LOGINบทที่ 10สุดท้าย ภีมวัจน์ก็เรียกบอดี้การ์ดทั้งสี่เข้ามาในห้อง โดยมีมุกพิชชายืนกอดอก มองสำรวจพวกเขาทีละคนอย่างพินิจ เธอเดินวนไปมาอยู่สองรอบ จนลูกน้องเริ่มรับรู้ถึงความผิดปกติ เพราะเจ้านายยังคงนิ่งเงียบ ไม่เอ่ยปาก ทำให้ความอึดอัดค่อยๆ เพิ่มขึ้นในห้อง“ฉันเลือกคนนี้ แล้วก็คนนี้” นารันชี้ไปยังทัพและสน“ได้แค่คนเดียว” เลือกเก่งเสียด้วย ถือว่ายัยนี่ตาถึง แต่เธอจะเลือกคนของเขาไปทั้งสองคนไม่ได้ คนหนึ่งก็เป็นมือขวา อีกคนเก่งกาจเรื่องเทคโนโลยี แต่จะว่าไป ไม่ว่าเธอจะเลือกใครไปก็ดีทั้งนั้นเพราะฝีมือการ์ดเขาแต่ละคนไม่ธรรมดาอยู่แล้วเพียงแต่ทั้งสี่มีความสามารถเฉพาะตัวแตกต่างกันออกไปเท่านั้นเอง“ไม่พอ ขอสอง” นารันสวนกลับทันควัน คนเดียวพอที่ไหนกันสายตาของพวกเขาแทบถลนกับคำพูดของเจ้านาย มะ หมายความว่าอย่างไร ขอสองคน“เธอ”“คุณเองก็มีลูกน้องตั้งเยอะ ฉันขอแค่สองคนเอง ทำเป็นงกไปได้” หญิงสาวตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน ในโรงยิมนั่นมีแต่พวกหุ่นล่ำๆ ทั้งนั้น จะเลือกขึ้นมาแทนสักสี่ห้าคนก็ยังได้เลยก็จริงอยู่ เขามีลูกน้องให้ใช้มากมาย ไม่ใช่แค่สี่คนนี้ แต่เธอจะมายึดมือดีของเขาพร้อมกันแบบนี้ไม่ได้สิยิ่งฟังพวกเขาก็รู้ส
นารันจับขอบอ่างล้างหน้าแน่น ดวงตาแดงก่ำ เธอโกงคออาเจียนเสียงโอ้กอ้าก แต่มีเพียงน้ำย่อยเท่านั้นที่ออกมา กิ่งกับวดี พี่เลี้ยงสองคนวิ่งตามมาลูบหลังให้ด้วยความเป็นห่วง“คุณหนู ไหวไหมคะ” กิ่งถามด้วยน้ำเสียงไม่สู้ดีที่เห็นคุณหนูของตนเจ็บไข้ พวกเขาดีใจที่เจ้านายเริ่มออกกำลังกายและดูตัวเองมากขึ้น แถมยังแข็งแรงกว่าเมื่อก่อนมาก แต่ทำไมตอนนี้กลับมาป่วยอีกแล้ว“เดี๋ยวป้าจะให้คนเตรียมรถพาไปโรงพยาบาลดีกว่าค่ะ” วดีจะลุกไปจัดการ แต่ถูกรั้งไว้ด้วยแขนเรียวเล็ก“ไม่เป็นไรค่ะ ป้า พราวดีขึ้นแล้ว” นารันพยายามกลั้นเสียง ไม่อยากให้เป็นเรื่องใหญ่ มันก็แค่อ้วกเท่านั้น“เอ๊ะ หรือว่าคุณพราวแพ้ท้องคะ” กิ่งคิดไปไกล เพราะมุกพิชชาแต่งงานมานาน อาจเป็นข่าวดี เธอสันนิษฐานเอาเองโดยไม่ทันมองสีหน้าเจ้านายหรือบุคคลอื่นได้ยินเข้าพวกบอดี้การ์ดที่ได้ยินจึงตกใจ หันมองหน้ากันอย่างอึ้งๆ ก่อนอมยิ้มน้อยๆ และรีบวิ่งกลับไปรายงานกับเจ้านาย“สรุปมีเรื่องอะไร” พอพวกนี้วิ่งกลับมาก็เอาแต่ยืนยิ้มอย่างมีเลศนัยบางอย่าง“สะ…เสียงเมื่อครู่นั่นคือคุณพราวครับ” บลู“คุณพราวอ้วก เพราะแพ้ท้องครับ” ไนล์“คะ…คุณพราวแพ้ท้องครับ” สน“คุณภูสิงห์กำลังจ
บทที่ 9แสงไฟขาวนวลส่องจากเพดานลงบนเวทีมวยที่ปูเสื่อยางกันลื่นอย่างเรียบตึง นารันอยู่ในชุดออกกำลังกาย เสื้อแขนสั้นสีเทาคู่กางเกงขาสั้น ผมที่เคยรวบตึงบัดนี้ถูกรวบขึ้นเป็นจุกบนศีรษะคู่ชกตรงหน้าคือทัพ เปลือยท่อนบนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อแน่นเป็นลอน บ่งบอกถึงคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ เขามองหญิงสาวตรงหน้าอย่างสับสนเล็กน้อย นารันก้าวเท้าออกข้างหนึ่ง ย่อเข่าเพื่อปรับสมดุล ถ่ายน้ำหนักไปยังปลายเท้า ก่อนจะปล่อยหมัดขวาพุ่งเข้าใส่สันกรามของเขา โชคดีที่ทัพหลบได้หวุดหวิดทัพกระตุกยิ้ม แล้วยกมือขึ้นตั้งการ์ด เหล่าชายฉกรรจ์ด้านล่างตาโต ส่งเสียงเชียร์กันลั่น“เฮ้ย นึกว่าคุณพราวแค่จะมาสนุก หมัดเมื่อกี้ไม่เบาเลยนะ ถ้าไอ้ทัพหลบไม่ทันคงได้ใส่ฟันปลอมแทนแน่” ไนล์กอดอกมองคนทั้งคู่บนสังเวียนหันมาพูดกับเพื่อนคนอื่นๆ“นั่นสิ คุณพราวไปเรียนชกมวยตั้งแต่เมื่อไหร่” ผู้หญิงคนหนึ่งที่เชยชินกับการอยู่บ้านและป่วยง่ายถาม ทั้งที่ก่อนหน้านี้หล่อนดูอ่อนแอ แต่วันนี้กลับกล้าท้าผู้ชายตัวโตต่อยมวย“มีเท่าไหร่ใส่มาให้หมด ไม่ต้องออมแรง” แววตาเธอแน่วแน่ พูดเสียงแข็งแข่งกับเสียงคนด้านล่าง เพราะจากรูปลักษณ์แล้วทัพน่าจะเก่งพอตัว แต่ยัง
คฤหาสน์หรูตั้งตระหง่าน โอบล้อมด้วยสวนกว้างเขียวขจี ทางเดินปูด้วยหินอ่อนขัดมันวาวนำไปสู่หินแกรนิตสีเข้ม ประตูไม้แกะสลักลวดลายมังกรคู่เปิดเข้าสู่โถงทางเข้าบ้านที่โอ่อ่าสมฐานะฉัตรปวีย์ยิ้มหน้าบาน ควงแขนแฟนหนุ่มเดินผ่านบอดี้การ์ดหน้าเหี้ยมหลายสิบนายที่ยืนเฝ้าตามตำแหน่งตั้งแต่รั้วเข้ามาจนถึงตัวบ้าน หล่อนพาชายหนุ่มตรงเข้าสู่ห้องนั่งเล่น ที่ซึ่งบิดากำลังนั่งใช้แว่นขยายส่องพระอย่างตั้งอกตั้งใจ กระทั่งเธอก้าวเข้ามาในห้องนั่นเอง ธนัทถึงได้ละสายตาจากวัตถุมงคลเงยหน้าขึ้นมองลูกสาว“มีอะไรดี ถึงได้ทำหน้ามีความสุขขนาดนั้น” น้ำเสียงเข้มขรึมเอ่ยขึ้น“ก็วันนี้นักข่าวเอารูปหนูกับคินไปลงไงคะ แถมยังเปิดประวัติของคินด้วย ตอนนี้ดังเป็นพลุแตกเลยค่ะ ดูนี่สิคะ” เธอรีบยื่นโทรศัพท์ที่เปิดหน้าข่าวให้บิดาดูด้วยความตื่นเต้นธนัทกวาดตามองเนื้อข่าวผ่านๆ พลางพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ตอนแรกเขาเองก็ไม่ปลื้มชยพลนักหรอก เพราะในสายตาเขา ลูกสาวควรคู่กับผู้ชายที่มีฐานะทัดเทียมหรือเหนือกว่า ไม่ใช่แค่คนธรรมดาอย่างหมอนี่ ทว่าด้วยความรักลูก เขาจึงยอมผ่อนปรน วางเงื่อนไขให้ชยพลพิสูจน์ฝีมือมาทำงานให้เขา หากทำงานที่ได้รับมอบหมายไม่สำเร
ภายในห้องอาหารหรูซึ่งถูกตกแต่งสไตล์จีนมีความเป็นส่วนตัวสูง หลังบริกรเสิร์ฟอาหารทุกจานเสร็จในห้องก็ตกอยู่ในความเงียบ อาหารทุกจานสีสันน่ารับประทานส่งกลิ่นหอมยั่วเย้าให้น้ำย่อยในกระเพาะทำงาน แต่ถึงจะหิวมากเพียงใดคนทั้งสองฝั่งก็ยังไม่มีใครกล้าแตะอาหาร เพราะจุดประสงค์ในวันนี้ไม่ได้มาเพื่อทานข้าว“วันนี้ดูผู้กำกับอารมณ์ดีจังเลยนะ” ธนัทเป็นคนเปิดประโยคแรก เขาหยิบมวนบุหรี่ขึ้นมาจุดแล้วพ่นควันขาวลอยฟุ้งกลบกลิ่นอาหาร“คุณเองก็ไม่ใช่ย่อย” อรรถนพตอบกลับแบบคนไม่ยอมแพ้“แน่นอน แต่ถึงยังไงผมก็ยังไม่สบายใจอยู่ดี” ธนัทขยี้มวนบุหรี่ในส่วนที่เผาไหม้จนกลายเป็นเถ้ากระดาษลงกับถาดรองก้นบุหรี่ น้ำเสียงเขาตึงเครียดกว่าเมื่อครู่ขึ้นเล็กน้อย“ทำไม”“แม้หัวหน้าจะลาโลกแล้วแต่ก็ยังเหลือลูกน้องเธออีกสองคนไม่ใช่เหรอ คุณคิดเหรอว่าพวกเขาจะไม่สืบเรื่องนี้ต่อ”“ถ้าเป็นเรื่องนั้นคุณไม่ต้องห่วง เดี๋ยวผมจะสั่งย้ายพวกมันไปตำแหน่งอื่น”“แล้วคุณแน่ใจได้อย่างไร ก็แค่ย้าย” ธนัทยังคงไม่วางใจกับแผนที่อีกฝ่ายเสนอมา“แล้วคุณจะเอายังไง” อรรถนพเริ่มเสียงแข็งที่อีกฝ่ายไม่พอใจกับการแก้ไขปัญหาของตัวเอง“ทำให้พวกมันกลัว ไม่กล้าเข้ามายุ่ง
บทที่ 8ผู้กองนารันในร่างหญิงสาวบอบบาง ผิวขาวนวลดุจไข่ปอก ดวงตาแดงก่ำจับจ้องพิธีกรรมเบื้องหน้าอย่างหนักอึ้ง เธอกะพริบตาถี่เมื่อสายตาหยุดที่โลงศพ ที่นั่นมีร่างของเธอเองนอนนิ่งอยู่บนแท่นหน้าเตาเผาภายในวัดคลาคล่ำด้วยผู้คนในชุดดำ ต่างมาร่วมไว้อาลัยแด่ผู้วายชนม์ เมื่อลองกวาดตามอง นารันพบว่าครึ่งหนึ่งคือเพื่อนร่วมรุ่น ส่วนอีกครึ่งคือเพื่อนร่วมงานและผู้บังคับบัญชาที่สวมเครื่องแบบเต็มยศสีกากีและสีขาว ดาวบนบ่าแวววาวบ่งบอกถึงตำแหน่งและเกียรติยศของพวกเขานารันยังไม่ก้าวเข้าไปในงาน เธอยืนใต้ร่มไม้ใหญ่ ก่อนจะเลือกนั่งลงที่โต๊ะม้าหินอ่อนสีขาว รอเวลาวางดอกไม้จันทน์พิธีกรกำลังอ่านชีวประวัติของเธออยู่ มันช่างตลกร้าย ใครจะคิดว่าเธอต้องมานั่งฟังเรื่องราวของตัวเองในงานศพ หากพูดออกไปใครก็คงหาว่าเสียสติพิธีการยังคงดำเนินไปเรื่อยๆ เธอเห็นบิดาและมารดาเธอนั่งบนเก้าอี้ข้างๆ สารวัตร หางตาหล่อนกระตุกทันที กว่าจะได้เจอทั้งสองลูกสาวที่พวกเขาทอดทิ้งก็เหลือแต่ร่างไร้วิญญาณ เธอไม่มีแม้เศษเสี้ยวของความผูกพันกับคนพวกนั้น และนารันมั่นใจว่าพวกเขาเองก็คงรู้สึกไม่ต่างกัน ส่วนประธานในพิธีวันนี้ จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากผู้


![นรสิงห์ [มาเฟียร้ายรัก]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




