เข้าสู่ระบบตายแล้วก็ตายไป แต่ทำไมต้องทะลุมาเป็นนางร้ายในนิยายด้วย! แถมยังเป็นนางร้ายที่โง่งม ปักใจรักผู้ชายที่ไม่เห็นค่าอีก แม่มันเถอะ! จ้างให้ก็ไม่เล่นตามบทหรอกโว๊ย!!! เรื่องย่อ : เพราะถูกคนคุยหักอกหันไปรักรุ่นน้องนักกีฬาที่เข้ามาใหม่ ซีซีเลยอินกับบทบาทของนางร้ายที่ถูกนางเอกยื้อแย่งคู่หมั้นไป แม้จะด่าหลิวฟ่านซี นางร้ายในเรื่องว่าโง่เง่าขนาดไหน ซีซีก็ไม่เห็นด้วยกับตอนจบของนิยายเลยสักนิด ทั้งขัดใจ ทั้งค้างคา ทั้งสงสาร แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าซีซีจะอยากเข้ามาอยู่ในร่างนางร้ายซะหน่อย!!! ตื่นมาอีกทีก็รู้ว่าตัวเองกลายเป็นนางร้ายที่แสนจะโง่เง่า ทุกข์ระทมใจกับพระเอกใจโลเล เอาเถิด! ชาตินี้นางจะใช้ชีวิตอย่างเงียบสงบ ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับตัวละครหลักของเรื่อง ไม่ไปแทรกวาสนาของคู่พระนางเด็ดขาด! แต่เหตุใดสวรรค์ช่างกลั่นแกล้ง ทั้งที่พยายามหนีห่าง ดันกลายเป็นจุดสนใจ ทั้งพระเอกทั้งตัวร้าย เหตุใดชอบมาวุ่นวายกับนางนักเล่า!!! หลิวฟ่านซี "ชาตินี้ข้าไม่แต่งกับใคร เกาะพี่ชายกินไปวันๆ น่าจะสบายกว่า"
ดูเพิ่มเติมเสียงโห่ร้องตะโกนก่นด่านักโทษก่อกบฏดังขึ้นแซ่ซ้อง ชาวบ้านหลายพันชีวิตในเมืองหลวงแคว้นต้าเฉวียนแห่แหนกันมาดูการลงทัณฑ์กบฏที่คิดคดต่อบ้านเมือง คบคิดกับคนแคว้นเจี้ยนหนานหวังล้มล้างราชบัลลังก์
“ลงโทษให้หนัก จะได้ไม่มีผู้ใดกล้าอีก”
“จริงดังว่า สมควรประหารเก้าชั่วโคตรทุกคนเสียด้วยซ้ำ ฝ่าบาทช่างมีเมตตายิ่งนัก”
คำกล่าวโทษเหล่านั้นมิได้ดังเข้าหูของหลิวฟ่านซีเลยสักนิด
สตรีที่เคยงดงามดั่งดอกฟ้าบัดนี้ไร้ซึ่งสง่า ใบหน้าซูบตอบเต็มไปด้วยฝุ่นผงและโลหิตเปรอะเปื้อน ร่างกายผ่ายผอมถูกมัดไว้กับเสาไม้ตั้งตระหง่านอยู่กลางลานประหาร จะว่าโดดเดี่ยวก็เอ่ยได้ไม่เต็มปาก ในลานประหารแห่งนี้มีกบฏอีกนับยี่สิบคนที่กำลังรอรับคำตัดสินจากเจ้าแผ่นดิน องค์ฮ่องเต้จางกงหลัวเค่อ
ดวงตาเศร้าหมองเหม่อมองไปทั่ว กระทั่งสะดุดเข้ากับครอบครัวสกุลหลิว ทั้งท่านพ่อ ท่านแม่ และพี่ชายทั้งสองต่างมารอส่งนางในวาระสุดท้ายของชีวิต
“ท่านแม่ เหตุใดซูบผอมนักเล่าเจ้าคะ ฮึก” เสียงแหบพึมพำกับตนเอง ภาพตรงหน้าตอกย้ำให้หลิวฟ่านซีกลายเป็นลูกอกตัญญูที่ทำให้บิดามารดาผิดหวัง ทำให้สกุลหลิวต้องเสื่อมเสียเพียงเพราะความโง่เขลาของนาง
“หลิวฟ่านซี มีความผิดโทษฐานลอบส่งข้อมูลราชการให้กบฏ แต่สอบสวนจนทราบว่าไร้ซึ่งเจตนา มิได้คิดคดต่อบ้านเมือง ฝ่าบาทจึงเมตตาพระราชทานสุราพิษ” เสียงประกาศคำตัดสินโทษดังก้องไปทั่วทั้งบริเวณ
ครอบครัวสกุลหลิวแม้จะเตรียมใจมาบ้างแล้ว ก็ยังมิอาจกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้ ไข่มุกล้ำค่าที่เฝ้าทะนุถนอมบัดนี้ต้องถูกพรากไปไกลแสนไกล ทิ้งไว้เพียงความรู้สึกผิดและเจ็บช้ำที่บิดามารดามิอาจสอนสั่งบุตรให้ดี พี่ชายมิอาจดูแลปกป้องน้องสาวเอาไว้ได้
“ลงทัณฑ์ตามคำตัดสิน!!!”
สิ้นเสียงนั้น ถาดกลมใบหนึ่งก็ถูกนำมาวางไว้ตรงหน้าของคุณหนูสกุลหลิว บนนั้นมีเพียงจอกสุราจอกเดียว ทว่าสายตาเศร้าหมองมิได้มองของเหล่านั้นเลยสักนิด หลิวฟ่านซีเงยหน้ามองเอกบุรุษในชุดขุนนางที่นำของเหล่านั้นมาวาง
ชายผู้นั้นมิใช่ใครอื่น แต่เป็นโจวเทียนฉี บุรุษที่ฟ่านซีรักจนหมดหัวใจ
“ดื่มให้หมดเถิด มิต้องห่วงบิดามารดาของเจ้า สกุลหลิวและสกุลโจวผูกสัมพันธ์กันมานาน อย่างไรเสียก็ไม่ทิ้งขว้างกัน เจ้าจงรับผิดในสิ่งที่ก่อเถิด”
“ฉีเกอ ท่านเคยคิดจะรักข้าหรือไม่...สักเสี้ยวหนึ่งในใจท่าน” เสียงแหบแห้งเอ่ยถาม ด้วยสายตาอ้อนวอน ขอให้อีกฝ่ายพูดในสิ่งที่นางอยากฟังสักครั้ง
“...ข้าเคยคิดว่าสักวันต้องรักเจ้าให้ได้ เคยคิดว่าอย่างไรเราสองก็ต้องตบแต่งตามสัญญาระหว่างตระกูล แต่เรื่องของใจ มิอาจบังคับกันได้จริงๆ”
“เถียนลี่มี่ เป็นเพราะนางใช่หรือไม่” สายตาเว้าวอนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นโกรธแค้นเมื่อเหลือบไปเห็นศัตรูหัวใจที่ยืนอยู่ท่ามกลางฝูงชน
นางผิดที่เลือกทางไม่ถูก โง่เขลาที่อยากกีดกันสตรีผู้นั้นออกไป จนปล่อยให้ตนเองเข้าไปพัวพันเป็นหมากให้พวกกบฏ
ความผิดของนางมีเพียงเท่านี้...ผิดที่โง่เขลา
“มิเกี่ยวข้องกับมี่เอ๋อร์ เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วเจ้ายังไม่สำนึกอีกหรือไร”
“สำนึกสิ่งใดหรือ ฮึก ที่ข้าต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้มิใช่เพราะข้าต้องการให้นางออกจากชีวิตท่านหรือ ข้าผิดหรือไรที่เกลียดสตรีที่แย่งคู่หมั้นของข้า เราสองหมั้นหมายกันแล้ว ท่านเคยเอ่ยต่อข้าว่าจะดีกับข้า จะดูแลข้าชั่วชีวิต แต่พอเถียนลี่มี่เข้ามา ท่านก็เปลี่ยนไป” น้ำสีใสไหลพรากจากหน่วยตา ความอัดอั้นตันใจพรั่งพรูออกมาไม่ขาดสาย
เหตุใดมิมีผู้ใดเข้าใจนางบ้าง เรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด เป็นใครกันแน่ที่เจ็บปวดที่สุด
“...”
“สตรีนางนั้นทำให้ข้าต้องถูกชาวบ้านหัวเราะเยาะ กลายเป็นสตรีหน้าไม่อายตามหึงหวงท่าน ถูกท่านตำหนิ ต่อว่า ทั้งยังเอ่ยขอถอนหมั้นครั้งแล้วครั้งเล่า...เช่นนี้ฉีเกอยังจะเอ่ยว่านางไม่เกี่ยวข้องได้อีกหรือ”
โจวเทียนฉีไม่ได้เอ่ยคำใดออกมา เพียงส่ายหน้าราวกับเอือมระอาหนักหนา ขุนนางหนุ่มลุกออกจากลานประหารไป หลิวฟ่านซีจึงได้แต่มองตามด้วยสายตาที่เจ็บปวด ก่อนที่สายตาคู่นั้นจะแปรเปลี่ยนเป็นความแค้นฝังลึก เมื่อหันไปสบเข้ากับสายตาเสแสร้งแกล้งทำเหมือนโศกเศร้าของเถียนลี่มี่
“เถียนลี่มี่ ข้าขอให้เจ้าจงพบเจอสิ่งเดียวกับข้า ทุกข์อย่างที่ข้าทุกข์ เจ็บอย่างที่เจ้าทำข้าเจ็บ ถึงตอนนั้นข้าจะอโหสิกรรมให้” ว่าเพียงเท่านั้น มือบางที่เพิ่งถูกปลดพันธนาการก็คว้าเอาสุราพิษกระดกเข้าปากจนหมดจอก เพียงไม่นานนักทุกอย่างก็มืดดับลง
ชื่อของหลิวฟ่านซีกลายเป็นผุยผง มิมีผู้ใดจดจำได้อีก
กบฏจางกงเต๋อหัวถูกกวาดล้างจนสิ้น เหล่าขุนนางที่มีผลงานต่างได้รับปูนบำเหน็จตามความดีความชอบที่กระทำ รวมไปถึงโจวเทียนฉีที่ได้เลื่อนขึ้นเป็นขุนนางขั้นสอง ดำรงตำแหน่งสูงสุดในสำนักผู้ตรวจการ ทั้งยังได้รับพระราชทานสมรสกับสตรีในดวงใจอย่างเถียนลี่มี่ ไม่นานนักคู่บุญคู่วาสนาก็ได้ให้กำเนิดบุตรชายตัวน้อย
สามีดี ภรรยาดี บุตรดี ชีวิตนี้คงมิหวังสิ่งใดอีก
จบบริบูรณ์
ปัง!!! ฝ่ามือบางกระทบลงบนโต๊ะด้วยความอึดอัดใจ
“อะไรของแกวะ จบแบบนี้ฉันไม่โอเค!”
คำพูดปากต่อปากว่าคุณหนูเล็กสกุลโจวกับองค์ชายสามประทับฝีปากกันกลางถนน สกุลโจวพึ่งจะกลับเข้ามาอยู่ในเมืองหลวง หลังจากที่ไปอยู่แถบชนบทมาสิบกว่าปี ก็ตกเป็นขี้ปากชาวบ้าน เรื่องบัดสีเช่นนี้ไม่มีผู้ใดว่าดี ย่อมเห็นไปในทางเดียวกันว่าสกุลโจวคิดอาจเอื้อม ส่งบุตรสาวไปล่อลวงองค์ชายอันที่จริงเรื่องพวกนี้เชื้อพระวงศ์จะทำเมินเฉยย่อมได้ แต่กับฮองเฮาหลิวฟ่านซีแล้ว อย่างไรก็ต้องรับผิดชอบ นางอยู่ที่นี่มานาน เข้าใจวิถีชีวิตของคนในยุคสมัยนี้ รับรู้ว่าชีวิตของสตรีในยุคนี้ยากแค้นเพียงใด การที่ถูกบุรุษล่วงเกินต่อหน้าผู้คนมากมาย แม้จะเป็นอุบัติเหตุ สตรีย่อมเสียหายไปแล้ว คงมิมีชายใดที่จะกล้าเข้ามาเกี้ยวพา“พวกข้าจะมาพบใต้เท้าโจวและฮูหยิน” องค์ฮ่องเต้ตรัสกับบ่าวที่เฝ้าอยู่นอกจวนสิ้นเสียงบ่าวไพร่ที่หมอบอยู่บนพื้นก็รีบเปิดประตูให้ผู้สูงศักดิ์ทั้งหลายทันที และนั่นเป็นจังหวะที่คนสกุลโจวต่างก็กึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้ามาโค้งคำนับ“ถวายพระพรฝ่าบาท ถวายพระพรฮองเฮา องค์ชาย องค์หญิง”“ใต้เท้าโจว ไม่พบกันเสียนาน”“พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”โจวเทียนฉีย้ายออกจากเมืองหลวงหลังจากที่แต่งกับเถียนลี่มี่ เห็นว่าไปอยู่เมืองทางใต้ย่านค้าขาย ปร
โอรสสวรรค์ในอาภรณ์เต็มยศพึ่งกลับมาจากว่าราชการในท้องพระโรง จุดหมายแรกที่ก้าวเดินไปคงไม่พ้นตำหนักของฮองเฮารัก บุรุษวัยกลางคนที่อายุอานามย่างเข้าเลขสี่ยิ่งดูสง่าผ่าเผยขึ้นทุกวัน ทำเอาเหล่านางกำนัลวัยแรกแย้มใจเหลวกันถ้วนทั่วกระนั้นก็ไม่มีผู้ใดกล้าปีนป่ายเลื่อนจากนางกำนัลไปเป็นสนม เพราะรู้อยู่แล้วว่าองค์ฮ่องเต้รักมั่นเพียงฮองเฮา เหล่าสนมที่เคยได้รับแต่งตั้ง ถูกปลดทันทีที่ฮองเฮาตั้งครรภ์มังกร ซ้ำพระองค์ยังปฏิเสธการรับสนม ด้วยเหตุผลว่าฮองเฮาผู้เดียวก็มีทายาทให้ฝ่าบาทได้นับสิบ“อ่าว เหตุใดมานั่งคุกเข่าอยู่เช่นนี้เล่าเจ้าสาม เจ้าสี่” แม้จะไม่ถึงสิบอย่างที่องค์กษัตริย์ตรัส ทว่าบัดนี้ฮองเฮาก็ให้กำเนิดองค์ชายถึงสี่พระองค์ องค์หญิงอีกสอง“แหะๆ ลูกถูกเสด็จแม่โกรธพ่ะย่ะค่ะ เสด็จพ่อช่วยลูกด้วย” จางกงซานเล่อองค์ชายสามของแคว้นกะพริบตาปริบๆ ทำหน้ากระเง้ากระงอด ต่างกับน้องชายที่คุกเข่ากอดอกนิ่ง ยอมรับโทษแต่โดยดี“มิต้องขอให้เสด็จพ่อของเจ้าช่วย เรื่องนี้อย่างไรแม่ก็ไม่ใจอ่อน มีอย่างที่ไหนแอบพาน้องไปเที่ยวหอนางโลม แม่เคยบอกแล้วใช่หรือไม่ว่าหากยังไม่ครบสิบแปดหนาว อย่าได้หวัง!”“โอ๊ย~ หูลูกจะขาดแล้วพ่ะย่ะค
แปะ! แปะ! แปะ!“สมกับเป็นพี่ชายข้าจริงๆ” ฟ่านซีถึงกับหันมาปรบมือให้พี่รอง ก่อนหน้านี้เขาก็ถามฝ่าบาทเช่นเดียวกับที่พี่ใหญ่ถาม เพราะนางยังคงยึดติดกับเนื้อเรื่องเดิมในนิยาย เลยอคติกับจางกงเต๋อหัวอยู่บ้างอันที่จริงวันที่ฝ่าบาทสงสัยเหลียนป๋อ นางยังเถียงแทนเขาอยู่เลยว่าไม่น่าใช่ แต่ใครจะคิดว่าเรื่องราวจะกลับตาลปัตรเช่นนี้“หึๆ ข้าก็ยังยืนยันคำเดิมว่าแคว้นต้าเฉวียนมีขุนนางที่ฉลาดหลักแหลม”“พี่ชายหม่อมฉันย่อมเหมือนหม่อมฉันเพคะ”“เป็นเพราะบิดา มารดา และท่านอาจารย์คอยสั่งสอนพ่ะย่ะค่ะ” พี่น้องคู่นี้อย่างไรก็ไม่มีทางยอมกัน ขนาดน้องสาวเป็นถึงฮองเฮา จ้งเหลียนก็ยังกล้า“ชิ ฝ่าบาทดูสิเพคะ”“สายเลือดเดียวกัน อย่างไรเสียใต้เท้าหลิวย่อมต้องได้ความฉลาดมาจากเจ้าบ้าง” คำพูดเอาใจของสวามีทำให้หน้างอๆ นั้นยกยิ้มอย่างเหนือกว่า ต่างกับคนอื่นที่ได้แต่เกาหัว พี่ชายได้รับความฉลาดมาจากน้องสาว เอ่อ~ ที่จูหลิงว่าฝ่าบาทตามใจฮองเฮาจนเสียคน เป็นเช่นนี้นี่เองชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้“จริงสิพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมอยากทูลขอความดีความชอบให้กับใต้เท้าโจว หลักฐานครานี้เขามีส่วนช่วยอยู่มากพ่ะย่ะค่ะ ที่ผ่านมาก็มิเคยทำหน้าที่ขาดตก
“ซีซี หลิวฟ่านซี ตื่นได้แล้ว” เสียงเรียกไม่คุ้นเคยดังขึ้นข้างหูไม่หยุด ทำให้เปลือกตาที่หนักอึ้งต้องขยับลืมตาตื่นขึ้นมา รอบข้างมีหมอกหนามองไปทางใดก็เห็นแต่สีขาว กระนั้นซีซีก็พยายามหาต้นตอของเสียง ทว่าภาพที่เห็นตรงหน้าทำให้นางตกใจจนร้องเสียงดังกรี๊ด!!!สตรีตรงหน้าไม่มีส่วนใดผิดแผกไปจากนางเลยสักนิด ซีซีกลืนน้ำลายลงคืออึกใหญ่ นึกขึ้นมาได้ทันทีว่าอีกฝ่ายคงเป็นหลิวฟ่านซีตัวจริง ความคิดในหัวจึงฟุ้งซ่านคาดการณ์ไปก่อนต่างๆ นานาอีกฝ่ายต้องการร่างคืนหรืออย่างไร แล้วเหตุใดถึงมาเอาตอนนี้ ถึงเวลาที่นางต้องกลับไปยังโลกเดิมแล้วหรือคำถามเหล่านี้วนเวียนสับสนอยู่ในหัว ทว่ากลับไม่ได้รับคำตอบ เพราะอีกฝ่ายเพียงส่งยิ้มให้และโบกมือลา ก่อนที่อีกฝ่ายจะห่างออกไปเรื่อยๆ“ดะ เดี๋ยวก่อน!” สองเท้ารีบวิ่งก้าวตามอย่างไม่รู้ทิศทาง แต่อยู่ๆ ก็ราวกับนางก้าวพลาด ร่างกายเหมือนร่วงหล่นลงปากเหวลึก สองมือพยายามเกาะคว้าบางสิ่งแต่กลับไม่เป็นผล ร่างเล็กปลิวพลิกไปมาไม่ต่างกับใบไม้ที่ร่วงหล่น“เฮือก!” ซีซีลืมตาโพลง หอบหายใจเอาอากาศเข้าไปอย่างหนักหน่วง ทว่าครานี้ภาพที่เห็นตรงหน้าเป็นเพดานไม้หรูหราที่คุ้นตา และเสียงที่แว่วมานั้น






ความคิดเห็น