Beranda / รักโบราณ / หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่ / ๑๑ ความรู้สึกที่เคยกดเอาไว้กลับมาอีกครั้ง

Share

๑๑ ความรู้สึกที่เคยกดเอาไว้กลับมาอีกครั้ง

last update Terakhir Diperbarui: 2025-12-31 21:52:11

๑๑

ความรู้สึกที่เคยกดเอาไว้กลับมาอีกครั้ง

เมิ่งกวังฮุยควบคุมตัวเองไม่ได้โดยสมบูรณ์ เขาปลดเอี๊ยมบังทรงสีหวานออกแล้วครอบครองเจ้าของอกอิ่มที่ตอนนี้ก็หักห้ามใจตัวเองไม่ได้แล้วเช่นกัน

ความรู้สึกที่นางเคยกดทับเอาไว้มานานหลายปี ยามนี้ถูกเขาดึงเกราะป้องกันออกด้วยความหลงใหลและไม่ยอมแพ้ในตัวนาง

ร่างงามที่ส่วนบนเปลือยเปล่านอนอยู่บนตักแกร่ง แอ่นอกขึ้นมือเขาดูดดึงยอดอกสีหวาน มือหนาข้างหนึ่งช้อนแผ่นหลัง อีกข้างหนึ่งบีบอกอิ่มเต็มไม้เต็มมือไม่ให้น้อยหน้าข้างที่ริมฝีปากหนากำลังดูดดึงด้วยความลุ่มหลง

ความเสียวช่องท้องวาบทำให้นางเกือบหลุดเสียงครางหลายครั้ง ดีที่นางเม้มปากเอาไว้ได้ทัน จิกเล็บเข้ากับร่างชายหนุ่มให้ช่วยบรรเทาอาการเสียวซ่าน

“ฮึ่ม! เยวี่ยนเอ๋อร์ เหตุใดน่าหลงใหลเช่นนี้”

เมิ่งกวังฮุยผละริมฝีปากออกจากอกอิ่มที่ยามนี้ขึ้นรอยกัดและดูดมาที่อกอิ่มอีกข้างที่ขึ้นรอยบีบของนิ้วมือ หรงซินเยวี่ยนหลับตาพริ้มเพราะกำลังหลงใหลไปกับสัมผัสของเขา จนกระทั่งชายหนุ่มเปลี่ยนเป้าหมายใหม่ เริ่มสอดมือเข้ามาใต้กระโปรงของนาง หญิงสาวถึงได้สติ ยื่นมือไปจับมือเขาเอาไว้แล้วส่ายหน้า

“ฮุยเกอเกอ…”

เมิ่งกวังฮุยเชื่อฟังคำหรงซินเยวี่ยน ยอมเก็บไม้เก็บมือแล้วเปลี่ยนมาลูบไล้ร่างกายส่วนอื่นแทน หรงซินเยวี่ยนเห็นแบบนี้แล้วคิดว่าต่อไปต้องแย่แน่

หักใจจับใบหน้าเขาให้หยุดการดูดดึงอกอิ่ม!

“เยวี่ยนเอ๋อร์ อีกนิดไม่ได้หรือ”

หรงซินเยวี่ยนส่ายหน้าเบา ๆ นางดันตัวเขาออกแล้วลุกขึ้นนั่ง กำลังจะลุกขึ้นจากหน้าตักเขาแต่ก็โดนชายหนุ่มรั้งเอวให้กลับมานั่งเช่นเดิม

“เยวี่ยนเอ๋อร์ เรามาถึงขั้นนี้กันแล้ว ยังจะปฏิเสธที่จะแต่งให้ข้าอีกหรือไม่”

ไม่ว่าเปล่าสองมือกอบกุมอกอิ่มทั้งสองข้างเอาไว้แล้วบีบเบา ๆ กระตุ้นอารมณ์นางอย่างต่อเนื่อง ริมฝีปากจรดลงบนเสื้อตัวบางที่ยังคลุมไหล่หญิงสาวอยู่ หากเขาปลดปราการชิ้นนี้ไป นางก็จะไม่เพียงเปลือยหน้าอกเท่านั้น แต่ยังเปลือยท่อนบนอีกด้วย

“ฮุยเกอเกอ พอแล้วเจ้าค่ะ เท่านี้ก็มากเกินไปแล้ว”

นอกจากเขาจะไม่หยุดแล้วยังกระชับเอวนางเพื่อให้สะโพกนุ่มได้สัมผัสแก่นกลางกายเขาที่ตอนนี้ปวดหนึบพร้อมที่จะปลดปล่อย

“เยวี่ยนเอ๋อร์ ข้าทรมานนัก หากได้คำตอบที่พอใจก็คุ้มที่จะใช้นิ้วมือทั้งห้าของตัวเองปลดปล่อย ความทรมานนี้จะไม่ไปลงที่ใครเท่านั้นนอกจากเจ้า”

หรงซินเยวี่ยนส่ายหน้า นางจะไม่ยอมให้เขาลึกซึ้งกับนางมากไปกว่านี้แน่ ก่อนที่…

“ไม่เจ้าค่ะ จนกว่าเรื่องของเราจะถูกต้องตามครรลอง”

คำพูดของหญิงสาวหยุดการกระทำทั้งหมดของเมิ่งกวังฮุย เขาหันตัวนางให้มาเผชิญหน้ากัน

“เจ้าตกลงแล้วใช่หรือไม่ ตกลงที่จะแต่งงานกับข้าแล้วใช่หรือไม่”

หรงซินเยวี่ยนกลั้นยิ้มแล้วพยักหน้ารับเบา ๆ เพียงเท่านั้นนางก็โดนชายหนุ่มกอดรัดจนตัวจมเข้าสู่อ้อมกอดของเขา ศีรษะทุยโดนจุมพิตซ้ำ ๆ เช่นเดียวกับใบหน้าที่กำลังได้รับการจุมพิตจากเขา ยามนี้หัวใจดวงน้อยที่ถูกผนึกด้วยน้ำแข็งแตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ

ยามไฮ่ [1] หรงซินเยวี่ยนอยู่ในชุดนอนตัวบางเตรียมตัวเข้านอน ทว่านางไม่ได้เอนกายอยู่บนเตียงเล็ก แต่กำลังนั่งมองดวงจันทร์บนท้องฟ้าที่กำลังส่องสว่างสุกสกาวท่ามกลางดวงดาวนับล้าน

พระจันทร์ดวงนั้นก็คือเมิ่งกวังฮุยในใจหรงซินเยวี่ยน ในหัวย้อนคิดไปถึงเหตุการณ์เมื่อหลายปีก่อน ครั้งแรกที่นางใจสั่นให้กับเขาเพราะการช่วยเหลือในครั้งนั้น

วันนั้นรถม้าของนางมีปัญหาทำให้ต้องลงจอดข้างทางเพื่อซ่อมแซม กุศลของการทำบุญที่วัดไม่ได้ทำให้นางเดินทางราบรื่น เพราะระหว่างทางกลับล้อรถม้ามีปัญหาทำให้ต้องลงจอดข้างทางเพื่อซ่อมแซม

เคราะห์ร้ายที่ตอนนั้นนางอยู่กลางป่า โดนชายชุดดำที่ไล่ต่อสู้มากับบุรุษคนหนึ่งเห็นเข้าจึงจับตัวนางเป็นตัวประกัน เอามีดจ่อคอนางเอาไว้

‘ลูกผู้ชายไม่ใช้สตรีเป็นข้อต่อรอง’

‘แล้วอย่างไร ขอเพียงข้ารอดไปวันนี้จะเรียกข้าว่ามารดาก็ย่อมได้’

หรงซินเยวี่ยนน้ำตาไหลพราก จ้องมองบุรุษตรงหน้าที่พูดนามตัวเองให้นางได้ทราบนามของเขา

‘หากวันนี้ข้าปล่อยให้เจ้ารอดไปก็อย่ามาเรียกข้าว่าเมิ่งกวังฮุย’

ฉึก!

มีดสั้นพุ่งเข้าไปปักหน้าผากชายชุดดำจนเลือดกระเด็นติดใบหน้าหรงซินเยวี่ยน

ตุบ!

พร้อมกับที่ร่างของชายชุดดำเอนตัวมาด้านหน้าล้มทับหญิงสาวร่างบาง

‘คุณหนู!’

เมิ่งกวังฮุยรีบเข้ามาช่วยหญิงสาวพร้อม ๆ กับสาวใช้คนสนิทของนางที่น้ำตาไหลพราก รีบวิ่งเข้ามาช่วยหรงซินเยวี่ยนให้รอดพ้นจากการถูกบุรุษร่างใหญ่ทับ

‘คุณหนูไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่’

หรงซินเยวี่ยนหัวใจเต้นระส่ำเพราะความระทึก แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมองบุรุษที่คุกเข่าลงข้างหนึ่งอยู่ตรงหน้า จากความระทึกก็เป็นความต้องมนต์สะกดเมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลาเรียวยาว ดวงตาคมเรียวรีมีเสน่ห์รับกับจมูกและริมฝีปากได้อย่างลงตัว

ตึกตัก~

นางเผลอมองหน้าเขานิ่ง ชายหนุ่มเองก็มองหน้านางนิ่งนานเช่นกัน จนกระทั่งมือหนาโบกเบา ๆ ตรงหน้า

หรงซินเยวี่ยนถึงได้สติ!

‘เอ่อ ข้าไม่เป็นอันใดเจ้าค่ะ’

ชายหนุ่มถอนหายใจด้วยความโล่งอก

‘ดีแล้ว ไม่เป็นอันใดก็ดีแล้ว’

นี่เป็นเหตุการณ์ครั้งแรกที่หรงซินเยวี่ยนพบเมิ่งกวังฮุยเป็นครั้งแรก เดิมทีคิดว่าจะไม่มีโอกาสได้พบกันอีกจนกระทั่งวันหนึ่งเขาเดินเข้ามาในจวนตระกูลหรงพร้อมหรงกงหมิง

ตอนนั้นไม่รู้ด้วยเหตุใดนางถึงไม่กล้าเผชิญหน้ากับเขาเพียงลำพัง ทำเพียงหลบซ่อนอยู่หลังพุ่มไม้มองตามหลังชายหนุ่มจนลับสายตา แอบสะดุ้งน้อย ๆ เมื่อได้ยินเสียงพี่สาวดังขึ้นมาจากด้านหลัง

‘คุณชายเมิ่งรูปงามนัก แม้ตอนนี้จะยังเป็นนายกองอยู่ แต่หากได้รับการสนับสนุนดี ๆ อนาคตคงไม่ได้หยุดอยู่เพียงตำแหน่งนายกองแน่’

หรงซินเยวี่ยนสะท้านเมื่อเห็นแววตาของพี่สาวฉายความชื่นชมในตัวเมิ่งกวังฮุย

‘พี่หญิงใหญ่รู้จักเขาหรือเจ้าคะ’

‘แน่นอน เขาเพิ่งเข้ากองทัพของท่านตา นายกองอายุน้อยมีอนาคต ตอนนี้เขาเป็นบุรุษเพียงคนเดียวของตระกูลที่มีแววกำลังไปได้ดี

น้องชายเขาป่วยยากจะมีครอบครัวหรือหน้าที่การงานที่ดีได้ ท่านปู่และบิดาก็พลีชีพกลางสนามรบ เลือดทหารในกายเขาเข้มข้นจนไม่หวั่นจะเจริญรอยตามปู่และบิดา ฝีมือเขามีแล้ว ขอเพียงมีโอกาสได้รับการสนับสนุน’

ความหวังเดียวของตระกูลหรือ เช่นนั้นเจ้าก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะชอบเขาต่อแล้วหรงซินเยวี่ยน คนที่ไม่อาจตั้งครรภ์ได้เช่นเจ้า ใครจะอยากรับเข้าวงศ์ตระกูล โดยเฉพาะเขาที่เป็นกำลังหลักของครอบครัว

‘พี่หญิงใหญ่ชอบเขาหรือเจ้าคะ’

หรงฟู่กุ้ยไม่ตอบ แต่ใบหน้าที่ขึ้นสีระเรื่อของนางตอบคำถามในใจหรงซินเยวี่ยนแล้ว

นับตั้งแต่นั้นมานางก็ตัดความสนใจทั้งหมดที่มีต่อเมิ่งกวังฮุย ไม่เอาตัวเข้าใกล้ ไม่สบตา ยิ่งต่อมาเขาได้คบหากับพี่สาวนางท่ามกลางการรับรู้ของผู้ใหญ่ นางก็ไม่คิดจะเข้าไปพัวพันกับเขาจนทำให้หัวใจเจ็บปวด

“เสียน้ำตาเพื่อตัดใจจากเขา สุดท้ายก็ต้องเข้ามาพัวพันกันอีกจนได้ แต่ความรู้สึกนี้จะยาวนานเท่าไรกัน เพราะสุดท้ายเขาก็ยังรอสตรีที่สามารถมีทายาทให้เขาได้”

หรงซินเยวี่ยนถอนหายใจ เงยหน้าขึ้นหลับตา ความรู้สึกประเดี๋ยวประด๋าวที่นางจะได้รับต่อจากนี้ไม่สั้นไม่ยาว นางกลัวเหลือเกินว่าหากตกลงแต่งให้เขาแล้ว หัวใจจะถลำลึกจนไม่อยากตัดใจ

กลัวว่าเมื่อถึงวันนั้นนางจะไม่อยากหย่า แล้วสุดท้ายคนที่ไม่อาจมีบุตรให้สามีเช่นนางก็จะถูกครอบครัวสามียกเหตุผลนี้ขึ้นมา บีบให้นางพยักหน้าให้สามีรับสตรีอื่นเข้ามาเพื่ออุ้มทายาทของตระกูล แล้ววันนั้นนางอาจจะเปลี่ยนเป็นคนร้ายกาจเช่นนางร้ายในนิยาย

“ฮือ~ข้าจะทำอย่างไรดี ข้าไม่อยากเป็นเหมือนนางเอกในนิยาย”

หรงซินเยวี่ยนเบะปากร้องไห้ จะโทษก็โทษที่นางมีประสบการณ์ (ในการอ่านนิยาย) มากเกินไปจึงคาดเดาเรื่องราวในอนาคตได้แล้ว

“ยอมตัดใจเพื่อไม่ให้ใจเจ็บมากไปกว่านี้ หรือตักตวงความสุขช่วงนี้เอาไว้ให้มากที่สุด ข้าจะเลือกอันใดดี”


[1] ยามไฮ่ คือ 21.00-23.00 น.

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่   ๕๗ หากปาฏิหารย์ไม่มีจริงคงไม่มีคำนี้เกิดขึ้น(จบ)

    ๕๗หากปาฏิหารย์ไม่มีจริงคงไม่มีคำนี้เกิดขึ้นหลายเดือนผ่านมานี้หรงซินเยวี่ยนพยายามดื่มยาและตรวจร่างกายกับหมอซุนเป็นประจำ ยาที่มีรสขมพอดื่มบ่อย ๆ ลิ้นก็เริ่มชินแต่นางก็ไร้วี่แววว่าจะตั้งครรภ์!หมอซุนกล่าวว่านางกดดันตัวเองมากเกินไป ยิ่งเครียดขึ้นไปอีกเพราะการตรวจวัดชีพจรที่บ่อยขึ้นแล้วมีผลว่านางยังไม่ตั้งครรภ์ดังนั้นนางจึงเลิกให้หมอซุนตรวจวัดชีพจรปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ“คุณหนูเจ้าคะ ขบวนนายท่านผู้เฒ่ามานั่นแล้วเจ้าค่ะ ดูจากสัมภาระแล้วต้องขนของมาให้คุณหนูแน่”“ท่านตาบอกว่าจะเอาของมาฝากด้วย ถ้าทั้งสิบเกวียนนี้คือของฝาก จวนแม่ทัพของเราคงไม่มีที่เก็บแล้ว…ไปเถอะ!”หรงซินเยวี่ยนทำหน้ากลุ้มใจก่อนที่จะเดินนำเสี่ยวรุ่ยลงไปยังด้านหน้าประตูเมืองหอคอยเพื่อต้อนรับท่านตาที่มีโอกาสเดินทางมาเยี่ยมนางเสียทีเมื่อลงมาด้านล่างหอคอยก็เห็นว่าสามียืนเอามือกอดดาบเอาไว้ท่าทางสงบนิ่ง สวนทางกับหัวใจที่สั่นระรัวเพราะความตื่นเต้น“หยุด~”คนบังคับรถม้ารั้งบังเหียนม้าเอาไว้ เกวียนบรรทุกของทั้งสิบคันค่อย ๆ หยุดการเคลื่อนไหวหลานเขยที่เห็นเช่นนั้นก็รีบเดินเข้าไปต้อนรับท่านตาของภรรยาที่เพียงเปิดหน้าต่างรถม

  • หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่   ๕๖ ด้วยคำอธิษฐานนี้

    ๕๖ด้วยคำอธิษฐานนี้เมิ่งกวังฮุยลาดตระเวนแบบมีจุดมุ่งหมายมาที่ร้านเยวี่ยนวั่งสาขาสอง ด้วยชุดเกราะเต็มตัวของแม่ทัพทำให้เขาคิดอยู่ว่าจะหาเรื่องเข้าไปในร้านนางอย่างไรไม่ให้ดูสะดุดตาคนในร้าน จนกระทั่งเด็กในร้านคนหนึ่งเห็นเขาเข้าพอดีนางรีบเดินเข้ามาหาเขาแล้วทำการคารวะ“ท่านแม่ทัพมาหาฮูหยินหรือเจ้าคะ”“ฮูหยินเล่า”เขาไม่โกหกว่าตั้งใจมาลาดตระเวนแล้วผ่านมา แต่ก็ไม่ได้บอกเด็กในร้านว่าตั้งใจมาหาฮูหยินตอนเขาตั้งคำถามสายตาก็มองเข้าไปด้านในร้าน เผลอชะเง้อคอมอง เหล่าพลทหารที่ติดตามมาด้วยมองหน้ากันแล้วยิ้มให้กับท่าทางนี้รู้ในทันทีว่าการเดินลาดตระเวนก็แค่ข้ออ้าง!“ฮูหยินไปลอยโคมกับเสี่ยวรุ่ยเจ้าค่ะ ไปได้สักพักหนึ่งแล้ว เดี๋ยวก็คงกลับมากันแล้วกระมัง”“อ้อ”เมิ่งกวังฮุยรับคำสั้น ๆ แล้วเดินนำพลทหารไป ท่าทางเขายังเหมือนทหารที่ลาดตระเวนเช่นเคย ทว่าหากสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าชายหนุ่มกวาดสายตามองโดยรอบเผื่อจะเห็นฮูหยินของตนหรือจะอยู่ที่ทะเลสาบ“พวกเจ้าไปลาดตระเวนตามเส้นทางที่วางแผนไว้”“ขอรับ”ทหารรับคำสั่งจากเสียงเข้มเสียงผสานที่ชายหนุ่มรีบสั่งเช่นนี้เพราะไม่อยากให้เหล่าทหารได้เห็นท่าทางของเขายามที่อยู่กั

  • หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่   ๕๕ ใครเดินเล่นเดินไปข้าจะขายของ

    ๕๕ใครเดินเล่นเดินไปข้าจะขายของเทศกาลโคมลอยสำหรับคนอื่นคือจุดนัดพบระหว่างกันที่ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์แบบคู่รักหรือนักขายหรงซินเยวี่ยนในฐานะที่เป็นแม่ค้า เตรียมสินค้าเอาไว้ขายให้ชาวเมืองลุ้นยิ่งนักว่าสินค้าจะขายได้หรือไม่เหนือสิ่งอื่นใด นางหวังว่าร้านค้าจะมีชื่อเสียงขึ้นจากเทศกาลโคมลอยในครั้งนี้ อย่างน้อยก็เป็นการประชาสัมพันธ์ร้านค้าความสัมพันธ์ในด้านคู่รักของนางไม่สร้างภาระทางใจให้กัน เพราะเมิ่งกวังฮุยก็ยุ่งอยู่กับการพิสูจน์ตัวเองงานนี้นอกจากจะเป็นการพิสูจน์ตัวเองว่าเขาจัดการดูแลความเรียบร้อยปลอดภัยให้แก่เมืองได้ดี ชาวเมืองก็จะยอมรับเขาในฐานะแม่ทัพคนใหม่ได้มากขึ้น…จะได้ไม่ดูถูกว่าเป็นแม่ทัพหน้าอ่อนอีก!“…ฟูจวิน ชุดนี้เหมาะกับข้าหรือไม่เจ้าคะ”สาวงามเอ่ยถามสามีด้วยความเอียงอาย ในใจหมายมาดว่าสามีจะยอมจ่ายเงินซื้อชุดที่ครบเครื่องทั้งศีรษะจรดเท้าให้…แล้วเขาก็ไม่ทำให้นางผิดหวัง!“หากเจ้าอยากได้ ฟูจวินจะซื้อให้เจ้า”ภรรยาสาวฉีกยิ้มหวานเมื่อได้ยินคำพูดนี้จนกระทั่งถามราคาที่มากถึงสามสิบตำลึงเงิน ใบหน้าที่เคยยิ้มแย้มก็เปลี่ยนเป็นจืดเจื่อน หันไปส่งสัญญาณให้สามีแล้วส่ายหน้าเบา ๆหรงซินเ

  • หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่   ๕๔ ร้านเยวี่ยนวั่งสาขาสอง

    ๕๔ร้านเยวี่ยนวั่งสาขาสองหรงซินเยวี่ยนกับเสี่ยวรุ่ยเงยหน้าขึ้นมองร้านค้าเบ็ดเตล็ดที่ขายทั้งผ้า เครื่องประดับ เครื่องเขียนรวมถึงหนังสือ สองสาวจะไม่ตะลึงเลยหากไม่เห็นป้ายหน้าร้านตัวอักษรโต ๆ“ร้านเยวี่ยนวั่งสาขาสอง”หรงซินเยวี่ยนยกมือปิดปากด้วยไม่คิดว่าท่านตาจะเตรียมการทุกอย่างให้หมดแล้วแผนธุรกิจที่นางสู้อุตส่าห์คิดมาสามวันสามคืน สุดท้ายก็ไม่ได้ใช้“คุณหนู นายท่านผู้เฒ่ารักคุณหนูมากเลยเจ้าค่ะ”“ข้ารู้สึกว่าตัวเองถูกรักก็ตอนนี้ เขียนว่าสาขาสองเช่นนี้ หากคนสงสัยถามว่าสาขาหนึ่งอยู่ที่ใดแล้วทราบว่าอยู่เมืองหลวง ใครจะไม่อยากใช้ของที่มาจากเมืองหลวงกัน นับเป็นการตลาดอย่างหนึ่ง”หลงจู๊เห็นสตรีอายุน้อยสองคนอยู่นอกร้าน ไม่เข้ามาด้านในเสียที เมื่อพิศดูลักษณะท่าทางแล้วคุ้นตาจึงเดินเข้ามาหาทั้งสอง“ขอถามแม่นาง ใช่คุณหนูรองหรงซินเยวี่ยน ฮูหยินแม่ทัพเมิ่งหรือไม่”หรงซินเยวี่ยนส่งยิ้มเป็นมิตรให้หลงจู๊“ข้าหรงซินเยวี่ยน ท่านคงเป็นเจี่ยหลงจู๊กระมัง ผู้ดูแลร้านเยวี่ยนวั่งสาขาสอง”“คารวะคุณหนู ข้าน้อยเจี่ยจี้รับหน้าที่ดูแลร้านมาหนึ่งเดือนแล้วขอรับ”เป็นอีกครั้งที่หรงซินเยวี่ยนยกมือขึ้นปิดริมฝีปากคงมิใช่

  • หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่   ๕๓ ท่านตาผู้แผ่กิ่งก้านสาขา

    ๕๓ท่านตาผู้แผ่กิ่งก้านสาขาณ ค่ายทหารทัพประจิม“…ค่ายประจิมงานเหมือนกับค่ายทั่วไป ที่ข้าอยากจะส่งมอบให้ก็คือแผนที่เหล่านี้ จุดที่ควรเน้นการคุ้มกันเป็นพิเศษ รายละเอียดปลีกย่อยหูหลี่จะเป็นคนช่วยเจ้าเอง ส่วนนี่…” หยิบกล่องไม้ขึ้นมาแล้วยื่นให้เมิ่งกวังฮุยชายหนุ่มรับมาเปิดดูก็เห็นว่าเป็นตราประทับเคลื่อนพลของค่ายประจิมสองมือยกขึ้นคารวะแม่ทัพผู้เฒ่าทันทีที่อีกฝ่ายไม่ยึดติดในอำนาจ ส่งมอบกำลังทหารให้โดยไม่ยึดติดเรื่องเล่าการเปลี่ยนผ่านส่งมอบกำลังทหาร เมิ่งกวังฮุยย่อมได้ยินมาบ้างว่าต่อให้จะได้รับพระราชโองการจากฝ่าบาทก็ยังมีการเล่นลิ้น เดิมทีเขาคิดว่าการมารับตำแหน่งครั้งนี้จะยากตั้งแต่วันแรกเสียแล้ว“ฮูหยินน้อยเป็นอย่างไรบ้าง”เมิ่งกวังฮุยเผลอเลิกคิ้ว แม่ทัพเซียวจึงเผยความสัมพันธ์ระหว่างเขากับนาง“ที่จริงข้ากับนางไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว กับตาเฒ่าเผิงต่างหากนับว่าเป็นสหายที่เคยดื่มสุราพูดคุยกันอย่างถูกคอ เมื่อทราบว่าหลานสาวจะย้ายตามสามีมาที่นี่ก็ฝากให้ข้าดูแล เดือนหน้าข้าถึงจะย้ายกลับรั่วหยาง ระหว่างนี้ข้าจะดูแลเจ้าสองสามีภรรยาให้เต็มที่”ที่แท้ท่านตาของนางก็มากรุยทางเอาไว้ให้แล้ว คืนนี

  • หย่าเสียทีคนที่ข้าอยากปกป้องรออยู่   ๕๒ เมืองที่จัดว่าเจริญก็ไม่ใช่กันดารก็ไม่เชิง

    ๕๒เมืองที่จัดว่าเจริญก็ไม่ใช่กันดารก็ไม่เชิงสามวันผ่านไปในที่สุดขบวนเดินทางของแม่ทัพประจิมคนใหม่ก็เคลื่อนเข้าสู่เมืองหน้าด่านที่ไม่จัดว่าเจริญเท่าเมืองหลวงแต่ก็ไม่ได้กันดารถึงขนาดใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ไม่ได้เมืองนี้มีชาวเมืองอาศัยราวหนึ่งหมื่นบ้าน เป็นทั้งของครอบครัวทหารและชาวบ้านทั่วไป มีเส้นทางน้ำ ที่นาหลายพันไร่ ชาวเมืองส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรมมากกว่าการค้าขาย ทหารของค่ายนี้จึงไม่อดอยาก เสบียงพร้อมสำหรับทหารทุกคนความเสี่ยงสองอย่างที่ค่ายประจิมเผชิญ หนึ่งเมืองนี้เป็นที่รับน้ำ สองชายแดนติดกับแคว้นที่การเมืองไม่มีเสถียรภาพ เกิดการกบฏเปลี่ยนผู้นำแคว้นเป็นว่าเล่น เคราะห์กรรมจึงมาตกอยู่ที่ประชาชนทหารเฝ้าเมืองต้องเข้มงวดตรวจคนเข้าเมืองเพื่อไม่ให้คนลักลอบเข้ามาทำเรื่องผิดกฎหมายเมื่อมาถึงหน้าเมือง เมิ่งกวัยฮุยก็ยื่นป้ายประจำตัวให้แก่ทหารที่เฝ้าอยู่หน้าประตูเมือง ทันทีที่ทหารทราบว่าเป็นแม่ทัพคนใหม่ก็ทำการคารวะ เรียกความสนใจจากชาวเมืองที่กำลังต่อแถวเข้าเมืองให้หันมามองเขาเป็นตาเดียว“นี่นะหรือแม่ทัพคนใหม่ ไยดูอ่อนเยาว์เช่นนี้”“นั่นสิ เหมือนคุณชายมากกว่าเหมือนแม่ทัพ หน้าขาวแบบนี้จะมีฝีม

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status