LOGIN'ถ้าจะหื่นขนาดนี้ก็ไปขายตัวเถอะ!' ประโยคบอกเลิกของแฟนคนที่ 666 ทำเอาพ่อมดหนุ่มตัดสินใจจะเรียกปีศาจมาแก้แค้น ทว่าปีศาจที่ตอบรับคำเชิญมากลับเป็นตัวตนที่เหนือความคาดหมายไปหน่อย...
View More-Prologue-
หลังจากที่เกิดการรวมกันของสองโลกระหว่างโลกแห่งเวทมนตร์กับโลกมนุษย์ปกติ ใช้เวลาในการปรับตัวกันอยู่หลายร้อยปีในที่สุดทุกเผ่าพันธุ์ก็อาศัยอยู่ร่วมกันได้ มังกรกับนายทุนมนุษย์จับมือกันกลายเป็นเจ้าของธุรกิจขนส่งอันดับหนึ่งของโลก เผ่าออร์คเป็นเจ้าแห่งการเปิดร้านเปิบพิสดาร เอลฟ์ร่วมมือกับองค์กรอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมฟื้นฟูธรรมชาติเพื่อให้โลกมีทรัพยากรเพียงพอ
รวมๆ แล้วโลกก็ดำเนินไปอย่างสงบสุขแบบนี้นี่เอง และในปี 2XXX ก็มีการคาดการณ์ว่าจะมีประชากรที่เป็นลูกครึ่งเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัวจนไม่จำเป็นต้องแบ่งแยกอีกต่อไป
ที่ว่ามามันก็เรื่องของโลกใบนี้ ตัวเอกของเรื่องไม่ได้เป็นผู้ยิ่งใหญ่มาจากไหนหรอก ไม่สิ วัดกันในวงการพ่อมดก็จัดว่าเป็นคนมีชื่อเสียงระดับหนึ่ง เพราะว่าพวกที่มีพลังเวทมากพอจนเลื่อนขั้นเป็นผู้วิเศษได้นั้นมีน้อย ส่วนใหญ่พวกที่เพิ่งค้นพบว่าตนเองมีพรสวรรค์ในด้านเวทมนตร์ และถูกเรียกว่า นักเวท จึงมีแต่คนอายุช่วง 15 - 30 ปี ถามว่าหลังจาก 30 ไปแล้วจะได้เลื่อนขั้นเลยหรือไม่...ก็ถ้าตั้งใจฝึกฝนก็กลายเป็นผู้มีพลังวิเศษเต็มตัวได้แน่นอน ทว่าการเลื่อนขั้นมีเกณฑ์ที่ถูกกำหนดโดยสภาผู้วิเศษ ว่ากันว่าบททดสอบนั้นยากแสนยาก อีกทั้งถ้ามีพลังเวทไม่มากพอ ให้ทฤษฎีแน่นแค่ไหนก็สอบไม่ผ่าน
กลไกของการพัฒนาตนของพวกนักเวทคือการสั่งสมพลังไปตามอายุ ฉะนั้นกว่าจะกลายเป็นผู้วิเศษได้อายุก็เลยช่วงวัยรุ่นไปแล้ว แต่...ทุกวงการก็มีคนที่ถูกเรียกว่าอัจฉริยะมากพรสวรรค์ไม่ใช่หรือ วงการผู้วิเศษเองก็เช่นกัน
อีเลียส เบรอา คนหนุ่มอายุน้อยที่ได้เป็นผู้วิเศษตั้งแต่อายุ 23 เชื้อสายลูกครึ่งมนุษย์และดาร์กเอลฟ์ ผิวสีมิลค์ช็อกโกแลตนวลเนียนไร้ตำหนิ นัยน์ตาสีเขียวสว่างดูอ่อนหวานที่รับกับแพขนตาหนาอย่างพอดิบพอดี ไม่เพียงแค่นั้น...ทันทีที่ยิ้มเจ้าตัวยังแผ่บรรยากาศอบอุ่นราวกับสามารถคาดหวังความโอบอ้อมอารีได้เต็มที่ วัดกันที่รูปร่างอย่างเดียวก็ได้เชื้อจากแม่ที่เป็นดาร์กเอลฟ์มาเต็มๆ อัตราส่วนไขมันกับกล้ามเนื้ออยู่ในระดับปราดเปรียว วันไหนเกิดสวมชุดวับๆ แวมๆ ขึ้นมาขนาดพวกที่ถือพรหมจรรย์ยังอดเหลียวมองไม่ได้
เอาล่ะ พูดถึงรูปลักษณ์ไปแล้วก็ต้องต่อด้วยสาเหตุที่ถูกเรียกว่าอัจฉริยะ...แน่นอนว่าก็ต้องเป็นเพราะเพิ่งตั้งไข่ก็รู้ตัวว่าตนเองมีพลังเวทติดตัวมหาศาล พลังมากขนาดที่ว่ามีคนแนะนำให้ทำใจว่าอาจจะตายตั้งแต่อายุยังน้อยจากอาการพลังล้น ทว่าคนมันมีพรสวรรค์ควบคู่มาด้วย ไม่ทันจะถึงสิบขวบก็แตกฉานในการควบคุมพลังเวทในระดับนักเรียนเวทชั้นสูง อีเลียสใช้ชีวิตที่สนุกสนานกับการเรียนอยู่ทุกวันโดยไม่ได้คิดจะเป็นนักวิชาการเวทเลยสักนิด กระนั้นไปๆ มาๆ รู้ตัวอีกทีก็สอบผ่านได้เป็นผู้วิเศษที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ไปเสียแล้ว
ในวงการเขาคือบุคคลที่ถูกมองเป็นแบบอย่าง เหล่านักเวทรุ่นหลังๆ ต่างพัฒนาตนเองด้วยตำราเรียนที่เขาเป็นคนตีพิมพ์ สำหรับพวกผู้วิเศษระดับเดียวกันก็มีส่งจดหมายเชิญไปงานสัมมนาวิชาการอยู่บ่อยๆ
อีเลียสเป็นพ่อมดที่มีคนนับถือมากมาย แต่ว่าเมื่อปรับมุมมองเป็นคนนอกวงการแล้ว พ่อมดหนุ่มคนนี้มีฉายาว่า ราชาอินคิวบัส
ไอ้ฉายานี่มันหมายความว่าอย่างไรงั้นหรือ ต้องอธิบายก่อนว่าอินคิวบัสเป็นปีศาจประเภทหนึ่งที่กินพลังงานของเผ่าอื่นเป็นอาหาร แบบที่ทราบโดยทั่วไปก็คือปีศาจที่ล่อลวงเผ่าอื่นด้วยเพศสัมพันธ์ หรือถ้ามองด้วยมุมของคนยุคปัจจุบัน...ถ้าบังเอิญได้ยินเพื่อนคุณบ่นว่าแฟนชอบชวนมีอะไรด้วยแทบทุกวัน หากเพื่อนคนนั้นไม่ได้ตั้งใจอวดให้คุณที่โสดหรือเพิ่งเลิกกับแฟนหมั่นไส้ ให้เดาเลยว่าเพื่อนคุณกำลังคบหากับอินคิวบัสอยู่
อินคิวบัส...ขนาดในนิตยสารผู้คลั่งไคล้ปีศาจยังถูกจัดเป็นปีศาจที่ไม่ควรคบเป็นแฟน
อีเลียสที่ไม่ได้มีเลือดอินคิวบัสไหลเวียนในตัวแม้แต่หยดเดียวกลับได้รับฉายาเช่นนั้นมา คงไม่ต้องเล่าว่าทำไมในบัญชีสื่อโซเชียลของอีเลียสถึงเปลี่ยนคนที่อยู่ในความสัมพันธ์แบบรายอาทิตย์ บรรดาลูกศิษย์กับเพื่อนร่วมงานทำเป็นไม่เห็นด้านนั้นมาตลอด แต่เหล่าเพื่อนสนิทไม่เคยพลาดได้เป็นส่วนหนึ่งในเหตุการณ์โดนแฟนทิ้งของอีเลียสเลย
"ตอนคุณอีเลียสถูกแฟนคนแรกๆ ทิ้งฉันคอยตามไปนั่งดื่มเป็นเพื่อนตลอดเลยค่ะ จะว่ายังไงดี...อีเลียสเป็นคนที่ร้องไห้แล้วดูน่าสงสารมาก ฉันสาปแช่งพวกแฟนเก่าพวกนั้นที่ทำให้คนน่ารักๆ แบบนี้เสียน้ำตาเสมอเลยค่ะ แต่ว่าช่วงอกหักครั้งที่ 20 ฉันก็...เฮ้อ"
แมรี เผ่าครึ่งสัตว์ตระกูลแกะผู้เป็นบ.ก.ประจำตัวอีเลียสว่าพลางถอนหายใจ
"ผมคิดมาตลอดว่าอีเลียสเป็นเพื่อนบ้านที่ไม่เคยสร้างปัญหาเลย ออกจะใจกว้างคอยช่วยเหลือคนแปลกหน้าแบบที่หาได้ยากในยุคนี้ด้วยซ้ำ ขนาดผมเป็นออร์คหน้าตาน่ากลัวเขายังเคยมาช่วยซ่อมเตาเวทให้ถึงในบ้านเลยนะ ผมล่ะสงสารจริงๆ เวลาเห็นเขาต้องวิ่งตามแฟนหนุ่มจนล้มกลางถนน แต่ว่าหลังเห็นถูกทิ้งรอบที่ 50 เป็นต้นไป...เฮ้อ"
เดนเวอร์ บล็อกเกอร์สายอาหารเผ่าออร์คหัวเราะแห้งๆ
"ฉันอยู่กับไอ้บ้านั่นมาตั้งแต่ยังไม่จดทะเบียนกับสามีคนปัจจุบันด้วยซ้ำ ตอนนี้กำลังจะมีลูกคนแรกแต่จำนวนแฟนเก่าของอีเลียสกลายเป็นเลขสามหลัก...ไอ้บ้านั่นน่าจะแต่งงานกับดิลโด้ไปซะ"
เอเทล เอลฟ์เลือดบริสุทธิ์และนางแบบชื่อดัง ปัจจุบันกำลังผันตัวมารับรีวิวของใช้สำหรับแม่และเด็กผ่านสื่อออนไลน์...ในบรรดาเพื่อนของอีเลียสเธอนับว่าอยู่ข้างพ่อมดหื่นมานานที่สุด เรียกว่าเป็นเพื่อนสมัยเด็กที่เติบโตจากละแวกเดียวกัน พ่อแม่สนิทกัน และช่วงหนึ่งก็เรียนมัธยมที่เดียวกันด้วย กระนั้นความสนิทเยี่ยงพี่น้องก็ไม่ได้ทำให้ความรู้สึกระอาในตัวอีเลียสลดลงแต่อย่างใด ระหว่างที่พูดความรู้สึกของตัวเองว่าที่คุณแม่เอลฟ์กลอกตาไปแล้วสิบแปดตลบ
ทั้งสามเป็นผู้ที่ทำงานคนละสาย บ้านเองก็อยู่กันไกลชนิดคนละถนนกันเลย ทว่าเพราะเป็นเพื่อนกับอีเลียสจึงได้ตั้งชมรมนักชิมอาหารหมาอยู่ด้วยกัน ชิมอาหารหมามันเกี่ยวกับอีเลียสอย่างไร...ก็ต้องเป็นเพราะทุกรอบที่อีเลียสโดนแฟนทิ้งสมาชิกชมรมนี้ล้วนเป็นผู้ปลอบเจ้าตัวเสมอ ปลอบแบบสาปไปด้วยกันบ้าง บางทีก็ช่วยสอนให้ทำใจบ้าง เนื่องจากเกินครึ่ง วันต่อมาอีเลียสเป็นต้องคลานไปกอดขาง้อแฟนเก่า ชื่อชมรมนักชิมอาหารหมาจึงเหมาะสมที่สุด
ครั้งนี้เองก็ได้มีนกฮูกเอาจดหมายด่วนมาให้จึงมารวมตัวกันที่เก่าที่เดิม
อพาร์ตเมนต์หรูใจกลางเอ็มยอร์ก ห้อง 2806
"เขา...เขาบอกว่า 'ถ้าจะติดเซ็กซ์ขนาดนี้ก็ไปเปลี่ยนอาชีพเป็นอีตัวเถอะ' เลยนะ! ไม่คิดว่านั่นมันแรงเกินไปเหรอ ผมยอมลดจากมีอะไรกันทุกวันเป็นขอออรัลทุกวันแล้วนะ สามวันที่ผ่านมาถึงกับอดทนไม่ทำอะไรเลยแม้แต่นิดเดียว...ทำไมล่ะ!"
อีเลียสนั่งกอดขวดเหล้าอยู่ข้างโซฟา สภาพน่ารักอ่อนโยนแบบที่เห็นได้ตามปกหนังสือไม่มีอีกต่อไป ตอนนี้...เมื่ออยู่ในห้องของตัวเองอีกทั้งยังทำใจลืมแฟนเก่าคนล่าสุดไม่ได้ พ่อมดหน้าสวยก็กลายร่างเป็นไอ้ขี้เมาจอมโวยวาย เดี๋ยวร้องไห้เดี๋ยวทุบอกตัวเอง เดนเวอร์เห็นแล้วเสียใจที่ละสายตาจากเนื้อย่างบนกระทะไฟฟ้าเหลือเกิน
พวกเขาถูกเรียกด้วยจดหมายเวทผ่านนกฮูกส่งข่าวของอีเลียส ถ้าไม่ยอมตอบรับนกฮูกจะยืนคาบจดหมายมองผ่านหน้าต่างไม่เลิก ทั้งหลอนทั้งน่าสงสาร เพื่อไม่ให้พวกตนโดนคนข้างบ้านแจ้งว่าทารุณสัตว์จึงต้องยอมมาอย่างเสียมิได้ อ่า มองในแง่ดีอย่างน้อยถูกเรียกมาก็ทำให้ได้กินเลี้ยงกันชุดใหญ่ อยู่ในเมืองหลวงวุ่นวายแบบนี้ได้สังสรรค์กับเพื่อนมันก็ดีล่ะนะ
พั่บ!
ต่างจากเดนเวอร์ที่เป็นออร์คสุภาพบุรุษ เอเทลเป็นเอลฟ์ที่พร้อมใช้ความรุนแรงแก้ปัญหาทุกเมื่อ เธอแบกท้องโตๆ อายุครรภ์แปดเดือนมาหาอีเลียส ยอมตามใจออกเงินสั่งผักเครื่องเคียงเนื้อย่างมาเป็นชุด ค่าเหล้าอีกหลายลัง ที่มานี่ก็แอบคาดหวังอยู่ว่าอีเลียสจะเกิดตาสว่างขึ้นมาบ้าง ทว่าเจ้าตัวกลับนั่งเมาในเสื้อสเวตเตอร์สีชมพูน่าเกลียดก่อนพวกเธอจะมาเสียอีก เสียงพั่บที่ดังเมื่อครู่ก็เสียงเธอใช้หมอนตีเพื่อนนั่นเอง
"หึ! ทำอย่างกับไม่เคยโดนบอกเลิกแบบนั้นไปได้ จากแฟนเก่าหกร้อยกว่าคนของนายพูดแค่นี้ยังนับว่าเบาแล้ว!"
เอเทลชี้มือไปทางเดนเวอร์แล้วก็หันไปชี้แมรีบ้าง
"เดนเวอร์งดอัปบล็อกเพื่อมาทำเนื้อย่างให้นายกิน ส่วนแมรีเหมือนจะยังไม่ได้รับไฟล์บทความที่ต้องลงนิตยสารวันอาทิตย์นี้ใช่ไหม ตั้งสติซะอีเลียส! สำหรับนายผู้ชายมันก็แค่ดิลโด้ เหงานักก็ใช้ของเล่นแก้ขัดสิยะ!"
อีเลียสคีบเนื้อใส่ปากแล้วก็เคี้ยวจนแก้มตุ่ย หลังจากกลืนลงไปแล้วก็สะอึกออกมา เสียงสะอึกตอนเมากับใบหน้างอง้ำของอีเลียสจัดว่าเป็นภาพที่ทำคนมองแล้วใจเจ็บ เจ้าตัวน่ารักมาก เรื่องนี้กระทั่งตอนโกรธอยู่เอเทลยังปฏิเสธเสียงแข็งไม่ได้เลย
เธอคงใจอ่อนแน่ถ้าอีเลียสไม่เปิดปากเถียงแบบงึมงำ
"...ก็ดิลโด้มันบีบคอผมไม่ได้ หวดแส้ใส่ผมก็ไม่ได้ แล้วหลังจากเซ็กซ์แบบสุดเหวี่ยงแล้วก็เข้ามากอดๆ โอ๋ๆ ไม่ได้นี่น่า..."
เอเทลมีความรู้สึกว่าลูกของเธอกำลังจะกัดรกแล้วแหวกท้องออกมาบอกให้เธอเลิกคบอีเลียสเป็นเพื่อน เอาล่ะ ทุกคนในที่นี้ล้วนเป็นผู้ใหญ่ที่มีเหตุผลกันทั้งนั้น ไม่มีใครจะตัดสินรสนิยมของอีเลียสว่ามันแปลก เจ้าตัวมีความเป็นมาโซคิสม์ชอบเซ็กซ์แบบรุนแรงและการเพลย์แบบโลดโผน เดี๋ยวนี้รสนิยมนั้นแพร่หลาย คนที่ชอบและสามารถแยกแยะไม่รบกวนคนอื่นนับว่าเป็นคนปกติ
แต่ว่า...นอกจากจะชอบอะไรแบบนั้น อีเลียสจะมีความกระหายที่ทำให้อินคิวบัสยังต้องเบือนหน้าหนี ไม่มีใครรู้ว่าสาเหตุมาจากอะไร ทว่าก็เดาๆ กันว่าคงมาจากการมีพลังเวทสูงกว่าคนทั่วไปอย่างมหาศาลนั่นล่ะ
"ให้ตายเถอะ นายเป็นคนที่คิดค้นเวทที่ทำให้ร้านขายโพชั่นเก็บยาในสต๊อกได้นานขึ้น เป็นคนที่ทำให้การเดินทางข้ามประเทศด้วยวาร์ปเกทเสถียร..."
เอเทลกวักมือเรียกอีเลียสขยับมาใกล้ๆ เมื่อเจ้าของห้องขยับมานั่งพับเพียบอยู่ใกล้มือพอแล้ว เอลฟ์สาวผมทองก็จัดการรัวจิ้มนิ้วชี้ใส่หน้าผากอีกฝ่าย
"ใช้-เวท-ช่วย-สิ-วะ! แค่เสกของให้มันเคลื่อนไหวเองจะไปยากอะไร ยุคนี้แล้วไม่ใช้เวทก็เอาเงินจากการเขียนตำราเรียนของตัวเองไปซื้อเซ็กซ์ทอยอัจฉริยะซะเลยสิ!"
อีเลียสยกมือขึ้นมาลูบหน้าผากตัวเองพร้อมบุ้ยปาก
"ใช้พลังผมก็รู้สึกเหมือนกำลังทำงานน่ะสิ เซ็กซ์ที่เหมือนงานแบบนั้นไม่เอาหรอก แล้วก็เรื่อง...อึ๊ก! เรื่องให้ซื้อของเล่น..."
จังหวะที่เสียงแผ่วลงน้ำตามันก็คลอขึ้นมาอีก อีเลียสชี้ไปทางกล่องกระดาษที่กองสูงเกือบจะปิดทางเข้าห้อง
"แฟนเก่าคนล่าสุดบอกเลิกแล้วก็สั่งดิลโด้แบบเหมายกโกดังมาให้...แค่นึกถึงของเล่นขึ้นมาผมก็นึกถึงเขา เป็นแบบนี้แล้วจะลืมได้ยังไงล่ะ!"
แมรีเห็นว่าเอเทลทำท่าจะถอดสลิปเปอร์จึงรีบเข้ามาห้ามเอาไว้ ในฐานะบ.ก.เธอมองว่าการอกหักของอีเลียสเป็นอุปสรรคใหญ่ในการทำงาน เพราะว่านอกจากคอยออกบทความวิชาการแบบรายเดือน อีเลียสยังรับเขียนบทความวิเคราะห์วิชาเวทต่างๆ ลงนิตยสารกสำหรับผู้วิเศษแบบรายสัปดาห์ด้วย ตอนมาสมัครเป็นบ.ก.ส่วนตัวให้อีเลียส แมรีดันออกตัวว่าพร้อมทำทุกหน้าที่ครบจบในคนเดียว ตั้งแต่นั้นมาเธอก็เลยได้เป็นทั้งบ.ก.และเลขาส่วนตัวของอีเลียส
จากประสบการณ์แล้วถ้าปล่อยให้เอเทลสั่งสอนต่อไป อีเลียสจะซึมยาว แน่ล่ะว่าพ่อมดหนุ่มจะลืมแฟนเก่าได้เร็วกว่า แต่ตามกำหนดการก็ตามที่เอลฟ์สาวพูด เธอยังไม่ได้ไฟล์บทความที่ต้องส่งไปตีพิมพ์ในวันอาทิตย์นี้เลย...อีเลียสจะซึมไม่ได้ เธอไม่อยากไปก้มหัวขอให้โรงพิมพ์แทรกคิวให้ทีหลังหรอกนะ
"แหม คุณอีเลียสคิดว่าตัวเองยังหาคนที่ไลฟ์สไตล์ตรงกันไม่เจอสิคะ ครั้งนี้พลาดไปแต่คุณอีเลียสก็ยังหนุ่มๆ อยู่เลย ยังมีโอกาสรออยู่อีกเยอะ พักจากการมีแฟนสักปีเป็นไงคะ?"
จริงๆ แมรีอยากจะบอกว่าพักจากการมีเพศสัมพันธ์ไปเลย แต่ถ้าอีเลียสทำจริงๆ เจ้าตัวอาจจะขาดใจตายในหนึ่งอาทิตย์ ถ้าต้องตกงานในยุคที่งานหายากเช่นนี้ เธอยอมติดลูปต้องปลอบอีเลียสไปตลอดชีวิตยังดีเสียกว่า
อีกอย่างเจ้านายที่ให้เงินเดือนเหมือนกลัวมีเงินติดบัญชีแบบนี้นั้น...อะแฮ่ม เธอเป็นแกะที่ภักดีต่อระบบทุนนิยมน่ะ
"ฉันเห็นด้วยกับแมรีนะ เธอคบๆ เลิกๆ จนเดี๋ยวนี้ระยะเวลาที่คบมันเหลือแค่อาทิตย์กว่าๆ แล้ว ฉันว่าพักอยู่กับตัวเองเป็นตัวเลือกที่ไม่เลวเลย..."
เดนเวอร์คีบเนื้อที่ย่างเสร็จและตัดเป็นชิ้นพอดีคำใส่จานให้อีเลียส เนื้อที่ย่างกินวันนี้เป็นเนื้อที่เชฟเผ่าออร์คหมักเอง พอเขารู้ว่าต้องมาปลอบเพื่อนบ้านสายหวานคนนี้ก็แบกกล่องเนื้อติดมือมาด้วย ทุกกล่องล้วนหมักเป็นรสชาติที่ถูกปากอีกฝ่าย ซึ่งพอเดนเวอร์นำผักมาห่อเนื้อราดซอสพร้อมยื่นไปจ่อปากอีเลียส สองสาวในห้องก็มองตาแบบคนที่รู้ๆ กันอยู่
"อื้อ...ขอบคุณนะ"
"พักจากการหาแฟนแล้วหาวันว่างๆ ไปเดินป่ากันเป็นไง เธอบอกว่าชอบธรรมชาติแล้วก็อยากกินบาร์บีคิวกลางแจ้งอยู่ไม่ใช่เหรอ อาทิตย์หน้าฉันจะออกไปทำคอนเทนต์นอกสถานที่..."
สองสาวชูนิ้วโป้งในใจให้เดนเวอร์ที่ชวนเดทได้แบบแนบเนียนมาก แต่ไม่ถึงสามวินาทีพวกเธอก็ชูนิ้วกลางใส่อีเลียสในใจ
"นั่นสินะ...พวกเราไปเที่ยวกันเป็นกลุ่มครั้งล่าสุดก็สองปีก่อนได้ ผมคิดถึงการตั้งแคมป์ในป่าเหมือนกัน"
ทำไมพอเป็นเรื่องความรักอีเลียสถึงโง่ขนาดนี้ก็ไม่รู้ ไม่เห็นเจตนาของหนุ่มข้างห้องบ้างเลยหรือ เจ้าตัวพูดชวนโดยตรงแล้วจะลากพวกเธอเข้าไปเกี่ยวเพื่อ เอเทลเม้มปากทำใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพ่นลมหายใจออกมา ไม่ติดว่าเดนเวอร์ขอไว้ว่าอยากจีบอีเลียสให้ติดด้วยตัวเอง เธอกับแมรีคงจับพ่อมดหื่นนี่ใส่ตะกร้ายกให้อีกฝ่ายไปแล้ว
นรกที่เลือกเองของเชฟมือฉมัง ช่างมันเถอะ เรื่องความดื้อรั้นเดนเวอร์ก็พอๆ กับอีเลียสนี่ล่ะ เอเทลยกมือลูบท้องโตๆ ของตัวเองก่อนจะสะกิดให้อีเลียสมานั่งพิงตนเองบนโซฟา พวกเหล้าน่ะพอได้แล้ว เธอโอบไหล่ปลอบ ค่อยๆ ใช้สัมผัสกับความเงียบปลอบใจจนอีเลียสผล็อยหลับในที่สุด อย่างไรก็ดื่มมาเป็นชั่วโมงแล้ว พ่อมดคนอื่นเป็นอย่างไรเธอไม่รู้ แต่อีเลียสเมาแล้วชอบใช้เวททำอะไรแปลกๆ ทุกที เพื่อสันติสุขของโลกใบนี้อีเลียสควรนอนก่อนจะออกลายเรื้อน
เอลฟ์สาวเห็นว่ารอบนี้เมาแบบกล่อมแป๊บๆ เจ้าตัวก็หลับผล็อยไป ทางสามีของตนเองก็ทักมาถามแล้วว่าจะให้มารับหรือไม่...เธอรักเพื่อนนะ แต่สามีก็เป็นอีกระดับหนึ่ง เธอกำลังจะเป็นแม่คนแล้วจะให้ยกชีวิตรักเพื่อนเป็นสิ่งสำคัญอันดับหนึ่งมันไม่ได้หรอก
"สามีฉันจะมารับแล้ว วันนี้ใครจะค้างกับอีเลียสล่ะ?"
เดนเวอร์อยู่ห้องข้างๆ ตามหลักก็ควรเป็นชายหนุ่มที่เฝ้าอีเลียส ทว่าเขาเองก็มีงานประจำเป็นเชฟในภัตตาคารอยู่ พวกแมรีจึงบอกให้เขากลับไปพักที่ห้องตัวเอง
รอบนี้เป็นเวรแมรีอยู่ค้าง เธอไม่มีปัญหาอะไรที่ถูกเลือก อย่างไรเสียก็เป็นเลขาอเนกประสงค์ของอีเลียสอยู่แล้ว ในห้องชุดของอีกฝ่ายยังแต่งห้องนอนแขกให้เป็นห้องทำงานของเธอด้วยซ้ำ ปกติมีงานที่ต้องคุมเข้มเธอก็มาค้างเป็นปกติ
"บายค่ะ"
ช่วยเก็บกวาดและส่งคนอื่นๆ เรียบร้อยแมรีก็กลับเข้ามาในห้อง เธอแอบไปดูว่าอีเลียสนอนบนเตียงเรียบร้อยแล้วรึยัง เมื่อไม่มีปัญหาก็แวบเข้าห้องตัวเองไปทำธุระส่วนตัว
เงียบจัง...
แมรีไม่รู้ว่าหลังแยกไปแล้วอีเลียสจะตื่นขึ้นมา พ่อมดผิวเข้มขดตัวอยู่ในผ้าห่มแล้วก็มองไปยังมือถือที่อยู่บนโต๊ะข้างเตียง เคสสีชมพูหวานเข้ากับเครื่องเรือนทุกอย่างในห้องเขา อีเลียสชอบสีชมพู ชอบของน่ารักๆ และไม่สามารถห้ามเสียงกรี๊ดได้ถ้าเจอพวกหมาแมวไซซ์พกพา เขาเป็นคนที่ดูน่ารักแล้วก็ชอบอะไรน่ารักๆ แฟนเก่าหลายคนถึงได้ให้เหตุผลตอนเลิกกันว่าเขาไม่ใช่อย่างที่คิด
ทำไมกัน...ตอนแรกๆ ที่รู้ว่าเขาชอบเรื่องลามกก็ดูถูกใจกันดีแท้ๆ ถ้าจะบอกว่าเขาหื่นเกินไปก็บอกกันตั้งแต่ตกลงคบกันสิ ตั้งแต่แฟนเก่าคนที่ 20 เป็นต้นมา ก่อนจะคบจริงจังเขากางรายละเอียดความเซ็กซ์จัดของตัวเองอย่างไม่ปิดบังตลอดเลยนะ รับไม่ได้ก็อย่าตกลงคบกันสิ
ชอบทำให้เขารู้สึกว่าถูกรักแล้วก็เหวี่ยงทิ้งเป็นว่าเล่น ใจร้ายกันจัง
ดึ๋ง!
ระหว่างที่อีเลียสทำท่าจะนอนร้องไห้ก็มีตัวอะไรบางอย่างโดดขึ้นมาบนเตียง มันก็คือสิ่งมีชีวิตตัวสีฟ้าใสๆ ขนาดเท่าบอลชายหาด อย่างที่บอกไปว่าอีเลียสชอบพวกสัตว์น่ารักๆ การที่เขาเลี้ยงมอนเตอร์อย่างสไลม์เป็นสัตว์เลี้ยงอาจจะดูผิดคาด ทว่าเทียบกับสัตว์ทั่วไปที่มีอายุขัยจำกัด อีกทั้งยังบอบบางไม่เหมาะกับคนที่ทำการทดลองเวทบ่อยๆ อย่างอีเลียส สไลม์นับเป็นสัตว์เลี้ยงที่ตอบโจทย์กว่ามาก
มันกลมๆ หยุ่นๆ จับมาอุ้มทีก็ยืดได้เหมือนแมว ป้อนอาหารด้วยพลังเวทจากมือ ถึงจะมีคนบอกว่าสไลม์เป็นมอนเตอร์ที่ไม่มีสมอง แต่สไลม์ที่ถูกเลี้ยงดีๆ ก็มีพฤติกรรมขี้อ้อนได้เหมือนกัน อย่างเจ้า บอลลี่เจลลี่ ของอีเลียสพอเห็นว่าเจ้าของร้องไห้มันก็โดดขึ้นมาบนเตียง ก้อนสไลม์กลมๆ ยืดตัวเป็นมือเล็กๆ ออกมาช่วยเช็ดน้ำตาให้
เจ้าตัวน่ารัก มานี่เลย!
อีเลียสพลิกตัวนอนหงายและดึงมันเข้ามากอด บอลลี่เจลลี่นับเป็นหนึ่งในเพื่อนที่อยู่กับเขาในวันที่อกหักเสมอ มันไม่อาจพูดแต่มักจะแสดงออกว่าไม่อยากให้เขาเสียใจ เป็นเช่นนี้ถึงทั้งรักทั้งหลงจนอดซื้อของเล่นให้ไม่ได้จนห้องนอนโดนแบ่งฝั่งไปครึ่งหนึ่ง คนทั่วไปถ้าไม่ทันเห็นเจ้าสไลม์น้อยของเขาคงคิดว่าเขาเลี้ยงแมวไว้ในห้องสักสิบตัว
"ผมจะพักแล้วก็จะไม่พยายามหาแฟนแบบเอาเป็นเอาตายอีกแล้วล่ะ"
พูดแล้วอีเลียสก็จุ๊บสไลม์ของตัวเองไปทีหนึ่ง มันทำท่าทางเขินๆ ด้วยการสั่นตัวเหมือนเยลลี่ด้วย น่ารักจริงๆ อีเลียสเช็ดน้ำตา เหมือนที่เดนเวอร์บอกนั่นล่ะ เขาควรพักบ้าง...
ตรุ๊ง!
ยังไม่ทันจะลุกไปอาบน้ำมือถือก็ส่งเสียงแจ้งเตือนขึ้นมา ตามประสาพ่อมดที่อายุน้อย อีเลียสเป็นผู้ที่ไม่ปฏิเสธความสะดวกสบายจากเทคโนโลยี แปลแบบซื่อสัตย์กว่านั้น...อีเลียสเป็นพวกติดโซเชียลแบบเกินเยียวยา
ดูหน่อยซิ
โดยทั่วไปบัญชีโซเชียลของอีเลียสมักจะมีแจ้งเตือนเด้งขึ้นเป็นร้อยรอบทุกวัน ก็ส่วนใหญ่เวลามีการอัปเดตเรื่องคาถาใหม่ๆ อีเลียสก็มักจะโพสต์ทันทีตลอด บรรดานักเวทส่วนใหญ่จึงมาติดตามเขาเพื่อรอรับความรู้แบบรายวัน ส่วนเพื่อนร่วมงานระดับผู้วิเศษ...ต่อให้บอกว่าไม่ชอบเทคโนโลยีเพราะฝ่ายนักวิทยาศาสตร์ชอบหาเรื่องติว่าเวทมันล้าหลังใช้ยาก แต่ทางสภาผู้วิเศษก็มีแอปพลิเคชันสำหรับแบ่งปันความรู้ของตัวเองเหมือนกัน ทั้งสองช่องทางนั้นอีเลียสปิดการแจ้งเตือนแยกจากช่องทางติดต่อด่วน ดังนั้นถ้ามีเสียงแจ้งเตือนดังขึ้นมาก็แปลว่าเป็นข้อความจากคนรู้จักนั่นเอง
'ถึงจะเพิ่งบอกเลิกกันไปแต่ก็อยากให้รู้ไว้ว่าฉันยังโอเคนะถ้าเราจะนัดเจอกันเพื่อทำอย่างว่าโดยเฉพาะ นายติดเซ็กซ์เพราะงั้นคงไม่ปฏิเสธสินะ'
"..."
ทันทีที่เห็นว่าชื่อคนส่งก็คือแฟนเก่าคนล่าสุด นัยน์ตาสีเขียวคลอน้ำตาของอีเลียสก็เรืองแสงเหมือนหิ่งห้อย ในความมืดของห้องที่ปิดไฟอยู่เกิดกระแสลมหวนวนรอบเตียง กระดาษงานวิจัยต่างๆ ปลิวว่อนด้วยแรงโทสะของอีเลียส
ไอ้...ไอ้คนไม่ดีเอ๊ย!
น่าเสียดายที่พ่อเนื้อนิ่มโดนเลี้ยงมาแบบเคร่งเรื่องมารยาท คลังคำหยาบในหัวน้อยจนโกรธแล้วก็ยังคิดไม่ทัน แต่เรื่องนั้นไว้เล่าที่หลังก็ได้ อีเลียสเม้มปากแน่น ที่สั่งดิลโด้มากองในห้องเขายังไม่พอยังจะส่งข้อความเฮงซวยมาให้อีก นี่เพิ่งเลิกกันไม่ถึงวันด้วยซ้ำ ในบรรดาคนที่เขาเคยคบมาเพิ่งเคยมีสวะแบบนี้โผล่มาเป็นครั้งแรก เกินไปแล้ว อีเลียสหันซ้ายหันขวาเพื่อมองหาของที่จะขว้างระบายอารมณ์ได้ ทว่าคิดไปคิดมาเขาจะพังของตัวเองเพื่อคนพรรค์นั้นไม่ได้หรอก พ่อมดที่ยังไม่สร่างเมาเต็มร้อยอุ้มสไลม์ของตัวเองไปไว้ในบ้านหน้าตาเหมือนปราสาทเจ้าหญิงจำลอง ก่อนรูดม่านปิดแน่นอนว่าต้องเตือนเจ้าตัวเล็กว่าห้ามออกมารบกวนชั่วคราว
"ตอนนี้ตาที่สามของหม่าม้าจะเปิดแล้ว หนูอยู่ในนี้เป็นเด็กดีอย่าออกมากวนหม่าม้านะ!"
ฟึ่บ!
รูดม่านปิดก็รีบดึงกระดานไม้ออกมาจากใต้เตียงตัวเอง บนกระดานมีวงเวทยึกยือที่มีสีน้ำตาลเข้มเหมือนเขียนด้วยเลือด อ่า ก็ไม่ผิด วงเวทนี้มันเขียนขึ้นมาจากเลือดแพะเพื่อใช้ในพิธีกรรมอัญเชิญปีศาจ ถามว่าแค่แฟนเก่าทำตัวเฮงซวยต้องถึงกับเรียกปีศาจมาแก้แค้นเลยหรือ ขอถามกลับว่าจะเอาอะไรกับคนที่ยังไม่สร่างเมากันล่ะ
อีเลียสยื่นมือออกไปพร้อมร่ายคาถาในใจยาวเหยียด เพราะด้านที่เป็นอัจฉริยะด้านเวทมนตร์รู้ว่าพิธีนี้จะถูกรบกวนไม่ได้ อีเลียสจึงทำให้ประตูห้องปิดสนิท ทั้งห้องเคลือบด้วยม่านทำให้เสียงไม่เล็ดลอดออกไป
วูบ...
แค้นนัก จะอัญเชิญปีศาจพวกเสื่อมโทรมไปสิงที่หว่างขาให้สำนึกเลย ไม่สิ สำหรับเจ้านั่นแค่กระปู๋เน่ามันยังน้อยไป เอาปีศาจที่ทำให้โชคร้าย อุ๊ย!
อีเลียสยกมือขึ้นมาปิดปาก เขาพลาดเสียแล้ว ในเวลาที่อัญเชิญปีศาจมีกฏว่าต้องคิดถึงเป้าหมายห้ามว่อกแว่ก ถ้าอยากทำให้อีกฝ่ายป่วยก็ต้องคิดว่าป่วยระดับไหนเพื่อให้อัญเชิญปีศาจมาถูกระดับ เมื่อครู่เขาดันเผลอคิดกลับไปกลับมาระหว่างติดโรคกับโชคร้าย...ไอ้ขอให้ป่วยยังไม่เป็นไรหรอก ปีศาจที่ทำให้เป้าหมายเจ็บป่วยไม่ค่อยมีระดับสูงๆ มากนัก แต่พวกที่ทำให้โชคร้าย...คำว่าโชคร้ายมันกว้างมาก อดอยาก ยากจน เจ็บป่วย ลุ่มหลงคลุ้มคลั่ง ที่ว่ามานี่มันก็นับว่าเป็นโชคร้ายทั้งหมด
เมื่อครู่เหมือนอีเลียสตะโกนใส่โทรโข่งว่าอยากได้ปีศาจแบบไหนก็ได้ คำว่าแบบไหนก็ได้ย่อมครอบคลุมพวกท่านๆ ปีศาจชั้นสูงด้วยอยู่แล้ว และที่วงเวทมันเรืองแสงหลากสีสลับไปมาก็เพราะมีปีศาจหลายตัวตอบรับพร้อมกัน ต้องรีบยกเลิกพิธีอัญเชิญก่อนไม่งั้นเชิญท่านผู้สูงศักดิ์มาเขาได้ถูกปีศาจฟ้องเอาแน่ พวกปีศาจชั้นสูงๆ ก็ไม่ต่างจากขุนนางเก่าหัวโบราณนัก นอกจากจะไม่ชอบเผ่าอื่นยังถือการอัญเชิญเช่นนี้เป็นพิธีโบราณ ใครกล้าทำเหมือนพิธีศักดิ์สิทธิ์เป็นเรื่องเด็กเล่น ปีศาจพวกนั้นจึงมักจะฟ้องร้องศาลสากลว่าตนเองถูกหมิ่นประมาท
จะชนะหรือแพ้ไม่สำคัญ ประเด็นอยู่ที่คนระดับอีเลียสขึ้นศาลทีคงเป็นข่าวใหญ่แน่ แล้วพอมีการสืบสวนก็จะรู้ว่าเขาพยายามแก้แค้นแฟนเก่า อ่า ถ้าพ่อแม่รู้เข้าทั้งคู่ได้บินตรงมาทุบเขาแล้วลากกลับไปขังที่ชั้นใต้ดินของบ้านจนกว่าข่าวจะซาแน่นอน
ต้องรีบหยุด...
ดึ๋ง!
"บะ บอลลี่!"
แหม...พ่อมดเมา + ข้อความจากแฟนเก่า + สัตว์เลี้ยงแตกตื่น = ก็ซวยสิจ๊ะ
Special 2-Smart Cookie-ติ๊ก...ติ๊ก...เข็มของนาฬิกาชี้บอกเวลาตีสามครึ่ง ภายในห้องนอนเรียบๆ ของเชฟหนุ่มมีเสื้อผ้ากระจายอยู่ที่พื้น ทว่าอย่าเข้าใจผิดไป ผ่านมาหนึ่งปีแล้วที่เดนเวอร์อาศัยอยู่ร่วมกับปีศาจตัวจิ๋ว พวกเขากลายเป็นคู่รักขยันโต้รุ่งเหมือนห้องข้างๆ งั้นหรือ ไม่เลยสักนิด...ต่อให้เห็นกันตำตาว่าในบรรดาเสื้อผ้าที่ถอดทิ้งไว้ทันทีที่เลิกงานมีกางเกงในกับยกทรงปะปนอยู่ เดนเวอร์ก็กล้าสาบานให้ฟ้าผ่าตายว่าตนเองไม่ได้ลงมือกับวีต้าเลย ด้วยสัญญาทำให้รับรู้คลื่นความรู้สึกของกันและกันได้ วีต้ารู้ว่าเขาถูกใจตนเองไม่น้อยจึงสารภาพรักแล้วก็ถือวิสาสะย้ายมาอยู่ด้วยแบบเป็นทางการ อ่า เขาก็ตกลงคบด้วยแล้วล่ะนะ ถึงจะใช้เวลาอยู่สองสามเดือนกว่าจะมั่นใจและตกลงแต่เขามั่นใจว่าตกลงเรื่องสถานะกันเป็นที่เรียบร้อย ไม่เชื่อก็มีภาพคู่ตอนไปเดตครั้งแรกที่สวนสนุกตั้งไว้ด้วยน่าเศร้าที่ในความสัมพันธ์ที่ดูราบรื่นนี้ ทุกวันระหว่างพวกเขามันชักจะเหมือนเพื่อนที่แชร์ห้องกันมากขึ้นเรื่อยๆ ไอ้เดตกันก็มีบ้างนะแต่ว่า...ไอ้ เรื่องนั้น ที่คู่รักเขาทำกันยังไม่เคยเกิดขึ้นเลย เลียบเคียงถามจากอากาเรสที่รู้จักวีต้าดีที่สุดก็ได้ความว่าป
Special 1-Mr. & Mr. Corzon-ปีศาจนั้นไม่มีนามสกุล นับตั้งแต่วันที่พญามารผู้ตกสวรรค์ปั้นพวกตนขึ้นมาจากพลังความเสื่อมทรามทั้งหลาย ปีศาจทุกตนก็มีเพียงชื่อเดียวคือชื่อที่พญามารประทานให้ และมีเพียงปีศาจทั้ง 72 เท่านั้นที่ได้รับพรสวรรค์และพลังในการมอบชื่อให้แก่ปีศาจตนอื่นที่เกิดมาภายหลัง ทว่าเมื่อเวลาผ่านไปพญามารละทิ้งหน้าที่ของตนไปตามวิธีอิสระ เหล่าปีศาจที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติก็เพิ่มขึ้น พวกที่เกิดขึ้นมาเองและไร้ชื่อมักจะไปติดตามพวกปีศาจโบราณทั้ง 72 เพื่อให้ได้ชื่อที่ยืนยันถึงการมีตัวตนของตัวเองมา แน่นอนว่าจำนวนปีศาจที่เกิดตามธรรมชาติก็ไม่ใช่น้อยๆ ก่อนจะเข้าสู่ยุคที่วิวัฒนาการจนตั้งชื่อกันเองได้ ปีศาจระดับสูงทั้งหลายต่างเหนื่อยหน่ายกับการตั้งชื่อจนสร้างเงื่อนไขยุ่งยากขึ้นมาซึ่งในยุคนี้ตั้งเกณฑ์อะไรไว้บ้างคงไม่มีใครตอบได้หรอก อากาเรสที่จัดว่าความจำดีก็ยังตอบไม่ถูก แต่ก่อนมีแต่ชื่อเรียกที่ถูกสงวนไว้ ชื่อของปีศาจมีพลังแฝงแม้จะเป็นเพียงชื่อ ถ้าเผ่าอื่นที่อ่อนแอเรียกชื่อปีศาจที่แข็งแกร่งก็อาจจะตายทันที ถูกคู่สัญญาที่อัญเชิญเรียกปีศาจจะเป็นฝ่ายถูกข่มจนทำอะไรไม่ได้ ถ้าปีศาจด้วยกันเรียก...อีก
-Epilogue-That’ s what we like.จบงานฉลองแสนอบอุ่นไปแล้ว อีเลียสนึกว่าตนเองจะได้เตรียมตัวแถลงข่าวว่าจะแต่งงานสายฟ้าแลบ แต่ว่าเรื่องมันไม่ง่ายแบบนั้น โลกนี้มีสิ่งที่เรียกว่าภาคีตระกูลพันธมิตรอยู่ ใช่แล้ว ภาคีของเหล่าตระกูลที่ช่วยกันลงนามสร้างสันติสุขให้ทุกเผ่าพันธุ์อยู่ร่วมกันได้ เดิมทีตระกูลเบรอาก็เป็นสมาชิกของภาคีนี้ ทว่ารุ่นหลังๆ ผู้นำล้วนมากด้วยอัตตาไม่รู้จักปรับตัวจึงถูกถอนตำแหน่งและถูกลดขั้นมาเป็นตระกูลผู้มีเกียรติทั่วไป อย่างไรก็ตามเพราะเคยนั่งเก้าอี้ภาคีมาก่อน การที่ตระกูลเบรอาจะล่มสลายทั้งที่ยังเหลือทายาทโดยชอบธรรมตั้งหนึ่งคนนับเป็นเรื่องที่ยอมรับไม่ได้มีหมายร่อนมาถึงหน้าบ้านอีเลียสก่อนที่จะเรื่องไฟไหม้คฤหาสน์จะออกข่าวเสียอีก ในจดหมายเป็นเอกสารแจ้งว่าจากนี้อีเลียสเป็นเจ้าตระกูลเบรอาแล้ว คำว่าเจ้าตระกูลในที่นี้ไม่ได้ทำให้อีเลียสหายใจไม่ออกอีกต่อไป พ่อมดหนุ่มรู้ดีว่าตอนนี้ไม่มีใครที่ตระกูลจะมาบีบบังคับตัวเองได้อีกแล้ว แม้ว่าจะมีพวกคนรับใช้ภายนอกที่รอดเพราะไม่ได้อยู่ที่คฤหาสน์ในวันนั้น ทว่าคนเหล่านั้นภักดีจากการโดนล้างสมองทำให้อยู่ไม่ได้ถ้าไม่ได้รับใช้ สายเลือดเบรอา ขอเพียงประก
บทที่ 21 My Prince.'ไดอารีพ่อมดเราเสียเลือดไปเยอะมาจนเกือบจะไม่รอดแล้ว จำได้แค่ได้ยินเสียงลูกสมุนของอากาเรสตะโกนเรียกชื่อแต่เราไม่มีแรงจะลืมตาหรือส่งเสียงตอบเลย คิดแล้วว่าตัวเองอาจจะถูกยมทูตเอาตัวไป ต้องขอบคุณเจ้าชายขี่ม้าขาวจริงๆ เอ๊ะ หรือต้องบอกว่าจอมมารขี่ม้าขาวกันนะ ;) 'ไม่มีแรง...ผ่านไปแค่ครึ่งชั่วโมงอีเลียสก็แทบจะประคองสติเอาไว้ไม่อยู่แล้ว พ่อมดหนุ่มพยายามฝืนลืมตาเอาไว้เพราะกลัวว่าถ้าหลับไปตอนนี้ บางทีตัวเองอาจจะไม่ตื่นขึ้นมาอีก เขาอาเจียนเป็นเลือดออกมาสามครั้งแล้ว ทุกรอบเลือดมีแต่จะออกมากขึ้น เกอเธอร์ไม่รู้มาก่อนว่าอีเลียสจะอาเจียนเป็นเลือดมากขนาดนี้ พอเห็นว่าปริมาณเริ่มเยอะจนอาจเป็นอันตรายต่อชีวิตเจ้าคนน่ารังเกียจก็รีบออกไปตามหมอ ที่น่าเจ็บใจที่สุดก็คือเกอเธอร์ไม่ปิดประตูห้องขังด้วยซ้ำ ถ้าตอนนี้เขามีแรงสักหน่อยคงหนีออกไปได้ด้วยตัวเองอีเลียสมองมือที่สั่นเทาและชุ่มไปด้วยเลือด เขาลองเขียนอักษรรูนแห่งการปลดปล่อยที่เครื่องพันธนาการดู ผ่านไปหลายอึดใจก็ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ดูท่าถึงจะเป็นอักษรที่สามารถรวบรวมพลังในอากาศมาสำแดงผลก็ยังสู้เครื่องรางต่อต้านพลังเวทไม่ได้ ลูกครึ่งดาร





