หยกงามใต้เงาจันทร์

หยกงามใต้เงาจันทร์

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-05-02
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
10
1 Peringkat. 1 Ulasan
54Bab
3.3KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

สตรีเปรียบเสมือนหยก หากอยู่ในมือบุรุษที่รักใคร่นางจากใจจริง ย่อมงดงามมีคุณค่าอย่างประเมินราคาไม่ได้ แต่หากต้องตกไปอยู่ในมือบุรุษที่ไร้ใจ คุณค่าย่อมลดต่ำลงไม่ต่างกับเครื่องประดับราคาถูกที่รอวันถูกโยนทิ้งอย่างไม่ไยดี

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1 เปิดตัวตระกูลจ้าว

สตรีเปรียบเสมือนหยก หากอยู่ในมือบุรุษที่รักใคร่นางจากใจจริง ย่อมงดงามมีคุณค่าอย่างประเมินราคาไม่ได้ แต่หากต้องตกไปอยู่ในมือบุรุษที่ไร้ใจ คุณค่าย่อมลดต่ำลงไม่ต่างกับเครื่องประดับราคาถูกที่รอวันถูกโยนทิ้งอย่างไม่ไยดี

"หึ!!! บุรุษสูงส่งนักหรือไรกัน!!!" 

'จ้าวไป๋ลู่' ยื่นมือสวยปิดหน้าหนังสือลงอย่างไม่ใคร่จะอารมณ์ดีเท่าใดนัก ก่อนจะเงยหน้าไปมองที่ด้านนอกหน้าต่าง ยามนี้หิมะกำลังตกโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย นางยกถ้วยชาที่เย็นชืดขึ้นมาดื่มอึกหนึ่ง ก่อนจะนำหนังสือเล่มนั้นกลับไปวางบนชั้นดังเดิม 

"คุณหนูเจ้าคะ ฮูหยินเรียกให้ท่านไปพบเจ้าค่ะ" 

"ข้ารู้แล้ว จะรีบไปเดี๋ยวนี้" 

จ้าวไป๋ลู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่รีบไม่ร้อน ก่อนจะเดินตรงไปที่เรือนใหญ่ทันที ไม่นานนักนางก็ได้ยินเสียงหัวเราะขบขันด้วยความสนุกสนานดังมาจากด้านในเรือนใหญ่ 

"ท่านพ่อ พี่ใหญ่" 

"ไป๋ไป๋มาแล้ว" 

จ้าวไป๋ลู่หันไปมอง จ้าวเยียน ผู้เป็นบิดาก่อนจะส่งยิ้มให้เขาคราหนึ่ง แล้วจึงทิ้งตัวลงนั่งที่ข้างกายจ้าวเฉียนผู้เป็นพี่ชาย นางยื่นมือไปหยิบขนมเปี๊ยะกุหลาบที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาเคี้ยวจนแก้มตุ้ย  

ปีนี้นางอายุสิบห้าปีแล้ว เพิ่งเข้าพิธีปักปิ่นเมื่อไม่นานมานี้ เดิมทีนางมิได้เป็นเจ้าของร่างนี้มาแต่แรก นางเป็นสตรีที่มาจากโลกอนาคต เป็นนักเรียนสาขาวิชาการทำอาหาร ที่กำลังจะมีอนาคตได้เป็นเชฟชื่อดัง แต่ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลก นางสำลักไก่ตุ๋น ทำให้กระดูกไก่ทิ่มลำคอ และเสียชีวิตในทันที 

อนาถสิ้นดี มีผู้ใดเขาตายเช่นนี้กันบ้างนะ!!! 

ด้วยเหตุนี้นางจึงย้อนเวลามาเกิดใหม่ในร่างของจ้าวไป๋ลู่ สตรีที่มีชื่อเดียวกับนาง แต่ทว่าใบหน้ากลับงดงามกว่านางมากนัก แม้จะเสียใจที่ตนเองต้องตายจากโลกเดิมมาอยู่สถานที่โบราณเช่นนี้ แต่สิ่งที่ชโลมใจของนางได้ก็คือ ใบหน้าของเจ้าของร่างนี้ 

ข้าสวย!!! วะฮ่าฮ่า

ครอบครัวตระกูลจ้าวเป็นเศรษฐีใหม่ที่เพิ่งย้ายเข้ามาในเมืองหลวงได้ไม่นาน จ้าวเยียนบิดาของนางเป็นหัวหน้าองครักษ์ แม้ตำแหน่งจะไม่สูงมากนักแต่ก็มีความสุขดี ยามนี้เมืองหลวงต้าฉินไร้ซึ่งสงคราม ราษฎรอยู่อย่างผาสุก ท่านพ่อของนางจึงมีเวลาอยู่ที่จวนมากกว่าแต่ก่อน 

ท่านแม่ของนางมีนามว่า หลิวอิ๋ง เป็นเพียงบุตรสาวจากตระกูลชาวสวน ท่านตาท่านยายมีอาชีพทำไร่ทำนา ท่านปู่ท่านย่าของนางนั้นมีกิจการร้านอาหารขนาดเล็กอยู่ในเมืองหลวง แต่เพราะท่านพ่อได้เข้ารับราชการเป็นหัวหน้าองครักษ์ ตระกูลจ้าวจึงเชิดหน้าชูตาได้ไม่น้อย 

จ้าวเฉียนพี่ชายของนาง ก็เป็นทหารรับใช้ในวังหลวง ครอบครัวของนางมีความสุขเป็นอย่างยิ่ง นางเองก็พึงพอใจที่มีครอบครัวอบอุ่นแบบนี้เช่นกัน 

เพราะแต่เดิมตอนที่มีชีวิตอยู่ในโลกอนาคต นางเองก็เป็นเพียงเด็กกำพร้าไร้ที่พึ่งเพียงเท่านั้น 

การได้มาพบเจอครอบครัวที่แสนสุขเช่นนี้ ก็นับว่าไม่เลว

"ท่านพ่อ ท่านแม่เล่าเจ้าคะ" 

"ทำอาหารอยู่ในครัวโน่น ป่านนี้คงใกล้เสร็จแล้วกระมัง" 

"อ้อ" 

"นี่ไป๋ไป๋ พ่อได้ยินว่าเมื่อสองสามวันก่อนเจ้าคิดค้นสูตรน้ำแกงเลิศรสได้มิใช่หรือ" 

เมื่อได้ยินบิดาเอ่ยเช่นนั้น จ้าวไป๋ลู่จึงละสายตาจากขนมตรงหน้า ก่อนจะเงยหน้าไปมองพวกเขา คนทั้งสามสบตากันก่อนจะส่งเสียงหัวเราะออกมา 

"วะฮ่า ๆ ๆ ๆ" 

"ฮ่า ๆ ๆ ๆ ฮิ้ว" 

"ฮ่า ๆ ๆ ๆ ฮรี่ ๆ"

เพราะความสนิทสนมและไม่ถือกฎระเบียบกันมากนัก พวกเขาสามคนพ่อลูกจึงสนทนากันราวกับสหายสนิทมาโดยตลอด

เหล่าคนรับใช้ต่างมองหน้ากันไปมาด้วยความเลิ่กลั่ก 

ตายแล้ว!!! ไม่ปกติทั้งจวน 

จ้าวไป๋ลู่หยุดหัวเราะ ก่อนจะเอ่ยด้วยท่าทีเป็นการเป็นงาน 

"ใช่แล้วท่านพ่อ น้ำแกงสูตรนี้จะช่วยทำให้ท่านและพี่ใหญ่ แข็ง!!! อุ๊ย ร่างกายแข็งแรงเจ้าค่ะ วะฮ่า ๆ ๆ ๆ" 

"พ่ออยากจะลองกินเสียเดี๋ยวนี้ ฮิ ๆ ๆ ๆ"

จ้าวเยียนและจ้าวเฉียนหันมาสบตากันก่อนจะปิดปากหัวเราะคิกคัก หลิวอิ๋งผู้เป็นมารดาที่กำลังเดินเข้ามาพอดี เมื่อเห็นท่าทีของคนทั้งสามก็ขมวดคิ้วมุ่น

"ทั้งสามคนน่ะ!!! กำลังพูดคุยเรื่องไม่เป็นเรื่องกันอยู่ใช่หรือไม่!!!" 

สามคนพ่อลูกต่างเงียบปากมิเอ่ยสิ่งใดขึ้นมาอีก ฮูหยินหลิวอิ๋งเดินเข้ามานั่งบนเก้าอี้พร้อมกับสั่งให้บ่าวไพร่จัดสำรับวางบนโต๊ะ ก่อนจะหันมาเอ่ยกับจ้าวไป๋ลู่ 

"ยามนี้เจ้าก็เติบโตเป็นสตรีเต็มวัยแล้ว เมื่อสามวันก่อน องค์หญิงหงลี่ สหายสนิทของแม่ ส่งจดหมายมาที่จวนของพวกเรา พระองค์ตรัสว่าอยากจะเชิญเจ้ากับแม่ไปชมดอกเหมยที่จวนโหว เจ้าเตรียมตัวให้ดีเล่า" 

"เจ้าค่ะท่านแม่" 

"จำไว้ อย่าส่งเสียงหัวเราะส่งเดช" 

"ท่านแม่ ก็ข้าอารมณ์ดีนี่เจ้าคะ!!!" 

"เจ้านี่มัน!!! ไป ๆ รีบไปช่วยแม่ยกขนมหวานในโรงครัวออกมาทีเถิด ใกล้จะเลยเวลาอาหารเย็นแล้ว" 

"เจ้าค่ะ" 

ในขณะที่นางและจ้าวไป๋ลู่กำลังจะลุกขึ้น จ้าวเยียนและจ้าวเฉียนก็ตั้งท่าจะลุกเช่นเดียวกัน 

"พวกท่านสองพ่อลูกจะไปที่ใดกันอีก!!!" 

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya

Ulasan-ulasan

Anděl K
Anděl K
โอ้ย เปิดมาอ่านตอนแรก ก็ขำแล้ว สมเป็นผู้แค่งนาม..องค์หญิงโนเนม จริงๆ เดี๋ยวไปอ่านต่อก่อนนะ
2025-07-26 22:15:02
0
0
54 Bab
บทที่ 1 เปิดตัวตระกูลจ้าว
สตรีเปรียบเสมือนหยก หากอยู่ในมือบุรุษที่รักใคร่นางจากใจจริง ย่อมงดงามมีคุณค่าอย่างประเมินราคาไม่ได้ แต่หากต้องตกไปอยู่ในมือบุรุษที่ไร้ใจ คุณค่าย่อมลดต่ำลงไม่ต่างกับเครื่องประดับราคาถูกที่รอวันถูกโยนทิ้งอย่างไม่ไยดี "หึ!!! บุรุษสูงส่งนักหรือไรกัน!!!" 'จ้าวไป๋ลู่' ยื่นมือสวยปิดหน้าหนังสือลงอย่างไม่ใคร่จะอารมณ์ดีเท่าใดนัก ก่อนจะเงยหน้าไปมองที่ด้านนอกหน้าต่าง ยามนี้หิมะกำลังตกโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย นางยกถ้วยชาที่เย็นชืดขึ้นมาดื่มอึกหนึ่ง ก่อนจะนำหนังสือเล่มนั้นกลับไปวางบนชั้นดังเดิม "คุณหนูเจ้าคะ ฮูหยินเรียกให้ท่านไปพบเจ้าค่ะ" "ข้ารู้แล้ว จะรีบไปเดี๋ยวนี้" จ้าวไป๋ลู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่รีบไม่ร้อน ก่อนจะเดินตรงไปที่เรือนใหญ่ทันที ไม่นานนักนางก็ได้ยินเสียงหัวเราะขบขันด้วยความสนุกสนานดังมาจากด้านในเรือนใหญ่ "ท่านพ่อ พี่ใหญ่" "ไป๋ไป๋มาแล้ว" จ้าวไป๋ลู่หันไปมอง จ้าวเยียน ผู้เป็นบิดาก่อนจะส่งยิ้มให้เขาคราหนึ่ง แล้วจึงทิ้งตัวลงนั่งที่ข้างกายจ้าวเฉียนผู้เป็นพี่ชาย นางยื่นมือไปหยิบขนมเปี๊ยะกุหลาบที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาเคี้ยวจนแก้มตุ้ย ปีนี้นางอายุสิบห้าปีแล้ว เพิ่งเข้าพิธีปักปิ่นเมื่อไม่น
Baca selengkapnya
บทที่ 2 เยี่ยมเยือนจวนโหว
ฮูหยินหลิวอิ๋งเอ่ยถามเสียงเข้ม สองพ่อลูกมองหน้ากันเลิ่กลั่ก หลิวอิ๋งผู้เป็นภรรยาที่ได้เห็นเช่นนั้นจึงเอ่ยอย่างมีโทสะ "ข้ารู้นะว่าพวกท่านจะพากันไปที่ใด!!! บัดซบนัก ต้นผักกาดของข้าเฉาตายหมดเพราะพวกท่าน!!!" "ฮูหยิน ให้อภัยข้าเถิด ครานั้นข้ารีบชัก มันจึงพุ่งไปโดนผักกาดของเจ้า!!!" "หึ!!! คิดว่าข้าไม่เห็นหรือ!!! พวกท่านสองพ่อลูกแข่งกันชัก ข้าเห็นกับตา!!!""ข้าไม่ได้ตั้งใจนี่นา!!! มันแข็งขึ้นมากะทันหันจะให้ข้าทำเช่นไรเล่า!!!" "ท่านพ่อท่านแม่พอเถิด!!! อายบ่าวไพร่บ้างเจ้าค่ะ!!!" จ้าวไป๋ลู่รีบเอ่ยยับยั้งบิดาและมารดาของตนทันที ก่อนจะหันไปมองจ้าวเฉียนที่มีท่าทีกระอักกระอ่วนเช่นเดียวกัน "ช่างหัวมันสิ!!! คนที่ต้องอายคือพ่อเจ้า ผักกาดของข้ากำลังงอกงาม กลับตายเพราะน้ำบัดซบของเขา!!!" "ก็บอกว่าไม่ได้ตั้งใจชักมันจำเป็น!!!""กล้าเถียงข้าหรือ!!!" "ฮูหยิน!!!" โครม!!! จ้าวเยียนและจ้าวเฉียนสะดุ้งโหยง ด้านจ้าวไป๋ลู่นั้นนางทำได้เพียงยกมือขึ้นเกาหน้าผาก ก่อนจะมองภาพอาหารบนโต๊ะที่ถูกท่านแม่พังโครมหกเลอะเทอะอย่างอับจนหนทางบัดซบเถิดไม่ต้องกินแล้วข้าวเย็น!!!"ท่านตั้งใจชัก!!!" "ข้าไม่ได้ตั้งใจมันแข็งเอง
Baca selengkapnya
บทที่ 3 ชิงช้าลอยฟ้า
ยามนี้จ้าวไป๋ลู่กำลังเดินชมดอกเหมยที่ออกดอกบานสะพรั่งอย่างเบื่อหน่าย เพราะท่านแม่กับองค์หญิงหงลี่มีเรื่องต้องสนทนาหารือกัน จึงให้นางออกมาเดินเล่น ด้วยกังวลว่านางจะเบื่อหน่ายเสียก่อน จ้าวไป๋ลู่ทิ้งกายลงนั่งที่ชิงช้า ซึ่งถูกผูกเอาไว้กับต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ก่อนจะยื่นมือไปล้วงขนมกุ้ยฮวาในแขนเสื้อออกมากัดกินอย่างอารมณ์ดี ขนมนี้นางแอบหยิบมาจากในเรือนใหญ่ รสชาติไม่เลวเลยทีเดียว "หมิงอวี้ เจ้ามาไกวชิงช้าให้ข้าที" "คุณหนูเจ้าคะ แต่นายหญิงสั่งเอาไว้ว่า..." "ช่างท่านแม่เถอะน่า!!! ยามนี้ท่านแม่ไม่เห็น มา เร็ว ๆ" หมิงอวี้ไม่อาจทัดทานคำสั่งของจ้าวไป๋ลู่ได้ จึงจำใจต้องเดินมาไกวชิงช้าให้นางอย่างมิอาจหลีกเลี่ยง"ฮ่า ๆ ๆ ๆ สนุกยิ่งนัก" ชิงช้าแกว่งไกวตามแรงมือของหมิงอวี้ที่ผลักออกไป จ้าวไป๋ลู่หลับตาลง ยามนี้นางรู้สึกราวกับว่าตนเองกำลังจะล่องลอยสู่แดนสวรรค์ "ฮึมมมม" นางฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดีในขณะที่ปากก็เคี้ยวขนมกุ้ยฮวาไปด้วย ราวกับเด็กน้อยที่ทั้งห่วงเล่นสนุกและห่วงกินในเวลาเดียวกัน แกรก "ว้ายยย คุณหนู!!!"เสียงร้องตะโกนของหมิงอวี้ทำให้จ้าวไป๋ลู่ลืมตาขึ้นมา ก่อนจะอุทานในใจ ตายแล้ว!!! นางบินได้ ไ
Baca selengkapnya
บทที่ 4 ลงโทษ
เมื่อหลี่รั่วหานจากไปแล้ว ฮูหยินหลิวอิ๋งจึงหันมาเอ่ยกับองค์หญิงหงลี่ทันที "องค์หญิงอย่าได้ทรงเป็นกังวล เดิมทีนี่ก็เป็นความผิดของไป๋ไป๋เช่นกัน อย่างไรข้าคงมิอาจฝืนใจซื่อจื่อให้เขาต้องลำบากมาแต่งงานกับไป๋ไป๋เป็นแน่ หากนางมิสามารถแต่งออกจากจวนได้อีก ตระกูลจ้าวย่อมต้องส่งนางออกบวชเพื่อลบล้างความผิดในครานี้" จ้าวไป๋ลู่ที่ได้ยินเช่นนั้นก็ตื่นตระหนกเป็นอย่างยิ่ง นางมุ่ยหน้าลงราวกับเด็กน้อย ในใจครุ่นคิดไปต่าง ๆ นานาไปอยู่อารามหรือ ออกบวชหรือ!!! ข้าไม่อยากถือศีลกินเจนะ ข้าชอบกินเนื้อที่สุดเลย ฮือออ!!!แต่จะว่าไปอาหารเจก็รสชาติดีมิใช่หรือ?แถมไม่ต้องเสียเงินสักอีแปะด้วย!องค์หญิงหงลี่ที่ได้ยินเช่นนั้นก็รีบเอ่ยห้ามปรามสหายสนิทของตนทันที "ไม่ได้เด็ดขาด!!! นางอายุเพียงเท่านี้จะให้ออกบวชได้อย่างไร ข้าน่ะเอ็นดูนางยิ่งนัก นางน่ารักและไร้เดียงสาถึงเพียงนี้ข้าคงทำใจให้เจ้าพานางออกบวชมิได้ อิ๋งเอ๋อร์ หากเจ้าจะส่งนางออกบวช มิสู้ให้นางแต่งเข้ามาเป็นลูกสะใภ้ข้ามิดีกว่าหรือ" ฮูหยินหลิวอิ๋งที่ได้ยินเช่นนั้นก็ถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง เมื่อได้เห็นสายตาที่องค์หญิงหงลี่มองจ้าวไป๋ลู่ด้วยความเอ็นดู นางก็เริ่มใจอ
Baca selengkapnya
บทที่ 5 ความบันเทิงในวังหลวง
ด้านจ้าวไป๋ลู่นั้นก็กำลังให้หมิงอวี้สาวใช้ทายาที่ท่านหมอจัดให้ ก่อนจะเบ้หน้าด้วยความเจ็บปวด ขาของข้า!!! ฮือออ จ้าวเฉียนที่เห็นเช่นนั้นก็ยิ้มให้น้องสาวของตนด้วยความอ่อนโยน ก่อนจะยื่นซาลาเปาไส้เนื้อไปตรงหน้านาง เมื่อเห็นของกินมาวางตรงหน้า จ้าวไป๋ลู่ก็ยิ้มตาหยี ก่อนจะรับซาลาเปาไส้เนื้อลูกนั้นมากัดกินอย่างเอร็ดอร่อย ทั้งที่ยังนอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียง"อย่างไรเจ้าคงต้องแต่งเข้าจวนโหว" จ้าวเฉียนเอ่ยกับจ้าวไป๋ลู่ด้วยน้ำเสียงที่ห่วงใย เมื่อได้ยินผู้เป็นพี่ชายเอ่ยเช่นนั้น จ้าวไป๋ลู่ก็รู้สึกกระอักกระอ่วนใจเป็นอย่างมาก "พี่ใหญ่ มันเป็นอุบัติเหตุ เอ่อ ข้าไม่ได้ตั้งใจ" "ข้ารู้ ข้าเชื่อเจ้า แต่ชื่อเสียงของเจ้าย่ำแย่เช่นนี้ จะให้ทำเช่นไรได้เล่า" "ช่างสิ!!! ข้าจะอยู่ให้ท่านพี่เลี้ยงดูไปจนแก่ ดีกว่าต้องแต่งกับจอมมารผู้นั้น" จ้าวเฉียนรู้สึกขบขันน้องสาวของตนยิ่งนัก เขายื่นมือไปลูบศีรษะน้องสาวด้วยความรักใคร่ "ไม่ว่าเจ้าจะอยู่ที่ใด ก็ยังเป็นน้องสาวของพี่เสมอ"จ้าวไป๋ลู่พยักหน้าเล็กน้อย ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างปลงไม่ตก เห็น ๆ อยู่ว่าจอมมารหลี่ผู้นั้นมีคู่รักอยู่แล้ว เหตุใดท่านแม่และองค์หญิงหงลี่จึง
Baca selengkapnya
บทที่ 6 พี่ชายข้างจวน
สามวันต่อมา องค์หญิงหงลี่ก็ส่งแม่สื่อมาที่จวนตระกูลจ้าวตามที่ได้รับปากเอาไว้จริง ๆ อีกทั้งยังมีรายการสินสอดมาอีกหนึ่งฉบับ ฮูหยินหลิวอิ๋งมองดูรายการสินสอดที่เขียนเอาไว้บนแผ่นกระดาษ ก็รู้สึกตกใจไม่น้อย เหตุใดจึงมากมายถึงเพียงนี้! เพราะนางเติบโตมาในตระกูลชนบท อีกทั้งตระกูลสามีก็เป็นเพียงพ่อค้าร้านอาหารเล็ก ๆ ในเมืองหลวงเพียงเท่านั้น นางเองมิได้มีใจโลภละโมบในสมบัติของผู้อื่น แม้จะไม่สบายใจเท่าใดนัก แต่ก็ทำได้เพียงยิ้มแย้มต้อนรับแม่สื่อไปตามมารยาท นางรู้ดีว่าอย่างไรเสียคงมิอาจตัดไมตรีที่องค์หญิงหงลี่มอบให้ได้เป็นอันขาด หลังจากที่แม่สื่อกลับไปแล้ว ฮูหยินหลิวอิ๋งก็ให้สาวใช้ไปเรียกจ้าวไป๋ลู่มาพบที่เรือนใหญ่ จ้าวไป๋ลู่ที่กำลังนอนแผ่หลาอ่านตำราอาหารอยู่บนเตียง เมื่อได้ยินเช่นนั้นจึงรีบวางตำราในมือลง ก่อนจะรีบไปพบมารดาของตนทันที "คารวะท่านแม่เจ้าค่ะ" "นั่งลงเถิด" เมื่อมาถึงเรือนใหญ่ นางก็ทำความเคารพผู้เป็นมารดา ฮูหยินหลิวอิ๋งพยักหน้า ก่อนจะเอ่ยกับบุตรสาวด้วยท่าทีที่เคร่งขรึม"จวนโหวส่งใบรายการสินสอดมาแล้ว อีกสองวันจะสั่งให้คนมาตัดเย็บชุดเจ้าสาวให้เจ้า เตรียมตัวให้ดี นับแต่วันนี้ไปข้าจะเป็น
Baca selengkapnya
บทที่ 7 พุ่งชนเสา
เมื่อกินอิ่มแล้ว จ้าวไป๋ลู่จึงช่วยท่านปู่ท่านย่าเก็บกวาดล้างจานชามจนสะอาด เซียวถงเองก็เข้าไปช่วยนางเช่นกัน ชายหญิงชราที่เห็นเช่นนั้นก็เพียงสบตากันและยิ้มเพียงเล็กน้อย ในสายตาของพวกเขา เซียวถงเป็นบุรุษที่ดีคนหนึ่ง หากได้มาเป็นหลานเขย ชีวิตของจ้าวไป๋ลู่ ย่อมมีความสุขไม่น้อย "พี่ชาย ท่านกลับมาเมื่อใดหรือเจ้าคะ" "สองสามวันที่แล้ว แต่ต้องเข้าวังหลวงรายงานความเป็นไปให้ฝ่าบาททรงรับรู้เสียก่อน เมื่อเสร็จงานแล้วข้าจึงตั้งใจจะกลับจวน แต่ทว่ากลับพบเจ้าที่กินมูมมามอยู่หน้าร้านจึงต้องแวะมาหา" "หากท่านว่างมากก็ให้ท่านหมองัดสุนัขออกจากปากบ้างนะเจ้าคะ" "ฮ่า ๆ ๆ ๆ!!!" เซียวถงที่ได้ยินเช่นนั้นก็หัวเราะชอบใจเป็นอย่างยิ่ง เขาลอบมองนางอย่างพิจารณาก่อนจะครุ่นคิดในใจ นางเติบโตเป็นสตรีเต็มตัวแล้ว อีกทั้งยังงดงามมากอีกด้วย "ไป๋ไป๋" "หืม" "ยามนี้ข้ามิต้องไปชายแดนแล้ว เจ้าจะยินดีแต่งงานกับข้าได้หรือไม่" จ้าวไป๋ลู่ที่ได้ยินเช่นนั้นจึงรีบหันขวับไปมองเซียวถงทันที ก่อนจะหัวเราะออกมา "ฮ่า ๆ ๆ ๆ" "เจ้าขบขันสิ่งใดกัน!!!" เมื่อเห็นว่านางหัวเราะโดยไร้เหตุผลเช่นนั้น เซียวถงก็ขมวดคิ้วมุ่น จ้าวไป๋ลู่จึงรีบเอ่ย
Baca selengkapnya
บทที่ 8 แต่งงาน
จวนตระกูลหนิง "โง่งมที่สุด ไหนเจ้าว่าหลี่รั่วหานรักเจ้านักหนา เหตุใดเขาจึงยอมตกปากรับคำแต่งงานกับสตรีนางนั้นง่ายดายเช่นนี้เล่า!!!"หนิงเสวี่ยในยามนี้กำลังนั่งก้มหน้างุดมิเอ่ยวาจาใดออกมา ทำได้เพียงทนฟังผู้เป็นมารดาก่นด่านางโดยไร้หนทางโต้แย้ง มารดาของนางมีนามว่า เว่ยจิ่นซาง เป็นบุตรสาวของตระกูลบัณฑิต ตั้งแต่นางจำความได้ ท่านแม่มักจะพูดกรอกหูนางอยู่เสมอว่านางจะต้องเป็นสตรีที่งดงามเพียบพร้อม กิริยามารยาทต้องเป็นเลิศ และจะต้องแต่งเข้าจวนโหวตระกูลหลี่เป็นฮูหยินใหญ่ให้ได้ เดิมทีนางเองก็มิเข้าใจเท่าใดนัก นางพยายามเอ่ยปากถามผู้เป็นมารดาอยู่หลายครา แต่ก็ไร้ซึ่งคำตอบ มีเพียงคำก่นด่าและถากถางเพียงเท่านั้น ข้าให้เจ้าทำสิ่งใดก็จงทำ มิต้องมาถามข้าให้มากความ เจ้าจงจำเอาไว้ ว่าจะต้องมัดใจหลี่รั่วหานให้ได้ ทำให้เขาหลงใหลเจ้า มอบทุกอย่างให้กับเจ้า ข้าอยากจะเห็นมารดาของเขา อกแตกตาย ฮ่า ๆ ๆ ๆ!!! หนิงเสวี่ยได้ยินท่านแม่พูดประโยคนี้จนนางท่องจำได้ขึ้นใจ นางเองมิรู้ว่าท่านแม่และองค์หญิงหงลี่มีความแค้นใดต่อกันมาก่อน คราแรกนางมิได้ชมชอบหลี่รั่วหานเท่าใดนัก แต่เมื่อได้ใกล้ชิดกับเขา นางก็เผลอหลงรักเขาจนหมดห
Baca selengkapnya
บทที่ 9 ช่วยดูต้นทาง
การแต่งงานผ่านไปอย่างทุลักทุเล ยามที่กำลังยกน้ำชาคำนับฟ้าดิน หลี่รั่วหานก็แกล้งจ้าวไป๋ลู่ โดยการใช้ไหล่ของเขากระแทกไหล่ของนาง จนน้ำชาในถ้วยกระฉอกมาโดนใบหน้าของนางเต็ม ๆ จ้าวไป๋ลู่เองก็มิยอมแพ้ ยามที่ต้องตักขนมมงคลป้อนให้เขากิน นางก็ตักขึ้นมาเต็มช้อนโดยที่ไม่เป่าให้หายร้อนเสียก่อน ก็ยัดเข้าปากเขาในทันที ภาพที่เจ้าบ่าวตาเหลือกช่างสร้างความสุนทรีย์ให้คนในงานไม่น้อย ช่างเป็นงานแต่งที่บันเทิงเสียจริง!!! "เฮ้อ!!! หมิงอวี้ข้าหิวแล้ว" "ฮูหยินน้อยเจ้าคะ บ่าวจะนำหมั่นโถวมาให้ท่านนะเจ้าคะ" ยามนี้นางมานั่งพักในเรือนหอเรียบร้อยแล้ว จ้าวไป๋ลู่ยกมือขึ้นลูบท้องด้วยความหิวโหย ให้ตายเถิด การแต่งงานมันช่างทรมานเสียจริงเชียว ไม่นานหมิงอวี้ก็นำหมั่นโถวมาให้นางสามลูก จ้าวไป๋ลู่กินจนหมดก่อนจะทิ้งกายลงนอนบนเตียง ความอิ่มทำให้นางรู้สึกง่วงงุนไม่น้อย จึงผล็อยหลับไปเสียอย่างนั้น หลังจากส่งแขกเหรื่อเรียบร้อยแล้ว หลี่รั่วหานก็เดินเข้ามาในห้องหอก่อนจะสั่งให้หมิงอวี้ออกไปเสีย เขาเดินเข้าไปหาจ้าวไป๋ลู่ และยกเท้าขึ้นมาเขี่ยขานางอย่างรังเกียจ "อ๊าาาา ซาลาเปาไส้หมูแดง ซดน้ำซุปด้วย เยี่ยม!!!" หลี่รั่วหานรู้สึกห
Baca selengkapnya
บทที่ 10 อย่าดูหมิ่นข้า
เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจแล้ว หลี่รั่วหานจึงเดินออกมาจากด้านหลังต้นสาลี่ แล้วจ้องมองจ้าวไป๋ลู่อย่างเอาเรื่อง "เจ้านี่มารยาเยอะเสียจริง ทำทีมาบอกว่าจะดูต้นทางให้ข้า แต่แท้จริงแล้ว เจ้าคงอยากดูของข้าจนตัวสั่นสินะ!!!" จ้าวไป๋ลู่ที่ได้ยินเช่นนั้นก็จ้องมองเขาด้วยความตกใจ ให้ตายเถิด!!! นางแค่แวะผ่านมาเองนะ "ซื่อจื่อคงเข้าใจผิดแล้วกระมังเจ้าคะ เดิมทีข้าเพียงรู้สึกเบื่อหน่ายจึงอยากจะออกมาเดินเล่นเพื่อผ่อนคลายอารมณ์เพียงเท่านั้น แต่กลับ ได้ยิน เอ่อ... ชักขึ้นชักลง ชักลงชักขึ้น ฮ่า ๆ ๆ ๆ" "หุบปาก เดี๋ยวนี้นะ!!!" "ซื่อจื่อ ข้าอุตส่าห์มีน้ำใจดูต้นทางให้ท่านนะเจ้าคะ" "ใครขอร้องเจ้ากัน!!!" "ไม่มีเจ้าค่ะ" "จำไว้!!! อย่าเสนอหน้ามายุ่งเรื่องของข้าอีก!!!" "เจ้าค่ะ ข้าขอตัวก่อนนะเจ้าคะ อุ๊ย ชักขึ้นชักลง ชักลงชักขึ้น ฮ่า ๆ ๆ ๆ"จ้าวไป๋ลู่หัวเราะจนตัวงอ สร้างความโมโหให้แก่หลี่รั่วหานเป็นอย่างมาก เขากระชากแขนนางเข้าหาตัวอย่างสุดแรง ก่อนจะจ้องนางเขม็ง "ท้าทายข้าหรือ!!!" เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้ล้อเล่น จ้าวไป๋ลู่จึงพยายามดันตนเองออกจากการเกาะกุมของเขา "ข้าเจ็บนะเจ้าคะ!!!" "เจ็บหรือ!!! หึ!!! เมื่อครู่ยัง
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status