Share

บทที่ 6

Author: เหยียนอี่เฟย
ก๊อก ๆ ๆ

“เสี่ยวซู พวกคุณพ่อกลับมากันแล้ว” เผยหลานหัวเคาะประตู

หรงซูไม่คิดอะไรมาก วางอัลบั้มรูปลง แล้วลุกขึ้นออกจากห้อง เมื่อเห็นทั้งสองคนเข้ามา เธอเรียกอย่างดีใจ “พ่อคะ พี่คะ”

เผยอวี้กับหรงชิงเหวินหันมองหรงซู

“เสี่ยวซู พี่เอาของขวัญมาให้ด้วย มาดูสิว่าชอบไหม?” เผยอวี้กล่าวทักทาย

หรงซูเดินไปหาด้วยความดีใจ “ของขวัญอะไรคะ?”

เผยอวี้วางของพะรุงพะรังไว้บนโต๊ะน้ำชา

เผยอวี้หยิบกล่องเครื่องประดับแบรนด์หนึ่งยื่นให้เธอ “ลองเปิดดูสิ”

หรงซูรับไปอย่างดีใจ เมื่อเปิดดูเป็นกำไลทองที่ฝีมือประณีตงดงาม “ขอบคุณค่ะพี่ ฉันชอบมาก”

“ชอบก็ดีแล้ว”

เผยอวี้ยื่นมือไปลูบหัวหรงซูอย่างเอ็นดู

เผยอวี้ซื้อกำไลทองอีกแบบหนึ่งที่เหมาะสมให้เผยหลานหัว อีกทั้งยังมีครีมบำรุงผิวให้ทั้งสองอีกคนละหนึ่งชุด ส่วนของขวัญที่ให้หรงชิงเหวินเป็นใบชาและเหล้า และยังเอาของฝากท้องถิ่นกลับมาด้วย

บรรยากาศอบอุ่นกลมเกลียว

มีเพียงกลับมาที่บ้าน หรงซูถึงจะรู้สึกผ่อนคลายที่สุด

“เสี่ยวซู กำหนดคลอดเมื่อไหร่?” เผยอวี้ถามอย่างเป็นห่วง

ท้องที่ใหญ่โตของเธอเหมือนท้องแก่ใกล้คลอดของคนอื่น

หรงซูตอบ “อีกสองเดือนถึงจะเป็นกำหนดคลอดค่ะ”

“เสี่ยวซูต้องท้องลูกสาวแน่ ๆ เลย” เผยหลานหัวยิ้มแล้วพูด

หรงซูพยักหน้า “เป็นลูกสาวจริง ๆ ค่ะ”

“ตรวจเพศแล้วเหรอ?” หรงชิงเหวินถาม

เผยหลานหัวเหมือนนึกถึงบางอย่าง เลยตึงเครียดไปด้วย

“ค่ะ แต่คุณนายใหญ่เซิ่งให้ความสำคัญกับเด็กคนนี้มาก”

หรงชิงเหวินโล่งอก “ถ้างั้นก็ดีแล้ว ขอเพียงมีลูกอยู่ วันหน้าระหว่างลูกกับถิงเชินต้องค่อย ๆ ดีขึ้นแน่นอน”

หรงซูหลุบตาลง ในใจรู้สึกหนักอึ้งขึ้นมา จู่ ๆ ไม่รู้จะเอ่ยปากยังไงดี ว่าเซิ่งถิงเชินพูดเรื่องหย่ากับเธอแล้ว

แต่เรื่องนี้ยังไงก็ปิดไม่มิด อีกอย่างเธอตัดสินใจจะย้ายจากเฉียนสุ่ยวิลล์กลับมาที่บ้าน

ช่างเถอะ

รอให้กินอาหารเย็นแล้วค่อยบอกดีกว่า!

เผยหลานหัวเตรียมอาหารอลังการไว้หนึ่งโต๊ะ

ตอนนี้เผยอวี้ร่วมหุ้นกับเพื่อนเปิดบริษัทด้านเทคโนโลยีแห่งหนึ่ง เมื่อสองปีก่อนตอนเตรียมก่อตั้งบริษัท หรงชิงเหวินให้ทุนเริ่มต้นเผยอวี้ก้อนหนึ่งโดยไม่ลังเล ตอนนี้บริษัทกำลังพัฒนาไปในทางที่ดีมาก หลัก ๆ เกี่ยวข้องกับงานสายเอไอ ครั้งนี้ที่เขาไปทำงานนอกสถานที่ เพื่อไปคุยเรื่องการร่วมมือ ซึ่งราบรื่นมาก

ตอนนี้หรงชิงเหวินเพิ่งจัดการธุระขายบริษัทเสร็จ

แม้ก่อนหน้านี้เพราะสินสอดของตระกูลเซิ่ง ทำให้บริษัทได้ต่อลมหายใจ แต่ตอนนี้เศรษฐกิจภาพรวมไม่ดี การเปลี่ยนสายงานทำได้ยากมาก บริษัทยากจะดำเนินการต่อไปได้จริง ๆ

อีกอย่างเขาอายุมากแล้ว ไม่มีแรงเหมือนเมื่อก่อน เขาให้ความสำคัญกับการเติบโตของบริษัทเผยอวี้มาก ตอนปลายปีบริษัทของเผยอวี้เข้าสู่ช่วงระดมทุน พอดีเขาขายบริษัทได้ เลยเอาเงินทั้งหมดไปลงที่บริษัทเผยอวี้

ขณะเดียวกันก็ประกาศข่าวดีเรื่องหนึ่ง หรงชิงเหวินกับเผยหลานหัวจดทะเบียนกันแล้ว

เผยหลานหัวขอบตาแดงก่ำ

หลายปีที่อยู่เคียงข้างกันในที่สุดก็มีบทสรุป หรงซูไม่มีความเห็นใด เธอรู้มาตลอดว่าที่พ่อไม่ยอมจดทะเบียนกับเผยหลานหัวสักที เพราะในใจยังคิดถึงแม่อยู่

เธอก็ไม่เข้าใจมาตลอดว่าคนที่ดีอย่างพ่อ ทำไมตอนนั้นแม่ถึงหย่าแล้วไปจากพ่อ

แต่ตอนนี้ไม่สำคัญอีกแล้ว

วันที่ดีขนาดนี้

เธอเสียดายจริง ๆ ที่ต้องทำลายบรรยากาศแบบนี้

ในที่สุดเธอก็เอ่ยปาก “พ่อคะ ป้าเผยคะ พี่คะ เซิ่งถิงเชินเตรียมจะหย่ากับหนูค่ะ”

เมื่อพูดจบ

บรรยากาศในห้องอาหารตกอยู่ในความเงียบ สีหน้าของทุกคนต่างหนักอึ้ง โดยเฉพาะหรงชิงเหวิน เขาก้มหน้า สีหน้าตึงเครียด

บทสรุปอย่างนี้เหมือนจะอยู่ในการคาดเดา เพียงแต่ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้

แม้ตระกูลหรงกับตระกูลเซิ่งจะดองกัน แต่ทั้งสองคนไม่ได้จัดงานแต่ง แค่จดทะเบียนสมรส นี่ผ่านมาครึ่งปีแล้ว ทั้งสองครอบครัวไม่เคยไปมาหาสู่กันเลย

เซิ่งถิงเชินเองก็ไม่เคยย่างกรายเข้ามาในตระกูลหรง ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลบ๊ะจ่างหรือไหว้พระจันทร์ ตระกูลเซิ่งเองก็ไม่เคยให้ของขวัญ ทุกครั้งที่หรงซูกลับบ้านคนเดียว หรงชิงเหวินกับเผยหลานหัวจะเตรียมของขวัญเอาไว้ ให้เธอเอากลับไปตระกูลเซิ่ง

พอเธอเอาไปมอบให้ตระกูลเซิ่ง คุณนายใหญ่เซิ่งรับไว้ตามมารยาท แต่หรงซูรู้ดีคุณนายใหญ่เอาของขวัญทั้งหมดให้คนใช้ในบ้านใหญ่

ส่วนเสิ่นอวี้หรงกลับให้คนใช้เอาทิ้งลงถังขยะต่อหน้าต่อตาเธอ แล้วสั่งหรงซูอย่าให้คนที่บ้านเธอเอาของกระจอกพวกนี้มาให้อีก

เซิ่งถิงเชินเตือนเธอว่าอย่าทำเรื่องไร้สาระพวกนี้อีก

การแต่งงานที่ไม่มีความเท่าเทียมกัน การแยกย้ายเป็นเรื่องของเวลาเท่านั้น

หรงซูเม้มปากแล้วพูดต่อไป “แต่ว่าต้องรอให้ลูกคลอดก่อน หนูรับปากศาสตราจารย์เจียงแล้ว เดือนสองปีหน้าจะไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยแสตมฟอร์ดค่ะ”

เผยอวี้พูดทำลายความเงียบก่อน “ไปเรียนต่อก็ดี เสี่ยวซูยอดเยี่ยมขนาดนี้ ไม่ควรถูกกักขังไว้ในการแต่งงาน ไม่ว่าเธอจะตัดสินใจยั้งไง พี่พร้อมสนับสนุนเธอ”

หรงซูยิ้มพยักหน้าตอบรับ “ขอบคุณค่ะพี่”

หรงชิงเหวินถอนหายใจ เสียงถอนหายใจนี้มีความจนใจและรู้สึกผิดอย่างไม่สิ้นสุด “หย่าก็หย่าเถอะ พ่อไม่ดีเอง พวกเราที่เป็นชาวบ้านคนธรรมดาไม่อาจเอื้อมตระกูลใหญ่อย่างตระกูลเซิ่งหรอก”

หรงซูขอบตาแดงอย่างควบคุมไม่ได้ ทันใดนั้นรู้สึกว่าความทุกข์ทรมานที่ตัวเองได้รับในช่วงนี้ก็ไม่ได้หนักหนา เธอได้รับการสนับสนุนจากครอบครัว ครอบครัวของเธอจะเป็นที่พึ่งให้เธอตลอดไป ไม่มีอุปสรรคใดที่ข้ามผ่านไม่ได้

เผยหลานหัวเห็นอย่างนั้นรีบเอาทิชชูซับขอบตาแดงก่ำแล้วปลอบใจเธอ

สุดท้ายคนทั้งครอบครัวกินอาหารเย็นกันอย่างมีความสุข

ขณะเดียวกัน

เขตวิลล่าหมายเลขหนึ่งทางทิศใต้ของชานเมือง เขตวิลล่าแห่งนี้ตั้งอยู่มายี่สิบกว่าปีแล้ว ถือเป็นถิ่นคนรวยเก่า สาธารณูปโภคพื้นฐานเก่าหมดแล้ว

รถเบนท์ลี่ย์คันหนึ่งค่อย ๆ จอดหน้าวิลล่าหมายเลขสิบสอง วิลล่าหลังนี้คือหลังที่ตระกูลหรงขายไป

กระจกรถค่อย ๆ เลื่อนลง เผยให้เห็นใบหน้าด้านข้างที่หล่อเหลา เขามองไปในวิลล่า ภายในนั้นแสงไฟสว่าง

แสงไฟสีเหลืองนวลตกกระทบในดวงตาเขา นั่นคือความสับสนและเดียวดายที่ยากจะปกปิด

เขาละสายตากลับมา แล้วจุดบุหรี่ตัวหนึ่ง

ขณะนี้

เสียงมือถือของเขาดังขึ้น เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วกดรับ น้ำเสียงอ่อนโยน “ว่าไง ชิงเยว่”

น้ำเสียงตัดพ้อของอันชิงเยว่ดังขึ้น “พี่คะ เมื่อไหร่พี่จะถึง? ฉันหิวแล้วนะคะ พี่เชินก็ไม่ยอมให้ฉันกินก่อน”

ต่อมาปลายสายมีเสียงเอ็นดูทุ้มต่ำดังขึ้น “ใครที่บอกให้ฉันเตือนเธอให้ระวังปาก ตอนนี้กลับมาโทษฉันซะแล้ว?”

อันชิงเยว่ทำเสียงฮึดฮัด

“ถ้าหิวก็กินก่อนเลย พี่จะกลับไปเดี๋ยวนี้”

เขาวางสาย

ซูชิงจือดับบุหรี่ สุดท้ายมองออกไปนอกหน้าต่างรถ เลื่อนกระจกขึ้นแล้วขับรถออกจากวิลล่า

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 534

    หลูเสวี่ยเผชิญหน้ากับสายตาพินิจพิจารณาของเซิ่งถิงเชินอย่างสงบนิ่งเซิ่งถิงเชินเอ่ยด้วยสีหน้าเย็นชาและเคร่งขรึม “ผมไม่ต้องการคำรับประกันใด ๆ สิ่งที่ผมต้องการเห็นคือความสามารถของคุณ”หลูเสวี่ยขานรับ “ความหมายของประธานเซิ่ง ฉันเข้าใจค่ะ”โจวมู่พาหลูเสวี่ยไปดำเนินการเรื่องเข้าทำงาน และเริ่มรับผิดชอบงานที่เกี่ยวข้องเพื่อทำความคุ้นเคยกับขั้นตอนก่อนสิ้นปี ก่อนจะเริ่มช่วงทดลองงานสามเดือนหลังปีใหม่เหมยเหม่ยไม่อยู่บ้านทั่วทั้งวิลล่าจึงดูเงียบเหงาเป็นพิเศษระหว่างหรงซูกับเซิ่งถิงเชินไม่มีอะไรจะพูดกันนัก เซิ่งถิงเชินกลับเป็นฝ่ายชวนหรงซูคุยก่อน พูดคุยแลกเปลี่ยนข่าวสารในแวดวงธุรกิจ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ในตอนนี้กลับสงบนิ่งเป็นพิเศษทางบ้านใหญ่ตระกูลเซิ่งได้จัดส่งพี่เลี้ยงสองคนมาให้ใหม่พี่เลี้ยงสองคนนี้ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเคร่งครัด ปฏิบัติต่อหรงซูด้วยความเคารพในฐานะคุณนายน้อยแห่งตระกูลเซิ่งเช้าวันนี้เซิ่งถิงเชินออกจากบ้านไปก่อนเวลาตอนที่หรงซูกำลังเตรียมตัวจะออกไปข้างนอก ก็ได้รับโทรศัพท์จากเซิ่งถิงเชิน “ออกจากบ้านหรือยัง?”หรงซูเอ่ย “กำลังจะออกค่ะ”เซิ่งถิงเชินเอ่ย “ฉันลืมเอกสารไว้

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 533

    เซิ่งถิงเชินสบเข้ากับสายตาพินิจพิจารณาของชายหนุ่ม เขาหัวเราะในลำคอเบา ๆ “ตอนนี้ฉันแค่อยากใช้ชีวิตอยู่กับเธอดี ๆ แล้วก็อยู่เคียงข้างเหมยเหม่ยจนเธอเติบโต ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้เธอก็ยังมีนายที่เป็นพี่ชายอยู่ทั้งคน แล้วฉันจะไปทำอะไรได้อีกล่ะ”ซูชิงจือเก็บอารมณ์ ลุกขึ้นยืนด้วยสีหน้าเย็นชาเคร่งขรึม “ถ้าตอนนี้นายจริงใจจะดีที่สุด”ซูชิงจือเดินออกจากวิลล่าไปคืนนั้นเหมยเหม่ยกลับมาที่ห้องนอนใหญ่ จะนอนกับคุณพ่อคุณแม่เหมยเหม่ยกลิ้งเข้าไปในอ้อมอกของคุณพ่อ แล้วก็กลิ้งเข้าไปในอ้อมอกของคุณแม่ เดี๋ยวก็ลุกขึ้นมาเต้นรำให้คุณพ่อคุณแม่ดูบนเตียง ซนอยู่พักใหญ่ถึงยอมนอนหลังจากเหมยเหม่ยหลับไปแล้วภายในห้องนอนตกอยู่ในความเงียบ ต่างคนต่างใช้โทรศัพท์มือถือหรือแท็บเล็ตจัดการเรื่องของตัวเอง“วันเกิดของเหมยเหม่ย เธอคิดว่าจะจัดให้ลูกยังไง?” ชายหนุ่มมองเธอแล้วจู่ ๆ ก็เอ่ยถามขึ้นวันเกิดของเหมยเหม่ยในปีนี้ตรงกับวันที่หกของช่วงเทศกาลปีใหม่พอดีนี่เป็นวันเกิดปีแรกที่เธอได้อยู่ฉลองกับเหมยเหม่ย และเป็นปีใหม่แรกด้วยเช่นกัน เมื่อนึกย้อนกลับไปเมื่อครึ่งปีก่อน ก็รู้สึกเหมือนทุกอย่างเพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน นึกไม่ถึงเลยจร

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 532

    “คุณแม่คะ คุณแม่ดูสิ นี่คือสร้อยคอที่คุณอาชิงจือให้หนูมาค่ะ”สายตาของหรงซูมองไปที่สร้อยคอไข่มุกประดับด้วยจี้เพชรสีชมพูที่เหมยเหม่ยสวมอยู่ มองแวบเดียวก็รู้ว่ามูลค่าไม่ธรรมดาในห้องแต่งตัวของเหมยเหม่ยมีอัญมณีหายากประเภทต่าง ๆ เก็บสะสมไว้ไม่น้อย เหมยเหม่ยชอบหินสวยงามพวกนี้มาก ตอนนี้เธอเพิ่งอายุห้าขวบ แต่กลับได้รับอัญมณีมากกว่าที่คนคนหนึ่งจะได้รับทั้งชีวิตเสียอีกหรงซูโค้งตัวลงลูบหัวของเธอ แววตาคู่สวยเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและเอ็นดูเด็กน้อย เอ่ยว่า “สวยจ้ะ แม่ยังมีธุระต้องจัดการอีกนิด ขอตัวขึ้นไปข้างบนก่อนนะ หนูไปเล่นเองก่อนนะจ๊ะ”“ค่ะ” เหมยเหม่ยตอบรับอย่างว่าง่ายหรงซูลุกขึ้นยืนแล้วเดินตรงขึ้นไปชั้นบน โดยไม่หันไปมองสองคนที่นั่งอยู่บนโซฟาเลยสักนิด“เสี่ยว... คุณเอเวอลิน”เสียงของซูชิงจือดังขึ้นมาหรงซูหยุดฝีเท้า ฟังออกอย่างชัดเจนว่าน้ำเสียงของเขาผิดปกติ เธอหันกลับไปมองซูชิงจือ น้ำเสียงเย็นชา “ประธานซูมีธุระอะไรเหรอคะ?”ตอนนี้เมื่อได้ยินน้ำเสียงเย็นชาและแฝงความรำคาญของเธอ ซูชิงจือรู้สึกราวกับหัวใจถูกทุบอย่างแรงตอนนี้เขาถึงเพิ่งเข้าใจว่า ทำไมทุกครั้งที่ได้เจอเธอ ในใจถึงได้มีความรู้ส

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 531

    “ดังนั้นความจริงเซิ่งถิงเชินก็อยากแบ่งผลประโยชน์จากเอ็มเคกรุ๊ปด้วยสินะคะ”ตระกูลอันเฝ้าฝันอยากให้อันชิงเยว่ได้แต่งงานกับเซิ่งถิงเชินเพื่อที่จะได้ร่วมมือกับเขา นึกไม่ถึงเลยว่าเซิ่งถิงเชินจะแอบร่วมมือกับซูชิงจือเพื่อแบ่งผลประโยชน์ของเอ็มเคกรุ๊ป หากคุณนายอันและประธานอันรู้เรื่องนี้เข้า คงได้อกแตกตายแน่“แล้วตอนนี้ตระกูลอันยังไม่รู้เรื่องนี้อีกเหรอคะ?”เจียงหวยซวี่เอ่ย “อันหงต๋าสงสัยเซิ่งถิงเชินมาตลอด แต่ยังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัด แต่ต่อให้หาหลักฐานเจอ ตอนนี้ตระกูลอันก็ทำอะไรซูชิงจือไม่ได้อยู่ดี ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเซิ่งถิงเชินเลย”หรงซู “ดังนั้นถึงไม่มีเซิ่งถิงเชิน ซูชิงจือก็ไม่มีทางพลิกฟื้นกลับมาได้เร็วขนาดนี้ใช่ไหมคะ?”เจียงหวยซวี่เอ่ย “ซูชิงจือเติบโตมาภายใต้การควบคุมของตระกูลอัน ไม่มีอำนาจบารมี ไม่มีที่พึ่งพิงใด ๆ เขารู้จักกับเซิ่งถิงเชินตอนที่ไปเรียนต่อที่อเมริกา ไม่แน่ว่าตอนนั้นทั้งสองคนอาจจะตกลงร่วมมือกันอย่างลับ ๆ ไปแล้วก็ได้ ดังนั้นถ้าสองคนนี้มีเรื่องขัดแย้งกัน ก็ไม่มีทางเป็นเพราะผลประโยชน์ขัดกันแบบธรรมดา ๆ แน่ ยิ่งไปกว่านั้น การที่พวกเขาจะแตกหักกันเพราะเรื่องผลประโยชน์ก็แทบจะเป็น

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 530

    ผู้ชายที่มีสถานะอย่างเขา ไม่จำเป็นต้องอาศัยสิ่งที่เรียกว่าความเหมาะสมทางฐานะเพื่อมายกระดับคุณค่าของตัวเองอีกต่อไปแล้ว ขอแค่ตอบสนองความต้องการทางอารมณ์ของเขาได้ก็พอตอนนี้อันชิงเยว่ไม่มีความหมายอะไรกับเขาอีกต่อไปแล้ว ต่อให้เลิกสนใจ สำหรับเขาก็ไม่ได้สูญเสียอะไรเลยสักนิดคนเดียวที่เขารักมาตลอดมีเพียงตัวเองเท่านั้น ตอนนี้ก็แค่มีเหมยเหม่ยเพิ่มมาอีกคนก็เท่านั้น และเหมยเหม่ยก็อยู่ภายใต้การควบคุมของเขาอย่างสมบูรณ์ ดังนั้นจึงไม่มีใครสามารถทำให้เขาต้องเผชิญกับวิกฤตทางความรู้สึกใด ๆ ได้เซิ่งถิงเชินได้ยินคำถามของหญิงสาว สายตาของเขาหยุดอยู่ที่ดอกกุหลาบในมือของเธอ แสงไฟสะท้อนอยู่ในดวงตาลึกล้ำของชายหนุ่ม อารมณ์ที่ซ่อนอยู่ภายในมืดมนจนยากจะหยั่งถึง มุมปากของเขาเผยรอยยิ้มจาง ๆ เอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก “เธออยากลองรักกับฉันดูไหม?”หรงซูค่อย ๆ หันหน้าไประยะห่างที่ใกล้ชิด ต่างฝ่ายต่างจ้องมองกัน ในแววตาล้วนสะท้อนเงาของกันและกัน ทุกลมหายใจล้วนอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของอีกฝ่าย ขอแค่ขยับไปข้างหน้าอีกนิดเดียว ริมฝีปากก็จะสัมผัสกันได้แล้วในชั่วขณะนั้นราวกับโลกทั้งใบเงียบสงบลงหรงซูหมุนตัวอยู่ในอ้อมกอดของชา

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 529

    ตอนที่หรงซูเดินไปส่งเจียงหวยซวี่และกำลังเดินกลับเข้าวิลล่า ก็ได้รับโทรศัพท์จากเซวียหมิงเฉิงเธอกดรับสาย พลางเอ่ย “ฮัลโหล!”สองวันนี้เซวียหมิงเฉิงคอยติดตามความเคลื่อนไหวของเซิ่งถิงเชินอยู่ตลอดดังนั้นหรงซูจึงรู้ว่าเมื่อวานเซิ่งถิงเชินไปพบซูชิงจือมา ตอนที่ซูชิงจือเดินออกจากคลับเฮาส์สีหน้าของเขาดูแย่มาก เห็นได้ชัดว่าการพูดคุยกับเซิ่งถิงเชินไม่ค่อยราบรื่นนักมันเกิดเรื่องฉุกเฉินอะไรกันแน่ ถึงต้องคุยกันในวันปีใหม่ด้วยตอนค่ำเซิ่งถิงเชินไปหาเขา แล้วก็ไปส่งเขาที่โรงพยาบาลอีก“คุณหนูใหญ่อันกลับมาที่วิลล่าหัวถังครับ แต่วันนี้ก็ถูกส่งตัวไปแล้ว ประธานเซิ่งอยู่ที่วิลล่าหัวถังไม่นานก็กลับเฉียนสุ่ยวิลล์ครับ”หรงซูฟังรายงานของเซวียหมิงเฉิง หรือว่าซูชิงจือกับเซิ่งถิงเชินจะผิดใจกันแล้ว?วันนั้นที่สนามบินสองพี่น้องยังดูไม่อยากจากกันอยู่เลย อันชิงเยว่กลับมาหาเขาอีก แล้วทำไมซูชิงจือถึงต้องรีบส่งเธอกลับไปเร็วขนาดนี้ด้วยล่ะ?ในใจของหรงซูเต็มไปด้วยความสงสัยช่วงสองวันต่อมาเซิ่งถิงเชินก็เอาแต่อยู่ติดบ้าน ไม่ได้ออกไปไหนเลย ไม่ได้ไปร่วมงานเลี้ยงหรืองานสังสรรค์ กลายเป็น “สามีที่เอาแต่อยู่ติดบ้าน” ไปเสี

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status