ทะลุมิติมาเป็นนางร้ายตัวประกอบปลายปี 1979

ทะลุมิติมาเป็นนางร้ายตัวประกอบปลายปี 1979

last update최신 업데이트 : 2025-07-26
작가:  sanvittayam완결
언어: Thai
goodnovel12goodnovel
10
1 평가. 1 리뷰
36챕터
4.5K조회수
읽기
보관함에 추가

공유:  

보고서
개요
장르
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.

เฉินโม่หราน นักธรกิจสาวต้องทะลุมิติเข้ามาในนิยาย แถมยังเป็นนางร้ายที่เข้าฉากไม่กี่ตอนก็ต้องตาย บ้านใหญ่ก็ยังเห็นแก่ตัวแทบจะหาดีไม่ได้ แบบนี้เธอไม่มีทางยอมหรอกนะ เอาสิ ตายเป็นตาย!!

더 보기

1화

บทที่ 1 ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย

青木玲奈(あおき れな)がA国の空港に着いたのは、すでに夜の九時を過ぎていた。

今日は彼女の誕生日だ。

携帯の電源を入れると、たくさんの誕生日メッセージが届いていた。

同僚や友人からのものばかり。

藤田智昭(ふじた ともあき)からは何の連絡もない。

玲奈の笑顔が消えかけた。

別荘に着いたのは、夜の十時を回っていた。

田代(たしろ)さんは彼女を見て、驚いた様子で「奥様、まさか……いらっしゃるなんて」

「智昭と茜(あかね)ちゃんは?」

「旦那様はまだお帰りになってません。お嬢様はお部屋で遊んでいます」

玲奈は荷物を預けて二階へ向かうと、娘はパジャマ姿で小さなテーブルの前に座り、何かに夢中になっていた。とても真剣で、誰かが部屋に入ってきたことにも気付かない様子。

「茜ちゃん」

茜は声を聞くと、振り向いて嬉しそうに「ママ!」と叫んだ。

そしてすぐに、また手元の作業に戻った。

玲奈は娘を抱きしめ、頬にキスをしたが、すぐに押しのけられた。「ママ、今忙しいの」

玲奈は二ヶ月も娘に会えていなかった。とても恋しくて、何度もキスをしたくなるし、たくさん話もしたかった。

でも、娘があまりにも真剣な様子なので、邪魔はしたくなかった。「茜ちゃん、貝殻のネックレスを作ってるの?」

「うん!」その話題になると、茜は急に生き生きとした。「もうすぐ優里おばさんの誕生日なの。これはパパと私からの誕生日プレゼント!この貝殻は全部パパと私が道具で丁寧に磨いたの。きれいでしょう?」

玲奈の喉が詰まった。何も言えないうちに、娘は背を向けたまま嬉しそうに続けた。「パパは優里おばさんに他のプレゼントも用意してるの。明日……」

玲奈の胸が締め付けられ、我慢できなくなった。「茜ちゃん……ママの誕生日は覚えてる?」

「え?何?」茜は一瞬顔を上げたが、すぐにまたビーズを見つめ直し、不満そうに「ママ、話しかけないで。ビーズの順番が狂っちゃう……」

玲奈は娘を抱く手を放し、黙り込んだ。

長い間立ち尽くしていたが、娘は一度も顔を上げなかった。玲奈は唇を噛み、最後は無言のまま部屋を出た。

田代さんが「奥様、先ほど旦那様にお電話しました。今夜は用事があるので、先に休んでくださいとのことです」

「分かりました」

玲奈は返事をし、娘の言葉を思い出してちょっと躊躇した後、智昭に電話をかけた。

しばらくして電話が繋がったが、彼の声は冷たかった。「今用事がある。明日にでも……」

「智昭、こんな遅くに誰?」

大森優里(おおもり ゆり)の声だった。

玲奈は携帯を強く握りしめた。

「何でもない」

玲奈が何か言う前に、智昭は電話を切った。

夫婦は二、三ヶ月も会っていない。せっかくA国まで来たのに、彼は家に帰って会おうともせず、電話一本でさえ、最後まで話を聞く気もなかった……

結婚してこれだけの年月が経っても、彼は彼女にずっとこうだった。冷淡で、よそよそしく、いつも面倒くさそうに。

彼女は実はもう慣れていた。

以前なら、きっともう一度電話をかけ直して、どこにいるのか、帰ってこれないのかを優しく尋ねていただろう。

今日は疲れているせいか、そうする気が突然失せていた。

翌朝目が覚めて、少し考えてから、やはり智昭に電話をかけた。

A国は本国と十七、八時間の時差がある。A国では今日が彼女の誕生日だった。

今回A国に来たのは、娘と智昭に会いたかったのはもちろん、この特別な日に三人で揃って食事がしたいと思ったから。

それが今年の誕生日の願いだった。

智昭は電話に出なかった。

しばらくして、やっとメッセージが届いた。

「用件は?」

玲奈:「お昼時間ある?茜ちゃんも連れて、三人で食事しない?」

「分かった。場所が決まったら教えて」

玲奈:「うん」

その後、智昭からは一切連絡がなかった。

彼は彼女の誕生日のことなど、すっかり忘れているようだった。

玲奈は覚悟していたつもりだったが、それでも胸の奥が痛んだ。

身支度を整え、階下に降りようとした時、娘と田代さんの声が聞こえてきた。

「お母様がいらっしゃったのに、お嬢様は嬉しくないのですか?」

「私とパパは明日、優里おばさんと海に行く約束してるの。ママが一緒に来たら、気まずくなっちゃうでしょう」

「それにママは意地悪よ。いつも優里おばさんに意地悪するもの……」

「お嬢様、玲奈様はあなたのお母様です。そんなことを言ってはいけません。お母様の心が傷つきますよ」

「分かってるけど、私もパパも優里おばさんの方が好きなの。優里おばさんを私のママにできないの?」

「……」

田代さんが何か言ったが、もう玲奈には聞こえなかった。

娘は自分が一手に育て上げた子。ここ二年、父娘の時間が増えてから、娘は智昭に懐くようになり、去年智昭がA国で市場開拓に来た時も、どうしても付いて行きたがった。

手放したくなかった。できれば側に置いておきたかった。

でも娘を悲しませたくなくて、結局認めた。

まさか……

玲奈はその場に凍りついたように立ち尽くし、血の気が引いた顔で、しばらく動けなかった。

今回仕事を後回しにしてA国に来たのも、娘との時間を少しでも多く持ちたかったから。

今となっては、その必要もないようだ。

玲奈は部屋に戻り、本国から持ってきたプレゼントを、スーツケースに戻した。

しばらくして田代さんから電話があり、子供を連れて出かけると言われ、何かあったら連絡してほしいとのことだった。

玲奈はベッドに座ったまま、心の中が空っぽになったような気がした。

仕事を後回しにしてまで駆けつけたのに、誰も彼女を必要としていない。

彼女が来たことは、まるで笑い話のようだった。

しばらくして、彼女は外に出た。

この見知らぬ、それでいて懐かしい国を、あてもなく歩き回った。

お昼近くになって、やっと智昭との昼食の約束を思い出した。

朝聞いた会話を思い出し、娘を迎えに帰るか迷っていた時、智昭からメッセージが届いた。

「昼は用事が入った。キャンセルする」

玲奈は見ても、少しも驚かなかった。

もう慣れていたから。

智昭にとって仕事でも、友人との約束でも……何もかもが妻である彼女より大切なのだ。

彼女との約束は、いつだって気まぐれにキャンセルされる。

彼女の気持ちなど、一度も考えたことがない。

落ち込むだろうか?

以前なら、たぶん。

今はもう麻痺して、何も感じない。

玲奈の心は更に霧の中にいるようだった。

はずんだ気持ちで来たのに、夫からも娘からも、冷たい仕打ちばかり。

気がつくと、以前智昭とよく来ていたレストランの前に車を停めていた。

中に入ろうとした時、智昭と優里、そして茜の三人が店の中にいるのが見えた。

優里は娘と仲睦まじく並んで座っていた。

智昭と話しながら、娘をあやしている。

娘は嬉しそうに足をぶらぶらさせ、優里とじゃれ合い、優里が食べかけたケーキに口をつけていた。

智昭は二人に料理を取り分けながら、優里から視線を離そうとしない。まるで彼女しか目に入っていないかのように。

これが智昭の言う『用事』。

これが、彼女が命を賭けて十月十日の苦しみを耐え、産み落とした娘。

玲奈は笑った。

その場に立ち尽くして、眺めていた。

しばらくして、視線を外し、踵を返した。

別荘に戻った玲奈は、離婚協議書を用意した。

彼は少女時代からの憧れだった。でも彼は一度も彼女を見つめてはくれなかった。

あの夜の出来事と、お爺様の圧力がなければ、彼は決して彼女と結婚などしなかっただろう。

以前の彼女は、頑張りさえすれば、いつか必ず彼に振り向いてもらえると信じていた。

現実は彼女の頬を、容赦なく叩いた。

もう七年近く。

目を覚まさなければ。

離婚協議書を封筒に入れ、智昭に渡すよう田代さんに頼み、玲奈はスーツケースを引いて車に乗り込んだ。

「空港へ」運転手に告げた。

펼치기
다음 화 보기
다운로드

최신 챕터

더보기

리뷰

Nattery
Nattery
เนื้อเรื่องน่าติดตาม บทบาทของมิติน้อยไปนะ ขอบคุณที่อัพเดทจนจบ
2025-08-02 21:51:53
0
0
36 챕터
บทที่ 1 ทะลุมิติเข้ามาในนิยาย
บทที่ 1 ทะลุมิติเข้ามาในนิยายหมู่บ้านหนานอี้ เมืองโจวหมิง ปี 1979ก๊อก ๆ ๆ เสียงเคาะประตูดังลั่น แต่อย่าเรียกว่าเคาะเลยต้องเรียกว่าทุบดีกว่า“ไม่คิดจะหุงหาอาหารหรืออย่างไร นี่ก็สว่างแล้วนะ”เสียงเรียกของฟางอี้เหนียงหรือสะใภ้ใหญ่ของบ้านเฉินร้องเรียกอยู่หน้าห้องของบ้านรอง“หรือว่ายังไม่มีใครตื่นคะแม่ เมื่อวานย่าตีนังโม่หรานหนักขนาดนั้น วันนี้บ้านรองคงไม่อยากออกมาทำงานหรือเปล่าคะ ห้องนี้เงียบเชียว” เฉินเม่ยเม่ยจีบปากจีบคอพูดกับแม่ของตัวเองอย่างไม่พอใจส่วนภายในห้องเวลานี้หญิงสาวที่นอนอยู่กำลังรู้สึกตัว ทว่าเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมากลับพบว่าเธอนั้นไม่ได้อยู่ที่ห้องตัวเอง“ที่นี่คือที่ไหน” หญิงสาวสะบัดศรีษะเล็กน้อยเพื่อให้สมองคลายความมึนงง แต่เมื่อเธอมองรอบห้อง กลับต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เพราะห้องนี้ไม่ใช่ห้องนอนของเธอ“อะไรนะ!! นี่มันปี 1979”ขณะที่กำลังตกใจอยู่นั้น ภาพความทรงจำต่าง ๆ ก็หลั่งไหลเข้ามาในหัว ทำให้รู้ว่าเธอนั้นได้ทะลุมิติเข้ามาในนิยายที่เพิ่งอ่านไป‘ฉันคือเฉินโม่หราน นางร้ายที่ออกมาไม่กี่ฉากก็ต้องตาย’ เธอได้แต่คิดในใจ เท่าที่จำได้ ในนิยายบอกว่าเฉินโม่หรานตายไปตอนที่ถูกย
더 보기
บทที่ 2 เฉินโม่หรานเปลี่ยนไป
บทที่ 2 เฉินโม่หรานเปลี่ยนไปปัง ๆ ๆ เสียงทุบประตูห้องดังขึ้นอีกครั้ง ทำให้คนที่อยู่ด้านในได้แต่ถอนหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่าย ก่อนจะลุกขึ้นจากที่นอนแล้วเดินมาเปิดประตู‘ทะลุมิติมาวันแรก เจองานหนักเสียแล้ว แต่ถ้าทำตัวหงอคงถูกใช้งานและถูกรังแกไม่จบไม่สิ้นแน่’ “มีเรื่องอะไรอีกเหรอคะ” หญิงสาวถามออกมา พร้อมกับกวาดสายตามองคนที่ยืนอยู่หน้าห้อง “นี่ขนกันมาหมดเลยหรือ”“กล้าดีอย่างไรถึงได้ตวาดใส่ป้าสะใภ้ของหล่อน” ย่าเฉินยืนเท้าสะเอวแล้วถามเสียงดัง“แล้วยังไงคะ ทำไมย่าไม่ถามป้าสะใภ้ล่ะว่าเคาะเรียกหรือทุบประตูเรียก”“ก็หล่อนไม่ยอมลุกมาทำงาน หุงหาอาหารนี่ ฉันเลยต้องทุบประตู” ฟางอี้เหนียงโต้เถียงกลับมาอย่างไม่ยอมแพ้เหมือนกัน“ทุกคนลืมไปหรือเปล่าว่า เมื่อวานฉันโดนย่าตีอย่างไร้เหตุผล ทำให้ฉันเกือบตาย เอ๊ะ! หรือว่าฉันตายไปแล้ว แต่ก็ช่างเถอะ ฉันเจ็บหนักขนาดนั้นทำไมคนบ้านใหญ่ไม่คิดสงสารกันบ้าง งานบ้านก็ไม่หนักหนาอะไร ทำไมป้าสะใภ้กับพี่เม่ยเม่ยไม่ทำเองล่ะ” เฉินโม่หรานกอดอกแล้วยืนพิงประตู“หล่อนเจ็บหนักที่ไหน คนเจ็บหนักจะมายืนเถียงแบบนี้ได้อย่างไรกัน ไม่รู้ล่ะ ฉันเป็นย่า ใหญ่สุดในบ้านนี้ ฉันสั่งให้หล่อนไ
더 보기
บทที่ 3 พบเจอพระนางในนิยาย
บทที่ 3 พบเจอพระนางในนิยายเรื่องนี้เฉินโม่หรานกลับไม่คิดอย่างนั้น เธอมองว่าปู่ที่ตายไปแล้วต้องการให้พ่อของเธอรับใช้บ้านใหญ่จนวันตายถึงได้พูดฝากฝังแบบนั้นแต่ไม่เป็นไร วันที่บ้านใหญ่มายื่นข้อเสนอเพื่อให้เธอแต่งงานกับญาติผู้พี่ เธอต้องแลกข้อเสนอนี้ออกไป ทว่าก่อนถึงวันนั้นจะต้องหาเงินให้ได้เยอะ ๆ เสียก่อน‘แล้วจะทำอย่างไรดีล่ะ ฉันไม่ได้มีมิติส่วนตัวเหมือนคนอื่นที่ทะลุมิติมานี่นา’ หญิงสาวได้แต่คิดในใจ และน้อยใจตัวเองที่ไม่มีนิ้วทองคำเหมือนคนอื่นเขา“ฉันไม่คิดอย่างนั้นนะพ่อ การที่ปู่พูดแบบนั้นคงต้องการให้บ้านรองของพวกเรารับใช้บ้านใหญ่ไปจนวันตาย ดูพี่ใหญ่สิตอนนี้อายุเหมาะแก่การแต่งงานแล้ว ยังไม่มีสะใภ้เข้าบ้านเลย”“ที่น้องพูดมาก็มีเหตุผลนะพ่อ” เฉินหลงเปียวเห็นด้วยกับสิ่งที่น้องพูด ปู่คงไม่อยากให้บ้านรองแยกบ้านเพราะกลัวบ้านใหญ่จะไม่มีคนทำงานให้มากกว่าจากนั้นก็หันมาพูดกับน้องสาวอย่างยิ้มแย้ม “ส่วนเรื่องแต่งงานพี่ยังไม่คิด และคงไม่มีหญิงสาวที่ไหนอยากแต่งเข้ามาหรอกนะ แค่สภาพความเป็นอยู่บ้านเราก็ไม่เอื้ออำนวยแล้ว”เขาไม่เสียใจกับโชคชะตา แต่เสียใจที่ไม่สามารถพาครอบครัวและทุกคนที่รักหลุดพ้นออ
더 보기
บทที่ 4 เขาคือพรานป่าคนนั้น
บทที่ 4 เขาคือพรานป่าคนนั้นตลอดสองข้างทางแม้จะมีคนจับตามองและซุบซิบกัน แต่ว่าเฉินโม่หรานหาได้สนใจไม่ ในใจนั้นรู้ดีว่าคนพวกนี้ก็คงจะนินทาเธอเหมือนเดิมหญิงสาวใช้เวลาไม่นานก็เดินขึ้นเขามา ก่อนจะมองหาที่ลับตาคน แล้วจัดการสถานที่ให้เรียบร้อย สาเหตุที่ว่าทำไมถึงไม่พากลับไปกินที่บ้าน นั่นก็เพราะกลัวว่าบ้านใหญ่จะรับรู้และได้กลิ่นอาหาร ไม่ใช่ว่าไม่พร้อมสู้ แต่มันยังไม่ถึงเวลาต่างหาก“วันนี้คงเอาอะไรออกมามากไม่ได้ นอกจากเนื้อไก่หนึ่งตัว รวมกับปลาอีกสี่ตัวก็คงจะอิ่มกันแล้วล่ะ”เฉินโม่หรานเอาทั้งสองอย่างออกมาจากมิติ และหาที่ที่มีกองใบไม้ เพื่อจะให้พวกปิดบังอาหารที่เธอเอาออกมาหลังจากที่จัดการเสร็จทุกอย่างแล้ว ก็รีบมุ่งหน้าไปแปลงข้าวโพดที่ครอบครัวของเธอทำงานอยู่ขณะเดียวกันเมื่อเธอกำลังเดินลงมา กลับพบใครบางคนเข้าพอดี จากความทรงจำของร่างนี้ เขาคงจะเป็นพรานป่าที่ชื่อจ้าวหนิงเฉิง หรือที่ใครเรียกกันว่าพรานเฉิงจ้าวหนิงเฉิงเดินลงมาจากเขาโดยมีกระต่ายป่าติดมือมาด้วย เมื่อเห็นว่าพบเจอใครเขากลับชะงักเล็กน้อย นั่นเพราะใบหน้าของเขามีแผลยาวตรงแก้มซ้ายอย่างน่ากลัวหญิงสาวในหมู่บ้านต่างก็รังเกียจทั้งนั้น ซ
더 보기
บทที่ 5 เริ่มวางแผนจัดการอนาคต
บทที่ 5 เริ่มวางแผนจัดการอนาคตทันทีที่ได้ยินเฉินโม่หรานถามแบบนั้น ทั้งสามคนรีบส่ายหน้าพร้อมกัน“พ่อจะกลัวลูกสาวของตัวเองทำไม ตอนนี้พ่อคิดว่าต้องหาทางแยกบ้านให้ได้ เกิดวันใดที่บ้านใหญ่รู้ลูกจะไม่ปลอดภัย” เฉินคังพูดออกมาอย่างไม่ค่อยสบายใจสักเท่าไร นั่นเพราะยังหาเหตุผลที่จะแยกบ้านไม่ได้“พี่เองก็ไม่กลัวน้องหรอก เราเป็นพี่น้องกันจะกลัวทำไม พี่กังวลเรื่องเดียว คือเราจะหาวิธีไหนที่จะแยกบ้าน ดูแล้วย่าคงไม่ยอมง่าย ๆ”“นั่นสิ แม่เห็นด้วยกับพ่อและพี่ชายของลูก เรื่องหวาดกลัวเพราะลูกมีของวิเศษ พวกเราไม่กลัวกรอก แต่พวกเรากังวลเรื่องเดียวเท่านั้น” กุ้ยเจินที่นิ่งเงียบอยู่นานพูดขึ้นมาบ้างตอนนี้ความกังวลของทั้งสามคนไปในมทิศทางเดียวกันคือ ทำอย่างไรถึงจะแยกบ้านได้พอเฉินโม่หรานได้ยินอย่างนั้นก็ไม่พูดอะไร ทำเพียงยิ้มให้ แล้วพูดขึ้นมาว่า “เรื่องแยกบ้านเชื่อฉันเถอะว่าเราต้องทำได้ แต่ก่อนอื่นเราต้องหาทุนสำรองของบ้านกันก่อน เพราะถ้าหากแยกบ้านแล้วอย่างน้อยก็ต้องมีเงินก่อสร้างบ้าน ฉันอยากจะซื้อบ้านในเมืองให้ทุกคนอยู่ด้วยกัน แต่ก็รู้ดีว่ามันยากเกินความสามารถของพวกเรา”เรื่องซื้อบ้านเท่าที่รู้จากความทรงจ
더 보기
บทที่ 6 เข้าเมืองขายของครั้งแรก
บทที่ 6 เข้าเมืองขายของครั้งแรกหลังจากนั้นเมื่อจัดการเก็บของหมดแล้ว เฉินโม่หรานและเฉินหลงเปียวจึงเดินออกจากหมู่บ้านเพื่อเข้าเมือง แต่คนที่ไม่ชินกับการเดินสักเท่าไรก็เริ่มที่จะเมื่อยล้าแล้ว“พี่ใหญ่อีกนานไหมกว่าจะถึงในเมือง”หญิงสาวถามเสียงเหนื่อยหอบ“อีกสักพักแหละ นี่อย่าบอกนะว่าหรานหรานเหนื่อยแล้ว” คนเป็นพี่ชายถามอย่างแปลกใจ เขาไม่คิดว่าจะได้ยินคำถามนี้จากน้องสาว“ฉันเพิ่งหายป่วยนะพี่ ว่าแต่พี่เถอะปั่นจักรยานเป็นไหม” เธอไม่ตอบแต่ถามเรื่องอื่นแทน“เป็นสิ พี่เคยมาเอาของในเมืองให้หัวหน้าชุยบ่อยครั้ง หรานหรานถามทำไมเหรอ”“ฉันจะเอาจักรยานออกมาจากมิติน่ะ แต่พี่กับฉันต้องปลอมตัวเสียก่อนไม่อย่างนั้นแล้วเกิดเจอคนรู้จักเข้าล่ะก็ ความได้แตกกันพอดี”จากนั้นเฉินโม่หรานจึงดึงมือพี่ชายเข้าข้างทางแล้วเอาหมวกกับแว่นตายื่นให้ พอเฉินหลงเปียวใส่ทั้งสองอย่างก็ดูไม่เหมือนเขาสักเท่าไร“ไม่ค่อยเหมือนพี่แล้ว ตอนนี้ก็ไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครจำได้” เธอพูดและยิ้มออกมาอย่างยินดี“แล้วหรานหรานล่ะ” เฉินหลงเปียวถามเมื่อเห็นว่าน้องสาวยังไม่มีการปลอมตัว“รอสักครู่ค่ะ” เธอตอบกลับมาอย่างทะเล้น ก่อนจะเอาเครื่องสำอางค์ออก
더 보기
บทที่ 7 เตรียมหาคนมาไล่ผี
บทที่ 7 เตรียมหาคนมาไล่ผีส่วนทางด้านบ้านใหญ่ ยังคงเชื่อว่าเฉินโม่หรานโดนผีเข้า สะใภ้ใหญ่อย่างฟางอี้เหนียงจึงอาสาที่จะหาซินแสมาจัดการให้เอง“ฉันจะลองกลับบ้านเดิมนะแม่ ที่หมู่บ้านฉันมีซินแสคนหนึ่งเก่งกาจเรื่องนี้ ทุกคนคิดว่ายังไง”“แบบนั้นก็ดี แต่ค่าใช้จ่ายเยอะไหมล่ะ ฉันไม่ยอมเสียเงินเยอะหรอกนะ” หญิงชราเอ่ยออกมา นางไม่ต้องการเสียเงินมากในเรื่องนี้ แต่ก็ไม่อยากให้คนโดนผีเข้าอยู่ในบ้าน แต่ถ้าไล่หลานสาวจากบ้านรองไปแล้วใครจะทำงานให้ล่ะย่าเฉินจึงมีท่าทีครุ่นคิดคล้ายกับคนคิดหนัก“แต่ย่าค่ะ ถ้าไม่ยอมเสียเงินให้ซินแสมาจัดการและปัดเป่าผีร้ายออกจากบ้าน พวกเราอาจจะโดนผีเล่นงานเข้าสักวัน เสียเงินดีว่าเกิดเรื่องร้ายในบ้านนะย่า”เฉินเม่ยเม่ยพยายามหาข้ออ้างเพื่อให้ย่าควักเงินออกมา อย่างน้อยเธอและแม่จะได้มีส่วนในเงินนั้นด้วยแม้ว่าเรื่องผีสางและปีศาจจะเป็นเรื่องต้องห้าม เพราะทางรัฐไม่ต้องการมัวเมาชาวบ้านให้ยึดติดกับเรื่องนี้ แต่ก็ยังมีคนลักลอบเปิดสำนัก และหนึ่งในนั้นคือซินแสเถา เจ้าลัทธิที่ที่มักจะมัวเมาชาวบ้านว่า ตนนั้นสามารถปัดเป่าภัยร้ายได้“นั่นสิแม่ แม่อย่ามาขี้เหนียวไปหน่อยเลย หากเราจัดการเรื
더 보기
บทที่ 8 สวนกลับอย่างไม่ยินยอม
บทที่ 8 สวนกลับอย่างไม่ยินยอมแม้จะรู้สึกวาดกลัวคนบ้านรองที่มีท่าทีเปลี่ยนไป แต่คนขี้เกียจอย่างเฉินควนและฟางอี้เหนียงมีหรือจะยอมทำงานเอง“แต่หน้าที่ทำงานบ้านทั้งหมดเป็นของบ้านรอง หรือว่าจะขัดคำสั่งเสียของพ่อสามี” ฟางอี้เหนียงบอกคำสั่งเสียของพ่อสามีออกมา เพราะทุกครั้งที่พูดแบบนี้บ้านรองมักจะสงบปากสงบคำและกลับมาทำงานให้เหมือนเดิม“แต่พ่อสามีไม่ได้สั่งเสียให้พวกเรารับใช้บ้านใหญ่ไปจนตายนี่ เรื่องงานบ้านพี่สะใภ้ก็ทำได้ ฉันเองทำงานในทุ่งมาก็เหนื่อยแล้ว ยังต้องมาทำงานบ้านและจัดการเรื่องในบ้านอีกเหรอ” กุ้ยเจินไม่ค่อยมีปากเสียงเท่าไรพูดออกมาบ้างนี่จึงทำให้สองสามีภรรยาจากบ้านใหญ่เบิกตากว้างด้วยความตกใจแล้วหันมามองหน้ากัน‘สะใภ้รองเป็นบ้าอะไรขึ้นมาถึงได้พูดแบบนี้ จากเมื่อก่อนไม่กล้าแม่จะสบตาฉัน’ สะใภ้ใหญ่บ้านเฉินคิดในใจ และตกใจไม่น้อยที่น้องสะใภ้ตอบกลับมาแบบนี้เฉินเม่ยเม่ยไม่อยากทำงานจึงได้แอบฟัง แต่เห็นท่าทีของพ่อกับแม่แล้วเลยต้องรีบออกมาจากตรงนั้นแล้ววิ่งไปตามย่าเฉินกลับมาจัดการบ้านรองซึ่งเป็นจังหวะเดียวกันที่สองพี่น้องจากบ้านรองมาถึงพอดี“ทำไมพ่อกับแม่ยังไม่กลับไปที่ห้องอีกคะ” เฉินโม่หรา
더 보기
บทที่ 9 ฉันเนี่ยนะมาหาเรื่องเธอ
บทที่ 9 ฉันเนี่ยนะมาหาเรื่องเธอเมื่อไม่ได้รับคำตอบ เฉินโม่หรานจึงพูดต่อ “เห็นไหมล่ะ พรานเฉิงก็ไม่มีคำตอบให้ ฉันเองก็อยากออกมาจากบ้านหลังนั้นพร้อมกับทุกคนในบ้าน ก่อนหน้านี้ฉันก็โดนย่าตีปางตาย นี่คือทางเดียวที่ฉันคิดได้เลยมาหาน่ะค่ะ”“แล้วคุณไม่กลัวผมเหรอ ยังมีแผลเป็นที่หน้าผมอีก”“ฉันจะกลัวทำไมละ คุณก็คนเหมือนกัน” ตามเนื้อเรื่องชายตรงหน้าคือคนที่มีเบื้องหลังที่ไม่ธรรมดา แต่เขากลับต้องมาตายไม่ต่างจากนางร้ายตัวประกอบคนนี้ เลยไม่รู้ว่าเขาคือใคร“แต่ผมอายุเยอะแล้ว คุณไม่รังเกียจแน่เหรอ” เขายังคงถามถึงจุดด้วยของตัวเอง“อายุเยอะแล้วทำเรื่องนั้นไม่ได้หรือไง” หญิงสาวตอบกลับหน้าตาเฉย ทำให้คนที่ฟังสำลักน้ำลายตัวเอง“แค๊ก ๆ” ก่อนจะเบนหน้าออกไปข้างทาง ‘เด็กบ้า ไม่อายบ้างหรือไง’ แม้จะคิดอย่างนั้นก็อมยิ้มอย่างพอใจ“เอ้า กินน้ำก่อนค่ะ เป็นอะไรไปคะเนี่ย” เฉินโม่หรานไม่รู้ว่าจ้าวหนิงเฟิงนั้นเป็นอะไร จึงยื่นแก้วน้ำให้อีกฝ่ายดื่มทันที“ผมไม่เป็นอะไรหรอก ขอบคุณมาก” ชายหนุ่มรับแก้วน้ำมาจิบเล็กน้อยก่อนจะวางไว้ที่เดิม “แล้วคุณต้องการให้ผมไปพูดกับบ้านเฉินเมื่อไรดี แต่เหมือนจะได้ข่าวว่าป้าสะใภ้ของคุณต้องการไ
더 보기
บทที่ 10 ทวงคำสัญญาเรื่องแต่งงาน
บทที่ 10 ทวงคำสัญญาเรื่องแต่งงานบ้านใหญ่เฉินเวลานี้กำลังนั่งพูดคุยกันเรื่องของบ้านรอง ถึงแม้ว่าสะใภ้รองกับหลานสาวจะยอมทำอาหารและทำงานบ้านให้เหมือนเดิม แต่ทุกคนกลับมองว่าทุกอย่างมันแย่กว่าเดิม“แม่ฉันทนไม่ไหวแล้วนะ บ้านรองทำแต่ข้าวต้มกับผักลวก แบบนี้พวกเราไม่ต่างกับกินน้ำแทนข้าวนะคะ”ฟางอี้เหนียงพูดอย่างเหลืออด เธอไม่ต้องการกินข้าวต้มกับผักต้มหรือผักดองพวกนี้อีกแล้ว“แล้วหล่อนจะทำอย่างไร จะเอาเงินไปซื้อเนื้อทุกวันหรือไง ฉันไม่มีหรอก อะไรกินได้ก็กินไปเถอะ” ย่าเฉินไม่อยากเสียเงินเลยให้ลูกสะใภ้คนโตทน ๆ ไปก่อน “เดี๋ยวพวกบ้านรองมันเลิกดื้อดึง เจ้ารองกับหลงเปียวคงไปหาอาหารบนเขาเองล่ะ ใครจะทนกินอาหารแบบนี้ได้ทุกวัน ไม่อย่างนั้นจะเอาแรงที่ไหนทำงาน”“แม่ยังคิดว่าเจ้ารองกับเจ้าหลงเปียวจะขึ้นเขาหาอาหารกลับมาอีกเหรอ หากเป็นอย่างนั้นมันคงหามาแล้วล่ะ ไม่ต้องกินอะไรพวกนี้หรอก ถ้าแม่ไม่ให้เงินซื้ออาหารทุกวัน แม่ก็ต้องให้ฟางเหนียงไปหาซินแสมาปัดเป่าภัยร้ายและเอาผีออกจากร่างของเฉินโม่หรานเสียเถอะ ผมทนไม่ไหวแล้ว”คราวนี้เป็นเฉินควนที่ทนไม่ไหว จึงพูดออกมาให้แม่คิด“แล้วอีกอย่าง ตอนนี้บ้านรองแข็งข้อกับพว
더 보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status