Share

บทที่ 6

Author: เหยียนอี่เฟย
ก๊อก ๆ ๆ

“เสี่ยวซู พวกคุณพ่อกลับมากันแล้ว” เผยหลานหัวเคาะประตู

หรงซูไม่คิดอะไรมาก วางอัลบั้มรูปลง แล้วลุกขึ้นออกจากห้อง เมื่อเห็นทั้งสองคนเข้ามา เธอเรียกอย่างดีใจ “พ่อคะ พี่คะ”

เผยอวี้กับหรงชิงเหวินหันมองหรงซู

“เสี่ยวซู พี่เอาของขวัญมาให้ด้วย มาดูสิว่าชอบไหม?” เผยอวี้กล่าวทักทาย

หรงซูเดินไปหาด้วยความดีใจ “ของขวัญอะไรคะ?”

เผยอวี้วางของพะรุงพะรังไว้บนโต๊ะน้ำชา

เผยอวี้หยิบกล่องเครื่องประดับแบรนด์หนึ่งยื่นให้เธอ “ลองเปิดดูสิ”

หรงซูรับไปอย่างดีใจ เมื่อเปิดดูเป็นกำไลทองที่ฝีมือประณีตงดงาม “ขอบคุณค่ะพี่ ฉันชอบมาก”

“ชอบก็ดีแล้ว”

เผยอวี้ยื่นมือไปลูบหัวหรงซูอย่างเอ็นดู

เผยอวี้ซื้อกำไลทองอีกแบบหนึ่งที่เหมาะสมให้เผยหลานหัว อีกทั้งยังมีครีมบำรุงผิวให้ทั้งสองอีกคนละหนึ่งชุด ส่วนของขวัญที่ให้หรงชิงเหวินเป็นใบชาและเหล้า และยังเอาของฝากท้องถิ่นกลับมาด้วย

บรรยากาศอบอุ่นกลมเกลียว

มีเพียงกลับมาที่บ้าน หรงซูถึงจะรู้สึกผ่อนคลายที่สุด

“เสี่ยวซู กำหนดคลอดเมื่อไหร่?” เผยอวี้ถามอย่างเป็นห่วง

ท้องที่ใหญ่โตของเธอเหมือนท้องแก่ใกล้คลอดของคนอื่น

หรงซูตอบ “อีกสองเดือนถึงจะเป็นกำหนดคลอดค่ะ”

“เสี่ยวซูต้องท้องลูกสาวแน่ ๆ เลย” เผยหลานหัวยิ้มแล้วพูด

หรงซูพยักหน้า “เป็นลูกสาวจริง ๆ ค่ะ”

“ตรวจเพศแล้วเหรอ?” หรงชิงเหวินถาม

เผยหลานหัวเหมือนนึกถึงบางอย่าง เลยตึงเครียดไปด้วย

“ค่ะ แต่คุณนายใหญ่เซิ่งให้ความสำคัญกับเด็กคนนี้มาก”

หรงชิงเหวินโล่งอก “ถ้างั้นก็ดีแล้ว ขอเพียงมีลูกอยู่ วันหน้าระหว่างลูกกับถิงเชินต้องค่อย ๆ ดีขึ้นแน่นอน”

หรงซูหลุบตาลง ในใจรู้สึกหนักอึ้งขึ้นมา จู่ ๆ ไม่รู้จะเอ่ยปากยังไงดี ว่าเซิ่งถิงเชินพูดเรื่องหย่ากับเธอแล้ว

แต่เรื่องนี้ยังไงก็ปิดไม่มิด อีกอย่างเธอตัดสินใจจะย้ายจากเฉียนสุ่ยวิลล์กลับมาที่บ้าน

ช่างเถอะ

รอให้กินอาหารเย็นแล้วค่อยบอกดีกว่า!

เผยหลานหัวเตรียมอาหารอลังการไว้หนึ่งโต๊ะ

ตอนนี้เผยอวี้ร่วมหุ้นกับเพื่อนเปิดบริษัทด้านเทคโนโลยีแห่งหนึ่ง เมื่อสองปีก่อนตอนเตรียมก่อตั้งบริษัท หรงชิงเหวินให้ทุนเริ่มต้นเผยอวี้ก้อนหนึ่งโดยไม่ลังเล ตอนนี้บริษัทกำลังพัฒนาไปในทางที่ดีมาก หลัก ๆ เกี่ยวข้องกับงานสายเอไอ ครั้งนี้ที่เขาไปทำงานนอกสถานที่ เพื่อไปคุยเรื่องการร่วมมือ ซึ่งราบรื่นมาก

ตอนนี้หรงชิงเหวินเพิ่งจัดการธุระขายบริษัทเสร็จ

แม้ก่อนหน้านี้เพราะสินสอดของตระกูลเซิ่ง ทำให้บริษัทได้ต่อลมหายใจ แต่ตอนนี้เศรษฐกิจภาพรวมไม่ดี การเปลี่ยนสายงานทำได้ยากมาก บริษัทยากจะดำเนินการต่อไปได้จริง ๆ

อีกอย่างเขาอายุมากแล้ว ไม่มีแรงเหมือนเมื่อก่อน เขาให้ความสำคัญกับการเติบโตของบริษัทเผยอวี้มาก ตอนปลายปีบริษัทของเผยอวี้เข้าสู่ช่วงระดมทุน พอดีเขาขายบริษัทได้ เลยเอาเงินทั้งหมดไปลงที่บริษัทเผยอวี้

ขณะเดียวกันก็ประกาศข่าวดีเรื่องหนึ่ง หรงชิงเหวินกับเผยหลานหัวจดทะเบียนกันแล้ว

เผยหลานหัวขอบตาแดงก่ำ

หลายปีที่อยู่เคียงข้างกันในที่สุดก็มีบทสรุป หรงซูไม่มีความเห็นใด เธอรู้มาตลอดว่าที่พ่อไม่ยอมจดทะเบียนกับเผยหลานหัวสักที เพราะในใจยังคิดถึงแม่อยู่

เธอก็ไม่เข้าใจมาตลอดว่าคนที่ดีอย่างพ่อ ทำไมตอนนั้นแม่ถึงหย่าแล้วไปจากพ่อ

แต่ตอนนี้ไม่สำคัญอีกแล้ว

วันที่ดีขนาดนี้

เธอเสียดายจริง ๆ ที่ต้องทำลายบรรยากาศแบบนี้

ในที่สุดเธอก็เอ่ยปาก “พ่อคะ ป้าเผยคะ พี่คะ เซิ่งถิงเชินเตรียมจะหย่ากับหนูค่ะ”

เมื่อพูดจบ

บรรยากาศในห้องอาหารตกอยู่ในความเงียบ สีหน้าของทุกคนต่างหนักอึ้ง โดยเฉพาะหรงชิงเหวิน เขาก้มหน้า สีหน้าตึงเครียด

บทสรุปอย่างนี้เหมือนจะอยู่ในการคาดเดา เพียงแต่ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้

แม้ตระกูลหรงกับตระกูลเซิ่งจะดองกัน แต่ทั้งสองคนไม่ได้จัดงานแต่ง แค่จดทะเบียนสมรส นี่ผ่านมาครึ่งปีแล้ว ทั้งสองครอบครัวไม่เคยไปมาหาสู่กันเลย

เซิ่งถิงเชินเองก็ไม่เคยย่างกรายเข้ามาในตระกูลหรง ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลบะจ่างหรือไหว้พระจันทร์ ตระกูลเซิ่งเองก็ไม่เคยให้ของขวัญ ทุกครั้งที่หรงซูกลับบ้านคนเดียว หรงชิงเหวินกับเผยหลานหัวจะเตรียมของขวัญเอาไว้ ให้เธอเอากลับไปตระกูลเซิ่ง

พอเธอเอาไปมอบให้ตระกูลเซิ่ง คุณนายใหญ่เซิ่งรับไว้ตามมารยาท แต่หรงซูรู้ดีคุณนายใหญ่เอาของขวัญทั้งหมดให้คนใช้ในบ้านใหญ่

ส่วนเสิ่นอวี้หรงกลับให้คนใช้เอาทิ้งลงถังขยะต่อหน้าต่อตาเธอ แล้วสั่งหรงซูอย่าให้คนที่บ้านเธอเอาของกระจอกพวกนี้มาให้อีก

เซิ่งถิงเชินเตือนเธอว่าอย่าทำเรื่องไร้สาระพวกนี้อีก

การแต่งงานที่ไม่มีความเท่าเทียมกัน การแยกย้ายเป็นเรื่องของเวลาเท่านั้น

หรงซูเม้มปากแล้วพูดต่อไป “แต่ว่าต้องรอให้ลูกคลอดก่อน หนูรับปากศาสตราจารย์เจียงแล้ว เดือนสองปีหน้าจะไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยแสตมฟอร์ดค่ะ”

เผยอวี้พูดทำลายความเงียบก่อน “ไปเรียนต่อก็ดี เสี่ยวซูยอดเยี่ยมขนาดนี้ ไม่ควรถูกกักขังไว้ในการแต่งงาน ไม่ว่าเธอจะตัดสินใจยั้งไง พี่พร้อมสนับสนุนเธอ”

หรงซูยิ้มพยักหน้าตอบรับ “ขอบคุณค่ะพี่”

หรงชิงเหวินถอนหายใจ เสียงถอนหายใจนี้มีความจนใจและรู้สึกผิดอย่างไม่สิ้นสุด “หย่าก็หย่าเถอะ พ่อไม่ดีเอง พวกเราที่เป็นชาวบ้านคนธรรมดาไม่อาจเอื้อมตระกูลใหญ่อย่างตระกูลเซิ่งหรอก”

หรงซูขอบตาแดงอย่างควบคุมไม่ได้ ทันใดนั้นรู้สึกว่าความทุกข์ทรมานที่ตัวเองได้รับในช่วงนี้ก็ไม่ได้หนักหนา เธอได้รับการสนับสนุนจากครอบครัว ครอบครัวของเธอจะเป็นที่พึ่งให้เธอตลอดไป ไม่มีอุปสรรคใดที่ข้ามผ่านไม่ได้

เผยหลานหัวเห็นอย่างนั้นรีบเอาทิชชู่ซับขอบตาแดงก่ำแล้วปลอบใจเธอ

สุดท้ายคนทั้งครอบครัวกินอาหารเย็นกันอย่างมีความสุข

ขณะเดียวกัน

เขตวิลล่าหมายเลขหนึ่งทางทิศใต้ของชานเมือง เขตวิลล่าแห่งนี้ตั้งอยู่มายี่สิบกว่าปีแล้ว ถือเป็นถิ่นคนรวยเก่า สาธารณูปโภคพื้นฐานเก่าหมดแล้ว

รถเบนท์ลี่ย์คันหนึ่งค่อย ๆ จอดหน้าวิลล่าหมายเลขสิบสอง วิลล่าหลังนี้คือหลังที่ตระกูลหรงขายไป

กระจกรถค่อย ๆ เลื่อนลง เผยให้เห็นใบหน้าด้านข้างที่หล่อเหลา เขามองไปในวิลล่า ภายในนั้นแสงไฟสว่าง

แสงไฟสีเหลืองนวลตกกระทบในดวงตาเขา นั่นคือความสับสนและเดียวดายที่ยากจะปกปิด

เขาละสายตากลับมา แล้วจุดบุหรี่ตัวหนึ่ง

ขณะนี้

เสียงมือถือของเขาดังขึ้น เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วกดรับ น้ำเสียงอ่อนโยน “ว่าไง ชิงเยว่”

น้ำเสียงตัดพ้อของอันชิงเยว่ดังขึ้น “พี่คะ เมื่อไหร่พี่จะถึง? ฉันหิวแล้วนะคะ พี่เชินก็ไม่ยอมให้ฉันกินก่อน”

ต่อมาปลายสายมีเสียงเอ็นดูทุ้มต่ำดังขึ้น “ใครที่บอกให้ฉันเตือนเธอให้ระวังปาก ตอนนี้กลับมาโทษฉันซะแล้ว?”

อันชิงเยว่ทำเสียงฮึดฮัด

“ถ้าหิวก็กินก่อนเลย พี่จะกลับไปเดี๋ยวนี้”

เขาวางสาย

ซูชิงจือดับบุหรี่ สุดท้ายมองออกไปนอกหน้าต่างรถ เลื่อนกระจกขึ้นแล้วขับรถออกจากวิลล่า
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 30

    “ซ่งเหยียน!” เจียงหวยซวี่เน้นเสียงหนักเพียะ!เสียงตบหน้าดังสนั่น แสดงให้เห็นถึงแรงที่ใช้ซ่งเหยียนยกมือตบหน้าตัวเองฉาดใหญ่ เธอมองซูชิงจือ “ตบนี้คืนให้น้องสาวคุณ ถ้ายังไม่พอ ฉันตบตัวเองอีกทีก็ได้”ใบหน้าหล่อเหลาของซูชิงจือไร้ความรู้สึก หันไปพูดกับเจียงหวยซวี่ว่า “ประธานเจียง พอแค่นี้เถอะครับ!”“ไปกันเถอะ!”ซูชิงจือเหลือบมองเซิ่งถิงเชินเซิ่งถิงเชินโอบเอวอันชิงเยว่เตรียมจะเดินตามออกไปซ่งเหยียนยื่นกระเป๋าในมือให้หรงซู “มีของจะคืนคุณหนูใหญ่อันไม่ใช่เหรอ”หรงซูได้สติ ยื่นมือไปรับกระเป๋า หยิบไข่มุกขาวออสเตรเลียออกมา เดินไปตรงหน้าอันชิงเยว่ “ขยะที่คุณอันไม่ต้องการ ฉันไม่มีเหตุผลต้องช่วยทิ้ง เชิญคุณอันทิ้งเองเถอะค่ะ”อันชิงเยว่มองหรงซูด้วยสายตาเย็นชา ไม่มีทีท่าว่าจะยื่นมือมารับทันใดนั้น มือใหญ่ข้างหนึ่งก็หยิบไข่มุกไปจากมือเธอฝ่ามือหรงซูแข็งทื่อจากนั้นชายหนุ่มก็โยนไข่มุกเม็ดนั้นลงถังขยะไปดื้อ ๆเซิ่งถิงเชินจับมืออันชิงเยว่ก้าวเท้าฉับ ๆ จากไปทันทีซูชิงจือมองหรงซูแวบหนึ่ง ก่อนจะละสายตากลับ ไม่ได้พูดอะไรหรงซูยืนแข็งทื่ออยู่ในท่าที่ยกมือค้างไว้แบบนั้นซ่งเหยียนเข้ามาประคองหร

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 29

    ซ่งเหยียนไม่มีท่าทีเกรงกลัวแม้แต่น้อย “เอาสิ! ประธานเซิ่งจะให้ฉันชดใช้ยังไง คนตัวเล็ก ๆ อย่างฉันคงไม่มีปัญญาขัดขืนอยู่แล้ว เชิญตามสบายเลย วันนี้ซูชิงจือก็น่าจะมากับประธานเซิ่งด้วยใช่ไหมล่ะ งั้นฝากบอกเขาด้วยเลยแล้วกันว่าฉันตบน้องสาวเขา จะคิดบัญชีก็คิดรวมกันไปเลย”หรงซูมองซ่งเหยียน จู่ ๆ ก็รู้สึกว่าตัวเองช่างขี้ขลาดเหลือเกินเห็นสามีที่นอกใจปกป้องผู้หญิงอื่น แต่เธอกลับไม่มีความกล้าแม้แต่จะก้าวเข้าไป เธอกำมือแน่น ก้าวออกไปเผชิญหน้ากับเซิ่งถิงเชินแล้วพูดว่า “คุณอันจะตบคนอื่นก่อน พี่เหยียนแค่ป้องกันตัวเท่านั้นค่ะ”เซิ่งถิงเชินปรายตามองหรงซู สายตาเย็นชาขึ้นอีกหลายส่วน “ตรงนี้ไม่มีสิทธิ์ให้เธอพูด”สิ้นเสียงหรงซูรู้สึกเหมือนหัวใจถูกค้อนปอนด์ทุบอย่างจัง นัยน์ตาสั่นระริกจนไม่สามารถสบตากับชายหนุ่มได้อีก“ประธานเซิ่งนี่ช่างคลั่งรักจริง ๆ นะครับ!”เสียงของฉีเยี่ยนเฉาดังขึ้นเจียงหวยซวี่กับฉีเยี่ยนเฉาเดินตรงมาทางนี้ โดยมีซูชิงจือตามมาด้วยเมื่อครู่ตอนที่ซ่งเหยียนกลับไปที่ห้องส่วนตัว เธอแค่บอกพวกเขาสั้น ๆ ว่าเจออันชิงเยว่ หรงซูมีของจะให้เธอเจียงหวยซวี่รออยู่สักพัก ท้ายที่สุดก็ไม่วางใจ จึง

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 28

    ได้ยินดังนั้นสีหน้าของอันชิงเยว่ก็เย็นชาลงทันทีซ่งเหยียนไม่สนใจ และไม่พูดอะไรไร้สาระกับเธออีก หันไปพูดกับหรงซูว่า “เสี่ยวซู เราไปกันเถอะ”ซ่งเหยียนควงแขนหรงซูเดินจากไปหรงซูเห็นสีหน้าซ่งเหยียนไม่ดี จึงถามว่า “พวกพี่มีเรื่องบาดหมางอะไรกันหรือเปล่าคะ?”ซ่งเหยียนตอบว่า “ไม่มีอะไร แค่รำคาญเธอเฉย ๆ”อันชิงเยว่มองแผ่นหลังของทั้งสองที่เดินจากไป ได้ยินคำพูดของซ่งเหยียน แววตาก็เปลี่ยนเป็นอำมหิตขึ้นมาทันทีเพิ่งเดินไปได้ไม่ไกลหรงซูจู่ ๆ ก็นึกอะไรขึ้นได้ “พี่เหยียนคะ รบกวนช่วยไปเอากระเป๋าของฉันที่ห้องให้หน่อยค่ะ ฉันมีของจะคืนให้เธอ”ซ่งเหยียนขมวดคิ้ว “เธอก็รู้จักแม่นั่นด้วยเหรอ?”หรงซูตอบ “ไม่นับว่ารู้จักหรอกค่ะ”ซ่งเหยียนไม่ซักไซ้ต่อ “งั้นรอฉันเดี๋ยว เดี๋ยวกลับมา”“ค่ะ”ซ่งเหยียนเดินก้าวยาว ๆ จากไปหรงซูมองไปทางห้องน้ำ แล้วยืนรออยู่ที่เดิมไม่กี่นาทีต่อมาอันชิงเยว่ออกมาจากห้องน้ำ เห็นหรงซูยืนรออยู่ จึงเดินเข้าไปหา มองหรงซูด้วยสีหน้าอ่อนโยนแล้วพูดว่า “รอฉันเหรอ”หรงซูตอบ “อืม มีของอย่างหนึ่งจะคืนให้คุณอัน รบกวนคุณอันรอสักครู่นะคะ”อันชิงเยว่นึกขึ้นได้ ยิ้มมุมปากกล่าวว่า “เธอ

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 27

    หรงซูมาถึงภัตตาคารหลานซ่ง เธอนั่งรอในห้องส่วนตัวและส่งข้อความหาเจียงหวยซวี่ พวกเขาจะมาถึงในอีกประมาณยี่สิบนาทีเจียงหวยซวี่ถามว่า “ฉันพาคนมาด้วยอีกคนหนึ่ง เธอจะถือสาไหม?”หรงซูตอบว่า “ไม่ถือแน่นอนค่ะ”“ดีเลย เธอคงจะคุยกับหล่อนถูกคอ”“ค่ะ”หลังจากวางสายโทรศัพท์ยี่สิบนาทีต่อมาพวกเจียงหวยซวี่มาถึงห้องส่วนตัวคนที่ตามมาด้วยเป็นหญิงสาวรุ่นเยาว์ เครื่องหน้าอ่อนโยนสง่างาม สวยสง่าดูภูมิฐานแบบผู้ใหญ่ ดูแล้วอายุน่าจะประมาณสามสิบปี ผมสั้นประบ่า สวมชุดทำงาน บุคลิกสุขุม มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นสาวแกร่งในวงการทำงานทุกคนทักทายกันเจียงหวยซวี่แนะนำให้หรงซูรู้จัก “นี่คือซ่งเหยียน รุ่นน้องสมัยเรียนมหาวิทยาลัยของฉัน” พูดจบก็หันไปบอกซ่งเหยียนว่า “นี่คือนักเรียนของฉันที่เคยเล่าให้ฟัง หรงซู”หรงซูเป็นฝ่ายทักทายก่อน “สวัสดีค่ะ ฉันขอเรียกคุณว่าพี่เหยียนได้ไหมคะ?”ซ่งเหยียนยิ้มตอบ “ได้แน่นอน วันนี้ฉันติดสอยห้อยตามรุ่นพี่มากินฟรีด้วย เธอคงไม่ว่าอะไรนะ”“ไม่ว่าแน่นอนค่ะ”หลังจากนั่งที่และสั่งอาหารแล้วหรงซูแสดงความขอบคุณต่อฉีเยี่ยนเฉา “ก่อนหน้านี้ไม่มีโอกาสได้ขอบคุณคุณฉีดี ๆ เลยค่ะ”ฉีเยี่ยนเฉ

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 26

    บริษัทการลงทุนหรงเอินเป็นบริษัทที่เจียงหวยซวี่ก่อตั้งขึ้นมากับมือในช่วงไม่กี่ปีมานี้เติบโตอย่างรวดเร็ว มูลค่าตลาดทะลุห้าแสนล้าน เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในไม่กี่บริษัทในประเทศที่สามารถต่อกรกับอวิ๋นซานได้ทั้งสองฝ่ายแข่งขันกันอย่างดุเดือดมาตลอดหลายปีตอนแรกเจียงหวยซวี่ตั้งใจอยากให้เธอไปทำงานที่หรงเอิน ตามหลักเหตุผลแล้วเธอควรจะไปที่นั่น แต่ในตอนนั้น เพื่อความฝันที่มีมาตั้งแต่สมัยมัธยมปลาย สุดท้ายเธอก็ปฏิเสธเจียงหวยซวี่ไปซ้ำร้ายหลังจากเข้าทำงานที่อวิ๋นซาน เธอยังต้องงัดข้อกับหรงเอินในสนามธุรกิจ และแย่งชิงโปรเจกต์หนึ่งมาจากมือของหรงเอินในใจของเธอรู้สึกผิดอย่างมากมาตลอดถึงขั้นไม่กล้าสู้หน้าเจียงหวยซวี่แต่เจียงหวยซวี่กลับไม่โกรธเคืองหรือตำหนิว่าเธอว่าเนรคุณ เพียงแค่พูดประโยคเดียวว่า ‘ฉันมองคนไม่ผิดจริง ๆ เธอทำให้ฉันทึ่งมาก’ต่อมาพวกเขาก็ขาดการติดต่อไปนานพอสมควรจนกระทั่งก่อนหน้านี้ที่เจียงหวยซวี่ติดต่อมาหาเธออย่างกะทันหันบางทีตอนนั้นเขาอาจจะรู้อยู่แล้วว่าเธอตกอยู่ในสถานการณ์แบบไหน สุดท้ายคนที่ยื่นมือเข้ามาช่วยกลับเป็นอาจารย์ที่เธอเคยทรยศความรักหนอความรัก ทำให้คนตามืดบอดมองไม่เห็นถ

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 25

    มือที่วางบนหน้าท้องเผลอเกร็งแน่น มุมปากยกยิ้มสมเพชตัวเองอย่างขมขื่น เธอยังคาดหวังอะไรอยู่อีกนึกถึงสองครั้งที่เจอพี่ชายของอันชิงเยว่ ดูท่าทางจะเป็นคนมีเหตุผลกว่ามากจริง ๆเห็นสถานีรถไฟใต้ดินข้างหน้าเธอพูดกับคนขับรถว่า “รบกวนจอดที่สถานีรถไฟใต้ดินข้างหน้าด้วยค่ะ”เธอทนฟังเซิ่งถิงเชินทำเสียงอ่อนโยนกับผู้หญิงอื่นไม่ไหวจริง ๆ สู้ปล่อยให้พวกเขาอยู่ด้วยกันตามลำพังดีกว่าคนขับรถมองกระจกหลังดูเบาะหลังแวบหนึ่ง เพื่อสังเกตปฏิกิริยาของเซิ่งถิงเชินเซิ่งถิงเชินพูดปลอบอันชิงเยว่ประโยคหนึ่งแล้ววางสายหรงซูหันไปมองเขาแล้วพูดว่า “ฉันจะพักฟื้นอยู่ที่บ้านจนกว่าจะคลอดลูกคนนี้ค่ะ”คุณจะได้กลับไปนอนบ้านได้อย่างสบายใจประโยคนี้หรงซูได้แต่พูดในใจ ไม่ได้เอ่ยออกมาที่แท้การต้องอยู่ในพื้นที่เดียวกับเธอทำให้เขารังเกียจขนาดนี้ พอนึกย้อนกลับไป ตั้งแต่ต้นจนจบเซิ่งถิงเชินไม่เคยชายตามองเธอเลย ดังนั้นการยอมลดศักดิ์ศรีเพื่อเอาใจเขา เพื่อความภาคภูมิใจจอมปลอมเล็ก ๆ น้อย ๆ นั่น กลับทำให้เธอกลายเป็นตัวตลกอย่างสมบูรณ์แบบเท่านั้นเซิ่งถิงเชินปรายตามองหรงซูแวบหนึ่งแล้วละสายตากลับ สีหน้าเย็นชา “ตามใจเธอ”รถค่อย ๆ จ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status