Mag-log inฉันชุบเลี้ยงเด็กชายข้างถนนสี่คนที่ถูกทอดทิ้งมาราวกับลูกแท้ๆ ของตัวเอง ฉันมอบบ้าน เงินทอง เส้นสาย และท้ายที่สุดก็มอบอำนาจมากพอให้พวกเขาได้กุมบังเหียนสี่แผนกสำคัญที่สุดของลีดส์กรุ๊ป ตลอดสิบเจ็ดปี ฉันหลงเชื่อมาเสมอว่าพวกเขารักเอเลน่า ลูกสาวแท้ๆ ของฉันเหมือนน้องสาวในไส้ จนกระทั่งเธอโทรหาฉันจากห้องน้ำในโรงเรียน “แม่คะ ช่วยหนูด้วย...” ตอนที่ฉันไปถึง ชุดนักเรียนของเธอขาดวิ่น และรอยฟกช้ำดำเขียวก็กระจายอยู่ทั่วเรือนร่าง ลูกชายทั้งสี่ของฉันได้ยินเสียงกรีดร้องของเธอ แต่พวกเขากลับยืนดูอยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไรเลย พวกเขายืนอยู่ข้างนอกนั่น เพื่อปกป้องซาบริน่า ในสายตาของพวกเขา เอเลน่านั้นเอาแต่ใจ เธอมีมากเกินไปแล้ว ในขณะที่ซาบริน่ามีเพียงน้อยนิด พวกเขาจึงตัดสินใจจะสั่งสอนให้เธอรู้จักคำว่า ‘เสียสละ’ เริ่มแรก มันคือชุดเดรสตัวหนึ่ง ต่อมา พวกเขาก็ยกบ้านพักริมทะเลสาบที่เป็นของขวัญวันเกิดครบรอบสิบแปดปีของเอเลน่าให้ซาบริน่า แถมยังกวาดล้างสตูดิโอส่วนตัวของเอเลน่าเพื่อยกให้ผู้หญิงคนนั้น และท้ายที่สุด พวกเขาก็ช่วงชิงแผนธุรกิจที่เอเลน่าทุ่มเทสร้างมานานถึงหกเดือน ลบชื่อเธอออก แล้วส่งมันไปในนามของซาบริน่า พอเอเลน่าทวงของของเธอคืน ลูกชายทั้งสี่กลับก่นด่าว่าเธอเห็นแก่ตัว “เธอมีทุกอย่างอยู่แล้วนี่” “ซาบริน่าจำเป็นต้องใช้มันมากกว่าเธอ” วินาทีนั้นเองที่ฉันตาสว่าง เด็กผู้ชายสี่คนที่ฉันเคยช่วยชีวิตไว้ ไม่ได้มองเอเลน่าเป็นน้องสาวอีกต่อไป แต่มองมรดกของเธอเป็นเพียงสิ่งของที่พวกเขามีสิทธิ์จะแจกจ่ายให้ใครก็ได้ตามอำเภอใจ และไม่นานนัก พวกเขาก็เริ่มหันมาเล่นงานฉัน พวกเขานั่งอยู่ในห้องประชุมของฉัน แล้วเรียกร้องขออำนาจควบคุมบริษัท ทรัสต์ของตระกูล และทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันสร้างขึ้นมา พวกเขาหลงคิดว่าลีดส์กรุ๊ปยืนหยัดอยู่ได้เพราะความสามารถของตัวเอง คิดว่าฉันเป็นแค่แม่แก่ๆ คนหนึ่งที่อยากจะเขี่ยทิ้งเมื่อไหร่ก็ได้ พวกเขาไม่เคยล่วงรู้เลยว่า เมื่อสิบเจ็ดปีก่อน ฉันเดินหันหลังให้อาณาจักรอาชญากรรมโมเรตติมา เพียงเพื่อต้องการมอบชีวิตที่เรียบง่ายธรรมดาให้แก่เอเลน่า ลีดส์กรุ๊ปเป็นเพียงหนึ่งในธุรกิจถูกกฎหมายท่ามกลางอาณาจักรที่พวกเขาไม่เคยได้เห็นด้วยซ้ำ แล้วอำนาจที่พวกเขาภาคภูมิใจนักหนาล่ะ? ก็ฉันไม่ใช่หรือไงที่ประเคนให้ พวกลูกชายอยากจะสั่งสอนเอเลน่าว่า ไม่มีอะไรเป็นของเธอเพียงเพราะเธอใช้นามสกุลเดียวกับฉันงั้นเหรอ ก็ดี เพราะฉันเองก็กำลังจะสอนบทเรียนเดียวกันนั้น... ให้กับพวกมันทั้งสี่คน
view moreสิบแปดเดือนต่อมา การตรวจสอบบัญชีของลีดส์กรุ๊ปและการสืบสวนคดีอาญาก็สิ้นสุดลงจากยอดธุรกรรมต้องสงสัยจำนวนเก้าสิบสามล้านดอลลาร์ สามารถติดตามยึดคืนกลับมาได้มากกว่าหกสิบล้านดอลลาร์ ส่วนความเสียหายที่เหลือจะยังคงดำเนินการติดตามยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องและฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายทางแพ่งต่อไปเมื่อต้องเผชิญหน้ากับหลักฐานทั้งอีเมล คลิปเสียง และบันทึกเส้นทางการเงินของธนาคาร สี่พี่น้องก็ไม่อาจประสานเสียงให้การไปในทิศทางเดียวกันได้อีกต่อไปดันเต้ยอมรับสารภาพว่าได้อนุมัติสัญญาปลอมจริง แต่อ้างว่ามัตเตโอเป็นฝ่ายรับผิดชอบในการตรวจทานการชำระเงิน มัตเตโอจึงงัดคำสั่งลายลักษณ์อักษรของดันเต้ออกมาชน และยืนกรานว่าตัวเองเคยทักท้วงด้วยความกังวลไปหลายครั้งแล้ว ลูก้าโยนความผิดทั้งหมดไปให้แม่ของซาบริน่า ในขณะที่นิโก้ยอมส่งมอบรายชื่อซัพพลายเออร์ทั้งหมดแบบถอนรากถอนโคน เพื่อแลกกับการยกฟ้องหนึ่งข้อหาพวกเขาเคยหลงเชื่อว่า ตราบใดที่พวกเขายืนหยัดเคียงข้างกัน พวกเขาก็จะสามารถบงการทุกสิ่งทุกอย่างที่ผูกติดอยู่กับนามสกุลลีดส์ได้ทว่าเมื่อถึงคราวต้องเผชิญหน้ากับการพิพากษา... สิ่งแรกที่พวกเขาทอดทิ้ง กลับเป็นพวกพ้องของตัวเ
ฉันส่งหนังสือแสดงความจำนงให้ความร่วมมือของซาบริน่าคืนให้เฮเลน“เดินหน้าสืบสวนต่อไป เงินทุกดอลลาร์ที่ตามยึดคืนมาได้จะต้องถูกนำกลับมา และพวกมันทุกคนจะต้องชดใช้ให้กับเอกสารทุกฉบับที่ตัวเองลงลายมือชื่อเอาไว้”ฉันไม่จำเป็นต้องงัดเส้นสายบารมีเก่ามาใช้เหยียบย่ำประจานพวกเขาเลย เพราะทั้งตัวบทกฎหมาย สัญญาผูกมัด และพยานหลักฐานที่พวกเขาสร้างขึ้นมาด้วยน้ำมือของตัวเอง มันก็เพียงพอแล้วที่จะปิดบัญชีชำระแค้นครั้งนี้วันต่อมา เอเลน่าปรากฏตัวในการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศของสุดยอดผู้ประกอบการเยาวชนระดับประเทศเพื่อหลีกเลี่ยงผลประโยชน์ทับซ้อน คณะกรรมการได้เปลี่ยนตัวกรรมการตัดสินสองคนที่มีความสัมพันธ์ทางธุรกิจกับลีดส์กรุ๊ปออกไป เอเลน่าไม่ได้รับความช่วยเหลือใดๆ จากมูลนิธิลีดส์ และไม่มีทั้งมาร์โก้หรือใครในบริษัทแอบวิ่งเต้นติดต่อกรรมการเพื่อช่วยเธอแม้แต่คนเดียวเธออธิบายโครงสร้างต้นทุนการดำเนินงานของคลินิก ความต้องการด้านบุคลากร ขอบเขตความคุ้มครองประกันภัย และแผนจัดหาเงินทุนให้แก่คณะกรรมการอิสระทั้งเจ็ดท่านอย่างฉะฉาน ตัวเลขทุกตัวกลั่นกรองมาจากงานวิจัยที่เธอทุ่มเทลงพื้นที่เก็บข้อมูลมาตลอดหกเดือนเต็มและข้อเสน
ทันทีที่โครงการพัฒนาที่บรูคลินกลับคืนสู่สภาวะปกติ สี่พี่น้องก็สูญเสียข้อต่อรองชิ้นสุดท้ายไปในทันทีพวกซัพพลายเออร์ไม่ได้ถอนตัวตามพวกเขาไป คณะกรรมการบริหารไม่มีใครคิดจะดึงพวกเขากลับมารับตำแหน่ง และตระกูลวาเลนติก็ไม่ได้ยกเลิกสัญญาความร่วมมือ ในขณะเดียวกัน ทีมผู้ตรวจสอบอิสระก็ยังคงขุดคุ้ยพบปัญหาและรอยทุจริตใหม่ๆ ขึ้นมาแทบทุกวันสองสัปดาห์ต่อมา รีเบกก้า แม่ของซาบริน่าได้รับหมายศาล และซาบริน่าก็ถูกโรงเรียนสั่งพักการเรียนในที่สุดหล่อนก็ตระหนักได้เสียทีว่า สี่พี่น้องไม่มีอำนาจบารมีหลงเหลือพอที่จะปกป้องเธอได้อีกต่อไปแล้วตอนที่ดันเต้กลับมาถึงอพาร์ตเมนต์ในควีนส์ช่วงเย็นวันนั้น ซาบริน่ากำลังเก็บข้าวของ เธอจัดเสื้อผ้าและเอกสารอัดแน่นกระเป๋าเดินทางสองใบใหญ่ และทิ้งสร้อยคอที่ลูก้าเคยซื้อให้วางแหมะไว้บนโต๊ะ“เธอจะไปไหน?” ดันเต้เอ่ยถาม“ไปโรงแรมค่ะ”ลูก้าขมวดคิ้วมุ่น“บัญชีของเธอก็กำลังถูกตรวจสอบอยู่นะ พวกฉันหาทนายความไว้ให้เธอแล้วด้วย”“ทนายคนนั้นเป็นตัวแทนของพวกพี่ต่างหากล่ะคะ หน้าที่แรกของเขาคือปกป้องพวกพี่ ไม่ใช่หนู”ซาบริน่ารูดซิปปิดกระเป๋าเดินทาง“ทนายของหนูติดต่อไปยังลีดส์กรุ๊ปแล้ว
การสืบสวนดำเนินติดต่อกันเป็นเวลาสามสัปดาห์ผลการตรวจสอบบัญชีเลวร้ายยิ่งกว่าที่ฉันคาดคิดไว้เสียอีก ตลอดระยะเวลาสามปีที่ผ่านมา สี่พี่น้องได้โยกย้ายเงินมากกว่าแปดสิบล้านดอลลาร์ผ่านบริษัทที่เกี่ยวโยงกันถึงสิบเจ็ดแห่ง และมีเงินอย่างน้อยยี่สิบหกล้านดอลลาร์ที่ไม่สามารถแจกแจงได้เลยว่า มีการให้บริการทางธุรกิจที่ถูกต้องตามกฎหมายมารองรับบริษัท เฮย์ส สตราทีจิก คอนซัลติง ได้รับเงินจากมูลนิธิลีดส์ไปถึงสิบสองล้านดอลลาร์ และเงินมากกว่าครึ่งหนึ่งในจำนวนนั้น ท้ายที่สุดก็ไหลเข้าสู่บัญชีที่แม่ของซาบริน่าเป็นผู้ถือครองดันเต้เป็นคนอนุมัติโครงการ มัตเตโอช่วยลัดขั้นตอนการตรวจสอบทางการเงินตามปกติ ลูก้าใช้แผนกประชาสัมพันธ์เพื่อปกปิดความเชื่อมโยงระหว่างบริษัทพวกนั้น ส่วนนิโก้ก็คอยยัดบริษัทบังหน้าพวกนั้นเข้าไปในรายชื่อคู่ค้าที่ผ่านการรับรองพี่น้องแต่ละคนกุมขั้นตอนคนละส่วน ก่อร่างสร้างเป็นสายพานการอนุมัติที่จงใจวางแผนมาเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบตามระบบหลังจากศาลมีคำสั่งคุ้มครองชั่วคราวให้อายัดทรัพย์สิน ลีดส์กรุ๊ปก็ยื่นฟ้องคดีแพ่งต่อพวกเขาทั้งสี่คนอย่างเป็นทางการ ห้องชุด ยานพาหนะ และบัญชีเครดิตทั้งหมดที่จดทะ





