Se connecterโอลิซาเดินไปตรงหน้าหรงซู ถามอย่างห่วงใย “เอเวอลิน เมื่อคืนไม่ได้พักผ่อนเหรอคะ?”หรงซูมองเธอ มุมปากยกยิ้มบาง ๆ “ฉันไม่เป็นไร”เหมยเหม่ยมองคุณแม่บอกว่า “งั้นคืนนี้คุณแม่เข้านอนเป็นเพื่อนเหมยเหม่ยเร็วหน่อยนะคะ เหมยเหม่ยไม่อยากเห็นคุณแม่เหนื่อย”“ได้จ้ะ แม่จะฟังเหมยเหม่ยนะ” ระหว่างที่หรงซูพูด ก็ช้อนตามองชายหนุ่มที่เดินมาได้ยินเพียงเขาบอกว่า “กินอาหารเช้ากันก่อน”พอถึงห้องรับประทานอาหารโอลิซาเข้าครัวไปเอาพายสับปะรดที่อบเสร็จแล้วมาให้เหมยเหม่ย เหมยเหม่ยพูดขอบคุณ “ขอบคุณคุณน้าโอลิซาค่ะ”โอลิซายิ้ม “ไม่ต้องขอบคุณจ้ะ”โอลิซาวางเบเกิลครีมชีสชิ้นหนึ่งไว้ตรงหน้าหรงซู “เอเวอลิน ค่อย ๆ ทานนะคะ”หรงซูตอบรับเสียงค่อยขณะที่โอลิซายกถาดอาหารหันหลังจากไป ได้ยินเพียงเสียงทุ้มต่ำฟังอารมณ์ไม่ออกของชายหนุ่มดังขึ้น “นั่งลงกินด้วยกันสิ”ได้ยินแบบนั้นการกระทำของโอลิซาหยุดชะงักเธอมองหรงซูตามสัญชาตญาณหรงซูได้ยินคำพูดของเขา เพียงปอกเปลือกไข่ให้เหมยเหม่ยเงียบ ๆเหมยเหม่ยมองโอลิซาบอกว่า “คุณน้าโอลิซานั่งลงแล้วกินอาหารกับพวกเราสิคะ”ปลายนิ้วหรงซูหยุดชั่วครู่ ในใจก็จมดิ่งตามไปด้วยเหมยเหม่ยเป็นเด
หรงซูสบตากับชายหนุ่ม สำหรับการที่เขารู้เรื่องก็เป็นสิ่งที่คาดเดาได้ เธอเบี่ยงสายตาหลบ แล้วกล่าวเสียงเรียบ “เตรียมตัวจะไปค่ะ”เซิ่งถิงเชินจ้องเธอหลังเงียบไปหลายวินาที แรงดันในห้องเหมือนต่ำลง หรงซูไม่ได้มองเขา“จะไปตั้งรกรากทางโน้นเหรอ?” เสียงของชายหนุ่มเรียบเฉยไม่สะทกสะท้าน รู้สึกถึงแรงกดดันสายหนึ่งที่ทำให้หายใจไม่ออกโดยมองไม่เห็นหรงซูจึงกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัวเธอจะไปเมืองซี หมายความว่าหลังจากนี้เธอจะอยู่ที่เมืองซีเป็นระยะเวลานานจริง ๆ ส่วนเรื่องตั้งรกรากที่เมืองซี เธอเองยังไม่ได้คิดให้ดี ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างฉุกละหุก เธอไม่สามารถลาออกจากหรงเอินทั้งอย่างนี้ เพื่อเป็นไปตามเจตนาของคนอื่น กระนั้นเมื่อได้ยินน้ำเสียงคาดคั้นจากเขา ในใจเธอเกิดไฟโกรธขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ จึงพูดอย่างไม่ยินดียินร้าย “ไม่เกี่ยวกับคุณ”“ได้ หรงซู” น้ำเสียงของเขาเย็นชามากกว่าเดิม กล่าวว่า “ดูท่าเธอมีเรื่องอะไร ก็ไม่เคยคิดจะปรึกษาฉันสินะ”หรงซูจ้องเขา แล้วพูดประจันหน้าอย่างไม่ยอมแพ้ “ต่อให้ปรึกษาคุณจะมีความหมายอะไร ที่คุณบอกจะเคารพฉัน ก็แค่คำพูดล้อเล่นไม่จริงจังของคุณเท่านั้น”ระหว่างที่พูดจู่ ๆ เธอหัวเรา
“พี่เหยียน!” หรงซูเรียกซ่งเหยียนดึงสติกลับมา มองหรงซูแล้วถาม “เสี่ยวซู ทำไมเธอถึงอยู่กับซูชิงจือได้ล่ะ?”หรงซูกล่าว “ตอนแรกฉันมากินข้าวคนเดียว แต่บังเอิญเจอกัน เขายืนกรานจะเป็นเจ้ามือค่ะ”เรื่องที่ซูชิงจือร่วมงานกับหรงเอิน ซ่งเหยียนย่อมรู้อยู่แล้ว “ไม่รู้ว่าตกลงซูชิงจือกินยาผิดขนานหรือเปล่า?”ว่ากันตามหลักตอนนี้ทั้งสองฝ่ายอยู่ในฐานะคู่แข่ง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าซูชิงจือสนิทสนมกับเซิ่งถิงเชินหรงซูกล่าว “ในนี้อาจจะมีสาเหตุบางอย่างก็ได้ค่ะ ในเมื่อเป็นการตัดสินใจของศาสตราจารย์ ต้องไม่ผิดแน่นอนค่ะ”ซ่งเหยียนตอบรับ และไม่ได้พูดเรื่องเกี่ยวกับซูชิงจือมากกว่านี้หรงซูมองเธอ อยากจะพูดบางอย่าง แต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดออกมาจนบัดนี้ซูชิงจือยังไม่แต่งงาน และไม่เคยได้ยินข่าวลือเรื่องความรักของเขาเลย เหมือนโสดมาตลอด อย่างน้อยดูจากชีวิตส่วนตัว เขาเป็นผู้ชายที่ดีคนหนึ่ง เมื่อเผชิญหน้ากับอดีตคู่หมั้นที่เพียบพร้อมขนาดนี้ เป็นใครก็คงยากจะทำใจได้ทั้งสองไม่ได้พูดคุยเรื่องเกี่ยวกับซูชิงจือหลังจากหรงซูกินอาหารเย็นเป็นเพื่อนซ่งเหยียน ก็ออกจากร้านอาหารเวลายังไม่ดึกทั้งสองคนไปเดินเล่นที่ศูนย์การค
หรงซูเข้าร่วมการประชุมครั้งนี้แต่ว่าทางอวิ๋นซาน เซิ่งถิงเชินไม่ได้มาด้วย แต่เป็นรองประธานอวิ๋นซานและผู้บริหารระดับสูงอีกสามคน ขณะเดียวกันหลูเสวี่ยก็ตามมาประชุมด้วยหรงซูมองหลูเสวี่ย เซิ่งถิงเชินให้ความสำคัญกับเธอเหลือเกินโครงการนี้สำนักการเงินเป็นผู้ดำเนินการหลัก บริษัททั้งสองแห่งให้ความร่วมมือมาก ปัจจุบันโครงการคืบหน้าไปอย่างราบรื่นบัดนี้เมื่อผู้บริหารระดับสูงเห็นหรงซูอีกครั้ง สีหน้าเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน ภรรยาท่านประธานของอวิ๋นซานมารับตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงคนสำคัญในหรงเอิน ดูอย่างไรก็ไม่เหมาะสมแน่นอนว่าสถานการณ์แบบนี้ ไม่มีใครว่าอะไร ยังคงทักทายกันด้วยสรรพนามในหน้าที่การงานการประชุมดำเนินไปจนถึงตอนเย็นห้าโมงครึ่งจึงจบลงตามมารยาททางหรงเอินต้องเลี้ยงอาหารอีกฝ่ายหรงซูไม่ได้เข้าร่วม หลังจบการประชุมเธอทำงานล่วงเวลาต่ออีกหนึ่งชั่วโมง หลังเสร็จสิ้นงาน เธออยู่ที่ห้องทำงานอีกสักพักเธอถือโทรศัพท์เอาไว้ วันนี้เหมยเหม่ยยังไม่ติดต่อเธอ ยังไม่ถามว่าเธอจะกลับกี่โมง ตั้งแต่กลับมาจากเที่ยวทะเล โอลิซาปรากฏตัวที่เฉียนสุ่ยวิลล์ หลังจากนั้นรวมถึงไปทำงานที่อื่น เซิ่งถิงเชินก็ไม่ได้เป็นฝ่า
พอวางมือถือลงหรงซูก็ผ่อนลมหายใจยาว เมื่อครู่ที่ได้ยินเสียงหัวเราะดีใจสนุกสนานของเหมยเหม่ยกับโอลิซา ในใจเธอรู้สึกอึดอัดอย่างไม่มีสาเหตุแต่ในใจของเหมยเหม่ยผู้หญิงที่พึ่งพิงมากที่สุดอย่างไรก็คือแม่เธอปรับอารมณ์ของตัวเองให้ดี แล้วเข้าไปเปลี่ยนชุดลำลองในห้องแต่งตัวตอนกินอาหารเย็นหรงซูรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าเจียงอวี่อารมณ์ดีขึ้นมากตอนค่ำเจียงหวยซวี่มารับเจียงอวี่ที่บ้านตระกูลหรงเจียงหวยซวี่กับเผยอวี้คุยกันเป็นการส่วนตัว“ตอนนี้สถานการณ์เป็นยังไงบ้าง?”เรื่องที่เกิดขึ้นในป๋อเหิงครั้งนี้ถึงกับเป็นข่าวพาดหัว ส่วนมากผู้บริหารระดับสูงในบริษัทต่างยืนอยู่ฝั่งเผยอวี้ เริ่นกังดื้อรั้นเผด็จการ ชอบทำเรื่องใหญ่เอาหน้า ไม่เคยได้ใจคนในบริษัทเลย ก่อนหน้านี้ผู้บริหารที่เขาเกลี้ยกล่อมจนยืนอยู่ฝั่งเขา ก็แค่เล่นละครกับเขาเท่านั้นดังนั้นหลังเกิดเรื่อง เริ่นกังอยากเล่นงานเผยอวี้ สุดท้ายก็ต้องรับผลกรรมเอง ความเสียหายของป๋อเหิงในครั้งนี้ หากเผยอวี้เอาจริงก็ส่งเริ่นกังไปเข้าคุกได้เลยแต่สุดท้ายเผยอวี้ก็ใจร้ายไม่ลง วันนี้หลังการตัดสินใจของผู้บริหารระดับสูงภายในบริษัท ปลดเริ่นกังออกจากทุกตำแหน่ง
“อีกอย่างคนสองคนคบกันต้องเผชิญอุปสรรคด้วยกัน ความรักแบบนี้ถึงจะยืนยาว ไม่อย่างนั้นถ้าเจอเรื่องยุ่งยากนิดหน่อยก็ท้อถอย ต่อไปยังมีอะไรให้คุยกันอีก”เจียงอวี่มองหรงซู เม้มริมฝีปากยิ้มแล้วกล่าวว่า “เสี่ยวซู สิ่งที่เธอพูดมาไม่ผิดหรอก คนนอกที่มองความรักของคนอื่น มักจะชัดเจนและมีสติอยู่เสมอ”ได้ยินแบบนั้นหรงซูเก็บมือกลับมา ในแววตามีความจนใจอยู่บ้าง “คนในเหตุการณ์มักสับสน คนนอกมองเห็นชัดเจนกว่า ทั้งหมดล้วนเป็นสัจธรรมที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงมาตั้งแต่โบราณ”“แล้วตอนนี้เธอกับเซิ่งถิงเชินมันยังไงกันแน่?”หรงซูสตาร์ตเครื่องใหม่อีกครั้ง หมุนพวงมาลัยเพื่อเข้าสู่ถนนหลัก แล้วกล่าวเสียงต่ำ “ฉันเองก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดยังไง”วินาทีที่เห็นหลูเสวี่ย ถ้าเธอไม่มีอารมณ์คงเป็นเรื่องโกหกแล้วเซิ่งถิงเชินจะสืบไม่เจอได้อย่างไรว่าเรื่องก่อนหน้านี้ใครเป็นคนเริ่มต้น แต่หลูเสวี่ยยังคงติดตามอยู่ข้างกายเขาดี ๆ บอกว่าเคารพเธออะไรกัน ยิ่งเหมือนทำให้เธออับอายมากกว่าเจียงอวี่รู้ดีว่าความจริงตอนนี้หรงซูอึดอัดยิ่งกว่าตัวเองเสียอีก อย่างน้อยตอนนี้เธอก็หย่าแล้ว“ยังไม่ได้กินข้าวเย็นสินะ? ตอนนี้กลับบ้านไปกินกับฉัน วันนี้แม







