Masukจนกระทั่งขบวนพาเหรดรถดอกไม้สิ้นสุดลง ฝูงชนก็ค่อย ๆ แยกย้ายกันไปเซิ่งถิงเชินปล่อยมือจากข้อมือของหรงซู แล้ววางตัวเหมยเหม่ยลงแต่เหมยเหม่ยเพิ่งเห็นว่าคุณพ่อจับมือของคุณน้าเอเวอลินอยู่ เด็กน้อยจึงพูดอย่างดีใจว่า “คุณพ่อจับมือคุณน้าเอเวอลินแล้ว”เซิ่งถิงเชินลูบศีรษะเล็ก ๆ ของเหมยเหม่ย แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “งั้นตอนนี้พ่อจับมือเหมยเหม่ยแทนนะ”“ตกลงค่ะ”เซิ่งถิงเชินจูงมือเล็ก ๆ ของเหมยเหม่ย ส่วนเหมยเหม่ยก็ไปจูงมือหรงซูต่อ เด็กน้อยยิ้มกว้างจนเห็นฟันซี่เล็ก ๆ สีขาวเรียงตัวสวยส่งให้หรงซูเมื่อเห็นเด็กน้อยมีความสุข หรงซูก็พลอยอารมณ์ดีตามไปด้วยทั้งสองคนจูงมือเหมยเหม่ยเดินไปแบบนั้น ด้วยหน้าตาที่โดดเด่นสะดุดตาเกินไป ตลอดทางจึงดึงดูดสายตาผู้คนให้หันมามองไม่น้อยเมื่อเหมยเหม่ยเห็นเด็กคนอื่น ๆ มีคุณพ่อคุณแม่คอยอยู่เป็นเพื่อน แววตาของเด็กน้อยก็ไม่มีความรู้สึกอิจฉาซ่อนอยู่อีกต่อไปถึงขั้นที่ว่าเวลาคนอื่นมองมาที่พวกเขา บนใบหน้าเล็ก ๆ นั้นก็เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจจนกระทั่งถึงการแสดงดอกไม้ไฟในตอนกลางคืน เจ้าหน้าที่ก็มาถ่ายรูปเป็นที่ระลึกให้พวกเขาเซิ่งถิงเชินอุ้มเหมยเหม่ยไว้ เด็กน้อยพู
ยิ่งคิดอันชิงเยว่ก็ยิ่งแค้นแต่ในใจก็กลัวอย่างบอกไม่ถูกตลอดทั้งคืนเซิ่งถิงเชินไม่ติดต่อเธอเลยเธอกระวนกระวายอยู่ทั้งคืนจนเช้าวันนี้เซิ่งถิงเชินก็ยังไม่ติดต่อเธอในที่สุดเธอทนไม่ไหวเลยโทรไปหาเซิ่งถิงเชินเขารับสายเขาบอกว่า “ชิงเยว่ ครั้งนี้เธอทำเกินไปแล้วนะ”อันชิงเยว่ได้ยินน้ำเสียงเด็ดขาดของเขา ในใจยิ่งน้อยใจทรมาน ชั่วขณะนั้นเธออดไม่ไหวเลยโมโหใส่เขา “พี่เชิน พี่คิดว่าตอนนี้เธอสวยขึ้นแล้ว พี่เลยชอบเธอใช่ไหม? เธอก็แค่ไปทำศัลยกรรม แล้วอยากกลับมาให้ท่าพี่”เธอนึกว่าในแวดวงนี้ไม่มีใครจะโดดเด่นไปกว่าเธอแล้ว แต่เมื่อเห็นหรงซูในตอนนี้ ทำให้เธอรู้สึกถึงความอันตรายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนทั้งที่เมื่อก่อนเป็นผู้หญิงคนหนึ่งที่อัปลักษณ์และอ้วนขนาดนั้น ตอนนี้กลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงแล้วกลับมาอีกครั้งอีกทั้งยังปรากฏตัวต่อหน้าเซิ่งถิงเชิน เธอมีเจตนาแอบแฝงอยู่แล้วเซิ่งถิงเชินบอก “ชิงเยว่ เธอสงบจิตสงบใจอยู่ที่บ้านตระกูลอันให้ดี”ความหมายของคำพูดนี้ ก็คือไม่อยากเจอเธออันชิงเยว่ยิ่งคิดก็ยิ่งน้อยใจอย่างที่สุด“ชิงเยว่ ลูกบอกแม่สิ ตกลงเกิดอะไรขึ้น?” ซูจิ่นซีคาดคั้นอย่างร้อนใจ “เป็นเพรา
น้ำเสียงเซิ่งถิงเจ๋อหนักหน่วงขึ้น “พี่เผยอวี้ยอมจ่ายค่าปรับผิดสัญญา ก็ยืนกรานจะไม่ร่วมงานกับเถิงฮุย”หรงซูได้ยินแบบนั้น ไม่รู้สึกแปลกใจเท่าไหร่ นิสัยพี่ชายเธอก็ไม่ใช่คนที่จะยอมให้ใครควบคุม“แต่เริ่นกังคงไม่ยอมแน่ ๆ”“ใช่น่ะสิ! ตอนนี้ทั้งสองคนทะเลาะกันจนตึงเครียดมาก”“ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป มีแต่จะกระทบต่อความก้าวหน้าของบริษัท”“ตอนนี้พี่เผยอวี้กำลังเจรจาความร่วมมือกับรถยนต์แบรนด์หนึ่งอยู่ ยอดการลงทุนของโปรเจกต์สูงถึงหมื่นล้าน ตอนนี้ ผอ.อวี๋อยู่ที่ป๋อเหิง ขอแค่เจรจาร่วมมือกันสำเร็จ ก็ไม่ต้องเป็นห่วงทางเถิงฮุยแล้ว ช่วงนี้บริษัทเพิ่งพัฒนาเกมออกมาใหม่ เพิ่งเซ็นสัญญากับป๋อเหิงไป”หรงซูรู้ดี เซิ่งถิงเจ๋อเองก็กำลังช่วยป๋อเหิงสุดความสามารถได้ยินเขาพูดแบบนี้ ทุกอย่างยังมีจุดพลิกผันในใจหรงซูรู้สึกโล่งอกเล็กน้อยทั้งสองพูดคุยกันไม่กี่คำก็วางสายหรงซูจูงมือน้อยของเหมยเหม่ยลงไปชั้นล่างบนโซฟาชั้นล่างเซิ่งถิงเชินกำลังคุยโทรศัพท์ พอเงยหน้าก็เห็นทั้งสองลงมา วันนี้หรงซูสวมชุดกระโปรงยาวสีน้ำเงิน ตรงเอวคาดเข็มขัดสีขาว ผมยาวรวบเป็นหางม้าต่ำ ใบหน้าขาวเนียนไร้เครื่องสำอาง ตอนที่เธอหลุบตาลง มองเ
แต่ตอนนี้เธอกลับมานอนเป็นเพื่อนเหมยเหม่ยอยู่ตรงนี้นอกจากหัวที่ยังรู้สึกหนักอึ้ง ร่างกายไม่มีตรงไหนที่รู้สึกไม่สบายแม้จะไม่รู้ว่าระหว่างนี้เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่แต่สิ่งที่หรงซูมั่นใจได้ก็คือ เซิ่งถิงเชินเป็นคนพาเธอกลับมาตอนนี้เธอไม่อยากคิดอะไรมาก ยื่นมือดึงเหมยเหม่ยเข้ามาในอ้อมกอด แล้วกอดลูกไว้แน่นจนกระทั่งฟ้าเริ่มสางเหมยเหม่ยตื่นขึ้น แล้วขยี้ตา พอลืมตาก็เห็นคุณน้าเอเวอลินที่กำลังมองตัวเอง เธอทักทายด้วยเสียงอ่อนนุ่ม “มอร์นิ่งค่ะ คุณน้าเอเวอลิน”หรงซูลูบผมที่ยุ่งเหยิงของเธอ แล้วจูบลงบนหน้าผาก “มอร์นิ่งจ้ะ เด็กดี”เหมยเหม่ยรู้สึกตื่นตัวขึ้นมา จากนั้นเงยหน้าน้อย ๆ หอมไปที่แก้มของหรงซูดังฟอดสองคนแม่ลูกกะหนุงกะหนิงกันอยู่บนเตียง อ้อยอิ่งอยู่บนเตียง ไม่มีทีท่าจะลุกขึ้น“เมื่อคืนคุณน้าเอเวอลินเป็นลมกะทันหัน คุณพ่ออุ้มคุณน้ากลับมาค่ะ”เป็นไปตามคาดเซิ่งถิงเชินเป็นคนพาเธอกลับมาเพราะงั้นเขาเป็นคนช่วยเธอ?เมื่อคืนคนที่วางยาสลบเธอ ไม่ต้องคิด เธอก็เดาได้ว่าตกลงใครบงการอยู่เบื้องหลังเซิ่งถิงเชินเองก็คงเดาได้ขณะนี้เสียงประตูเปิดดังแกรกหรงซูหันไปมองตามเสียง พลันมองเห็นชา
เซิ่งถิงเชินก็มองพวกเขา เขาบอกคนที่กำลังคุยกับเขาและอันหงต๋า ก่อนจะเดินไปหาซูชิงจือหรงซูสังเกตเห็นเซิ่งถิงเชินที่กำลังเดินมาทางนี้ เธอลุกขึ้นยืน “ขอตัวก่อนนะคะ”ซูชิงจือตอบรับหรงซูเดินมุ่งหน้าออกไปนอกห้องจัดเลี้ยงโดยตรงเซิ่งถิงเชินจ้องมองแผ่นหลังที่จากไปของเธอขณะเดียวกันอันชิงเยว่ก็สังเกตเห็นหรงซู แววตามีประกายความโหดเหี้ยมแวบผ่านหรงซูออกมาจากห้องจัดเลี้ยง ทางเดินข้างนอกสงบขึ้นมาก เธออยากจะออกมาสูดอากาศหน่อยเมื่อเดินตามทางเดินไปถึงระเบียงที่เงียบสงบ รับลมยามค่ำคืน ยืนอยู่ตรงนี้สามารถมองเห็นวิวกลางคืนของเมืองไห่ที่เจริญรุ่งเรืองและเจิดจ้าได้ทั้งหมดขณะนี้เสียงสั่นของมือถือเธอดังขึ้นหรงซูหยิบมือถือออกมาจากกระเป๋าใบเล็ก แล้วกดรับ “เหมยเหม่ย”“คุณน้าเอเวอลินขอโทษค่ะ หนูไม่ได้รับสายของคุณน้า หนูเพิ่งเห็นตอนนี้”เมื่อได้ยินเสียงอ่อนนุ่มของลูกสาว อารมณ์ของหรงซูดีขึ้นทันที“ไม่เป็นไรจ้ะ ช่วงเช้าวันนี้น้ามีธุระ ไม่ได้อยู่เป็นเพื่อนเหมยเหม่ยเลย ขอโทษนะ”เหมยเหม่ยรีบบอก “หนูรู้ค่ะว่าคุณน้าเอเวอลินงานยุ่ง เหมยเหม่ยไม่โกรธคุณน้าค่ะ”ความเป็นเด็กดีของลูกสาว มีแต่จะทำให้ในใจห
การแย่งชิงอำนาจระหว่างซูชิงจือกับตระกูลอัน ไม่ใช่แค่เรื่องของทั้งสองฝ่ายธรรมดา ๆ เท่านั้นเซิ่งถิงเชินมาร่วมงานเลี้ยงเป็นเพื่อนอันชิงเยว่ ท่าทางเขาในตอนนี้ที่กำลังคุยกับอันหงต๋าอย่างออกรส คนไม่รู้ยังนึกว่าทั้งสองคนใกล้จะมีข่าวดีแล้ว นี่ทำให้ทุกคนรู้สึกว่าเขาอยู่ข้างตระกูลอันไม่ใช่เหรอพอเขามาร่วมงาน กลับกลายเป็นตัวเอกของงานไปแล้วหรงซูยืนหันหลังให้ทิศทางที่พวกเขายืนอยู่ พูดเสียงเรียบเหมือนไม่เกี่ยวกับตัวเอง “ใครจะไปรู้ล่ะคะ?”เซิ่งถิงเชินอยากทำอะไร คนอื่นไม่มีใครเคยมองออก มีแค่ตัวเขาเองที่รู้ดีฉีเยี่ยนเฉาเห็นสีหน้าเธอไม่ดี บอกว่า “ถ้ารู้แบบนี้แต่แรก เสี่ยวซูเธอกลับไปอยู่เป็นเพื่อนเหมยเหม่ยดีกว่า”หรงซูกำลังดื่มเหล้า กำลังจะพูดบางอย่าง แต่พอสังเกตเห็นสายตาฉีเยี่ยนเฉา เธอหันมองโดยสัญชาตญาณ พลันเห็นซูชิงจือที่กำลังเดินมาหาพวกเขาซูชิงจือเดินมาตรงหน้าทั้งสองคน แล้วทักทายอย่างมีมารยาท “สวัสดีครับ ประธานฉี คุณเอเวอลิน”ฉีเยี่ยนเฉายกแก้วเหล้าขึ้น ลุกขึ้นไปชนแก้วกับเขา “วันนี้ประธานซูอารมณ์ดีนะครับ”วันนี้พวกเขาเซ็นสัญญากับตระกูลอันอย่างเป็นทางการ ถ้าอย่างนั้นแสดงว่าทั้งสองฝ่ายยืนอยู






