LOGINตายแล้วก็ตายไป แต่ทำไมต้องทะลุมาเป็นนางร้ายในนิยายด้วย! แถมยังเป็นนางร้ายที่โง่งม ปักใจรักผู้ชายที่ไม่เห็นค่าอีก แม่มันเถอะ! จ้างให้ก็ไม่เล่นตามบทหรอกโว๊ย!!! เรื่องย่อ : เพราะถูกคนคุยหักอกหันไปรักรุ่นน้องนักกีฬาที่เข้ามาใหม่ ซีซีเลยอินกับบทบาทของนางร้ายที่ถูกนางเอกยื้อแย่งคู่หมั้นไป แม้จะด่าหลิวฟ่านซี นางร้ายในเรื่องว่าโง่เง่าขนาดไหน ซีซีก็ไม่เห็นด้วยกับตอนจบของนิยายเลยสักนิด ทั้งขัดใจ ทั้งค้างคา ทั้งสงสาร แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าซีซีจะอยากเข้ามาอยู่ในร่างนางร้ายซะหน่อย!!! ตื่นมาอีกทีก็รู้ว่าตัวเองกลายเป็นนางร้ายที่แสนจะโง่เง่า ทุกข์ระทมใจกับพระเอกใจโลเล เอาเถิด! ชาตินี้นางจะใช้ชีวิตอย่างเงียบสงบ ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับตัวละครหลักของเรื่อง ไม่ไปแทรกวาสนาของคู่พระนางเด็ดขาด! แต่เหตุใดสวรรค์ช่างกลั่นแกล้ง ทั้งที่พยายามหนีห่าง ดันกลายเป็นจุดสนใจ ทั้งพระเอกทั้งตัวร้าย เหตุใดชอบมาวุ่นวายกับนางนักเล่า!!! หลิวฟ่านซี "ชาตินี้ข้าไม่แต่งกับใคร เกาะพี่ชายกินไปวันๆ น่าจะสบายกว่า"
View Moreคำพูดปากต่อปากว่าคุณหนูเล็กสกุลโจวกับองค์ชายสามประทับฝีปากกันกลางถนน สกุลโจวพึ่งจะกลับเข้ามาอยู่ในเมืองหลวง หลังจากที่ไปอยู่แถบชนบทมาสิบกว่าปี ก็ตกเป็นขี้ปากชาวบ้าน เรื่องบัดสีเช่นนี้ไม่มีผู้ใดว่าดี ย่อมเห็นไปในทางเดียวกันว่าสกุลโจวคิดอาจเอื้อม ส่งบุตรสาวไปล่อลวงองค์ชายอันที่จริงเรื่องพวกนี้เชื้อพระวงศ์จะทำเมินเฉยย่อมได้ แต่กับฮองเฮาหลิวฟ่านซีแล้ว อย่างไรก็ต้องรับผิดชอบ นางอยู่ที่นี่มานาน เข้าใจวิถีชีวิตของคนในยุคสมัยนี้ รับรู้ว่าชีวิตของสตรีในยุคนี้ยากแค้นเพียงใด การที่ถูกบุรุษล่วงเกินต่อหน้าผู้คนมากมาย แม้จะเป็นอุบัติเหตุ สตรีย่อมเสียหายไปแล้ว คงมิมีชายใดที่จะกล้าเข้ามาเกี้ยวพา“พวกข้าจะมาพบใต้เท้าโจวและฮูหยิน” องค์ฮ่องเต้ตรัสกับบ่าวที่เฝ้าอยู่นอกจวนสิ้นเสียงบ่าวไพร่ที่หมอบอยู่บนพื้นก็รีบเปิดประตูให้ผู้สูงศักดิ์ทั้งหลายทันที และนั่นเป็นจังหวะที่คนสกุลโจวต่างก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาโค้งคำนับ“ถวายพระพรฝ่าบาท ถวายพระพรฮองเฮา องค์ชาย องค์หญิง”“ใต้เท้าโจว ไม่พบกันเสียนาน”“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”โจวเทียนฉีย้ายออกจากเมืองหลวงหลังจากที่แต่งกับเถียนลี่มี่ เห็นว่าไปอยู่เมืองทางใต้ย่านค้าขาย ปร
โอรสสวรรค์ในอาภรณ์เต็มยศพึ่งกลับมาจากว่าราชการในท้องพระโรง จุดหมายแรกที่ก้าวเดินไปคงไม่พ้นตำหนักของฮองเฮารัก บุรุษวัยกลางคนที่อายุอานามย่างเข้าเลขสี่ยิ่งดูสง่าผ่าเผยขึ้นทุกวัน ทำเอาเหล่านางกำนัลวัยแรกแย้มใจเหลวกันถ้วนทั่วกระนั้นก็ไม่มีผู้ใดกล้าปีนป่ายเลื่อนจากนางกำนัลไปเป็นสนม เพราะรู้อยู่แล้วว่าองค์ฮ่องเต้รักมั่นเพียงฮองเฮา เหล่าสนมที่เคยได้รับแต่งตั้ง ถูกปลดทันทีที่ฮองเฮาตั้งครรภ์มังกร ซ้ำพระองค์ยังปฏิเสธการรับสนม ด้วยเหตุผลว่าฮองเฮาผู้เดียวก็มีทายาทให้ฝ่าบาทได้นับสิบ“อ่าว เหตุใดมานั่งคุกเข่าอยู่เช่นนี้เล่าเจ้าสาม เจ้าสี่” แม้จะไม่ถึงสิบอย่างที่องค์กษัตริย์ตรัส ทว่าบัดนี้ฮองเฮาก็ให้กำเนิดองค์ชายถึงสี่พระองค์ องค์หญิงอีกสอง“แหะๆ ลูกถูกเสด็จแม่โกรธพ่ะย่ะค่ะ เสด็จพ่อช่วยลูกด้วย” จางกงซานเล่อองค์ชายสามของแคว้นกะพริบตาปริบๆ ทำหน้ากระเง้ากระงอด ต่างกับน้องชายที่คุกเข่ากอดอกนิ่ง ยอมรับโทษแต่โดยดี“มิต้องขอให้เสด็จพ่อของเจ้าช่วย เรื่องนี้อย่างไรแม่ก็ไม่ใจอ่อน มีอย่างที่ไหนแอบพาน้องไปเที่ยวหอนางโลม แม่เคยบอกแล้วใช่หรือไม่ว่าหากยังไม่ครบสิบแปดหนาว อย่าได้หวัง!”“โอ๊ย~ หูลูกจะขาดแล้วพ่ะย่ะค
แปะ! แปะ! แปะ!“สมกับเป็นพี่ชายข้าจริงๆ” ฟ่านซีถึงกับหันมาปรบมือให้พี่รอง ก่อนหน้านี้เขาก็ถามฝ่าบาทเช่นเดียวกับที่พี่ใหญ่ถาม เพราะนางยังคงยึดติดกับเนื้อเรื่องเดิมในนิยาย เลยอคติกับจางกงเต๋อหัวอยู่บ้างอันที่จริงวันที่ฝ่าบาทสงสัยเหลียนป๋อ นางยังเถียงแทนเขาอยู่เลยว่าไม่น่าใช่ แต่ใครจะคิดว่าเรื่องราวจะกลับตาลปัตรเช่นนี้“หึๆ ข้าก็ยังยืนยันคำเดิมว่าแคว้นต้าเฉวียนมีขุนนางที่ฉลาดหลักแหลม”“พี่ชายหม่อมฉันย่อมเหมือนหม่อมฉันเพคะ”“เป็นเพราะบิดา มารดา และท่านอาจารย์คอยสั่งสอนพ่ะย่ะค่ะ” พี่น้องคู่นี้อย่างไรก็ไม่มีทางยอมกัน ขนาดน้องสาวเป็นถึงฮองเฮา จ้งเหลียนก็ยังกล้า“ชิ ฝ่าบาทดูสิเพคะ”“สายเลือดเดียวกัน อย่างไรเสียใต้เท้าหลิวย่อมต้องได้ความฉลาดมาจากเจ้าบ้าง” คำพูดเอาใจของสวามีทำให้หน้างอๆ นั้นยกยิ้มอย่างเหนือกว่า ต่างกับคนอื่นที่ได้แต่เกาหัว พี่ชายได้รับความฉลาดมาจากน้องสาว เอ่อ~ ที่จูหลิงว่าฝ่าบาทตามใจฮองเฮาจนเสียคน เป็นเช่นนี้นี่เองชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้“จริงสิพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมอยากทูลขอความดีความชอบให้กับใต้เท้าโจว หลักฐานครานี้เขามีส่วนช่วยอยู่มากพ่ะย่ะค่ะ ที่ผ่านมาก็มิเคยทำหน้าที่ขาดตก
“ซีซี หลิวฟ่านซี ตื่นได้แล้ว” เสียงเรียกไม่คุ้นเคยดังขึ้นข้างหูไม่หยุด ทำให้เปลือกตาที่หนักอึ้งต้องขยับลืมตาตื่นขึ้นมา รอบข้างมีหมอกหนามองไปทางใดก็เห็นแต่สีขาว กระนั้นซีซีก็พยายามหาต้นตอของเสียง ทว่าภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้นางตกใจจนร้องเสียงดังกรี๊ด!!!สตรีตรงหน้าไม่มีส่วนใดผิดแผกไปจากนางเลยสักนิด ซีซีกลืนน้ำลายลงคืออึกใหญ่ นึกขึ้นมาได้ทันทีว่าอีกฝ่ายคงเป็นหลิวฟ่านซีตัวจริง ความคิดในหัวจึงฟุ้งซ่านคาดการณ์ไปก่อนต่างๆ นานาอีกฝ่ายต้องการร่างคืนหรืออย่างไร แล้วเหตุใดถึงมาเอาตอนนี้ ถึงเวลาที่นางต้องกลับไปยังโลกเดิมแล้วหรือคำถามเหล่านี้วนเวียนสับสนอยู่ในหัว ทว่ากลับไม่ได้รับคำตอบ เพราะอีกฝ่ายเพียงส่งยิ้มให้และโบกมือลา ก่อนที่อีกฝ่ายจะห่างออกไปเรื่อยๆ“ดะ เดี๋ยวก่อน!” สองเท้ารีบวิ่งก้าวตามอย่างไม่รู้ทิศทาง แต่อยู่ๆ ก็ราวกับนางก้าวพลาด ร่างกายเหมือนร่วงหล่นลงปากเหวลึก สองมือพยายามเกาะคว้าบางสิ่งแต่กลับไม่เป็นผล ร่างเล็กปลิวพลิกไปมาไม่ต่างกับใบไม้ที่ร่วงหล่น“เฮือก!” ซีซีลืมตาโพลง หอบหายใจเอาอากาศเข้าไปอย่างหนักหน่วง ทว่าครานี้ภาพที่เห็นตรงหน้าเป็นเพดานไม้หรูหราที่คุ้นตา และเสียงที่แว่วมานั้น
“ผู้ใดมีปากเสียงกันอย่างนั้นหรือ” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นในห้องส่วนตัวด้านบนของร้าน“เป็นคุณหนูสกุลหลิวพ่ะย่ะค่ะ ดูเหมือนว่าจะมีปากเสียงกับใต้เท้าโจว”คำตอบของคนสนิททำเอาจอกสุราในมือแกร่งชะงักนิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาเอียงคอสงสัย จากที่รับรู้มาบุตรีอดีตราชครูหลิวลุ่มหลงโจวเทียนฉีมากมิใช่หรือ แล้วเหตุใดจึงมีป
“คนบ้าหรือจูหลิง ไล่ไปไกลๆ อย่าให้เข้าใกล้หลานข้า” ใบหน้างามชักสีหน้าไม่พอใจกับบุรุษไร้มารยาท ก่อนจะหันกลับมาสั่งชากับพนักงานของร้าน และเดินจูงมือหลานๆ ไปนั่งโต๊ะที่ว่างอยู่ถือว่าร้านนี้จัดแจงสถานที่ได้น่าสนใจไม่น้อย ถือว่าแปลกตาสำหรับฟ่านซีเป็นอย่างมาก เพราะต่างจากที่นางจินตนาการไว้เยอะ การตกแต่ง
“ไม่ต้องหรอกเจ้าค่ะท่านพ่อ ท่านพี่” คำปฏิเสธทำให้ทุกคนในเรือนนึกประหลาดใจ“ทำไมเล่าซีซี หรือเพราะสิ่งที่พี่รองเจ้าพูด อย่าได้เก็บคำของเขามาใส่ใจเลย” เกาผิงอันเอ่ยปลอบน้องสามีด้วยความสงสาร ไม่วายหันไปดุสามีผ่านสายตา“นั่นสิลูก อย่าไปฟังคำพี่รองของเจ้านักเลย”“ไม่ใช่เจ้าค่ะท่านแม่ ข้าเพียงแต่ไม่อยากแ
หลิวฟ่านซีที่ยังไม่ค่อยคุ้นชินจึงทำเพียงส่งยิ้มบางเบา ลงมือทานไปพลาง สังเกตผู้คนรอบๆ โต๊ะไปพลาง ดูเหมือนว่าทุกคนจะค่อนข้างเคร่งเรื่องมารยาทบนโต๊ะอาหาร เพราะทันทีนายท่านของเรือนเริ่มคีบอาหารก็ไม่มีใครปริปากพูดสกุลหลิวมีทั้งหมดเก้าชีวิต อดีตราชครูหลิวหวังหลี่ ฮูหยินม่านฝางภรรยาเพียงหนึ่งเดียวของท่าน


















reviewsMore