Mag-log inไป๋หลันอดีตนักกีฬายิงธนู ตกที่กั้นตาย แต่ได้ย้อนเวลากลับไปยังยุคเก่า เธอที่ชอบอยู่แต่ในห้องก็สมหวังสักที เป็นลูกขุนนาง ไม่ต้องออกไปหางานทำ ไม่ต้องหาข้าวกิน ไม่ต้องดิ้นรนกับสังคม ได้นั่งเย็บชุดโบราณที่ชอบทั้งวัน **** จิ้งจื่อรู้สึกอยากจูบจนแทบรอไม่ไหว เขายื่นปากไปใกล้ริมฝีปากของซู่หราน หลับตา สองมือที่เคยกำแน่นยามนี้กำลังเอื้อมไปกุมเอวคอดของนาง ดันเล็กน้อยให้ตัวนางขยับเข้ามาแนบชิดเขายิ่งขึ้น แต่ไม่กล้าแนบชิดริมฝีปากของหญิงสาว ไม่อยากให้นางรู้ว่าเขาอยากจูบอีกจนแทบคลั่ง ‘เด็กบ้านี่! ร้ายชะมัด อยากจูบแต่ไม่อยากลงมือหรือ’ ซู่หรานตัวสั่น บ่นด่าเขาในใจ เธอไม่ยอมให้เขาได้สมปรารถนาทั้งที่ตัวเองก็อยากจูบมาก “อ้าปาก แลบลิ้นของเจ้าด้วย” เธอสั่งสอน สองมือลูบท้ายทอยของเขา จิ้งจื่อชะงักค้าง ‘ต้องทำเรื่องน่าอายเช่นนี้จริงหรือ’ การแลบลิ้นถือเป็นเรื่องเสียมารยาทและน่าอายที่สุด ยอดฝีมือเช่นเขาต้องทำเรื่องเช่นนี้จริงหรือ จิ้งจื่อค่อยๆ อ้าปากแดงระเรื่อ แลบลิ้นออกเพียงปลายเล็กน้อย เขาอยากจูบ อยากสัมผัสลิ้นนุ่มของหญิงหน้าด้านผู้นี้อีก!! *****
view more"ข้าไม่รู้ว่าอะไรคือรัก อะไรคือหลง ข้าบอกได้เพียงว่า เพราะเป็นเจ้า ข้าจึงหลง ไม่ว่าจะอกโตของเจ้า ริมฝีปากนุ่มนิ่ม เสียงร้อง รอยยิ้ม ความหน้าด้าน ความบ้าคลั่ง หรือกระทั่งหยดน้ำตา ข้าก็ทั้งหลงทั้งรักไม่อาจสูญเสียไปได้จริงๆ" คำบอกรักของเขาชวนใจเต้นแล้วแต่คำขอแต่งงานยิ่งชวนให้รู้สึกดีใจจนอยากร้องไห้มากยิ่งกว่าอีกซู่หรานมือเท้าสั่นเทาจนไม่รู้จะทำตัวอย่างไร"ขะ ข้า..ข้ากลัว" เธอบอกเขาถึงความในใจ เธอก็ไม่รู้ว่ากลัวอะไรแต่เธอรู้สึกกลัวการต้องใช้ชีวิตกับคนอื่นมากจริงๆ"ข้าก็กลัว" เขาตอบเสียงทุ้ม"เจ้า..เจ้ากลัวแล้วยังขอแต่งงานอีกหรือ""อืม""เจ้าโง่ไปแล้วหรือ" ซู่หรานน้ำตาร่วง มือสั่นจนเริ่มควบคุมไม่ได้"ข้ากลัวว่าเจ้าจะทิ้งข้าอยู่ทุกวัน กลัวว่าพรุ่งนี้เจ้าอาจเปลี่ยนใจไปหาผู้อื่น แต่ข้ากลัวจะไม่ได้อยู่กับเจ้ามากกว่า ไม่ว่าอะไรข้าก็จะโยนทิ้งให้หมด""ข้ากลัวจะเสียใจ" ซู่หรานบอกเขาตามตรง"แต่เจ้าไม่กลัวว่าจะเสียข้าให้ผู้อื่นหรือ" เขาถามตรง จี้ความกลัวของเธอ"กลัว กลัวสิ ฮือ" เธอตอบพร้อมเสียงสะอื้น"เช่นนั้นก็แต่งเถิด" เขาเริ่มใช้น้ำเสียงออดอ้อนขอร้อง และเธอรู้สึกว่ามันน่ารักจนไม่อาจทนได้จริงๆ"อ
"ไม่ เจ้าน่ารัก ข้าไม่กลัวแล้ว"สิ้นคำตอบของคนน่ารัก จิ้งจื่อก็ค่อยๆ ดันมังกรยิ่งใหญ่ของเขาเข้าไปเป็นหนึ่งเดียวกับนาง เขารู้สึกดีใจจนแทบคลั่ง ดีใจจนอธิบายไม่ถูก ในใจมีความสุขยิ่ง ร่างกายยิ่งกว่าสุขสมจนน้ำพุพุ่งกระจาย แต่เขาตัวสั่นกอดร่างเล็กอยู่เพียงครู่เดียวก็เริ่มขยับต่อไป ความคับแน่นทรมานก่อนหน้านี้ที่คับแคบจนเขาขยับลำบากก็เริ่มลื่นไหลมากขึ้น"อ้า อะ อ้า อื้อ จิ้ง อึก..อึก อื้อ"จิ้งจื่อเงยหน้ามองดูคนน่ารักของเขาที่ปกติแม้จะสุขสมเพียงใดก็ไม่ค่อยส่งเสียง นางมักจะกัดปากเก็บเสียงเงียบ แต่ยามนี้นางกำลังครางไม่เป็นภาษา ลืมเลือนแม้กระทั่งกัดปาก ได้แต่ร้องรับแรงกระแทกของเขาอย่างลืมตัวเขาดีใจมากที่สามารถเป็นฝ่ายกลั่นแกล้งจนนางทำตัวไม่ถูกได้บ้างแล้ว ยิ่งเวลาที่เขาบดเบียดจนนางเสร็จสม แต่เขาไม่ยอมพักและกระแทกกระทั้นต่อไปทันที นางจะจะจับไหล่เขาจนแน่น บางครั้งถึงขั้นจิกเล็บลงไปบนหลังเขา ร้องครางจนลืมตัวเขาต้องรีบจูบปิดปากเพราะกลัวใครจะได้ยิน แน่นอนว่าเขาชอบเสียงครางของคนน่ารักยิ่งกว่าสิ่งใด แต่เขาไม่ต้องการให้ใครได้ยิน เขาอยากเก็บเอาไว้เป็นของเขาคนเดียว ดังนั้นเขาจึงชอบกระแทกให้นางสุขสมจนแทบก
"อีกครู่เดียว..ได้หรือไม่ ทำเช่นนี้ช่วยให้หายหนาว เจ้าเป็นคนบอก จำไม่ได้หรือ" เขาพยายามต่อรองซู่หรานรู้สึกสงสารท่าทางน่ารักนั้นยิ่งนัก เธอเสร็จสมแล้ว แต่เขายังไม่ได้เริ่มทำอะไรเลย เมื่อคิดแล้วก็รู้สึกว่าสงสารยิ่ง แต่ตัวเองก็ไม่มีแรงแล้ว เธอจึงยกมือชี้ที่ปากตัวเองแทน"เอ่อ..เจ้า.." เขาอยากพูดว่าหากนางไม่ไหวแล้วก็ไม่เป็นไร แต่ความร้อนรุ่มก็กำลังกัดกินเขา"มาสิ" เธอพูดอย่างอ่อนแรงจิ้งจื่อตัดสินใจขยับตัวขึ้นไปคร่อมอยู่ตรงคอของร่างเล็ก เขาพยายามจัดท่าทางไม่ให้ทับจนนางหายใจไม่ออก ก่อนจะจ่อหัวมังกรชมพูไปที่ปากเล็กของนางซู่หรานยามนี้ เหนื่อยจนอ่อนแรง แต่อยากเอาใจเขาจึงอ้าปากแลบลิ้นไปเลียหัวมังกรร้อนผ่าวลำนั้น"อื้อ อะ" เธอเพียงเลียแผ่วปลาย เขาก็ส่งเสียงครางสุขสันต์จนน่าสงสารไปหมดซู่หรานอยากให้เขาสุขสมยิ่งขึ้นจึงยกมือดันก้นแน่นของเขาเพื่อให้เจ้ามังกรใหญ่ขยับเข้าปากมากขึ้นจิ้งจื่อรู้สึกดีจนตัวสั่น นางไม่เพียงอ้าปากให้ความสุขเขา แต่ยังขยับลิ้นไปมาเพื่อดุนดันลิ้นไปทั่วหัวมังกร ยิ่งทำให้เขาสุขสมยิ่งขึ้น เขาชอบสัมผัสนั้นมากจนไม่อาจห้ามใจไหว จึงขยับสะโพกขึ้นลงเบาๆ"อ้า อา" เขามีความสุขมากเกินไป
"ใช่แล้ว หากไม่ได้เขาข้าอาจตายไปนานแล้ว หรือไม่ตายก็คงเหมือนตายอยู่ดี" เขาพูดและรวบตัวคนขี้สงสัยเข้ามากอด"ครั้งแรกที่ข้าเข้าสู่สนามรบ ข้าฆ่าคนไปมากมายจนไม่อาจนับได้ หลังจากนั้นข้าไม่อาจมองผู้คนเช่นเดิมอีกเลย ผู้คนต่างยกย่องข้าแต่ก็หวาดกลัวข้าราวกับปีศาจร้าย ถึงพวกเขาจะเรียกข้าว่าวีรบุรุษสงคราม แต่ข้าก็คือฆาตกรที่ฆ่าคนไปมากมาย ข้ารู้สึกว่าตัวเองไม่คู่ควรจะยืนอยู่บนพื้นโลกกับผู้อื่นต่อให้พวกเขาจะมองข้าด้วยความชื่นชมแต่ก็มองด้วยความกลัวเช่นกัน จนข้าได้มาพบเขา ปณิธานของเขาทำให้ข้าอยากจะลองมีชีวิตอยู่และลงมือช่วยเหลือเขาสักครั้ง ต่อให้ต้องลงมือฆ่าคน ข้าก็รู้สึกว่าคุ้มค่า ข้าศรัทธาในตัวเขาและความตั้งใจของเขามาก""เพราะเช่นนี้ เจ้าจึงไม่ชอบที่ถูกจ้องมองหรือ" ซู่หรานถาม"อืม""เจ้าเป็นไท่เหอเจียนหู่ตั้งแต่อายุสิบสองเช่นนั้นหรือ" เธอตัดสินใจถามคำถามในสิ่งที่เธอกังวลตั้งแต่รู้ว่าเขาคือไท่เหอเจียนหู่"อืม" คำตอบของเขาเรียบง่าย แต่บีบคั้นหัวใจของซู่หรานจนเจ็บปวด เธอรู้สึกหายใจไม่ออกแทนเขา เด็กผู้ชายคนหนึ่ง ต้องแบกภาระมากขนาดนี้ โลกนี้ช่างโหดร้ายยิ่งนัก ซู่หรานอยากปลอบประโลมเขาให้สมกับเป็นเพีย
"ขอบคุณที่เจ้าออกตามหาข้า" เธอเอ่ยอย่างจริงจังครั้งแรกหลังจากที่เอาแต่พูดเล่นกับเขา"ข้าทำตามหน้าที่" เขายังคงปากแข็งพูดแต่เรื่องที่ไม่ตรงกับใจ แม้ว่าในใจของเขาคิดเสมอว่าต่อให้นางถูกจับข้ามแดนไปแล้วเขาก็จะบุกไปแคว้นฉินช่วยตัวนางกลับมาให้ได้"คุณหนูหวัง คุณหนูหวัง เป็นอย่างไรบ้างขอรับ" ชายชราผู้หนึ่
เขาเข้าใจทันทีว่าสตรีผู้นั้นจะทำอะไร แม้จะยังไม่รู้ว่านางจะใช้วิธีไหน แต่เขาก็วิ่งหนีจากกลางวงล้อมทันที กระโดดไม่กี่ครั้งก็ขึ้นไปอยู่บนกำแพงกับนางได้ ปล่อยให้ชายฉกรรจ์ที่อยู่ด้านล่างมองด้วยสายตาฉงน"คิดหนีหรือ" จ่างซุนที่เพิ่งหายตกใจเพราะแทงมีดไม่เข้า ตั้งท่าจะกระโดดตามขึ้นไปบนกำแพง ตุ้ม!!!!เสียง
จิ้งจื่อรีบกลับไปตรวจในคุกหลวง เพื่อหาเบาะแสว่าใครคือหนอนที่ปล่อยให้หัวหน้าหน่วยข่าวกรองของอีกฝ่ายหนีไปได้"ซื่อจิ้ง!!! แย่แล้วขอรับ ใต้เท้าเหลียนส่งสารมาว่าพบตัวนักธนูที่ท่านตามล่าอยู่ คนผู้นั้นอาจกำลังตามล่าตัวคุณหนูหวังซู่หรานขอรับ" ลูกน้องคนหนึ่งของเขาวิ่งเข้ามาแจ้งข่าว ระหว่างที่เขากำลังตรวจสอ
ซู่หรานต้องใช้เวลาสักพักกว่าจะจำได้ว่าคนที่เกี้ยวเธออยู่คือ จ่างซุน สหายของคุณชายหย่ง คนที่เคยพยายามเกี้ยวเธอในวันเทศกาลซีซี ซู่หรานไม่ชอบที่ถูกจีบเลย เขาเอาแต่เอ่ยปากชมว่าเธอน่ารัก น่าทะนุถนอมเธออึดอัดมาก แต่เมื่อคิดว่าอีกฝ่ายเป็นสหายของจิ้งซาน จะไม่รักษามารยาทก็ไม่ได้ จึงได้แต่ยิ้มเล็กน้อยตอบอีก












Rebyu