All Chapters of หลังจากระบบเข้าแทนที่ ฮ่องเต้ก็ทรงเสียพระทัย: Chapter 1 - Chapter 10

12 Chapters

บทที่ 1

ระบบประกาศว่าภารกิจพิชิตใจของข้าล้มเหลวลงอย่างสิ้นเชิงในยามที่หิมะโปรยปรายนั่นคือหิมะตกหนักที่หาชมได้ยากยิ่งในรอบหลายปี สีขาวโพลนปกคลุมไปทั่วทั้งเมืองหลวง ลู่หวยจัดงานพระราชทานเลี้ยงอย่างยิ่งใหญ่ในวัง เพื่อเฉลิมฉลองนิมิตหมายแห่งหิมะมงคลที่บ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์นี้ทว่าตัวข้าในฐานะฮองเฮาของลู่หวย กลับทำได้เพียงถูกสั่งกักบริเวณอยู่ในตำหนักของตนเอง ได้แต่นั่งฟังเสียงดนตรีจากภายนอกอย่างโดดเดี่ยว“เจ้าเลิกรอเถิด หมอหลวงได้นำข่าวที่เจ้าป่วยหนักจนมิอาจเยียวยาไปทูลบอกเขาแล้ว แต่ลู่หวยก็ยังคงเสด็จไปที่ตำหนักของโหรวเฟย”ระบบเอ่ยเตือนข้าด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ครบกำหนดเจ็ดปีตามข้อตกลงของเราแล้ว ในเมื่อเจ้าไม่สามารถพิชิตใจลู่หวยได้สำเร็จ ต่อจากนี้ ข้าจะเข้ามารับช่วงต่อร่างกายนี้เอง”ข้ามองดูหิมะที่ร่วงหล่นจนขาวโพลนไปทั่วบริเวณภายนอก พลันรู้สึกเหม่อลอยไปชั่วขณะที่แท้ก็ผ่านไปเจ็ดปีแล้วนับตั้งแต่ข้าและลู่หวยรู้จักกันจนถึงบัดนี้ก็ผ่านพ้นมาเจ็ดปีเต็ม ในช่วงเวลาเจ็ดปีนี้ลู่หวยจากองค์ชายตกอับที่ไม่เป็นที่โปรดปรานจนกลายมาเป็นฮ่องเต้ผู้กุมอำนาจเหนือคนนับหมื่นในปัจจุบัน ทุกย่างก้าวที่เขาเดินขึ้นไปล้
Read more

บทที่ 2

เมื่อรู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้ง ข้าก็กลายเป็นเพียงวิญญาณเร่ร่อนดวงหนึ่ง ล่องลอยแผ่วเบาอยู่กลางอากาศผู้คนทั้งหมดในวังหลวงล้วนมองไม่เห็นข้า ข้าล่องลอยวนเวียนอยู่ในตำหนักรอบหนึ่ง รู้สึกว่าไม่มีอันใดน่าสนใจ จึงทำได้เพียงกลับมาอยู่ข้างกายระบบอีกครั้งระบบเข้ามาครอบครองร่างกายของข้า พำนักอยู่ในตำหนักของข้า สวมใส่ชุดลายหงส์ของข้า ตามหลักแล้วก็ย่อมต้องแบกรับภาระหน้าที่ของฮองเฮาไปด้วยน่าเสียดายที่ร่างกายของข้าอ่อนแอขี้โรคมาแต่ไหนแต่ไร บัดนี้ยังถูกลู่หวยทอดทิ้ง ในวังหลวงแห่งนี้เรียกได้ว่าผู้ใดก็สามารถรังแกได้ ตำแหน่งฮองเฮานั้นเป็นเพียงแค่ในนาม หาได้มีอำนาจที่แท้จริงไม่จะกล่าวว่าระบบเข้ามาแย่งชิงร่างกายของข้าไปก็คงไม่ใช่ สู้กล่าวว่ามันมาทนรับความทุกข์ทรมานแทนข้าเสียจะดีกว่าถ่านในกระถางไฟในตำหนักลุกโชนจนเกินไป ควันไฟจาง ๆ ลอยอบอวลเข้าจมูก ระบบอดไม่ได้ที่จะฟุบหน้าลงกับขอบแท่นบรรทมแล้วไอออกมาอย่างหนักหน่วง ราวกับจะไอเอาปอดออกมาให้ได้ ผ้าเช็ดหน้าที่ยกขึ้นปิดริมฝีปากเปรอะเปื้อนไปด้วยรอยเลือดเป็นหย่อม ๆหลานอิงนางกำนัลใหญ่ข้างกายข้ารีบก้าวเข้าไปช่วยลูบหลังให้ลมหายใจราบรื่นขึ้น เอ่ยด้วยความปวดใจว
Read more

บทที่ 3

“พระนาง เหตุใดท่านจึงต้องยอมกล้ำกลืนฝืนทนถึงเพียงนี้ อย่างไรเสียท่านก็ทรงเป็นถึงฮองเฮานะเพคะ”หลานอิงเห็นลู่หวยจากไป ก็รีบเข้าไปประคองระบบให้ลุกขึ้น เอ่ยด้วยความปวดใจว่า “ฝ่าบาททรงทำกับท่านเช่นนี้ได้อย่างไร ความอัปยศอดสูถึงเพียงนี้... ภายภาคหน้าท่านจะมีที่ยืนในวังหลังได้อย่างไรเพคะ”“นี่คือความอัปยศอดสูอย่างนั้นหรือ?”ระบบคล้ายกับไม่ค่อยเข้าใจนัก ปล่อยให้หลานอิงประคองกลับไปที่เตียง หันมามองข้าที่ลอยอยู่กลางอากาศ แล้วพึมพำเสียงเบาหวิว“ใช่สิเพคะ ในวังแบ่งแยกฐานะสูงต่ำชัดเจน มีฮองเฮาของแผ่นดินที่ใดต้องไปเป็นผู้บรรเลงพิณสร้างความสำราญให้แก่สนมกันเล่า”ข้าลอยไปอยู่ข้างกายนาง ในใจกลับสัมผัสไม่ได้ถึงความโกรธเกรี้ยวแม้แต่น้อย ทำได้เพียงเอ่ยอย่างเรียบเฉย “ลู่หวยจงใจจะหยามเกียรติข้า กลับกลายเป็นว่าต้องลากเจ้ามารับเคราะห์แทนเสียแล้ว”“ไม่เป็นไร นี่เป็นงานของข้าอยู่แล้ว”ระบบฟุบลงบนเตียง เอ่ยถามด้วยความแปลกใจ “ในเมื่อการดีดพิณเป็นการหยามเกียรติ แล้วเหตุใดเมื่อก่อนเจ้าถึงชอบดีดพิณให้ลู่หวยฟังนักเล่า?”ข้าถึงกับสะอึกกับคำถามของระบบไปชั่วขณะ ไม่รู้ว่าจะเริ่มอธิบายจากตรงไหนดีกาลก่อนข้ากับลู
Read more

บทที่ 4

ไว้ลวก ๆ ก่อนจะหลบไปยืนดูเรื่องสนุกอยู่ใต้ระเบียงทางเดินสายลมหนาวพัดกรรโชก ระบบทำได้เพียงใช้มือข้างหนึ่งกดหน้ากระดาษไว้ ส่วนอีกมือก็จับพู่กันคัดลอกอักษร หลานอิงที่กำลังฝนหมึกอยู่ด้านข้างเอ่ยด้วยน้ำเสียงโศกเศร้า “พระนาง ร่างกายของท่านไม่สู้ดีนัก ให้บ่าวเข้าไปขอร้องฮ่องเต้เถิดเพคะ”ระบบทำราวกับไม่ได้ยินสิ่งใด มันไม่เหมือนกับข้า มันไม่สามารถรับรู้ถึงความเจ็บปวดใด ๆ ได้ ทำเพียงคัดลอกพระสูตรต่อไปราวกับเป็นเครื่องจักรข้ามองดูนิ้วมือของมันที่หนาวเหน็บจนแข็งทื่อและบวมแดงท่ามกลางสายลมเย็นเยียบ อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากเกลี้ยกล่อมด้วยความร้อนใจ “ลู่หวยกับสวีอวี่โหรวตั้งใจหาเรื่องชัด ๆ เจ้าเลิกเขียนเถิด”“ไม่เป็นไร ข้าเข้ามาสวมรอยร่างของเจ้า เดิมทีก็สมควรรับเคราะห์เหล่านี้อยู่แล้ว”มือของระบบยังคงขยับไปมาไม่หยุดพัก สีหน้าของมันราบเรียบถึงขีดสุด ราวกับว่ายามนี้ตนเองเพียงกำลังสวดมนต์ไหว้พระอยู่ในห้องพระที่อบอุ่นดั่งวสันตฤดู มิใช่กำลังถูกลงโทษให้คุกเข่าคัดตำราท่ามกลางหิมะอันหนาวเหน็บข้าเป็นเพียงวิญญาณเร่ร่อนดวงหนึ่ง นอกจากล่องลอยอยู่ในอากาศได้แล้ว เรื่องอื่น ๆ ล้วนไม่อาจทำสิ่งใดได้เลย ทำได้เพียง
Read more

บทที่ 5

หมอหลวงผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาตรวจรักษา ทว่าระบบกลับยังคงไม่ฟื้นคืนสติ ฟังจากความหมายของพวกเขา ร่างกายของข้ามาถึงจุดที่อ่อนแอย่ำแย่จนใกล้สิ้นลมแล้วเมื่อลองคิดดูแล้วก็ไม่นับว่าแปลกอันใด ข้าอยู่ในวังแห่งนี้มานานถึงสองปีกับอีกสามเดือน ทุกเวลาล้วนใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางความเหน็บหนาวอ้างว้างและหวาดผวา เมื่อถึงยามเหมันต์ที่โรคเก่ากำเริบ ต่อให้ในห้องจะจุดเตาผิงจนอบอุ่นเพียงไรก็ยังคงหนาวเหน็บลึกถึงกระดูกลู่หวยไม่รู้ว่าบันดาลโทสะด้วยเหตุใด นอกจากจะลงทัณฑ์เหล่านางกำนัลและขันทีในตำหนักของข้าแล้ว กระทั่งหมอหลวงที่คอยตรวจชีพจรให้ข้ามาตลอดยังต้องรับโทษหนัก“ร่างกายของฮองเฮาย่ำแย่ถึงเพียงนี้ เหตุใดพวกเจ้าจึงไม่รีบมาทูลรายงาน!”ข้าลอยตัวอยู่กลางอากาศเฝ้ามองดูทุกสิ่งด้วยสายตาเย็นชา เพียงรู้สึกว่าลู่หวยผู้นี้ช่างน่าขันยิ่งนักผู้ที่สั่งกักบริเวณข้าไว้ในตำหนัก ปล่อยให้เหล่าบ่าวไพร่กลั่นแกล้งรังแกก็คือเขา ยามนี้กลับกลายเป็นผู้ที่ตำหนิหมอหลวงว่าดูแลไม่ดีก็คือเขาเช่นกัน ทั้งที่เป็นตัวการสำคัญแท้ ๆ ทว่ายามนี้กลับแสร้งทำตัวเป็นผู้บริสุทธิ์ผุดผ่องเสียได้อาจเป็นเพราะยาของหมอหลวงได้ผล ระบบที่หมดสติไปครึ่
Read more

บทที่ 6

ตามคำสั่งของลู่หวย ข้ากับระบบเดิมทีจะได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุขช่วงพักฟื้นกายสักสองสามวัน เพียงแต่สวีอวี่โหรวกลับไม่ยอมรามือ ส่งคนมาเชิญครั้งแล้วครั้งเล่า ดึงดันจะให้ระบบบรรเลงเพลงพิณที่ค้างไว้ในวันนั้นให้จบลงให้จงได้“ฮองเฮา มิใช่ว่าพระสนมของพวกเราอยากรบกวนท่าน เพียงแต่ฝ่าบาทมีรับสั่ง บ่าวจึงทำได้เพียงมาทูลเชิญท่านเพคะ”นางกำนัลข้างกายสวีอวี่โหรวมีสีหน้าได้ใจ หลานอิงแทบจะโกรธเกรี้ยวจนอกแตกตาย ทำได้เพียงถลึงตาจ้องมองนางอย่างเคียดแค้นระบบพิงกายจิบชาอยู่ริมหน้าต่าง โบราณว่ายามล้มป่วยรวดเร็วดั่งภูเขาถล่ม ยามฟื้นไข้เชื่องช้าดั่งสาวเส้นไหม เวลาเพียงไม่กี่วันร่างทั้งร่างของนางก็ผ่ายผอมลงไปถนัดตาข้าลอยวนอยู่ตรงหน้านาง เอ่ยเตือนว่า “หากไม่อยากไปก็ไม่ต้องไป สวีอวี่โหรวเป็นพวกมารยาเยอะมาแต่ไหนแต่ไร เจ้าจะทนไปรับอารมณ์ขุ่นมัวเพื่อเหตุใดกัน”ระบบนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้าเบา ๆ แล้วถอนหายใจ “ช่างเถิด ทุกสรรพสิ่งล้วนมีเหตุและผล ข้าสมควรไปเยือนสักครา”ข้าไม่เข้าใจความนัยในคำพูดของระบบนัก แม้แต่นางกำนัลของสวีอวี่โหรวเองก็คาดไม่ถึงว่าระบบจะรับปากอย่างง่ายดายถึงเพียงนี้ นางจึงรีบร้อนนำทางไป
Read more

บทที่ 7

ข้าไม่เข้าใจความหมายในวาจาของสวีอวี่โหรวยิ่งกว่าเดิม ทว่าระบบกลับคล้ายกับล่วงรู้มาตั้งนานแล้วอาจเป็นเพราะยามนี้มีทารกในครรภ์เป็นที่พึ่งพิง วาจาของสวีอวี่โหรวถึงยิ่งไม่มีความเกรงใจ นางย้อนถามข้าว่า “รู้หรือไม่ว่าเหตุใดตลอดเจ็ดปีมานี้ลู่หวยถึงไม่เคยหลงรักเจ้าเลย?”นางโน้มกายลงมาเล็กน้อย ปิ่นอัญมณีบนมวยผมส่องประกายเจิดจรัส ยิ่งขับเน้นผิวพรรณขาวดุจหิมะและใบหน้างดงามราวดอกไม้ของนางให้ดูเลิศเลอไร้ผู้ใดทัดเทียมทว่าบนริมฝีปากของนางกลับประดับด้วยรอยยิ้มเยียบเย็นอยู่เสมอ “ฤดูหนาวท่านกระโดดลงสระบัวเพื่อช่วยลู่หวย ฤดูร้อนอบอ้าวก็ยังรับโทษคุกเข่าในอุทยานหลวงแทนเขา อดตาหลับขับตานอนช่วยเขาผูกมิตรกับเหล่าฮูหยินตราตั้งและขุนนางในราชสำนักมาหลายเดือน กระทั่งตระกูลหลินทั้งหมดยังต้องพลีชีพเพื่อชาติ”“ข้าไม่ปฏิเสธหรอกนะว่าท่านทุ่มเทแรงกายแรงใจไปมากจริง ๆ แต่มีบุรุษใดบ้างที่จะหลงรักสตรีที่เข้าหาตนเองโดยแอบแฝงเจตนาอื่น?”“หลินสิงเสวี่ย จะโทษก็ต้องโทษที่ท่านเดินผิดหมาก ดึงดันจะตั้งตนเป็นปรปักษ์กับข้าเอง”ได้ยินเช่นนั้นข้าก็ชะงักไป หัวใจสมควรจะปวดแปลบ ทว่าด้วยไร้ซึ่งเลือดเนื้อและร่างกาย ต่อให้ข้าพยายามพ
Read more

บทที่ 8

ยามเย็นมีข่าวคราวแจ้งมาว่าสวีอวี่โหรวมีอาการกระทบกระเทือนครรภ์ เดิมทีข้าคิดว่าลู่หวยจะคอยอยู่เคียงข้างนางตลอดเวลา นึกไม่ถึงว่ากลางดึกสงัดเช่นนี้เขาจะมายังตำหนักของข้าอีก“ฝ่าบาทเสด็จมาในยามวิกาล ไม่ทราบว่ามีรับสั่งใดให้หม่อมฉันรับใช้หรือเพคะ”ระบบรีบสวมเสื้อคลุมตัวนอกอย่างเร่งรีบ ถวายบังคมลู่หวยด้วยความเคารพ ทว่ากลับถูกลู่หวยก้าวเข้ามาห้ามเอาไว้เสียก่อน“อาเสวี่ย เมื่อก่อนเจ้าไม่เคยห่างเหินกับเราถึงเพียงนี้”“อดีตก็คืออดีต ปัจจุบันก็คือปัจจุบัน หม่อมฉันกับฝ่าบาททรงแตกต่างจากเมื่อก่อนตั้งนานแล้วเพคะ”ระบบมีสีหน้าเรียบเฉย เบี่ยงตัวหลบมือของลู่หวยอย่างแนบเนียน โดยไม่สนใจเลยสักนิดว่าคำพูดของตนจะทิ่มแทงเข้าไปในใจของลู่หวยราวกับมีดคมกริบลู่หวยทอดถอนหายใจแผ่วเบา ทว่ากลับเป็นฝ่ายดึงมือของมันมากุมไว้แล้วรับสั่งเสียงทุ้มต่ำ “โหรวเอ๋อร์นาง... ตั้งครรภ์แล้ว”ระบบปรายตามองข้าที่ล่องลอยหาความสำราญอยู่กลางอากาศ พยักหน้าลงเล็กน้อยแล้วเอ่ยเสียงเรียบ “หม่อมฉันทราบแล้วเพคะ”เรื่องที่สวีอวี่โหรวตั้งครรภ์นั้นเป็นที่รู้กันไปทั่วทั้งวังหลวง ไม่จำเป็นต้องให้ลู่หวยมาคอยย้ำเตือน พวกเราต่างก็รู้อยู่แก่ใ
Read more

บทที่ 9

ข้าได้ยินเช่นนั้นก็พลันตกใจ สัญชาตญาณสั่งให้ก้าวออกไปปกป้องระบบทว่าระบบกลับมิได้มีท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย มันเบิกดวงตากระจ่างใสจ้องมองลู่หวย พลางเอ่ยอย่างเรียบเฉยว่า “หม่อมฉันก็คือหลินสิงเสวี่ย”“เจ้าไม่ใช่!”ลู่หวยราวกับสัตว์ป่าที่หลงทาง เขาดึงคอเสื้อของระบบไว้แน่นอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับตวาดลั่น “เจ้าไม่ใช่ตัวนางเลยสักนิด! ต่อให้พวกเจ้าสองคนจะหน้าตาเหมือนกันราวกับพิมพ์เดียว ข้าก็มองออก! เจ้าไม่ใช่หลินสิงเสวี่ย!”ข้ามองใบหน้าของระบบที่ไร้ซึ่งความแตกต่างใด ๆ จากข้า ต่อให้กิริยาท่าทางจะผิดแปลกไปบ้าง ทว่าคนปกติทั่วไปย่อมไม่มีทางคิดไปถึงเรื่องการสลับตัวคนกระมังแต่ลู่หวยกลับสามารถดูออก เขาบีบคอระบบไว้แน่น ตาทั้งสองข้างแดงก่ำด้วยอารมณ์พลุ่งพล่าน “ยามที่นางมองข้า ไม่เคยใช้แววตาเช่นนี้”“หลินสิงเสวี่ยรักข้า นางรักบุตรของเราสองคน นางจะเป็นคนไร้เยื่อใยถึงเพียงนี้ได้อย่างไร... ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด...”ข้าขบคิดถึงความเป็นไปได้ทุกประการ ทว่ากลับนึกไม่ถึงว่าจะเป็นเพราะเหตุผลนี้เพียงแต่ยามนี้เมื่อข้าลองนึกตรึกตรองถึงลู่หวยและบุตรที่จากไปผู้นั้น กลับมิอาจสัมผัสได้ถึงความรู้สึกหวั่นไหวใด
Read more

บทที่ 10

ลู่หวยผลุนผลันออกจากตำหนักของข้าประหนึ่งคนบ้าคลั่ง ตลอดทางเอาแต่เร่งรัดสั่งการให้ผู้คนออกตามหานักพรตหมอผีทุกแขนงที่สามารถเรียกวิญญาณได้เขากล่าวว่า “ฮองเฮาต้องถูกปีศาจเข้าสิงเป็นแน่ คนดี ๆ จะตายได้อย่างไร... นางจะตายได้อย่างไร รีบไปเบิกตัวนังแพศยาโหรวเฟยมาพบเราเดี๋ยวนี้!”ขันทีผู้รับใช้มีสีหน้าขมขื่น เอ่ยอย่างระมัดระวังว่า “ฝ่าบาท โหรวเฟยกระทบกระเทือนครรภ์ ยามนี้กำลังนอนพักฟื้นอยู่พ่ะย่ะค่ะ”นึกไม่ถึงว่าลู่หวยที่กำลังเดือดดาลจะตวัดเท้าถีบออกไปสุดแรง พลางตวาดด่า “เจ้าโง่เง่า! เดี๋ยวนี้เราเรียกใช้เจ้าไม่ได้แล้วใช่หรือไม่!”“รีบไปตามคนมาปัดเป่ารังควานให้ฮองเฮาเร็วเข้า รอจนไอปีศาจสูญสลายไป นางจะต้องกลับมาแน่... ยังไม่รีบไปอีก!”ข้าไม่รู้ว่าเหตุใดเขาจึงมั่นใจเพียงนั้นว่าข้าจะไม่ตาย ข้าเป็นเพียงปุถุชนคนธรรมดา ไม่ใช่เทพเซียนผู้มีอิทธิฤทธิ์เทียมฟ้า จะไปมีวิชาอมตะไม่มีวันแตกดับได้อย่างไรรั้งอยู่ในวังหลวงท่ามกลางลมหนาวเหน็บ ต้องเผชิญความเย็นชาของจิตใจคน ซ้ำร้ายยังป่วยหนักเรื้อรัง ต่อให้ไม่มีระบบมาสวมรอยใช้ร่างนี้ ข้าก็คงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานนักทว่าดูจากตอนนี้แล้ว เขาก็ไม่ได้รักสวีอวี่
Read more
PREV
12
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status