ANMELDENหลูเสวี่ยเผชิญหน้ากับสายตาพินิจพิจารณาของเซิ่งถิงเชินอย่างสงบนิ่งเซิ่งถิงเชินเอ่ยด้วยสีหน้าเย็นชาและเคร่งขรึม “ผมไม่ต้องการคำรับประกันใด ๆ สิ่งที่ผมต้องการเห็นคือความสามารถของคุณ”หลูเสวี่ยขานรับ “ความหมายของประธานเซิ่ง ฉันเข้าใจค่ะ”โจวมู่พาหลูเสวี่ยไปดำเนินการเรื่องเข้าทำงาน และเริ่มรับผิดชอบงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทำความคุ้นเคยกับขั้นตอนก่อนสิ้นปี ก่อนจะเริ่มช่วงทดลองงานสามเดือนหลังปีใหม่เหมยเหม่ยไม่อยู่บ้านทั่วทั้งวิลล่าจึงดูเงียบเหงาเป็นพิเศษระหว่างหรงซูกับเซิ่งถิงเชินไม่มีอะไรจะพูดกันนัก เซิ่งถิงเชินกลับเป็นฝ่ายชวนหรงซูคุยก่อน พูดคุยแลกเปลี่ยนข่าวสารในแวดวงธุรกิจ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ในตอนนี้กลับสงบนิ่งเป็นพิเศษทางบ้านใหญ่ตระกูลเซิ่งได้จัดส่งพี่เลี้ยงสองคนมาให้ใหม่พี่เลี้ยงสองคนนี้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเคร่งครัด ปฏิบัติต่อหรงซูด้วยความเคารพในฐานะคุณนายน้อยแห่งตระกูลเซิ่งเช้าวันนี้เซิ่งถิงเชินออกจากบ้านไปก่อนเวลาตอนที่หรงซูกำลังเตรียมตัวจะออกไปข้างนอก ก็ได้รับโทรศัพท์จากเซิ่งถิงเชิน “ออกจากบ้านหรือยัง?”หรงซูเอ่ย “กำลังจะออกค่ะ”เซิ่งถิงเชินเอ่ย “ฉันลืมเอกสารไว้
เซิ่งถิงเชินสบเข้ากับสายตาพินิจพิจารณาของชายหนุ่ม เขาหัวเราะในลำคอเบา ๆ “ตอนนี้ฉันแค่อยากใช้ชีวิตอยู่กับเธอดี ๆ แล้วก็อยู่เคียงข้างเหมยเหม่ยจนเธอเติบโต ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้เธอก็ยังมีนายที่เป็นพี่ชายอยู่ทั้งคน แล้วฉันจะไปทำอะไรได้อีกล่ะ”ซูชิงจือเก็บอารมณ์ ลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าเย็นชาเคร่งขรึม “ถ้าตอนนี้นายจริงใจจะดีที่สุด”ซูชิงจือเดินออกจากวิลล่าไปคืนนั้นเหมยเหม่ยกลับมาที่ห้องนอนใหญ่ จะนอนกับคุณพ่อคุณแม่เหมยเหม่ยกลิ้งเข้าไปในอ้อมอกของคุณพ่อ แล้วก็กลิ้งเข้าไปในอ้อมอกของคุณแม่ เดี๋ยวก็ลุกขึ้นมาเต้นรำให้คุณพ่อคุณแม่ดูบนเตียง ซนอยู่พักใหญ่ถึงยอมนอนหลังจากเหมยเหม่ยหลับไปแล้วภายในห้องนอนตกอยู่ในความเงียบ ต่างคนต่างใช้โทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ตจัดการเรื่องของตัวเอง“วันเกิดของเหมยเหม่ย เธอคิดว่าจะจัดให้ลูกยังไง?” ชายหนุ่มมองเธอแล้วจู่ ๆ ก็เอ่ยถามขึ้นวันเกิดของเหมยเหม่ยในปีนี้ตรงกับวันที่หกของช่วงเทศกาลปีใหม่พอดีนี่เป็นวันเกิดปีแรกที่เธอได้อยู่ฉลองกับเหมยเหม่ย และเป็นปีใหม่แรกด้วยเช่นกัน เมื่อนึกย้อนกลับไปเมื่อครึ่งปีก่อน ก็รู้สึกเหมือนทุกอย่างเพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน นึกไม่ถึงเลยจร
“คุณแม่คะ คุณแม่ดูสิ นี่คือสร้อยคอที่คุณอาชิงจือให้หนูมาค่ะ”สายตาของหรงซูมองไปที่สร้อยคอไข่มุกประดับด้วยจี้เพชรสีชมพูที่เหมยเหม่ยสวมอยู่ มองแวบเดียวก็รู้ว่ามูลค่าไม่ธรรมดาในห้องแต่งตัวของเหมยเหม่ยมีอัญมณีหายากประเภทต่าง ๆ เก็บสะสมไว้ไม่น้อย เหมยเหม่ยชอบหินสวยงามพวกนี้มาก ตอนนี้เธอเพิ่งอายุห้าขวบ แต่กลับได้รับอัญมณีมากกว่าที่คนคนหนึ่งจะได้รับทั้งชีวิตเสียอีกหรงซูโค้งตัวลงลูบหัวของเธอ แววตาคู่สวยเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและเอ็นดูเด็กน้อย เอ่ยว่า “สวยจ้ะ แม่ยังมีธุระต้องจัดการอีกนิด ขอตัวขึ้นไปข้างบนก่อนนะ หนูไปเล่นเองก่อนนะจ๊ะ”“ค่ะ” เหมยเหม่ยตอบรับอย่างว่าง่ายหรงซูลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงขึ้นไปชั้นบน โดยไม่หันไปมองสองคนที่นั่งอยู่บนโซฟาเลยสักนิด“เสี่ยว... คุณเอเวอลิน”เสียงของซูชิงจือดังขึ้นมาหรงซูหยุดฝีเท้า ฟังออกอย่างชัดเจนว่าน้ำเสียงของเขาผิดปกติ เธอหันกลับไปมองซูชิงจือ น้ำเสียงเย็นชา “ประธานซูมีธุระอะไรเหรอคะ?”ตอนนี้เมื่อได้ยินน้ำเสียงเย็นชาและแฝงความรำคาญของเธอ ซูชิงจือรู้สึกราวกับหัวใจถูกทุบอย่างแรงตอนนี้เขาถึงเพิ่งเข้าใจว่า ทำไมทุกครั้งที่ได้เจอเธอ ในใจถึงได้มีความรู้ส
“ดังนั้นความจริงเซิ่งถิงเชินก็อยากแบ่งผลประโยชน์จากเอ็มเคกรุ๊ปด้วยสินะคะ”ตระกูลอันเฝ้าฝันอยากให้อันชิงเยว่ได้แต่งงานกับเซิ่งถิงเชินเพื่อที่จะได้ร่วมมือกับเขา นึกไม่ถึงเลยว่าเซิ่งถิงเชินจะแอบร่วมมือกับซูชิงจือเพื่อแบ่งผลประโยชน์ของเอ็มเคกรุ๊ป หากคุณนายอันและประธานอันรู้เรื่องนี้เข้า คงได้อกแตกตายแน่“แล้วตอนนี้ตระกูลอันยังไม่รู้เรื่องนี้อีกเหรอคะ?”เจียงหวยซวี่เอ่ย “อันหงต๋าสงสัยเซิ่งถิงเชินมาตลอด แต่ยังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัด แต่ต่อให้หาหลักฐานเจอ ตอนนี้ตระกูลอันก็ทำอะไรซูชิงจือไม่ได้อยู่ดี ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเซิ่งถิงเชินเลย”หรงซู “ดังนั้นถึงไม่มีเซิ่งถิงเชิน ซูชิงจือก็ไม่มีทางพลิกฟื้นกลับมาได้เร็วขนาดนี้ใช่ไหมคะ?”เจียงหวยซวี่เอ่ย “ซูชิงจือเติบโตมาภายใต้การควบคุมของตระกูลอัน ไม่มีอำนาจบารมี ไม่มีที่พึ่งพิงใด ๆ เขารู้จักกับเซิ่งถิงเชินตอนที่ไปเรียนต่อที่อเมริกา ไม่แน่ว่าตอนนั้นทั้งสองคนอาจจะตกลงร่วมมือกันอย่างลับ ๆ ไปแล้วก็ได้ ดังนั้นถ้าสองคนนี้มีเรื่องขัดแย้งกัน ก็ไม่มีทางเป็นเพราะผลประโยชน์ขัดกันแบบธรรมดา ๆ แน่ ยิ่งไปกว่านั้น การที่พวกเขาจะแตกหักกันเพราะเรื่องผลประโยชน์ก็แทบจะเป็น
ผู้ชายที่มีสถานะอย่างเขา ไม่จำเป็นต้องอาศัยสิ่งที่เรียกว่าความเหมาะสมทางฐานะเพื่อมายกระดับคุณค่าของตัวเองอีกต่อไปแล้ว ขอแค่ตอบสนองความต้องการทางอารมณ์ของเขาได้ก็พอตอนนี้อันชิงเยว่ไม่มีความหมายอะไรกับเขาอีกต่อไปแล้ว ต่อให้เลิกสนใจ สำหรับเขาก็ไม่ได้สูญเสียอะไรเลยสักนิดคนเดียวที่เขารักมาตลอดมีเพียงตัวเองเท่านั้น ตอนนี้ก็แค่มีเหมยเหม่ยเพิ่มมาอีกคนก็เท่านั้น และเหมยเหม่ยก็อยู่ภายใต้การควบคุมของเขาอย่างสมบูรณ์ ดังนั้นจึงไม่มีใครสามารถทำให้เขาต้องเผชิญกับวิกฤตทางความรู้สึกใด ๆ ได้เซิ่งถิงเชินได้ยินคำถามของหญิงสาว สายตาของเขาหยุดอยู่ที่ดอกกุหลาบในมือของเธอ แสงไฟสะท้อนอยู่ในดวงตาลึกล้ำของชายหนุ่ม อารมณ์ที่ซ่อนอยู่ภายในมืดมนจนยากจะหยั่งถึง มุมปากของเขาเผยรอยยิ้มจาง ๆ เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก “เธออยากลองรักกับฉันดูไหม?”หรงซูค่อย ๆ หันหน้าไประยะห่างที่ใกล้ชิด ต่างฝ่ายต่างจ้องมองกัน ในแววตาล้วนสะท้อนเงาของกันและกัน ทุกลมหายใจล้วนอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของอีกฝ่าย ขอแค่ขยับไปข้างหน้าอีกนิดเดียว ริมฝีปากก็จะสัมผัสกันได้แล้วในชั่วขณะนั้นราวกับโลกทั้งใบเงียบสงบลงหรงซูหมุนตัวอยู่ในอ้อมกอดของชา
ตอนที่หรงซูเดินไปส่งเจียงหวยซวี่และกำลังเดินกลับเข้าวิลล่า ก็ได้รับโทรศัพท์จากเซวียหมิงเฉิงเธอกดรับสาย พลางเอ่ย “ฮัลโหล!”สองวันนี้เซวียหมิงเฉิงคอยติดตามความเคลื่อนไหวของเซิ่งถิงเชินอยู่ตลอดดังนั้นหรงซูจึงรู้ว่าเมื่อวานเซิ่งถิงเชินไปพบซูชิงจือมา ตอนที่ซูชิงจือเดินออกจากคลับเฮาส์สีหน้าของเขาดูแย่มาก เห็นได้ชัดว่าการพูดคุยกับเซิ่งถิงเชินไม่ค่อยราบรื่นนักมันเกิดเรื่องฉุกเฉินอะไรกันแน่ ถึงต้องคุยกันในวันปีใหม่ด้วยตอนค่ำเซิ่งถิงเชินไปหาเขา แล้วก็ไปส่งเขาที่โรงพยาบาลอีก“คุณหนูใหญ่อันกลับมาที่วิลล่าหัวถังครับ แต่วันนี้ก็ถูกส่งตัวไปแล้ว ประธานเซิ่งอยู่ที่วิลล่าหัวถังไม่นานก็กลับเฉียนสุ่ยวิลล์ครับ”หรงซูฟังรายงานของเซวียหมิงเฉิง หรือว่าซูชิงจือกับเซิ่งถิงเชินจะผิดใจกันแล้ว?วันนั้นที่สนามบินสองพี่น้องยังดูไม่อยากจากกันอยู่เลย อันชิงเยว่กลับมาหาเขาอีก แล้วทำไมซูชิงจือถึงต้องรีบส่งเธอกลับไปเร็วขนาดนี้ด้วยล่ะ?ในใจของหรงซูเต็มไปด้วยความสงสัยช่วงสองวันต่อมาเซิ่งถิงเชินก็เอาแต่อยู่ติดบ้าน ไม่ได้ออกไปไหนเลย ไม่ได้ไปร่วมงานเลี้ยงหรืองานสังสรรค์ กลายเป็น “สามีที่เอาแต่อยู่ติดบ้าน” ไปเสี







