登入เมื่อสหายวัยเยาว์ทั้งสามมาหาเจียงหลินหลาง บอกว่าวันคล้ายวันเกิดของเจียงไต้เยว่ใกล้จะมาถึงแล้ว นางอยากได้พิณหงส์เป็นของขวัญวันเกิด และหวังว่านางจะยอมตัดใจยกให้ เจียงหลินหลางกลับไม่ลังเลแม้แต่น้อย เพียงพยักหน้าแล้วเอ่ยว่า “ได้” เซียวจ้าน เซี่ยอวิ๋น และหรงจิ่งหลี่ต่างนิ่งงันไปตามกัน เพราะพิณหงส์ตัวนี้ พวกเขาทั้งสามเคยทุ่มเทแรงกายแรงใจอย่างมหาศาล เสาะหาวัสดุชั้นเลิศทั่วหล้า เชิญอาจารย์ทำพิณผู้วางมือไปนานแล้วกลับมาสร้างพิณ ใช้เวลาถึงหนึ่งปีเต็ม กว่าจะทำขึ้นเป็นของขวัญวันเกิดสำหรับนางเพียงผู้เดียว วันมอบพิณ พวกเขาเคยหัวเราะหยอกล้อกันว่า “หลินหลาง พิณตัวนี้คือของแทนใจที่พวกเราสามคนมอบให้เจ้า คนอยู่พิณอยู่ เจ้าต้องเก็บรักษามันไว้ให้ดี ชั่วชีวิตก็ห้ามทำหาย” บัดนี้ เจียงไต้เยว่เพียงเอ่ยขึ้นมาว่าชอบ พวกเขากลับลังเลอยู่เนิ่นนาน กว่าจะรวบรวมความกล้ามาเอ่ยปากขอ ก่อนจะมาที่นี่ พวกเขายังนึกภาพปฏิกิริยาของเจียงหลินหลางเอาไว้แล้ว ว่านางอาจมีขอบตาแดงก่ำ กัดริมฝีปากแล้วบอกว่า “ไม่ได้” หรือไม่ก็เอ่ยถามพวกเขาด้วยความน้อยใจว่า “เหตุใดต้องนำของที่มอบให้ข้าไปยกให้ผู้อื่นด้วย”
查看更多เจียงหลินหลางพยักหน้า “ถ่านเงิน สมุนไพร รวมถึงหนังสือคลายเหงาที่ท่านอ๋องส่งคนมามอบให้ทุกเดือน... หลินหลางล้วนจดจำไว้ในใจ”ฮั่วเจวี๋ยมองนางอย่างลึกซึ้ง แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน “ข้า... มีใจให้เจ้ามานานแล้ว”“หลินหลางเข้าใจ” เจียงหลินหลางยิ้มบาง ๆ รอยยิ้มนั้นงดงามจนแทบหยุดลมหายใจใต้แสงเทียน “ฟ้าดินชักพาให้คลาดเคลื่อนไปมา กลับกลายเป็นว่าข้าเลือกคนได้ถูกต้องแล้ว”หลังแต่งงาน ชีวิตของเจียงหลินหลางกับฮั่วเจวี๋ยรักใคร่กลมเกลียวกันเกินกว่าที่ผู้ใดคาดคิดแม้ฮั่วเจวี๋ยจะมีนิสัยเย็นขรึม ไม่ถนัดเอ่ยวาจาหวานหู ทว่าเขากลับมอบความอ่อนโยนและความอดทนทั้งหมดให้แก่ภรรยาผู้อ่อนวัยกว่าตนมากผู้นี้เขาจำได้ว่านางกลัวหนาว ยามเข้าฤดูเหมันต์จึงสั่งคนให้จุดเตาใต้พื้นแต่เนิ่น ๆ จำได้ว่านางชอบอาหารรสอ่อน จึงเชิญพ่อครัวจากเจียงหนานมาโดยเฉพาะ จำได้ว่านางชอบอ่านหนังสือ จึงมอบกุญแจหอหนังสือของจวนอ๋องให้นาง ให้นางหยิบอ่านได้ตามใจปรารถนาเขาจะเล่นหมากกับนางใต้แสงจันทร์ จะเฝ้าไข้ทั้งคืนยามนางล้มป่วย และในวันคล้ายวันเกิดของนาง ก็ยอมวางงานในกองทัพ พานางไปพักผ่อนที่เรือนนอกเมืองเจียงหลินหลางค่อย ๆ พบว่า บุรุ
“เคร้ง!”กริชหล่นกระทบพื้นตะขอเหล็กห้อยตกลงอย่างไร้เรี่ยวแรงขวดยาพิษกลิ้งหล่น เฮ่อติ่งหงหกเกลื่อนพื้น ส่งกลิ่นฉุนแสบจมูกทั้งสามราวถูกอสนีบาตฟาด ร่างแข็งค้างอยู่กับที่ สีหน้าซีดเผือดดุจเถ้าธุลีในที่สุดพวกเขาก็ตระหนักว่า สตรีตรงหน้ามิใช่เจียงหลินหลางคนเดิม ผู้เคยหลั่งน้ำตาเพื่อพวกเขา และอ่อนใจเพียงเพราะวาจาอ่อนโยนคำเดียวของพวกเขาอีกต่อไปแล้วหัวใจของนางตายสิ้นแล้วถูกพวกเขาฆ่าตายด้วยมือตนเองเจียงหลินหลางมิได้เหลือบมองพวกเขาอีกแม้สักนิด นางหันกายเดินเข้าสู่ห้องชั้นใน ทิ้งไว้เพียงวาจาเย็นเยียบประโยคหนึ่ง“ส่งแขก”วันอภิเษกใหญ่ ผู้คนทั่วเมืองหลวงพากันออกมาชมจนถนนหนทางแทบว่างเปล่าจวนอ๋องจิ้งอันรับองค์หญิงหย่งอันเข้าพิธีวิวาห์ สินเดิมสีแดงทอดยาวสิบลี้จากจวนองค์หญิงไปจนถึงจวนอ๋องจิ้งอัน ฆ้องกลองกึกก้อง ประทัดดังสนั่น เป็นภาพครึกครื้นยิ่งใหญ่หาใดเปรียบเจียงหลินหลางสวมชุดเจ้าสาวสีแดงปักทองลายหงส์ สวมมงกุฎเก้ามังกรสี่หงส์ ม่านไข่มุกปกพักตร์ ประทับนั่งอยู่ในเกี้ยวมงคลมังกรหงส์แปดคนหาม ม่านเกี้ยวทิ้งตัวลงต่ำ บดบังโฉมสะคราญล่มเมืองของนางไว้ ทว่ามิอาจบดบังสง่าราศีสูงศักดิ์ทั่วกายได
คืนนั้น จวนองค์หญิงเทียนแดงลุกโชน ม่านแพรปักลายทิ้งตัวลงต่ำเจียงหลินหลางผลัดฉลองพระองค์อันหนักอึ้งออกแล้ว เปลี่ยนมาสวมเสื้อกระโปรงสีขาวนวลเรียบง่าย นางนั่งอยู่ข้างหน้าต่าง เหม่อมองกระดานหมากที่เล่นค้างไว้ตรงหน้าแสงจันทร์นอกหน้าต่างพร่างพรายดุจสายน้ำ ส่องใบหน้าด้านข้างของนางให้ขาวผ่องราวหยก งามเย็นจนคล้ายมิใช่คนในโลกมนุษย์ทันใดนั้น นอกหน้าต่างพลันมีเสียงผิดปกติดังขึ้น ตามมาด้วยเงาดำสามสายที่พลิกกายผ่านหน้าต่างเข้ามาดุจภูตผี!คนทั้งสามก็คือเซียวจ้าน เซี่ยอวิ๋น และหรงจิ่งหลี่เห็นได้ชัดว่าพวกเขาบุกฝ่าเข้ามาด้วยกำลัง เสื้อผ้ายุ่งเหยิงยิ่งกว่าเดิม บนร่างยังมีร่องรอยการต่อสู้อยู่หลายแห่งบาดแผลตรงขมับของเซียวจ้านปริแตกอีกครา เลือดสดไหลอาบไม่หยุด ตะขอเหล็กของเซี่ยอวิ๋นเปื้อนคราบเลือด ส่วนอาภรณ์นักพรตของหรงจิ่งหลี่ถูกฉีกขาด เขาหอบหายใจถี่หนัก“เจียงหลินหลาง!” เซียวจ้านดวงตาแดงก่ำ จ้องนางเขม็ง น้ำเสียงสั่นพร่าด้วยความโกรธและสิ้นหวัง “เจ้าคิดจะแต่งกับฮั่วเจวี๋ยจริงหรือ?! เจ้ายอมแต่งกับเขา แต่ไม่ยอมมองพวกเราอีกสักครั้งเลยหรือ?!”มือที่คีบหมากของเจียงหลินหลางชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะวางห
เซียวจ้านส่งเสียงคำรามอย่างสิ้นหวัง พลันถลาเข้าไปข้างหน้า คว้าคานเสลี่ยงหงส์ไว้แน่นในคราเดียว!เหล่าองครักษ์ตกตะลึง ดาบและกระบี่ถูกชักออกจากฝักในพริบตา แสงคมเย็นเยียบวาบขึ้น ก่อนพาดลงบนลำคอของเขา!“ปล่อย!” ในที่สุดเจียงหลินหลางก็ตวาดเสียงกร้าว ม่านไข่มุกกระทบกันจนเกิดเสียงใสกังวาน นางหันกลับมาอย่างฉับพลัน ดวงตาปรากฏแววพิโรธขึ้นเป็นครั้งแรก “เซียวจ้าน! เจ้าบังอาจเกินไปแล้ว!”“ใช่! ข้าบังอาจ!” เซียวจ้านดวงตาแดงก่ำ กำคานเสลี่ยงหงส์ไว้แน่น ปล่อยให้คมดาบบาดผิวหนัง เลือดสดไหลลงมาตามลำคอ ย้อมคอเสื้อเก่าคร่ำให้แดงฉาน “เจียงหลินหลาง! เจ้าดูพวกเราสิ! ดูสภาพของพวกเราในยามนี้สิ! ทั้งหมดนี้ก็เพราะเจ้า! เพื่อเจ้า!!”“เพื่อข้าหรือ?” เจียงหลินหลางคล้ายได้ฟังเรื่องน่าขันที่สุดในใต้หล้า มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นเยียบ “องค์ชายสามคงมิได้ลืมกระมัง เมื่อสามปีก่อน เป็นพวกเจ้าที่บังคับให้ข้ารับผิดแทนเจียงไต้เยว่ ต้องทนรับโทษถ่านเพลิงสิบลี้ เป็นพวกเจ้าที่มองดูข้าตกหน้าผาอย่างไม่สะทกสะท้าน เป็นพวกเจ้าที่ปล่อยให้พลุสัญญาณทั้งสามดอกของข้าจมหายไร้ร่องรอย จนข้าเกือบต้องตายในปากเสือ! สภาพเช่นนี้ในวันนี้ล้วนเป็





