Share

บทที่ 3

Author: อุดมสมบูรณ์
“ก็คุณไม่ใช่เหรอคะ”

ทันทีที่ป้าหลิวพูดจบ กู้สือซวี่ก็น่าจะต่อสายหาเฉียวลี่ น้ำเสียงของเขาเย็นชาและเหนือกว่า ทำให้อีกฝ่ายไม่สามารถโต้แย้งได้ “เฉียวลี่ พรุ่งนี้เธอไปรับเงินจากแผนกบัญชี หลังจากนี้ไม่ต้องมาทำงานที่กู้ซื่อแล้ว”

หลังจากนั้นเขาก็ถือกล่องปฐมพยาบาลเดินเข้ามาในห้องของฉัน

กู้สือซวี่นั่งลงที่ข้างเตียงฉันด้วยใบหน้าเย็นชา

เขาจับขาของฉันไว้แล้ววางบนตัก

“เจ็บหน่อยนะ อดทนหน่อย”

ดวงตาของชายคนนั้นดำมืด เขาจ้องมองคราบเลือดที่แห้งกรังบนหัวเข่าของฉัน จากนั้นก็หยิบสำลีชุบไอโอดีน ก่อนทำความสะอาดรอบแผลของฉันอย่างเบามือ

ถ้าไม่ใช่เพราะรูปภาพเหล่านั้นทำลายความหวังของฉัน สีหน้าจริงจังของเขาในตอนนี้คงทำให้ฉันคิดว่าเขาคนเดิมกลับมาแล้ว กู้สือซวี่คนที่ฉันรักกลับมา

แต่เมื่อคืนเขาก็อยู่กับผู้หญิงคนนั้นทั้งคืน

ไม่ ในช่วงสามปีที่ผ่านมา พวกเขาอาจจะอยู่ด้วยกันตอนที่กู้สือซวี่อ้างว่าตัวเองไปทำงานที่ต่างจังหวัด

ความรู้สึกคลื่นไส้ถาโถมเข้ามา ฉันรีบหดขากลับ ก่อนนั่งให้ห่างจากเขา จากนั้นก็หยิบสำลีอันใหม่เพื่อมาทำแผลของตัวเอง

ความเจ็บปวดที่ทิ่มแทงผ่านปากแผลคอยย้ำเตือนว่าฉันกับกู้สือซวี่ไม่มีทางกลับไปเป็นเหมือนเดิมแล้ว

ฉันไม่ได้มองหน้าเขา ฉันก้มหน้าพร้อมพันแผลให้เข่าตัวเอง พลางพูดขึ้นว่า “กู้สือซวี่ พวกเราหย่ากันเถอะ!”

ฉันทบทวนเรื่องนี้มาทั้งคืน ความรู้สึกที่ต้องตัดใจในสิ่งที่รักก็เหมือนมีคนเอามีดมาเลาะกระดูก แต่คาดไม่ถึงว่ากู้สือซวี่จะไม่ได้แสดงท่าทีประหลาดใจเลยแม้แต่น้อย

ชายคนนั้นมีใบหน้าเย็นชาหล่อเหลา แต่สีหน้าก็ยังไร้อารมณ์เหมือนเดิม “หย่า คุณอยากหย่าเหรอ”

ท้ายที่สุดแล้ว ฉันก็รู้จักกับเขามาตั้งแต่ตอนที่ฉันอายุห้าขวบ ตอนที่เพิ่งถูกรับเลี้ยงจากตระกูลเยี่ยเป็นครั้งแรก หลังจากนั้นฉันอยู่กับเขาเหมือนเงาตามตัว ทั้งในสายตาและหัวใจฉันมีแต่เขา

เขาไม่เคยมองฉันอย่างดูถูก “ถ้าคุณงอนแล้วพูดออกมาแค่ครั้งสองครั้งก็ช่างเถอะ แต่ถ้าครั้งหน้าผมยอมหย่าจริง ๆ ล่ะ”

ฉันอดกลั้นความเศร้าภายในใจไว้ แล้วพูดขึ้นอย่างประชดประชันว่า “คุณไปมีลูกกับผู้หญิงคนอื่นแล้ว แล้วคิดว่าฉันจะต้องอยู่กับคุณต่อไปงั้นเหรอ”

ดวงตาหงส์ของกู้สือซวี่หรี่ลง ก่อนมองฉันด้วยสายตาคมกริบ “คุณรู้แล้วเหรอ”

ฉันฝืนยิ้มด้วยความขมขื่น จมูกแสบร้อน จากนั้นก็ถามเขาว่า “ดูเหมือนลูกสาวของคุณกับเธอจะอายุสามขวบใช่ไหม นั่นก็หมายความว่าหลังจากที่ลูกของพวกเราตาย พวกคุณก็คลอดลูกคนใหม่ได้ทันทีเลยเหรอ”

สายตาประหลาดใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าเย็นชาของกู้สือซวี่ เขาไม่ได้ยอมรับ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ

บรรยากาศเงียบสงัดจนน่าขนลุก

หลังจากเงียบไปนาน เขาก็ขมวดคิ้วแล้วถามขึ้น “คุณรังเกียจการมีอยู่ของตั๋วตั่วขนาดนั้นเชียวเหรอ”

ที่แท้เด็กผู้หญิงคนนั้นก็ชื่อว่า ตั๋วตั่ว

ฉันพูดอย่างไร้เรี่ยวแรงว่า “ถ้าการมีอยู่ของเธอเป็นเพียงแค่การตอบสนองความต้องการที่อยากจะเป็นพ่อของคุณ ฉันก็ไม่ได้รังเกียจหรอก”

ทันใดนั้นเขาก็ขยับตัวเข้าใกล้ฉัน จากนั้นก็ใช้แขนทั้งสองข้างยันกำแพง พร้อมกักขังฉันเอาไว้ในอ้อมกอดเขา

ฉันพยายามผลักตัวเขาออก แต่ตอนนี้ฉันไม่มีเรี่ยวแรงเลยแม้แต่น้อย และตัวเขาก็ไม่ได้ขยับเขยื้อนเลย

กู้สือซวี่ยังคงโน้มตัวลงมา น้ำเสียงเย็นชาแฝงไปด้วยเสน่ห์เย้ายวน เขาพูดที่ข้างหูฉันว่า “แทนที่จะให้คนอื่นเรียกผมว่าพ่อ ผมชอบฟังคุณเรียกมากกว่านะ”

ใบหน้าของฉันแดงก่ำทันที

ตอนที่เขาไม่ได้ไหว้พระสวดมนต์ พวกเราก็เหมือนคู่รักทั่วไป ตอนที่ทำเรื่องอย่างว่าก็เร่าร้อนมาก

บางครั้งพวกเราก็ยังปล่อยตัวปล่อยใจกับเรื่องแบบนั้น ฉันถูกเขาบังคับให้เรียกว่า “พ่อ” มาแล้วก็หลายครั้ง

แต่เมื่อนึกถึงเรื่องเหล่านั้นในตอนนี้ ฉันก็อยากจะกัดลิ้นตัวเองให้ขาด

กู้สือซวี่มองใบหน้าแดงก่ำของฉันอย่างชื่นชม ท่าทางพึงพอใจอย่างมาก มุมปากยกยิ้มขึ้น จากนั้นก็ถามว่า “นึกออกแล้วใช่ไหม”

แก้มของฉันร้อนผ่าว

แต่ตอนที่ฉันจ้องใบหน้าทั้งคุ้นเคยและแปลกตา ฉันก็พลันปล่อยวาง

ฉันพูดอย่างเนิบนาบและใจเย็นเป็นพิเศษ “กู้สือซวี่ พวกเรากลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้แล้ว ไม่ว่าก่อนหน้านี้พวกเราจะผ่านอะไรด้วยกันมาบ้าง แต่หลังจากนี้มันจะไม่มีอีกแล้ว”

สายตาประหลาดใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาของกู้สือซวี่

แผ่นหลังเหยียดตรง ไม่ได้กักขังฉันเหมือนเมื่อครู่นี้แล้ว ก่อนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงดูถูกว่า “คุณเป็นคุณนายกู้ก็ดีอยู่แล้ว การเรียกร้องความสนใจแบบนี้ไม่ได้ผลหรอก”

ฉันทนไม่ไหวอีกต่อไป

จากนั้นก็เตรียมหยิบรูปภาพที่เพิ่งซื้อมาเมื่อคืนนี้ในราคาห้าสิบล้านเพื่อมาต่อรองกับเขา

หากเป็นแบบนี้เขาคงเข้าใจแล้วใช่ไหมว่าฉันตั้งใจจะหย่าจริงๆ

“กู้สือซวี่ คุณเซ็นใบหย่าซะ แล้วพวกเราก็จะจากกันด้วยดี ไม่อย่างนั้นฉันก็…”

ฉันยังพูดไม่จบ แต่เสียงโทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น

เขารับสายแล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน “อือ อยู่บ้าน ได้สิ”

เมื่อพูดจบ เขาก็หันมาพูดกับฉันว่า “พ่อแม่ของคุณกำลังมาที่นี่”

คำพูดเมื่อครู่นี้ยังค้างอยู่ในลำคอ

พ่อแม่ที่เขาพูดถึงนั้นหมายถึงพ่อแม่บุญธรรมของฉัน พวกเขาดูแลฉันเหมือนลูกแท้ๆ

หลังจากพวกเขากลับไปแล้ว ฉันค่อยคุยเรื่องหย่ากับกู้สือซวี่อีกครั้งก็ยังไม่สาย

ไม่อย่างนั้นตอนที่พวกเขามาถึงบ้าน พวกเขาคงจะต้องอึดอัดน่าดู

เมื่อกู้สือซวี่เห็นว่าฉันไม่พูดอะไรอีก เขาก็เดินกลับไปที่ห้องพระ และไม่สนใจฉันอีกเลย

ส่วนฉันก็เดินไปที่ห้องครัว เพื่อช่วยป้าหลิวเตรียมอาหารเย็น

……

ช่วงเที่ยง คุณพ่อเยี่ยและคุณแม่เยี่ยก็มาถึง

“พ่อ แม่ มาถึงกันแล้วเหรอคะ! พอดีเลยอาหารเย็นเตรียมเสร็จแล้ว นั่งลงก่อนเถอะค่ะ”

ฉันพยายามฝืนยิ้ม แสร้งทำเป็นไม่มีอะไรเกิดขึ้น

แต่เมื่อเห็นฉันเดินขากระเผลก คุณแม่เยี่ยก็ถามขึ้นอย่างเป็นห่วงว่า “ขาเป็นอะไรเหรอ”

ฉันกลัวว่าพวกเขาจะรู้ ดังนั้นจึงตอบเลี่ยงๆ ว่า “หกล้มน่ะค่ะ”

คุณพ่อเยี่ยก็ยังพูดกับฉันด้วยน้ำเสียงเอ็นดูว่า “ลูกนี้ก็ซุ่มซ่ามตลอดเลยนะ โตขนาดนี้แล้ว แค่เดินยังหกล้มได้อีก แล้วได้ไปโรงพยาบาลหรือยัง”

“อื้อ คุณหมอบอกว่าไม่เป็นไรมากค่ะ”

ฉันตอบอย่างบ่ายเบี่ยง

คุณแม่เยี่ยกวาดสายตามองโดยรอบแล้วถามขึ้นว่า “สือซวี่ล่ะ”

เมื่อพูดถึงคนคนนั้น สีหน้าของฉันก็แข็งทื่อไป “เขาอยู่ในห้องพระค่ะ เดี๋ยวฉันจะไปเรียกเขาเอง”

คุณพ่อเยี่ยรีบห้ามเธอไว้ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง “ไม่ต้องไปเรียกเขาหรอก รอเขาออกมาก็พอแล้ว”

ฉันสัมผัสได้ถึงน้ำเสียงนอบน้อมของคุณพ่อ ดังนั้นจึงปวดใจขึ้นมาอย่างอดไม่ได้

แม้แต่ตระกูลกู้และตระกูลเยี่ยจะมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาเป็นเวลานาน แต่พี่ชายของฉันก็ไม่เก่งด้านธุรกิจ ธุรกิจของตระกูลเยี่ยจึงตกต่ำลงไปทุกวัน ช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้พวกเขาแทบจะถูกบีบออกจากวงการไฮโซของเมืองไห่เฉิงแล้ว

แต่หลังจากที่กู้สือซวี่เข้ามารับช่วงต่อของบริษัทเครือตระกูลกู้ กู้ซื่อก็แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น เขาเข้าซื้อกิจการหลายประเภทอย่างต่อเนื่อง เครือธุรกิจของเขาก็ขยายอย่างต่อเนื่อง

หลายปีที่ผ่านมานี้หากไม่ใช่เพราะกู้ซื่อคอยลากเยี่ยซื่อเอาไว้ หลังจากนี้อีกไม่นานคู่แข่งคงได้กลืนกินเยี่ยซื่อ

ดังนั้นท่าทางของคุณพ่อเยี่ย คุณแม่เยี่ยที่มีต่อกู้สือซวี่ก็ยิ่งมีความเกรงใจมากขึ้น

ความน่าเกรงขามของผู้อาวุโสในอดีต กลายมาเป็นความอ่อนน้อมถ่อมตน

ไม่รู้ว่าวันนี้ฉันยั่วโมโหจนทำให้เขารู้สึกไม่พอใจหรือเปล่า แต่พ่อแม่ฉันก็มานั่งรออยู่ที่นี่เกือบสองชั่วโมงแล้ว ฉันให้ป้าหลิวไปบอกเขาแล้ว แต่เขาก็ยังไม่ออกมาจากห้องพระเลย

เหมือนกับว่าเขาจงใจให้พ่อแม่ของฉันนั่งรอ

คุณแม่เยี่ยเหมือนสัมผัสอะไรได้บางอย่าง ดังนั้นจึงถามขึ้นอย่างลังเลว่า “เจาเจา เมื่อวานนี้ลูกได้เห็นข่าวหรือเปล่า เขาบอกว่าซูหย่าซินมีเสี่ยเลี้ยง ถึงแม้ว่าจะไม่มีรูปเต็มๆ แต่มองจากด้านหลังก็คล้ายสือซวี่อยู่หลายส่วน เขา…คงไม่ใช่สือซวี่หรอกมั้ง”

หัวใจของฉันเต้นแรงขึ้น ดวงตาร้อนผ่าว ฉันเกือบจะร้องไห้ออกมาแล้ว

ตอนนั้นป้าหลิวก็รีบวิ่งเข้ามาแล้วพูดว่า “คุณผู้ชายมาแล้วค่ะ!”

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • หลังฉันขอหย่า สามีเย็นชาก็เลิกเก๊ก   บทที่ 196

    ในจังหวะนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือของกู้สือซวี่ก็ดังขัดจังหวะขึ้นมาพอดี เป็นสายจากลูกสาวของเขานั่นเองเมื่อมีเรื่องนี้เข้ามาแทรก เขาก็เลิกตื๊อที่จะขอดูโน้ตบุ๊กของฉัน แล้วเปลี่ยนไปเอ่ยถามปลายสายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแทน “ตั๋วตั่ว เลิกเรียนแล้วเหรอลูก?”ฉันได้ยินเสียงเล็ก ๆ ของแม่หนูน้อยดังแว่วออกมาจากลำโพงอย่างออดอ้อน “คุณพ่อคะ วันนี้คุณพ่อมารับหนูหลังเลิกเรียนได้ไหมคะ? หนูไม่อยากกลับบ้านกับคุณย่าเลยค่ะ”กู้สือซวี่ชะงักไปนิด ก่อนจะถามว่า “ทำไมล่ะลูก?”“คุณย่าขี้บ่นมากเลยค่ะ อารมณ์เสียก็ง่าย เอะอะก็ดุตั๋วตั่วตลอดเลย” แม่หนูบ่นพึมพำด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ “คุณพ่อใจดีกับหนูที่สุดแล้ว หนูอยากอยู่กับคุณพ่อค่ะ”น้ำเสียงของกู้สือซวี่อ่อนลงโดยไม่รู้ตัว “ได้สิครับ เดี๋ยวพ่อรีบไปรับหนูเดี๋ยวนี้นะ”พอกดวางสาย เขาก็บอกให้คนขับรถไปรออยู่ด้านล่างตึก แล้วรีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าทันทีแม้ว่าตามตัวจะยังมีผ้าพันแผลพันอยู่เต็มไปหมด แต่ก็ไม่มีอะไรมาขัดขวางไม่ให้เขาไปรับลูกสาวได้เลยฉันเห็นเขาสวมเสื้อผ้าอย่างทุลักทุเลสุดกำลัง สุดท้ายก็อดไม่ได้ที่จะเดินเข้าไปช่วยขยับให้อยู่ดี“เธอไปด้วยกันกับฉัน”น้ำเสียง

  • หลังฉันขอหย่า สามีเย็นชาก็เลิกเก๊ก   บทที่ 195

    กู้สือซวี่เอื้อมมือขึ้นนวดหว่างคิ้วที่ขมวดมุ่นเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยว่า “เธอเป็นภรรยาของผม ของของผมก็คือของของเธอ เงินแค่ห้าสิบล้านแล้วมันจะทำไมกันครับ?”“ก็ไหนว่าจะหย่ากันแล้วไม่ใช่เหรอ!”เจียงซูฮุ่ยกัดฟันกรอดด้วยความเคียดแค้น “นังนี่มันจงใจจะสูบเลือดสูบเนื้อแกทิ้งทวนก่อนหย่าชัด ๆ! แม่เคยเตือนแกตั้งนานแล้ว ว่าแต่ก่อนที่มันหน้าด้านตามตอแยแกไม่เลิก ก็เพราะหวังเงินทั้งนั้น!”สีหน้าของกู้สือซวี่ฉายแววรำคาญใจขึ้นมาหลายส่วน “แม่ครับ คุณหมอบอกว่าผมต้องพักผ่อนอย่างสงบ ทำไมแม่มาทีไร ถึงต้องเอะอะโวยวายเสียงดังทุกทีล่ะครับ?”เจียงซูฮุ่ยทั้งอับอายทั้งเสียหน้าจนแทบแทรกแผ่นดินหนีเธอพยักหน้ารับด้วยความโกรธจัดจนตัวสั่น “ได้! ได้เลย! ต่อไปนี้แม่จะไม่ยุ่งกับแกอีกแล้ว ให้แม่นังสารเลวนี่มันคอยทำกับข้าวให้แกกินไปก็แล้วกัน รอจนวันที่แกโดนมันวางยาพิษจนตายคาที่ขึ้นมาเมื่อไหร่ ถึงตอนนั้นแกค่อยมารู้ซึ้งว่าที่แม่ทำไปทั้งหมดก็เพราะหวังดีกับแก!”หลังจากเธอสะบัดก้นเดินจากไป ภายในห้องพักผู้ป่วยก็พลันกลับคืนสู่ความเงียบสงบในทันทีฉันคิดว่ากู้สือซวี่คงจะเลือกกินมื้อเที่ยงที่แม่ของเขาหิ้วมาส่งให้ ฉันจึงเอื้อมมือไปหย

  • หลังฉันขอหย่า สามีเย็นชาก็เลิกเก๊ก   บทที่ 194

    กู้สือซวี่สาวเท้าตามมาทันอย่างรวดเร็ว ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ “แค่คุกเข่าบนขั้นบันไดไม่กี่ขั้น เธอก็เจ็บปวดจนทนไม่ไหวแล้วงั้นเหรอ แต่เนี่ยนเอินที่ถูกเธอทำร้ายจนตาย เธอต้องกระโดดลงมาจากชั้นสิบหก เธอคิดว่าเนี่ยนเอินจะต้องเจ็บปวดทรมานขนาดไหน?”ฉันชะงักฝีเท้าลง แล้วแหงนหน้าขึ้นมองเขาแสงจันทร์ทอดตัวลงมาต้องใบหน้าอันหล่อเหลาและเย็นชาของกู้สือซวี่ ยิ่งขับเน้นให้คนที่เย็นชาอยู่เป็นทุนเดิมดูแล้งน้ำใจและเฉยเมยยิ่งขึ้นไปอีกความเจ็บแปลบที่ซ่อนอยู่ตรงหัวเข่าผสมปนเปกับความเจ็บปวดร้าวลึกที่บีบรัดอยู่ในขั้วหัวใจ ราวกับตาข่ายที่ถักทอจนแน่นหนาไร้ช่องว่าง ล้อมขังฉันไว้ตรงกลางจนแทบจะขาดใจตายกู้สือซวี่ไม่คิดจะหยุดรอฉันอีก เขาเดินจ้ำอ้าวตรงไปข้างหน้าตามลำพังเมื่อกลับมาถึงห้องพักผู้ป่วย คุณหมอกำลังช่วยเปลี่ยนผ้ากอซให้เขาพอดีทันทีที่แกะผ้าพันแผลออก คุณหมอเห็นรอยเลือดสีแดงจาง ๆ ซึมออกมา คิ้วก็พลันขมวดมุ่นเข้าหากันทันที “รอยเย็บแผลไปโดนอะไรมาทำไมถึงปริแยกแบบนี้ล่ะครับ?”ฉันยืนนิ่งอยู่ตรงมุมห้อง มองดูบาดแผลที่ปริแยกออกจนเห็นเนื้อด้านใน พลันนึกถึงเรื่องที่เขาเช็ดตัวด้วยตัวเองเมื่อวานนี้ขึ้นม

  • หลังฉันขอหย่า สามีเย็นชาก็เลิกเก๊ก   บทที่ 193

    ในจังหวะนั้นเอง กู้สือซวี่ก็เดินกลับมาจากข้างนอกพอดี เขาขมวดคิ้วแน่นพลางเอ่ย “แม่ครับ เมื่อกี้ผมเดินเล่นอยู่ตรงระเบียงทางเดิน ได้ยินเสียงแม่ดังลั่นมาแต่ไกลเลย”เจียงซูฮุ่ยรีบดึงตั๋วตั่วเข้ามาฟ้องทันควัน “แกดูสิว่าลูกสาวแกกำลังกินอะไรอยู่! ของจากนังผู้หญิงคนนี้ แกยังกล้าให้ลูกสาวกินเข้าไปอีกเหรอ!”กู้สือซวี่เอ่ยด้วยความไม่พอใจ “ผมก็นั่งดูอยู่ตรงนี้ มันจะไปเกิดเรื่องอะไรขึ้นได้?”“แบบนั้นก็ไม่ได้เหมือนกัน!”เจียงซูฮุ่ยเอ่ยตัดบท “ตั๋วตั่ว กลับบ้านกับย่า! ผู้หญิงจิตใจคดโกงอำมหิตพรรค์นี้ ต่อไปอย่าได้ไปข้องแวะด้วยเด็ดขาด”พูดจบ เจียงซูฮุ่ยก็จูงมือหลานสาวเดินลิ่วออกจากห้องไปทันทีก่อนจะก้าวพ้นประตู ตั๋วตั่วก็ยังมิวายเหลียวหลังหันกลับมามองเค้กส่วนที่เหลือบนโต๊ะตาละห้อยทุก ๆ สามก้าวเสียงประตูปิดลงดัง ‘ปัง!’ ภายในห้องพักผู้ป่วยพลันกลับเข้าสู่ความเงียบสงบอีกครั้งฉันถอนหายใจออกมาเบา ๆ เดินเข้าไปหยิบมื้อเย็นที่เจียงซูฮุ่ยหิ้วมาส่ง จัดแจงวางเรียงลงบนโต๊ะจนเรียบร้อยทว่ากู้สือซวี่กลับไม่แตะต้องอาหารพวกนั้นเลยสักนิด เขาเดินตรงไปยังโต๊ะที่ฉันวางเค้กเอาไว้ หยิบเค้กครึ่งชิ้นที่เหลือขึ้นมาแล้วค

  • หลังฉันขอหย่า สามีเย็นชาก็เลิกเก๊ก   บทที่ 192

    หัวคิ้วของกู้สือซวี่ขมวดมุ่นจนแทบจะผูกเป็นปมทว่าเพื่อลูกสาวแล้ว เขาไม่พูดพร่ำทำเพลงให้มากความแม้แต่คำเดียว รีบหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาทันทีครู่เดียวโทรศัพท์ฝั่งฉันก็สั่นเตือน ยอดเงินในบัญชีมีตัวเลขเพิ่มขึ้นมาอีกห้าสิบล้าน“แค่นี้พอหรือยัง?” น้ำเสียงของเขาเจือแววโทสะที่พยายามสะกดกลั้นเอาไว้ฉันเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าแล้วขานรับด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ “รอเดี๋ยว”ฉันโทรบอกให้ป้าหลิวช่วยขนกล่องอุปกรณ์ทำขนมและวัตถุดิบทั้งหมดมาส่งให้ที่โรงพยาบาลโดยตรงในเมื่อซูหย่าซินทิ้งเด็กคนนี้ไว้ที่นี่ ฉันก็เดาไม่ออกจริง ๆ ว่าเธอมีเจตนาอะไรแอบแฝงอะไรก็ตามที่ฉันลงมือทำ จึงจำเป็นต้องทำต่อหน้าต่อตากู้สือซวี่ทุกขั้นตอน ไม่อย่างนั้น ใครจะไปรู้ว่าเธอจะกุเรื่องหาว่าฉันใส่สารพัดสิ่งแปลกปลอมลงไปในวัตถุดิบเพื่อทำร้ายลูกสาวของเธอหรือเปล่า?ผ่านไปไม่นาน ป้าหลิวก็ขนวัตถุดิบและอุปกรณ์ทำเบเกอรี่ทั้งหมดมาส่งให้ถึงที่กู้สือซวี่เอนหลังพิงหัวเตียงก้มหน้าอ่านเอกสาร ส่วนตั๋วตั่วก็ลากเก้าอี้ตัวเล็กไปนั่งข้าง ๆ แสร้งทำเป็นเปิดหนังสือนิทานภาพอ่านไปเรื่อย แต่หางตากลับคอยเหลือบชำเลืองมองมาทางฉันไม่หยุดหย่อนฉันไม่ปริปากพูด

  • หลังฉันขอหย่า สามีเย็นชาก็เลิกเก๊ก   บทที่ 191

    “คุณหนูเยี่ยคะ ของพรรค์นี้ไม่สมควรเอามาวางไว้ตรงหน้าพี่สือซวี่เลยนะคะ คุณแต่งงานกับเขามาตั้งหลายปี เรื่องแค่นี้จะไม่รู้เลยจริง ๆ เหรอคะ?”เธอปรายตามองถุงอาหารเดลิเวอรีในมือฉันด้วยสีหน้าดูแคลนอย่างเปิดเผยฉันยิ้มรับบาง ๆ พลางเอ่ย “ขอบคุณที่ช่วยสั่งสอนนะ ตอนนี้ฉันตาสว่างแล้วล่ะ แต่คนที่นับถือศาสนาพุทธคงไม่อยากเห็นการกินทิ้งกินขว้างหรอกจริงไหม ด้านหลังโรงพยาบาลมีสุนัขจรจัดอยู่ตั้งหลายตัว ฉันเอาไปเทให้หมากินดีกว่า”ซูหย่าซินเบิกตากว้างมองฉันด้วยความตกตะลึงส่วนสายตาของกู้สือซวี่นั้นดุดันราวกับจะฉีกร่างฉันให้เป็นชิ้น ๆฉันเอาอาหารพวกนั้นไปเลี้ยงสุนัขจรจัดจริง ๆ ถึงแม้หน้าตาจะเป็นเมนูเจ แต่คิดว่าในครัวของร้านอาหารคงใช้น้ำมันสัตว์ผัดอยู่ดีเจ้าพวกตูบเลยไม่เรื่องมาก พากันกินอย่างเอร็ดอร่อยจนเกลี้ยงผ่านไปพักใหญ่ ฉันเดินทอดน่องกลับขึ้นมาอย่างไม่รีบร้อน บังเอิญเจอกับซูหย่าซินที่เพิ่งก้าวขาออกจากลิฟต์พอดีเดิมทีฉันไม่อยากเสียเวลาเสวนากับเธอ ทว่าเธอกลับกึ่งยิ้มกึ่งเยาะเย้ยแล้วชิงพูดขึ้นก่อน “คุณหนูเยี่ยคะ ฝากดูแลตั๋วตั่วด้วยนะ”ฉันขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อยราวกับเธอจะจับความสงสัยของฉันได

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status