Masukขณะนั้นมีสายโทรศัพท์เข้ามาจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายไอที เขาจึงรีบเดินไปที่ห้องควบคุมระบบรักษาความปลอดภัยแสงสว่างจากจอคอมพิวเตอร์ขนาดใหญ่ สาดส่องใบหน้าของหัวหน้าฝ่ายไอทีที่กำลังรัวนิ้วลงบนคีย์บอร์ดอย่างเคร่งเครียดมังกรยืนกอดอกอยู่ด้านหลัง สายตาคมกริบจ้องเขม็งไปยังภาพเคลื่อนไหวบนจอภาพ ที่กำลังถูกกู้คืน และขยายความคมชัดย้อนหลังไปในช่วงเวลาที่เอกสารโพรเจกต์สำคัญของบริษัทรั่วไหลเหตุการณ์ครั้งนั้นที่ทำให้เขาหน้ามืดตามัว ชี้หน้ากล่าวประทับตาว่า พนิตาคือหนอนบ่อนไส้ ที่หักหลังเขาเพื่อเอาคืน“ได้แล้วครับคุณมังกร ไฟล์ส่วนนี้ถูกลบทำลายไปจากเซิร์ฟเวอร์หลัก แต่เรากู้คืนจากฮาร์ดดิสก์สำรองของกล้องตัว ที่มุมทางเดินหน้าห้องทำงานของคุณทรายได้สำเร็จครับ”ภาพบนจอเริ่มเคลื่อนไหว ชายหนุ่มเบิกตากว้าง หัวใจกระตุกวูบจนชาหนึบไปทั้งร่าง เงาร่างบอบบางที่คุ้นตาแอบย่องเข้าไปในห้องทำงานของพนิตาในยามวิกาล ทว่าไม่ใช่พนิตา กลับเป็นนิลมณี...หญิงสาวที่เขาเคยเชื่อสนิทใจว่าเป็นเพียงเด็กสาวไร้เดียงสาผู้ตกเป็นเหยื่อในวิดีโอแสดงหลักฐานจะจะว่า เธอมีกุญแจสำรองไขเข้าไปเอาแฟ้มเอกสารลับ และยังเปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อดาวน์โหลดข้อมู
“ฮึก... คุณมังกร... ขอโทษค่ะ” เลขาฯ สาวกลั้นก้อนสะอื้นไว้ไม่อยู่ น้ำตาแห่งความอัดอั้นหวาดกลัวไหลร่วงลงมาอาบแก้ม หญิงสาวหมุนตัววิ่งร้องไห้โฮ ออกจากห้องทำงานไปทันทีทิศทางมุ่งตรงไปยังห้องฝ่ายบุคคลเพื่อยื่นใบลาออก ด้วยหัวใจที่แตกสลายจากการถูกอารมณ์ร้ายของท่านประธานหนุ่มบดขยี้ทว่าในจังหวะที่บานประตูห้องทำงานเปิดกว้าง และเลขาฯ สาววิ่งสวนออกไปตามโถงทางเดินอย่างรวดเร็ว ร่างบอบบางที่กำลังร้องไห้โฮ ก็เกือบจะชนเข้ากับร่างสูงของโทมัส เลขาฯ คนสนิท และมือขวาหนุ่ม ที่กำลังเดินถือซองเอกสารข้อมูลสำคัญเข้ามาพอดีโทมัสมองตามแผ่นหลังของเพื่อนร่วมงานสาวด้วยความเห็นใจ และทอดถอนหายใจยาวๆ ชายหนุ่มรู้ดีว่า เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ในรอบหลายเดือนที่ผ่านมาตั้งแต่นายหญิงของบ้านหายตัวไป เจ้านายของเขาก็นิสัยเปลี่ยน เอาเป็นว่า หนักกว่าแต่ก่อนด้วยซ้ำไป มังกรพาลใส่คนรอบข้าง คล้ายกับการรัวกระสุนปืนกลที่ไร้ทิศทางโทมัสก้าวเท้าเข้ามาในห้องทำงานของมังกร ก่อนจะปิดบานประตูลงช้าๆ เพื่อตัดขาดจากสายตาภายนอกชายหนุ่มเดินมาหยุดยืนตรงหน้าโต๊ะทำงาน กวาดสายตามองแก้วกาแฟที่หกเลอะเทอะ และสภาพทรุดโทรมของเจ้านายด้วยแวว
“อ้าว... แกก็รู้คำตอบดีนี่ เฮ้อ...” คุณหญิงถอนหายใจทิ้งอีกรอบ ก่อนจะลุกขึ้น“ดูแลตัวแกให้ดีเถอะ อย่าให้ล้มป่วย ไม่งั้นจะไม่มีโอกาสได้เจอกับหนูทรายอีก”มังกรได้ยินเสียงลมหายใจอันสั่นไหวของตัวเอง มองตามมารดาที่ลุกขึ้นยืนช้าๆ ทิ้งตัวเขาให้จมอยู่กับอดีตอันขมขื่นที่หลั่งไหลเข้ามาในหัวราวน้ำหลาก...‘แม่ครับ ผมสำนึกผิดแล้ว ผมคิดถึงเธอ อีกอย่างแม่กำลังจะได้เป็นคุณย่านะครับ’ เขาไม่ได้เอ่ยออกมา ได้แต่พูดอยู่ในใจ“วันนี้คุณมังกรอยากรับอะไรเพิ่มไหมคะ?”“ทรายคุณกลับมาแล้วหรือ? ทราย”กริ๊ง... กริ๊ง...เสียงนาฬิกาดังปลุกเสียก่อน เขาสะดุ้งตื่น แล้วเอามือควานหานาฬิกาเพื่อจะปิดมันในเวลาต่อมา มังกรลงมาที่โต๊ะอาหารตัวยาว ในตอนที่พนิตาอยู่กับเขา ทุกเช้าจะมีซองเอกสารข้อมูลการประชุมวางเตรียมเอาไว้ให้ข้างๆ กันก็จะมีแก้วกาแฟเซรามิกสีเข้ม ที่มีควันลอยฟุ้งโชยกลิ่นหอมกรุ่นๆ ของเมล็ดกาแฟคั่วบดชั้นดี รวมถึงอาหารเช้ารสชาติกลมกล่อมที่สลับสับเปลี่ยนกันไปเรื่อยๆ ในแต่ละวัน จะถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยอย่างไม่มีที่ติพร้อมกับที่เก้าอี้ตรงกันข้าม พนิตาจะนั่งลง แล้วส่งรอยยิ้มละมุนละไมให้กับเขา คอยหยิบซอสให้ คอย
“แม่ไม่เชื่อผม”“ก็ใช่นะสิ ฉันไม่เชื่อแก เพราะเรื่องที่แกทำระยำเอาไว้ไง เฮ้อ...” คุณหญิงเอาแต่ส่ายหน้า“ฉันล่ะเสียใจ ทำไมหนูทรายไม่บอกเรื่องนี้กับฉัน ไม่มีวี่แวว ถ้าฉันรู้ ฉันจะพาหนูทรายไปอยู่ด้วย คนเราถ้ามีปัญหากัน ต้องคุยกัน แต่ฉันเชื่อว่า หนูทรายคงจะเหลืออดเหลือทนกับแกแล้ว โธ่! ป่านนี้หนูทรายจะเป็นอย่างไรบ้างนะ” คุณหญิงโอดครวญคนเป็นลูกถึงกับต้องหุบปากสนิท เพราะข้อสำคัญที่เขาแอบซ่อนไว้ และยังไม่ได้บอกกับแม่ เรื่องที่พนิตาตั้งครรภ์ลูกของเขา เขาจะยังไม่ได้บอกคุณหญิงพรจันทร์... ว่าพนิตาหนีไปพร้อมกับลูกของเขาติดท้องเธอไปด้วยมังกรกัดฟันพลางสกัดกั้นก้อนสะอื้นลึกลงไปในอก ลำพังแค่เรื่องที่เขาเซ็นใบหย่า และทำภรรยาแสนดีหลุดมือไป คุณหญิงยังโกรธจัด และลงมือตบหน้าเขาขนาดนี้ แล้วถ้าท่านรู้ความจริงล่ะ? ว่าเขาสะบัดหมึกเซ็นใบหย่า ปล่อยให้ผู้หญิงที่อุ้มท้องสายเลือดอัครเดชา หอบลูกหนีไปเพียงลำพัง ด้วยหัวใจที่แหลกสลาย...คุณหญิงพรจันทร์คงได้อกแตกตาย และคงไม่มีวันให้อภัยลูกชายชั่วช้าอย่างเขาไปตลอดชีวิตแน่ๆ ความลับนี้มันหนักหน่วงเก
ทั้งสองท่านสอนพนิตา ให้มองเห็นคุณค่าในตัวเอง เพราะคนที่จะปกป้องตัวเองได้ดีที่สุด ก็คือตัวของเรา และอย่ากลัวการเริ่มต้นใหม่ แม้บางครั้งการเริ่มต้นอะไรสักอย่างมันอาจจะน่ากลัว ด้วยเราเคยบาดเจ็บมาก่อน จึงไม่กล้าจะทำอะไร เพราะกลัวที่ต้องไปเผชิญกับความเจ็บปวดอีกครั้ง“แต่ทราย หนูเชื่อพ่อนะลูก หนูคู่ควรกับการได้รับความรักที่ดีที่สุด” คำสอนอันล้ำค่าของคุณพ่อบุญธรรมดังก้องเข้าไปในก้นบึ้งของหัวใจ พนิตาต้องกำจัดริ้วรอยความทุกข์ตรมให้ออกไปจากชีวิตของเธอให้จงได้ภายในห้องโถงกว้างของคฤหาสน์ หลังจากนิลมณีถูกเนรเทศออกไป ไม่ได้ช่วยให้บรรยากาศคลี่คลายลง ทว่ามันกลับกลายเป็นความอึดอัดดิ่งลึกที่บีบคั้นหัวใจคนอยู่ให้ตายทั้งเป็นมังกรนั่งนิ่งอยู่บนโซฟาหนังตัวใหญ่ ร่างกายหนาทรุดโทรมลงไปถนัดตา ใบหน้าคมคายซีดเซียวไร้สีเลือด แววตาที่เคยฉายแววโอหัง ตอนนี้กลับว่างเปล่า เหม่อลอย เขาจ้องมองไปยังโทรศัพท์มือถือในมือ ที่หน้าจอยังคงแสดงข้อความ(“ไม่สามารถติดต่อเลขหมายดังกล่าวได้”) เขากดกูเกิล กดค้นหาโพรไฟล์ของพนิตา ค้นทุกโซเชียลมีเดียร
เธอได้หลุดพ้นจากบ่วงกรรมที่ทรมานและกักขังเธอ วันเวลาผ่านมาได้เกือบสี่เดือน ท้องของเธอก็เริ่มโต ไม่มีวันไหนที่จะไม่คิดถึงเขา แม้จะรู้ว่า ความทรงจำระหว่างเธอกับมังกร จะอยู่บนเศษซากความทรงจำที่พังทลายพนิตาค่อยๆ เลื่อนมือเรียวสวยทั้งสองข้างลงมาประคองหน้าท้องของตัวเองที่เริ่มนูนเด่นขึ้นมาตามอายุครรภ์ แววตาคู่สวยที่เคยหม่นแสง และเต็มไปด้วยหยาดน้ำตา วินาทีนี้กลับมีประกายความนิ่งสงบและเข้มแข็งอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน“หนูชอบที่นี่ไหมลูก...” น้ำเสียงนั้นนุ่มนวลราวกับสายลมอุ่นๆ ที่พัดผ่าน“แม่ถามหนูบ่อยจังคะ”“อ้าวแม่ต้องเช็กสิ อะไรที่หนูเบื่อ ต้องบอกแม่นะ แม่จะจัดหาให้”“โถ่แม่ค่ะ แม่ไม่ให้หนูทำอะไรเลย นอกจากกินและนอน”“หื้อ... พ่อเขาซื้ออุปกรณ์วาดรูปมาให้หนูแล้วไม่ใช่หรือไง”“ก็...”“เอาละๆ อยากได้อะไรเพิ่มก็บอกนะ ตอบแม่สิ ว่าอะไรที่นี่ที่หนูชอบอีก”“ก็...ที่นี่กว้างใหญ่มากเลย คงจะเป็นอาณาจักรที่ปลอดภัย และไม่มีใครมารังแกหนูกับลูกได้อีกแล้







