Home / รักโบราณ / หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่ / ๙ สตรีที่ไม่อาจทำให้หลุดมือไป

Share

๙ สตรีที่ไม่อาจทำให้หลุดมือไป

last update Last Updated: 2025-12-31 21:50:18

สตรีที่ไม่อาจทำให้หลุดมือไป

แม่สื่อที่เมิ่งกวังฮุยส่งไปเรือนตระกูลหรงกลับมารายงานผลด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก ยิ่งตอนที่บอกเมิ่งกวังฮุยไปว่าหรงซินเยวี่ยนปฏิเสธ บรรยากาศรอบกายชายหนุ่มยิ่งทวีความไม่น่าเข้าใกล้มากยิ่งขึ้น

มารดาของเขาเห็นแม่สื่อรู้สึกอัดอัดทำตัวไม่ถูกก็ยื่นมือไปแตะมือบุตรชายให้เขาข่มอารมณ์ลง เมิ่งกวังฮุยสูดหายใจเข้าลึก สะกดอารมณ์เอาไว้ ถามด้วยน้ำเสียงที่พยายามให้ราบเรียบไม่หนักไปทางอารมณ์ใด

“นางปฏิเสธด้วยตนเองหรือฮูหยินท่านใดช่วยปฏิเสธให้นาง”

“ระ เรียนท่านรองแม่ทัพ เดิมทีฮูหยินใหญ่และฮูหยินรองช่วยกันรับหน้าให้ แต่หลังจากที่ข้าน้อยออกมาจากเรือนใหญ่ คุณหนูรองก็ฝากคำพูดมาให้ข้าน้อยว่า…” เงียบไปลังเลที่จะกล่าว

“ว่าอันใด!”

ท่าทีอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ของนางทำให้ชายหนุ่มเริ่มควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้แล้ว

“ว่า…ว่านางยังรักอิสระในการทำธุรกิจ หากต้องแต่งให้ใครแล้วถูกจำกัดสิทธิ์ นางขอครองตัวเป็นโสดตลอดชีวิตเจ้าค่ะ”

เมิ่งกวังฮุยอารมณ์เย็นลงเมื่อคิดว่าประโยคนี้ซ่อนความหมายอะไรเอาไว้ ฮูหยินใหญ่เองก็มีความคิดไม่ต่างจากบุตรชาย เว้นแต่ฮูหยินผู้เฒ่าที่แต่เดิมเป็นสาวชนบทมาก่อน ไม่ได้เชี่ยวชาญการอ่านคนมากนัก

“เหลวไหล! เด็กสาววัยเท่านี้ฝีปากกล้านัก ได้ยินเพียงคำพูดไม่ได้เห็นหน้าก็รู้แล้วว่าหัวแข็ง ไม่เหมือนจินอวี้ของข้าที่เรียบร้อย พูดน้อย น่ารัก”

“ท่านแม่เจ้าคะ นางกำลังต่อลองอยู่เจ้าค่ะ”

ฮูหยินผู้เฒ่ามีสีหน้าฉงน หลี่จื่อหยางยังไม่พูดอะไร พยักหน้าให้สาวใช้คนสนิทมอบเงินให้แม่สื่อหนึ่งถุง

แม่สื่อวัยกลางคนเปิดถุงดู เมื่อเห็นจำนวนเงินก็ย่อกายลงทำความเคารพแล้วเดินออกไปจากเรือนใหญ่โดยไม่ให้ใครต้องออกปากไล่ พอแม่สื่อเดินออกไปแล้ว ฮูหยินผู้เฒ่าก็ถามเรื่องที่ตนสงสัย

“ต่อรองอย่างไร!”

“ท่านตาของคุณหนูรองเป็นเศรษฐีแห่งเมืองรั่วหยาง ร้านค้าในเมืองหลวงเองก็มีไม่น้อย นางแม้จะเป็นบุตรสาวของขุนนางก็ยังได้เรียนรู้การทำธุรกิจจากมารดา นางจึงกำลังต่อรองกับเราว่า หากแต่งเข้ามาแล้วถูกจำกัดสิทธิ์การทำงาน นางขอครองตัวเป็นโสดเจ้าค่ะท่านแม่”

หลี่จื่อหยางไม่ได้รู้สึกรังเกียจคนทำการค้า ในสภาวะเช่นนี้ เงินทองสำคัญกับนางเป็นอย่างยิ่ง หากว่าที่ลูกสะใภ้เข้าใจหาเงิน นางก็พร้อมเปลี่ยนความคิด อย่างไรตอนนี้บุตรชายนางก็ขึ้นเป็นรองแม่ทัพแล้ว หนทางการขึ้นเป็นแม่ทัพใหญ่จะใช้เส้นสายอย่างเดียวไม่ได้

ต้องงัดเอาความสามารถเข้าสู้ด้วย!

“ฮูหยินเอกมาจากตระกูลแม่ค้าจะไม่ทำให้คนติเตียนฮุยเอ๋อร์ลับหลังใช่หรือไม่”

“หรือท่านแม่จะเลือกหลินจินอวี้มาเป็นหลานสะใภ้ แม้จวนราชครูจะมีน้ำหนักในพระทัยฝ่าบาทไม่น้อย แต่จวนราชครูไม่อาจส่งเสริมฮุยเอ๋อร์ได้เท่าแม่ทัพหวังนะเจ้าคะ

หากแม่ทัพหวังผิดใจเพราะฮุยเอ๋อร์เลือกสตรีอื่นมาเป็นภรรยาเอกแทนคนกันเองอย่างคุณหนูรองจะทำอย่างไร คุณหนูใหญ่กล้าเสนอเช่นนี้ย่อมมีวิธีบอกท่านตาของนาง”

ฮูหยินผู้เฒ่าคิดหนัก เมิ่งกวังฮุยเห็นเช่นนั้นรีบเติมไฟในใจท่านย่า

“หากไม่อยากผิดใจท่านแม่ทัพหวังก็ต้องรอกุ้ยเอ๋อร์ออกจากวัง ท่านย่าต้องปรึกษาซินแสแล้วว่าจะแก้ดวงชะตามีภัยของจวนเราอย่างไร”

ฮูหยินผู้เฒ่าหยิบลูกประคำขึ้นมาลูบคลำทันทีเมื่อนึกถึงคำทำนายของซินแส

‘ดวงดาวเปลี่ยนตำแหน่ง ดาวร้ายกำลังคืบคลานเข้ามาเหมือนเมฆฝนที่กำลังกลืนกินท้องฟ้า จะให้เมฆเหล่านี้สลายไปได้มีสองวิธี รอให้ฝนตกหรือให้สายลมพัดเมฆก้อนนั้นจากไป’

“หากรอให้ฝนตก จวนตระกูลเมิ่งต้องมีภัยเกิดขึ้นแน่ หากอยากให้ลมช่วยไล่เมฆฝนก็จำต้องมีงานมงคลเกิดขึ้นในปีนี้…”

เมิ่งกวังฮุยดวงตาสาดประกายเมื่อเห็นท่าทางหวั่นไหวของท่านย่า หลี่จื่อหยางที่สังเกตสีหน้าของทุกคนเริ่มคิดแล้วว่าซินแสที่ให้คำทำนายใช่ทำนายไปตามศาสตร์ความรู้หรือว่ามีคนชี้นำกันแน่

“ขอรับท่านย่า ให้โอกาสข้าได้พยายามดู ข้าไม่เชื่อว่าจะสยบสาวน้อยเช่นนางไม่ได้”

ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นท่าทางมั่นใจของหลานชาย สุดท้ายก็พยักหน้ารับ

“ย่าเชื่อเจ้า ทำให้นางแต่งเข้ามาให้ได้”

“ขอรับท่านย่า”

เมิ่งกวังฮุยรับคำเสียงหนักแน่น การสนทนาของทุกคนในห้องโถงล้วนอยู่ในการรับรู้ของเมิ่งซ่านซี

เขาหันหลังให้ห้องโถง รีบเดินกลับเรือนด้านหลังที่เขาอาศัยอยู่กับมารดาสองคน ไม่ได้แยกเรือนอยู่คนดียวเพราะร่างกายเขาอ่อนแอ

มารดากลัวว่าเขาจะเป็นอันใดไปจึงไม่วางใจ ขออยู่เรือนเดียวกันจนกว่าจะถึงวันที่เขาเข้าพิธีสวมกวานแล้ว

ซึ่งต้องรออีกสามปีกว่าจะถึงวันนั้น!

“ซ่านซี แม่ต้มยาไว้ให้เจ้าแล้ว ดื่มตอนร้อน ๆ”

ฟ่านฉีถือยาถ้วยเล็กมาให้บุตรชายเมื่อเห็นเขาเดินเข้ามาในเรือนผุพัง ไร้การซ่อมบำรุงจนหลังคามีรอยรั่วหลายแห่ง คานไม้มีปลวกกัดกิน รอวันที่หลังคาจะถล่ม

ด้วยสามีของนางสิ้นชีพในสมรภูมิรบ อีกทั้งเมิ่งซ่านซียังต้องใช้เงินส่วนกลางซื้อยา ฟ่านฉีจึงไม่ได้แจ้งเรื่องนี้แก่เรือนใหญ่เพราะเข้าใจสภาพคล่องของจวนดี

แค่ยังมอบเงินค่ายาทุกเดือนให้ นางก็ซึ้งใจมากแล้ว ดีหน่อยที่ช่วงนี้บุตรชายนางพอหาเงินได้ เงินที่ได้จากส่วนกลางก็เก็บเอาไว้ใช้เผื่อกรณีฉุกเฉิน

“ขอรับท่านแม่”

เมิ่งซ่านซีรับคำอย่างว่าง่าย ต่างจากทุกทีที่ต้องอิดออดเพราะเอียนกับการทานยารสขม

“หมดแล้วขอรับ ข้าขอไปทำงานก่อน”

เอ่ยเพียงเท่านั้นเขาก็ยื่นยาให้ฟ่านฉีที่ยื่นมือไปรับด้วยความงุนงงกับความว่าง่าย

เมื่อชายหนุ่มเดินเข้าไปในห้องส่วนตัวนางก็เดินไปห้องครัวเล็กโดยที่สีหน้ายังเต็มไปด้วยการตั้งคำถาม

“แปลก แต่ไม่รู้ว่าแปลกอย่างไร”

ณ ร้านเยวี่ยนวั่ง

หลายวันไม่ได้เข้าร้านสมุดบัญชียังกองเป็นตั้งให้นางได้ตรวจ ปรกติหรงซินเยวี่ยนจะโอดครวญเพราะเยอะเหลือเกิน แต่พอมาวันนี้เห็นรายการสินค้าที่ขายได้เป็นส่วนใหญ่ นางก็ไม่เหนื่อยที่จะตรวจทั้งยังรีบแบ่งกำไรให้เจ้าของนามปากเฮยอ้านหนานวั่ง

เผื่อเขาจะได้มีกำลังใจรีบสร้างผลงานชิ้นใหม่!

“…คุณหนูเจ้าคะ”

ในขณะที่หรงซินเยวี่ยนกำลังดีดลูกคิดอยู่นั้น เสี่ยวรุ่ยก็รีบร้อนเข้ามาหาคุณหนู สีหน้าดูยินดีจนนางพักการดีดลูกคิด

“ทำไม หรือว่าหนังสือขายหมดอีกแล้ว”

“หนังสืออีกไม่กี่เล่มก็จะหมดแล้วเจ้าค่ะคุณหนู แต่มีเรื่องน่ายินดีกว่านั้น นักเขียนเฮยอ้านหนานวั่งส่งคนมาบอกว่าจะส่งนิยายเรื่องใหม่มาให้ภายในสามวันนี้เจ้าค่ะ และคุณหนูจะได้อ่านก่อนใครเช่นเคย”

ปรกติเดือนละครั้ง นี่ยังไม่ถึงเดือนข้าจะได้อ่านนิยายเล่มใหม่ของนักเขียนคนโปรดแล้วหรือ

“ยังไม่ทันแบ่งกำไรเขายังมีไฟเขียนขนาดนี้ เห็นทีต้องแบ่งกำไรให้เสร็จภายในวันนี้แล้ว”

หรงซินเยวี่ยนกลับมามีสมาธิดีดลูกคิดต่อ บ่ายนี้ทั้งวันนางจมอยู่กับกองบัญชี

ไม่รู้เลยว่ามีใครกำลังดักรอนางอยู่ชั้นหนึ่งของร้านเยวี่ยนวั่ง ยกหนังสือปิดบังใบหน้าส่วนล่างเอาไว้ ดวงตาจับจ้องไปที่บันไดทางขึ้นชั้นสอง

“ท่านรองแม่ทัพเมิ่ง มีอันใดให้ข้าน้อยช่วยหรือไม่ หรืออยากให้แนะนำหนังสือหรือเครื่องเขียนแบบใหม่ ข้าน้อยพร้อมแนะนำให้ขอรับ”

จางหลงจู๊เห็นเมิ่งกวังฮุยอยู่ในมุมหนังสือมานานแล้วแต่ไม่เลือกสักที เขาจึงเดินเข้ามาถามเพราะเด็กในร้านไม่กล้าเข้าใกล้

“อ้อ! ข้าได้ยินมาว่าหนังสือเรื่องหนึ่งกำลังดังมาก ก็เลยจะซื้อไปให้ท่านแม่อ่านสักหน่อย”

“ท่านรองแม่ทัพใช่หมายถึงหนังสือเรื่องจอมนางเคียงบัลลังก์หรือไม่”

เมิ่งกวังฮุยที่คลับคล้ายคลับคลากับชื่อนี้พยักหน้ารับ

“ใช่ เรื่องนี้ รบกวนจางหลงจู๊ช่วยห่อให้ด้วย หากมีคนเข้าใจผิดว่าข้าอ่านนิยายสามอีแปะเหมือนสตรีคงถูกหัวเราะลับหลัง”

จางหลงจู๊ยิ้ม พยักหน้าเข้าใจแล้วรับหนังสือในมือชายหนุ่มมาส่งต่อให้เด็กในร้านห่อให้

“เอ่อ คือว่า…”

จางหลงจู๊หันมาหาชายหนุ่มพร้อมเสนอตัวช่วยเหลืออีกฝ่ายทุกอย่าง จนกระทั่งเขาพูดประโยคนี้ ชายวัยกลางคนถึงทราบจุดประสงค์ที่แท้จริง

“คุณหนูรองยังไม่กลับกระมัง ช่วยไปเรียนให้ได้หรือไม่ว่าข้ามีเรื่องสนทนาด้วย”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่   ๕๗ หากปาฏิหารย์ไม่มีจริงคงไม่มีคำนี้เกิดขึ้น(จบ)

    ๕๗หากปาฏิหารย์ไม่มีจริงคงไม่มีคำนี้เกิดขึ้นหลายเดือนผ่านมานี้หรงซินเยวี่ยนพยายามดื่มยาและตรวจร่างกายกับหมอซุนเป็นประจำ ยาที่มีรสขมพอดื่มบ่อย ๆ ลิ้นก็เริ่มชินแต่นางก็ไร้วี่แววว่าจะตั้งครรภ์!หมอซุนกล่าวว่านางกดดันตัวเองมากเกินไป ยิ่งเครียดขึ้นไปอีกเพราะการตรวจวัดชีพจรที่บ่อยขึ้นแล้วมีผลว่านางยังไม่ตั้งครรภ์ดังนั้นนางจึงเลิกให้หมอซุนตรวจวัดชีพจรปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ“คุณหนูเจ้าคะ ขบวนนายท่านผู้เฒ่ามานั่นแล้วเจ้าค่ะ ดูจากสัมภาระแล้วต้องขนของมาให้คุณหนูแน่”“ท่านตาบอกว่าจะเอาของมาฝากด้วย ถ้าทั้งสิบเกวียนนี้คือของฝาก จวนแม่ทัพของเราคงไม่มีที่เก็บแล้ว…ไปเถอะ!”หรงซินเยวี่ยนทำหน้ากลุ้มใจก่อนที่จะเดินนำเสี่ยวรุ่ยลงไปยังด้านหน้าประตูเมืองหอคอยเพื่อต้อนรับท่านตาที่มีโอกาสเดินทางมาเยี่ยมนางเสียทีเมื่อลงมาด้านล่างหอคอยก็เห็นว่าสามียืนเอามือกอดดาบเอาไว้ท่าทางสงบนิ่ง สวนทางกับหัวใจที่สั่นระรัวเพราะความตื่นเต้น“หยุด~”คนบังคับรถม้ารั้งบังเหียนม้าเอาไว้ เกวียนบรรทุกของทั้งสิบคันค่อย ๆ หยุดการเคลื่อนไหวหลานเขยที่เห็นเช่นนั้นก็รีบเดินเข้าไปต้อนรับท่านตาของภรรยาที่เพียงเปิดหน้าต่างรถม

  • หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่   ๕๖ ด้วยคำอธิษฐานนี้

    ๕๖ด้วยคำอธิษฐานนี้เมิ่งกวังฮุยลาดตระเวนแบบมีจุดมุ่งหมายมาที่ร้านเยวี่ยนวั่งสาขาสอง ด้วยชุดเกราะเต็มตัวของแม่ทัพทำให้เขาคิดอยู่ว่าจะหาเรื่องเข้าไปในร้านนางอย่างไรไม่ให้ดูสะดุดตาคนในร้าน จนกระทั่งเด็กในร้านคนหนึ่งเห็นเขาเข้าพอดีนางรีบเดินเข้ามาหาเขาแล้วทำการคารวะ“ท่านแม่ทัพมาหาฮูหยินหรือเจ้าคะ”“ฮูหยินเล่า”เขาไม่โกหกว่าตั้งใจมาลาดตระเวนแล้วผ่านมา แต่ก็ไม่ได้บอกเด็กในร้านว่าตั้งใจมาหาฮูหยินตอนเขาตั้งคำถามสายตาก็มองเข้าไปด้านในร้าน เผลอชะเง้อคอมอง เหล่าพลทหารที่ติดตามมาด้วยมองหน้ากันแล้วยิ้มให้กับท่าทางนี้รู้ในทันทีว่าการเดินลาดตระเวนก็แค่ข้ออ้าง!“ฮูหยินไปลอยโคมกับเสี่ยวรุ่ยเจ้าค่ะ ไปได้สักพักหนึ่งแล้ว เดี๋ยวก็คงกลับมากันแล้วกระมัง”“อ้อ”เมิ่งกวังฮุยรับคำสั้น ๆ แล้วเดินนำพลทหารไป ท่าทางเขายังเหมือนทหารที่ลาดตระเวนเช่นเคย ทว่าหากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าชายหนุ่มกวาดสายตามองโดยรอบเผื่อจะเห็นฮูหยินของตนหรือจะอยู่ที่ทะเลสาบ“พวกเจ้าไปลาดตระเวนตามเส้นทางที่วางแผนไว้”“ขอรับ”ทหารรับคำสั่งจากเสียงเข้มเสียงผสานที่ชายหนุ่มรีบสั่งเช่นนี้เพราะไม่อยากให้เหล่าทหารได้เห็นท่าทางของเขายามที่อยู่กั

  • หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่   ๕๕ ใครเดินเล่นเดินไปข้าจะขายของ

    ๕๕ใครเดินเล่นเดินไปข้าจะขายของเทศกาลโคมลอยสำหรับคนอื่นคือจุดนัดพบระหว่างกันที่ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์แบบคู่รักหรือนักขายหรงซินเยวี่ยนในฐานะที่เป็นแม่ค้า เตรียมสินค้าเอาไว้ขายให้ชาวเมืองลุ้นยิ่งนักว่าสินค้าจะขายได้หรือไม่เหนือสิ่งอื่นใด นางหวังว่าร้านค้าจะมีชื่อเสียงขึ้นจากเทศกาลโคมลอยในครั้งนี้ อย่างน้อยก็เป็นการประชาสัมพันธ์ร้านค้าความสัมพันธ์ในด้านคู่รักของนางไม่สร้างภาระทางใจให้กัน เพราะเมิ่งกวังฮุยก็ยุ่งอยู่กับการพิสูจน์ตัวเองงานนี้นอกจากจะเป็นการพิสูจน์ตัวเองว่าเขาจัดการดูแลความเรียบร้อยปลอดภัยให้แก่เมืองได้ดี ชาวเมืองก็จะยอมรับเขาในฐานะแม่ทัพคนใหม่ได้มากขึ้น…จะได้ไม่ดูถูกว่าเป็นแม่ทัพหน้าอ่อนอีก!“…ฟูจวิน ชุดนี้เหมาะกับข้าหรือไม่เจ้าคะ”สาวงามเอ่ยถามสามีด้วยความเอียงอาย ในใจหมายมาดว่าสามีจะยอมจ่ายเงินซื้อชุดที่ครบเครื่องทั้งศีรษะจรดเท้าให้…แล้วเขาก็ไม่ทำให้นางผิดหวัง!“หากเจ้าอยากได้ ฟูจวินจะซื้อให้เจ้า”ภรรยาสาวฉีกยิ้มหวานเมื่อได้ยินคำพูดนี้จนกระทั่งถามราคาที่มากถึงสามสิบตำลึงเงิน ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มก็เปลี่ยนเป็นจืดเจื่อน หันไปส่งสัญญาณให้สามีแล้วส่ายหน้าเบา ๆหรงซินเ

  • หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่   ๕๔ ร้านเยวี่ยนวั่งสาขาสอง

    ๕๔ร้านเยวี่ยนวั่งสาขาสองหรงซินเยวี่ยนกับเสี่ยวรุ่ยเงยหน้าขึ้นมองร้านค้าเบ็ดเตล็ดที่ขายทั้งผ้า เครื่องประดับ เครื่องเขียนรวมถึงหนังสือ สองสาวจะไม่ตะลึงเลยหากไม่เห็นป้ายหน้าร้านตัวอักษรโต ๆ“ร้านเยวี่ยนวั่งสาขาสอง”หรงซินเยวี่ยนยกมือปิดปากด้วยไม่คิดว่าท่านตาจะเตรียมการทุกอย่างให้หมดแล้วแผนธุรกิจที่นางสู้อุตส่าห์คิดมาสามวันสามคืน สุดท้ายก็ไม่ได้ใช้“คุณหนู นายท่านผู้เฒ่ารักคุณหนูมากเลยเจ้าค่ะ”“ข้ารู้สึกว่าตัวเองถูกรักก็ตอนนี้ เขียนว่าสาขาสองเช่นนี้ หากคนสงสัยถามว่าสาขาหนึ่งอยู่ที่ใดแล้วทราบว่าอยู่เมืองหลวง ใครจะไม่อยากใช้ของที่มาจากเมืองหลวงกัน นับเป็นการตลาดอย่างหนึ่ง”หลงจู๊เห็นสตรีอายุน้อยสองคนอยู่นอกร้าน ไม่เข้ามาด้านในเสียที เมื่อพิศดูลักษณะท่าทางแล้วคุ้นตาจึงเดินเข้ามาหาทั้งสอง“ขอถามแม่นาง ใช่คุณหนูรองหรงซินเยวี่ยน ฮูหยินแม่ทัพเมิ่งหรือไม่”หรงซินเยวี่ยนส่งยิ้มเป็นมิตรให้หลงจู๊“ข้าหรงซินเยวี่ยน ท่านคงเป็นเจี่ยหลงจู๊กระมัง ผู้ดูแลร้านเยวี่ยนวั่งสาขาสอง”“คารวะคุณหนู ข้าน้อยเจี่ยจี้รับหน้าที่ดูแลร้านมาหนึ่งเดือนแล้วขอรับ”เป็นอีกครั้งที่หรงซินเยวี่ยนยกมือขึ้นปิดริมฝีปากคงมิใช่

  • หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่   ๕๓ ท่านตาผู้แผ่กิ่งก้านสาขา

    ๕๓ท่านตาผู้แผ่กิ่งก้านสาขาณ ค่ายทหารทัพประจิม“…ค่ายประจิมงานเหมือนกับค่ายทั่วไป ที่ข้าอยากจะส่งมอบให้ก็คือแผนที่เหล่านี้ จุดที่ควรเน้นการคุ้มกันเป็นพิเศษ รายละเอียดปลีกย่อยหูหลี่จะเป็นคนช่วยเจ้าเอง ส่วนนี่…” หยิบกล่องไม้ขึ้นมาแล้วยื่นให้เมิ่งกวังฮุยชายหนุ่มรับมาเปิดดูก็เห็นว่าเป็นตราประทับเคลื่อนพลของค่ายประจิมสองมือยกขึ้นคารวะแม่ทัพผู้เฒ่าทันทีที่อีกฝ่ายไม่ยึดติดในอำนาจ ส่งมอบกำลังทหารให้โดยไม่ยึดติดเรื่องเล่าการเปลี่ยนผ่านส่งมอบกำลังทหาร เมิ่งกวังฮุยย่อมได้ยินมาบ้างว่าต่อให้จะได้รับพระราชโองการจากฝ่าบาทก็ยังมีการเล่นลิ้น เดิมทีเขาคิดว่าการมารับตำแหน่งครั้งนี้จะยากตั้งแต่วันแรกเสียแล้ว“ฮูหยินน้อยเป็นอย่างไรบ้าง”เมิ่งกวังฮุยเผลอเลิกคิ้ว แม่ทัพเซียวจึงเผยความสัมพันธ์ระหว่างเขากับนาง“ที่จริงข้ากับนางไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว กับตาเฒ่าเผิงต่างหากนับว่าเป็นสหายที่เคยดื่มสุราพูดคุยกันอย่างถูกคอ เมื่อทราบว่าหลานสาวจะย้ายตามสามีมาที่นี่ก็ฝากให้ข้าดูแล เดือนหน้าข้าถึงจะย้ายกลับรั่วหยาง ระหว่างนี้ข้าจะดูแลเจ้าสองสามีภรรยาให้เต็มที่”ที่แท้ท่านตาของนางก็มากรุยทางเอาไว้ให้แล้ว คืนนี

  • หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่   ๕๒ เมืองที่จัดว่าเจริญก็ไม่ใช่กันดารก็ไม่เชิง

    ๕๒เมืองที่จัดว่าเจริญก็ไม่ใช่กันดารก็ไม่เชิงสามวันผ่านไปในที่สุดขบวนเดินทางของแม่ทัพประจิมคนใหม่ก็เคลื่อนเข้าสู่เมืองหน้าด่านที่ไม่จัดว่าเจริญเท่าเมืองหลวงแต่ก็ไม่ได้กันดารถึงขนาดใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ไม่ได้เมืองนี้มีชาวเมืองอาศัยราวหนึ่งหมื่นบ้าน เป็นทั้งของครอบครัวทหารและชาวบ้านทั่วไป มีเส้นทางน้ำ ที่นาหลายพันไร่ ชาวเมืองส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมมากกว่าการค้าขาย ทหารของค่ายนี้จึงไม่อดอยาก เสบียงพร้อมสำหรับทหารทุกคนความเสี่ยงสองอย่างที่ค่ายประจิมเผชิญ หนึ่งเมืองนี้เป็นที่รับน้ำ สองชายแดนติดกับแคว้นที่การเมืองไม่มีเสถียรภาพ เกิดการกบฏเปลี่ยนผู้นำแคว้นเป็นว่าเล่น เคราะห์กรรมจึงมาตกอยู่ที่ประชาชนทหารเฝ้าเมืองต้องเข้มงวดตรวจคนเข้าเมืองเพื่อไม่ให้คนลักลอบเข้ามาทำเรื่องผิดกฎหมายเมื่อมาถึงหน้าเมือง เมิ่งกวัยฮุยก็ยื่นป้ายประจำตัวให้แก่ทหารที่เฝ้าอยู่หน้าประตูเมือง ทันทีที่ทหารทราบว่าเป็นแม่ทัพคนใหม่ก็ทำการคารวะ เรียกความสนใจจากชาวเมืองที่กำลังต่อแถวเข้าเมืองให้หันมามองเขาเป็นตาเดียว“นี่นะหรือแม่ทัพคนใหม่ ไยดูอ่อนเยาว์เช่นนี้”“นั่นสิ เหมือนคุณชายมากกว่าเหมือนแม่ทัพ หน้าขาวแบบนี้จะมีฝีม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status