FAZER LOGINหรงซูจับมือน้อยของเหมยเหม่ย บอกว่า “น้าเต้นรำไม่เป็นจ้ะ”เหมยเหม่ยผิดหวังเล็กน้อยเซิ่งถิงเชินเดินเข้ามา มองหรงซู แล้วบอกว่า “เต้นไม่เป็น เดี๋ยวฉันจะเต้นนำเธอเอง”หรงซูอึ้งไปสักครู่ แล้วเงยหน้ามองเขาเหมยเหม่ยรีบพูดอย่างดีใจ “ดีเลย ดีเลย คุณน้าเอเวอลิน คุณพ่อเต้นนำคุณน้าได้ พวกเรารีบไปกันดีกว่าค่ะ”สองมือเหมยเหม่ยดึงมือของหรงซูให้เดินกลับไปทางฟลอร์เต้นรำ“เหมยเหม่ย!”“ไปสิคะ คุณน้าเอเวอลิน!”“...”เมื่อไปถึงข้างฟลอร์เต้นรำเซิ่งถิงเชินจับมือหรงซู หรงซูสะดุ้งดึงมือตัวเองกลับมา ตามสัญชาตญาณด้วยความตื่นตระหนก แต่เขากลับออกแรงจับเอาไว้แน่นหรงซูหันมองเขา“ไปเถอะ”เซิ่งถิงเชินพาเธอเข้าไปในฟลอร์เต้นรำเหมยเหม่ยตบมือดีใจอยู่ข้าง ๆ มือหนึ่งของเซิ่งถิงเชินจับมือหญิงสาว ส่วนอีกมือโอบเอวเธอไว้ “เซิ่งถิงเชิน คุณ...”“ถ้าเธอยังดิ้นอีก จะทำให้ทุกคนหันมามองเธอ” น้ำเสียงทุ้มต่ำของเขาดังขึ้นหรงซูหลุบตาลง กดข่มอารมณ์เอาไว้ในใจ ไม่ไปมองเขาอีก“จะให้ฉันสอนเธอจริงเหรอ?”เท้าของหรงซูไม่ได้เคลื่อนไปตามจังหวะของเซิ่งถิงเชิน เคลื่อนไหวอย่างแข็งทื่อ เพียงแต่ตรงนี้มีคนอยู่เยอะ เธอไม่อยากทะเล
เมื่อพูดจบก็หันหลังเดินย้อนกลับไปเซิ่งถิงเชินมองไปในสวนหรงซูเหมือนรับรู้ถึงบางอย่าง พอเงยหน้า ก็สังเกตเห็นร่างสูงสง่าร่างหนึ่งบนระเบียงชั้นสามของอาคารด้วยระยะที่ห่างกันมากขนาดนี้ทำให้มองเห็นสีหน้าเขาไม่ชัดเจนมองเพียงแวบเดียวเธอก็เก็บสายตากลับมาอย่างเฉยชาเพียงพริบตาก็ได้เวลางานเลี้ยงตอนเย็นค่ำคืนค่อย ๆ มาเยือนสีสันตระการตาใต้ค่ำคืนครึกครื้นยิ่งกว่าตอนกลางวันเสียงหัวเราะคิกคักของเด็ก ๆ ดังไม่หยุด จับมือกันแล้วเต้นรำบนสนามหญ้าหรงซูนั่งอยู่กับคุณนายคนหนึ่งที่เพิ่งรู้จักกันวันนี้ เธอไม่ใช่คนอื่นคนไกล เป็นพี่สาวคนโตของสีจิ้นชวนนั่นเองสีจิ้นชวนเดินเข้ามา นั่งลงข้างกายหรงซู แล้วชนแก้วดื่มเหล้ากับเธอเซิ่งถิงเชินที่นั่งดื่มเหล้าในระยะที่ห่างออกไปเล็กน้อย สายตามองไปที่เหมยเหม่ยเซี่ยอันหมิงมองทิศทางของหรงซู แล้วอดพูดไม่ได้ “พี่จิ้นจริงจังกับเอเวอลินเหรอเนี่ย?”น้ำเสียงเจือการหวงก้างเล็กน้อยเดิมทีนึกว่าเอเวอลินคบกับเจียงหวยซวี่แล้ว แต่วันนี้กลับได้ยินเธอบอกว่าตัวเองยังไม่มีแฟนทำให้หัวใจของเขาหวั่นไหวอีกครั้งแต่เอเวอลินไม่มองเขาเลยสักนิดตั้งแต่ต้นจนจบเขานึกไม่ถ
เซิ่งถิงเชินแต่งงานหรือยัง ตกลงเขามีลูกหลังแต่งงานหรือโดยไม่แต่งงาน มีเพียงคนตระกูลเซิ่งกับคนตระกูลฟู่รู้ดีที่สุดพวกเขาไม่ปล่อยข่าว คนข้างนอกก็ไม่กล้าไปสืบข่าวเซิ่งถิงเชินชำเลืองมองเขาแวบหนึ่ง ริมฝีปากบางยกเป็นรอยยิ้มจาง ๆ “อิจฉาเหรอ?”สีจิ้นชวนยิ้ม “ก็อิจฉาน่ะสิ! แต่นายว่าคนอย่างนายเนี่ยนะ ทำไมถึงได้มีลูกที่น่ารักเหมือนนางฟ้าอย่างเหมยเหม่ย?”เขาคิดยังไงก็ไม่เข้าใจคนอย่างเซิ่งถิงเชิน ไม่ว่ากับใครก็ไม่เคยจริงใจ ไร้หัวใจเลือดเย็นอย่างที่สุด!หางตาของฟู่สิงโจวเหลือบไปเห็นหรงซูที่จูงเหมยเหม่ยจากไปแล้ว “ยังต้องบอกอีกเหรอ เหมยเหม่ยต้องอ่อนโยนจิตใจดีเหมือนแม่เธออยู่แล้ว ถ้าเหมือนเขา จะไปไหวได้ยังไง”สีจิ้นชวนถามอย่างสงสัย “พี่สิงโจว งั้นพี่ลองว่ามาสิ ตกลงแม่ของเหมยเหม่ยเป็นใครกันแน่?”เซิ่งถิงเชินไม่รักแม่ของเหมยเหม่ยเป็นเรื่องที่แน่นอน ไม่อย่างนั้นหลายปีมานี้ เป็นไปไม่ได้ที่จะไม่มีข่าวเกี่ยวกับแม่ของเหมยเหม่ยเลยแม้แต่น้อย เธอกระทั่งไม่เคยปรากฏตัวในงานที่เปิดตัวต่อสาธารณะของตระกูลเซิ่งและตระกูลฟู่ต่อให้เขาไม่รักแม่ของลูก แต่กลับรักเหมยเหม่ยอย่างถึงที่สุดถ้าจะบอกว่าเขาจริงใจกับใ
ตอนนี้ในแวดวงการเงินไม่มีใครไม่รู้จักชื่อเอเวอลิน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือหน้าตาและบุคลิกภาพของเธอ ต่างพูดว่าหน้าตาของเธอเรียกได้ว่าสวยเหมือนนางฟ้า แม้แต่คุณหนูใหญ่ตระกูลอันแห่งเมืองไห่ เมื่อเทียบกับเธอแล้วก็ด้อยกว่าไม่น้อยดังนั้นนี่จึงเป็นสิ่งที่ทำให้คนมากมายอยากรู้ ว่าตกลงหน้าตาของเอเวอลินเป็นยังไงกันแน่หรงซูยิ้มและตอบอย่างมีมารยาท “คุณชมเกินไปแล้วค่ะ”ชายหนุ่มเดินข้ามา แล้วแนะนำตัวเอง “ผมชื่อสีจิ้นชวน วันนี้ดีใจมากที่ได้พบคุณเอเวอลินนะครับ”ตระกูลสีก็เป็นตระกูลมหาเศรษฐีระดับท็อปในเมืองจิงหรงซู “สวัสดีค่ะ คุณสี”สีจิ้นชวนถาม “ไม่ทราบว่าคุณเอเวอลินมีแฟนหรือยังครับ?” เขาพูดเหมือนทีเล่นทีจริง แต่ดูจริงจังไม่น้อยฟู่สิงโจวกล่าว “จิ้นชวน นายก็อย่าพูดตรงเกินไป เดี๋ยวทำคนอื่นตกใจหมด”สีจิ้นชวนหัวเราะบอกว่า “ถามดูก็ไม่น่าจะเป็นไร ถ้าคุณเอเวอลินถือสา ผมต้องขอโทษด้วยนะครับ”หรงซูตอบ “ไม่เป็นไรค่ะ ฉันยังไม่มีแฟน”รอยยิ้มบนใบหน้าสีจิ้นชวนกว้างขึ้นกว่าเดิม “ถ้างั้นคุณเอเวอลิน พวกเราเพิ่มช่องทางติดต่อกันไว้ได้ไหมครับ?”“ได้แน่นอนค่ะ”ฟู่สิงโจวมองทั้งสองคนที่เพิ่มช่องทางติดต่อกัน แล้ว
วันเกิดอายุสิบปีของฟู่นันนัน จัดขึ้นที่วิลล่าตากอากาศส่วนตัวของตระกูลฟู่ในฐานะคุณหนูตระกูลฟู่ฟู่สิงโจวกับเจี่ยงเวยหยางให้สิ่งที่ดีที่สุดกับเธอ เค้กวันเกิดมูลค่าหลายล้าน สลักเป็นรูปร่างของปราสาท พร้อมตกแต่งด้วยดอกไม้สดราคาแพงที่นำเข้าทางเครื่องบินจากต่างประเทศ...เมื่อฟู่นันนันสวมชุดเดรสเจ้าหญิงสั่งตัด ค่อย ๆ เดินเข้ามาจากประตูสไตล์ยุโรปสองบานที่เปิดออก แววตาของสองสามีภรรยาคือความเอ็นดูอ่อนโยนที่ปิดไม่มิดฟู่นันนันเต้นรำมาตลอดทางจนขึ้นไปบนเวที เธอสวยงามสดใสเต็มไปด้วยความมั่นใจคนที่อยู่ด้านล่างเวทีต่างเอามือถือออกมาถ่ายคลิปวิดีโอเหมยเหม่ยซบเซิ่งถิงเชิน พูดอย่างดีใจ “พี่นันนันสวยมากเลยค่ะ”เซิ่งถิงเชินอุ้มเธอเอาไว้เมื่อบทเพลงหนึ่งจบลงฟู่นันนันโค้งตัวทำความเคารพแขกเหรื่อด้านล่างเวทีฟู่สิงโจวกับเจี่ยงเวยหยางเข้าไปจูงมือลูกสาว และร่วมกันร้องเพลงให้ลูกสาวหนึ่งเพลง ทั้งสองสบตากันแล้วยิ้ม ในแววตามีกันและกันบรรยากาศแห่งความสุขและความอบอุ่น ถูกส่งต่อให้ทุกคนในงานด้านล่างเวทีเหมยเหม่ยซบอยู่ในอ้อมกอดพ่อ จู่ ๆ ก็รู้สึกเศร้าเซิ่งถิงเชินมองเธอ แล้วถามว่า “เหมยเหม่ยเป็นอะไรไป?”
น้ำเสียงเซิ่งถิงเชินต่ำและเย็น “เธอยังไม่มีปัญญาทำแบบนั้นครับ เรื่องหย่าคุณปู่กับคุณย่าไม่ต้องเป็นห่วง ผมรู้อยู่แก่ใจดี”“คุณพ่อ”จู่ ๆ เหมยเหม่ยวิ่งกลับมาที่ห้องรับแขกคุณนายใหญ่เซิ่งกับคุณท่านเซิ่งเลยไม่พูดถึงเรื่องนี้ต่อเหมยเหม่ยโผเข้าหาอ้อมกอดคุณพ่อ “คุณพ่อ โทรหาคุณแม่สิคะ คืนนี้ให้คุณแม่มาทานข้าวเย็นที่บ้านคุณปู่ทวดกับคุณย่าทวดดีไหมคะ?”เซิ่งถิงเชินลูบหัวน้อย ๆ ของลูกสาว บอกว่า “ไว้วันอื่นดีกว่า! คืนนี้พ่อมีธุระ”เหมยเหม่ยบ่น “แต่คุณน้าเอเวอลินจะเป็นคุณแม่ให้เหมยเหม่ยแค่อาทิตย์เดียวเองนะคะ”น้ำเสียงเซิ่งถิงเชินอ่อนโยน “ถ้าอย่างนั้นลูกก็ให้คุณน้า ยืดเวลาเป็นคุณแม่ของลูกออกไปสิ”เหมยเหม่ยกังวลเล็กน้อย “คุณน้าเอเวอลินจะรับปากเหรอคะ จะคิดว่าเหมยเหม่ยเอาแต่ใจเกินไปหรือเปล่า?”“ไม่หรอก”เมื่อได้ยินคำพูดของพ่อ ในที่สุดเหมยเหม่ยก็วางใจ“ถ้างั้นคืนนี้หนูจะลองถามคุณน้าเอเวอลินดูค่ะ”“ได้”หรงซูคิดอยู่หนึ่งวันสุดท้ายตัดสินใจไปต่างประเทศ พอดีจะได้ไปจัดการงานที่บริษัทเคยูตอนไปทำงานวันจันทร์ เธอพูดเรื่องนี้กับเจียงหวยซวี่เจียงหวยซวี่เห็นด้วย “ออกไปเที่ยวที่ต่างประเทศก็ดี เรื







