ทะลุมิติมาเป็นนางร้ายตัวประกอบปลายปี 1979

ทะลุมิติมาเป็นนางร้ายตัวประกอบปลายปี 1979

last update최신 업데이트 : 2025-07-26
작가:  sanvittayam완결
언어: Thai
goodnovel12goodnovel
10
1 평가. 1 리뷰
36챕터
4.7K조회수
읽기
보관함에 추가

공유:  

보고서
개요
장르
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.

เฉินโม่หราน นักธรกิจสาวต้องทะลุมิติเข้ามาในนิยาย แถมยังเป็นนางร้ายที่เข้าฉากไม่กี่ตอนก็ต้องตาย บ้านใหญ่ก็ยังเห็นแก่ตัวแทบจะหาดีไม่ได้ แบบนี้เธอไม่มีทางยอมหรอกนะ เอาสิ ตายเป็นตาย!!

더 보기

1화

บทที่ 1 ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย

A folded piece of paper with a badge on top is sitting on the edge of my bed. The one that I personally find beautiful in the auction room is the badge that was the reason for our first fight. My fingers tremble as I grab the badge and the letter.

I hid my lips with my shaking hand when I realized it was the badge. I let go of it in my hand and fell off the blanket that was wrapped over me. I opened it with trembling fingers. The way each letter was written caught my attention. And by the time I knew for sure that it was him, I found myself sobbing uncontrollably. I began reading his letter.

My stupid negie,

I love you more than happy endings

I love you more than life itself. I’ll be right here, loving you until the end.

Your prince

SEBASTIAN,

The priest then blesses the couple, joins their hand together, and asks, "Do you take Prince Cynfael Augustus Hearst Clemente as your lawful husband, to have and to hold, from this day forward, for better or for worse, for richer or for poorer, in sickness and in health, to love and cherish until death do you part?"

I pulled off my mask from my mouth, as well as the needles that had been lodged in my body.

"I do." The best man gives the bride’s ring to the priest, who blesses it and hands it to the groom to place on the bride’s finger. Then, the maid of honor gives the groom’s ring to the priest, who blesses it and hands it to the bride to place on the groom’s finger. "I take this ring as a sign of my love and faithfulness in the name of the Father, the Son, and the Holy Spirit."

Even though I was out of breath from weariness, I ran and ran until my body was giving up. I came to a halt for a moment, clutching my chest in the intense anguish I was feeling, feeling misery knowing he would soon abandon me.

He murmured the words "I can't breathe..." into my ear. "I can't say..." The sound of his crying and suffering rang over the road, making this moment even more agonizing than it already was. "I can't say I do without you."

Those letters made my chest ache even more. Wouldn’t this occur if we chose one another? Is she correct when she said, "Perhaps my fate was to meet you but not be with you?"

펼치기
다음 화 보기
다운로드

최신 챕터

더보기

리뷰

Nattery
Nattery
เนื้อเรื่องน่าติดตาม บทบาทของมิติน้อยไปนะ ขอบคุณที่อัพเดทจนจบ
2025-08-02 21:51:53
0
0
36 챕터
บทที่ 1 ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย
บทที่ 1 ทะลุมิติเข้ามาในนิยายหมู่บ้านหนานอี้ เมืองโจวหมิง ปี 1979ก๊อก ๆ ๆ เสียงเคาะประตูดังลั่น แต่อย่าเรียกว่าเคาะเลยต้องเรียกว่าทุบดีกว่า“ไม่คิดจะหุงหาอาหารหรืออย่างไร นี่ก็สว่างแล้วนะ”เสียงเรียกของฟางอี้เหนียงหรือสะใภ้ใหญ่ของบ้านเฉินร้องเรียกอยู่หน้าห้องของบ้านรอง“หรือว่ายังไม่มีใครตื่นคะแม่ เมื่อวานย่าตีนังโม่หรานหนักขนาดนั้น วันนี้บ้านรองคงไม่อยากออกมาทำงานหรือเปล่าคะ ห้องนี้เงียบเชียว” เฉินเม่ยเม่ยจีบปากจีบคอพูดกับแม่ของตัวเองอย่างไม่พอใจส่วนภายในห้องเวลานี้หญิงสาวที่นอนอยู่กำลังรู้สึกตัว ทว่าเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมากลับพบว่าเธอนั้นไม่ได้อยู่ที่ห้องตัวเอง“ที่นี่คือที่ไหน” หญิงสาวสะบัดศรีษะเล็กน้อยเพื่อให้สมองคลายความมึนงง แต่เมื่อเธอมองรอบห้อง กลับต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เพราะห้องนี้ไม่ใช่ห้องนอนของเธอ“อะไรนะ!! นี่มันปี 1979”ขณะที่กำลังตกใจอยู่นั้น ภาพความทรงจำต่าง ๆ ก็หลั่งไหลเข้ามาในหัว ทำให้รู้ว่าเธอนั้นได้ทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่เพิ่งอ่านไป‘ฉันคือเฉินโม่หราน นางร้ายที่ออกมาไม่กี่ฉากก็ต้องตาย’ เธอได้แต่คิดในใจ เท่าที่จำได้ ในนิยายบอกว่าเฉินโม่หรานตายไปตอนที่ถูกย
더 보기
บทที่ 2 เฉินโม่หรานเปลี่ยนไป
บทที่ 2 เฉินโม่หรานเปลี่ยนไปปัง ๆ ๆ เสียงทุบประตูห้องดังขึ้นอีกครั้ง ทำให้คนที่อยู่ด้านในได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย ก่อนจะลุกขึ้นจากที่นอนแล้วเดินมาเปิดประตู‘ทะลุมิติมาวันแรก เจองานหนักเสียแล้ว แต่ถ้าทำตัวหงอคงถูกใช้งานและถูกรังแกไม่จบไม่สิ้นแน่’ “มีเรื่องอะไรอีกเหรอคะ” หญิงสาวถามออกมา พร้อมกับกวาดสายตามองคนที่ยืนอยู่หน้าห้อง “นี่ขนกันมาหมดเลยหรือ”“กล้าดีอย่างไรถึงได้ตวาดใส่ป้าสะใภ้ของหล่อน” ย่าเฉินยืนเท้าสะเอวแล้วถามเสียงดัง“แล้วยังไงคะ ทำไมย่าไม่ถามป้าสะใภ้ล่ะว่าเคาะเรียกหรือทุบประตูเรียก”“ก็หล่อนไม่ยอมลุกมาทำงาน หุงหาอาหารนี่ ฉันเลยต้องทุบประตู” ฟางอี้เหนียงโต้เถียงกลับมาอย่างไม่ยอมแพ้เหมือนกัน“ทุกคนลืมไปหรือเปล่าว่า เมื่อวานฉันโดนย่าตีอย่างไร้เหตุผล ทำให้ฉันเกือบตาย เอ๊ะ! หรือว่าฉันตายไปแล้ว แต่ก็ช่างเถอะ ฉันเจ็บหนักขนาดนั้นทำไมคนบ้านใหญ่ไม่คิดสงสารกันบ้าง งานบ้านก็ไม่หนักหนาอะไร ทำไมป้าสะใภ้กับพี่เม่ยเม่ยไม่ทำเองล่ะ” เฉินโม่หรานกอดอกแล้วยืนพิงประตู“หล่อนเจ็บหนักที่ไหน คนเจ็บหนักจะมายืนเถียงแบบนี้ได้อย่างไรกัน ไม่รู้ล่ะ ฉันเป็นย่า ใหญ่สุดในบ้านนี้ ฉันสั่งให้หล่อนไ
더 보기
บทที่ 3 พบเจอพระนางในนิยาย
บทที่ 3 พบเจอพระนางในนิยายเรื่องนี้เฉินโม่หรานกลับไม่คิดอย่างนั้น เธอมองว่าปู่ที่ตายไปแล้วต้องการให้พ่อของเธอรับใช้บ้านใหญ่จนวันตายถึงได้พูดฝากฝังแบบนั้นแต่ไม่เป็นไร วันที่บ้านใหญ่มายื่นข้อเสนอเพื่อให้เธอแต่งงานกับญาติผู้พี่ เธอต้องแลกข้อเสนอนี้ออกไป ทว่าก่อนถึงวันนั้นจะต้องหาเงินให้ได้เยอะ ๆ เสียก่อน‘แล้วจะทำอย่างไรดีล่ะ ฉันไม่ได้มีมิติส่วนตัวเหมือนคนอื่นที่ทะลุมิติมานี่นา’ หญิงสาวได้แต่คิดในใจ และน้อยใจตัวเองที่ไม่มีนิ้วทองคำเหมือนคนอื่นเขา“ฉันไม่คิดอย่างนั้นนะพ่อ การที่ปู่พูดแบบนั้นคงต้องการให้บ้านรองของพวกเรารับใช้บ้านใหญ่ไปจนวันตาย ดูพี่ใหญ่สิตอนนี้อายุเหมาะแก่การแต่งงานแล้ว ยังไม่มีสะใภ้เข้าบ้านเลย”“ที่น้องพูดมาก็มีเหตุผลนะพ่อ” เฉินหลงเปียวเห็นด้วยกับสิ่งที่น้องพูด ปู่คงไม่อยากให้บ้านรองแยกบ้านเพราะกลัวบ้านใหญ่จะไม่มีคนทำงานให้มากกว่าจากนั้นก็หันมาพูดกับน้องสาวอย่างยิ้มแย้ม “ส่วนเรื่องแต่งงานพี่ยังไม่คิด และคงไม่มีหญิงสาวที่ไหนอยากแต่งเข้ามาหรอกนะ แค่สภาพความเป็นอยู่บ้านเราก็ไม่เอื้ออำนวยแล้ว”เขาไม่เสียใจกับโชคชะตา แต่เสียใจที่ไม่สามารถพาครอบครัวและทุกคนที่รักหลุดพ้นออ
더 보기
บทที่ 4 เขาคือพรานป่าคนนั้น
บทที่ 4 เขาคือพรานป่าคนนั้นตลอดสองข้างทางแม้จะมีคนจับตามองและซุบซิบกัน แต่ว่าเฉินโม่หรานหาได้สนใจไม่ ในใจนั้นรู้ดีว่าคนพวกนี้ก็คงจะนินทาเธอเหมือนเดิมหญิงสาวใช้เวลาไม่นานก็เดินขึ้นเขามา ก่อนจะมองหาที่ลับตาคน แล้วจัดการสถานที่ให้เรียบร้อย สาเหตุที่ว่าทำไมถึงไม่พากลับไปกินที่บ้าน นั่นก็เพราะกลัวว่าบ้านใหญ่จะรับรู้และได้กลิ่นอาหาร ไม่ใช่ว่าไม่พร้อมสู้ แต่มันยังไม่ถึงเวลาต่างหาก“วันนี้คงเอาอะไรออกมามากไม่ได้ นอกจากเนื้อไก่หนึ่งตัว รวมกับปลาอีกสี่ตัวก็คงจะอิ่มกันแล้วล่ะ”เฉินโม่หรานเอาทั้งสองอย่างออกมาจากมิติ และหาที่ที่มีกองใบไม้ เพื่อจะให้พวกปิดบังอาหารที่เธอเอาออกมาหลังจากที่จัดการเสร็จทุกอย่างแล้ว ก็รีบมุ่งหน้าไปแปลงข้าวโพดที่ครอบครัวของเธอทำงานอยู่ขณะเดียวกันเมื่อเธอกำลังเดินลงมา กลับพบใครบางคนเข้าพอดี จากความทรงจำของร่างนี้ เขาคงจะเป็นพรานป่าที่ชื่อจ้าวหนิงเฉิง หรือที่ใครเรียกกันว่าพรานเฉิงจ้าวหนิงเฉิงเดินลงมาจากเขาโดยมีกระต่ายป่าติดมือมาด้วย เมื่อเห็นว่าพบเจอใครเขากลับชะงักเล็กน้อย นั่นเพราะใบหน้าของเขามีแผลยาวตรงแก้มซ้ายอย่างน่ากลัวหญิงสาวในหมู่บ้านต่างก็รังเกียจทั้งนั้น ซ
더 보기
บทที่ 5 เริ่มวางแผนจัดการอนาคต
บทที่ 5 เริ่มวางแผนจัดการอนาคตทันทีที่ได้ยินเฉินโม่หรานถามแบบนั้น ทั้งสามคนรีบส่ายหน้าพร้อมกัน“พ่อจะกลัวลูกสาวของตัวเองทำไม ตอนนี้พ่อคิดว่าต้องหาทางแยกบ้านให้ได้ เกิดวันใดที่บ้านใหญ่รู้ลูกจะไม่ปลอดภัย” เฉินคังพูดออกมาอย่างไม่ค่อยสบายใจสักเท่าไร นั่นเพราะยังหาเหตุผลที่จะแยกบ้านไม่ได้“พี่เองก็ไม่กลัวน้องหรอก เราเป็นพี่น้องกันจะกลัวทำไม พี่กังวลเรื่องเดียว คือเราจะหาวิธีไหนที่จะแยกบ้าน ดูแล้วย่าคงไม่ยอมง่าย ๆ”“นั่นสิ แม่เห็นด้วยกับพ่อและพี่ชายของลูก เรื่องหวาดกลัวเพราะลูกมีของวิเศษ พวกเราไม่กลัวกรอก แต่พวกเรากังวลเรื่องเดียวเท่านั้น” กุ้ยเจินที่นิ่งเงียบอยู่นานพูดขึ้นมาบ้างตอนนี้ความกังวลของทั้งสามคนไปในมทิศทางเดียวกันคือ ทำอย่างไรถึงจะแยกบ้านได้พอเฉินโม่หรานได้ยินอย่างนั้นก็ไม่พูดอะไร ทำเพียงยิ้มให้ แล้วพูดขึ้นมาว่า “เรื่องแยกบ้านเชื่อฉันเถอะว่าเราต้องทำได้ แต่ก่อนอื่นเราต้องหาทุนสำรองของบ้านกันก่อน เพราะถ้าหากแยกบ้านแล้วอย่างน้อยก็ต้องมีเงินก่อสร้างบ้าน ฉันอยากจะซื้อบ้านในเมืองให้ทุกคนอยู่ด้วยกัน แต่ก็รู้ดีว่ามันยากเกินความสามารถของพวกเรา”เรื่องซื้อบ้านเท่าที่รู้จากความทรงจ
더 보기
บทที่ 6 เข้าเมืองขายของครั้งแรก
บทที่ 6 เข้าเมืองขายของครั้งแรกหลังจากนั้นเมื่อจัดการเก็บของหมดแล้ว เฉินโม่หรานและเฉินหลงเปียวจึงเดินออกจากหมู่บ้านเพื่อเข้าเมือง แต่คนที่ไม่ชินกับการเดินสักเท่าไรก็เริ่มที่จะเมื่อยล้าแล้ว“พี่ใหญ่อีกนานไหมกว่าจะถึงในเมือง”หญิงสาวถามเสียงเหนื่อยหอบ“อีกสักพักแหละ นี่อย่าบอกนะว่าหรานหรานเหนื่อยแล้ว” คนเป็นพี่ชายถามอย่างแปลกใจ เขาไม่คิดว่าจะได้ยินคำถามนี้จากน้องสาว“ฉันเพิ่งหายป่วยนะพี่ ว่าแต่พี่เถอะปั่นจักรยานเป็นไหม” เธอไม่ตอบแต่ถามเรื่องอื่นแทน“เป็นสิ พี่เคยมาเอาของในเมืองให้หัวหน้าชุยบ่อยครั้ง หรานหรานถามทำไมเหรอ”“ฉันจะเอาจักรยานออกมาจากมิติน่ะ แต่พี่กับฉันต้องปลอมตัวเสียก่อนไม่อย่างนั้นแล้วเกิดเจอคนรู้จักเข้าล่ะก็ ความได้แตกกันพอดี”จากนั้นเฉินโม่หรานจึงดึงมือพี่ชายเข้าข้างทางแล้วเอาหมวกกับแว่นตายื่นให้ พอเฉินหลงเปียวใส่ทั้งสองอย่างก็ดูไม่เหมือนเขาสักเท่าไร“ไม่ค่อยเหมือนพี่แล้ว ตอนนี้ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครจำได้” เธอพูดและยิ้มออกมาอย่างยินดี“แล้วหรานหรานล่ะ” เฉินหลงเปียวถามเมื่อเห็นว่าน้องสาวยังไม่มีการปลอมตัว“รอสักครู่ค่ะ” เธอตอบกลับมาอย่างทะเล้น ก่อนจะเอาเครื่องสำอางค์ออก
더 보기
บทที่ 7 เตรียมหาคนมาไล่ผี
บทที่ 7 เตรียมหาคนมาไล่ผีส่วนทางด้านบ้านใหญ่ ยังคงเชื่อว่าเฉินโม่หรานโดนผีเข้า สะใภ้ใหญ่อย่างฟางอี้เหนียงจึงอาสาที่จะหาซินแสมาจัดการให้เอง“ฉันจะลองกลับบ้านเดิมนะแม่ ที่หมู่บ้านฉันมีซินแสคนหนึ่งเก่งกาจเรื่องนี้ ทุกคนคิดว่ายังไง”“แบบนั้นก็ดี แต่ค่าใช้จ่ายเยอะไหมล่ะ ฉันไม่ยอมเสียเงินเยอะหรอกนะ” หญิงชราเอ่ยออกมา นางไม่ต้องการเสียเงินมากในเรื่องนี้ แต่ก็ไม่อยากให้คนโดนผีเข้าอยู่ในบ้าน แต่ถ้าไล่หลานสาวจากบ้านรองไปแล้วใครจะทำงานให้ล่ะย่าเฉินจึงมีท่าทีครุ่นคิดคล้ายกับคนคิดหนัก“แต่ย่าค่ะ ถ้าไม่ยอมเสียเงินให้ซินแสมาจัดการและปัดเป่าผีร้ายออกจากบ้าน พวกเราอาจจะโดนผีเล่นงานเข้าสักวัน เสียเงินดีว่าเกิดเรื่องร้ายในบ้านนะย่า”เฉินเม่ยเม่ยพยายามหาข้ออ้างเพื่อให้ย่าควักเงินออกมา อย่างน้อยเธอและแม่จะได้มีส่วนในเงินนั้นด้วยแม้ว่าเรื่องผีสางและปีศาจจะเป็นเรื่องต้องห้าม เพราะทางรัฐไม่ต้องการมัวเมาชาวบ้านให้ยึดติดกับเรื่องนี้ แต่ก็ยังมีคนลักลอบเปิดสำนัก และหนึ่งในนั้นคือซินแสเถา เจ้าลัทธิที่ที่มักจะมัวเมาชาวบ้านว่า ตนนั้นสามารถปัดเป่าภัยร้ายได้“นั่นสิแม่ แม่อย่ามาขี้เหนียวไปหน่อยเลย หากเราจัดการเรื
더 보기
บทที่ 8 สวนกลับอย่างไม่ยินยอม
บทที่ 8 สวนกลับอย่างไม่ยินยอมแม้จะรู้สึกวาดกลัวคนบ้านรองที่มีท่าทีเปลี่ยนไป แต่คนขี้เกียจอย่างเฉินควนและฟางอี้เหนียงมีหรือจะยอมทำงานเอง“แต่หน้าที่ทำงานบ้านทั้งหมดเป็นของบ้านรอง หรือว่าจะขัดคำสั่งเสียของพ่อสามี” ฟางอี้เหนียงบอกคำสั่งเสียของพ่อสามีออกมา เพราะทุกครั้งที่พูดแบบนี้บ้านรองมักจะสงบปากสงบคำและกลับมาทำงานให้เหมือนเดิม“แต่พ่อสามีไม่ได้สั่งเสียให้พวกเรารับใช้บ้านใหญ่ไปจนตายนี่ เรื่องงานบ้านพี่สะใภ้ก็ทำได้ ฉันเองทำงานในทุ่งมาก็เหนื่อยแล้ว ยังต้องมาทำงานบ้านและจัดการเรื่องในบ้านอีกเหรอ” กุ้ยเจินไม่ค่อยมีปากเสียงเท่าไรพูดออกมาบ้างนี่จึงทำให้สองสามีภรรยาจากบ้านใหญ่เบิกตากว้างด้วยความตกใจแล้วหันมามองหน้ากัน‘สะใภ้รองเป็นบ้าอะไรขึ้นมาถึงได้พูดแบบนี้ จากเมื่อก่อนไม่กล้าแม่จะสบตาฉัน’ สะใภ้ใหญ่บ้านเฉินคิดในใจ และตกใจไม่น้อยที่น้องสะใภ้ตอบกลับมาแบบนี้เฉินเม่ยเม่ยไม่อยากทำงานจึงได้แอบฟัง แต่เห็นท่าทีของพ่อกับแม่แล้วเลยต้องรีบออกมาจากตรงนั้นแล้ววิ่งไปตามย่าเฉินกลับมาจัดการบ้านรองซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันที่สองพี่น้องจากบ้านรองมาถึงพอดี“ทำไมพ่อกับแม่ยังไม่กลับไปที่ห้องอีกคะ” เฉินโม่หรา
더 보기
บทที่ 9 ฉันเนี่ยนะมาหาเรื่องเธอ
บทที่ 9 ฉันเนี่ยนะมาหาเรื่องเธอเมื่อไม่ได้รับคำตอบ เฉินโม่หรานจึงพูดต่อ “เห็นไหมล่ะ พรานเฉิงก็ไม่มีคำตอบให้ ฉันเองก็อยากออกมาจากบ้านหลังนั้นพร้อมกับทุกคนในบ้าน ก่อนหน้านี้ฉันก็โดนย่าตีปางตาย นี่คือทางเดียวที่ฉันคิดได้เลยมาหาน่ะค่ะ”“แล้วคุณไม่กลัวผมเหรอ ยังมีแผลเป็นที่หน้าผมอีก”“ฉันจะกลัวทำไมละ คุณก็คนเหมือนกัน” ตามเนื้อเรื่องชายตรงหน้าคือคนที่มีเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดา แต่เขากลับต้องมาตายไม่ต่างจากนางร้ายตัวประกอบคนนี้ เลยไม่รู้ว่าเขาคือใคร“แต่ผมอายุเยอะแล้ว คุณไม่รังเกียจแน่เหรอ” เขายังคงถามถึงจุดด้วยของตัวเอง“อายุเยอะแล้วทำเรื่องนั้นไม่ได้หรือไง” หญิงสาวตอบกลับหน้าตาเฉย ทำให้คนที่ฟังสำลักน้ำลายตัวเอง“แค๊ก ๆ” ก่อนจะเบนหน้าออกไปข้างทาง ‘เด็กบ้า ไม่อายบ้างหรือไง’ แม้จะคิดอย่างนั้นก็อมยิ้มอย่างพอใจ“เอ้า กินน้ำก่อนค่ะ เป็นอะไรไปคะเนี่ย” เฉินโม่หรานไม่รู้ว่าจ้าวหนิงเฟิงนั้นเป็นอะไร จึงยื่นแก้วน้ำให้อีกฝ่ายดื่มทันที“ผมไม่เป็นอะไรหรอก ขอบคุณมาก” ชายหนุ่มรับแก้วน้ำมาจิบเล็กน้อยก่อนจะวางไว้ที่เดิม “แล้วคุณต้องการให้ผมไปพูดกับบ้านเฉินเมื่อไรดี แต่เหมือนจะได้ข่าวว่าป้าสะใภ้ของคุณต้องการไ
더 보기
บทที่ 10 ทวงคำสัญญาเรื่องแต่งงาน
บทที่ 10 ทวงคำสัญญาเรื่องแต่งงานบ้านใหญ่เฉินเวลานี้กำลังนั่งพูดคุยกันเรื่องของบ้านรอง ถึงแม้ว่าสะใภ้รองกับหลานสาวจะยอมทำอาหารและทำงานบ้านให้เหมือนเดิม แต่ทุกคนกลับมองว่าทุกอย่างมันแย่กว่าเดิม“แม่ฉันทนไม่ไหวแล้วนะ บ้านรองทำแต่ข้าวต้มกับผักลวก แบบนี้พวกเราไม่ต่างกับกินน้ำแทนข้าวนะคะ”ฟางอี้เหนียงพูดอย่างเหลืออด เธอไม่ต้องการกินข้าวต้มกับผักต้มหรือผักดองพวกนี้อีกแล้ว“แล้วหล่อนจะทำอย่างไร จะเอาเงินไปซื้อเนื้อทุกวันหรือไง ฉันไม่มีหรอก อะไรกินได้ก็กินไปเถอะ” ย่าเฉินไม่อยากเสียเงินเลยให้ลูกสะใภ้คนโตทน ๆ ไปก่อน “เดี๋ยวพวกบ้านรองมันเลิกดื้อดึง เจ้ารองกับหลงเปียวคงไปหาอาหารบนเขาเองล่ะ ใครจะทนกินอาหารแบบนี้ได้ทุกวัน ไม่อย่างนั้นจะเอาแรงที่ไหนทำงาน”“แม่ยังคิดว่าเจ้ารองกับเจ้าหลงเปียวจะขึ้นเขาหาอาหารกลับมาอีกเหรอ หากเป็นอย่างนั้นมันคงหามาแล้วล่ะ ไม่ต้องกินอะไรพวกนี้หรอก ถ้าแม่ไม่ให้เงินซื้ออาหารทุกวัน แม่ก็ต้องให้ฟางเหนียงไปหาซินแสมาปัดเป่าภัยร้ายและเอาผีออกจากร่างของเฉินโม่หรานเสียเถอะ ผมทนไม่ไหวแล้ว”คราวนี้เป็นเฉินควนที่ทนไม่ไหว จึงพูดออกมาให้แม่คิด“แล้วอีกอย่าง ตอนนี้บ้านรองแข็งข้อกับพว
더 보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status