LOGINตายแล้วก็ตายไป แต่ทำไมต้องทะลุมาเป็นนางร้ายในนิยายด้วย! แถมยังเป็นนางร้ายที่โง่งม ปักใจรักผู้ชายที่ไม่เห็นค่าอีก แม่มันเถอะ! จ้างให้ก็ไม่เล่นตามบทหรอกโว๊ย!!! เรื่องย่อ : เพราะถูกคนคุยหักอกหันไปรักรุ่นน้องนักกีฬาที่เข้ามาใหม่ ซีซีเลยอินกับบทบาทของนางร้ายที่ถูกนางเอกยื้อแย่งคู่หมั้นไป แม้จะด่าหลิวฟ่านซี นางร้ายในเรื่องว่าโง่เง่าขนาดไหน ซีซีก็ไม่เห็นด้วยกับตอนจบของนิยายเลยสักนิด ทั้งขัดใจ ทั้งค้างคา ทั้งสงสาร แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าซีซีจะอยากเข้ามาอยู่ในร่างนางร้ายซะหน่อย!!! ตื่นมาอีกทีก็รู้ว่าตัวเองกลายเป็นนางร้ายที่แสนจะโง่เง่า ทุกข์ระทมใจกับพระเอกใจโลเล เอาเถิด! ชาตินี้นางจะใช้ชีวิตอย่างเงียบสงบ ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับตัวละครหลักของเรื่อง ไม่ไปแทรกวาสนาของคู่พระนางเด็ดขาด! แต่เหตุใดสวรรค์ช่างกลั่นแกล้ง ทั้งที่พยายามหนีห่าง ดันกลายเป็นจุดสนใจ ทั้งพระเอกทั้งตัวร้าย เหตุใดชอบมาวุ่นวายกับนางนักเล่า!!! หลิวฟ่านซี "ชาตินี้ข้าไม่แต่งกับใคร เกาะพี่ชายกินไปวันๆ น่าจะสบายกว่า"
View MoreMariana Hall sintió ese cuerpo sobre el suyo, no pudo alejarlo, un calor elevaba la temperatura de la habitación, sus labios no escaparon de los suyos, y se sintió vencida por sus caricias.
Cuando abrió los ojos, al día siguiente, se enderezó en la cama, miró al hombre que estaba a su lado, sintió un frío en su corazón, sus manos temblaban, quitó los mechones de cabello oscuro para saber por fin, quien era ese hombre, aunque la sospecha yacía en su mente.
No tuvo duda, era él, sintió un escalofrío recorrer su esqueleto, ese hombre era Demetrius Vicent, era el poderoso CEO de Vicent Company, era peor aún, ¡Era el hermano de su prometido, con quien en unas horas se casaría!
«En unas horas me caso… ¡En unas horas me caso!», pensó conmocionada, se levantó de la cama, sintió que todo daba vueltas, se alejó de esa cama, ¿Quién era ella? ¿Una mujerzuela que pasaba la noche con un hombre que no era su prometido?
Las lágrimas rodaron por su rostro, los recuerdos vinieron tan rápido como en una montaña rusa.
Flashback:
«Era su despedida de soltera, su mejor amiga Sylvia organizó todo, fue ella quien ordenó a todas las amigas la forma en que debían vestir; minifalda oscura, blusa corta, y zapatillas altas, todas, sin excepción, debían llevar un antifaz rojo que cubría casi todo su rostro, excepto los labios.
Recordó haber disfrutado como nunca, estaba tan feliz, y alegre, no recordó beber tanto, solo una copa o dos, luego se sintió mareada, fue al cuarto de baño, y cuando salió nadie más estaba ahí, creyó que era una buena broma, de esas que le solía gastar Sylvia, sin embargo, cuando subió a una habitación, donde escuchó un sonido, encontró a ese hombre.
Se sorprendió al verlo, era Demetrius Vicent, miró sus ojos con duda, él sonrió con algo de picardía en su mirada, se puso nerviosa.
Lo conocía poco, era el medio hermano de su prometido, su madre se casó con otro millonario, con quien tuvo a su hijo Finn.
En secreto, Marina se enamoró a primera vista de Demetrius, hace un año, cuando aún no era novia de Finn, pero él era como un inalcanzable en su vida, nunca se atrevió a decirle nada, así que, cuando Finn le propuso ser su novio, ella lo aceptó al saber que Demetrius tenía una novia que amaba, sin embargo, ella lo dejó tiempo después, Marina no pudo abandonar a Finn, porque él la amaba de verdad.
La mujer retrocedió unos pasos, quería escapar, ella estaba ebria, él estaba acercándose, pero su mirada estaba llena de lujuria, le hacía dudar de su propia actitud, él no sabía quién era ella.
Sintió las manos de Demetrius estrechar su cintura, ella quiso gritar, pero notó que estaba ebrio, eso era demasiado peligroso, él ebrio y ella también, eso era como una bomba a punto de detonar.
Marina creyó que podía resistirlo, hasta que sus labios besaron los suyos, intentó manotear, alejarlo de ella, él quiso quitar su antifaz, ella lo impidió, la habitación oscureció ante la llegada del ocaso.
Cundo por fin pudo alejarse, y pudo llegar al umbral de la puerta, sintió esas feroces manos que la llevaron a la cama, su boca invadió la suya, sintió que estaba rendida, cayendo en sus brazos»
Marina volvió a la realidad, apenas pudo vestirse, ponerse zapatos y salir deprisa.
Bajó la escalera, incluso la casa de Sylvia seguía tan vacía como antes.
Tomó un taxi y fue hasta su departamento.
Al llegar a su departamento fue a su habitación, se miró al espejo, se quitó la ropa y se quedó desnuda, se sintió extraña, como una traidora.
«¡Debo decir la verdad a Finn!» pensó, sus ojos se volvieron llorosos.
—Sé que romperé su corazón, pero es lo mejor.
Ella tomó su teléfono y lo llamó.
—Debo verte, Finn.
—¿Qué dices, cariño? En solo unas horas seremos marido y mujer, espera a la boda, ya quiero verte vestida de novia.
—¡No puedo! —exclamó y rompió en llanto.
—¿Marina? ¡No hagas esto! ¿Recuerdas que prometiste darme una oportunidad para enamorarte? Todo va a mejorar, mi amor, solo dame una oportunidad.
Ella sintió que la dejaba sin aliento, la hacía sentir peor.
—¡Escúchame, Finn! Ayer, cometí un gran error, estaba tan ebria y yo…
—¡Marina! No importa lo que pasó ayer, o cualquier otro día, que no sea hoy, nuestra vida nueva comienza hoy, y todo lo que pasó antes es solo el pasado para mí, eso no tiene importancia, olvídalo, y sé mi esposa, ¿Estarás en la iglesia para ser mi esposa?
Ella titubeó, pero no pudo rechazarlo, él era tan bueno con ella.
—Sí, Finnlay, estaré ahí para ser tu esposa.
—Te amo, Marina —él colgó la llamada.
Ella sintió las lágrimas calientes correr por su rostro, entró a la ducha, sintiendo el agua fría sobre su cuerpo, quería olvidarlo todo, borrar a Demetrius Vicent de su piel.
คำพูดปากต่อปากว่าคุณหนูเล็กสกุลโจวกับองค์ชายสามประทับฝีปากกันกลางถนน สกุลโจวพึ่งจะกลับเข้ามาอยู่ในเมืองหลวง หลังจากที่ไปอยู่แถบชนบทมาสิบกว่าปี ก็ตกเป็นขี้ปากชาวบ้าน เรื่องบัดสีเช่นนี้ไม่มีผู้ใดว่าดี ย่อมเห็นไปในทางเดียวกันว่าสกุลโจวคิดอาจเอื้อม ส่งบุตรสาวไปล่อลวงองค์ชายอันที่จริงเรื่องพวกนี้เชื้อพระวงศ์จะทำเมินเฉยย่อมได้ แต่กับฮองเฮาหลิวฟ่านซีแล้ว อย่างไรก็ต้องรับผิดชอบ นางอยู่ที่นี่มานาน เข้าใจวิถีชีวิตของคนในยุคสมัยนี้ รับรู้ว่าชีวิตของสตรีในยุคนี้ยากแค้นเพียงใด การที่ถูกบุรุษล่วงเกินต่อหน้าผู้คนมากมาย แม้จะเป็นอุบัติเหตุ สตรีย่อมเสียหายไปแล้ว คงมิมีชายใดที่จะกล้าเข้ามาเกี้ยวพา“พวกข้าจะมาพบใต้เท้าโจวและฮูหยิน” องค์ฮ่องเต้ตรัสกับบ่าวที่เฝ้าอยู่นอกจวนสิ้นเสียงบ่าวไพร่ที่หมอบอยู่บนพื้นก็รีบเปิดประตูให้ผู้สูงศักดิ์ทั้งหลายทันที และนั่นเป็นจังหวะที่คนสกุลโจวต่างก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาโค้งคำนับ“ถวายพระพรฝ่าบาท ถวายพระพรฮองเฮา องค์ชาย องค์หญิง”“ใต้เท้าโจว ไม่พบกันเสียนาน”“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”โจวเทียนฉีย้ายออกจากเมืองหลวงหลังจากที่แต่งกับเถียนลี่มี่ เห็นว่าไปอยู่เมืองทางใต้ย่านค้าขาย ปร
โอรสสวรรค์ในอาภรณ์เต็มยศพึ่งกลับมาจากว่าราชการในท้องพระโรง จุดหมายแรกที่ก้าวเดินไปคงไม่พ้นตำหนักของฮองเฮารัก บุรุษวัยกลางคนที่อายุอานามย่างเข้าเลขสี่ยิ่งดูสง่าผ่าเผยขึ้นทุกวัน ทำเอาเหล่านางกำนัลวัยแรกแย้มใจเหลวกันถ้วนทั่วกระนั้นก็ไม่มีผู้ใดกล้าปีนป่ายเลื่อนจากนางกำนัลไปเป็นสนม เพราะรู้อยู่แล้วว่าองค์ฮ่องเต้รักมั่นเพียงฮองเฮา เหล่าสนมที่เคยได้รับแต่งตั้ง ถูกปลดทันทีที่ฮองเฮาตั้งครรภ์มังกร ซ้ำพระองค์ยังปฏิเสธการรับสนม ด้วยเหตุผลว่าฮองเฮาผู้เดียวก็มีทายาทให้ฝ่าบาทได้นับสิบ“อ่าว เหตุใดมานั่งคุกเข่าอยู่เช่นนี้เล่าเจ้าสาม เจ้าสี่” แม้จะไม่ถึงสิบอย่างที่องค์กษัตริย์ตรัส ทว่าบัดนี้ฮองเฮาก็ให้กำเนิดองค์ชายถึงสี่พระองค์ องค์หญิงอีกสอง“แหะๆ ลูกถูกเสด็จแม่โกรธพ่ะย่ะค่ะ เสด็จพ่อช่วยลูกด้วย” จางกงซานเล่อองค์ชายสามของแคว้นกะพริบตาปริบๆ ทำหน้ากระเง้ากระงอด ต่างกับน้องชายที่คุกเข่ากอดอกนิ่ง ยอมรับโทษแต่โดยดี“มิต้องขอให้เสด็จพ่อของเจ้าช่วย เรื่องนี้อย่างไรแม่ก็ไม่ใจอ่อน มีอย่างที่ไหนแอบพาน้องไปเที่ยวหอนางโลม แม่เคยบอกแล้วใช่หรือไม่ว่าหากยังไม่ครบสิบแปดหนาว อย่าได้หวัง!”“โอ๊ย~ หูลูกจะขาดแล้วพ่ะย่ะค
แปะ! แปะ! แปะ!“สมกับเป็นพี่ชายข้าจริงๆ” ฟ่านซีถึงกับหันมาปรบมือให้พี่รอง ก่อนหน้านี้เขาก็ถามฝ่าบาทเช่นเดียวกับที่พี่ใหญ่ถาม เพราะนางยังคงยึดติดกับเนื้อเรื่องเดิมในนิยาย เลยอคติกับจางกงเต๋อหัวอยู่บ้างอันที่จริงวันที่ฝ่าบาทสงสัยเหลียนป๋อ นางยังเถียงแทนเขาอยู่เลยว่าไม่น่าใช่ แต่ใครจะคิดว่าเรื่องราวจะกลับตาลปัตรเช่นนี้“หึๆ ข้าก็ยังยืนยันคำเดิมว่าแคว้นต้าเฉวียนมีขุนนางที่ฉลาดหลักแหลม”“พี่ชายหม่อมฉันย่อมเหมือนหม่อมฉันเพคะ”“เป็นเพราะบิดา มารดา และท่านอาจารย์คอยสั่งสอนพ่ะย่ะค่ะ” พี่น้องคู่นี้อย่างไรก็ไม่มีทางยอมกัน ขนาดน้องสาวเป็นถึงฮองเฮา จ้งเหลียนก็ยังกล้า“ชิ ฝ่าบาทดูสิเพคะ”“สายเลือดเดียวกัน อย่างไรเสียใต้เท้าหลิวย่อมต้องได้ความฉลาดมาจากเจ้าบ้าง” คำพูดเอาใจของสวามีทำให้หน้างอๆ นั้นยกยิ้มอย่างเหนือกว่า ต่างกับคนอื่นที่ได้แต่เกาหัว พี่ชายได้รับความฉลาดมาจากน้องสาว เอ่อ~ ที่จูหลิงว่าฝ่าบาทตามใจฮองเฮาจนเสียคน เป็นเช่นนี้นี่เองชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้“จริงสิพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมอยากทูลขอความดีความชอบให้กับใต้เท้าโจว หลักฐานครานี้เขามีส่วนช่วยอยู่มากพ่ะย่ะค่ะ ที่ผ่านมาก็มิเคยทำหน้าที่ขาดตก
“ซีซี หลิวฟ่านซี ตื่นได้แล้ว” เสียงเรียกไม่คุ้นเคยดังขึ้นข้างหูไม่หยุด ทำให้เปลือกตาที่หนักอึ้งต้องขยับลืมตาตื่นขึ้นมา รอบข้างมีหมอกหนามองไปทางใดก็เห็นแต่สีขาว กระนั้นซีซีก็พยายามหาต้นตอของเสียง ทว่าภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้นางตกใจจนร้องเสียงดังกรี๊ด!!!สตรีตรงหน้าไม่มีส่วนใดผิดแผกไปจากนางเลยสักนิด ซีซีกลืนน้ำลายลงคืออึกใหญ่ นึกขึ้นมาได้ทันทีว่าอีกฝ่ายคงเป็นหลิวฟ่านซีตัวจริง ความคิดในหัวจึงฟุ้งซ่านคาดการณ์ไปก่อนต่างๆ นานาอีกฝ่ายต้องการร่างคืนหรืออย่างไร แล้วเหตุใดถึงมาเอาตอนนี้ ถึงเวลาที่นางต้องกลับไปยังโลกเดิมแล้วหรือคำถามเหล่านี้วนเวียนสับสนอยู่ในหัว ทว่ากลับไม่ได้รับคำตอบ เพราะอีกฝ่ายเพียงส่งยิ้มให้และโบกมือลา ก่อนที่อีกฝ่ายจะห่างออกไปเรื่อยๆ“ดะ เดี๋ยวก่อน!” สองเท้ารีบวิ่งก้าวตามอย่างไม่รู้ทิศทาง แต่อยู่ๆ ก็ราวกับนางก้าวพลาด ร่างกายเหมือนร่วงหล่นลงปากเหวลึก สองมือพยายามเกาะคว้าบางสิ่งแต่กลับไม่เป็นผล ร่างเล็กปลิวพลิกไปมาไม่ต่างกับใบไม้ที่ร่วงหล่น“เฮือก!” ซีซีลืมตาโพลง หอบหายใจเอาอากาศเข้าไปอย่างหนักหน่วง ทว่าครานี้ภาพที่เห็นตรงหน้าเป็นเพดานไม้หรูหราที่คุ้นตา และเสียงที่แว่วมานั้น
“ผู้ใดมีปากเสียงกันอย่างนั้นหรือ” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นในห้องส่วนตัวด้านบนของร้าน“เป็นคุณหนูสกุลหลิวพ่ะย่ะค่ะ ดูเหมือนว่าจะมีปากเสียงกับใต้เท้าโจว”คำตอบของคนสนิททำเอาจอกสุราในมือแกร่งชะงักนิ่ง ใบหน้าหล่อเหลาเอียงคอสงสัย จากที่รับรู้มาบุตรีอดีตราชครูหลิวลุ่มหลงโจวเทียนฉีมากมิใช่หรือ แล้วเหตุใดจึงมีป
“คนบ้าหรือจูหลิง ไล่ไปไกลๆ อย่าให้เข้าใกล้หลานข้า” ใบหน้างามชักสีหน้าไม่พอใจกับบุรุษไร้มารยาท ก่อนจะหันกลับมาสั่งชากับพนักงานของร้าน และเดินจูงมือหลานๆ ไปนั่งโต๊ะที่ว่างอยู่ถือว่าร้านนี้จัดแจงสถานที่ได้น่าสนใจไม่น้อย ถือว่าแปลกตาสำหรับฟ่านซีเป็นอย่างมาก เพราะต่างจากที่นางจินตนาการไว้เยอะ การตกแต่ง
“ไม่ต้องหรอกเจ้าค่ะท่านพ่อ ท่านพี่” คำปฏิเสธทำให้ทุกคนในเรือนนึกประหลาดใจ“ทำไมเล่าซีซี หรือเพราะสิ่งที่พี่รองเจ้าพูด อย่าได้เก็บคำของเขามาใส่ใจเลย” เกาผิงอันเอ่ยปลอบน้องสามีด้วยความสงสาร ไม่วายหันไปดุสามีผ่านสายตา“นั่นสิลูก อย่าไปฟังคำพี่รองของเจ้านักเลย”“ไม่ใช่เจ้าค่ะท่านแม่ ข้าเพียงแต่ไม่อยากแ
หลิวฟ่านซีที่ยังไม่ค่อยคุ้นชินจึงทำเพียงส่งยิ้มบางเบา ลงมือทานไปพลาง สังเกตผู้คนรอบๆ โต๊ะไปพลาง ดูเหมือนว่าทุกคนจะค่อนข้างเคร่งเรื่องมารยาทบนโต๊ะอาหาร เพราะทันทีนายท่านของเรือนเริ่มคีบอาหารก็ไม่มีใครปริปากพูดสกุลหลิวมีทั้งหมดเก้าชีวิต อดีตราชครูหลิวหวังหลี่ ฮูหยินม่านฝางภรรยาเพียงหนึ่งเดียวของท่าน












reviewsMore