Short
เมียลับๆของเขาคือทายาทของมาเฟีย

เมียลับๆของเขาคือทายาทของมาเฟีย

By:  จัสมิน ฟลาวเวอร์Completed
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
7Chapters
0views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

สามวันก่อนกำหนดคลอด สามีของฉันกลับมาบ้านและบอกว่าเขากำลังจะแต่งงานกับบิอังก้า วอสส์ “ลูกของเธอจะคลอดวันไหนก็ได้แล้วตอนนี้” ลูก้าพูด “ถ้าฉันแต่งงานกับเธอ ฉันจะได้ตำแหน่งดอน” ฉันยืนอยู่ตรงนั้น ยุ้มท้องลูกของเขาอยู่ แล้วถามออกไป “สรุปคือคุณอยากให้ฉันใช้ชีวิตที่เหลือหลบๆ ซ่อนๆ ในฐานะเมียน้อยของคุณงั้นเหรอ” เขาสัญญาว่าจะจัดหาทั้งหมอ คนคุ้มกัน เงินทอง และบ้านที่มีการคุ้มกันอย่างหนาแน่นนอกเมืองชิคาโกให้ เขาบอกว่าฉันจะยังคงเป็นภรรยาของเขาตามความจริง ขอเพียงแค่ฉันไม่ไปปรากฏตัวต่อหน้าบิอังก้าก็พอ เมื่อฉันปฏิเสธ เขามองฉันด้วยความเวทนา ราวกับว่าฉันเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาเกินกว่าจะเข้าใจโลกที่เขาจากมาอย่างแท้จริง เขาคิดว่าฉันเป็นแค่อาเรีย ผู้หญิงเงียบๆ ที่ปลูกมะเขือเทศอยู่ริมทะเลสาบ เขาไม่รู้เลยสักนิดว่าฉันคือ อาเรีย คาสเตลลาโน่ ลูกสาวเพียงคนเดียวของประธานสภามาเฟียระดับสูง ฉันมองหน้าเขาแล้วกระซิบ “ถ้าฉันจะบอกคุณว่า ตระกูลของบิอังก้าเทียบไม่ได้เลยกับตระกูลของฉันล่ะ”

View More

Chapter 1

บทที่ 1

ลูก้า โมเร็ตติ มองฉันอยู่หนึ่งวินาทีราวกับว่าฉันเพิ่งพูดภาษาอื่นออกไป จากนั้นสีหน้าของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นความอดทนอันเหนื่อยล้า

“อาเรีย ฉันรู้ว่าฉันผิดที่ปิดบังตัวตนของตัวเอง ฉันรู้ว่าการแต่งงานกับคนอื่นเป็นเรื่องที่ยกโทษให้ไม่ได้ แต่ชีวิตแบบนี้มันไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยคำว่า ‘ถ้า’ ตระกูลเดียวที่มีอิทธิพลมากพอจะต่อรองกับพวกโมเร็ตติได้ก็คือตระกูลวอสส์”

เขากวาดสายตามองไปรอบๆ กระท่อม “สามปีแล้วที่ฉันกับเธออยู่ที่นี่มาด้วยกัน ฉันรู้จักเธอดี อาเรีย เธอไม่ใช่ผู้หญิงประเภทที่จะไปอยู่ในงานเต้นรำของสภามาเฟียหรอก”

เขาปิดบังว่าตัวเองเป็นถึงทายาทแห่งทางตอนเหนือ แต่กลับมั่นใจเหลือเกินว่าฉันจะไม่มีทางปิดบังอะไรเขาได้เลย

ฉันมองไปรอบๆ บ้านหลังน้อยของเรา นอกหน้าต่างมีพืชสมุนไพรและผักสวนครัวที่ฉันลงมือปลูกด้วยตัวเอง บนระเบียงไม้มีเปลเด็กที่ลูก้าเคยทำทิ้งไว้ให้ลูก ฝั่งหนึ่งยังขัดไม่เสร็จดีด้วยซ้าม ตลอดสามปีที่ผ่านมา ฉันเชื่ออย่างหมดใจว่าสถานที่แห่งนี้คือโลกทั้งใบของฉัน

“ลูก้า ลูกของเรากำลังจะลืมตาดูโลกแล้วนะ” ฉันจับแขนเสื้อเขาไว้ พยายามเป็นครั้งสุดท้ายที่จะดึงผู้ชายคนเดิมที่ฉันเคยรู้จักกลับมา “คุณยอมให้ลูกของเราเกิดมาโดยไม่มีพ่อได้จริงๆ เหรอ”

ความเจ็บปวดวาบผ่านดวงตาของเขา แต่ว่าเขากลับกดมันลงไปในทันที “บิอังก้าก็ท้องได้เก้าเดือนแล้วเหมือนกัน พ่อของเธอยื่นข้อเสนอทั้งเส้นทางขนส่งอาวุธ โกดังสินค้าที่ท่าเรือ และทีมรักษาความปลอดภัยส่วนตัวทั้งหมดเพื่อการแต่งงานครั้งนี้ ฉันจำเป็นต้องให้สถานะกับเธอ”

“แล้วฉันล่ะ คุณไม่ติดค้างอะไรฉันกับลูกของเราเลยหรือไง”

ลูก้ายกมือขึ้นซับน้ำตาให้ฉัน สัมผัสของเขายังคงอ่อนโยน แต่คำพูดของเขากลับคมยิ่งกว่ามีด “ฉันไม่ได้จะทิ้งเธอ ฉันแค่ต้องแต่งงานกับเธอก่อน เซฟเฮ้าส์ที่นอร์ทริเวอร์พร้อมแล้ว เธอชอบปลูกต้นไม้ใช่ไหมล่ะ เดี๋ยวฉันจะให้คนเปลี่ยนระเบียงเป็นเรือนกระจกให้ พอลูกเกิดมา ลูกจะได้พบกับหมอเด็กที่ดีที่สุดในชิคาโก ยกเว้นเรื่องการออกหน้าออกตาทางสังคมแล้ว ไม่ว่าเธอต้องการอะไร ฉันจะหามาให้เธอทุกอย่าง”

ฉันก้าวถอยหลังและส่ายหน้า “ฉันไม่อยากถูกขังอยู่ในอพาร์ตเมนต์ที่มีคนคุมหนาแน่นแบบนั้น ฉันไม่อยากให้ลูกของฉันต้องโตมาเป็นลูกลับๆ ที่ทุกคนเอาแต่นินทาลับหลัง”

เขานิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง “ฉันไม่เคยคิดว่าเธอเป็นเมียน้อยเลยนะ ขอแค่เธอไม่ไปปรากฏตัวต่อหน้าบิอังก้า ที่นั่นก็ยังคงเป็นบ้านของเรา”

“ไม่” ฉันสบสายตากับเขา “ที่นี่คือบ้านของฉัน ฉันจะไม่ไปไหนทั้งนั้น”

กระท่อมหลังนี้โอบอุ้มทุกช่วงเวลาอันอ่อนโยนและความหวังของฉันเอาไว้ ลูกของเราควรจะได้ลืมตาดูโลกที่นี่ ไม่ใช่ในคุกหรูหราที่มีชายฉกรรจ์ติดอาวุธยืนเฝ้าอยู่หน้าประตู

ลูก้าหลับตาลง และเมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ผู้ชายที่เคยรักฉันก็ได้หายไปแล้ว

“มันจะไม่มีปัญหาคาราคาซังก่อนงานแต่งงานเด็ดขาด ถ้าตระกูลวอสส์รู้เรื่องของเธอหรือเรื่องลูก เธอจะตกอยู่ในอันตรายเกินกว่าจะคาดคิด ร่องรอยทุกอย่างต้องถูกลบทิ้งให้หมด”

เขายกมือขึ้นข้างหนึ่ง ชายฉกรรจ์ที่อยู่ด้านหลังเขาเคลื่อนไหวทันที พากันหิ้วถังน้ำมันมุ่งตรงไปยังกระท่อม

ใจของฉันร่วงหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม “ลูก้า อย่านะ อย่าบังอาจทำแบบนี้”

น้ำมันเบนซินถูกสาดรดไปทั่วผนังไม้ ไม้ขีดไฟถูกจุดขึ้น เพียงไม่กี่วินาที เปลวเพลิงก็ลุกลามไปตามฝาผนังและกลืนกินผ้าม่านในห้องครัว เปลเด็กที่ยังสร้างไม่เสร็จ รวมถึงรั้วบ้านที่เราช่วยกันทาสีเมื่อฤดูใบไม้ผลิที่แล้ว แสนสีส้มสว่างวาบกลืนกินช่วงเวลาสามปีในชีวิตของฉันไปจนหมดสิ้น

ฉันกรีดร้องและพยายามจะพุ่งตัวไปข้างหน้า แต่ลูก้ากลับคว้าตัวฉันไว้และกดฉันไว้กับหน้าอกของเขา “เป็นเด็กดีของฉันนะ เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม ฉันจะให้ลูกใช้นามสกุลโมเร็ตติ ฉันจะพากลับมาที่บ้านใหญ่ เราจะมีทุกอย่างเหมือนเดิม... ไม่สิ ดีกว่าเดิมซะอีก”

ไม่มีวันหรอก ลูก้า ฉันคือลูกสาวเพียงคนเดียวของประธานสภามาเฟียระดับสูง ฉันคือทายาทเพียงหนึ่งเดียวของตระกูลคาสเตลลาโน่ ฉันไม่มีวันยอมเป็นผู้หญิงในเงามืดของคุณเด็ดขาด

เมื่อสามปีก่อน ฉันทะเลาะอย่างรุนแรงกับพ่อ ท่านต้องการให้ฉันแต่งงานกับทายาทของพันธมิตรทางชายฝั่งตะวันออกเพื่อรักษาฐานเสียงในสภาให้มั่นคง ฉันเอือมระอากับการแต่งงานที่สร้างขึ้นจากนามสกุล ดินแดน และผลประโยชน์เต็มที ฉันจึงสลัดพวกการ์ดทิ้ง ใช้ชื่อปลอม แล้วหนีมาที่ทะเลสาบแห่งนี้

นั่นคือที่ที่ฉันได้พบกับลูก้า เขาใส่แจ็กเก็ตหนังตัวเก่า ขี่มอเตอร์ไซค์สีดำ และจอดรถข้างทางเพื่อช่วยซ่อมรถกระบะที่พังของฉัน เขาบอกฉันว่าเขาเป็นแค่ผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่อยากกลับบ้าน เวลาที่เขายิ้ม เขาดูเหมือนวันแรกที่อบอุ่นหลังจากผ่านพ้นฤดูหนาวอันโหดร้าย

ฉันปิดบังนามสกุลคาสเตลลาโน่ ส่วนเขาปิดบังนามสกุลโมเร็ตติ เราไม่มีงานแต่งงานที่ยิ่งใหญ่ ไม่มีคำอวยพรจากตระกูล ไม่มีพยานคนใดนอกจากทะเลสาบและสายลม เราแลกเปลี่ยนแหวนเงินเรียบๆ สองวง และในคืนนั้นเขาโอบกอดฉันไว้แน่นพลางเอ่ยว่า “ไว้เมื่อเราจัดงานแต่งงานจริงๆ ฉันจะเอาเซียร์ร่าเพชรที่งดงามที่สุดในเมืองนี้มาสวมบนหัวของเธอ”

ตอนนี้กระท่อมหลังนั้นเหลือเพียงเถ้าถ่าน ส่วนฉันถูกย้ายมาที่เซฟเฮ้าส์นอร์ทริเวอร์ ราวกับสิ่งของมีปัญหาที่ต้องการพื้นที่จัดเก็บ การ์ดยืนคุมอยู่ข้างนอกหน้าต่าง ลิฟต์ต้องใช้รอยพิมพ์ฝ่ามือของลูก้า จากผนังกระจก สิ่งเดียวที่ฉันมองเห็นคือแสงระยิบระยับของตัวเมืองที่อยู่ไกลออกไป มันใกล้พอที่จะเยาะเย้ยฉัน แต่ก็ไกลเกินกว่าจะเอื้อมถึง

ตรงโถงทางเดิน แม่บ้านสองคนกระซิบกระซาบกันขณะยกอาหารเย็นมาให้ฉัน

“เธอได้ยินไหม คุณโมเร็ตติไปขอยืมของจากคอลเลกชั่นส่วนตัวของท่านประธานมาให้คุณวอสส์ด้วยล่ะ”

“เครื่องประดับแห่งคาสเตลลาโน่งั้นเหรอ มงกุฎเพชรที่วินเซนต์ คาสเตลลาโน่ สั่งทำขึ้นเพื่อเรือนหอของลูกสาวน่ะนะ มีเพียงเจ้าหญิงแห่งโลกใต้ดินตัวจริงเท่านั้นที่จะได้สวมมัน”

“ถ้าคุณวอสส์ได้มันไป ตระกูลโมเร็ตติต้องก้าวหน้าขึ้นอย่างก้าวกระโดดแน่ๆ”

ฉันพิงประตูแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ ลูก้าเคยสัญญาว่าจะมอบรัดเกล้าเพชรให้ฉัน แต่ตอนนี้เขากลับนำมันไปวางแทบเท้าของผู้หญิงคนอื่น

แต่ว่าเขาคงลืมไปสิ่งหนึ่ง... ดวงดาว (เครื่องประดับ) แห่งคาสเตลลาโน่ไม่เคยเป็นของตระกูลวอสส์ มันเป็นของลูกสาวแห่งตระกูลคาสเตลลาโน่ต่างหาก

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
7 Chapters
บทที่ 1
ลูก้า โมเร็ตติ มองฉันอยู่หนึ่งวินาทีราวกับว่าฉันเพิ่งพูดภาษาอื่นออกไป จากนั้นสีหน้าของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นความอดทนอันเหนื่อยล้า“อาเรีย ฉันรู้ว่าฉันผิดที่ปิดบังตัวตนของตัวเอง ฉันรู้ว่าการแต่งงานกับคนอื่นเป็นเรื่องที่ยกโทษให้ไม่ได้ แต่ชีวิตแบบนี้มันไม่ได้ขับเคลื่อนด้วยคำว่า ‘ถ้า’ ตระกูลเดียวที่มีอิทธิพลมากพอจะต่อรองกับพวกโมเร็ตติได้ก็คือตระกูลวอสส์”เขากวาดสายตามองไปรอบๆ กระท่อม “สามปีแล้วที่ฉันกับเธออยู่ที่นี่มาด้วยกัน ฉันรู้จักเธอดี อาเรีย เธอไม่ใช่ผู้หญิงประเภทที่จะไปอยู่ในงานเต้นรำของสภามาเฟียหรอก”เขาปิดบังว่าตัวเองเป็นถึงทายาทแห่งทางตอนเหนือ แต่กลับมั่นใจเหลือเกินว่าฉันจะไม่มีทางปิดบังอะไรเขาได้เลยฉันมองไปรอบๆ บ้านหลังน้อยของเรา นอกหน้าต่างมีพืชสมุนไพรและผักสวนครัวที่ฉันลงมือปลูกด้วยตัวเอง บนระเบียงไม้มีเปลเด็กที่ลูก้าเคยทำทิ้งไว้ให้ลูก ฝั่งหนึ่งยังขัดไม่เสร็จดีด้วยซ้าม ตลอดสามปีที่ผ่านมา ฉันเชื่ออย่างหมดใจว่าสถานที่แห่งนี้คือโลกทั้งใบของฉัน“ลูก้า ลูกของเรากำลังจะลืมตาดูโลกแล้วนะ” ฉันจับแขนเสื้อเขาไว้ พยายามเป็นครั้งสุดท้ายที่จะดึงผู้ชายคนเดิมที่ฉันเคยรู้จักกลับมา “คุณยอมให้
Read more
บทที่ 2
เย็นวันนั้น ลูก้ากลับมาพร้อมกับกล่องเก็บความร้อนที่บรรจุซุปฟักทองเอาไว้ เขานั่งลงตรงข้ามฉันราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นในวันนั้น แล้ววางช้อนลงบนมือของฉัน “กินอะไรหน่อยสิ ลูกต้องการสารอาหารนะ”ฉันกลืนซุปไปสองคำ ซุปนั้นยังอุ่นอยู่ แต่ทุกสิ่งทุกอย่างในตัวฉันกลับกำลังเย็นเยียบขึ้นมา “เรื่องของคุณกับบิอังก้าเริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่”นิ้วมือของลูก้าที่กุมแก้วน้ำอยู่รัดแน่นขึ้น “คืนวันเกิดของเธอไง” เขาพูด “ฉันเมามากหลังจากงานเลี้ยงของตระกูลวอสส์ บิอังก้าบอกว่าเราใช้เวลาในคืนนั้นด้วยกัน หลังจากนั้นไม่กี่สัปดาห์ เธอก็บอกฉันว่าเธอท้อง”เมื่อเก้าเดือนก่อน ในวันเกิดของฉัน เขาหายตัวไป ฉันขับรถตระเวนหาตามถนนเลียบทะเลสาบ ในเมือง ปั๊มน้ำมัน และถนนสายรองทุกสายจนกระทั่งรุ่งเช้า เช้าวันต่อมา เขาซมซานกลับมาบ้านด้วยท่าทางเหนื่อยล้าอ่อนแรงและบอกว่าเขาขับรถลุยพายุหิมะเพื่อไปเอาของขวัญมาให้ฉันจนหลงทางเขาหยิบกล่องดนตรีสีเงินอันเล็กออกมาจากข้างในเสื้อโค้ต บนฝากล่องมีข้อความที่เขาสลักไว้ว่า [แด่อาเรียของฉัน และแด่ทุกเช้าวันใหม่ที่เรายังไม่ได้ใช้ร่วมกัน]ฉันอดนอนมาทั้งคืน ทั้งหวาดกลัวและโกรธ แต่ของขวัญชิ้นนั้นก
Read more
บทที่ 3
เซฟเฮ้าส์ตกอยู่ในความเงียบงันหลังจากที่เขาไป ความเจ็บปวดพุ่งพล่านจากหน้าท้องลามไปจนถึงแผ่นหลังส่วนล่างจนแม้แต่การหายใจก็ยังกลายเป็นเรื่องยากลำบาก เลือดอุ่นๆ ไหลลงมาตามโคนขาของฉันฉันพิงผนังแล้วพยายามพยุงร่างครูดไปกับพื้นทีละนิ้วมุ่งหน้าไปยังชั้นหนังสือ นิ้วมือที่สั่นเทาคลำเจอปกที่หลุดลุ่ยของตำราอาหารเก่าเล่มหนึ่ง สิ่งที่ซ่อนอยู่ข้างในปกนั้นคือเครื่องส่งสัญญาณฉุกเฉินที่ฉันแอบพกติดตัวมาด้วยตอนหนีออกจากบ้านพ่อเคยบอกฉันว่าถ้าฉันกดปุ่มนี้เมื่อไหร่ คนของตระกูลคาสเตลลาโน่จะตามหาฉันจนเจอ ตอนนั้นฉันเคยอคติว่าท่านชอบบงการชีวิต แต่ตอนนี้ฉันเข้าใจแล้วว่ากรงขังทุกกรงไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อกักขังเรา บางกรงถูกสร้างขึ้นโดยคนที่รู้ดีว่าโลกภายนอกนั้นมันโหดร้ายและพร้อมจะขย้ำเราได้ทุกเมื่อฉันกดปุ่มนั้น แสงสีแดงกะพริบสามครั้งบนฝ่ามือของฉันไม่กี่นาทีต่อมา เสียงกลอนประตูก็ดังคลิก วินาทีที่หัวใจเต้นระทึก ฉันนึกว่าลูก้าส่งหมอมาช่วย แต่แล้วบิอังก้า วอสส์ ก็ก้าวเข้ามาพร้อมกับการ์ดหญิงสองคนด้านหลังเธอเธออยู่ในชุดกระโปรงสีขาวสั่งตัดพิเศษที่แนบไปกับหน้าท้องที่นูนเป่ง และบนข้อมือของเธอมีกำไลหินออบซิเดียนส่อง
Read more
บทที่ 4
ภายในโบสถ์ตกอยู่ในความเงียบกริบราวกับป่าช้า ช่อดอกไม้ในมือของบิอังก้าสั่นระริก ส่วนลูก้าหน้าซีดเผือดอยู่ตรงจุดที่เขายืนจากนั้นฉันก็ปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหลังของพ่อ ฉันนั่งอยู่บนรถเข็นโดยมีหมอประจำตัวของท่านเป็นคนเข็นให้ ฉันสวมชุดราตรีผ้ากำมะหยี่สีดำ มีผ้าคลุมไหล่ขนสัตว์สีขาวพาดอยู่บนบ่ามงกุฎที่ทุกคนเอาแต่นินทากันมาตลอดสามวันอย่าง ‘เครื่องประดับแห่งคาสเตลลาโน่’ ประดับอยู่บนผมของฉัน ภายใต้แสงไฟในโบสถ์ เพชรเหล่านั้นส่องประกายระยิบระยับราวกับเกล็ดหิมะที่เยือกเย็นกล่องใส่แหวนร่วงหล่นจากมือของลูก้ากระทบพื้น เสียงของมันไม่ได้ดังมาก แต่ทุกคนในที่นั้นกลับได้ยินมันอย่างชัดเจน “อาเรีย...?”ฉันหยุดลงตรงหน้าเขาและมองเขาด้วยสายตาราบเรียบ “ยินดีด้วยกับงานแต่งงานของคุณนะ คุณโมเร็ตติ”บิอังก้ากระชากผ้าคลุมหน้าเจ้าสาวออก “เธอเป็นบ้าไปแล้วเหรอ บังอาจแอบอ้างเป็นคนของตระกูลคาสเตลลาโน่มาพังงานแต่งงานของฉันเนี่ยนะ”หัวหน้าการ์ดของพ่อฉันก้าวมาข้างหน้า “ลืมตาดูให้ดี ตราสัญลักษณ์ตระกูลคาสเตลลาโน่ การ์ดส่วนตัวของท่านประธาน มงกุฎประจำตระกูล สิ่งเหล่านี้ไม่มีทางปลอมแปลงได้ ผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าพวกแกคือ อาเรี
Read more
บทที่ 5
เมื่อพวกเราเดินทางกลับมาถึงคฤหาสน์คาสเตลลาโน่ ความมืดมิดก็เข้าครอบงำท้องฟ้าแล้ว ตอนที่ฉันหนีไปเมื่อสามปีก่อน ฉันเคยคิดว่าคฤหาสน์หลังนี้คือกรงทอง แต่ว่าในยามนี้ ขณะที่รถยนต์เคลื่อนผ่านประตูเหล็กเข้ามาและฉันได้เห็นแสงไฟอบอุ่นส่องสว่างจากหน้าต่างของตัวบ้านใหญ่ ฉันกลับรับรู้ถึงความรู้สึกบางอย่างที่ไม่ได้สัมผัสมาเนิ่นนาน... ฉันได้กลับบ้านแล้วพ่อไม่ได้ดุด่าทุบตีฉันเลย ท่านเอาแต่ยืนอยู่นอกผนังกระจกของศูนย์การหมอ จ้องมองทารกตัวน้อยที่อยู่ภายในตู้อบเป็นเวลานานแสนนาน ดวงตาของท่านขึ้นสีแดงก่ำ “แกชื่ออะไรล่ะ” ท่านถามฉันมองผ่านกระจกเข้าไปยังกำปั้นน้อยๆ ที่กุมแน่นของลูกสาว “มีอา ค่ะ... มีอา คาสเตลลาโน่”พ่อพยักหน้ารับ น้ำเสียงของท่านแหบพร่า “ดีแล้ว แกใช้นามสกุลของพวกเรา”พวกหมอบอกว่ามีอารอดชีวิตมาได้เพราะได้รับการรักษาอย่างทันท่วงที แกยังจำเป็นต้องอยู่ภายใต้การดูแลของหมออย่างใกล้ชิด แต่ช่วงเวลาที่ย่ำแย่ที่สุดได้ผ่านพ้นไปแล้วส่วนตัวฉัน ทั้งฤทธิ์ยา การสูญเสียเลือด และการผ่าคลอดฉุกเฉินได้ทำลายล้างร่างกายจนพังยับเยิน การฟื้นฟูร่างกายคงต้องใช้เวลาอีกยาวนาน และการตั้งครรภ์อีกครั้งในอนาคตก็อาจจะเป็
Read more
บทที่ 6
หนึ่งเดือนต่อมา ร่างกายของฉันฟื้นตัวมากพอที่จะเดินลงมาข้างล่างได้แล้วพ่อสั่งให้คนสร้างเรือนกระจกหลังเล็กไว้ที่หลังคฤหาสน์ ข้างในนั้นมีทั้งต้นมะเขือเทศ โหระพา และสตรอว์เบอร์รี่“ลูกชอบปลูกต้นไม้ใช่ไหมล่ะ” ท่านพูดขึ้นมาจากตรงประตู น้ำเสียงฟังดูขัดเขินแบบที่มีเพียงประธานมาเฟียผู้ทรงอิทธิพลและน่าเกรงขามเท่านั้นจะเป็นได้ยามที่พยายามจะทำตัวอ่อนโยน “อยากปลูกอะไรก็ปลูกเลย ถ้าพื้นที่ตรงนี้ไม่พอ เดี๋ยวพ่อให้รื้อสนามหญ้าออกให้หมด”ฉันมองดูดินนุ่มๆ ที่ถูกพรวนไว้แล้วก็หัวเราะออกมา แต่ว่าเสียงหัวเราะกลับสะดุดลง และน้ำตาก็รินไหลลงมาอาบแก้มพ่อขมวดคิ้วทันที “ลูกไม่ชอบเหรอ เดี๋ยวพ่อสั่งให้คนรื้อแล้วสร้างใหม่ให้”“เปล่าค่ะ” ฉันเช็ดน้ำตาออกจากแก้ม “หนูชอบมากค่ะ”ฉันหมายความตามนั้นจริงๆฉันไม่เคยต้องการบัลลังก์ มงกุฎ หรือห้องที่เต็มไปด้วยผู้ชายที่คอยก้มหัวให้เลย สิ่งที่ฉันต้องการมาโดยตลอดก็แค่แสงไฟที่ส่องสว่างรอคอยยามกลับบ้าน ผืนดินเล็กๆ สักผืนที่ฉันสามารถปลูกอะไรสักอย่างได้โดยไม่ต้องหวาดกลัว และสถานที่ที่ฉันไม่ต้องคอยลดคุณค่าหรือทำตัวให้ลีบเล็กเพียงเพื่อให้มีตัวตนอยู่บนโลกใบนี้ลูก้าไม่ยอมแพ้เ
Read more
บทที่ 7
สามเดือนต่อมา ในที่สุดพ่อก็ยอมตกลงปล่อยให้ฉันย้ายออกจากคฤหาสน์ใหญ่ทีแรกท่านปฏิเสธหัวชนฝา ฉันเลยเข้าไปนั่งอยู่ในห้องทำงานของท่านทั้งบ่ายโดยมีมีอาอยู่ในอ้อมแขน สุดท้ายท่านก็พ่ายแพ้ให้กับเสียงหาวง่วงนอนเพียงครั้งเดียวของหลานสาว พ่อตวัดปากกาเซ็นอนุมัติด้วยสีหน้าบึ้งตึง และสั่งจัดทีมรักษาความปลอดภัยเพิ่มให้อีกสองทีมทันที โดยที่ฉันยังไม่ทันจะได้พูดขอบคุณด้วยซ้ำฉันเลือกสถานที่ริมทะเลสาบอีกครั้ง แต่ว่ามันไม่ใช่กระท่อมหลังเก่า บ้านหลังนี้ตั้งอยู่ใกล้กับคฤหาสน์คาสเตลลาโน่ มีภูเขาโอบล้อมอยู่ด้านหลัง เบื้องหน้าเป็นผืนน้ำกว้าง และมีต้นเมเปิ้ลปลูกเรียงรายอยู่ตามแนวถนนฉันให้คนสร้างบ้านไม้หลังใหม่ขึ้นมา ล้อมรั้วสีขาว และปลูกมะเขือเทศ สะระแหน่ รวมถึงทานตะวันจนเต็มสวน ทุกๆ สองสามวัน พ่อจะส่งรถบรรทุกขนข้าวของมาให้ไม่ขาดสาย ทั้งนมผง เสื้อผ้าเด็ก กระจกกันกระสุน และระบบรักษาความปลอดภัยแบบใหม่ ราวกับว่าท่านตั้งใจจะย้ายคฤหาสน์ทั้งหลังมาไว้ในบ้านหลังน้อยของฉันทีละชิ้นๆ อย่างนั้นแหละฉันหัวเราะให้กับความเว่อร์วังอันน่าตลกนั้น แต่ก็ยอมรับของเหล่านั้นไว้แต่โดยดีในยามเช้า เสียงนกคอยทำหน้าที่ปลุกมีอาให้ตื่
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status