Masukหลังจากพิชิตใจลู่หวยล้มเหลว ระบบก็เข้ามาควบคุมร่างกายของข้า ร่างของข้าไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใด ๆ และยิ่งไม่มีทางตรอมใจเพราะเขาอีกต่อไป ทว่าลู่หวยกลับเป็นบ้าเป็นหลัง เขาทรุดเข่าลงตรงหน้าข้าด้วยสภาพน่าเวทนา พร่ำถามซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเหตุใดข้าจึงไม่รักเขาแล้ว แต่ข้าตายจากไปนานแล้ว ยามนี้เป็นเพียงดวงวิญญาณที่ล่องลอยอยู่เท่านั้น วิญญาณเร่ร่อนจะมีความรู้สึกมากมายเพียงนั้นได้อย่างไร
Lihat lebih banyakข้าคิดไม่ถึงเลยว่าลู่หวยจะสามารถมองเห็นข้าได้ เมื่อคิดดูแล้ว พวกหมอผีพเนจรเหล่านั้นก็มิใช่ว่าจะไร้ประโยชน์เสียทีเดียวเพียงแต่ยามนี้สองภพถูกกางกั้น แม้ว่าเขาจะมองเห็นข้าแล้วจะทำสิ่งใดได้ลู่หวยคุกเข่าลงตรงหน้าข้า เอ่ยถามย้ำเพื่อความแน่ใจว่า “อาเสวี่ย เจ้ายังคงรักข้าอยู่ ใช่หรือไม่?”ข้าส่ายหน้าเงียบ ๆ ไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าเขาจะเอ่ยถามคำพูดเหล่านี้ไปเพื่อความหมายใด รักหรือไม่รักมันสำคัญถึงเพียงนั้นเชียวหรือ?ข้าตายไปนานแล้ว ยามนี้เป็นเพียงวิญญาณล่องลอยดวงหนึ่งเท่านั้นวิญญาณเร่ร่อน ตนหนึ่งจะมีอารมณ์ความรู้สึกมากมายเพียงนั้นได้อย่างไรทว่าในเมื่อเขาเอ่ยถามมา ข้าก็ไม่อาจจะนิ่งเงียบไม่เอ่ยสิ่งใด ทำได้เพียงบอกเขาไปว่า “คนตายราวกับตะเกียงที่ดับมอด เรื่องราวหนหลังล้วนขาดสะบั้นสิ้นแล้ว”ร่างของลู่หวยพลันแข็งทื่อ ภายในดวงตาของเขามีหยาดน้ำตาหลั่งริน ทว่าข้ากลับมองข้ามสิ่งเหล่านี้ไป ดึงแขนเสื้อของระบบเพื่อเร่งรัดให้มันรีบจากไปโดยเร็วของพรรค์นี้อย่างน้ำตา ยามที่ข้าถูกเขาหมางเมินและปกป้องด้วยความเอาแต่ใจ ข้าก็หลั่งมันออกมามากจนนับไม่ถ้วนไปตั้งนานแล้วระบบไม่สนใจข้า เพียงหลุบตาลงมองพิจารณาลู
ลู่หวยตอบรับคำขอของระบบ ยามที่ดวงตะวันยังไม่ทันคล้อยต่ำ ขันทีข้างกายเขาก็มาเชิญระบบให้ย้ายฝีเท้าไปยังตำหนักเย็นข้าเดินตามรอยเท้าระบบไปเงียบ ๆ อาณาบริเวณของตำหนักเย็นนั้นรกร้างวังเวง ยามปกติแทบไม่มีผู้ใดย่างกรายมา ตัวข้าที่อยู่ในร่างวิญญาณจึงมองเห็นเหล่าวิญญาณอาฆาตที่ดิ้นรนไขว่คว้าหาทางหลุดพ้นได้อย่างชัดเจนเป็นพิเศษพวกนางถูกจองจำอยู่ในวังหลังอันกว้างใหญ่ ยามมีชีวิตไม่อาจก้าวออกไปได้ชั่วชีวิต ครั้นสิ้นใจดวงวิญญาณก็ยังถูกกักขังไว้ที่นี่อย่างแน่นหนาข้าอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวาดกลัวอยู่ลึก ๆ หากระบบไม่เข้ามาสวมรอยแทนร่างข้า ท้ายที่สุดแล้วข้าจะกลายเป็นหนึ่งในวิญญาณเหล่านี้หรือไม่ลู่หวยมาถึงก่อนพวกเราก้าวหนึ่ง เพียงไม่กี่วันที่ไม่ได้พบหน้า เขากลับซูบผอมลงไปถนัดตา ใบหน้าซีดเซียวอิดโรยอย่างเห็นได้ชัดทว่าไม่รู้ว่าเป็นข้าที่คิดไปเองหรือไม่ ข้าสัมผัสได้ว่าสายตาของเขามองทะลุผ่านระบบ และตกลงบนร่างวิญญาณของข้าอย่างจัง“เจ้ามาแล้ว”น้ำเสียงของลู่หวยแหบพร่าเล็กน้อย เขาหลุบตาลงพลางผลักบานประตูตำหนักเย็น เอ่ยเสียงแผ่วเบาว่า “สวีอวี่โหรวอยู่ด้านใน”ระบบพยักหน้าให้เขาเล็กน้อย แล้วก้าวเท้าเดินเข้า
ลู่หวยผลุนผลันออกจากตำหนักของข้าประหนึ่งคนบ้าคลั่ง ตลอดทางเอาแต่เร่งรัดสั่งการให้ผู้คนออกตามหานักพรตหมอผีทุกแขนงที่สามารถเรียกวิญญาณได้เขากล่าวว่า “ฮองเฮาต้องถูกปีศาจเข้าสิงเป็นแน่ คนดี ๆ จะตายได้อย่างไร... นางจะตายได้อย่างไร รีบไปเบิกตัวนังแพศยาโหรวเฟยมาพบเราเดี๋ยวนี้!”ขันทีผู้รับใช้มีสีหน้าขมขื่น เอ่ยอย่างระมัดระวังว่า “ฝ่าบาท โหรวเฟยกระทบกระเทือนครรภ์ ยามนี้กำลังนอนพักฟื้นอยู่พ่ะย่ะค่ะ”นึกไม่ถึงว่าลู่หวยที่กำลังเดือดดาลจะตวัดเท้าถีบออกไปสุดแรง พลางตวาดด่า “เจ้าโง่เง่า! เดี๋ยวนี้เราเรียกใช้เจ้าไม่ได้แล้วใช่หรือไม่!”“รีบไปตามคนมาปัดเป่ารังควานให้ฮองเฮาเร็วเข้า รอจนไอปีศาจสูญสลายไป นางจะต้องกลับมาแน่... ยังไม่รีบไปอีก!”ข้าไม่รู้ว่าเหตุใดเขาจึงมั่นใจเพียงนั้นว่าข้าจะไม่ตาย ข้าเป็นเพียงปุถุชนคนธรรมดา ไม่ใช่เทพเซียนผู้มีอิทธิฤทธิ์เทียมฟ้า จะไปมีวิชาอมตะไม่มีวันแตกดับได้อย่างไรรั้งอยู่ในวังหลวงท่ามกลางลมหนาวเหน็บ ต้องเผชิญความเย็นชาของจิตใจคน ซ้ำร้ายยังป่วยหนักเรื้อรัง ต่อให้ไม่มีระบบมาสวมรอยใช้ร่างนี้ ข้าก็คงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่นานนักทว่าดูจากตอนนี้แล้ว เขาก็ไม่ได้รักสวีอวี่
ข้าได้ยินเช่นนั้นก็พลันตกใจ สัญชาตญาณสั่งให้ก้าวออกไปปกป้องระบบทว่าระบบกลับมิได้มีท่าทีหวาดกลัวแม้แต่น้อย มันเบิกดวงตากระจ่างใสจ้องมองลู่หวย พลางเอ่ยอย่างเรียบเฉยว่า “หม่อมฉันก็คือหลินสิงเสวี่ย”“เจ้าไม่ใช่!”ลู่หวยราวกับสัตว์ป่าที่หลงทาง เขาดึงคอเสื้อของระบบไว้แน่นอย่างบ้าคลั่ง พร้อมกับตวาดลั่น “เจ้าไม่ใช่ตัวนางเลยสักนิด! ต่อให้พวกเจ้าสองคนจะหน้าตาเหมือนกันราวกับพิมพ์เดียว ข้าก็มองออก! เจ้าไม่ใช่หลินสิงเสวี่ย!”ข้ามองใบหน้าของระบบที่ไร้ซึ่งความแตกต่างใด ๆ จากข้า ต่อให้กิริยาท่าทางจะผิดแปลกไปบ้าง ทว่าคนปกติทั่วไปย่อมไม่มีทางคิดไปถึงเรื่องการสลับตัวคนกระมังแต่ลู่หวยกลับสามารถดูออก เขาบีบคอระบบไว้แน่น ตาทั้งสองข้างแดงก่ำด้วยอารมณ์พลุ่งพล่าน “ยามที่นางมองข้า ไม่เคยใช้แววตาเช่นนี้”“หลินสิงเสวี่ยรักข้า นางรักบุตรของเราสองคน นางจะเป็นคนไร้เยื่อใยถึงเพียงนี้ได้อย่างไร... ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด...”ข้าขบคิดถึงความเป็นไปได้ทุกประการ ทว่ากลับนึกไม่ถึงว่าจะเป็นเพราะเหตุผลนี้เพียงแต่ยามนี้เมื่อข้าลองนึกตรึกตรองถึงลู่หวยและบุตรที่จากไปผู้นั้น กลับมิอาจสัมผัสได้ถึงความรู้สึกหวั่นไหวใด





