Beranda / รักโบราณ / หยกงามใต้เงาจันทร์ / บทที่ 6 พี่ชายข้างจวน

Share

บทที่ 6 พี่ชายข้างจวน

last update Tanggal publikasi: 2025-05-02 15:19:13

สามวันต่อมา องค์หญิงหงลี่ก็ส่งแม่สื่อมาที่จวนตระกูลจ้าวตามที่ได้รับปากเอาไว้จริง ๆ อีกทั้งยังมีรายการสินสอดมาอีกหนึ่งฉบับ ฮูหยินหลิวอิ๋งมองดูรายการสินสอดที่เขียนเอาไว้บนแผ่นกระดาษ ก็รู้สึกตกใจไม่น้อย 

เหตุใดจึงมากมายถึงเพียงนี้! 

เพราะนางเติบโตมาในตระกูลชนบท อีกทั้งตระกูลสามีก็เป็นเพียงพ่อค้าร้านอาหารเล็ก ๆ ในเมืองหลวงเพียงเท่านั้น นางเองมิได้มีใจโลภละโมบในสมบัติของผู้อื่น แม้จะไม่สบายใจเท่าใดนัก แต่ก็ทำได้เพียงยิ้มแย้มต้อนรับแม่สื่อไปตามมารยาท นางรู้ดีว่าอย่างไรเสียคงมิอาจตัดไมตรีที่องค์หญิงหงลี่มอบให้ได้เป็นอันขาด 

หลังจากที่แม่สื่อกลับไปแล้ว ฮูหยินหลิวอิ๋งก็ให้สาวใช้ไปเรียกจ้าวไป๋ลู่มาพบที่เรือนใหญ่ จ้าวไป๋ลู่ที่กำลังนอนแผ่หลาอ่านตำราอาหารอยู่บนเตียง เมื่อได้ยินเช่นนั้นจึงรีบวางตำราในมือลง ก่อนจะรีบไปพบมารดาของตนทันที 

"คารวะท่านแม่เจ้าค่ะ" 

"นั่งลงเถิด" 

เมื่อมาถึงเรือนใหญ่ นางก็ทำความเคารพผู้เป็นมารดา ฮูหยินหลิวอิ๋งพยักหน้า ก่อนจะเอ่ยกับบุตรสาวด้วยท่าทีที่เคร่งขรึม

"จวนโหวส่งใบรายการสินสอดมาแล้ว อีกสองวันจะสั่งให้คนมาตัดเย็บชุดเจ้าสาวให้เจ้า เตรียมตัวให้ดี นับแต่วันนี้ไปข้าจะเป็นคนสั่งสอนเรื่องต่าง ๆ กับเจ้า รวมถึงเรื่องที่ต้องประพฤติตนเป็นภรรยาที่ดีด้วย" 

จ้าวไป๋ลู่ที่ได้ยินเช่นนั้นก็ตื่นตระหนกไม่น้อย นางรีบเอ่ยขึ้นมาทันที 

"ท่านแม่ ข้าเพียงพลัดตกน้ำกับเขาเท่านั้น ยังมิได้กระทำสิ่งใดเกินเลยแม้แต่น้อย เหตุใดจึงต้องรีบร้อนแต่งด้วยเจ้าคะ" 

"เจ้าไม่ต้องมาเอ่ยปากถามข้า เป็นเจ้าเองที่ก่อเรื่อง เจ้าจะต้องรับผิดชอบ" 

"ท่านแม่ จอมมารหลี่มีคนรักอยู่แล้วนะเจ้าคะ จะให้ลูกแย่งคนรักของผู้อื่นมาเป็นสามีของตนหรือเจ้าคะ!!!" 

"เจ้าเรียกซื่อจื่อว่าอย่างไรนะ!!!" 

"จอมมารหลี่เจ้าค่ะ!!!"

"ไป๋ไป๋!!! เห็นทีข้าคงต้องอบรมสั่งสอนเจ้าให้มากกว่านี้ วาจาเช่นนี้อย่าให้ข้าได้ยินจากปากของเจ้าอีก มิเช่นนั้นข้าจะตบปากเจ้าเสีย!!!" 

"ท่านแม่!!!" 

"หุบปาก เดี๋ยวนี้!!!" 

เมื่อถูกมารดาตะคอกใส่ด้วยความโมโห จ้าวไป๋ลู่จึงทำได้เพียงก้มหน้าลงมิเอ่ยวาจาใดออกมาอีก

"กลับไปเตรียมตัวให้พร้อม นับแต่วันนี้ห้ามก้าวออกจากจวนแม้เพียงก้าวเดียว ตั้งใจศึกษากฎระเบียบของสตรีชั้นสูงให้เคร่งครัด อย่าทำให้ข้าขายหน้าอีกเป็นครั้งที่สอง!!!" 

"ท่านแม่ก็ห่วงแต่หน้าตนเอง" 

"ไป๋ไป๋!!! กลับมาเดี๋ยวนี้นะ!!! ผู้ใดสั่งสอนให้เจ้าเดินหนีข้าเช่นนี้!!! เด็กคนนี้นี่!" 

จ้าวไป๋ลู่เบื่อที่จะต้องฟังมารดาก่นด่าอีกแล้ว นางจึงก้าวออกจากเรือนใหญ่โดยไม่สนใจเสียงเรียกของมารดาอีก ก่อนจะสั่งให้พ่อบ้านเตรียมรถม้า และมุ่งหน้าไปที่ร้านอาหารของท่านปู่กับท่านย่าทันที 

ไปหาของอร่อยกินยังดีเสียกว่า!!! 

ร้านอาหารจ้าวเลิศรส

จ้าวไป๋ลู่แหงนหน้ามองป้ายหน้าร้านก่อนจะยกยิ้มตาหยี นี่เป็นร้านอาหารของท่านปู่ท่านย่าของนางเอง อีกทั้งยังเป็นที่พักหลับนอนอีกด้วย ตระกูลอื่น ๆ นั้น อาจจะให้ผู้อาวุโสไปพักอาศัยร่วมกันที่จวนใหญ่ แต่ทว่าท่านปู่กับท่านย่าของนางมิคิดเช่นนั้น อาจเพราะเป็นเพียงตระกูลสามัญชนทั่วไป จึงมิได้มีพิธีรีตองมากเท่าใดนัก อีกทั้งท่านปู่ท่านย่ายังชอบการค้าขาย จึงออกมาอยู่กันเพียงลำพัง และยังคิดจะทำงานไปตลอดชีวิตจนกว่าจะไม่มีแรงทำ เพราะไม่อยากเป็นภาระของลูกหลานในตระกูล 

"ท่านปู่ท่านย่า!!!" 

"ไป๋ไป๋!!!" 

เมื่อได้ยินเสียงหวานใสของหลานสาวเอ่ยทักทาย ชายหญิงชราที่กำลังวุ่นวายกับการเก็บถ้วยชามก็รีบวางมือลง ก่อนจะเดินเข้ามากอดผู้เป็นหลานสาวด้วยความรักใคร่ จ้าวไป๋ลู่กอดตอบผู้อาวุโสทั้งสองอย่างอบอุ่นใจ ตั้งแต่นางข้ามกาลเวลามาอยู่ในร่างนี้ ท่านปู่ท่านย่าดีกับนางเป็นอย่างมาก

"เหตุใดจึงออกมาคนเดียว พ่อแม่ของเจ้าเล่า" 

ท่านปู่เอ่ยถามนางด้วยความห่วงใย ก่อนจะยกชามแป้งทอดต้นหอมซอยใส่เนื้อมาวางตรงหน้านาง จ้าวไป๋ลู่ยิ้มตาหยี ก่อนจะใช้ตะเกียบคีบแป้งทอดต้นหอม ที่ถูกทอดจนเป็นสีเหลืองทองขึ้นมากัดกินด้วยความเอร็ดอร่อย 

โอวว รสชาติ ไม่เลว!!! 

"ไป๋ไป๋ เจ้าตอบย่ามาก่อนเถิด เหตุใดจึงออกมาเพียงลำพังเช่นนี้" 

"ข้าเบื่อน่ะเจ้าค่ะ เลยอยากออกมาหาท่านปู่ท่านย่า" 

จ้าวไป๋ลู่เอ่ยตอบทั้งที่ในปากยังคงเคี้ยวแป้งทอดต้นหอมอยู่ ท่าทางน่ารักน่าชังของนางทำให้ผู้เป็นปู่กับย่าเอ็นดูรักใคร่ไม่น้อย 

"รสชาติเยี่ยมมากเจ้าค่ะ" 

"ฮ่า ๆ ๆ เพราะได้สูตรลับจากเจ้า ร้านของปู่จึงขายดีเช่นนี้" 

"จริงหรือเจ้าคะ วันนี้หลานมีเมนูใหม่มานำเสนอด้วยนะเจ้าคะ" 

"เมนูใดหรือ?" 

"กระดูกหมูตุ๋นมันฝรั่งเจ้าค่ะ" 

"เอ๋?" 

สองชายหญิงชราจ้องมองหลานสาวด้วยความสงสัย จ้าวไป๋ลู่ส่งเสียงหัวเราะคิกคักก่อนจะเอ่ยขึ้นมา 

"ไม่ยากเจ้าค่ะ ข้าเขียนวิธีทำลงในกระดาษใบนี้หมดแล้ว เลือกวัตถุดิบสดใหม่เสียหน่อย ลูกค้าย่อมติดใจแน่นอนเจ้าค่ะ" 

"ไป๋ไป๋ของพวกเราฉลาดที่สุด!!!" 

เมื่อได้ยินคำชมยกยออย่างไม่ขาดปากเช่นนี้ จ้าวไป๋ลู่ก็ส่งเสียงหัวเราะคิกคักออกมาอย่างอารมณ์ดี 

อีกด้านหนึ่งของฝั่งตลาด กำลังมีบุรุษผู้หนึ่งควบม้าห้อตะบึงเข้ามายังใจกลางตลาด ก่อนจะมุ่งหน้ามาที่ร้านอาหารตระกูลจ้าว 

ฮี้!!! 

เสียงฝีเท้าม้าหยุดลงพร้อมกับเศษฝุ่นควันที่ฟุ้งกระจายเต็มพื้นถนน บุรุษผู้นั้นกระโดดลงมาจากหลังม้า เขาสวมชุดเกราะเช่นแม่ทัพผู้องอาจ ก่อนจะก้าวเดินเข้ามาในร้าน ท่ามกลางสายตาที่จ้องมองมาอย่างชื่นชม 

จ้าวไป๋ลู่ละสายตาจากอาหารตรงหน้า แล้วหันไปมองบุรุษที่ก้าวเข้ามาในร้าน ก่อนจะมีสีหน้าที่ดีใจไม่น้อย 

"พี่ชาย!!!" 

"ไม่เจอกันเพียงสองปี ไป๋ไป๋ยังคงตะกละมิเปลี่ยนแปลง!!!" 

บุรุษผู้นั้นเอ่ยวาจาหยอกเย้าจ้าวไป๋ลู่ด้วยรอยยิ้ม เผยให้เห็นลักยิ้มสองข้างแก้มของเขา ใบหน้าหล่อเหลาเย็นชาแฝงด้วยอำนาจและบารมี แต่ยามที่มองสตรีน้อยตรงหน้ากลับเอ็นดูรักใคร่ยิ่งนัก 

บุรุษผู้นี้มีนามว่า เซียวถง ปีนี้อายุยี่สิบปีเต็มแล้ว เขามีตำแหน่งเป็นแม่ทัพรักษาชายแดนทางทิศเหนือ ยามนี้สงครามสงบ เหล่าราษฎรมีหนทางทำกิน ศัตรูยอมศิโรราบ เขาจึงได้กลับมาเมืองหลวงตามรับสั่งของฝ่าบาท 

จวนของเขาอยู่ใกล้กับจวนตระกูลจ้าว ครั้งแรกที่เขาได้พบกับจ้าวไป๋ลู่คือสามปีก่อน ยามนั้นเขากำลังเดินพักผ่อนอยู่ที่ท้ายจวน กลับเห็นสตรีน้อยนางหนึ่งกำลังยื่นมือมาขโมยผลส้มในสวนของเขา 

เป็นจ้าวไป๋ลู่ 

แทนที่นางจะเกรงกลัวกลับแลบลิ้นใส่เขา และยังรีบยัดส้มที่ขโมยไปเข้าปากอย่างหน้าไม่อายอีกต่างหาก นับแต่นั้นเขากับนางก็พบเจอกันบ่อยครั้ง เขาเอ็นดูนางมากและมักนำผลไม้ในจวนไปฝากนางที่จวนตระกูลจ้าวเสมอ

เขาประทับใจนางตั้งแต่ครานั้น จนกลับกลายเป็นรักแรกพบ จะว่าเขาแปลกก็ได้ บางคราเขาอาจจะชอบของแปลกกระมัง 

จ้าวไป๋ลู่ที่ได้ยินเขาเอ่ยวาจาเหน็บแนมนางเช่นนี้ก็เบ้ปากคราหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นมา 

"พี่ชายก็เช่นกันนะเจ้าคะ หายไปนานถึงสองปี เดิมทีคิดว่าจะหล่อเหลาขึ้น ที่ไหนได้กลับขี้เหร่ยิ่งกว่าเดิมเสียอีก" 

"ไป๋ไป๋ เจ้าอย่าทำให้พี่ชายโกรธเชียวนะ" 

"เข้ามาสิ ข้าจะพ่นต้นหอมในปากข้าใส่หน้าท่านเดี๋ยวนี้!!!" 

เซียวถง "..."

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หยกงามใต้เงาจันทร์   บทเสริม หนิงเสวี่ย

    หวังเจียหมิ่นเดินถือกล่องใส่อาหารไว้ในมือ ก่อนจะเดินขึ้นไปบนวัดไป๋หม่า เขาทำเช่นนี้มาร่วมปี เขาเองก็เต็มใจทำโดยไม่เคยปริปากบ่นแม้เพียงน้อยเสียงกวาดพื้นดังมาเป็นระยะ หวังเจียหมิ่นจ้องมองสตรีตรงหน้าที่ยามนี้นางเกล้าผมอย่างเรียบร้อย สวมเพียงเสื้อผ้าธรรมดา กำลังถือไม้กวาดกวาดใบไม้อย่างตั้งใจนางคือหลี่หลานฮวา หรือก็คือ หนิงเสวี่ย นั่นเอง นางเสียสติอยู่ร่วมปี กว่าจะทำใจยอมรับเรื่องราวก่อนหน้านี้ได้ มันไม่ง่ายเลยจริง ๆ ที่นางจะยอมรับว่านางกับหลี่รั่วหานเป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกัน และไม่ง่ายเลยกว่านางจะยอมรับว่าสตรีที่นางเกลียดชังนักหนา แท้จริงแล้วคือมารดาผู้ให้กำเนิดนาง แม้จะเป็นเรื่องที่ทำใจได้ยาก แต่ในท้ายที่สุดนางก็ทำใจยอมรับมันได้ แม้จะต้องใช้เวลาบ้างก็ตาม นางอุทิศตัวให้พระโพธิสัตว์ ชาตินี้จะขอสร้างบุญเพื่อไถ่บาปกรรมที่นางเคยทำเอาไว้ทั้งหมด แม่ทัพใหญ่หลี่ องค์หญิงหงลี่และหลี่รั่วหานยังคงมาเยี่ยมนางอยู่เสมอ พวกเขายังคงพูดกับนางเหมือนเช่นทุกครา ว่ายังรอวันที่นางจะยินดีกลับจวนโหวอีกครั้ง ซึ่งนางเองก็ยังไม่รู้ว่าวันนั้นจะมาถึงเมื่อใดนางรู้สึกผิดต่อทุกคน ด้วยความรู้สึกผิดในใจนางจึงเล

  • หยกงามใต้เงาจันทร์   บทที่ 53 วิวาห์อีกครา (จบบริบูรณ์)

    จ้าวไป๋ลู่ยื่นน้ำตาลก้อนหนึ่งให้หลี่รั่วหานเพื่อให้เขาใช้แก้อาการแสบร้อนในปาก เขารีบยัดน้ำตาลก้อนนั้นเข้าปากทันที ยามนี้ปากของเขาบวมราวกับโดนฝูงผึ้งรุมต่อย สร้างความขบขันให้แก่นางไม่น้อย "หลี่รั่วหาน" "หืม" "ท่านพ่อท่านแม่ข้าบอกข้าว่า พวกเขาชอบท่านมาก" "จริงหรือ?" "จริงสิ แต่จะให้ข้ากลับเข้าจวนไปง่าย ๆ ก็คงจะไม่ดีเท่าใดนัก" "จ้าวไป๋ลู่ เรามาแต่งงานกันอีกรอบเถิด!!!" "ท่านว่าอย่างไรนะ" "ข้าจะแต่งงานกับเจ้าอีกรอบ เรามาแต่งงานกันเถอะ" "หลี่รั่วหาน ท่านแน่ใจแล้วหรือ ว่าจะแต่งกับข้าอีกครั้ง" "แน่ใจสิ""หากข้าไม่ได้อ่อนโยนเหมือนแต่ก่อนเล่า ไม่ใช่คนที่ท่านสามารถเอาเปรียบได้เช่นแต่ก่อนอีกเล่า" "ข้าก็ยังยืนยันที่จะแต่งกับเจ้าเช่นเดิม" "ท่านจะไม่โกหกข้า ไม่ทำร้ายข้าอีกครั้งใช่หรือไม่" "ข้าจะไม่มีวันทำให้เจ้ากับลูกเสียใจอีกเป็นอันขาด" "หากท่านผิดสัญญา ข้าจะไม่กลับไปหาท่านอีก" "ห้าปีที่ข้ารอเจ้า มันเป็นบทเรียนชั้นดีที่สอนข้าอย่างสาหัสแล้วจ้าวไป๋ลู่" "ตกลง เช่นนั้นข้าจะแต่งงานกับท่านอีกครา" "จริงหรือ เจ้าพูดจริงหรือ!!!" "หน้าข้าเหมือนคนโกหกหรือ?" "ก็ข้าคิดว่าเจ้า..." "หุบปาก!!!"

  • หยกงามใต้เงาจันทร์   บทที่ 52 เอาใจครอบครัวภรรยา

    จวนตระกูลจ้าวหลี่รั่วหานมาตามที่ตกลงกับจ้าวไป๋ลู่เอาไว้ ยามนี้เขากำลังนั่งตัวเกร็งอยู่ที่ห้องโถงด้านในจวนตระกูลจ้าว อดทนกับสายตากดดันของจ้าวเยียน ฮูหยินหลิวอิ๋ง และจ้าวเฉียน ที่มองเขาด้วยแววตาที่เย็นเยียบแต่เพื่อนางกับลูกเขายอม จ้าวเยียนปรายตามองหลี่รั่วหานคราหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นมา "ซื่อจื่อ ท่านแน่ใจแล้วหรือ ที่จะลดตัวลงมาหาพวกเรา" "แน่ใจขอรับ ข้าเต็มใจทำทุกสิ่งเพื่อจ้าวไป๋ลู่กับลูก" "ก็ดี ท่านทำอาหารเป็นหรือไม่ แม่ครัวเก่าเพิ่งจะลาออกไป ฮูหยินข้ากำลังอยากได้ลูกมือทำครัวอยู่พอดี" "ได้เลยขอรับ" ฮูหยินหลิวอิ๋งปรายตามองหลี่รั่วหานคราหนึ่ง ก่อนจะครุ่นคิดถึงจดหมายที่องค์หญิงหงลี่ส่งมาให้นาง ในจดหมายเขียนเอาไว้ว่า จัดการให้หนัก! ยามนี้นางกับองค์หญิงหงลี่ปรับความเข้าใจกันด้วยดีแล้วหลี่รั่วหานเดินตามฮูหยินหลิวอิ๋งเข้ามาในโรงครัว ก่อนจะจ้องมองนางที่กำลังหยิบมีดคมขึ้นมาถือเอาไว้ ในใจของเขาก็รู้สึกเย็นวาบแปลก ๆ "มีดนี่คมมาก ข้าใช้มันหั่นเนื้อเป็นประจำ เป็นมีดประจำตัวของข้า เดิมทีข้าอยากส่งต่อมันให้กับจ้าวไป๋ลู่ ซื่อจื่อท่านรู้หรือไม่ว่า เหตุใดข้าจึงอยากส่งต่อมีดนี้ให้บุตรสาวของข้า"

  • หยกงามใต้เงาจันทร์   บทที่ 51 ตามง้ออีกครา

    ยามนี้เหตุการณ์ทุกอย่างอยู่ในความสงบแล้ว ทุกคนกลับไปใช้ชีวิตปกติเหมือนเช่นเคย และมีเรื่องที่น่ายินดีอีกเรื่องหนึ่งนั่นก็คือ เซียวถงกำลังจะเข้าพิธีแต่งงานกับสวีลั่วลั่ว ทั้งสองพบรักกันเมื่อหนึ่งปีก่อนจ้าวไป๋ลู่ยินดีกับทั้งสองเป็นอย่างมาก และนางดีใจที่เซียวถงจะมีสตรีที่ดีพร้อมมาคอยดูแลเสียที ส่วนนางเองก็ยังไม่ได้ใจอ่อนกับหลี่รั่วหาน แม้ว่าเขาจะพยายามตามง้อนางก็ตาม ยามนี้จ้าวหยางอายุได้สี่ขวบปีแล้ว เป็นวัยที่กำลังช่างพูดช่างคุย บางคราเขาตื่นมาชวนนางคุยกลางดึกก็เคยทำมาแล้ว วันนี้เป็นวันมงคลของเซียวถงและสวีลั่วลั่ว จ้าวไป๋ลู่พาจ้าวหยางไปร่วมงานในครานี้ด้วย งานเลี้ยงจัดอย่างยิ่งใหญ่ ผู้คนต่างมาร่วมยินดีกับบ่าวสาวกันมากมายจ้าวไป๋ลู่มองดูเซียวถงกับสวีลั่วลั่วที่หยอกล้อกันตามประสาคู่แต่งงานก็เผลอยิ้มออกมาเล็กน้อย งานแต่งของนางไม่เคยมีความทรงจำเหล่านี้อยู่เลยแม้แต่น้อย "ไป๋ไป๋" จ้าวไป๋ลู่ชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะหันไปพบหลี่รั่วหานที่เดินมาพร้อมกับหลัวเทียนเฉิน นางเพียงมองเขาแต่ไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมา "แม่นางไป๋ไป๋ ดีใจที่ได้พบเจ้าอีกครา" "ใต้เท้าหลัว" "อย่าเรียกบ่อย ข้ากลัวจะตกหลุมรักเจ้

  • หยกงามใต้เงาจันทร์   บทที่ 50 เสียสติ

    เว่ยจิ่นซางหยิบยาพิษออกมาจากในอกเสื้ออีกขวดหนึ่ง ก่อนจะเดินตรงเข้าไปหาองค์หญิงหงลี่ช้า ๆ "ตายซะเถอะ ในที่สุดข้าก็ล้างแค้นได้สำเร็จสักที" ฉึก! ยังไม่ทันที่เว่ยจิ่นซางจะสังหารองค์หญิงหงลี่ได้สำเร็จ มีดเล่มหนึ่งก็แทงเข้ามาที่แผ่นหลังของนางทะลุมาที่หน้าท้อง เมื่อนางหันกลับไปช้า ๆ จึงได้พบว่าเป็นฝีมือของหนิงเสวี่ย "นะ!!! นังชั่ว นังเนรคุณ!!!" "ฮือออออ" หนิงเสวี่ยแทงมีดจนสุดด้าม ก่อนจะทิ้งกายลงนั่งบนพื้นแล้วปิดหน้าร้องไห้โฮออกมาอย่างเจ็บปวดเว่ยจิ่นซางตกตายด้วยมีดเล่มนั้นของหนิงเสวี่ย"ท่านแม่!!!"ด้านนอกมีเสียงการต่อสู้ดังขึ้น ก่อนจะมีคนเปิดประตูพุ่งเข้ามา เป็นหลี่รั่วหานนั่นเอง เขามองสภาพศพของเว่ยจิ่นซางที่นอนตายอยู่บนพื้นดวงตาเบิกกว้าง ข้าง ๆ กันมีหนิงเสวี่ยที่นั่งร้องไห้อยู่ เขาไม่มีเวลาสนใจหนิงเสวี่ยมากนัก เขารีบวิ่งเข้าไปแก้มัดให้องค์หญิงหงลี่ ก่อนจะเดินเข้าไปหาจ้าวไป๋ลู่และลูกที่นอนหลับไม่ได้สติอยู่ข้าง ๆ กัน"ไป๋ไป๋!!!" "นางสลบไม่ได้สติมาหลายชั่วยามแล้ว" เสียงของหลี่รั่วหานปลุกหนิงเสวี่ยให้ตื่นจากความสับสนและหวาดกลัวในจิตใจ นางค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นไปมองเขาช้า ๆ เมื่อเขาหันมาส

  • หยกงามใต้เงาจันทร์   บทที่ 49 ความจริงที่แสนเจ็บปวด

    นางกรอกยาพิษทั้งที่มือก็สั่นไม่น้อย ยิ่งได้เห็นแววตาที่แข็งกระด้างขององค์หญิงหงลี่ที่มองมา มือนางก็สั่นมากยิ่งขึ้น จนทำยาพิษหกลงพื้นไปเสียดื้อ ๆ องค์หญิงหงลี่กินยาพิษนั้นไปไม่ถึงครึ่งขวดด้วยซ้ำ แต่นางก็กระอักโลหิตสีดำออกมาไม่น้อย เว่ยจิ่นซางที่ได้เห็นเช่นนั้นก็ส่งเสียงหัวเราะสะใจออกมาอย่างบ้าคลั่ง แปะ แปะ แปะ หนิงเสวี่ยกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ก่อนจะหันไปมองเว่ยจิ่นซาง "ท่านแม่" เว่ยจิ่นซางหันมามองหนิงเสวี่ยด้วยสายตาที่เย็นชา "ผู้ใดเป็นแม่เจ้ากัน?" "เอ๋? ท่านแม่ เหตุใดท่านจึงเอ่ยวาจาเช่นนี้เจ้าคะ ข้าไม่เข้าใจ" เว่ยจิ่นซางปรายตามองหนิงเสวี่ยอย่างดูแคลน แววตาที่เคยมองนางประดุจลูกในไส้ แววตาที่อ่อนโยนเลือนหายไปจนหมดสิ้น ยามนี้มีเพียงความเกลียดชังเข้ามาแทนที่ นางทุ่มเทแรงกายแรงใจ รอเวลานี้มานานเหลือเกิน นางรอจนกระทั่งถึงวันนี้!!! "ฮ่า ๆ ๆ ๆ การได้มองเห็นบุตรสาวกำลังฆ่ามารดาของตนเองกับมือ ช่างเป็นภาพที่งดงามเสียจริง ๆ" เว่ยจิ่นซางเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่มีความสุข หนิงเสวี่ยที่ได้ยินเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วมุ่น ด้านองค์หญิงหงลี่ที่ได้ยินเว่ยจิ่นซางเอ่ยคำพูดเช่นนี้ออกมา ใจของนางก็เต้นแรงอย่างบ

  • หยกงามใต้เงาจันทร์   บทที่ 7 พุ่งชนเสา

    เมื่อกินอิ่มแล้ว จ้าวไป๋ลู่จึงช่วยท่านปู่ท่านย่าเก็บกวาดล้างจานชามจนสะอาด เซียวถงเองก็เข้าไปช่วยนางเช่นกัน ชายหญิงชราที่เห็นเช่นนั้นก็เพียงสบตากันและยิ้มเพียงเล็กน้อย ในสายตาของพวกเขา เซียวถงเป็นบุรุษที่ดีคนหนึ่ง หากได้มาเป็นหลานเขย ชีวิตของจ้าวไป๋ลู่ ย่อมมีความสุขไม่น้อย "พี่ชาย ท่านกลับมาเมื่อใด

  • หยกงามใต้เงาจันทร์   บทที่ 5 ความบันเทิงในวังหลวง

    ด้านจ้าวไป๋ลู่นั้นก็กำลังให้หมิงอวี้สาวใช้ทายาที่ท่านหมอจัดให้ ก่อนจะเบ้หน้าด้วยความเจ็บปวด ขาของข้า!!! ฮือออ จ้าวเฉียนที่เห็นเช่นนั้นก็ยิ้มให้น้องสาวของตนด้วยความอ่อนโยน ก่อนจะยื่นซาลาเปาไส้เนื้อไปตรงหน้านาง เมื่อเห็นของกินมาวางตรงหน้า จ้าวไป๋ลู่ก็ยิ้มตาหยี ก่อนจะรับซาลาเปาไส้เนื้อลูกนั้นมากัดก

  • หยกงามใต้เงาจันทร์   บทที่ 4 ลงโทษ

    เมื่อหลี่รั่วหานจากไปแล้ว ฮูหยินหลิวอิ๋งจึงหันมาเอ่ยกับองค์หญิงหงลี่ทันที "องค์หญิงอย่าได้ทรงเป็นกังวล เดิมทีนี่ก็เป็นความผิดของไป๋ไป๋เช่นกัน อย่างไรข้าคงมิอาจฝืนใจซื่อจื่อให้เขาต้องลำบากมาแต่งงานกับไป๋ไป๋เป็นแน่ หากนางมิสามารถแต่งออกจากจวนได้อีก ตระกูลจ้าวย่อมต้องส่งนางออกบวชเพื่อลบล้างความผิดในค

  • หยกงามใต้เงาจันทร์   บทที่ 3 ชิงช้าลอยฟ้า

    ยามนี้จ้าวไป๋ลู่กำลังเดินชมดอกเหมยที่ออกดอกบานสะพรั่งอย่างเบื่อหน่าย เพราะท่านแม่กับองค์หญิงหงลี่มีเรื่องต้องสนทนาหารือกัน จึงให้นางออกมาเดินเล่น ด้วยกังวลว่านางจะเบื่อหน่ายเสียก่อน จ้าวไป๋ลู่ทิ้งกายลงนั่งที่ชิงช้า ซึ่งถูกผูกเอาไว้กับต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ก่อนจะยื่นมือไปล้วงขนมกุ้ยฮวาในแขนเสื้อออกมาก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status