Share

บทที่ 4

Author: แมวบ้านเป็นบ้า
ไว้ลวก ๆ ก่อนจะหลบไปยืนดูเรื่องสนุกอยู่ใต้ระเบียงทางเดิน

สายลมหนาวพัดกรรโชก ระบบทำได้เพียงใช้มือข้างหนึ่งกดหน้ากระดาษไว้ ส่วนอีกมือก็จับพู่กันคัดลอกอักษร หลานอิงที่กำลังฝนหมึกอยู่ด้านข้างเอ่ยด้วยน้ำเสียงโศกเศร้า “พระนาง ร่างกายของท่านไม่สู้ดีนัก ให้บ่าวเข้าไปขอร้องฮ่องเต้เถิดเพคะ”

ระบบทำราวกับไม่ได้ยินสิ่งใด มันไม่เหมือนกับข้า มันไม่สามารถรับรู้ถึงความเจ็บปวดใด ๆ ได้ ทำเพียงคัดลอกพระสูตรต่อไปราวกับเป็นเครื่องจักร

ข้ามองดูนิ้วมือของมันที่หนาวเหน็บจนแข็งทื่อและบวมแดงท่ามกลางสายลมเย็นเยียบ อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากเกลี้ยกล่อมด้วยความร้อนใจ “ลู่หวยกับสวีอวี่โหรวตั้งใจหาเรื่องชัด ๆ เจ้าเลิกเขียนเถิด”

“ไม่เป็นไร ข้าเข้ามาสวมรอยร่างของเจ้า เดิมทีก็สมควรรับเคราะห์เหล่านี้อยู่แล้ว”

มือของระบบยังคงขยับไปมาไม่หยุดพัก สีหน้าของมันราบเรียบถึงขีดสุด ราวกับว่ายามนี้ตนเองเพียงกำลังสวดมนต์ไหว้พระอยู่ในห้องพระที่อบอุ่นดั่งวสันตฤดู มิใช่กำลังถูกลงโทษให้คุกเข่าคัดตำราท่ามกลางหิมะอันหนาวเหน็บ

ข้าเป็นเพียงวิญญาณเร่ร่อนดวงหนึ่ง นอกจากล่องลอยอยู่ในอากาศได้แล้ว เรื่องอื่น ๆ ล้วนไม่อาจทำสิ่งใดได้เลย ทำได้เพียงเบิกตามองระบบฝืนร่างกายที่เจ็บป่วยคัดลอกพระสูตรต่อไป

ใบหน้าของมันเริ่มซีดเผือดลงเรื่อย ๆ ทั่วทั้งร่างสั่นสะท้านอย่างไม่อาจห้ามได้ นิ้วมือเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อและม่วงคล้ำ ซ้ำยังถูกลมหนาวบาดจนแห้งแตกและมีเลือดซึม หยดเลือดสีแดงสดหยดลงบนหน้ากระดาษราวกับดอกเหมยสีชาดที่กำลังเบ่งบาน

“เจ้าอย่าเขียนอีกเลย! หากเจ้ายังขืนคัดต่อไปเจ้าจะตายเอาจริง ๆ!”

ข้าอดไม่ได้ที่จะลอยไปตะโกนอยู่ข้างหูของระบบ หมายจะทำให้สมองของมันตื่นรู้ขึ้นมาบ้าง

ทว่ามันกลับเพียงแค่นำหลังมือที่โชกเลือดไปเช็ดกับชายกระโปรงลวก ๆ จากนั้นก็หยิบพู่กันขึ้นมาอีกครั้ง แล้วเอ่ยเสียงเรียบ “ไม่เป็นไรหรอก อีกไม่นานก็เสร็จแล้ว รอจนร่างกายนี้แหลกสลายตายจากไป ทั้งเจ้าและข้าก็จะได้หลุดพ้นเสียที”

เมื่อข้าได้ฟังก็ถึงกับยืนนิ่งอึ้งอยู่กับที่

หากจะบอกว่าตัวข้าในกาลก่อนเมื่ออยู่ภายใต้การกดขี่ของลู่หวยยังพอมีลมหายใจรวยรินอยู่บ้าง ทว่าระบบในยามนี้กลับมีความตั้งใจเพียงปรารถนาความตายเท่านั้น

มันเข้ามาสวมรอยใช้ร่างของข้า ทว่ากลับเป็นเพียงการปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามน้ำเพื่อจบชีวิตของข้าลง

เช่นนั้นเมื่อทุกสิ่งจบสิ้นลง ข้าควรจะไปในทิศทางใด จะล่องลอยอยู่บนโลกใบนี้ต่อไป หรือจะได้ไปเกิดใหม่…

ข้ามองเห็นร่างกายของตนเองสั่นเทาอย่างรุนแรงยิ่งขึ้น ปลายพู่กันในมือทิ้งรอยหมึกหยดใหญ่ดูอัปลักษณ์ สุดท้ายนิ้วมือก็ร่วงตกลงมาอย่างอ่อนแรง ร่างนั้นล้มพับลงบนพื้นราวกับบุปผาที่ร่วงโรย ลมหายใจรวยรินลงทุกขณะ

ลู่หวยที่เดิมทียังคงพลอดรักอยู่กับสวีอวี่โหรวกลับผลักประตูพรวดพราดออกมา นัยน์ตาของเขาแดงก่ำขณะสาวเท้าเดินตรงมายังทิศทางที่ข้าอยู่อย่างรวดเร็ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หลังจากระบบเข้าแทนที่ ฮ่องเต้ก็ทรงเสียพระทัย   บทที่ 12

    ข้าคิดไม่ถึงเลยว่าลู่หวยจะสามารถมองเห็นข้าได้ เมื่อคิดดูแล้ว พวกหมอผีพเนจรเหล่านั้นก็มิใช่ว่าจะไร้ประโยชน์เสียทีเดียวเพียงแต่ยามนี้สองภพถูกกางกั้น แม้ว่าเขาจะมองเห็นข้าแล้วจะทำสิ่งใดได้ลู่หวยคุกเข่าลงตรงหน้าข้า เอ่ยถามย้ำเพื่อความแน่ใจว่า “อาเสวี่ย เจ้ายังคงรักข้าอยู่ ใช่หรือไม่?”ข้าส่ายหน้าเงียบ ๆ ไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าเขาจะเอ่ยถามคำพูดเหล่านี้ไปเพื่อความหมายใด รักหรือไม่รักมันสำคัญถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?ข้าตายไปนานแล้ว ยามนี้เป็นเพียงวิญญาณล่องลอยดวงหนึ่งเท่านั้นวิญญาณเร่ร่อน ตนหนึ่งจะมีอารมณ์ความรู้สึกมากมายเพียงนั้นได้อย่างไรทว่าในเมื่อเขาเอ่ยถามมา ข้าก็ไม่อาจจะนิ่งเงียบไม่เอ่ยสิ่งใด ทำได้เพียงบอกเขาไปว่า “คนตายราวกับตะเกียงที่ดับมอด เรื่องราวหนหลังล้วนขาดสะบั้นสิ้นแล้ว”ร่างของลู่หวยพลันแข็งทื่อ ภายในดวงตาของเขามีหยาดน้ำตาหลั่งริน ทว่าข้ากลับมองข้ามสิ่งเหล่านี้ไป ดึงแขนเสื้อของระบบเพื่อเร่งรัดให้มันรีบจากไปโดยเร็วของพรรค์นี้อย่างน้ำตา ยามที่ข้าถูกเขาหมางเมินและปกป้องด้วยความเอาแต่ใจ ข้าก็หลั่งมันออกมามากจนนับไม่ถ้วนไปตั้งนานแล้วระบบไม่สนใจข้า เพียงหลุบตาลงมองพิจารณาลู

  • หลังจากระบบเข้าแทนที่ ฮ่องเต้ก็ทรงเสียพระทัย   บทที่ 11

    ลู่หวยตอบรับคำขอของระบบ ยามที่ดวงตะวันยังไม่ทันคล้อยต่ำ ขันทีข้างกายเขาก็มาเชิญระบบให้ย้ายฝีเท้าไปยังตำหนักเย็นข้าเดินตามรอยเท้าระบบไปเงียบ ๆ อาณาบริเวณของตำหนักเย็นนั้นรกร้างวังเวง ยามปกติแทบไม่มีผู้ใดย่างกรายมา ตัวข้าที่อยู่ในร่างวิญญาณจึงมองเห็นเหล่าวิญญาณอาฆาตที่ดิ้นรนไขว่คว้าหาทางหลุดพ้นได้อย่างชัดเจนเป็นพิเศษพวกนางถูกจองจำอยู่ในวังหลังอันกว้างใหญ่ ยามมีชีวิตไม่อาจก้าวออกไปได้ชั่วชีวิต ครั้นสิ้นใจดวงวิญญาณก็ยังถูกกักขังไว้ที่นี่อย่างแน่นหนาข้าอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวาดกลัวอยู่ลึก ๆ หากระบบไม่เข้ามาสวมรอยแทนร่างข้า ท้ายที่สุดแล้วข้าจะกลายเป็นหนึ่งในวิญญาณเหล่านี้หรือไม่ลู่หวยมาถึงก่อนพวกเราก้าวหนึ่ง เพียงไม่กี่วันที่ไม่ได้พบหน้า เขากลับซูบผอมลงไปถนัดตา ใบหน้าซีดเซียวอิดโรยอย่างเห็นได้ชัดทว่าไม่รู้ว่าเป็นข้าที่คิดไปเองหรือไม่ ข้าสัมผัสได้ว่าสายตาของเขามองทะลุผ่านระบบ และตกลงบนร่างวิญญาณของข้าอย่างจัง“เจ้ามาแล้ว”น้ำเสียงของลู่หวยแหบพร่าเล็กน้อย เขาหลุบตาลงพลางผลักบานประตูตำหนักเย็น เอ่ยเสียงแผ่วเบาว่า “สวีอวี่โหรวอยู่ด้านใน”ระบบพยักหน้าให้เขาเล็กน้อย แล้วก้าวเท้าเดินเข้า

  • หลังจากระบบเข้าแทนที่ ฮ่องเต้ก็ทรงเสียพระทัย   บทที่ 10

    ลู่หวยผลุนผลันออกจากตำหนักของข้าประหนึ่งคนบ้าคลั่ง ตลอดทางเอาแต่เร่งรัดสั่งการให้ผู้คนออกตามหานักพรตหมอผีทุกแขนงที่สามารถเรียกวิญญาณได้เขากล่าวว่า “ฮองเฮาต้องถูกปีศาจเข้าสิงเป็นแน่ คนดี ๆ จะตายได้อย่างไร... นางจะตายได้อย่างไร รีบไปเบิกตัวนังแพศยาโหรวเฟยมาพบเราเดี๋ยวนี้!”ขันทีผู้รับใช้มีสีหน้าขมขื่น เอ่ยอย่างระมัดระวังว่า “ฝ่าบาท โหรวเฟยกระทบกระเทือนครรภ์ ยามนี้กำลังนอนพักฟื้นอยู่พ่ะย่ะค่ะ”นึกไม่ถึงว่าลู่หวยที่กำลังเดือดดาลจะตวัดเท้าถีบออกไปสุดแรง พลางตวาดด่า “เจ้าโง่เง่า! เดี๋ยวนี้เราเรียกใช้เจ้าไม่ได้แล้วใช่หรือไม่!”“รีบไปตามคนมาปัดเป่ารังควานให้ฮองเฮาเร็วเข้า รอจนไอปีศาจสูญสลายไป นางจะต้องกลับมาแน่... ยังไม่รีบไปอีก!”ข้าไม่รู้ว่าเหตุใดเขาจึงมั่นใจเพียงนั้นว่าข้าจะไม่ตาย ข้าเป็นเพียงปุถุชนคนธรรมดา ไม่ใช่เทพเซียนผู้มีอิทธิฤทธิ์เทียมฟ้า จะไปมีวิชาอมตะไม่มีวันแตกดับได้อย่างไรรั้งอยู่ในวังหลวงท่ามกลางลมหนาวเหน็บ ต้องเผชิญความเย็นชาของจิตใจคน ซ้ำร้ายยังป่วยหนักเรื้อรัง ต่อให้ไม่มีระบบมาสวมรอยใช้ร่างนี้ ข้าก็คงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานนักทว่าดูจากตอนนี้แล้ว เขาก็ไม่ได้รักสวีอวี่

  • หลังจากระบบเข้าแทนที่ ฮ่องเต้ก็ทรงเสียพระทัย   บทที่ 9

    ข้าได้ยินเช่นนั้นก็พลันตกใจ สัญชาตญาณสั่งให้ก้าวออกไปปกป้องระบบทว่าระบบกลับมิได้มีท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย มันเบิกดวงตากระจ่างใสจ้องมองลู่หวย พลางเอ่ยอย่างเรียบเฉยว่า “หม่อมฉันก็คือหลินสิงเสวี่ย”“เจ้าไม่ใช่!”ลู่หวยราวกับสัตว์ป่าที่หลงทาง เขาดึงคอเสื้อของระบบไว้แน่นอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับตวาดลั่น “เจ้าไม่ใช่ตัวนางเลยสักนิด! ต่อให้พวกเจ้าสองคนจะหน้าตาเหมือนกันราวกับพิมพ์เดียว ข้าก็มองออก! เจ้าไม่ใช่หลินสิงเสวี่ย!”ข้ามองใบหน้าของระบบที่ไร้ซึ่งความแตกต่างใด ๆ จากข้า ต่อให้กิริยาท่าทางจะผิดแปลกไปบ้าง ทว่าคนปกติทั่วไปย่อมไม่มีทางคิดไปถึงเรื่องการสลับตัวคนกระมังแต่ลู่หวยกลับสามารถดูออก เขาบีบคอระบบไว้แน่น ตาทั้งสองข้างแดงก่ำด้วยอารมณ์พลุ่งพล่าน “ยามที่นางมองข้า ไม่เคยใช้แววตาเช่นนี้”“หลินสิงเสวี่ยรักข้า นางรักบุตรของเราสองคน นางจะเป็นคนไร้เยื่อใยถึงเพียงนี้ได้อย่างไร... ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด...”ข้าขบคิดถึงความเป็นไปได้ทุกประการ ทว่ากลับนึกไม่ถึงว่าจะเป็นเพราะเหตุผลนี้เพียงแต่ยามนี้เมื่อข้าลองนึกตรึกตรองถึงลู่หวยและบุตรที่จากไปผู้นั้น กลับมิอาจสัมผัสได้ถึงความรู้สึกหวั่นไหวใด

  • หลังจากระบบเข้าแทนที่ ฮ่องเต้ก็ทรงเสียพระทัย   บทที่ 8

    ยามเย็นมีข่าวคราวแจ้งมาว่าสวีอวี่โหรวมีอาการกระทบกระเทือนครรภ์ เดิมทีข้าคิดว่าลู่หวยจะคอยอยู่เคียงข้างนางตลอดเวลา นึกไม่ถึงว่ากลางดึกสงัดเช่นนี้เขาจะมายังตำหนักของข้าอีก“ฝ่าบาทเสด็จมาในยามวิกาล ไม่ทราบว่ามีรับสั่งใดให้หม่อมฉันรับใช้หรือเพคะ”ระบบรีบสวมเสื้อคลุมตัวนอกอย่างเร่งรีบ ถวายบังคมลู่หวยด้วยความเคารพ ทว่ากลับถูกลู่หวยก้าวเข้ามาห้ามเอาไว้เสียก่อน“อาเสวี่ย เมื่อก่อนเจ้าไม่เคยห่างเหินกับเราถึงเพียงนี้”“อดีตก็คืออดีต ปัจจุบันก็คือปัจจุบัน หม่อมฉันกับฝ่าบาททรงแตกต่างจากเมื่อก่อนตั้งนานแล้วเพคะ”ระบบมีสีหน้าเรียบเฉย เบี่ยงตัวหลบมือของลู่หวยอย่างแนบเนียน โดยไม่สนใจเลยสักนิดว่าคำพูดของตนจะทิ่มแทงเข้าไปในใจของลู่หวยราวกับมีดคมกริบลู่หวยทอดถอนหายใจแผ่วเบา ทว่ากลับเป็นฝ่ายดึงมือของมันมากุมไว้แล้วรับสั่งเสียงทุ้มต่ำ “โหรวเอ๋อร์นาง... ตั้งครรภ์แล้ว”ระบบปรายตามองข้าที่ล่องลอยหาความสำราญอยู่กลางอากาศ พยักหน้าลงเล็กน้อยแล้วเอ่ยเสียงเรียบ “หม่อมฉันทราบแล้วเพคะ”เรื่องที่สวีอวี่โหรวตั้งครรภ์นั้นเป็นที่รู้กันไปทั่วทั้งวังหลวง ไม่จำเป็นต้องให้ลู่หวยมาคอยย้ำเตือน พวกเราต่างก็รู้อยู่แก่ใ

  • หลังจากระบบเข้าแทนที่ ฮ่องเต้ก็ทรงเสียพระทัย   บทที่ 7

    ข้าไม่เข้าใจความหมายในวาจาของสวีอวี่โหรวยิ่งกว่าเดิม ทว่าระบบกลับคล้ายกับล่วงรู้มาตั้งนานแล้วอาจเป็นเพราะยามนี้มีทารกในครรภ์เป็นที่พึ่งพิง วาจาของสวีอวี่โหรวถึงยิ่งไม่มีความเกรงใจ นางย้อนถามข้าว่า “รู้หรือไม่ว่าเหตุใดตลอดเจ็ดปีมานี้ลู่หวยถึงไม่เคยหลงรักเจ้าเลย?”นางโน้มกายลงมาเล็กน้อย ปิ่นอัญมณีบนมวยผมส่องประกายเจิดจรัส ยิ่งขับเน้นผิวพรรณขาวดุจหิมะและใบหน้างดงามราวดอกไม้ของนางให้ดูเลิศเลอไร้ผู้ใดทัดเทียมทว่าบนริมฝีปากของนางกลับประดับด้วยรอยยิ้มเยียบเย็นอยู่เสมอ “ฤดูหนาวท่านกระโดดลงสระบัวเพื่อช่วยลู่หวย ฤดูร้อนอบอ้าวก็ยังรับโทษคุกเข่าในอุทยานหลวงแทนเขา อดตาหลับขับตานอนช่วยเขาผูกมิตรกับเหล่าฮูหยินตราตั้งและขุนนางในราชสำนักมาหลายเดือน กระทั่งตระกูลหลินทั้งหมดยังต้องพลีชีพเพื่อชาติ”“ข้าไม่ปฏิเสธหรอกนะว่าท่านทุ่มเทแรงกายแรงใจไปมากจริง ๆ แต่มีบุรุษใดบ้างที่จะหลงรักสตรีที่เข้าหาตนเองโดยแอบแฝงเจตนาอื่น?”“หลินสิงเสวี่ย จะโทษก็ต้องโทษที่ท่านเดินผิดหมาก ดึงดันจะตั้งตนเป็นปรปักษ์กับข้าเอง”ได้ยินเช่นนั้นข้าก็ชะงักไป หัวใจสมควรจะปวดแปลบ ทว่าด้วยไร้ซึ่งเลือดเนื้อและร่างกาย ต่อให้ข้าพยายามพ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status