เข้าสู่ระบบเพื่อหย่ากับฟู่ซือหาน ฉันเป็นฝ่ายเสนอว่าจะออกจากบ้านตัวเปล่า แม้แต่ลูกชายวัยสามขวบก็ไม่เอาไปด้วย เมื่อเห็นว่าฉันตั้งใจเปลี่ยนกลับไปใส่เสื้อผ้าตัวเก่าก่อนแต่งงาน ฟู่ซือหานก็ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนหัวเราะเยาะแล้วพูดว่า “อะไร? ขนาดฟู่เย่า ทายาทที่เธออุตส่าห์คลอดออกมาแทบเป็นแทบตาย ก็ไม่เอาแล้วเหรอ” “ระวังเล่นใหญ่เกินไป สุดท้ายจะไม่ได้อะไรเลยนะ ! ” ฉันเซ็นชื่อลงบนข้อตกลง แล้วเลื่อนไปตรงหน้าเขา “วางใจเถอะ ฉันไม่ได้แสดงละคร” ฟู่ซือหานมองฉันอย่างประหลาดใจแวบหนึ่ง ก่อนจะเซ็นชื่อตัวเองลงไป “ว่าง่ายขนาดนี้เลยเหรอ ได้ งั้นฉันจะใจดี อนุญาตให้ต่อไปเธอยังมาเยี่ยมลูกได้” เขาวางปากกา แล้วมองฉันด้วยสายตาพินิจ “ถ้าเสียใจขึ้นมา ตอนนี้อ้อนวอนฉันล่ะก็ เรื่องแต่งงานใหม่ก็...” ฉันขัดจังหวะเขา ก่อนลุกขึ้นเดินออกไปทันที ฟู่ซือหานคิดมาตลอด ว่าฉันละโมบในอำนาจของมาเฟีย ถึงได้อาศัยบุญคุณบีบให้เขาแต่งงานด้วย แถมยังพยายามมีลูกชายเพื่อสืบทอดตระกูล แต่ถ้าเขารู้ว่าฉันตายไปแล้ว ก็คงไม่เข้าใจฉันผิดอีกต่อไป
ดูเพิ่มเติมงานศพของฉัน เป็นงานศพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของตระกูลฟู่ในรอบร้อยปีทั่วทั้งคฤหาสน์ถูกปกคลุมด้วยกุหลาบสีขาว นั่นคือดอกไม้ที่ฉันชอบที่สุดตอนยังมีชีวิตแต่น่าเสียดาย ที่ตอนยังมีชีวิตอยู่ ฉันไม่เคยได้รับมันเลยสักครั้งฟู่ซือหานยืนอยู่ข้างโลงแก้วคริสตัลที่ทุ่มเงินมหาศาลสร้างขึ้นเพื่อฉัน เขาไม่ได้นอนมาหลายวันหลายคืน ร่างกายซูบผอมจนแทบจำไม่ได้บาทหลวงกำลังสวดคัมภีร์อย่างเคร่งขรึมในตอนนั้นเอง ลูกน้องคนหนึ่งก็รีบวิ่งเข้ามา พร้อมเอกสารในมือ“ทะ...ท่านเจ้าพ่อ...ผู้รับมอบหมายของคุณนายก่อนเสียชีวิต ส่งพินัยกรรมของเธอมา เขาบอกว่า คุณนายกำชับไว้ ว่าต้องอ่านในงานศพเท่านั้นครับ”ฟู่ซือหานกระชากเอกสารมาเปิดอย่างร้อนรนเมื่อเห็นลายมือคุ้นตาบนนั้นนั่นคือของขวัญชิ้นสุดท้าย ที่ฉันทิ้งไว้ให้ฟู่ซือหานก่อนตายยิ่งอ่าน สีหน้าของฟู่ซือหานก็ยิ่งซีดลงเรื่อย ๆ จนสุดท้ายกลายเป็นสีเทาหม่นไร้ชีวิตลูกน้องชะโงกหน้าไปดู บนนั้นมีเพียงสองประโยคสั้น ๆเขากลืนน้ำลาย ก่อนอ่านออกมา“ความปรารถนาสุดท้ายของผู้ทำพินัยกรรม ลู่สืออิน หลังเสียชีวิตให้ทำการฌาปนกิจ และนำเถ้ากระดูกโปรยลงสู่ทะเล”“จะไม่เข้าร่วมกับหลุมศพตระกูล
ตอนที่ซูอวิ๋นถูกบอดี้การ์ดสองคนลากเข้ามา เธอยังดิ้นพล่านตะโกนเสียงดัง“ปล่อยฉันนะ! ฉันคือคุณหนูตระกูลซู ! ว่าที่แม่ทูนหัวของตระกูลฟู่นะ ! ”ฟู่ซือหานนั่งอยู่บนโซฟา กลิ่นอายอันน่าสะพรึงแผ่ออกมาทั่วร่าง ทั้งคนราวกับปีศาจที่คลานกลับมาจากนรก“ว่าที่แม่ทูนหัวของตระกูลฟู่งั้นเหรอ” เขาหัวเราะเบา ๆ น้ำเสียงไร้ความอบอุ่น “ซูอวิ๋น เธออาศัยความไว้ใจของฉัน แล้วลับหลังทำร้ายคนที่ฉันห่วงที่สุด รู้สึกภูมิใจมากสินะ”หัวใจของซูอวิ๋นกระตุกวูบ แต่ยังฝืนบีบน้ำตาออกมาสองสามหยด“พี่ซือหาน พี่พูดอะไรคะ หรือว่าฟู่เย่าไปฟ้องพี่? รอยบนตัวเขา เกิดจากทะเลาะกับเด็กคนอื่น เขากลัวพี่โกรธ เลยโยนความผิดมาให้ฉัน!”ปัง !เสียงปืนดังขึ้น กระสุนเฉียดแก้มของซูอวิ๋นไป ก่อนพุ่งไปทำของตกแต่งด้านหลังแตกกระจายซูอวิ๋นตกใจจนขาอ่อนทรุดลงกับพื้น แก้มร้อนผ่าวด้วยความเจ็บ“ทะเลาะกันงั้นเหรอ” ฟู่ซือหานกระชากฟู่เย่าเข้ามา แล้วถลกแขนเสื้อขึ้น เผยรอยหยิกที่เห็นชัด “เด็กทะเลาะกันจะเป็นรอยแบบนี้ได้เหรอ”จากนั้นเขาก็ฟาดเอกสารบันทึกการสั่งหยุดยาในสถานพักฟื้น รวมถึงหลักฐานการโอนเงินจ้างคนไปเผาสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าใส่หน้าเธอ“วิธีกา
ฟู่ซือหานอุ้มร่างของฉันกลับไปที่ห้องนอนของเราเขาวางฉันลงบนเตียง แล้วจัดมุมผ้าห่มให้อย่างระมัดระวัง“ปิดผ้าม่านด้วย อินอินนอนหลับแล้วกลัวแสง”เขาสั่งคนรับใช้ เสียงเบาราวกับกลัวว่าจะปลุกฉันตื่นเขานั่งอยู่ข้างเตียงแบบนั้น ไม่ขยับไปไหน เอาแต่มองฉัน ราวกับว่าถ้ามองนานพอ ฉันจะลืมตาขึ้นมากะทันหัน แล้วออดอ้อนเขา“อินอิน เธอไม่ได้บ่นมาตลอดเหรอว่าอยากกินสเต๊กฝีมือฉัน? วันนี้ฉันจะเข้าครัวเอง เธอลุกขึ้นมาชิมสักคำได้ไหม”ฉันมองเขาที่พูดอยู่คนเดียวอย่างเย็นชาวันเกิดของฉัน ฉันรอเขาจนดึกดื่น ก็ยังรอไม่เห็นเขากลับมาทำมื้อวันเกิดให้ฉัน สุดท้ายสิ่งที่รอกลับเป็นภาพเขากับซูอวิ๋นกำลังเร่าร้อนอยู่บนเตียงตอนนี้ต่อหน้าศพ เขากลับมีอารมณ์ทำอาหารแล้วงั้นเหรอในตอนนั้นเอง ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดอย่างแรง เฉินซูถือสมุดไดอารี่หนา ๆ เล่มหนึ่งวิ่งเข้ามา“ออกไป ! ” ฟู่ซือหานตวาดโดยไม่หันกลับ “ใครอนุญาตให้นายเข้ามารบกวนงั้นเหรอ”มือของคุณเฉินสั่น เขายื่นสมุดไดอารี่ไปให้“นายท่าน ! คุณลองดูนี่สิครับ ผมเจอมันตอนจัดของของคุณนาย! ผมรู้ว่าเธอไม่อยากให้คุณเห็น แต่ผมคิดว่า...คุณจำเป็นต้องรู้ว่าตลอดสองปีนี้เธอใช้ช
ซูอวิ๋นเดินเข้ามาด้วยรองเท้าส้นสูง มือปิดจมูกไว้ เธอมองฉันบนเปลหามแวบหนึ่ง ก่อนขมวดคิ้วอย่างรังเกียจ แต่ในแววตากลับมีความสะใจวาบผ่าน“พี่ซือหาน ฉันบอกแล้วว่าเธอกำลังเล่นละคร นี่ต้องเป็นตัวตายตัวแทนที่เธอหามาแน่ ๆ เพื่อให้พี่ใจอ่อน เธอนี่ร้ายกาจจริง ๆ เรื่องแบบนี้ยังทำได้”ราวกับถูกปลุกให้ตื่น ฟู่ซือหานหันกลับไปจ้องเธอเขม็งทันที ดวงตาสว่างวาบจนน่ากลัว“ใช่ เป็นของปลอม อินอินกลัวเจ็บที่สุด จะกล้ายิงตัวตายได้ยังไง? เร็วเข้า! ไปเรียกทางนิติเวชมา! เดี๋ยวนี้เลย! ”ฉันอดหัวเราะอย่างเย็นชาไม่ได้ใช่แล้ว เมื่อก่อนฉันกลัวเจ็บที่สุด ต่อให้แค่นิ้วโดนมีดบาดเป็นแผลเล็ก ๆ ฉันก็ยังยื่นมือไปให้คุณช่วยพันแผลให้แต่เมื่อเทียบกับความเจ็บของหัวใจที่ตายไปแล้ว ความเจ็บจากกระสุนที่ยิงทะลุศีรษะจะไปเจ็บอะไรมากมายนิติเวชของตระกูลรีบมาถึงอย่างรวดเร็ว ภายใต้สายตาราวจะฆ่าคนของฟู่ซือหาน เขาสั่นเทิ้มขณะเก็บตัวอย่างและตรวจเทียบข้อมูลฟันทุกหนึ่งวินาที ยาวนานราวกับหนึ่งศตวรรษฟู่ซือหานเดินวนไปมาด้วยความหงุดหงิด ราวสัตว์ป่าที่ติดกับ“ผลล่ะ!”สิบนาทีต่อมา เขาเตะกล่องอุปกรณ์ของนิติเวชกระเด็นนิติเวชส่งรายงานต





