Beranda / รักโบราณ / หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่ / ๑๐ ในหัวมีแค่เรื่องนี้หรือเจ้าคะ

Share

๑๐ ในหัวมีแค่เรื่องนี้หรือเจ้าคะ

last update Tanggal publikasi: 2025-12-31 21:51:01

๑๐

ในหัวมีแค่เรื่องนี้หรือเจ้าคะ

“อื้อ~กว่าจะเสร็จ!”

หรงซินเยวี่ยนบิดขี้เกียจเมื่อทำบัญชีแบ่งกำไรให้นักเขียนเฮยอ้านหนานวั่งเสร็จแล้ว มือลูบหน้าท้องเพราะรู้สึกหิวหน่อย ๆ ในหัวคิดว่าจะทานอะไรดีแต่เสี่ยวรุ่ยเข้ามาขัดจังหวะเสียก่อน

“คุณหนูเจ้าคะ จางหลงจู๊ให้มาเรียนว่าท่านรองแม่ทัพขอเข้าพบเจ้าค่ะ”

หรงซินเยวี่ยนจากที่ทั้งเหนื่อยทั้งหิวเป็นเริ่มโมโห โบกมือไล่เป็นเชิงว่า ‘ไม่พบ’

“คุณหนู บ่าวไม่กล้าไล่เจ้าค่ะ”

“เสี่ยวรุ่ยไยขี้ขลาด แค่ไปบอกว่าไม่พบมันยากหรือ ข้าไม่มีอันใดต้องคุยกับเขา”

“เช่นนั้นคุณหนูก็ไปบอกท่านรองแม่ทัพด้วยตนเองเถิดเจ้าค่ะ พูดให้ชัดเจนไปเลย ท่านรองแม่ทัพคงข้องใจเรื่องที่คุณหนูปฏิเสธแม่สื่อไปเจ้าค่ะ”

หรงซินเยวี่ยนถอนหายใจ

“ก็ได้ เชิญขึ้นมาด้านบนเถอะ ข้าจะพูดเรื่องนี้กับเขาเป็นครั้งสุดท้าย”

“เจ้าค่ะคุณหนู”

เสี่ยวรุ่ยรีบเดินลงไปชั้นล่าง เพียงไม่นานนางก็เดินนำเมิ่งกวังฮุยขึ้นมาด้านบน

“เยวี่ยนเอ๋อร์ ข้าดีใจที่เจ้ายอมให้ข้าขึ้นมาบนนี้”

หรงซินเยวี่ยนผายมือไปทางโต๊ะน้ำชา ท่าทางเป็นทางการประหนึ่งว่ากำลังเตรียมการสนทนาเรื่องธุรกิจกับเขา

“เยวี่ยนเอ๋อร์ เหตุใดวันนี้เจ้าดูห่างเหินกับข้านัก”

“ท่านรองแม่ทัพมีสิ่งใดจะสนทนากับข้าหรือเจ้าคะ รีบเถิดเจ้าค่ะ ข้าจะกลับจวนแล้ว”

เมิ่งกวังฮุยรู้ว่าหากขอสนทนากับที่จวนตระกูลหรงคงไม่มีสิทธิ์ได้ขอสนทนาเป็นการส่วนตัวกับหญิงสาวจึงได้มองหน้าเสี่ยวรุ่ยเพราะอยากให้นางออกไปก่อน

หรงซินเยวี่ยนอ่านสายตาเมิ่งกวังฮุยออก พยักหน้าให้เสี่ยวรุ่ยออกไปก่อน เมื่ออยู่กันเพียงสองคนแล้ว นางก็จ้องหน้าเขานิ่ง ๆ ให้อีกฝ่ายกล่าวธุระได้

“เยวี่ยนเอ๋อร์ ถึงเจ้าจะปฏิเสธแม่สื่อในวันนี้ แต่ข้าก็ยังไม่คิดยอมแพ้ อย่างไรข้าจะทำให้เจ้าตอบรับการแต่งงานของเราให้ได้”

“ในหัวท่านมีแต่เรื่องนี้หรือเจ้าคะ หากในหัวมีแต่เรื่องนี้เมื่อไรการงานจะก้าวหน้า หรือต้องรอให้พี่หญิงใหญ่ส่งเสริมเช่นที่ผ่านมา”

เมิ่งกวังฮุยนิ่งไป หรี่ตาอ่านภาษากายของนางถึงทราบว่าเหตุใดหญิงสาวถึงมีท่าทางต่อต้านเขา

“เรื่องที่แม่ทัพหวังช่วยส่งเสริมให้ข้าอยู่ในตำแหน่งนี้คือเรื่องจริง เรื่องที่ข้ามีฝีมือก็เรื่องจริงเช่นกัน อย่างไรท่านตาและท่านพ่อของข้าก็เคยเป็นแม่ทัพมาก่อน ท่านแม่ทัพหวังจะช่วยสนับสนุนข้าแทนท่านปู่ท่านพ่อจะเป็นอันใดไป”

“ยอมรับแล้วใช่หรือไม่เจ้าคะว่าท่านมาถึงจุดนี้ได้เพราะได้รับการช่วยเหลือจากพี่หญิงใหญ่ นางรู้มาตลอดว่าท่านหลอกใช้นาง แต่นางก็ยินดีให้ท่านหลอกเพราะอยากส่งเสริมหน้าที่การงานให้ท่าน”

เมิ่งกวังฮุยได้ยินแบบนั้นก็หลุดหัวเราะ สายตาที่เขามองนางเหมือนคนที่มองเด็กที่อ่อนต่อโลก มือหนายื่นไปดึงข้อมือนาง กระตุกเบา ๆ ให้ร่างบางมานั่งข้างกายตน

“อะ! ทำอันใดเจ้าคะ…ปล่อย!”

“นิ่ง ๆ หากไม่อยากให้ข้ากอดเจ้าก็นิ่งไว้”

หรงซินเยวี่ยนฟังคำที่เขาบอก ชายหนุ่มถึงปล่อยข้อมือนางให้เป็นอิสระ

“เยวี่ยนเอ๋อร์กล่าวหนักเกินไปแล้ว ข้าเข้าหานางเพราะผลประโยชน์ก็จริง แต่ความจริงใจที่มอบให้นางก็มีไม่น้อย อันใดคือการหลอกลวงกัน”

หรงซินเยวี่ยนหันมามองตาเขาเพื่อสำรวจว่าคำพูดนี้มีความจริงใจอยู่กี่ส่วน

“ฟู่กุ้ย…ไม่สิ! พระสนมพึงใจในตัวข้า ข้าก็ตอบรับนางด้วยหัวใจ นางยื่นประโยชน์ให้ข้าก็เพื่อที่ตัวเองจะได้มีคนรักที่มียศตำแหน่ง เราต่างก็ได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย สุดท้ายเป็นข้าคือนักต้มตุ๋นหรือ”

หรงซินเยวี่ยนพูดไม่ออก เพราะที่เขาพูดมาก็ไม่ผิด ต่างคนต่างมุมมองต่างความคิด ทุกคนมีเหตุผลเป็นของตัวเองจนนางแย้งไม่ได้

“เยวี่ยนเอ๋อร์”

หญิงสาวสะดุ้งเมื่ออยู่ ๆ ก็ถูกสวมกอดจากเมิ่งกวังฮุย นางรีบดิ้นออกจากอ้อมกอดเขาด้วยแรงมด แต่ยิ่งดิ้นเขายิ่งกอดรัดแน่นขึ้น นางถึงได้เลิกดิ้นแล้วยอมให้เขากอดเพื่อขอเจรจา

“ปล่อยข้าเจ้าค่ะ”

“จุมพิตข้าก่อน แล้วข้าจะปล่อย”

หรงซินเยวี่ยนถลึงตาใส่เขา

“เป็นข้าเสียเปรียบอีกแล้ว”

“เรื่องนี้ไม่มีใครได้เปรียบเสียเปรียบ เลิกเอาเรื่องเพศมาแยกความหนักเบาของเรื่องนี้ได้แล้ว เจ้าคือคนที่จุมพิตข้าก่อน ข้ามองเจ้าเป็นภรรยาของข้าตั้งแต่วันที่เราได้จุมพิตกันแล้ว”

สุดท้ายเป็นข้าที่ผิดพลาดมหันต์

“กำลังให้ข้ารับผิดชอบหรือเจ้าคะ”

“ใช่”

“ในเมื่อไม่ให้เอาเรื่องเพศมาแยกหนักเบา ไยข้าต้องเป็นคนรับผิดชอบด้วย”

เมิ่งกวังฮุยยกหรงซินเยวี่ยนมานั่งบนตัก ใบหน้าของทั้งสองจึงอยู่ในระยะประชิด

“สถานการณ์ของเราในตอนนี้คือเจ้าเป็นฝ่ายเริ่มก่อน มิใช่เพราะเจ้าเป็นสตรี”

ใบหน้าหล่อเหลาเคลื่อนเข้าใกล้หญิงสาว ใช้ปลายจมูกโด่งปัดปลายจมูกเล็กของนาง ใบหน้าน่ารักไม่ได้หันไปไหนเพราะถูกมือหนารั้งต้นคอเอาไว้

“หากข้าไม่จุมพิตจะไม่ปล่อยข้าหรือเจ้าคะ”

“ใช่ วันนี้เจ้าทำร้ายจิตใจข้าด้วยการปฏิเสธแม่สื่อ ข้าจะไม่เลิกตอแยกับเจ้าจนกว่าเจ้าจะรับหมั้นแล้วแต่งงานกับข้า ในเมื่อได้หลุดวาจาแล้วก็ต้องรับผิดชอบ”

หรงซินเยวี่ยนเม้มปาก ประเมินสถานการณ์ไม่นานก็ยื่นหน้าเข้าไปประทับริมฝีปากชายหนุ่ม

ดวงตาคู่คมเป็นประกายวาววับ เผยอริมฝีปากออกเพราะไม่ได้หวังเพียงริมฝีปากประกบริมฝีปากเท่านั้น ลิ้นหนาสอดลิ้นเข้ามาที่ริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้ม ดูดดึงเบา ๆ จนร่างบางสะท้าน

“อื้อ~”

นางประท้วงในคำคอ ริมฝีปากโดนรุกรานไม่พอร่างกายยังโดนรั้งเข้ามาแนบชิดร่างแกร่ง

อกอิ่มเบียดเสียดเข้ากับอกแกร่ง ยิ่งเขาได้ดูดดึงริมฝีปาก รับความหวานจากโพรงปากนางมากเท่าไร สะโพกยิ่งสัมผัสได้ถึงความแข็งขึงตรงส่วนกลางกายเขา

นะ นี่เขากำลังมีอารมณ์

หรงซินเยวี่ยนพลันมีแรงฮึดที่จะดันเขาออกห่าง อาศัยจังหวะที่เขาผละริมฝีปากออกแล้วเลื่อนฝีปากมายังลำคอ นางถึงดันเขาออกห่างพร้อมปฏิเสธเสียงแข็ง

“พอแล้วเจ้าค่ะ!”

หญิงสาวสะท้านเมื่อเห็นสายตาชายหนุ่มในยามนี้เต็มไปด้วยอารมณ์ปรารถนา มือหนาลูบไล้ไปทั่วกลางแผ่นหลังบาง พยายามทำให้นางเคลิ้มไปกับเขา

“ขออีกนิด ยังไม่อิ่มเลย”

ว่าแล้วก็ยื่นหน้าเข้ามาจุมพิตนางอีกครั้ง ทว่าหญิงสาวไม่ให้เขาสมปรารถนา เบี่ยงหน้าออก ริมฝีปากของเขาจึงจรดไปที่ปลายคางนางแทน

“ตรงนี้ก็หอมดีเช่นกัน”

ปลายจมูกโด่งสูดกลิ่นหอมที่ซอกคอขาว ก่อนที่จะไล่พรมจูมไปตามกรอบหน้าเล็ก หัวใจพลันพองโตเพราะสัมผัสได้ว่าหญิงสาวเริ่มหวั่นไหว

“พะ พอแล้วเจ้าค่ะ”

“ขออีกนิด”

เมิ่งกวังฮุยเลื่อนริมฝีปากลงมาที่ข้างลำคอ

หรงซินเยวี่ยนอยากหยุดการกระทำนี้ของเขาจึงดึงความสนใจของเขาไปที่การจุมพิตริมฝีปากอีกครั้ง

“ฮึ่ม!”

ชายหนุ่มครางเสียงพอใจในลำคอเมื่อได้รับการรุกกลับจากนาง ตอนแรกริมฝีปากเล็กจิ้มลิ้มก็มอมเมาเขาได้อยู่แล้ว พอมาตอนนี้นางเปลี่ยนเป็นรุกเขา จากที่ควบคุมตัวเองได้ก็เริ่มขาดการยับยั้งชั่งใจ

“อื้อ~”

หรงซินเยวี่ยนหลุดเสียงร้องเพราะเขารุกริมฝีปากนางหนักหน่วงยิ่งขึ้นจนเริ่มได้กลิ่นสนิม

เขากัดริมฝีปากนางตอนที่ควบคุมอารมณ์ดิบของตัวเองไม่ได้ สมองนางขาวโพลน ลืมไปแล้วว่าตนไม่ควรจะทำสิ่งนี้กับเขา ลืมไปแล้วว่ารักนวลสงวนตัวคือสิ่งใด ลืมไปแล้วว่าตนควรห้ามมือหนาที่ตอนนี้ได้แกะเชือกกระโปรงที่รัดหน้าอกนางอยู่ออกจากกันแล้ว

“พะ พอแล้วเจ้าค่ะ”

หรงซินเยวี่ยนหน้าร้อนผ่าว นางมีโอกาสปฏิเสธเขาก็ตอนที่เขาผละริมฝีปากออกจากนาง เลื่อนต่ำลงมายังลำคอ

เมื่อนางก้มมองตัวเองว่าอยู่ในสภาพใดยิ่งใบหน้าร้อนผ่าว กระโปรงยาวเกาะอกร่นลงมากองที่สะโพกเผยช่วงบนที่เห็นเอี๊ยมบังทรงสีชมพูหวาน

“อะ!”

นางหลุดเสียงร้องอีกครั้งเมื่อชายหนุ่มผลักนางให้เอนกายลงนอนบนตักแล้วก้มใบหน้าลงซุกไซ้ซอกคอขาว ตอนนี้นางเองก็เริ่มหลุดการควบคุมตัวเองเช่นกัน ความรู้สึกที่เคยกดเอาไว้มาหลายปีเริ่มปะทุขึ้นมาอีกครั้ง

ความรู้สึกที่นางเองก็เคยหลงใหลเจ้าของริมฝีปากที่กำลังพรมจูบนางไปทั่วหน้าอกและลำคอ

หรงซินเยวี่ยนได้สติเดี๋ยวนี้

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่   ๕๗ หากปาฏิหารย์ไม่มีจริงคงไม่มีคำนี้เกิดขึ้น(จบ)

    ๕๗หากปาฏิหารย์ไม่มีจริงคงไม่มีคำนี้เกิดขึ้นหลายเดือนผ่านมานี้หรงซินเยวี่ยนพยายามดื่มยาและตรวจร่างกายกับหมอซุนเป็นประจำ ยาที่มีรสขมพอดื่มบ่อย ๆ ลิ้นก็เริ่มชินแต่นางก็ไร้วี่แววว่าจะตั้งครรภ์!หมอซุนกล่าวว่านางกดดันตัวเองมากเกินไป ยิ่งเครียดขึ้นไปอีกเพราะการตรวจวัดชีพจรที่บ่อยขึ้นแล้วมีผลว่านางยังไม่ตั้งครรภ์ดังนั้นนางจึงเลิกให้หมอซุนตรวจวัดชีพจรปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ“คุณหนูเจ้าคะ ขบวนนายท่านผู้เฒ่ามานั่นแล้วเจ้าค่ะ ดูจากสัมภาระแล้วต้องขนของมาให้คุณหนูแน่”“ท่านตาบอกว่าจะเอาของมาฝากด้วย ถ้าทั้งสิบเกวียนนี้คือของฝาก จวนแม่ทัพของเราคงไม่มีที่เก็บแล้ว…ไปเถอะ!”หรงซินเยวี่ยนทำหน้ากลุ้มใจก่อนที่จะเดินนำเสี่ยวรุ่ยลงไปยังด้านหน้าประตูเมืองหอคอยเพื่อต้อนรับท่านตาที่มีโอกาสเดินทางมาเยี่ยมนางเสียทีเมื่อลงมาด้านล่างหอคอยก็เห็นว่าสามียืนเอามือกอดดาบเอาไว้ท่าทางสงบนิ่ง สวนทางกับหัวใจที่สั่นระรัวเพราะความตื่นเต้น“หยุด~”คนบังคับรถม้ารั้งบังเหียนม้าเอาไว้ เกวียนบรรทุกของทั้งสิบคันค่อย ๆ หยุดการเคลื่อนไหวหลานเขยที่เห็นเช่นนั้นก็รีบเดินเข้าไปต้อนรับท่านตาของภรรยาที่เพียงเปิดหน้าต่างรถม

  • หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่   ๕๖ ด้วยคำอธิษฐานนี้

    ๕๖ด้วยคำอธิษฐานนี้เมิ่งกวังฮุยลาดตระเวนแบบมีจุดมุ่งหมายมาที่ร้านเยวี่ยนวั่งสาขาสอง ด้วยชุดเกราะเต็มตัวของแม่ทัพทำให้เขาคิดอยู่ว่าจะหาเรื่องเข้าไปในร้านนางอย่างไรไม่ให้ดูสะดุดตาคนในร้าน จนกระทั่งเด็กในร้านคนหนึ่งเห็นเขาเข้าพอดีนางรีบเดินเข้ามาหาเขาแล้วทำการคารวะ“ท่านแม่ทัพมาหาฮูหยินหรือเจ้าคะ”“ฮูหยินเล่า”เขาไม่โกหกว่าตั้งใจมาลาดตระเวนแล้วผ่านมา แต่ก็ไม่ได้บอกเด็กในร้านว่าตั้งใจมาหาฮูหยินตอนเขาตั้งคำถามสายตาก็มองเข้าไปด้านในร้าน เผลอชะเง้อคอมอง เหล่าพลทหารที่ติดตามมาด้วยมองหน้ากันแล้วยิ้มให้กับท่าทางนี้รู้ในทันทีว่าการเดินลาดตระเวนก็แค่ข้ออ้าง!“ฮูหยินไปลอยโคมกับเสี่ยวรุ่ยเจ้าค่ะ ไปได้สักพักหนึ่งแล้ว เดี๋ยวก็คงกลับมากันแล้วกระมัง”“อ้อ”เมิ่งกวังฮุยรับคำสั้น ๆ แล้วเดินนำพลทหารไป ท่าทางเขายังเหมือนทหารที่ลาดตระเวนเช่นเคย ทว่าหากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าชายหนุ่มกวาดสายตามองโดยรอบเผื่อจะเห็นฮูหยินของตนหรือจะอยู่ที่ทะเลสาบ“พวกเจ้าไปลาดตระเวนตามเส้นทางที่วางแผนไว้”“ขอรับ”ทหารรับคำสั่งจากเสียงเข้มเสียงผสานที่ชายหนุ่มรีบสั่งเช่นนี้เพราะไม่อยากให้เหล่าทหารได้เห็นท่าทางของเขายามที่อยู่กั

  • หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่   ๕๕ ใครเดินเล่นเดินไปข้าจะขายของ

    ๕๕ใครเดินเล่นเดินไปข้าจะขายของเทศกาลโคมลอยสำหรับคนอื่นคือจุดนัดพบระหว่างกันที่ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์แบบคู่รักหรือนักขายหรงซินเยวี่ยนในฐานะที่เป็นแม่ค้า เตรียมสินค้าเอาไว้ขายให้ชาวเมืองลุ้นยิ่งนักว่าสินค้าจะขายได้หรือไม่เหนือสิ่งอื่นใด นางหวังว่าร้านค้าจะมีชื่อเสียงขึ้นจากเทศกาลโคมลอยในครั้งนี้ อย่างน้อยก็เป็นการประชาสัมพันธ์ร้านค้าความสัมพันธ์ในด้านคู่รักของนางไม่สร้างภาระทางใจให้กัน เพราะเมิ่งกวังฮุยก็ยุ่งอยู่กับการพิสูจน์ตัวเองงานนี้นอกจากจะเป็นการพิสูจน์ตัวเองว่าเขาจัดการดูแลความเรียบร้อยปลอดภัยให้แก่เมืองได้ดี ชาวเมืองก็จะยอมรับเขาในฐานะแม่ทัพคนใหม่ได้มากขึ้น…จะได้ไม่ดูถูกว่าเป็นแม่ทัพหน้าอ่อนอีก!“…ฟูจวิน ชุดนี้เหมาะกับข้าหรือไม่เจ้าคะ”สาวงามเอ่ยถามสามีด้วยความเอียงอาย ในใจหมายมาดว่าสามีจะยอมจ่ายเงินซื้อชุดที่ครบเครื่องทั้งศีรษะจรดเท้าให้…แล้วเขาก็ไม่ทำให้นางผิดหวัง!“หากเจ้าอยากได้ ฟูจวินจะซื้อให้เจ้า”ภรรยาสาวฉีกยิ้มหวานเมื่อได้ยินคำพูดนี้จนกระทั่งถามราคาที่มากถึงสามสิบตำลึงเงิน ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มก็เปลี่ยนเป็นจืดเจื่อน หันไปส่งสัญญาณให้สามีแล้วส่ายหน้าเบา ๆหรงซินเ

  • หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่   ๕๔ ร้านเยวี่ยนวั่งสาขาสอง

    ๕๔ร้านเยวี่ยนวั่งสาขาสองหรงซินเยวี่ยนกับเสี่ยวรุ่ยเงยหน้าขึ้นมองร้านค้าเบ็ดเตล็ดที่ขายทั้งผ้า เครื่องประดับ เครื่องเขียนรวมถึงหนังสือ สองสาวจะไม่ตะลึงเลยหากไม่เห็นป้ายหน้าร้านตัวอักษรโต ๆ“ร้านเยวี่ยนวั่งสาขาสอง”หรงซินเยวี่ยนยกมือปิดปากด้วยไม่คิดว่าท่านตาจะเตรียมการทุกอย่างให้หมดแล้วแผนธุรกิจที่นางสู้อุตส่าห์คิดมาสามวันสามคืน สุดท้ายก็ไม่ได้ใช้“คุณหนู นายท่านผู้เฒ่ารักคุณหนูมากเลยเจ้าค่ะ”“ข้ารู้สึกว่าตัวเองถูกรักก็ตอนนี้ เขียนว่าสาขาสองเช่นนี้ หากคนสงสัยถามว่าสาขาหนึ่งอยู่ที่ใดแล้วทราบว่าอยู่เมืองหลวง ใครจะไม่อยากใช้ของที่มาจากเมืองหลวงกัน นับเป็นการตลาดอย่างหนึ่ง”หลงจู๊เห็นสตรีอายุน้อยสองคนอยู่นอกร้าน ไม่เข้ามาด้านในเสียที เมื่อพิศดูลักษณะท่าทางแล้วคุ้นตาจึงเดินเข้ามาหาทั้งสอง“ขอถามแม่นาง ใช่คุณหนูรองหรงซินเยวี่ยน ฮูหยินแม่ทัพเมิ่งหรือไม่”หรงซินเยวี่ยนส่งยิ้มเป็นมิตรให้หลงจู๊“ข้าหรงซินเยวี่ยน ท่านคงเป็นเจี่ยหลงจู๊กระมัง ผู้ดูแลร้านเยวี่ยนวั่งสาขาสอง”“คารวะคุณหนู ข้าน้อยเจี่ยจี้รับหน้าที่ดูแลร้านมาหนึ่งเดือนแล้วขอรับ”เป็นอีกครั้งที่หรงซินเยวี่ยนยกมือขึ้นปิดริมฝีปากคงมิใช่

  • หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่   ๕๓ ท่านตาผู้แผ่กิ่งก้านสาขา

    ๕๓ท่านตาผู้แผ่กิ่งก้านสาขาณ ค่ายทหารทัพประจิม“…ค่ายประจิมงานเหมือนกับค่ายทั่วไป ที่ข้าอยากจะส่งมอบให้ก็คือแผนที่เหล่านี้ จุดที่ควรเน้นการคุ้มกันเป็นพิเศษ รายละเอียดปลีกย่อยหูหลี่จะเป็นคนช่วยเจ้าเอง ส่วนนี่…” หยิบกล่องไม้ขึ้นมาแล้วยื่นให้เมิ่งกวังฮุยชายหนุ่มรับมาเปิดดูก็เห็นว่าเป็นตราประทับเคลื่อนพลของค่ายประจิมสองมือยกขึ้นคารวะแม่ทัพผู้เฒ่าทันทีที่อีกฝ่ายไม่ยึดติดในอำนาจ ส่งมอบกำลังทหารให้โดยไม่ยึดติดเรื่องเล่าการเปลี่ยนผ่านส่งมอบกำลังทหาร เมิ่งกวังฮุยย่อมได้ยินมาบ้างว่าต่อให้จะได้รับพระราชโองการจากฝ่าบาทก็ยังมีการเล่นลิ้น เดิมทีเขาคิดว่าการมารับตำแหน่งครั้งนี้จะยากตั้งแต่วันแรกเสียแล้ว“ฮูหยินน้อยเป็นอย่างไรบ้าง”เมิ่งกวังฮุยเผลอเลิกคิ้ว แม่ทัพเซียวจึงเผยความสัมพันธ์ระหว่างเขากับนาง“ที่จริงข้ากับนางไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว กับตาเฒ่าเผิงต่างหากนับว่าเป็นสหายที่เคยดื่มสุราพูดคุยกันอย่างถูกคอ เมื่อทราบว่าหลานสาวจะย้ายตามสามีมาที่นี่ก็ฝากให้ข้าดูแล เดือนหน้าข้าถึงจะย้ายกลับรั่วหยาง ระหว่างนี้ข้าจะดูแลเจ้าสองสามีภรรยาให้เต็มที่”ที่แท้ท่านตาของนางก็มากรุยทางเอาไว้ให้แล้ว คืนนี

  • หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่   ๕๒ เมืองที่จัดว่าเจริญก็ไม่ใช่กันดารก็ไม่เชิง

    ๕๒เมืองที่จัดว่าเจริญก็ไม่ใช่กันดารก็ไม่เชิงสามวันผ่านไปในที่สุดขบวนเดินทางของแม่ทัพประจิมคนใหม่ก็เคลื่อนเข้าสู่เมืองหน้าด่านที่ไม่จัดว่าเจริญเท่าเมืองหลวงแต่ก็ไม่ได้กันดารถึงขนาดใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ไม่ได้เมืองนี้มีชาวเมืองอาศัยราวหนึ่งหมื่นบ้าน เป็นทั้งของครอบครัวทหารและชาวบ้านทั่วไป มีเส้นทางน้ำ ที่นาหลายพันไร่ ชาวเมืองส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมมากกว่าการค้าขาย ทหารของค่ายนี้จึงไม่อดอยาก เสบียงพร้อมสำหรับทหารทุกคนความเสี่ยงสองอย่างที่ค่ายประจิมเผชิญ หนึ่งเมืองนี้เป็นที่รับน้ำ สองชายแดนติดกับแคว้นที่การเมืองไม่มีเสถียรภาพ เกิดการกบฏเปลี่ยนผู้นำแคว้นเป็นว่าเล่น เคราะห์กรรมจึงมาตกอยู่ที่ประชาชนทหารเฝ้าเมืองต้องเข้มงวดตรวจคนเข้าเมืองเพื่อไม่ให้คนลักลอบเข้ามาทำเรื่องผิดกฎหมายเมื่อมาถึงหน้าเมือง เมิ่งกวัยฮุยก็ยื่นป้ายประจำตัวให้แก่ทหารที่เฝ้าอยู่หน้าประตูเมือง ทันทีที่ทหารทราบว่าเป็นแม่ทัพคนใหม่ก็ทำการคารวะ เรียกความสนใจจากชาวเมืองที่กำลังต่อแถวเข้าเมืองให้หันมามองเขาเป็นตาเดียว“นี่นะหรือแม่ทัพคนใหม่ ไยดูอ่อนเยาว์เช่นนี้”“นั่นสิ เหมือนคุณชายมากกว่าเหมือนแม่ทัพ หน้าขาวแบบนี้จะมีฝีม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status