาจะไม่ยอมให้อาเถาต้องมาอดตายเพื่อเขาอีกต่อไป

“ข้าสั่งให้หันหัวขบวน” เสิ่นอวี่เฉินกล่าวย้ำอย่างชัดถ้อยชัดคำ ใบหน้างดงามเชิดขึ้นอย่างทรนง “คนหามเกี้ยวและกองคุ้มกันตระกูลเสิ่นฟังคำสั่งข้า หันหัวขบวนสินสอดทั้งหมดสิบหลี่ มุ่งหน้าขึ้นเหนือสู่ถนนฉางอัน... ปลายทางคือจวนเจิ้นเป่ยอ๋อง!”

“สามหาว!” พ่อบ้านจวนเผยได้สติ ตะโกนลั่นถนนด้วยความโกรธจัด “เจ้าเป็นเพียงลูกพ่อค้าที่ได้รับเกียรติให้แต่งเข้าตระกูลขุนนาง กล้าดีอย่างไรมาหยามเกียรติจวนเสนาบดีเช่นนี้! สินสอดเหล่านี้ถูกส่งมาถึงหน้าจวนแล้ว ย่อมเป็นของตระกูลเผย ใครกล้าแตะต้องขบวนสินสอด ข้าจะให้ทหารจับเข้าคุกหลวงให้หมด!”

“ของตระกูลเผยงั้นหรือ?”

เสิ่นอวี่เฉินเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างเยือกเย็น แววตาสมเพชระคนชิงชังฉายชัด

“หนังสือหมั้นหมายยังมิได้ประทับตรา ฟ้าดินยังมิได้คำนับ แม้แต่ธรณีประตูจวนเผย ข้าก็ยังมิได้ก้าวผ่านแม้แต่ครึ่งก้าว! สินสอดทุกหีบ ตั๋วเงินทุกใบ ล้วนมีตราประทับตระกูลเสิ่นของข้า ทรัพย์สินเหล่านี้เป็นของข้าแต่เพียงผู้เดียว ข้าจะมอบให้ผู้ใด ย่อมเป็นสิทธิ์ของข้า!”

เสิ่นอวี่เฉินชี้ปลายนิ้วเรียวไปยังพ่อบ้านจวนเผย น้ำเสียงเฉียบขาดดุจคำพิพากษา

“หากเจ้ากล้าขวางขบวนแม้แต่ก้าวเดียว ข้าจะสั่งปิดร้านค้า ปิดคลังเสบียง และเรียกคืนหนี้สินทั้งหมดที่จวนเสนาบดีค้างชำระตระกูลเสิ่นไว้ภายในวันนี้! ดูซิว่าพ่อลูกตระกูลเผยจะมีปัญญาเอาเงินที่ไหนมาจ่ายคืนข้า!”

พ่อบ้านจวนเผยชะงักค้าง ขาสั่นพั่บๆ ไม่กล้าขยับเขยื้อน ความจริงที่ว่าจวนเสนาบดีติดหนี้ตระกูลเสิ่นก้อนโตเพื่อนำไปใช้จ่ายลับๆ เป็นเรื่องจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้ หากเสิ่นอวี่เฉินทวงหนี้ขึ้นมาจริงๆ จวนเสนาบดีคงได้ล้มละลายต่อหน้าธารกำนัลเป็นแน่

“ออกเดินทาง!” เสิ่นอวี่เฉินสะบัดชายเสื้อ สั่งการเสียงดังฟังชัด

คนหามเกี้ยวและกองคุ้มกันของตระกูลเสิ่นต่างส่งเสียงขานรับดังกึกก้อง ความอัดอั้นตันใจที่ถูกพวกขุนนางดูแคลนระเบิดออกเป็นความฮึกเหิม คนหามเกี้ยวทั้งแปดออกแรงยกคานไม้อย่างพร้อมเพรียง ขบวนม้าและเกวียนบรรทุกหีบสินสอดสีแดงสดที่ประดับด้วยผ้าแพรทองคำเริ่มขยับเลี้ยวกลับลำกลางถนนใหญ่

เกล็ดหิมะยังคงโปรยปรายลงมาอย่างไม่ขาดสาย ทว่าคราวนี้นายเอกมิได้รู้สึกหนาวเหน็บอีกต่อไป

เสิ่นอวี่เฉินทอดสายตามองไปทางทิศเหนือ ทิศทางที่ตั้งของจวนเจิ้นเป่ยอ๋อง หัวใจของเขาเต้นระทึกด้วยความรู้สึกอันหลากหลาย ทั้งความเคียดแค้นต่อคนชั่ว และความโหยหาต่อบุรุษผู้มีสองมือเปื้อนเลือดในชาติก่อน

เซียวเจิ้งหาน... ชาติก่อนท่านใช้สองมือเปล่าขุดดินฝังศพข้า มอบความรักและความอบอุ่นให้ข้าในยามที่ข้ากลายเป็นเพียงเศษเถ้าถ่าน

ชาตินี้... ข้าหวนคืนมาพร้อมทรัพย์สมบัติครึ่งหนึ่งของใต้หล้า

ข้าจะนำสินสอดทั้งหมดนี้ไปมอบให้ท่าน จะยอมเป็นชายาของท่าน และร่วมมือกับท่านเพื่อลากพวกมันทุกคนลงสู่นรกอเวจี!

ขบวนวิวาห์สีแดงชาดยืดยาวดั่งมังกรเพลิง เริ่มเคลื่อนตัวฝ่าม่านหิมะสีขาวโพลน มุ่งหน้าสู่จวนพญายม ทิ้งไว้เพียงความตื่นตระหนกและเสียงซุบซิบสะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งเมืองหลวง!

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
47 Chapters
ตอนที่ 1: หวนคืนสู่พายุหิมะ
ตอนที่ 1: หวนคืนสู่พายุหิมะกลิ่นคาวสนิมเหล็กกับไอสาบชื้นของฟางผุพัง คือกลิ่นสุดท้ายที่ติดตรึงอยู่ในโสตประสาทเสิ่นอวี่เฉินมองดูภาพเบื้องล่างด้วยสายตาที่ว่างเปล่า ร่างผอมแห้งจนเนื้อหนังแทบแนบติดกระดูกนอนขดคู้อยู่บนพื้นกระดานเย็นเยียบของเรือนร้างท้ายจวนเสนาบดี มีเพียงเศษผ้าป่านซอมซ่อผืนบางคลุมกาย เสื้อผ้าไหมชั้นดีที่เคยสวมใส่ยามเป็นคุณชายใหญ่ตระกูลเสิ่นมลายหายไปนานแล้ว ปลายนิ้วมือแห้งกรังทั้งสิบข้างเขียวคล้ำเพราะพิษตกค้าง ลมหายใจที่แผ่วเบาราวกับปีกแมลงปอค่อยๆ ขาดห้วงลง ท่ามกลางเสียงดนตรีเฉลิมฉลองแว่วดังมาจากเรือนใหญ่ด้านหน้าวันนี้เป็นวันครบรอบวันเกิดของเผยอวิ๋นเฟิง บุรุษที่เขาเคยมอบให้ทั้งชีวิต มอบคลังสมบัติ มอบขบวนเสบียงสิบคาราวานเพื่อหนุนส่งให้อีกฝ่ายก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งขุนนางคนสนิทขององค์ชายสามแต่เมื่อทรัพย์สินถูกสูบกลืนจนหมดสิ้น เมื่อตระกูลเสิ่นถูกยัดข้อหาร้ายแรงจนถูกประหารล้างตระกูล สิ่งที่เขาได้รับตอบแทนกลับเป็นยาต้มขับเลือดชามใหญ่ที่บังคับกรอกลงคอ เลือดในอกถูกพรากไปทิ้งกลางพายุหิมะ ร่างกายแหลกสลายกลายเป็นเพียงขยะเปียกไร้ค่าที่รอวันตายโครม!บานประตูไม้ผุพังที่ถูกล่ามโซ่หนาถูกถีบ
last updateLast Updated : 2026-10-16
Read more
ตอนที่ 2: สินสอดหมื่นชั่งเคาะประตูพญายม
ตอนที่ 2: สินสอดหมื่นชั่งเคาะประตูพญายมเสียงล้อเกวียนบดทับแผ่นน้ำแข็งบนถนนสายหลักดังกึกก้อง แข่งกับเสียงหวีดหวิวของพายุเหมันต์ที่เริ่มทวีความรุนแรงขบวนมงคลสีแดงชาดยืดยาวดั่งมังกรเพลิงเลี้ยวผ่านหัวมุมถนนฉางอัน มุ่งหน้าขึ้นสู่ถนนสายทิศเหนืออย่างไม่ลังเล ทิ้งความโกลาหลและเสียงก่นด่าของพ่อบ้านจวนเสนาบดีไว้เบื้องหลัง ยิ่งขบวนเคลื่อนลึกเข้าไปในเส้นทางสายนี้ บรรยากาศรอบด้านก็ยิ่งเงียบสงัดลงเรื่อยๆ บ้านเรือนและร้านค้าริมทางค่อยๆ เบาบางลงจนเหลือเพียงแนวกำแพงศิลาสีเทาเข้ม ไร้เงาผู้คนสัญจร มีเพียงเกล็ดหิมะโปรยปรายลงมาปกคลุมผืนดินจนขาวโพลนสุดปลายถนนสายนี้ มีเพียงสถานที่เดียวที่ตั้งตระหง่านอยู่จวนเจิ้นเป่ยอ๋องคฤหาสน์หินทมิฬหลังมหึมาสร้างขึ้นด้วยศิลาแลงสีดำสนิท ไร้การประดับประดาด้วยโคมไฟหรือแถบผ้าสีสันใดๆ ประตูใหญ่ทำจากเหล็กกล้าหล่อหนาหนัก สลักลวดลายพยัคฆ์คำรามอันน่าเกรงขาม ที่นี่คือเขตหวงห้ามที่ชาวเมืองหลวงต่างพากันหลีกเลี่ยง เพราะทุกคนรู้ดีว่าผู้เป็นเจ้าของคฤหาสน์หลังนี้คือกุมอำนาจทางทหารครึ่งแผ่นดิน บุรุษผู้ส่งกลิ่นอายคาวเลือดและไอสังหารอยู่เป็นนิจครืด...ขบวนเกวียนแปดสิบคันหยุดลงหน้าบันได
last updateLast Updated : 2026-10-16
Read more
ตอนที่ 3: วิวาห์สายฟ้าแลบใต้ชายคาจวนอ๋อง
ตอนที่ 3: วิวาห์สายฟ้าแลบใต้ชายคาจวนอ๋องบานประตูศิลาทมิฬของจวนเจิ้นเป่ยอ๋องปิดตายมานานนับสิบปีนับตั้งแต่อดีตหวังเยี่ยสิ้นพระชนม์ในสนามรบ ประตูบานกลางซึ่งเป็นเส้นทางรับเทียบเชิญสำคัญจากราชสำนักและใช้เฉพาะยามเสด็จพระราชดำเนิน ไม่เคยถูกเปิดออกต้อนรับผู้ใดอีกเลย แม้กระทั่งยามเซียวเจิ้งหานนำทัพชนะศึกกลับเข้าเมืองหลวง แม่ทัพหนุ่มยังเลือกควบม้าศึกเข้าทางประตูด้านข้างเพื่อความสะดวกรวดเร็วสายลมหนาวหวีดหวิวพัดผ่านเกล็ดหิมะที่ปลิวว่อน ทว่าลำแขนแกร่งดั่งคีมเหล็กยังคงโอบรัดเอวคอดของเสิ่นอวี่เฉินไว้แนบชิด ไม่ยอมคลายออกแม้เพียงกระผีกริ้น ไออุ่นจากแผ่นอกหนาแผ่ซ่านผ่านผืนผ้าไหมต่วนเข้ามาขับไล่ไอเย็นที่เกาะกุมแผ่นหลังจนหมดสิ้นสายตาคมดุจเหยี่ยวของท่านอ๋องตวัดมองเยี่ยโม่และเหล่ายอดฝีมือเกราะดำที่ยังคงยืนตะลึงงัน น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งการชัดถ้อยชัดคำ“ปลดสลักเหล็ก เปิดประตูใหญ่บานกลาง!”เยี่ยโม่สะท้านไปทั้งร่าง ขยับตัวจะทัดทาน “ท่านอ๋อง ประตูบานกลางนับสิบปีมานี้มิเคยเปิดรับ...”“เปิ่นหวางบอกให้เปิด!” เซียวเจิ้งหานตัดบทด้วยสุรเสียงทรงอำนาจ แววตาไร้ระลอกคลื่นแห่งความลังเล “ขบวนมงคลของพระชายาเอกแห่งจวนเ
last updateLast Updated : 2026-10-16
Read more
ตอนที่ 4: คืนเข้าหอใต้แสงเทียนมงคล [NC 20+++]
ตอนที่ 4: คืนเข้าหอใต้แสงเทียนมงคล [NC 20+++]เสียงดาลไม้เนื้อหนาเลื่อนลงขัดบานประตูดังกรึบ ตัดขาดเสียงเกล็ดหิมะและสายลมหวีดหวิวภายนอกให้เงียบสนิทภายในเรือนหอโอ่อ่าอบอวลไปด้วยไออุ่นจากเตาสำริดสี่มุมห้อง กลิ่นกำยานไม้กฤษณาผสานกลิ่นขี้ผึ้งจากเปลวเทียนมังกรหงส์เล่มยักษ์ลอยกรุ่น แสงเทียนสีแดงส้มสาดจับผ้าม่านแพรไหมสีชาดที่ทิ้งตัวระย้าจากขื่อสูง เสิ่นอวี่เฉินยืนนิ่งอยู่กลางห้อง มือเรียวยังคงกุมป้ายหยกประจำตัวของเซียวเจิ้งหานไว้แนบอก ความเย็นเยียบของเนื้อหยกถูกไออุ่นจากฝ่ามือของเขาขับไล่จนเริ่มอุ่นวาบเสียงฝีเท้าหนักแน่นก้าวเข้ามาหยุดลงด้านหลังลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดลงบนต้นคอขาวผ่อง เซียวเจิ้งหานยืนประชิดจนแผ่นอกกว้างแนบชิดแผ่นหลังของคนรัก ชายหนุ่มเอื้อมแขนโอบรอบเอวคอด รวบตัวเสิ่นอวี่เฉินเข้าสู่อ้อมกอดแนบแน่น ไร้ซึ่งคำทักทาย มีเพียงแรงกอดรัดที่สั่นเทาเล็กน้อย ราวกับต้องการยืนยันว่าสิ่งที่อยู่ในอ้อมแขนยามนี้คือเลือดเนื้อที่มีชีวิต หาใช่ภาพลวงตาที่หิมะปั้นแต่งขึ้น“ป้ายหยกนี้ เจ้าเก็บไว้ติดตัวเถิด” น้ำเสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยชิดริมใบหู “อำนาจของเปิ่นหวาง ทรัพย์สินของเปิ่นหวาง หรือแม้กระทั่งศีรษ
last updateLast Updated : 2026-10-16
Read more
ตอนที่ 5: ชักกระบี่ตัดชายเสื้อหน้าจวน
ตอนที่ 5: ชักกระบี่ตัดชายเสื้อหน้าจวนกลิ่นไออุ่นของกำยานไม้กฤษณาและควันฟืนเนื้อดีจากเตาสำริดยังคงอบอวลอยู่รอบเตียงกว้างเสิ่นอวี่เฉินค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกปวดร้าวระบมไปทั่วทั้งสะโพกและบั้นเอว ผิวเนื้อนวลตามลำคอและแผ่นอกมีรอยรักสีแดงระเรื่อประดับอยู่ประปรายเป็นพยานถึงบทรักอันหนักหน่วงยาวนานตลอดทั้งคืน ทว่าความเหนื่อยล้าทางกายกลับถูกชะล้างด้วยความรู้สึกปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยสัมผัสมาก่อนในชีวิตข้างกายของเขา เซียวเจิ้งหานลืมตาตื่นอยู่ก่อนแล้ว แขนแกร่งยังคงโอบรัดเอวของเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ฝ่ามืออุ่นหนาลูบไล้แผ่นหลังเปลือยเปล่าของเสิ่นอวี่เฉินขึ้นลงอย่างแผ่วเบาเพื่อคลายความเมื่อยล้า“ตื่นแล้วหรือ” สุรเสียงทุ้มต่ำแหบพร่ากระซิบชิดขมับ ก่อนจะประทับจูบลงบนหน้าผากเนียน “เจ็บมากหรือไม่ เปิ่นหวางสั่งให้คนเตรียมน้ำอุ่นและยาบำรุงไว้แล้ว”เสิ่นอวี่เฉินยกยิ้มบาง ซุกหน้าเข้าหาแผงอกแกร่ง สูดกลิ่นกายเฉพาะตัวที่เขาหลงใหล “ข้าไม่เป็นไรแล้ว ขอเพียงมีท่านอยู่ข้างๆ ...”ปัง! ปัง! ปัง!ยังไม่ทันที่ไออุ่นแห่งรุ่งอรุณจะได้ซึมซาบ เสียงเคาะประตูเรือนชั้นนอกก็ดังรัวขึ้นขัดจังหวะ ตามด้วยเสียงฝีเท้ากระ
last updateLast Updated : 2026-10-16
Read more
ตอนที่ 6: ดึงเส้นเลือดการค้า คืนสู่อ้อมอกตระกูลเสิ่น
ตอนที่ 6: ดึงเส้นเลือดการค้า คืนสู่อ้อมอกตระกูลเสิ่นสายลมหนาวที่พัดพาเศษผ้าครามขาดวิ่นของเผยอวิ๋นเฟิงให้ปลิวหายไปตามถนนสายเหนือ เป็นดั่งสัญญาณประกาศศึกอย่างเป็นทางการเมื่อกลับเข้าสู่เรือนพักด้านใน เสิ่นอวี่เฉินมิได้นั่งทอดอารมณ์เสพสุขกับชัยชนะ ชายหนุ่มตรงไปยังห้องผลัดเปลี่ยนอาภรณ์ ปลดชุดคลุมสีแดงเลือดนกอันหรูหราออก แล้วเลือกหยิบชุดยาวผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มขลิบดิ้นเงินเนื้อเรียบมาสวมใส่ รวบเรือนผมดำขลับขึ้นเป็นมวยรัดด้วยกวานหยกขาวเรียบง่าย ท่วงท่าแปรเปลี่ยนเป็นความทะมัดทะแมงของวาณิชผู้พร้อมลงสู่สนามต่อรองเซียวเจิ้งหานที่เดินตามเข้ามาในห้องหนังสือ มองดูคนรักด้วยแววตาคมดุที่เจือรอยกังวล มือหนาเอื้อมไปดึงสายรัดเอวของเสิ่นอวี่เฉินเข้ามาใกล้ รวบเอวคอดไว้หลวมๆ กลิ่นกายสะอาดผสมไออุ่นแผ่ซ่านออกมาจนบรรเทาความเมื่อยล้าทางกายของเสิ่นอวี่เฉินไปได้เปลาะหนึ่ง“ร่างกายเจ้ายังระบม ทั้งยังเพิ่งยืนตากลมหนาวปะทะคารมหน้าจวน เหตุใดจึงไม่นอนพักผ่อนต่ออีกสักหน่อย” น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยชิดริมขมับเสิ่นอวี่เฉินเงยหน้าสบตาบุรุษตรงหน้า ปลายนิ้วเรียวยกขึ้นแตะแผงอกกว้างเบาๆ “เผยอวิ๋นเฟิงอับอายขายหน้ากลับไปเช่นนี้ เผ
last updateLast Updated : 2026-10-16
Read more
ตอนที่ 7: กลิ่นคาวเลือดของกบฏเริ่มส่งกลิ่น
ตอนที่ 7: กลิ่นคาวเลือดของกบฏเริ่มส่งกลิ่นเพล้ง!จอกชาเนื้อกระเบื้องเคลือบสีขาวลอยหวืดผ่านอากาศ กระแทกเข้ากับเสาไม้สักทองต้นใหญ่จนแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆเศษกระเบื้องคมกริบชิ้นหนึ่งแฉลบบาดผ่านโหนกแก้มของเผยอวิ๋นเฟิงจนเกิดรอยแผลเป็นทางยาว หยดเลือดสีแดงสดไหลรินลงมาตามแนวกราม ทว่าคนที่คุกเข่าอยู่บนผืนพรมหนากลับไม่กล้าแม้แต่จะยกมือขึ้นเช็ด ชายหนุ่มก้มศีรษะลงจนหน้าผากแทบแนบชิดกับพื้นกระดานอันเย็นเฉียบ ร่างกายสั่นเทิ้มด้วยความสะพรึงกลัวจนฟันกระทบกันดังกึกๆภายในห้องลับหลังคฤหาสน์นอกวังขององค์ชายสาม บรรยากาศอึดอัดแน่นเอี๊ยดราวกับอยู่ในถ้ำน้ำแข็งเซียวเฉิง ยืนเอามือไพล่หลังอยู่หน้าฉากกั้นลายมังกรห้าเล็บ ใบหน้าที่มักประดับด้วยรอยยิ้มสุภาพอ่อนโยนยามอยู่ต่อหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้ บัดนี้บิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยวจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน ดวงตาคู่เรียวเล็กทอประกายเหี้ยมเกรียม จ้องมองสุนัขรับใช้ที่หมอบอยู่แทบเท้าด้วยความรังเกียจเดียดฉันท์“เศษสวะ!” สุรเสียงขององค์ชายสามกดต่ำ ลอดผ่านไรฟันที่ขบแน่น “ข้าอุตส่าห์เกลี้ยกล่อมเสด็จแม่ ให้ช่วยวางแผนยกตระกูลเจ้าขึ้นมา ให้โอกาสเจ้าได้เกี่ยวดองกับคหบดีอันดับหน
last updateLast Updated : 2026-10-16
Read more
ตอนที่ 8: หลุมพรางสัญญาหนี้เลือด
ตอนที่ 8: หลุมพรางสัญญาหนี้เลือดสายลมหนาวหวีดหวิวพัดผ่านยอดไม้แห้งกรังในสวนหลังจวนเสนาบดี เสียงกิ่งไม้เสียดสีกันฟังดูประหนึ่งเสียงภูตผีร่ำไห้เผยอวิ๋นเฟิงยืนแอบอยู่หลังม่านไม้ไผ่หน้าห้องหนังสือของบิดา ใบหน้าซีดเซียว ขอบตาดำคล้ำลึกจากการอดนอนติดต่อกันหลายคืน ร่างกายผ่ายผอมลงจนเสื้อคลุมบัณฑิตตัวยาวหลวมโพรก สภาพไม่ต่างจากซากศพเดินดินห้าวันที่ผ่านมานับแต่วันที่ถูกองค์ชายสามเหยียบย่ำและขีดเส้นตาย เขาตะเกียกตะกายหาเงินไปทั่วเมืองหลวง อ้อนวอนขอยืมเงินจากสหายร่วมสำนัก ขุนนางฝ่ายเดียวกัน หรือแม้กระทั่งญาติสนิท ทว่าทันทีที่เอ่ยปากขอยืมเงินก้อนโต ทุกคนต่างหาข้ออ้างบ่ายเบี่ยงและรีบปิดประตูใส่หน้า ซ้ำร้ายโรงแลกเงินและโรงรับจำนำทั่วเมืองหลวง หากไม่ปิดประตูหนี ก็ล้วนเป็นเครือข่ายของตระกูลเสิ่นที่ติดป้ายห้ามมิให้คนตระกูลเผยเหยียบย่างเข้าไปเด็ดขาดเส้นตายสิบห้าวันบีบกระชั้นเข้ามาทุกขณะจิต หากหาเงินหนึ่งแสนตำลึงทองไปจ่ายค่าม้าศึกไม่ได้ หัวของเขากับคนทั้งตระกูลจะต้องถูกลากไปตัดกลางลานประหารมือที่สั่นเทารูดกุญแจทองเหลืองออกจากสาบเสื้อ เป็นกุญแจที่เขาแอบปลดมาจากเอวของเสนาบดีเผยชิ่งหยวนยามที่บิดานอนซมด้
last updateLast Updated : 2026-10-16
Read more
ตอนที่ 9: ค่ำคืนอันอบอุ่นกลางฤดูหนาว
ตอนที่ 9: ค่ำคืนอันอบอุ่นกลางฤดูหนาวสายลมหนาวหวีดหวิวพัดพาเกล็ดหิมะโปรยปรายลงมากระทบหน้าต่างไม้แกะสลักอย่างไม่ขาดสายภายในห้องนอนใหญ่ของเรือนเอกแห่งจวนเจิ้นเป่ยอ๋อง อบอุ่นด้วยไอถ่านไร้ควันจากเตาสำริดขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่สี่มุมห้อง กลิ่นกำยานไม้กฤษณาผสมกลิ่นชาหอมกรุ่นลอยอบอวลไปทั่ว เสิ่นอวี่เฉินเอนกายอยู่บนตั่งไม้พะยูงตัวยาว สวมชุดคลุมผ้าไหมสีขาวปักดิ้นเงินลายเมฆาเนื้อบางเบา สัญญาเงินกู้หนังแกะที่เผยอวิ๋นเฟิงเพิ่งประทับลายนิ้วมือเลือดเมื่อช่วงบ่ายถูกเก็บซ่อนไว้ในหีบเหล็กลับอย่างปลอดภัย บนตักของเขายามนี้ถูกแทนที่ด้วยสมุดบัญชีการค้าและแผนผังเส้นทางเดินเรือของตระกูลเสิ่นหลายเล่ม ปลายนิ้วเรียวสวยกำลังพลิกหน้ากระดาษอย่างเพลิดเพลิน สายตาหงส์กวาดมองตัวเลขรายรับรายจ่ายด้วยความเฉียบคมตึง... ตึง...เสียงย่ำเท้าหนักแน่นบนพื้นระเบียงด้านนอกดังแว่วเข้ามา พร้อมกับเสียงลมหายใจเข้าออกอย่างสม่ำเสมอ บานประตูห้องถูกผลักเปิดออก ลมหนาวระลอกหนึ่งพัดพากลิ่นอายไอเย็นและกลิ่นคาวสนิมเหล็กจางๆ กรูเข้ามาในห้องผู้ที่ก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาคือเซียวเจิ้งหานชายหนุ่มเพิ่งควบม้าศึกกลับมาจากค่ายทหารนอกเมืองหลวง เสื้อเ
last updateLast Updated : 2026-10-16
Read more
ตอนที่ 10: เปลวเพลิงปรารถนาในห้องหนังสือ [NC 20+++]
ตอนที่ 10: เปลวเพลิงปรารถนาในห้องหนังสือ [NC 20+++]สายลมดึกสงัดพัดพาเกล็ดหิมะซัดสาดบานหน้าต่างไม้แกะสลักจนเกิดเสียงหวีดหวิวเป็นระยะภายในห้องหนังสือส่วนตัวของเรือนเอก อบอุ่นด้วยไอถ่านไร้ควันจากเตาสำริดที่คุกรุ่นอย่างสม่ำเสมอ แสงโคมไฟผ้าไหมสีนวลสาดกระทบโต๊ะไม้จันทน์หอมตัวใหญ่ เสิ่นอวี่เฉินนั่งขัดสมาธิอยู่บนเก้าอี้บุนวม ปลายนิ้วเรียวสวยคีบพู่กันจุ่มหมึกดำ ตรวจทานตัวเลขในสมุดบัญชีเรือสำเภาและบันทึกหนี้สินของหอการค้าจินหยวนอย่างจดจ่อเนื่องจากไออุ่นภายในห้องกำลังสบาย เสิ่นอวี่เฉินจึงสวมเพียงชุดคลุมผ้าไหมสีขาวเนื้อบางเบาตัวเดียว สาบเสื้อด้านหน้าคลายออกกว้างตามการขยับกาย เผยให้เห็นลำคอระหง ลาดไหล่ขาวผ่อง และรอยบุ๋มตรงไหปลาร้า ผิวเนื้อเนียนละเอียดดั่งหยกขาวสะท้อนแสงไฟสลัว ริมฝีปากสีชาดเม้มเข้าหากันเล็กน้อยยามใช้ความคิด เส้นผมดำขลับปล่อยสยายเคลียคลอแผ่นหลัง กลิ่นหอมสะอาดของดอกโบตั๋นลอยฟุ้งผสมผสานกับกลิ่นหมึกจีนเสียงสลักประตูไม้เปิดออกอย่างแผ่วเบาเซียวเจิ้งหานก้าวเข้ามาในห้อง ชายหนุ่มเพิ่งอาบน้ำเสร็จ สวมเพียงชุดคลุมผ้าฝ้ายสีดำขลิบทองตัวยาว ไม่ได้ผูกสายรัดเอวแน่นหนานัก เผยให้เห็นแผงอกแกร่งตึ
last updateLast Updated : 2026-10-16
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status