Masukผลกรรมของอี้ปิงอิงก็ตามมาติดเร็วเหมือนกันเมื่อสามีของอี้ปิงอิงรู้ว่าเธอล้มล้างตระกูลหลี่ไม่สำเร็จ ทั้งยังโง่จนเปิดเผยฐานะสายลับออกมา ผู้ชายนิสัยโหดเหี้ยมคนนั้นจึงสั่งไล่ฆ่าเธอโดยไม่ลังเลในโลกของมาเฟีย หมากที่หมดประโยชน์และล่วงรู้ความลับมากเกินไป มีจุดจบเดียวคือความตายอี้ปิงอิงถูกสามีของเธอหักมือทั้งสองข้าง ตัดลิ้นทิ้ง แล้วโยนเข้าไปในย่านโคมแดงที่วุ่นวายที่สุดของโลกใต้ดินส่วนเด็กทารกวัยหกเดือนคนนั้น ก็ถูกส่งตัวไปยังสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าเหมือนกันทั้งชาตินี้เธอทำได้แค่ใช้ชีวิตอยู่ในปลักโคลนและความหวาดกลัว ไม่มีวันได้ผุดได้เกิดอีกต่อไปส่วนพ่อแม่ของฉันที่เคยทำตัวสูงส่ง ถึงขั้นพยายามจะบงการชีวิตของฉัน สุดท้ายก็ได้พบจุดจบแล้วเหมือนกันเมื่อเห็นว่าฉันกำลังรุ่งและได้คุมกิจการหลักของตระกูล พวกเขานอกจากจะไม่สำนึกผิด ยังพยายามจะเข้ามาควบคุมฉันอีกด้วยพวกเขาพยายามใช้ข้ออ้างว่าฉัน 'ถูกล่อลวงจนเสียสติ' เพื่อจะดกิจการของตระกูลที่ฉันรับผิดชอบอยู่พวกเขาคิดว่าฉันยังเป็นลูกสาวที่ว่านอนสอนง่ายและยอมให้พวกเขาปั่นหัวได้เหมือนเดิมน่าเสียดาย ที่ฉันไม่ใช่ 'ฉู่อวี่' คนเดิมที่โหยหาความรักจอมปล
ในที่สุดหลี่ชิงหลินก็ตระหนักได้ว่าเขาได้สูญเสียความหวังทุกอย่างไปหมดแล้วเขาต้องลากขาขวาที่พิการ ใช้ชีวิตไปวัน ๆ ตามท้องถนนฉันไม่เห็นใจกับสิ่งที่เขาเจอเลยแม้แต่นิดเดียว ทั้งหมดนี้เขาทำตัวเองทั้งนั้นหลังจากสูญเสียการคุ้มครองจากตระกูล ในแต่ละวันเขาต้องคอยหลบหนีการตามไล่ฆ่าจากศัตรู จนใกล้จะสติแตกเต็มทีแล้วในขณะเดียวกันนี้เอง ฉันก็ได้แผ่ขยายธุรกิจของตระกูลออกไปทั่วชายฝั่งตะวันตกฉันได้รวบรวมเครือข่ายการค้าใต้ดินเข้าด้วยกัน ได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนมหาศาลจากทางตระกูลฉันได้กลายเป็นที่ปรึกษาคนใหม่ของตระกูลด้วยเมื่อหลี่ชิงหลินรู้ข่าวการเลื่อนตำแหน่งของฉัน เขาจึงลากสังขารพิการมาหาฉันใบหน้าของเขาดูหม่นหมอง ร่างกายค่อมงอเขาพยายามจะเรียกร้องความสงสารจากฉัน ร้องอ้อนวอนเสียงดัง "ฉู่อวี่ ผมผิดไปแล้ว คุณให้ผมกลับบ้านเถอะนะเมื่อก่อนผมถูกอี้ปิงอิงปิดหูปิดตา ทั้งหมดเป็นความผิดของผมเอง ผมขาดคุณไม่ได้"เมื่อมองดูใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาและน้ำมูกของเขา ฉันก็หวนนึกถึงช่วงเวลาสิบปีที่ผ่านมาไม่ว่าเมื่อก่อนเขาจะทำผิดพลาดอะไรมา แค่เขาเอ่ยปากขอโทษนิดเดียว ฉันก็พร้อมจะให้อภัยเขาอย่างไร้เ
อี้ปิงอิงส่งข้อความมาขอนัดเจอฉันฉันตอบกลับเธอว่า เงื่อนไขในการเจอกันคือเธอต้องไปที่โรงพยาบาลเพื่อสารภาพความจริงทุกอย่างกับหลี่ชิงหลินเธอต้องยอมรับเองกับปากว่าที่จริงแล้วเธอคือสายลับจากตระกูลศัตรู พร้อมเปิดเผยจุดประสงค์ที่แท้จริงในการเข้าหาหลี่ชิงหลินด้วยฉันมาถึงหน้าห้องพักฟื้นของหลี่ชิงหลิน อยากจะดูปฏิกิริยาของอดีตเจ้าพ่อผู้เคยหยิ่งทะนงหลังจากได้รับรู้ความจริงอี้ปิงอิงเดินเข้าไปในห้องพักตามที่ตกลงกันไว้วินาทีที่หลี่ชิงหลินเห็นเธอ ดวงตาที่เคยหดหู่ก็ฉายประกายแห่งความดีใจพุ่งออกมาเขาพยายามลากขาที่เข้าเฝือกข้างนั้น พยายามยื่นตัวออกมาจากเตียงเพื่อคว้ามือเธอไว้"อี้ปิงอิง ฉันรู้อยู่แล้วว่าเธอจะไม่มีวันทิ้งฉัน!เธอไม่ต้องห่วง ขอแค่ฉันหายดีแล้วออกจากโรงพยาบาลได้ ฉันจะหาทางชิงตำแหน่งเจ้าพ่อกลับมาให้ได้! ถึงตอนนั้นครอบครัวเราสามคนพ่อแม่ลูก..."ตอนนี้แค่เขาจ่ายค่ารักษาให้ตัวเองยังลำบากเลย ยังมาเพ้อฝันถึงการกลับคืนสู่จุดสูงสุดของอำนาจอีกอี้ปิงอิงไม่ได้ปิดบังความรังเกียจในสายตาเลยสักนิดอี้ปิงอิงสะบัดมือของหลี่ชิงหลินออกอย่างแรง"อย่ามาแตะต้องตัวฉัน ตอนนี้คุณมันก็แค่คนพิการ!"เธอ
ปลายสายเป็นเสียงของหมอคนหนึ่งหมอบอกฉันว่า หลี่ชิงหลินถูกทำร้ายอย่างรุนแรงโรงพยาบาลติดต่อญาติสายตรงของเขาไม่ได้ เลยทำได้แค่โทรหาเบอร์ติดต่อฉุกเฉิน ฉันขับรถไปที่โรงพยาบาล มองผ่านกระจกห้องไอซียู เห็นหลี่ชิงหลินที่ทั้งตัวมีแต่เลือดที่แท้หลังจากที่เราหย่ากัน เขาก็ถูกล้างแค้นแบบโหดเหี้ยมทันทีเขาแบกรับข้อหาทรยศตระกูล ไม่ใช่แค่จะสูญเสียการคุ้มครองจากตระกูล เขายังตกเป็นเป้าหมายในการไล่ฆ่าล้างแค้นของมาเฟียทั้งวงการใต้ดินอีกด้วยเขานอนนิ่งอยู่บนเตียงคนไข้ ตอนที่ฉันมองดูอดีตเจ้าพ่อผู้เคยจองหองพองขนในสภาพตกอับแบบนี้ ในใจกลับไม่มีความหวั่นไหวใด ๆ จากนั้นก็หมุนตัวเดินจากไปฉันกลับมาถึงอพาร์ตเมนต์ส่วนตัวของฉันทันทีที่ฉันนั่งลงหน้าโต๊ะอาหาร เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้งคราวนี้เป็นแม่ของหลี่ชิงหลินโทรมาเธอพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมาตลอดหลายปี ร่างกายอ่อนแอ ไม่รับรู้ถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นภายนอกเลย"ฉู่อวี่ เธอมาหาแม่หน่อยได้ไหม แม่อยากเจอเธอเป็นครั้งสุดท้าย" เสียงในโทรศัพท์แผ่วเบา ฉันวางช้อนส้อมในมือ หลี่ชิงหลินทรยศฉัน แต่ตลอดสิบปีนี้แม่ของเขาไม่เคยสร้างความลำบากใจให้ฉันเลย เ
หลังจากตุลาการตรวจสอบแฟ้มข้อมูลและวิดีโอทั้งหมดแล้ว ก็เคาะค้อนอย่างหนักแน่น ประกาศผลการตัดสินต่อหน้าศาลหลี่ชิงหลินอยู่ในฐานะฝ่ายผิดของชีวิตคู่ และละเมิดกฎของตระกูลร้ายแรง นอกจากต้องออกจากบ้านตัวเปล่า ยังถูกริบตำแหน่งเจ้าพ่อต่อหน้าศาล ทรัพย์สิน เขตอิทธิพลและอำนาจทั้งหมดที่อยู่ภายใต้ตระกูลถูกยึดคืนทั้งหมด!หลี่ชิงหลินทรุดนั่งลงที่ม้านั่งจำเลย หน้าซีดเหมือนกระดาษหลังจากเหตุการณ์นี้ เขาไม่ใช่แค่สูญเสียการสนับสนุนจากทุกคน ซ้ำยังกลายเป็นคนทรยศที่คนในโลกมาเฟียรุมประณามเจ้าพ่อที่เคยมีอำนาจล้นฟ้า กลับกลายเป็นคนไม่เหลืออะไรเลยในชั่วพริบตาเดียวฉันจัดเก็บเอกสารและเตรียมตัวเดินออกจากศาลพร้อมกับทนายความหลี่ชิงหลินพุ่งพรวดเข้ามาขวางทางฉันไว้สองมือของเขาสั่นอย่างรุนแรง เขาคว้าไหล่ฉันไว้แน่น ดวงตาแดงก่ำไปด้วยเส้นเลือดฝอย ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาไม่หลงเหลือความสุขุมหรือความถือตัวในฐานะเจ้าพ่ออีกต่อไป"ฉู่อวี่ ผมโดนยัยอี้ปิงอิงนั่นยั่วยวน ผมไม่รู้จริง ๆ ว่าเธอเป็นคนของตระกูลฝ่ายศัตรู!คุณเชื่อผมนะ ผมก็แค่หน้ามืดตามัวไปชั่ววูบ คุณช่วยพูดขอความเห็นใจให้ผมหน่อย ผมจะกลับตัวแน่นอน! ตอนนี้ผมจะไปจั
หลี่ชิงหลินลุกพรวดพร้อมกับชี้ไปที่หน้าจอใหญ่"นี่มันของปลอม! เทคโนโลยีสมัยนี้จะสร้างภาพอะไรขึ้นมาก็ได้"เขาพยายามยึดศักดิ์ศรีสุดท้ายของเจ้าพ่อเอาไว้ ดันทุรังรักษาความสุขุมเต็มที่ตุลาการไม่สนใจเสียงโวยวายของเขา แต่ส่งสัญญาณให้ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิคของศาลขึ้นมาตรวจสอบความจริงเท็จของวิดีโอทันทีหลังจากนั้นไม่กี่นาที ผู้เชี่ยวชาญเงยหน้าขึ้นและรายงานตุลาการด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจ"วิดีโอไม่ผ่านการตัดต่อดัดแปลงใด ๆ ครับ เป็นของจริงทั้งหมด"เมื่อทีมทนายความมือดีของหลี่ชิงหลินเห็นท่าไม่ดี จึงรีบเปลี่ยนประเด็น หมายจะลดความผิดหนักให้เป็นเบา"เรียนท่านตุลาการ ต่อให้คลิปจะเป็นความจริง แต่ในฐานะเจ้าพ่อ หลี่ชิงหลินต้องวุ่นอยู่กับกิจการตระกูลทั้งวัน ต้องแบกรับความกดดันมหาศาลแต่ฉู่อวี่กลับเพิกเฉยต่อเขาและละเลยหน้าที่ภรรยามาเป็นเวลานาน"หลี่ชิงหลินเล่นไปตามน้ำ ถือโอกาสหลุบตาลง แสดงสีหน้าที่ดูเจ็บปวดใจ"ฉู่อวี่ ถ้าคุณยอมสละเวลามาใส่ใจผมบ้าง ผมคงไม่ต้องหาคนอื่นมาปลอบใจหรอก"หัวหน้าเขตอิทธิพลหลายคนด้านล่างต่างสบตากัน ท่าทีเริ่มไม่เด็ดขาดขึ้นมาจริง ๆอย่างไรเสีย การที่เจ้าพ่อมาเฟียจะมีเมียน้อยส
วันที่เปิดการพิจารณาคดีตระกูลโดยเปิดเผยห้องโถงหลักของตระกูลหลี่เนืองแน่นไปด้วยผู้คน พวกเขามาเพื่อรอดูความพ่ายแพ้ของฉันรอดูฉันปล่อยไก่ ถูกดูหมิ่น และถูกขับไล่ออกจากตระกูลที่ฉันเกิดมาอี้ปิงอิงนั่งอยู่ตรงที่นั่งฟัง จ้องมองมาที่ฉันด้วยสีหน้าเยาะเย้ยพ่อแม่ของฉันนั่งอยู่ข้างเธอ ถึงขั้นไม่ยอมเหลี
ตอนที่ไปถึงสถานที่นั้นก็เกือบจะห้าทุ่มแล้ว แต่ในออฟฟิศยังคงเปิดไฟสว่าง ทันทีที่ก้าวเข้าประตู ฉันก็รู้เลยว่าสถานการณ์แย่กว่าที่ฉันคิดไว้มากในห้องประชุมมีคนเจ็ดแปดคนล้อมโต๊ะอยู่ บนใบหน้าของทุกคนเขียนคำว่า 'จบเห่แล้ว' ไว้ตัวโตๆพอเห็นฉันเดินเข้าไป พวกเขาก็พากันเงยหน้าขึ้นพร้อมกัน สายตาเหมือนเห็นพร
สามวันต่อมา ฉันเข้าพักในโรงแรม ปิดเครื่องโทรศัพท์ ตัดการติดต่อทุกช่องทางเช้าวันที่สี่ ฉันผลักประตูคาเฟ่ขนาดเล็กแห่งหนึ่งเข้าไปทนายความส่วนตัวของฉันนั่งรออยู่ก่อนแล้วฉันเคยปกป้องเขาจากอันตรายที่ร้ายแรงถึงชีวิต เขาจึงติดหนี้ชีวิตฉันอยู่หนึ่งครั้งต่อให้ทุกคนในตระกูลหลี่จะทรยศฉัน แต่ความซื่อสัตย
"ฉู่อวี่ พูดแบบนี้หมายความว่ายังไง"ตอนที่หลี่ชิงหลินตะคอกใส่ฉัน ดวงตาของเขาแดงก่ำ ราวกับว่าเขาคือคนที่เป็นฝ่ายไม่ได้รับความยุติธรรม "อี้ปิงอิงเป็นน้องสาวคุณนะ! เธอเลี้ยงลูกคนเดียวยุ่งจนไม่มีเวลาพักผ่อน ผมเข้าไปช่วยมันผิดนักหรือไงสาเหตุที่ผมชงนมเอง ร้องเพลงกล่อมเอง ก็เพื่อเรียนรู้วิธีการเป็นพ่อ







