LOGIN“หนูขอเป็นแค่พี่เลี้ยงก็ได้ค่ะจะไม่พูดหรือแสดงตัวว่าเป็นแม่เด็ดขาด” ละมุนแย้งขึ้นยัดเยียดตัวเองให้เป็นแค่พี่เลี้ยงของลูกแต่นั่นยิ่งทำให้พสุธรโกรธ
“นั่นไง ยอมรับแล้วสินะว่าวางแผนอยากอยู่ยาว เธอมันงูพิษทำไมฉันถึงมองไม่ออกตั้งแต่แรกดันเลือกเธอมาเป็นแม่ของลูก!”
“พอ ๆ ย่าให้ละมุนอยู่เลี้ยงลูกต่อในฐานะพี่เลี้ยง จบนะ” คุณหญิงย่าขึ้นเสียงมองเคืองหลานชายที่อยากพรากแม่พรากลูกเสียเต็มประดา ทั้งที่เป็นคนเลือกละมุนด้วยตัวเองและขอร้องให้หญิงสาววัยกำลังสวยสะพรั่งมาอุ้มท้องทั้งที่ไม่เคยมีสัมพันธ์กับชายใดทำให้ละมุนต้องมัวหมองแต่ดันไม่เห็นใจ
“ผมไม่ยอม!”
“ย่ายินดี นี่เหลนย่าบ้านที่อยู่กับสมบัติมหาศาลก็ของย่า ย่าจะให้ใครอยู่หรือไปก็ได้!” คุณหญิงย่าเสียงแข็งมั่นคงในคำพูดตัวเอง พสุธาส่ายหัวงุ่นง่านไปมาหงุดหงิด ในเมื่อคุณย่าออกคำสั่งนั่นคือที่สุดเขาไม่สามารถโต้เถียงได้จึงจำเป็นต้องยอมรับแต่เธอต้องทำตามที่เขาต้องการด้วย
“เธอต้องอยู่ในฐานะพี่เลี้ยงเท่านั้น ห้ามพูดหรือแสดงตัวว่าเป็นแม่เด็ดขาดและต้องหย่ากับฉันให้เร็วที่สุด”
“ค่ะ พรุ่งนี้ออกจากโรงพยาบาลไปที่อำเภอเลยก็ได้ค่ะ” ละมุนแววตาเป็นประกายน้ำตาไหลนองหน้าดีใจและซาบซึ้งกับความกรุณาของคุณหญิงย่าที่มีให้เธอเสมอ พสุธรกลอกตามองบนก่อนจะเดินหัวฟัดหัวเหวี่ยงออกไปจากห้องผู้ป่วย คุณหญิงย่ายิ้มให้ละมุนอย่างอ่อนโยนแล้วก้มมองเอ็นดูหลานชายตัวน้อยทายาทอีกคนของสกุลสิงหบดินทร
วันต่อมา
ละมุนนั่งอยู่บนรถคอมมูเตอร์กับคุณหญิงย่าเลขาและคนขับรถอยู่ที่หน้าอำเภอเพื่อรอพสุธรที่กำลังประชุมด่วนยังเดินทางมาเซ็นใบหย่า เวลาล่วงไปเกือบชั่วโมงทารกน้อยเริ่มงอแงคุณหญิงย่าเองก็หน่ายที่จะรอคอยหลานชายเต็มที
“ย่าจะพาละมุนกลับก่อน วันหลังค่อยมาใหม่” คุณหญิงย่าส่งข้อความไปบอกหลานชาย ซึ่งเขาก็อ่านแต่ไม่ตอบ คุณหญิงย่าเลยถือว่าตกลงพาละมุนกับเหลนกลับไปยังคฤหาสน์ของใหญ่แถบชานเมืองของท่าน
วันเวลาผ่านไปหนึ่งเดือน
ลูกชายของละมุนได้ถูกรับขวัญและตั้งชื่อ อธิกร สิงหบดินทร หรือน้องกร ญาติสนิทมาร่วมผูกข้อมือรับขวัญหลานชายที่ได้รับรู้ข้อมูลมาว่าพสุธรมีสัมพันธ์กับลูกสาวคนในตระกูลมั่งคั่งที่ไม่ต้องการเปิดเผยตัวเพราะพลาดท้องเลยไปคลอดที่ประเทศเพื่อนบ้านแล้วส่งตัวลูกมาให้พสุธรเลี้ยง โดยที่ญาติไม่รู้เลยว่าพี่เลี้ยงที่คอยดูแลจะเป็นแม่แท้ ๆ ของคุณหนูกรทายาทของสิงหบดินทร
พสุธรอุ้มลูกชายไว้ในอ้อมกอดยิ้มแย้มให้กับญาติ ๆ ที่เข้ามารับขวัญด้วยสิ่งของมีมูลค่ามากมาย ละมุนชะเง้อมองคุณหนูด้วยความห่วงใยไม่รู้ตัวว่าน้ำนมไหลเปื้อนเสื้อแขนตุ๊กตาสีขาว สักพักทิวาพรรณป้าของพสุธรก็หันมาเห็น
“เธอเป็นแม่ลูกอ่อนเหรอ?” ทิวาพรรณขมวดคิ้วแปลกใจ
“ละมุนเป็นแม่ลูกอ่อนฉันเลยจ้างมาเป็นแม่นมให้ตาหนู” คุณหญิงย่ารีบพูดขึ้นไม่ให้มีพิรุธ พสุธรนิ่วหน้าหันไปมองละมุนดุ ๆ ลูกชายในอ้อมกอดเขาก็เริ่มดิ้น
“สงสัยลูกเธอจะหิวสายใยแม่ลูกมักสื่อถึงกัน” สิ้นคำพูดของทิวาพรรณ อธิกรก็ร้องงอแงหน้าแดงญาติ ๆ หันกลับไปมองทายาทของตระกูลกันงง ๆ
“คงจะหิวพร้อมกัน ละมุนไปเอาคุณหนูมาให้นมสิ” คุณหญิงย่ายิ้มแห้งพลางกวักมือเรียกให้ละมุนเข้าไปรับอธิกรไปให้นม
“ค่ะ คุณหญิง” ละมุนรีบคลานเข้าไปรับลูกมาจากพสุธร นพกุลสามีของสนีนาถญาติผู้พี่เขยของคุณย่ากวาดสายตามองทรวดทรงหน้าอกสะโพกของแม่ลูกอ่อน
“สามีเขายอมให้ภรรยามาเลี้ยงกรหรือคะ แล้วลูกเขาจะกินนมใคร” นาริตาญาติผู้น้องเอ่ยถามสงสัย
“ละมุนเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว น้ำนมก็เยอะเลยปั๊มเก็บไว้ให้ลูกทุกวันก่อนมาเลี้ยงตาหนู” คุณหญิงย่าตอบกลับทันควันราวกับเตรียมคำตอบไว้ทั้งที่เพิ่งคิดออกเมื่อครู่ ญาติต่างพยักหน้ารับรู้มองละมุนอุ้มอธิกรออกไปจากวงสนทนา
ละมุนพาลูกมาในห้องรับแขกขนาดเล็กที่ปิดมิดชิดนั่งบนโซฟาปลดกระดุมเสื้อแหวกเปิดออกพร้อมกับชุดชั้นในควักหน้าอกให้ลูกน้อยดูดดึงดื่มน้ำนมด้วยความหิวโหย สักพักพสุธรเปิดประตูเดินหน้าบึ้งเข้ามาในห้องพร้อมกับเสียงบ่น ละมุนสะดุ้งรีบหันหลังหนีไม่ให้เขาเห็นตอนให้นม
“ทำไมไม่ระวังตัว ญาติอยู่เต็มบ้านแต่มานั่งน้ำนมไหลน่าอายไม่พอยังทำให้พวกเขาสงสัย!”
“ขอโทษค่ะ”
“หรือว่าตั้งใจอยากให้คนอื่นรู้ว่าเป็นแม่ของกร” คิ้วหนาเลิกขึ้นจ้องมองแผ่นหลังของเธอ
“หนูไม่เคยคิดทำอะไรอย่างนั้น”
“ฉันไม่เชื่องูพิษอย่างเธอหรอก” คำพูดที่สวนกลับมาของเขาทำเธอนิ่งเงียบไม่ว่าจะพูดอะไรเขาก็คงไม่ฟังเพราะปักใจเชื่อไปแล้วว่าเธอหวังสูง พสุธรมองละมุนที่ไม่ตอบโต้ทำให้รู้สึกอึกอักว่าพูดแรงเกินไป
“ลูกอิ่มหรือยัง?”
“ค่ะ” ละมุนเอาลูกออกจากเต้าเขาเดินปรี่มาตรงหน้าแล้วย่อตัวอุ้มลูกออกไปจากอกแม่
“ไปอยู่ที่ห้องคนรับใช้อย่าเข้าไปเสนอหน้าข้างในอีก” เขารีบออกคำสั่งแก้เก้อก่อนจะเดินดุ่มออกไปจากห้อง ละมุนถอนหายใจติดกระดุมเสื้อเรียบร้อยลุกเดินไปห้องคนรับใช้ที่อยู่หลังบ้านตามคำสั่งเจ้านาย
งานเลี้ยงในสวนจัดขึ้นเลี้ยงอาหารสำหรับญาติที่มาร่วมต้อนรับทายาทคนใหม่จนค่ำ ละมุนไม่ได้ออกหน้าออกตาเพียงแต่ถูกเรียกให้เข้าไปอุ้มลูกพาขึ้นไปนอนบนห้อง
เพื่อนวัยเรียนของละมุนทั้งสี่คนต่างปรบมือยิ้มแย้มยินดีกับเพื่อน ก่อนหน้านี้ละมุนได้ชักชวนเพื่อนให้มีหน้าที่การงานดีและให้ความช่วยเหลือมาตลอด ด้านศรุตกับรามได้รับเชิญมาร่วมงานเลี้ยงในฐานะหุ้นส่วนทางธุรกิจ ทั้งคู่อมยิ้มแท็กมือกันเดาไม่ผิดตั้งแต่วันงานคอนเสิร์ตลานเบียร์เมื่อหลายปีก่อนว่าผู้หญิงคนนี้นี่แหละที่จะกุมหัวใจของพสุธร เพราะเธอทำให้เพื่อนของพวกเขาที่ไม่ชอบให้ใครมาแตะเนื้อต้องตัวเดินฝ่าผู้คนมากมายเพื่อไปยืนคุ้มกันไม่ให้ผู้ชายคนอื่นเข้าใกล้เธอ.... แม้หลังจากนั้นพวกเขาจะรู้ว่าละมุนเป็นแม่ของลูกพสุธรแต่ต้องเก็บไว้เป็นความลับเพราะละมุนไม่ได้รับการออกหน้าทั้งที่เป็นภรรยาถูกต้องตามกฎหมาย ทว่าตอนนี้ละมุนก็ได้ขึ้นแท่นภรรยาอย่างออกหน้าเสียที....เมื่อถึงวัยลูกน้อยเติบใหญ่ อธิกรกับลลิตาเข้าศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในประเทศอังกฤษ ละมุนเป็นห่วงลูกเลยขอมาอาศัยอยู่ร่วมกันที่นี่ พสุธรเองก็ไม่ยอมห่างละมุนจึงทำงานผ่านช่องทางออนไลน์ในช่วงสองปีที่ลูก ๆ ศึกษาต่อจนกว่าจะจบ“หอมจังเลยครับ”อธิก
“ขอเพิ่มอีกห้าล้านได้ไหมต้องอัพเกรดตัวเองให้ดูแพง” วินนี่ยังต่อรองจะจับคนรวยเธอต้องดูรวยถึงจะเลอค่า พสุธรส่ายหน้าเบา ๆ เปิดหน้าเช็คจรดปากกาเซ็นชื่อ“สามล้านพอ ฉันจะให้เธอครั้งสุดท้ายเพื่อจบเรื่องราวของเราเพียงเท่านี้ หลังจากนี้ก็ขอให้เธอโชคดีกับสามีหล่อรวยอยู่เป็นคุณนายไม่ต้องทำมาหากินก็มีเงิน” พสุธรยื่นเช็คให้พร้อมกับคำอวยพรที่เธอชอบทั้งที่รู้ว่าเดวิดไม่จริงจังกับวินนี่แน่นอนก่อนจะหันหลังเดินจากไป วินนี่มองบนถอนหายใจเฮือกใหญ่มองตามอาลัยอารณ์ตั้งใจกลับมาเพื่อมีชีวิตที่ดีดันแย่กว่าเดิมต้องยอมรับสภาพหมดตัวเพราะเคยไปหลอกเขามาก่อน จากนี้ไปเธอต้องสลัดความเศร้าอัพเกรดตัวเองใหม่ให้สดใสเปล่งปลั่งเดินหน้าหาสามีใหม่รวย ๆ เท่านั้นถึงจะตอบโจทย์ วินนี่เดินเชิดหน้าไปอีกทางแววตามุ่งมั่นถึงจะท้อใจกับชีวิตเธอไม่ใช่คนยอมแพ้อะไรง่าย ๆ ไม่มีทางทำร้ายตัวเองนอกจากทำให้ตัวเองสวยและเลอค่าแม้จะเหลือแต่เปลือกก็ตาม พสุธรหันกลับมามองวินนี่ก้าวเดินมาดมั่นกระฉับกระเฉงห่างออกไปเรื่อย ๆ แม้แต่ตอนนี้เขาก็ไม่รู้สึกสงสารหรือแม้แต่เห็นใ
คฤหาสน์หลังใหญ่ ค่ำคืนนี้เป็นคืนแรกของครอบครัวได้นอนบนเตียงพร้อมหน้าพร้อมตาพ่อแม่ลูก พสุธรนอนกอดหญิงคนรักที่นอนตะแคงหันไปหาลูกด้วยความคิดถึงหลังจากต้องอยู่ห่างเพื่อทำให้แผนของเขาเนียนที่สุดในการหลอกให้วินนี่เชื่อใจและไม่ระแวงเรื่องละมุน ด้านละมุนอบอุ่นใจกับการที่มีคนรักกลับมาอยู่กับเธอดังเดิมแต่ยังนอนไม่หลับครุ่นคิดเรื่องที่เขาเคยทำให้เสียใจและเรื่องภรรยาเก่าของเขา ร่างบางถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาอย่างไม่รู้ตัว พสุธรผงกหัวมองภรรยาที่ยังไม่หลับ“ยังงอนอยู่เหรอ”“นิดหน่อยค่ะ แต่กำลังสงสารคุณวินนี่ คุณพอลทำกับเธอแรงไปไหมคะถึงขนาดหมดตัวแล้วเธอจะอยู่ยังไง” เสียงหวานหม่นเศร้าค่อย ๆ เขยิบตัวหันมานอนหงายมองหน้าสามี“มันเป็นสมบัติที่ผมควรได้คืน”“แต่หัวใจผู้หญิงคนหนึ่งต้องบอบช้ำนะคะ ละมุนเข้าใจความรู้สึกเธออุตส่าห์กลับมาหาคุณมีความหวังว่าจะสร้างครอบครัวด้วยกันแต่กลับถูกหลอกทั้งความรู้สึกและทรัพย์สินไม่เหลืออะไรเลย”“ละมุนอยากให้ผมทำยังไง”
“ฟ้องเมียน้อยกับแกที่เล่นชู้ อยู่ดีไม่ว่าดีดันมาหักหลังคนอย่างฉันแกต้องเสียสมบัติให้ฉันอย่างน้อยหนึ่งร้อยล้าน” วินนี่ตะคอกลั่นโรงพยาบาลในเมื่อถูกหักหลังพวกมันต้องรับผิดชอบ พสุธรหัวเราะร่วนก้าวเดินเข้าใกล้วินนี่แล้วยิ้มเยาะ“เผื่อจะยังไม่รู้ คนที่จดทะเบียนซ้อนเรียกร้องอะไรไม่ได้นะ”“พูดบ้าอะไร?”“ละมุนเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมายของฉัน ส่วนเธอจดทะเบียนทีหลังเรียกว่าจดทะเบียนซ้อนถือว่าเป็นโมฆะ” สายตาคมมองเหยียดภรรยาเก่า พลางนึกย้อนไปวันที่เขาจะไปหย่ากับละมุนเพื่อจะทำตามแผนจดทะเบียนกับวินนี่แต่จะไม่มีอะไรกันแล้วจ้างผู้ชายมาเล่นชู้กับวินนี่ที่อดทนเรื่องอย่างว่าไม่ได้หลังจากนั้นจะฟ้องหย่าแบ่งสินสมรสแต่ด้วยความที่เขาไม่อาจตัดใจเซ็นชื่อลงในใบหย่าได้แผนทุกอย่างเลยต้องเปลี่ยนยังคงสภาพเป็นสามีภรรยาถูกต้องตามกฎหมายกับละมุน ส่วนตัวเขาไปอยู่กับวินนี่ให้ตายใจซึ่งละมุนเองก็ไม่รู้ว่าเขาจะทำอะไรรู้แค่ว่าวันที่ไม่ได้หย่ากันเขาบอกเพียงให้รอแล้วเขาจะกลับมาหาเธอ ด้านวินนี่ช็อกไปชั่วขณะหัวใจเต้นแรงหน้าซีดถูกสามีเก่าต้มซะเปื่อยก่อนจะนึกได้ว่าถ้าเป็นแบบนี้เขาอาจมีคว
พสุธรเดินออกมาจากห้องทำงานของสินีนาถจะไปยังห้องประชุมระหว่างทางเขาเห็นละมุนเดินวนไปวนมาอยู่หน้าลิฟต์แล้วมองมาทางเขา พสุธรเหลือบมองรอบข้างไม่มีใครเลยเดินมาหาละมุน ทั้งสองยืนรอลิฟต์ห่างกันไม่พูดคุยใด ๆ เมื่อประตูลิฟต์เปิดเธอเดินเข้าไปชิดขอบลิฟต์ด้านในส่วนเขายืนอยู่ข้างหน้าชิดปุ่มกดขยิบปากเปล่งเสียงพูดคุยโดยไม่หันมองกันและกัน“คุณโอนหุ้นมากมายให้หนูทำไมคะ”“เพราะนั้นเป็นรายได้หลักมีมูลค่ามากสุดที่ฉันมีในตอนนี้เพื่อสัญญาว่าฉันจะกลับไปหาเธอ”“หนูอยากได้แค่คุณไม่ได้อยากได้ทรัพย์สินของคุณ”“เธอจะได้ทั้งสองอย่างไม่ว่าฉันและทรัพย์สินทั้งหมดเป็นของเธอกับลูก ๆ ของเรา”“เราสามคนแม่ลูกจะได้ความรักด้วยไหมคะ” ดวงตากลมโตวูบไหวเหล่มองหลังแกร่งที่ไม่หันหน้ามามอง“ทำขนาดนี้แล้วยังไม่รู้อีกเหรอว่ารักมากขนาดไหน” เขาเน้นหนักในคำพูดให้เธอมั่นใจ ละมุนยืนนิ่งฝืนกลืนน้ำตาไม่ให้ไหลเมื่อลิฟต์ลงถึงชั้นสิบแผนกบัญชีละมุนรวบแรงเดินผ่านกายหนาพยายามไม่หันมอง“รักนะคุณแม่ดูแลลูกด้วย” เส
“เธอรู้ดีว่าตัวเองไม่ใช่เมียน้อย”เขาลากเสียงยาวเหนื่อยที่ต้องคุยเรื่องนี้ซ้ำ ๆ“แต่เป็นแค่ตัวสำรองความสำคัญน้อยนิดเมื่อเทียบกับตัวจริง”“เธอสำคัญกับฉันที่สุด”“ตอนนี้หนูไม่มั่นใจอะไรในตัวคุณอีกแล้ว หนูเหมือนเดินบนเส้นด้ายไม่มีความแน่นอนอะไรสักอย่าง หนูเคยเชื่อคำพูดคุณจนหนูโง่ให้คุณหลอกซ้ำ ๆ” หน้าสวยบิดเบี้ยวน้ำตาไหลเกินอดกลั้น พสุธรหน้าเครียดเกลี่ยปลายนิ้วเช็ดน้ำตาบนแก้มเนียนแต่ถูกละมุนปัดมือออก“ฉันรักเธอ” เสียงทุ้มติดขัดเจ็บปวดกับการปฏิเสธของผู้หญิงที่รักแค่เช็ดน้ำตายังทำให้เธอไม่ได้“อย่าหลอกหนูอีกได้ไหม” ร่างบางสะอื้นเนื้อตัวสั่นเทาเจ็บใจตัวเองที่รักเขามากจนยอมโง่ให้เขาหลอก“ฉันรักเธอ” นัยน์ตาคมวูบไหวโน้มลงเข้าใกล้จะจูบหน้าสวยหันหนีเขาจับหน้าเธอให้หันมามองสบตาแล้วโน้มลงจูบปากนุ่มนวล มือเรียวกำผ้าห่มแน่นน้ำตาไหลลงหางตาพ่ายแพ้ให้กับเขาทั้งที่ปวดร้าวแทบขาดใจ ริมฝีปากหนาถอนจูบอ้อยอิ่งเคลื่อนหน้าขึ้นจูบหน้าผากมนแผ่วเบา“รอฉันนะคนดี อีกไม่นานฉันจะก







