แชร์

บทที่ 6

ผู้เขียน: เหยียนอี่เฟย
ก๊อก ๆ ๆ

“เสี่ยวซู พวกคุณพ่อกลับมากันแล้ว” เผยหลานหัวเคาะประตู

หรงซูไม่คิดอะไรมาก วางอัลบั้มรูปลง แล้วลุกขึ้นออกจากห้อง เมื่อเห็นทั้งสองคนเข้ามา เธอเรียกอย่างดีใจ “พ่อคะ พี่คะ”

เผยอวี้กับหรงชิงเหวินหันมองหรงซู

“เสี่ยวซู พี่เอาของขวัญมาให้ด้วย มาดูสิว่าชอบไหม?” เผยอวี้กล่าวทักทาย

หรงซูเดินไปหาด้วยความดีใจ “ของขวัญอะไรคะ?”

เผยอวี้วางของพะรุงพะรังไว้บนโต๊ะน้ำชา

เผยอวี้หยิบกล่องเครื่องประดับแบรนด์หนึ่งยื่นให้เธอ “ลองเปิดดูสิ”

หรงซูรับไปอย่างดีใจ เมื่อเปิดดูเป็นกำไลทองที่ฝีมือประณีตงดงาม “ขอบคุณค่ะพี่ ฉันชอบมาก”

“ชอบก็ดีแล้ว”

เผยอวี้ยื่นมือไปลูบหัวหรงซูอย่างเอ็นดู

เผยอวี้ซื้อกำไลทองอีกแบบหนึ่งที่เหมาะสมให้เผยหลานหัว อีกทั้งยังมีครีมบำรุงผิวให้ทั้งสองอีกคนละหนึ่งชุด ส่วนของขวัญที่ให้หรงชิงเหวินเป็นใบชาและเหล้า และยังเอาของฝากท้องถิ่นกลับมาด้วย

บรรยากาศอบอุ่นกลมเกลียว

มีเพียงกลับมาที่บ้าน หรงซูถึงจะรู้สึกผ่อนคลายที่สุด

“เสี่ยวซู กำหนดคลอดเมื่อไหร่?” เผยอวี้ถามอย่างเป็นห่วง

ท้องที่ใหญ่โตของเธอเหมือนท้องแก่ใกล้คลอดของคนอื่น

หรงซูตอบ “อีกสองเดือนถึงจะเป็นกำหนดคลอดค่ะ”

“เสี่ยวซูต้องท้องลูกสาวแน่ ๆ เลย” เผยหลานหัวยิ้มแล้วพูด

หรงซูพยักหน้า “เป็นลูกสาวจริง ๆ ค่ะ”

“ตรวจเพศแล้วเหรอ?” หรงชิงเหวินถาม

เผยหลานหัวเหมือนนึกถึงบางอย่าง เลยตึงเครียดไปด้วย

“ค่ะ แต่คุณนายใหญ่เซิ่งให้ความสำคัญกับเด็กคนนี้มาก”

หรงชิงเหวินโล่งอก “ถ้างั้นก็ดีแล้ว ขอเพียงมีลูกอยู่ วันหน้าระหว่างลูกกับถิงเชินต้องค่อย ๆ ดีขึ้นแน่นอน”

หรงซูหลุบตาลง ในใจรู้สึกหนักอึ้งขึ้นมา จู่ ๆ ไม่รู้จะเอ่ยปากยังไงดี ว่าเซิ่งถิงเชินพูดเรื่องหย่ากับเธอแล้ว

แต่เรื่องนี้ยังไงก็ปิดไม่มิด อีกอย่างเธอตัดสินใจจะย้ายจากเฉียนสุ่ยวิลล์กลับมาที่บ้าน

ช่างเถอะ

รอให้กินอาหารเย็นแล้วค่อยบอกดีกว่า!

เผยหลานหัวเตรียมอาหารอลังการไว้หนึ่งโต๊ะ

ตอนนี้เผยอวี้ร่วมหุ้นกับเพื่อนเปิดบริษัทด้านเทคโนโลยีแห่งหนึ่ง เมื่อสองปีก่อนตอนเตรียมก่อตั้งบริษัท หรงชิงเหวินให้ทุนเริ่มต้นเผยอวี้ก้อนหนึ่งโดยไม่ลังเล ตอนนี้บริษัทกำลังพัฒนาไปในทางที่ดีมาก หลัก ๆ เกี่ยวข้องกับงานสายเอไอ ครั้งนี้ที่เขาไปทำงานนอกสถานที่ เพื่อไปคุยเรื่องการร่วมมือ ซึ่งราบรื่นมาก

ตอนนี้หรงชิงเหวินเพิ่งจัดการธุระขายบริษัทเสร็จ

แม้ก่อนหน้านี้เพราะสินสอดของตระกูลเซิ่ง ทำให้บริษัทได้ต่อลมหายใจ แต่ตอนนี้เศรษฐกิจภาพรวมไม่ดี การเปลี่ยนสายงานทำได้ยากมาก บริษัทยากจะดำเนินการต่อไปได้จริง ๆ

อีกอย่างเขาอายุมากแล้ว ไม่มีแรงเหมือนเมื่อก่อน เขาให้ความสำคัญกับการเติบโตของบริษัทเผยอวี้มาก ตอนปลายปีบริษัทของเผยอวี้เข้าสู่ช่วงระดมทุน พอดีเขาขายบริษัทได้ เลยเอาเงินทั้งหมดไปลงที่บริษัทเผยอวี้

ขณะเดียวกันก็ประกาศข่าวดีเรื่องหนึ่ง หรงชิงเหวินกับเผยหลานหัวจดทะเบียนกันแล้ว

เผยหลานหัวขอบตาแดงก่ำ

หลายปีที่อยู่เคียงข้างกันในที่สุดก็มีบทสรุป หรงซูไม่มีความเห็นใด เธอรู้มาตลอดว่าที่พ่อไม่ยอมจดทะเบียนกับเผยหลานหัวสักที เพราะในใจยังคิดถึงแม่อยู่

เธอก็ไม่เข้าใจมาตลอดว่าคนที่ดีอย่างพ่อ ทำไมตอนนั้นแม่ถึงหย่าแล้วไปจากพ่อ

แต่ตอนนี้ไม่สำคัญอีกแล้ว

วันที่ดีขนาดนี้

เธอเสียดายจริง ๆ ที่ต้องทำลายบรรยากาศแบบนี้

ในที่สุดเธอก็เอ่ยปาก “พ่อคะ ป้าเผยคะ พี่คะ เซิ่งถิงเชินเตรียมจะหย่ากับหนูค่ะ”

เมื่อพูดจบ

บรรยากาศในห้องอาหารตกอยู่ในความเงียบ สีหน้าของทุกคนต่างหนักอึ้ง โดยเฉพาะหรงชิงเหวิน เขาก้มหน้า สีหน้าตึงเครียด

บทสรุปอย่างนี้เหมือนจะอยู่ในการคาดเดา เพียงแต่ไม่คิดว่าจะเร็วขนาดนี้

แม้ตระกูลหรงกับตระกูลเซิ่งจะดองกัน แต่ทั้งสองคนไม่ได้จัดงานแต่ง แค่จดทะเบียนสมรส นี่ผ่านมาครึ่งปีแล้ว ทั้งสองครอบครัวไม่เคยไปมาหาสู่กันเลย

เซิ่งถิงเชินเองก็ไม่เคยย่างกรายเข้ามาในตระกูลหรง ไม่ว่าจะเป็นเทศกาลบ๊ะจ่างหรือไหว้พระจันทร์ ตระกูลเซิ่งเองก็ไม่เคยให้ของขวัญ ทุกครั้งที่หรงซูกลับบ้านคนเดียว หรงชิงเหวินกับเผยหลานหัวจะเตรียมของขวัญเอาไว้ ให้เธอเอากลับไปตระกูลเซิ่ง

พอเธอเอาไปมอบให้ตระกูลเซิ่ง คุณนายใหญ่เซิ่งรับไว้ตามมารยาท แต่หรงซูรู้ดีคุณนายใหญ่เอาของขวัญทั้งหมดให้คนใช้ในบ้านใหญ่

ส่วนเสิ่นอวี้หรงกลับให้คนใช้เอาทิ้งลงถังขยะต่อหน้าต่อตาเธอ แล้วสั่งหรงซูอย่าให้คนที่บ้านเธอเอาของกระจอกพวกนี้มาให้อีก

เซิ่งถิงเชินเตือนเธอว่าอย่าทำเรื่องไร้สาระพวกนี้อีก

การแต่งงานที่ไม่มีความเท่าเทียมกัน การแยกย้ายเป็นเรื่องของเวลาเท่านั้น

หรงซูเม้มปากแล้วพูดต่อไป “แต่ว่าต้องรอให้ลูกคลอดก่อน หนูรับปากศาสตราจารย์เจียงแล้ว เดือนสองปีหน้าจะไปเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยแสตมฟอร์ดค่ะ”

เผยอวี้พูดทำลายความเงียบก่อน “ไปเรียนต่อก็ดี เสี่ยวซูยอดเยี่ยมขนาดนี้ ไม่ควรถูกกักขังไว้ในการแต่งงาน ไม่ว่าเธอจะตัดสินใจยั้งไง พี่พร้อมสนับสนุนเธอ”

หรงซูยิ้มพยักหน้าตอบรับ “ขอบคุณค่ะพี่”

หรงชิงเหวินถอนหายใจ เสียงถอนหายใจนี้มีความจนใจและรู้สึกผิดอย่างไม่สิ้นสุด “หย่าก็หย่าเถอะ พ่อไม่ดีเอง พวกเราที่เป็นชาวบ้านคนธรรมดาไม่อาจเอื้อมตระกูลใหญ่อย่างตระกูลเซิ่งหรอก”

หรงซูขอบตาแดงอย่างควบคุมไม่ได้ ทันใดนั้นรู้สึกว่าความทุกข์ทรมานที่ตัวเองได้รับในช่วงนี้ก็ไม่ได้หนักหนา เธอได้รับการสนับสนุนจากครอบครัว ครอบครัวของเธอจะเป็นที่พึ่งให้เธอตลอดไป ไม่มีอุปสรรคใดที่ข้ามผ่านไม่ได้

เผยหลานหัวเห็นอย่างนั้นรีบเอาทิชชูซับขอบตาแดงก่ำแล้วปลอบใจเธอ

สุดท้ายคนทั้งครอบครัวกินอาหารเย็นกันอย่างมีความสุข

ขณะเดียวกัน

เขตวิลล่าหมายเลขหนึ่งทางทิศใต้ของชานเมือง เขตวิลล่าแห่งนี้ตั้งอยู่มายี่สิบกว่าปีแล้ว ถือเป็นถิ่นคนรวยเก่า สาธารณูปโภคพื้นฐานเก่าหมดแล้ว

รถเบนท์ลี่ย์คันหนึ่งค่อย ๆ จอดหน้าวิลล่าหมายเลขสิบสอง วิลล่าหลังนี้คือหลังที่ตระกูลหรงขายไป

กระจกรถค่อย ๆ เลื่อนลง เผยให้เห็นใบหน้าด้านข้างที่หล่อเหลา เขามองไปในวิลล่า ภายในนั้นแสงไฟสว่าง

แสงไฟสีเหลืองนวลตกกระทบในดวงตาเขา นั่นคือความสับสนและเดียวดายที่ยากจะปกปิด

เขาละสายตากลับมา แล้วจุดบุหรี่ตัวหนึ่ง

ขณะนี้

เสียงมือถือของเขาดังขึ้น เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วกดรับ น้ำเสียงอ่อนโยน “ว่าไง ชิงเยว่”

น้ำเสียงตัดพ้อของอันชิงเยว่ดังขึ้น “พี่คะ เมื่อไหร่พี่จะถึง? ฉันหิวแล้วนะคะ พี่เชินก็ไม่ยอมให้ฉันกินก่อน”

ต่อมาปลายสายมีเสียงเอ็นดูทุ้มต่ำดังขึ้น “ใครที่บอกให้ฉันเตือนเธอให้ระวังปาก ตอนนี้กลับมาโทษฉันซะแล้ว?”

อันชิงเยว่ทำเสียงฮึดฮัด

“ถ้าหิวก็กินก่อนเลย พี่จะกลับไปเดี๋ยวนี้”

เขาวางสาย

ซูชิงจือดับบุหรี่ สุดท้ายมองออกไปนอกหน้าต่างรถ เลื่อนกระจกขึ้นแล้วขับรถออกจากวิลล่า

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 252

    “เมื่อห้าปีก่อนไปโดยไม่เหลือเยื่อใย ตอนนี้จะกลับมาทำไม?”หรงซูเดินเข้าไป วางกระเป๋าในมือลง แล้วนั่งลงบนโซฟาเสิ่นอวี้หรงมองการกระทำของเธอ พลันขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว ต่อมาได้ยินหรงซูบอกว่า “แน่นอนว่ามาหย่ากับลูกชายคุณนะสิคะ” เสิ่นอวี้หรงได้ยินคำพูดแบบนี้ของเธอ ตกตะลึงทันทียังไงก็นึกไม่ถึงว่าคำว่าหย่าจะออกมาจากปากของหรงซูเองเมื่อเห็นท่าทางแบบนี้ของเธอ เสิ่นอวี้หรงไม่พอใจมากเธอยิ้มเยาะ แล้วบอกว่า “หย่าเหรอ? ทำไม คิดจะมาแบ่งสมบัติถิงเชินสินะ?”หรงซูพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ก็ใช่นะสิคะ ยังไงอย่างน้อยต้องแบ่งทรัพย์สินหนึ่งในสามของเขาไปให้ได้ค่ะ”สีหน้าเสิ่นอวี้หรงเย็นชาทันที “เธอช่างกล้าคิดนะ”“นี่เป็นข้อเรียกร้องที่ชอบด้วยกฎหมาย ทำไมจะไม่กล้าคะ”เสิ่นอวี้หรงจ้องเธอ ลมหายใจหนักหน่วงตามไปด้วย “งั้นเหรอ งั้นต้องดูว่าเธอมีปัญญาหรือเปล่า ในเมื่อเธอเลือกที่จะไม่ยอมรับเหมยเหม่ย งั้นก็อย่าให้เหมยเหม่ยรู้ว่าเธอเป็นใครไปตลอดชีวิต”“นี่เป็นเรื่องระหว่างฉันกับลูกสาวของฉัน ไม่รบกวนคุณนายเซิ่งต้องเป็นห่วงค่ะ”เสิ่นอวี้หรงได้ยินแบบนั้น สีหน้าย่ำแย่ยิ่งกว่าเดิม“ถ้าคุณนายเซิ่งไม่มีธุระอื่น ฉั

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 251

    “ผู้หญิงไม่มีใจ หัวใจผมได้รับบาดเจ็บ”“จะให้ฉันแนะนำหัวหน้าหมอโรคหัวใจให้คุณไหมล่ะ”“...”“รอให้คุณหย่าเสร็จแล้ว ผมค่อยมาหาคุณนะ จะได้ฉลองให้คุณได้เต็มที่”หรงซูยิ้มแล้วบอก “ได้แน่นอนค่ะ”วันนี้เดวิดโทรมาหา สอบถามเกี่ยวกับเรื่องการงานและชีวิตเธออย่างเป็นห่วงหรงซูรู้ว่าตอนนี้เขากำลังเข้าร่วมงานเลี้ยงของชนชั้นสูงแห่งหนึ่งในอเมริกาเหนือ เธอสงสัยว่าในงานแบบนี้เขายังมีเวลาโทรหาเธออีกเหรอพลันได้ยินเขาพูดว่า “ตอนนี้เซิ่งถิงเชินกำลังคุยกับคุณหนูตระกูลฟิกซ์อย่างมีความสุข ผมว่าคุณหนูตระกูลฟิกซ์เหมือนจะชอบเขามากจริง ๆ”เขาเพิ่งจะพูดถึงเซิ่งถิงเชินหรงซูก็ขัดขึ้น “เขาจะคุยกับผู้หญิงอีกสักแปดคนสิบคนอย่างมีความสุขก็ไม่เกี่ยวกับฉันเลย ฉันไม่อยากได้ยินเรื่องของเขา”เดวิดอึ้งไปสักครู่ แล้วหัวเราะพร้อมบอกว่า “งั้นก็ได้!”ความจริงสายนี้ของเขา ก็จงใจจะฟ้องเหมือนกันไอ้ถิงเชินมันฮอตเหลือเกินจริง ๆเพียงแต่ชั่วขณะหนึ่งเกิดความกังวลกะทันหัน กลัวเอเวอลินจะหลงรักเขาอีกแล้วไม่ยอมหย่ากับเขา เพราะยังไงการที่ผู้หญิงจะหลงรักผู้ชายแบบนี้ เป็นเรื่องที่ง่ายดายมากจริง ๆแต่เมื่อได้ยินเอเวอลินยืนยันหนักแน

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 250

    วันหยุดสุดสัปดาห์สองวันนี้หรงซูดูแลเหมยเหม่ยอยู่ที่เฉียนสุ่ยวิลล์ พาเธอไปเดินเล่นซื้อของ เซิ่งถิงเชินหาเวลาวิดีโอคอลหาเหมยเหม่ยทุกวัน สองพ่อลูกจะคุยกันพักใหญ่ถึงวันจันทร์หรงซูไปส่งเหมยเหม่ยที่โรงเรียนอนุบาลวันนี้เป็นวันเปิดเทอม ส่วนใหญ่พ่อแม่จะพาลูก ๆ มาด้วยกัน เพียงแต่บรรยากาศในโรงเรียนมีแต่เสียงร้องไห้ระงมของเด็ก ๆ“เสี่ยวซู!”หรงซูได้ยินเสียงคุ้นเคย หันกลับไปมองก็เห็นเจียงอวี่กับหยาหย่าเด็กน้อยสองคนเจอกันก็ทักทายกันบังเอิญว่า หยาหย่ากับเหมยเหม่ยอยู่ห้องเดียวกันหรงซูกับเจียงอวี่คุยกับคุณครูประจำชั้นครู่หนึ่ง และแอดช่องทางการติดต่อไว้จากนั้นก็บอกลาเด็ก ๆเด็กน้อยสองคนกลับเชื่อฟังมาก ไม่ร้องไห้งอแง จูงมือกันเดินตามคุณครูเข้าห้องเรียนไปพอออกมาจากโรงเรียนอนุบาลเจียงอวี่ถาม “เธอตั้งใจจะให้เหมยเหม่ยรู้ว่าเธอเป็นแม่ตอนไหน”จู่ ๆ ก็รู้สึกสงสารเหมยเหม่ย ทั้ง ๆ ที่แม่ก็อยู่ข้าง ๆ แท้ ๆ แต่กลับเรียกแม่ไม่ได้ ทำได้เพียงเรียกคุณน้าแน่นอนว่าเธอรู้ว่าในใจของเสี่ยวซูต้องรู้สึกไม่ดีแน่ ๆ ยังไงซะใครจะไปอยากได้ยินลูกสาวของตัวเองเรียกตัวเองว่าคุณน้าล่ะหรงซูถอนหายใจ “รอให้หย่า

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 249

    นัยน์ตาสีดำขลับภายใต้เลนส์แว่นจ้องมองอย่างลึกซึ้ง ในที่สุดก็นำตั๋วไปวางไว้ด้านข้างหรงซูขับรถมาถึงอวิ๋นซานกรุ๊ปลงจากรถแล้วเดินเข้าไปในโถงล็อบบีของบริษัทเซิ่งถิงเชินพาเหมยเหม่ยลงมาพอดีเมื่อเห็นหรงซู เหมยเหม่ยก็วิ่งเข้าไปหาเธออย่างดีใจ “คุณน้าเอเวอลิน”หรงซูรีบก้าวเดินเข้าไปหาเหมยเหม่ยเดินเข้าไปสวมกอดต้นขาของเธอ เงยหน้าเล็ก ๆ ขึ้นมองเธอด้วยรอยยิ้มเบิกบาน หรงซูลูบหัวเล็ก ๆ ของเหมยเหม่ยจากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองเซิ่งถิงเชินที่เดินมา สายตาเย็นชาขึ้นทันที เซิ่งถิงเชินมองเธอ ย่อมเห็นการเปลี่ยนแปลงในแววตาของเธออย่างชัดเจน เขาส่งกระเป๋านักเรียนของเหมยเหม่ยให้เธอ หรงซูยื่นมือไปรับมา เขาเอ่ยว่า “ฉันต้องไปทำงานต่างเมืองประมาณหนึ่งสัปดาห์ วันจันทร์ตอนไปส่งเหมยเหม่ยที่โรงเรียน เธอคุยกับคุณครูให้เรียบร้อยด้วยล่ะ”การรับส่งเหมยเหม่ยในช่วงเปิดเทอมสัปดาห์แรก และสถานการณ์ที่โรงเรียน ให้เธอเพิ่มช่องทางการติดต่อกับคุณครูไว้ เพื่อที่คุณครูจะได้พูดคุยกับเธอได้ตลอดเวลา“งั้นคุณก็ต้องบอกคุณครูล่วงหน้าไว้หน่อยนะ”“โทรคุยกับคุณครูเรียบร้อยแล้ว”“...”น้ำเสียงที่ทั้งสองคนพูดคุยกันไม่มีความรู้สึกใด ๆ

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 248

    เซิ่งถิงเชินรออยู่ในห้องนั่งเล่นเมื่อเห็นหรงซูอุ้มเหมยเหม่ยกลับมา เขาก็ลุกขึ้นก้าวเดินเข้าไปหา ยื่นมือไปรับเหมยเหม่ยมาจากอ้อมอกของหรงซูตอนที่เหมยเหม่ยซบลงบนอกของคุณพ่อ จู่ ๆ เธอก็ตื่นขึ้นมา ปรือตามองหรงซู อยากจะยื่นมือไปดึงเธอ หรงซูรีบยื่นมือไปกุมมือเล็ก ๆ ของเหมยเหม่ยไว้ เอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “เหมยเหม่ยพักผ่อนให้สบายนะ น้ากลับบ้านก่อนนะจ๊ะ”เหมยเหม่ยรีบจับมือหรงซูไว้แน่น พลางพูดว่า “คุณน้าเอเวอลินอย่าไปนะคะ”หรงซูลูบแก้มเล็ก ๆ ของเธอ ปลอบโยนว่า “พรุ่งนี้น้าต้องไปทำงาน รอให้น้าหยุดก่อนแล้วค่อยมาอยู่เป็นเพื่อนเหมยเหม่ยดีไหมจ๊ะ?”ตอนที่เธอเข้าไปใกล้เหมยเหม่ยชายหนุ่มก็ได้กลิ่นน้ำหอมจาง ๆ จากตัวเธอ ระหว่างที่หลุบตามอง ก็เห็นดวงตาคู่สวยที่เปล่งประกายอ่อนโยนภายใต้ขนตาที่ยาวงอนราวกับขนนกของหญิงสาวตอนกลางคืนเวลาเข้านอนเหมยเหม่ยจะติดคนเป็นพิเศษ กล่อมยากมากเธอไม่ยอมให้หรงซูไป ยื่นมือจะให้หรงซูอุ้ม ดวงตาแดงก่ำหรงซูจึงต้องอุ้มเหมยเหม่ยกลับมาอีกครั้งเซิ่งถิงเชินกล่าว “เธอพาเหมยเหม่ยขึ้นไปชั้นบนก่อนเถอะ”ตอนนี้เหมยเหม่ยกอดหรงซูไว้แน่นไม่ยอมปล่อยมือหรงซูจึงทำได้เพียงพาเธอขึ้น

  • หย่ารักทวงใจ   บทที่ 247

    เจียงอวี่อยากจะพูดอะไรบางอย่าง หรงซูหันไปมองเธอ “เสี่ยวอวี่คุยอะไรอยู่ ไปกันได้แล้ว”“อ้อ ได้สิ”เจียงอวี่รีบตอบข้อความพี่ชายตัวเอง “แค่นี้ก่อนนะคะ”เจียงหวยซวี่ “อืม”วันนี้มีคนมาร่วมงานกิจกรรมที่สถานที่จัดงานเยอะมากตอนที่พาเหมยเหม่ยและหยาหย่าออกไปข้างนอก ก็สวมหน้ากากจิ้งจอกในเกมให้พวกเธอ เพราะวันนี้จะต้องมีการถ่ายรูปเยอะมากแน่ ๆ ไม่อยากให้ใบหน้าของเด็ก ๆ ถูกอัปโหลดลงบนอินเทอร์เน็ตตลอดเวลามีบอดี้การ์ดคอยตามประกบอยู่เสมอวันนี้มีคนที่ได้รับเชิญมาคอสเพลย์ไม่น้อย ทว่าวินาทีที่หรงซูปรากฏตัว ก็ดึงดูดสายตาและกล้องถ่ายรูปของทุกคนไปแทบทั้งหมดการแต่งตัวของเจียงอวี่ค่อนข้างเรียบง่าย ตลอดเวลาเธอจึงเอาแต่ถือกล้องถ่ายรูปกดถ่ายไม่หยุดเหมยเหม่ยและหยาหย่ามาร่วมงานแบบนี้เป็นครั้งแรก และได้เจอคนเยอะขนาดนี้หยาหย่ายังดีหน่อย ก่อนหน้านี้เจียงอวี่เคยพาเธอไปเที่ยวมาแล้วทั่วโลกเหมยเหม่ยถูกปกป้องมาอย่างดีตลอด ไม่เคยเจองานแบบนี้มาก่อน การติดต่อกับโลกภายนอกมีน้อยมาก แต่เธอกลับไม่กลัวเลยสักนิด ตรงกันข้ามกลับเที่ยวเล่นอย่างสนุกสนาน ราวกับได้ค้นพบโลกใบใหม่ที่น่าตื่นตาตื่นใจพวกเธอสวมหน้ากากจิ้งจอ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status