Share

บทที่ 10

Penulis: ลมใต้รู้ใจ
งานเลี้ยงบาร์บีคิวยืดออกไปกว่าสามชั่วโมง ระหว่างนั้นเหล้าแก้วแล้วแก้วเล่าถูกยกชนกัน กลิ่นหอมของเหล้าและอาหารอบอวลไปทั่ว บรรยากาศอบอุ่นราวกับได้อยู่บ้านตัวเอง

ระหว่างนั้น ซูย่างแอบออกไปข้างนอก แล้วมีเจ้าหน้าที่พาไปเลือกของล่าที่เป็นรางวัลของตัวเอง

ตามกฎของหรงอวี้ เธอสามารถพาม้าโพนตัวเล็กที่เธอชอบไปได้ หรือไม่ก็เลือกสัตว์เลี้ยงตัวอื่น ๆ

แม้ซูย่างจะชอบม้ามากกว่า แต่สุดท้ายเธอกลับเลือกกวางน้อยตัวหนึ่ง

เธอรู้สึกโดยไม่ทันคิดว่าม้าไม่เหมาะจะถูกเลี้ยงไว้เป็นสัตว์เลี้ยงเหมือนพวกอื่น ๆ พอเธอเลือกของรางวัลเสร็จเดินออกมา ก็ถูกบอดี้การ์ดคนหนึ่งขวางไว้ เขายืนอย่างนอบน้อมแล้วเอ่ยว่า “คุณซู คุณชายสามเชิญครับ”

แน่นอนว่าที่นี่ไม่มีคุณชายสามคนที่สอง

ดังนั้นก็ต้องเป็นหรงอวี้คนเดียวเท่านั้น

ซูย่างเดินตามบอดี้การ์ดขึ้นไปยังชั้นสอง ชายหนุ่มนั่งอย่างสบายอารมณ์บนเก้าอี้ริมหน้าต่าง จ้าวเสี่ยวฉีกำลังขยันขันแข็งผสมเหล้าอยู่ ก้อนน้ำแข็งแช่อยู่ในสุราสีม่วง แสงสะท้อนออกมาเป็นประกายยั่วยวนใจ

พอเห็นเธอมา จ้าวเสี่ยวฉีตาก็เป็นประกาย ก่อนจะแซวขึ้นว่า “โอ้ พี่สาวจริง ๆ ด้วย สรุปว่าพี่กับพี่สามของผมนี่มีซัมติงกันแน
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Bab Terkunci

Bab terbaru

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 207

    แม่ฝู่มองซูย่างด้วยท่าทียิ้มย่อง รอดูว่าอีกฝ่ายจะตอบโต้อย่างไรซูย่างผายมือไปทางซ่งเจ๋อ “คุณซ่งเจ๋อคือดุษฎีบัณฑิตด้านจิตวิทยาที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ เขามีผลงานความสำเร็จมากมาย ทั้งยังสร้างสรรค์วิทยานิพนธ์และทฤษฎีที่มีชื่อเสียงไว้หลายฉบับ ฉันในฐานะที่ปรึกษาด้านจิตวิทยา ก็ต้องให้ความสนใจในตัวคุณซ่งเจ๋อเป็นธรรมดาค่ะ”ชายหนุ่มผู้ถูกเอ่ยชื่อมองซูย่างพลางยิ้มเล็กน้อย เขาหยัดกายลุกขึ้นยืนอย่างสง่างามขณะยื่นมือออกมา “คุณซู สวัสดีครับ”ซูย่างยื่นมือออกไปจับเช่นกัน “คุณซ่ง ขอโทษด้วยนะคะที่ต้องให้คุณมาเห็นเรื่องตลกแบบนี้”กู้อวี่หนิงเขย่าแขนฝู่เฉินซีเบา ๆ “เรื่องนี้พักไว้ก่อนเถอะค่ะ อีกอย่างฉันเป็นคนเชิญคุณซูมาเอง ฉันติดใจก็แค่เรื่องรูปแต่งงานกับทะเบียนสมรสที่ถูกฉีกทิ้งเท่านั้น”เธอวางรูปใบแรกลงบนโต๊ะ ตามด้วยรูปใบที่สอง รูปใบนี้ยิ่งหนักข้อขึ้นตรงที่ดวงตาถูกระบายจนดำสนิท แม้แต่ริมฝีปากก็ยังมีรอยลิปสติกกากบาททับไว้แม่กู้พูดด้วยความเดือดดาลใจ “ซูย่าง เธอทำเกินไปแล้วนะ!”ฝู่เฉินซีขมวดคิ้วมุ่น “ซูย่าง นึกไม่ถึงเลยว่าคุณจะเป็นคนแบบนี้”“ถ้าจะดูว่าคนที่ขึ้นไปบนชั้นสองใช่ฉันหรือเปล่าก็ไม่ใช่

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 206

    ทั้งงานตกอยู่ในความเงียบงันขณะทุกสายตาพากันจับจ้องมองมา ซ่งเจ๋อยิ่งมีสีหน้าสงสัยเมื่อมองดูซูย่างสมาชิกตระกูลฝู่และคนตระกูลกู้ต่างเดินเข้ามา ฝู่เฉินซีคว้าตัวกู้อวี่หนิงไว้ "อวี่หนิง เป็นอะไรไป?""เฉินซี เธอฉีกทะเบียนสมรสของพวกเรา แล้วยังฉีกรูปแต่งงาน แถมยังขีดหน้าฉันจนเละเลยค่ะ"เธอหยิบทะเบียนสมรสที่ถูกฉีกเป็นสองส่วนออกมา ส่วนในมือแม่กู้ก็คือรูปแต่งงานซึ่งใบหน้าเจ้าสาวถูกขีดเขียนจนไม่เหลือชิ้นดีทั้งงานฮือฮาขึ้นมาทันที ทุกคนพลันนึกขึ้นได้ว่าซูย่างเป็นอดีตภรรยาของฝู่เฉินซี"ไม่เห็นจะแปลก เมียเก่ามาร่วมงานแต่งก็คงมาเพื่อล่มงานอยู่แล้วไม่ใช่เหรอ?""ถึงงั้นตอนนี้ก็ไม่ควรทำแบบนี้ ขายขี้หน้าชะมัด! มิน่าล่ะฝู่เฉินซีถึงได้หย่ากับหล่อน!""เจ้าสาวร้องไห้จนหน้าเปื้อนหมดแล้วเนี่ย น่าสงสารจริง ๆ "กู้อวี่หนิงยังคงร้องไห้ขณะพูดต่อ "คุณซู ฉันหวังดีเชิญคุณมาร่วมงานด้วย ทำไมคุณถึงทำกับฉันแบบนี้คะ? ตอนหย่าคุณก็ได้เงินกับทรัพย์สินไปตั้งเยอะ เฉินซีไม่เคยปฏิบัติต่อคุณไม่ดี ถ้าคุณไม่พอใจอะไร ก็มาลงที่ฉันสิ จะตบจะตีฉันก็ได้ แต่ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้ด้วย?"แม่ฝู่ชี้หน้าด่าซูย่าง "เชิญเธอมานี่มันตัวซวยช

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 205

    ฝู่หยาฮุ่ยแค่นเสียงเย็นชา เธอก็แค่อยากให้แน่ใจว่าซูย่างจะมาปรากฏตัวในงานนี้เท่านั้น เพราะเธอต้องการให้ซูย่างเห็นกับตาว่าเวลาที่พี่ชายเธอแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่นนั้นเป็นอย่างไร ดูซิว่านังนั่นจะยังกล้าทำเป็นเชิดอยู่อีกไหม!แล้วคนที่ถูกนึกถึงก็เดินเข้ามา ซูย่างจัดการมอบเงินใส่ซองก่อนเป็นอันดับแรก จากนั้นจึงเดินเข้าไปในงาน เลือกหาที่นั่งแบบไม่ได้เจาะจงอะไร โดยมีคนแปลกหน้ารายล้อมอยู่รอบกายหลังนั่งลง เธอก็กวาดสายตามองซ้ายมองขวาคล้ายกำลังมองหาซ่งเจ๋อ เพราะในข่าวเมื่อวานนี้มีการเปิดเผยหน้าตาของเขาออกมาแล้วผู้คนรอบข้างต่างพากันจับจ้องมองซูย่าง แขกเหรื่อในงานไม่ใช่น้อยล้วนเคยมาร่วมงานแต่งของฝู่เฉินซีกับซูย่างเช่นกัน จึงอดวิพากษ์วิจารณ์เรื่องที่อดีตภรรยามาร่วมงานแต่งอดีตสามีกันอย่างสนุกปากไม่ได้ฝู่หยาฮุ่ยรีบสะกิดแม่ฝู่ทันที "แม่คะ! มันมาจริงด้วย!"แม่ฝู่ถลึงตาใส่ "แม่ก็ไม่รู้เหมือนกันนะว่าพี่ชายกับพี่สะใภ้แกเป็นบ้าอะไรถึงได้เชิญหล่อนมา ตัวเสนียดแท้ ๆ !"บนโต๊ะจัดเลี้ยงมีของว่างวางเรียงรายอยู่มากมาย แต่ซูย่างไม่มีกะจิตกะใจจะมองสิ่งอื่นใด ระหว่างกำลังเดินหาคนอยู่นั้น ก็ถูกฝู่เฉินซีผู้ยืนอยู

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 204

    เขาจำไม่ได้จริง ๆ ว่าชุดแต่งงานที่ซูย่างสวมใส่หลังจากนั้นมีรูปลักษณ์เป็นอย่างไร และก็จำไม่ได้อีกเช่นกันว่ามันงดงามแค่ไหน เขาจำได้เพียงยามเธอเอ่ยถ้อยคำเหล่านั้น พวงแก้มก็แดงระเรื่อ ทั้งดูเขินอายและน่ารักเหลือเกินหัวใจเขาบีบรัดรุนแรงจนแทบหายใจไม่ออก เมื่อได้สติกลับคืน ก็พบว่ากู้อวี่หนิงกำลังมองมาด้วยความสงสัย "เฉินซีคะ?"ฝู่เฉินซีรีบแค่นยิ้มตอบว่า "สวยมากครับ"ช่วงกลางดึก ซูย่างเพิ่งหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมา ก็มีสายเรียกเข้าจากอีกฟากฝั่งของมหาสมุทร เป็นสายจากหลินจิ่น"รุ่นพี่เหรอคะ?" เธอรู้สึกประหลาดใจ ขณะทรุดตัวลงนั่งบนโซฟาและเปิดโทรทัศน์ ซึ่งกำลังมีรายการข่าวรอบดึก"คุณซู รุ่นพี่ฉันจะกลับประเทศพรุ่งนี้ ฉันคุยเรื่องคุณกับเขาแล้ว รวมถึงเล่าสถานการณ์ของหรงอินให้เขาฟังคร่าว ๆ แล้วด้วย ถึงตอนนั้นคุณก็ติดต่อไปหาเขาได้เลยนะ" เสียงของหลินจิ่นนั้นอ่อนโยนแต่ก็แฝงด้วยความหนักแน่นในโทรทัศน์กำลังรายงานข่าวเกี่ยวกับการแต่งงานของฝู่เฉินซีกับกู้อวี่หนิง "ตามรายงานข่าว ดร.ซ่งเจ๋อ ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาจากประเทศเอ็ม จะเดินทางกลับประเทศเร็ว ๆ นี้ และจะเข้าร่วมพิธีวิวาห์ในครั้งนี้ด้วย..."ซูย่าง

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 203

    เช้าวันนี้ บังเกิดข่าวใหญ่ที่สั่นสะเทือนไปทั้งวงการสื่อ เรื่องราวการแต่งงานครั้งใหม่หลังหย่าร้างของฝู่เฉินซีได้แพร่สะพัดออกไปแล้วนับแต่เช้ามืดจนถึงตอนนี้ กระแสความสนใจของผู้คนก็ยังคงพุ่งกระฉูด ตอนที่ซูย่างเห็นข่าวนี้ เธอก็มาถึงห้องให้คำปรึกษาทางจิตวิทยาของมหาวิทยาลัยเอแล้วเธอเพียงกวาดตามองหน้าจอโทรศัพท์มือถือ หญิงสาวคนหนึ่งก็พลันก้าวเข้ามาในห้องให้คำปรึกษาของเธอพอดีเป็นกู้อวี่หนิง!"คุณกู้คะ ห้องให้คำปรึกษาของเราเปิดให้บริการเฉพาะคนในมหาวิทยาลัยเท่านั้นค่ะ" ซูย่างพูดด้วยเสียงเย็นชากู้อวี่หนิงยิ้มหวาน "คุณซู อย่าตั้งแง่รังเกียจฉันขนาดนั้นเลยค่ะ ที่ฉันมาครั้งนี้ก็เพื่อจัดการเรื่องพักการเรียนให้หยาฮุ่ยต่างหาก""ถ้ามาทำเรื่องพักการเรียน ก็เดินออกจากประตูนี้ไปแล้วเลี้ยวขวานะคะ ตึกที่สองจะเป็นฝ่ายธุรการค่ะ พอดีฉันต้องทำงานแล้ว" ซูย่างกล่าวด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ก่อนจะก้มหน้าก้มตาจัดข้าวของ ไม่สนใจกู้อวี่หนิงอีก"คุณซูคะ เรื่องพักการเรียนฉันจัดการเรียบร้อยแล้ว แต่ที่แวะมาหาคุณ ก็แค่อยากจะมอบของสิ่งหนึ่งให้เท่านั้น" กู้อวี่หนิงหยิบการ์ดเชิญสีแดงเข้มใบหนึ่งออกมาจากกระเป๋า ก่อนวางลงบนโต๊

  • หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง   บทที่ 202

    หรงอินพูดด้วยความโกรธแค้นว่า “คนตระกูลฝู่นี่น่ารังเกียจจริง ๆ ! ต้องเป็นฝีมือฝู่เฉินซีกับแม่เขาแน่”“เรื่องนั้นช่างมันเถอะ ยังไงก็ต้องรบกวนคุณหรงแล้วละ” เธอหันไปยิ้มให้หรงอวี้พอเห็นว่าเธออารมณ์ดีขึ้นแล้ว หรงอินก็รีบชี้ไปที่กล่องบนโต๊ะก่อนพูดว่า “พี่ซูย่าง พี่ดูนี่เร็ว!”หรงอวี้พยักหน้าให้เธอเช่นกัน กล่องใบนั้นดูมีความคลาสสิกอยู่ในตัวหญิงสาวเปิดกล่องออกดู ด้านในกลับกลายเป็นสร้อยคอเส้นหนึ่ง“นี่คือสร้อยที่พี่เขาประมูลได้จากในงานเลยนะคะ สวยใช่ไหมละ มันชื่อว่าดวงใจภูเขาไฟ ไม่เคยเห็นเพชรสีแดงเม็ดใหญ่ขนาดนี้มาก่อนเลยเนอะ!”จุดเด่นของสร้อยเส้นนี้นอกจากเพชรสีแดงแล้ว ก็ยังอยู่ที่การออกแบบ ซึ่งเป็นผลงานของเฟย์แมน ปรมาจารย์ด้านอัญมณีชั้นนำผู้ล่วงลับผู้ที่เคยครอบครองคนก่อนคือเจ้าพ่อวงการการเงิน นึกไม่ถึงเลยว่ามันจะมาอยู่ที่งานประมูลในเมืองหนานเฉิงเช่นนี้“สวยจังเลย”“พี่คะ รีบสวมให้พี่ซูย่างสิ” หรงอินร้องเตือนหรงอวี้หยิบสร้อยคอขึ้นมา ก่อนรวบผมของซูย่างขึ้นด้วยความอ่อนโยน จากนั้นจึงบรรจงสวมใส่ให้เธอ สร้อยเพชรสีแดงที่รายล้อมไปด้วยเพชรเม็ดเล็ก ๆ นั้นช่วยขับเน้นให้ไหปลาร้าของเธอดูขาวผ่อง

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status