LOGINซูชิงจือกล่าว “ที่บ้านมีแม่บ้านคอยดูแลอยู่ เดี๋ยวฉันจะให้คนจองตั๋วเครื่องบินให้”พูดจบเขาก็เดินไปทางบันไดจู่ ๆ อันชิงเยว่ก็เอ่ยขึ้นอย่างร้อนรน “ฉันไม่กลับ” เธอวิ่งเข้าไปใช้สองมือจับแขนของซูชิงจือเอาไว้แน่น มองเขาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยหยาดน้ำตา กล่าวว่า “พี่คะ ฉันไม่กลับ ขอฉันอยู่ดูแลพี่ได้ไหม? ฉันแค่อยากอยู่เป็นเพื่อนพี่ พี่ไม่ชอบกลับตระกูลอัน แต่ในใจฉัน พี่จะเป็นคนในครอบครัวที่ฉันรักที่สุดตลอดไปนะคะ”เมื่อก่อนเพียงเธอแสดงท่าทางน่าสงสารเช่นนี้ ซูชิงจือก็จะยอมตามใจเธอทุกอย่างเพียงแต่ครั้งนี้ ซูชิงจือกลับไม่ได้โอนอ่อนผ่อนตามเธอเหมือนอย่างเคย น้ำเสียงแฝงไปด้วยความเหนื่อยล้าและเหินห่าง กล่าวว่า “พอได้แล้ว ชิงเยว่ เลิกงอแงสักที”“พี่คะ...”“...”ซูชิงจือเดินขึ้นไปชั้นบนชั้นล่างเหลือเพียงอันชิงเยว่ที่ยืนเคว้งคว้างทำอะไรไม่ถูกเธอยืนมองแผ่นหลังอันเย็นชาของซูชิงจืออยู่กับที่ จู่ ๆ ร่างทั้งร่างก็เริ่มโอนเอน วินาทีต่อมาก็ล้มพับลงไปกองกับพื้นเซิ่งถิงเชินก้าวยาว ๆ เข้าไปประคองร่างของเธอเอาไว้อันชิงเยว่จึงซบลงในอ้อมกอดของเซิ่งถิงเชินแล้วร้องไห้สะอึกสะอื้นพลางกล่าว “พี่เชิน พี่เป็น
แน่นอนว่าเผยหลานหัวยินดีต้อนรับ“คุณเจียงไม่ได้กลับบ้านไปฉลองเทศกาลเหรอ?”หรงซูไม่ได้อธิบายว่าเจียงหวยซวี่รีบกลับมาเพราะตกใจเรื่องนัดดูตัวพอรู้ว่าเจียงหวยซวี่มาถึงเมืองจิงตั้งแต่ช่วงเช้า อีกทั้งเขาก็อยู่ที่เมืองจิงเพียงลำพัง จึงคิดว่าเชิญเขามากินข้าวที่บ้านน่าจะดีกว่าครอบครัวใหญ่พากันนั่งดูโทรทัศน์และพูดคุยเล่นกันอยู่ในห้องนั่งเล่นส่วนเรื่องที่เมื่อวานซูชิงจือมาที่บ้าน ไม่มีใครพูดถึงเลย ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรงชิงเหวินตั้งใจจะรอให้หรงซูกลับมาวันนี้แล้วค่อยคุยกับเธอเพียงแต่เมื่อวานซูชิงจือส่งข้อความมาหาเขา บอกให้เขาอย่าเพิ่งบอกเรื่องของตัวเองกับน้องสาวเผยหลานหัวเองก็ไม่อยากให้หรงซูรู้เรื่องของชิงจือเหมือนกันหรงชิงเหวินรู้ว่าเป็นเพราะซูจิ่นซี ตัวเขาเองก็ลำบากใจ ตอนแรกเขาก็มีความเห็นแก่ตัวอยู่บ้าง หากเซิ่งถิงเชินสามารถแต่งงานกับลูกสาวตระกูลอันได้ เสี่ยวซูก็จะได้หย่ากับเขาแต่ตอนนี้เซิ่งถิงเชินไม่ยอมหย่า ดูจากท่าทีของเขาตอนนี้เหมือนกับอยากจะชดเชยให้ครอบครัวตระกูลหรงด้วยซ้ำ แน่นอนว่าเขาเองก็มองอีกฝ่ายไม่เข้าตาเช่นกันดังนั้นเขาจึงไม่ได้พูดถึงเรื่องของซูชิงจือตอนเที่ยง
หรงซูกล่าว “ฉันบอกแล้วไง ว่าไม่ต้องมารายงานตารางงานของคุณกับฉัน”เซิ่งถิงเชินยังคงใช้น้ำเสียงแบบเดิม “ยังไงก็ต้องรายงานเธอสักหน่อย ซูชิงจือไม่สบาย ตอนนี้ฉันอยู่ที่โรงพยาบาล”หรงซูกดตัดสายทิ้งทันทีเซิ่งถิงเชินวางโทรศัพท์มือถือลง จากนั้นก็หันหลังเดินเข้าไปในห้องพักผู้ป่วย ลากเก้าอี้มานั่งอยู่ข้าง ๆครึ่งชั่วโมงต่อมาสีหน้าของชายหนุ่มบนเตียงผู้ป่วยดูดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ตอนนี้ซูชิงจือได้สติกลับมาอย่างสมบูรณ์แล้ว เพียงแต่ไม่มีใครพูดอะไรออกมาเลยตอนนั้นเองพนักงานของโรงพยาบาลนำมื้อดึกมาส่ง“วางไว้ตรงนี้แหละ!” เซิ่งถิงเชินกล่าวพนักงานจึงหันหลังเดินออกจากห้องผู้ป่วยไปเซิ่งถิงเชินลุกขึ้นยืนมองซูชิงจือพลางกล่าว “ลุกขึ้นมากินอะไรหน่อยเถอะ อย่าเอาเรื่องร่างกายของตัวเองมาล้อเล่นเลย”ซูชิงจือไม่ขยับ ผ่านไปครู่ใหญ่ถึงยอมเปิดปาก “นายกลับไปเถอะ”เซิ่งถิงเชินกล่าว “งั้นคืนนี้นายก็พักผ่อนอยู่ที่โรงพยาบาลดี ๆ ล่ะ อย่าลืมกินอะไรด้วย”ซูชิงจือไม่ได้ตอบรับเซิ่งถิงเชินมองเขาแวบหนึ่ง สุดท้ายก็หันหลังเดินออกจากห้องผู้ป่วยไป และฝากฝังพยาบาลไว้ว่าให้ช่วยดูแลเขาให้ดีกว่าจะกลับมาถึงวิลล่าเฉียน
เซิ่งถิงเชินมาถึงวิลล่าหัวถัง เมื่อเดินเข้าไปในห้องนั่งเล่น ภายในบ้านก็มืดสนิท กลิ่นเหล้าคละคลุ้งผสมกับกลิ่นบุหรี่ฉุนกึกโชยมากระทบจมูกเขามองไปทางตำแหน่งของโซฟา ภายใต้ความมืดมิดสามารถมองเห็นร่างของชายหนุ่มที่นั่งพิงโซฟาอยู่บนพื้นได้อย่างเลือนรางเขาเดินไปเปิดไฟทั้งห้องนั่งเล่นสว่างไสวขึ้นมาในพริบตาซูชิงจือกำลังนั่งหมดอาลัยตายอยากอยู่บนพรมปูพื้น เงยหน้าพิงโซฟา สภาพของเขาทั้งดูตกต่ำและอมทุกข์ราวกับคนถูกสูบวิญญาณออกจากร่างบนโต๊ะน้ำชาและบนพื้นมีขวดเหล้ากับก้นบุหรี่หล่นเกลื่อนกลาดรู้จักซูชิงจือมาหลายปี นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เห็นเขาเสียอาการด้วยความเจ็บปวดขนาดนี้ ต่อให้เป็นช่วงหลายปีที่ถูกตระกูลอันควบคุมตัวไว้ในตอนนั้น เขาก็ไม่เคยแสดงอารมณ์ใด ๆ ออกมาแต่ตั้งแต่วินาทีที่รู้ว่าหรงซูคือน้องสาวที่เขาเฝ้าคิดถึงมาโดยตลอด เขาก็คาดเดาไว้แล้วว่าต้องมีวันนี้ดังนั้นจึงไม่ควรเอาหัวใจไปผูกไว้กับความรู้สึกที่ไม่สามารถควบคุมได้หรือไม่ก็ไม่ควรมอบความรู้สึกของตัวเองให้ใครไปตั้งแต่แรก เพราะความรู้สึกของคนเรามันช่างเปราะบางและไร้ค่าเหลือเกินเมื่อก่อนเขาไม่เข้าใจการกระทำของซูชิงจือเลยจริง ๆ ในเม
ผ่านไปครู่ใหญ่ซูชิงจือเอ่ย “ถ้าตอนนี้ฉันต้องการให้นายปล่อยเธอเป็นอิสระล่ะ?”เซิ่งถิงเชินตอบ “ตอนนี้เธอไม่หย่าหรอก”ซูชิงจือขมวดคิ้ว “ทำไม?”เซิ่งถิงเชินกล่าว “เธอมีเรื่องที่เธออยากจะทำ”สีหน้าของซูชิงจือเย็นชาลงอีกหลายส่วน กล่าวว่า “นายรู้ว่าเธออยากทำอะไรเหรอ?”เซิ่งถิงเชินกล่าว “ไม่ว่าเธออยากจะทำอะไร ฉันก็ยอมรับได้ทั้งนั้น”ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนซูชิงจือเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังอย่างถึงที่สุด “เซิ่งถิงเชิน ฉันไม่อยากเห็นเธอต้องกลายเป็นของเล่นในมือของนาย”“เธอคือน้องสาวที่นายเฝ้าคิดถึงอยู่ทุกวัน เป็นแม่ของเหมยเหม่ย ไม่ใช่ของเล่นในมือของฉันอยู่แล้ว” พูดพลาง น้ำเสียงของเขาก็ชะงักไปครู่หนึ่งแล้วกล่าวต่อ “ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้จะเกิดเรื่องที่ไม่ค่อยดีขึ้นมากมาย แต่ตอนนี้เธอรักเหมยเหม่ย เหมยเหม่ยเองก็ขาดเธอไม่ได้แล้ว การหย่าร้างไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับเธอหรอก มีแต่จะทำให้เธอต้องจมลงสู่วังวนแห่งความเจ็บปวดรอบใหม่ก็เท่านั้น ไม่ว่าอนาคตจะเป็นยังไง อย่างน้อยชีวิตของเธอในตอนนี้ก็ถือว่ามั่นคงในระดับหนึ่งแล้ว”ซูชิงจือกล่าว “นายควบคุมจิตใจคนเก่งจริง ๆ แต่ถ้ามีวันหนึ่งที่เธอยืน
ทั้งสองคนนัดเจอกันในสถานที่ที่มักจะไปรวมตัวกันเป็นประจำเซิ่งถิงเชินหาหรงซูจนพบ แล้วเอ่ยบอกว่า “ตอนนี้ฉันมีธุระต้องออกไปข้างนอกหน่อย เธออยู่เป็นเพื่อนเหมยเหม่ยให้ดี ฉันจะรีบกลับมาให้เร็วที่สุด”เจี่ยงเวยหยางนั่งอยู่ข้าง ๆ เมื่อฟังคำพูดนี้ของเซิ่งถิงเชิน เขาดูเป็นสามีที่อ่อนโยนและเอาใจใส่มากจริง ๆ เพียงแต่เธอกลับมองไม่ออกเลยว่าความอ่อนโยนเอาใจใส่นี้มาจากความรู้สึกที่แท้จริงจากใจหรือเปล่าหรงซูมีท่าทีเย็นชา “คุณไม่จำเป็นต้องมาบอกอะไรฉันหรอกค่ะ”เซิ่งถิงเชินเพียงแค่คลี่ยิ้มบาง ๆ จากนั้นก็ไปบอกกล่าวกับพวกผู้อาวุโสอีกครั้งแล้วจึงเดินออกจากบ้านใหญ่ตระกูลเซิ่งไปครึ่งชั่วโมงต่อมาภายในคลับเฮาส์ระดับไฮเอนด์แห่งหนึ่งตำแหน่งที่นั่งริมหน้าต่างซูชิงจือนั่งมองดูวิวหิมะนอกหน้าต่างอยู่ที่นั่นเซิ่งถิงเชินเดินขึ้นไปบนชั้นสอง ก็เห็นเขานั่งอยู่ตรงนั้น บรรยากาศรอบตัวเขาดูอึมครึมและกดดันมากอย่างเห็นได้ชัดเซิ่งถิงเชินก้าวเดินเข้าไปหา แล้วนั่งลงตรงข้ามอีกฝ่าย มองดูใบหน้าด้านข้างที่ตึงเครียดของซูชิงจือ เอ่ยว่า “ไม่ไปอยู่เป็นเพื่อนพ่อของนายดี ๆ ล่ะ”ซูชิงจือหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาดื่มไปหนึ่งคำ แล้วกร







![พ่อผัว-[NC-20+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)