Short
เด็กสาวที่พวกเขาพามาแทนที่ฉัน

เด็กสาวที่พวกเขาพามาแทนที่ฉัน

作者:  คาเรน ดับเบิ้ลยู已完成
語言: Thai
goodnovel4goodnovel
10章節
627閱讀量
閱讀
加入書架

分享:  

檢舉
作品概覽
目錄
掃碼在 APP 閱讀

故事簡介

นิยายฟิล

ย้อนกลับ

น้ำเน่า

นางเอกเก่ง/นางเอกเข้มแข็ง

หลายอัตลักษณ์

มาเฟีย

การเสียใจภายหลัง

กาช่วยเหลือ

เป็นที่รักของทุกคน

ในวันเกิดครบรอบสิบหกปีที่แสนหวานของฉัน พี่ชายทั้งสามคนกลับมาบ้านพร้อมกับเด็กสาวคนหนึ่งที่ชื่อซิลวี่ พวกเขาบอกว่าฉันต้องปฏิบัติกับเธอให้เหมือนคนในครอบครัว ฉันไม่ได้คิดเลยว่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปมากมายนัก ทว่าหลายปีต่อมา ทุกอย่างกลับเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เจซ พี่ชายคนเล็กสุดของฉัน ผลักฉันตกบันไดเพื่อเธอ ส่วนแอชเชอร์ พี่คนโตที่ครั้งหนึ่งเคยสัญญาว่าจะปกป้องฉันตลอดไป กลับไล่ให้ฉันไสหัวไป ฉันจึงจากมา อย่างเงียบเชียบที่สุด พวกเขาคิดว่าฉันก็แค่เรียกร้องความสนใจ เลยพาซิลวี่ไปฝรั่งเศส โดยไม่แม้แต่จะเสียเวลามาห่วงใยหรือเช็กดูว่าฉันเป็นยังไงบ้าง สิ่งที่พวกเขาไม่รู้เลยก็คือ ฉันได้เซ็นชื่อลงในสัญญาฉบับหนึ่ง สัญญาที่ผูกมัดฉันไว้กับศัตรูตัวฉกาจของตระกูล ในฐานะนักเคมีที่อายุน้อยที่สุดของพวกเขา ด้วยพันธะสัญญาลายลักษณ์อักษรที่ระบุไว้ชัดเจน ฉันคงไม่มีวันกลับบ้านได้อีก ในคืนที่พวกเขารู้ความจริงว่าฉันจากไปตลอดกาลจริงๆ น่ะเหรอ? พวกเขาพังทลาย แหลกสลายกันไปหมดทุกคนนั่นแหละ

查看更多

第 1 章

บทที่ 1

มุมมองของไคอา

ฉันสัมผัสได้ถึงความเกลียดชังที่พี่ชายมีต่อฉัน ดังนั้นฉันจึงตัดสินใจที่จะหายตัวไป—ไปยังที่ไหนสักแห่งที่พวกเขาจะไม่มีวันตามหาฉันเจออีก

“คุณตัดสินใจดีแล้วใช่ไหมครับ คุณเรนเนอร์? ทันทีที่คุณเซ็นสัญญา คุณต้องเข้าใจนะว่าชีวิตของคุณ—ทุกอย่างจะตกเป็นของออร์มันกรุ๊ป การลาออกในภายหลังจะไม่ใช่ทางเลือกที่คุณทำได้”

“ฉันทราบค่ะ” ฉันตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยและมั่นคง

ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตามมาด้วยน้ำเสียงที่สัมผัสได้ถึงรอยยิ้มบางๆ “ถ้าอย่างนั้นก็ยินดีต้อนรับครับ คุณเรนเนอร์ ออร์มันกรุ๊ปกำลังรอคุณอยู่”

ทันทีที่สายตัดไป ฉันก็จองตั๋วเรือเฟอร์รี่เที่ยวเดียวไปเม็กซิโก วันเดินทางคืออีกหนึ่งสัปดาห์หลังจากนี้พอดี

หนึ่งสัปดาห์... เวลาแค่นั้นก็น่าจะเพียงพอสำหรับการจัดการเรื่องทางนี้ สะสางปัญหาที่ค้างคา และตัดขาดความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับพวกพี่ชาย—ให้จบสิ้นกันที

ฉันลังเลอยู่เพียงวินาทีเดียว ก่อนจะกดเบอร์โทรหาแอชเชอร์ ไม่มีการตอบรับ แต่มันก็ไม่ใช่ว่าฉันคาดหวังผลลัพธ์อื่นอยู่แล้ว

คนต่อไปคือโนอาห์ เขาเป็นคนที่ห่างเหินที่สุดในบรรดาสามคนเสมอมา แต่อย่างน้อยเขาก็ยังมีมารยาทพอที่จะแสร้งทำเป็นว่าไม่ได้เกลียดฉัน

เขารับสายหลังจากเสียงสัญญาณดังขึ้นห้าครั้ง “มีอะไร?”

“พรุ่งนี้คือวันคริสต์มาสอีฟค่ะ” ฉันพูด “ฉันเลยคิดว่าถ้าวันนี้พี่ไม่ยุ่ง เราอาจจะมาเจอกันหน่อยได้ไหมคะ”

ฉันรู้อยู่แล้วว่าพวกเขาไม่ว่าง พวกเขาต้องพาซิลวี่ไปรีสอร์ตหรูที่ไหนสักแห่ง เหมือนที่ทำเป็นประจำทุกปีนับตั้งแต่เธอปรากฏตัวในวันเกิดครบรอบสิบหกปีของฉัน และทำให้ครอบครัวเราพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ

โนอาห์เงียบไปนาน

“ฉันเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้วค่ะ แค่พี่มาก็พอ ฉันทำครีมเค้กของโปรดของซิลวี่ไว้ด้วยนะ”

น้ำเสียงเย้ยหยันของเขาสวนกลับมาทันที “แกยังกล้าพูดถึงเธออีกนะ หลังจากเรื่องทั้งหมดที่แกทำกับเธอน่ะ? เธยังนอนอยู่โรงพยาบาลอยู่เลย ข้อเท้าแพลง แถมยังเป็นไข้อีก...”

ใช่ เรื่องสระว่ายน้ำที่ซิลวี่ตกลงไป และเพราะฉันเป็นคนที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุด พี่ชายทั้งสามเลยสรุปเอาเองว่าฉันเป็นคนผลักเธอ—ทั้งที่ฉันและซิลวี่ก็บอกพวกเค้าไปแล้วว่าฉันไม่ได้ทำ

ฉันเมินเฉยต่อคำกล่าวหาของเขา “งั้นฉันจะเอาเค้กไปให้ที่โรงพยาบาลเองค่ะ ไม่มีปัญหา”

ฉันไม่เคยเสนอตัวทำดีให้แบบนี้มาก่อน ปกติแล้วฉันจะวางสายทันทีที่มีใครพูดถึงเรื่อง “สิ่งที่ฉันทำกับเธอ” แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป ฉันกำลังจะไปแล้ว และก่อนที่จะหายตัวไปตลอดกาล ฉันต้องการคำบอกลาที่เหมาะสมสักครั้ง ถึงแม้ว่ามันจะเป็นแค่ความต้องการของฉันฝ่ายเดียวก็ตาม

มีเสียงเบาๆ แทรกเข้ามาในสายโทรศัพท์ นั่นคือซิลวี่

“นั่นไคอาเหรอคะ? เมื่อกี้เหมือนหนูได้ยินเรื่องเค้ก...”

“ยัยนั่นทำมาให้เธอน่ะ” โนอาห์พูดด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง “บอกว่าเป็นแบบที่เธอชอบ”

“โอ้ ฟังดูดีจังเลยค่ะ ไคอาทำเค้กอร่อยที่สุดเสมอเลย” ซิลวี่พูด น้ำเสียงดูตื่นเต้นเหมือนเด็กน้อยในวันคริสต์มาส

“ถ้าเธออยากกินเค้ก ฉันแวะเอาไปให้ได้นะ” ฉันบอกเบาๆ

โนอาห์ไม่ได้ตอบรับ แต่เขาก็ไม่ได้ปฏิเสธ ฉันถือเอาความเงียบนั้นเป็นอันตกลงแล้วกดวางสาย

ฉันเรียกแท็กซี่ ตรงกลับไปยังอพาร์ตเมนต์ของตัวเองเพื่อไปหยิบครีมเค้กที่ทำไว้เมื่อเช้า ฉันจัดวางลงกล่องอย่างประณีตและผูกด้วยโบสีแดงสด

ตอนที่ฉันไปถึงโรงพยาบาลก็เลยหกโมงเย็นมานิดหน่อย ห้องพักฟื้นของซิลวี่ดูเหมือนโรงแรมหรูมากกว่าห้องพยาบาล มีทั้งห้องครัวและมุมรับประทานอาหารครบครัน แต่มีเก้าอี้แค่สี่ตัว

ฉันรูอยูแล้วว่าไม่มีตัวไหนที่จะเป็นของฉัน

ซิลวี่หน้าเบิกบานทันทีที่เห็นเค้ก เธอถึงขั้นยืนกรานจะปักเทียนไว้ตรงกลางและอธิษฐานก่อนจะเป่ามันให้ดับลง จากนั้นเธอก็ตัดเค้กออกมาหนึ่งชิ้น พอกินเข้าไปคำแรก ใบหน้าของเธอก็สว่างไสวเหมือนแสงอาทิตย์ยามเช้า

“หวานจังเลย! เพอร์เฟกต์ที่สุด!” ซิลวี่ยิ้มร่าเริง

ฉันยิ้มตามแต่ไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ถือส้อมตัดเค้กชิ้นเล็กๆ ให้ตัวเอง แล้วเลี่ยงไปนั่งที่โซฟา

“ฉันจะนั่งกินตรงนี้ค่ะ”

เจซตวัดสายตาคมกริบมองมาที่ฉัน “บางคนก็รู้จักที่ของตัวเองดีนะ”

แอชเชอร์กะพริบตาด้วยความประหลาดใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันกลับไปรีบเอาใจซิลวี่ตามเดิม

“หนูได้ยินมาว่าฝรั่งเศสช่วงคริสต์มาสสวยเป็นพิเศษเลยค่ะ” ซิลวี่พูดเสียงใสขณะตัดเค้กอีกคำ “จะเป็นยังไงนะถ้าพวกเราไปเที่ยวด้วยกันทุกคนหลังจากหนูออกจากโรงพยาบาล?”

แอชเชอร์หัวเราะเบาๆ พลางลูบผมของเธอ “ได้ทุกที่ที่เธอต้องการเลย”

ซิลวี่หันมามองฉันด้วยดวงตากลมโตเป็นประกายความหวัง “ไคอา? เธอจะไปด้วยกันไหม?”

ฉันกำจานในมือแน่นขึ้น ฉันประหม่าจนมือสั่น เค้กแทบจะร่วงลงพื้น “คงไม่ได้หรอก ฉันกำลังจะเดินทางเร็วๆ นี้แล้วล่ะ พอดีต้องไป... ทดสอบผลิตภัณฑ์ตัวใหม่น่ะ”

“ผลิตภัณฑ์ตัวใหม่?” เจซแค่นหัวเราะ “ทำงานแม้กระทั่งช่วงวันหยุด สงสัยพวกเราต้องเอาเหรียญรางวัลมามอบให้เธอแล้วมั้ง”

“ฉันแค่คิดว่า—”

“ไม่เป็นไรหรอก” แอชเชอร์พูดขัดขึ้นด้วยเสียงเฉียบขาด “บางทีมันอาจจะดีกว่าถ้าไคอาอยู่ห่างๆ ไปสักพัก ไม่อยากให้ซิลวี่ถูกผลักตกสระน้ำอีกรอบ”

บรรยากาศเย็นเยียบลงทันที

พวกเขาไม่รู้เลยว่า ‘ทริป’ เล็กๆ ของฉันครั้งนี้คือการจากไปอย่างถาวร และฉันจะหายไปในอีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้า โดยไม่มีที่อยู่ให้ติดต่อกลับ และไม่มีความตั้งใจที่จะหันหลังกลับมามองด้วย

“ก็นะ ถ้าเธอจะไม่อยู่แล้ว” แอชเชอร์พูดเสียงเย็นชาขณะหันกลับไปหาจานของเขา “เธอจะรังเกียจไหมถ้าจะให้ซิลวี่ย้ายเข้าไปอยู่ในห้องเก่าของเธอที่คฤหาสน์?”

ฉันมองเขา แววตาคู่นั้นไม่มีร่องรอยของความรักหลงเหลืออยู่เลย มีเพียงความห่างเหินเหมือนเขากำลังคุยกับคนแปลกหน้า

เจซพูดเสริมขึ้นมาอีกครั้งด้วยสายตาเป็นประกายเยาะเย้ย “ยัยนี่น่ะขี้งกเรื่องห้องนอนกับซิลวี่จะตาย”

“ไม่เป็นไรค่ะ” ฉันตอบ “เธอเอาห้องนั้นไปได้เลย พรุ่งนี้ฉันจะเข้าไปเก็บของออกมาให้หมด”

พี่ชายทั้งสามคนหันมามองฉันเป็นตาเดียว ราวกับฉันเป็นตัวประหลาด

เพราะฉันไม่เคยยอมมาก่อน—ไม่เคยเลยแม้แต่ครั้งเดียว และพวกเขาก็ขุ่นเคืองฉันเรื่องนี้มาตลอด เพราะถ้าซิลวี่ไม่ได้ห้องของฉัน เด็กปั้นคนโปรดของพวกเขาก็ต้องไปนอนที่ห้องพักแขกแทน

แอชเชอร์หรี่ตาลง “อย่าตกลงอะไรที่เธอจะมาเปลี่ยนใจทีหลังนะ ไคอา”

“ไม่หรอกค่ะ” ฉันบอกเสียงเรียบ “ฉันแค่ทำใจยอมรับอะไรบางอย่างได้แล้ว ให้ซิลวี่เอาห้องฉันไปน่ะดีแล้ว พวกพี่จะได้ดูแลเธอได้อย่างเต็มที่ไงคะ”

ริมฝีปากของแอชเชอร์เหยียดยิ้มเย็นชา เจซกลอกตา ส่วนโนอาห์ยังคงเงียบงันและจ้องมองส้อมที่ยังไม่ได้แตะต้องในมือ

เวลาที่เหลือของเย็นวันนั้นผ่านไปอย่างเลือนลาง

ซิลวี่บอกว่าเธอเริ่มเหนื่อยแล้ว นั่นคือสัญญาณของฉัน

ฉันหยิบกระเป๋า ลุกขึ้นยืน และมองพวกเขาเป็นครั้งสุดท้าย

เสี้ยววินาทีหนึ่ง—เพียงแค่วินาทีเดียวเท่านั้น—ฉันรู้สึกถึงความเศร้าที่กดทับไว้มาหลายปีแตกร้าวอยู่ข้างใน ครั้งหนึ่งฉันเคยเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่ เคยเป็นคนที่ได้รับความทะนุถนอม ได้รับความรัก และมีคนโอบกอด

แต่ตอนนี้ ฉันเป็นแค่แขกคนหนึ่ง... แขกที่อยู่รบกวนเจ้าของบ้านนานเกินไปแล้ว

“ลาก่อนค่ะ” ฉันพูด

ไม่มีใครสักคนตอบกลับมา
展開
下一章
下載

最新章節

更多章節
暫無評論。
10 章節
บทที่ 1
มุมมองของไคอาฉันสัมผัสได้ถึงความเกลียดชังที่พี่ชายมีต่อฉัน ดังนั้นฉันจึงตัดสินใจที่จะหายตัวไป—ไปยังที่ไหนสักแห่งที่พวกเขาจะไม่มีวันตามหาฉันเจออีก“คุณตัดสินใจดีแล้วใช่ไหมครับ คุณเรนเนอร์? ทันทีที่คุณเซ็นสัญญา คุณต้องเข้าใจนะว่าชีวิตของคุณ—ทุกอย่างจะตกเป็นของออร์มันกรุ๊ป การลาออกในภายหลังจะไม่ใช่ทางเลือกที่คุณทำได้”“ฉันทราบค่ะ” ฉันตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยและมั่นคงปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตามมาด้วยน้ำเสียงที่สัมผัสได้ถึงรอยยิ้มบางๆ “ถ้าอย่างนั้นก็ยินดีต้อนรับครับ คุณเรนเนอร์ ออร์มันกรุ๊ปกำลังรอคุณอยู่”ทันทีที่สายตัดไป ฉันก็จองตั๋วเรือเฟอร์รี่เที่ยวเดียวไปเม็กซิโก วันเดินทางคืออีกหนึ่งสัปดาห์หลังจากนี้พอดีหนึ่งสัปดาห์... เวลาแค่นั้นก็น่าจะเพียงพอสำหรับการจัดการเรื่องทางนี้ สะสางปัญหาที่ค้างคา และตัดขาดความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับพวกพี่ชาย—ให้จบสิ้นกันทีฉันลังเลอยู่เพียงวินาทีเดียว ก่อนจะกดเบอร์โทรหาแอชเชอร์ ไม่มีการตอบรับ แต่มันก็ไม่ใช่ว่าฉันคาดหวังผลลัพธ์อื่นอยู่แล้วคนต่อไปคือโนอาห์ เขาเป็นคนที่ห่างเหินที่สุดในบรรดาสามคนเสมอมา แต่อย่างน้อยเขาก็ยังมีมารยาทพอที่จะแสร้งทำเป็
閱讀更多
บทที่ 2
มุมมองของไคอาข้างนอกนั่น ถนนในเมืองระยิบระยับไปด้วยบรรยากาศแห่งความสุขในวันหยุด คู่รักเดินจูงมือกัน เด็กๆ ถือลูกกวาดไม้เท้า ผู้คนที่เดินผ่านไปมาดูเหมือนกำลังมุ่งหน้ากลับบ้านกันทั้งนั้นบ้าน... คำนี้ไม่ได้มีความหมายอะไรกับฉันอีกต่อไปแล้วฉันเดินต่อไปอย่างไร้จุดหมาย แค่เดินไปเรื่อยๆ เท่านั้นไม่รู้ทำไม ความคิดของฉันถึงล่องลอยกลับไปในคืนนั้น—คืนที่มีสายโทรศัพท์แจ้งข่าวเรื่องพ่อกับแม่ เครื่องบินตก การเดินทางไปติดต่องานตามปกติ และพวกท่านก็จากไปฉันร้องไห้จนหลับไปบนพื้นห้องนั่งเล่น เมื่อตื่นมา พี่ชายทั้งสามคนก็นอนล้อมรอบตัวฉันไว้ราวกับเป็นป้อมปราการแอชเชอร์ที่ทั้งกล้าหาญและอ่อนโยน กอดฉันไว้แน่นแล้วกระซิบว่า “ไม่ต้องห่วงนะไคอา เธอยังมีพวกเรา เธอจะไม่มีวันต้องอยู่ตัวคนเดียว”ฉันสงสัยเหลือเกินว่าแอชเชอร์ในตอนนั้น จะยังจำตัวเองในตอนนี้ได้อยู่ไหมน้องสาวที่เขาเคยสาบานว่าจะปกป้องน่ะเหรอ? เขาเขี่ยเธอทิ้งเหมือนเธอไม่เคยมีความสำคัญอะไรเลยหนึ่งสัปดาห์ นั่นคือเวลาทั้งหมดที่ฉันเหลืออยู่หลังจากนั้นฉันก็จะไป ฉันหวังว่าพวกพี่ชายจะมีความสุขกับเรื่องนี้นะเพราะมันไม่เหมือนกับว่าพวกเขาอยากจะให้
閱讀更多
บทที่ 3
มุมมองของไคอา“พวกเขาจะต้องเสียใจ” เจมส์พูดขึ้นเมื่อเราเข้ามาในรถ ประตูที่ปิดสนิทตามหลังเราให้ความรู้สึกเหมือนคำตัดสินสุดท้าย “ขอโทษครับถ้าผมก้าวก่ายเกินไป แต่ผมแค่ไม่เข้าใจจริงๆ พี่ชายแบบไหนกันที่เลือกคนแปลกหน้ามากกว่าน้องสาวแท้ๆ ของตัวเอง?”ฉันเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ดูสายฝนที่ชะโลมจนกระจกพร่าเลือน “พวกเขาไม่ได้เป็นแบบนี้มาตั้งแต่แรกหรอกค่ะ” ฉันกระซิบ “เมื่อก่อนพวกเขาดีกับฉันมาก”ฉันเป็นลูกหลง เป็นปาฏิหาริย์ที่เกิดขึ้นในช่วงบั้นปลายชีวิตของพ่อแม่ตอนที่ฉันเกิด พ่อกับแม่ก็ถลำลึกอยู่ในอาณาจักรเรนเนอร์จนถอนตัวไม่ขึ้นแล้ว พวกท่านอายุเข้าเลขสี่กันหมด หน้าที่ในการเลี้ยงดูฉัน... จึงตกเป็นของพวกพี่ชายมีครั้งหนึ่งที่ฉันก่อเรื่องที่โรงเรียน—ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก ก็แค่การเล่นแผลงๆ โง่ๆ ตามประสาเด็ก ครูใหญ่เรียกพบผู้ปกครอง แต่แอชเชอร์กลับเป็นคนที่ปรากฏตัวแทน เขาแต่งตัวจัดเต็มแต่ผูกเนกไทเบี้ยวๆ แสร้งทำตัวเป็นพ่อของพวกเราเขาคอยปกป้องฉันเสมอแล้วเจซล่ะ? เขาเป็นพวกบ้าบิ่น เสียงดัง และซื่อสัตย์ในแบบที่มีแต่เด็กผู้ชายเท่านั้นจะเป็นได้ มีคืนหนึ่งฉันบอกเขาว่าอยากดูดาวตก พอเที่ยงคืน เขาก็แอบ
閱讀更多
บทที่ 4
มุมมองของไคอาวันพรุ่งนี้คือวันเดินทางแล้วฉันคิดว่าเวลาที่เหลือของฉันจะผ่านไปอย่างเงียบเชียบ—หรืออาจจะสงบสุขด้วยซ้ำ—จนกระทั่งหน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบขึ้นพร้อมสายเรียกเข้าที่เหนือความคาดหมายจากโนอาห์“เย็นนี้จะกลับมากินข้าวที่บ้านไหม?” เขาถามคำถามนั้นทำให้ฉันไม่ทันตั้งตัว “คงไม่ค่ะ ฉันยุ่งกับการเก็บของอยู่”ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง จากนั้นฉันก็ได้ยินเสียงลมหายใจแผ่วเบาของเขา“วันนี้วันเกิดพี่นะ” เขาพูดออกมาจริงด้วย... ฉันไม่เคยลืมวันเกิดของพวกเขาเลย ไม่เคยเลยสักครั้ง—จนกระทั่งปีนี้“ขอโทษค่ะ” ฉันพึมพำ ความรู้สึกผิดมวนอยู่ในท้องโนอาห์พูดขึ้นอีกครั้ง คราวนี้น้ำเสียงอ่อนลง “งั้นกลับมากินข้าวที่บ้านนะ? พี่ทำพาสต้าไว้ ของโปรดของเธอไง”ฉันเกือบจะตอบปฏิเสธไปแล้ว ฉันจินตนาการถึงตอนที่ตัวเองเดินเข้าไปในห้องทานข้าว แล้วต้องมารู้สึกเหมือนเป็นคนแปลกหน้าในครอบครัวตัวเอง ในขณะที่พวกเขาสามคนรุมล้อมซิลวี่ราวกับเธอเป็นดวงอาทิตย์“ซิลวี่ไม่อยู่บ้านนะ” โนอาห์เสริม ราวกับเขาได้ยินทุกสิ่งที่ฉันคิดอยู่ในหัว“งั้นก็ได้ค่ะ” ฉันตอบ…เมื่อฉันขับรถมาถึงคฤหาสน์เรนเนอร์ แอชเชอร์กำลังรดน้ำต้นไม้อยู่ใ
閱讀更多
บทที่ 5
มุมมองของแอชเชอร์พวกเราเพิ่งมาถึงฝรั่งเศสได้เพียงสามวัน โนอาห์ก็เริ่มพึมพำเรื่องอยากกลับบ้านซะแล้วบอกตามตรง ผมเองก็คิดแบบเดียวกันมีบางอย่างเกี่ยวกับทริปนี้ที่ทำให้ผมรู้สึกไม่สบายใจ พวกเรากำลังหัวเราะ ดื่มฉลองกัน ในขณะที่ไคอาต้องอยู่ตัวคนเดียว หมกตัวอยู่ในห้องแล็บของเธอแต่ซิลวี่ไม่อยากกลับ เธอเอาแต่บอกว่าอยากจะอยู่ฉลองคืนข้ามปีที่นี่“ผม—” โนอาห์เริ่มจะพูด แต่ผมขัดจังหวะเขาก่อนในฐานะพี่คนโต คำพูดของผมมีน้ำหนักเสมอ แม้แต่ซิลวี่เองก็แทบจะไม่เคยขัดเวลาที่ผมพูด“ซิลวี่” ผมพูดอย่างอ่อนโยน “พี่ยังมีงานต้องไปสะสางน่ะ เรากลับกันพรุ่งนี้เลยจะดีที่สุดนะ”สีหน้าของเธอสลดลงทันที เธอไม่ได้โต้เถียง แต่แววตาที่เต็มไปด้วยความผิดหวังอย่างเห็นได้ชัดอย่างไม่ต้องสงสัย“พี่ขอโทษนะ” ผมเสริมพลางยื่นมือไปลูบผมเธอเบาๆ “เราจะกลับมาเมื่อไหร่ก็ได้ พี่สัญญา นานตราบเท่าที่พี่ว่าง”แต่เธอกลับไม่ยิ้ม “พี่สัญญาแล้วนี่นาว่าเราจะอยู่จนถึงคืนวันสิ้นปี” เธอกระซิบและเธอก็พูดถูก ผมเคยสัญญาไว้จริงๆ ในตอนนั้นที่ผมคิดว่าไคอาจะมาด้วยกันแต่เธอไม่มา และตอนนี้ผมเองก็คิดถึงบ้านมาก“ซิลวี่” ผมลองพยายามอีกครั้ง มอง
閱讀更多
บทที่ 6
มุมมองของแอชเชอร์ผมนั่งอยู่ในห้องทำงาน มือข้างหนึ่งกำโทรศัพท์ไว้แน่น จ้องมองหน้าจอราวกับรอให้มันกะพริบตอบกลับมาไคอายังคงไม่รับสาย ยังคงเป็นเหมือนเดิม—สัญญาณตัดเข้าสู่ระบบฝากข้อความเสียงซ้ำแล้วซ้ำเล่าผมเกลียดความคิดที่ต้องจ้างนักสืบเอกชนเพื่อตามหาน้องสาวแท้ๆ ของตัวเอง แต่มาถึงขั้นนี้แล้ว ผมไม่มีทางเลือกอื่นผมถอนหายใจออกมาอย่างแรงก่อนจะแตะหน้าจอโทรศัพท์ “แจ็คสัน”“ครับ คุณเรนเนอร์”“ฉันต้องการให้นายตามหาคนคนหนึ่งให้หน่อย”“ได้ครับ คุณซิลวี่ใช่ไหมครับ?”การคาดเดานั้นทำให้บางอย่างในอกผมบิดเกร็ง “ไม่ใช่” ผมตอบเสียงเครียด “ไคอา เรนเนอร์ น้องสาวของฉัน”ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง “...รับทราบครับ แน่นอนครับ ขอเวลาสามสิบนาที แล้วผมจะโทรกลับพร้อมข้อมูลที่หาได้”ผมวางสายแล้วตรงไปที่ห้องเพื่ออาบน้ำ พยายามจะขัดล้างความตึงเครียดออกจากร่างกายไคอา... มันต้องไม่มีเรื่องร้ายแรงอะไรหรอก เธอแข็งแรง ฉลาด และแกร่งเหมือนเหล็กกล้า เธอเป็นแบบนั้นมาเสมอ...ตอนที่แจ็คสันโทรกลับมา น้ำเสียงของเขาไม่ได้ดูมั่นใจเหมือนปกติแบบที่ผมเคยได้ยิน “คุณเรนเนอร์ครับ... ผมได้พิกัดของเธอแล้ว คิดว่านะครับ แต่มัน...
閱讀更多
บทที่ 7
มุมมองของแอชเชอร์“เธอเสนอตัวเป็นนักเคมีให้พวกนั้น” ผมพูดด้วยการเค้นคำพูดออกมาอย่างยากลำบาก “อายุน้อยที่สุดเท่าที่เคยมีมา”โนอาห์ไม่พูดอะไร เขาเองก็รู้ดีว่ามันหมายความว่ายังไง ถ้าไคอาเข้าร่วมกับออร์มันกรุ๊ปจริง เธอก็จากเราไปแล้ว ต่อให้เธอยังมีชีวิตอยู่ เธอก็ไม่มีวันกลับมาได้อีกสมองของผมปั่นป่วนไปหมดเราปล่อยให้มันกลายเป็นแบบนี้ได้ยังไง? เด็กผู้หญิงที่ผมเคยให้ขี่คอพาเที่ยวเล่นกลับหลุดลอยไปไกลแสนไกลจนผมไม่ทันสังเกตเห็นเลยว่าเธอกำลังจะจากไป?และที่แย่กว่านั้นคือ... ทำไมเธอถึงรู้สึกว่าเธอต้องทำแบบนั้น?ความเจ็บปวดที่เย็นเยียบและว่างเปล่ากัดกินลึกเข้าไปในอกของผมจู่ๆ โนอาห์ก็ลุกขึ้นยืน “ผมจะไปเม็กซิโก”“อะไรนะ?”“ผมจะไปคุยกับอดัม ออร์มัน ผมไม่สนว่าต้องแลกด้วยอะไร เธอคือน้องสาวของเรานะ”“พี่คุยกับเขาแล้ว” ผมพูดเสียงต่ำ “ตอนนี้มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะพาเธอกลับมา และพี่ก็กลัวว่าถ้าเราทำให้อดัมโกรธ มันจะทำอะไรไม่ดีกับไคอา เพราะฉะนั้นเราต้องใจเย็นๆ ไว้ก่อน”แต่โนอาห์ไม่ฟังผมแล้ว เขาขาดสติไปแล้ว“พี่ใจเย็นขนาดนี้ได้ยังไงกัน!!! นั่นน้องสาวเรานะ! ต่อให้ผมต้องตาย ผมก็จะพาเธอกลับมา”
閱讀更多
บทที่ 8
มุมมองของแอชเชอร์ผมหลับตาลงครู่หนึ่ง เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้งผมก็เห็นซิลวี่ เธอยืนอยู่ที่ประตูรั้วด้านหน้า ท่าทางลับๆ ล่อๆ เหมือนมีบางอย่างปกปิดไว้ซิลวี่... ทุกอย่างมันเริ่มต้นขึ้นตอนที่ผมพาเธอเข้าบ้านมีจดหมายคำขู่เริ่มส่งมาหลังจากอารีตายไปได้ไม่นาน เป็นจดหมายลึกลับ ทั้งคำเตือน ข้อเรียกร้อง... ให้ปกป้องซิลวี่ ไม่อย่างนั้นไคอาจะต้องชดใช้และตอนนี้ผมหยุดสงสัยไม่ได้เลยว่า—ถ้าผมไม่พาซิลวี่เข้าบ้านล่ะ? ถ้าผมไม่เชื่อมั่นเกินไปว่าตัวเองจะจัดการได้ทั้งสองอย่าง? ทั้งปกป้องไคอา บริหารอาณาจักร และประคับประคองทุกอย่างไม่ให้พังทลาย?ไคอาจะยังอยู่ที่นี่ไหม?ซิลวี่แอบย่องออกไปในความมืด หายลับไปหลังแนวกำแพงต้นไม้ผมขมวดคิ้ว ความสงสัยเริ่มทิ่มแทงใจ ผมจึงเดินตามเธอไปไม่นานนักผมก็ได้ยินเสียงคนคุยกัน—เสียงต่ำและเต็มไปด้วยความโกรธ“แกไม่มีสิทธิ์มาขู่ฉันนะ” ซิลวี่ขู่ฟ่อ “ฉันให้สิ่งที่แกต้องการไปแล้วนี่!”“และตอนนี้ฉันต้องการมากกว่าเดิม” ผู้หญิงอีกคนสวนกลับ “ไม่งั้นฉันจะบอกความจริงกับพวกนั้น—ว่าแกไม่ใช่ลูกสาวของอารี ว่าแกเคยขู่จะแจ้งจับพวกนั้น แกยังอยากสวมบทใสซื่อต่อไหมล่ะ? จ่ายมาสิ”“พวกเขาไม่เ
閱讀更多
บทที่ 9
มุมมองของไคอาสิบปีแล้วนับตั้งแต่ฉันเข้าร่วมกับออร์มันกรุ๊ปในช่วงเวลานั้น สูตรที่ฉันพัฒนาขึ้นช่วยให้พวกเขาสร้างกำไรได้มหาศาลนับแสนล้าน ตลาดทั้งระบบถูกจัดระเบียบใหม่เพียงเพราะผลงานของฉันฉันไม่ใช่เพียงนักเคมีลับๆ ที่กบดานอยู่หลังประตูห้องแล็บอีกต่อไป—แต่ฉันคือสินทรัพย์ที่ล้ำค่าที่สุดของพวกเขาและฉันยังเป็นแฟนสาวของอดัม ออร์มัน ด้วยเขาบอกว่าเขาตกหลุมรักฉันตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น นั่นอาจจะเป็นเรื่องจริงหรือไม่ก็ได้ แต่การเป็นผู้หญิงของเขาหมายความว่าฉันจะได้รับสิ่งที่คนส่วนใหญ่ในองค์กรไม่มีวันได้—นั่นคืออิสรภาพและความปลอดภัยต้องขอบคุณอดัมที่ทำให้ฉันไม่ต้องติดแหง็กอยู่ที่เม็กซิโกตลอดเวลา ฉันสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ บ่อยครั้งที่เขาจะถามง่ายๆ ว่าอยากไปที่ไหนต่อ—แล้วเขาก็จะพาฉันไปที่นั่นแต่ด้วยตัวตนของเขา—และสิ่งที่ออร์มันกรุ๊ปเป็น—เราจึงต้องเดินทางแบบเงียบเชียบที่สุด เที่ยวบินส่วนตัว การจองที่พักแบบไม่ระบุชื่อสำหรับการฉลองครบรอบสิบปีที่ฉันทำงานกับออร์มัน อดัมตัดสินใจพาฉันมาที่ฝรั่งเศส“ฝรั่งเศสสวยเป็นพิเศษในช่วงฤดูหนาวนะ” เขาพูดตลกดี—ครั้งหนึ่งเคยมีคนอื่นบอกฉันแบบนี้เหมือนกัน
閱讀更多
บทที่ 10
มุมมองของไคอาอดัมจัดงานแต่งงานที่หรูหราอลังการที่สุดเท่าที่ฉันจะจินตนาการได้ มันเป็นงานประเภทที่สื่อแท็บลอยด์ต่างพากันซุบซิบ และเป็นสิ่งที่ตัวฉันในอดีตไม่เคยแม้แต่จะฝันถึงหลังจากนั้นฉันก็ตั้งท้อง ได้ลูกชายมันเป็นเรื่องที่น่าตกใจมาก—ด้วยอายุขนาดนี้ ฉันไม่คิดว่าตัวเองจะยังมีลูกได้อีก แต่เขาก็เกิดมา เด็กน้อยที่ตัวนุ่มนิ่มและงดงาม เขามีดวงตาเหมือนอดัมและมีความเงียบขรึมเหมือนฉันพอเขาอายุครบหนึ่งขวบ อดัมก็จัดงานเลี้ยงวันเกิดที่ยิ่งใหญ่ ทุกคนมาร่วมงาน แม้กระทั่งพวกเรนเนอร์อดัมยอมปล่อยให้พวกเขาเข้ามาแอชเชอร์ดูแก่ลงไปอีกนับจากครั้งล่าสุดที่ฉันเจอเขา ไหล่ของเขาห่อลง และดวงตาของเขาก็หม่นแสงโนอาห์มาในรถเข็น ส่วนเจซดูแย่มาก—เขาทั้งดูทรุดโทรมและเหนื่อยล้าพวกเขาไม่ได้เข้ามาพูดกับฉัน เพียงแค่ฝากของขวัญชิ้นเล็กๆ ไว้ใกล้กับโต๊ะ ในการ์ดเขียนไว้ว่า ‘ขอให้เธอมีชีวิตที่ดีมากและสมบูรณ์แบบที่สุด’ฉันไม่ได้เอามันกลับบ้านด้วย ฉันวางมันทิ้งไว้ข้างถังขยะเพราะของขวัญบางอย่าง เมื่อมันมาถึงช้าเกินไป มันก็ไม่ใช่ของขวัญอีกต่อไป แต่มันคือคำขอโทษที่ห่อหุ้มด้วยกระดาษ และฉันก็ไม่สนใจคำขอโทษพวกนั้นอีกแล้
閱讀更多
探索並免費閱讀 優質小說
GoodNovel APP 免費暢讀海量優秀小說,下載喜歡的書籍,隨時隨地閱讀。
在 APP 免費閱讀書籍
掃碼在 APP 閱讀
DMCA.com Protection Status