Compartir

บทที่ 8

Autor: อุดมสมบูรณ์
ฉันตั้งใจว่าเช้าวันจันทร์ ต่อให้ต้องพลิกแผ่นดินหาก็จะต้องลากตัวคนทรยศออกมาให้ได้

แต่คิดไม่ถึงเลยว่าวันรุ่งขึ้น ฉันก็ได้รับสายจากผู้บริหารระดับสูง “เจาเจา เพราะข่าวที่ถูกปล่อยออกไปนักลงทุนเลยถอนการลงทุนกับทางเราทั้งหมด ตอนนี้บริษัทเราเข้าขั้นวิกฤตถึงขั้นไม่มีเงินจ่ายเงินเดือนให้แล้ว ขอโทษด้วยจริงๆ วันนี้เธอไม่ต้องมาทำงานแล้วล่ะ”

ฉันกำโทรศัพท์ในมือแน่น ได้แต่ยืนนิ่งอย่างนั้นพักใหญ่

หลังจากจบมหาวิทยาลัย ปีนั้นฉันก็แต่งงานกับกู้สือซวี่ทันที และหลังจากนั้นไม่นานฉันก็ตั้งครรภ์

ในตอนแรกฉันกำลังจะได้เข้าไปทำงานในสำนักข่าว แต่สุดท้ายก็ถูกปฏิเสธมา ตอนนั้นกู้สือซวี่กอดปลอบฉันแล้วพูดว่า “เจาเจา อย่าเสียใจไปเลยนะ เดี๋ยวผมจะลงทุนให้พวกเขาเอง แบบนี้ก็ไม่มีใครกล้าปฏิเสธเจาเจาของเราแล้ว”

ฉันไม่ได้ตอบตกลง เพราะฉันไม่อยากเป็นคนที่พึ่งพาเส้นสาย

สุดท้ายฉันจึงเข้าสู่วงการบันเทิงที่ทั้งวุ่นวายและแข่งขันกันอย่างดุเดือด ตลอดสามปีที่ผ่านมาฉันตรากตรำสร้างผลงานจนไต่เต้าขึ้นมาเป็นบรรณาธิการ แต่สุดท้ายต้องถูกไล่ออกเพราะเหตุผลนี้

ผู้ชายที่เคยทุ่มเงินมากมายเพื่อมอบงานในฝันให้ฉัน แต่ตอนนี้กลับเป็นคนที่ทำให้ฉันตกงาน

ที่แท้รักกับไม่รัก มันแบ่งแยกกันชัดเจนเหลือเกิน

จิตใจมนุษย์สามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา

ฉันรีบออกจากห้องแล้วไปที่ห้องพระ

กู้สือซวี่กำลังนั่งสมาธิอยู่ ขาเรียวยาวของเขากำลังนั่งอยู่บนเบาะสั่งทำพิเศษ ในมือถือสร้อยลูกประคำ

ก่อนหน้านี้ ฉันเคยชื่นชมท่าทางเย็นชาและเคร่งครัดของเขา ตอนนั้นเขาดูสูงส่งเหนือคาวโลกีย์

ต่อให้ฉันต้องปฏิบัติตามกฎมากมายอย่างเคร่งครัดเพราะเขานับถือศาสนาพุทธ แต่ฉันก็ไม่เคยปริปากบ่นเลยสักคำ

ฉันเดินเข้าไปแย่งลูกประคำในมือของเขา ก่อนพูดว่า “พระพุทธเจ้าสอนให้คุณปฏิบัติกับภรรยาของคุณแบบนี้เหรอ คุณมีสิทธิ์อะไรมายุ่งกับงานของฉัน”

กู้สือซวี่ที่ถูกขัดจังหวะสวดมนต์ก็ขมวดคิ้วขึ้นเล็กน้อย

“งานที่ไร้ค่าแบบนั้น ไม่ทำก็ดีแล้ว ถ้าคุณอยากได้เงินเดี๋ยวผมจะให้เอง”

งานที่ไร้ค่า?

ฉันทำงานดึกดื่นเพื่อเขียนข่าวออกมา พยายามอย่างมากกว่าจะได้เลื่อนตำแหน่ง ฉันใช้สองมือนี้แลกมันมา แต่เขามีสิทธิ์อะไรที่ชี้ชะตาฉันด้วยคำพูดเดียว

ฉันกำหมัดกรอด แล้วพูดว่า “คุณไปสืบเรื่องคนที่ปล่อยรูปเองแล้วกัน! ความผิดนี้ ฉันไม่ขอรับไว้หรอกนะ!”

กู้สือซวี่ก้มหน้าลงต่ำ “หย่าซินจะไม่ตามเรื่องนี้ต่อแล้ว คุณก็ควรรู้จักพอได้แล้ว”

แต่ฉันไม่ลดละ “เธอไม่อยากตามสืบต่อ หรือไม่กล้าตามต่อกันแน่ เป็นอะไรไป กลัวคนอื่นรู้หรือไงว่านี่เป็นละครที่เธอกำกับเอง แสดงเอง กู้สือซวี่ คุณบ้าผู้หญิงจนสมองกลับแล้วเหรอ”

กู้สือซวี่ขมวดคิ้วยุ่ง “เยี่ยเจาเจา ดูด้วยว่าตัวเองกำลังยืนอยู่ที่ไหน!”

ในจังหวะนั้นเอง ซูหย่าซินก็ปรากฎตัวขึ้นอีกจนได้

เธอนำน้ำชาที่เพิ่งต้มมาใหม่ส่งให้กู้สือซวี่ ก่อนจะหันมาพูดกับฉันว่า “คุณเยี่ย ที่พี่สือซวี่ไม่อยากให้ทำงานแบบนี้ก็เพราะอยากให้คุณมีศักดิ์ศรีหน่อย ฉันอยู่ในวงการบันเทิงมาแม้จะไม่นาน แต่ก็เคยเห็นพวกปาปารัสซี่ถูกไล่ล่าและทำร้าย ไม่ต่างอะไรจากหนูข้างถนน”

น้ำเสียงของเธอเต็มไปด้วยความดูถูกเหยียดหยาม เหมือนว่าฉันแตกต่างจากพวกเขาหลายชั้น

ฉันถามกลับว่า “ถ้าอย่างนั้นเธอเคยเห็นพวกเมียน้อยถูกจิกผมแล้วตบหน้าหรือเปล่า ถึงแม้เธอจะเป็นแค่เมียน้อย แต่ก็ควรมีศักดิ์ศรีบ้างนะ ฉันหาเงินด้วยความสามารถของตัวเอง มันไม่มีศักดิ์ศรีตรงไหน”

ซูหย่าซินใบหน้าซีดขาว น้ำตาของเธอร่วงหล่นและเริ่มสะอึกสะอื้นทันที

ในตอนนั้นเสียงของเด็กสาวก็ตะโกนขึ้นมาจากด้านนอกด้วยความร้อนใจ “คุณแม่คะ คุณแม่ คุณแม่อยู่ไหน ตั๋วตั่วตื่นมาแล้วหาคุณแม่ไม่เจอ!”

ซูหย่าซินรีบเดินออกไปทันที กู้สือซวี่ก็รีบลุกขึ้นยืน เขาเผยสีหน้ากังวลใจอย่างที่ไม่ค่อยเห็นบ่อยนัก

ฉันมองดูอย่างเงียบเชียบ จากนั้นก็หมุนตัวเดินกลับห้อง ก่อนยื่นเรซูเม่ผ่านแอปพลิเคชันสมัครงานในโทรศัพท์

ตำแหน่งคุณนายกู้ไม่น่าสนใจเท่างานไร้ค่าที่กู้สือซวี่พูดถึงหรอกนะ

หลังจากยื่นเรซูเม่ไปสามสิบฉบับ ฉันก็สั่งสเต็ก พิซซ่า และฟัวกราส์ทอดที่ฉันเคยชอบกินที่สุดมา

สามปีที่ผ่านมานี้ ฉันไม่ได้แตะต้องอาหารเหล่านี้เลย

ทั้งที่ฉันมีภาวะเลือดจางมาตั้งแต่เด็ก คุณหมอบอกว่านอกจากกินยาแล้ว ก็ควรทานอาหารให้ครบห้าหมู่

ดังนั้นเขาจึงแนะนำให้ฉันทานอาหารที่มีธาตุเหล็กสูง เช่น เนื้อไม่ติดมัน เลือดเป็ด ตับไก่ เป็นต้น

แต่เพื่อปฏิบัติตามกฎของกู้สือซวี่ ตอนที่ฉันเป็นลมเพราะมีภาวะโลหิตจาง กู้สือซวี่ก็กำชับให้หมอให้น้ำเกลือฉันเท่านั้น ไม่เคยคิดจะยอมละเมิดหลักการกินมังสวิรัติของตัวเองเลย

แล้วฉันล่ะ สุดท้ายแล้วฉันได้อะไรกลับมาบ้าง

ฉันเพิ่งจะสั่งอาหารเสร็จ อาหารกลางวันของทางคฤหาสน์ก็ถูกจัดเตรียมเรียบร้อยแล้ว

กู้สือซวี่จ้างเชฟสำหรับทำอาหารมังสวิรัติมาด้วยเงินเดือนสูงลิ่ว เชฟยังเป็นคนยกอาหารมาเสิร์ฟด้วยตัวเอง พร้อมแนะนำอาหารที่เขาเตรียมมาอย่างพิถีพิถัน

เมื่อเห็นฉันกลับมาแล้ว เขาก็หันไปพูดกับเชฟว่า “คุณเป็นมืออาชีพมาก หลังจากนี้ก็ต้องฝากคุณแล้วนะ”

คำพูดนี้…เขาตั้งใจให้ฉันได้ยินงั้นเหรอ

ตำแหน่งที่นั่งบนโต๊ะอาหารในวันนี้ เหมือนกับเมื่อวานตอนเย็นไม่มีผิด

ซูหย่าซินกับตั๋วตั่วนั่งขนาบซ้ายขวาของกู้สือซวี่ เหมือนพวกเขากำลังประกาศอย่างเงียบเชียบว่าฉันเป็นคนนอก

แต่ครั้งนี้ฉันไม่ได้เดินไปนั่งข้างเด็กคนนั้นเหมือนอย่างเมื่อวานเพียงเพื่อที่จะได้ตักกับข้าวได้ถนัด แต่ฉันหิ้วถุงอาหารของตัวเองแล้วเดินไปนั่งที่ปลายสุดของโต๊ะด้วยท่าทีเรียบเฉย

บนโต๊ะมีอาหารมากมาย แต่ฉันไม่อยากกินสักคำ

ในเมื่อมีเนื้อแล้ว ใครมันจะทนกินเจอีก

ฉันไม่ได้เสพติดการเป็นทาสหรอกนะ!

เดิมทีซูหย่าซินยังส่งสายตาท้าทายมาให้ ราวกับประกาศว่าเธอเขี่ยฉันออกจากเกมได้สำเร็จแล้ว

แต่ในตอนที่ฉันค่อยๆ เปิดถุงที่ถือมาต่อหน้าพวกเขา กลิ่นสเต็กเนื้อ ฟัวกราส์ และพิซซ่าก็ลอยอบอวนขึ้นมาทันที

Continúa leyendo este libro gratis
Escanea el código para descargar la App

Último capítulo

  • หลังฉันขอหย่า สามีเย็นชาก็เลิกเก๊ก   บทที่ 160

    ซูหย่าซินเดินตามพวกเราเข้ามาในห้องพักผู้ป่วยของแม่ฉันคราวก่อนที่พลาดโอกาสผูกสัมพันธ์เชื่อมเส้นสายกับตระกูลเสิ่น เธอยังคงเก็บมานึกเสียดายและฝังใจไม่หายตอนนี้สบโอกาสเหมาะ แม้ในใจจะริษยาความสัมพันธ์ระหว่างฉันกับคุณนายใหญ่ตระกูลเสิ่นมากเพียงใด แต่เธอก็ยังคงปั้นหน้าส่งยิ้มประจบสอพลอ เพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อหน้าหญิงชราทันที"คุณนายใหญ่คะ ตัวหนูกับพี่สาวมีเรื่องเข้าใจผิดกันอยู่นิดหน่อย โชคดีเหลือเกินที่คุณนายใหญ่ยอมเปิดปากอนุญาตให้หนูได้เข้ามาข้างใน การที่ท่านยังจำหนูได้ นับเป็นเกียรติของหนูจริง ๆ ค่ะ"เธอเอ่ยทักทายเอาอกเอาใจด้วยปากหวานก้นเปรี้ยวคุณนายใหญ่ตระกูลเสิ่นแค่นหัวเราะในลำคอเบา ๆ ด้วยน้ำเสียงเย็นชา ปรายตามองหล่อนอย่างรู้ทันพลางเอ่ย "ครอบครัวของคุณหนูซูช่วงนี้เป็นคนดังยึดครองพื้นที่หัวข้อค้นหายอดนิยมขนาดนั้น ต่อให้ไม่อยากจำ ก็คงลืมไม่ลงหรอกนะ"สีหน้าของซูหย่าซินเปลี่ยนไปเล็กน้อยวินาทีถัดมา เธอก็แสร้งตีสีหน้าน้อยเนื้อต่ำใจพลางเอ่ย "วันนี้ที่หนูแวะมา ก็เพราะเรื่องนี้แหละค่ะ คุณนายใหญ่เองก็น่าจะทราบแล้วใช่ไหมคะ ว่าความจริงหนูกับคุณหนูเยี่ยเป็นพี่น้องต่างแม่กัน หนูให้ความสำค

  • หลังฉันขอหย่า สามีเย็นชาก็เลิกเก๊ก   บทที่ 159

    กู้อี้หานเอ่ยขึ้น "จินรั่ว คืนนี้เธอมีนัดเดตกับคุณหมอเผยของเธอไม่ใช่เหรอ? รีบไปเถอะน่า เดี๋ยวฉันอยู่เฝ้าเจาเจาที่นี่เอง"ซ่งจินรั่วหรี่ตามองเขาอย่างจับผิด "อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ทันนะว่านายคิดอะไรอยู่! ขอบอกไว้ก่อนเลยนะ อยู่นิ่ง ๆ เจียมตัวไว้บ้างล่ะ! ถ้ากล้าฉวยโอกาสตอนเจาเจาลำบากล่ะก็ นายเตรียมตัวโดนดีได้เลย!""โอ๊ย รู้แล้วน่า รู้แล้วครับคุณหนูใหญ่!"กู้อี้หานรีบผลักตัวซ่งจินรั่วออกไปนอกห้องอย่างกระตือรือร้นเขาหันมายิ้มให้ฉัน ก่อนจะตีหน้าขรึมพูดจาจริงจัง "เจาเจา คืนนี้นอนปูฟูกกับพื้นตรงนี้ก็ได้ ไม่ต้องเป็นห่วงหรือสงสารฉันหรอกนะ""เอ่อ..."ฉันเอ่ยอย่างกระอักกระอ่วนใจ "นายไม่ต้องอยู่ค้างที่นี่หรอก นี่ก็อุตส่าห์พาบอดี้การ์ดมาช่วยคุ้มกันแล้ว แค่นี้ฉันก็ขอบคุณนายมากพอแล้วล่ะ"กู้อี้หานแย้งขึ้นทันควัน "ได้ยังไงกันล่ะ? แฟนคลับสมองกลวงของยัยซูหย่าซินน่ากลัวจะตายไป ฉันต้องอยู่ตรงนี้เพื่อคอยปกป้องเธอกับคุณป้าสิ"ฉันถอนหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังอย่างยิ่ง "กู้อี้หาน ฉันมองนายเป็นแค่เพื่อนคนหนึ่งเท่านั้น นอกจากนี้แล้วไม่มีอย่างอื่นเลยจริง ๆ ฉันไม่อยากทำให้นายต้องเสียเวลา เข

  • หลังฉันขอหย่า สามีเย็นชาก็เลิกเก๊ก   บทที่ 158

    ซูจ้งผิงหลบสายตาของฉัน แล้วรีบสาวเท้าก้าวหนีออกจากห้องพักผู้ป่วยของแม่ไปราวกับกำลังวิ่งหนีเอาชีวิตรอดหลังจากเขาจากไปได้ไม่นาน ในโลกออนไลน์ก็มีอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดังรายใหญ่คนหนึ่งออกมาโพสต์บทความ กล่าวหาว่าฉันและแม่มีพฤติกรรมสำส่อนไร้ยางอาย เป็นพวกเมียน้อยมืออาชีพที่เชี่ยวชาญด้านการทำลายครอบครัวของผู้อื่นโดยเฉพาะดังนั้น จึงเรียกร้องให้ฉันเปิดโต๊ะแถลงข่าวเพื่อกล่าวคำขอโทษต่อสาธารณชนอย่างเป็นทางการทันทีที่บทความนี้เผยแพร่ออกไป ก็จุดชนวนให้ชาวเน็ตทั่วทั้งโลกออนไลน์ต่างพากันส่งเสียงสนับสนุนอย่างล้นหลาม:"เยี่ยเจาเจา ไสหัวออกมาเดี๋ยวนี้! ตอนที่หล่อนกับแม่กล้าหน้าด้านไปแย่งผู้ชายของคนอื่น ทำไมตอนนี้ถึงหดหัวไม่กล้าโผล่ออกมาล่ะ?""ฉันรู้ว่าแม่ของเยี่ยเจาเจากบดานรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลไหน! พี่สาวฉันเป็นพยาบาลอยู่ที่นั่น เห็นมากับตาตัวเองเลย! ทั้งแม่ทั้งลูกสารรูปให้ท่าอ่อยผู้ชายพอกันทั้งคู่ ใครอยากได้พิกัดทักข้อความส่วนตัวมาหาฉันได้เลย!""ยังมีโรงพยาบาลไหนหน้ามืดตามัวยอมให้ที่หลบซ่อนกับคนพรรค์นี้อีกเหรอเนี่ย? ตกลงว่าโรงพยาบาลไหนกันแน่ พวกเราต้องช่วยกันแบนบอยคอตต์ให้หมด! แล้วถือโอกาสพากัน

  • หลังฉันขอหย่า สามีเย็นชาก็เลิกเก๊ก   บทที่ 157

    กู้สือซวี่ดูเหมือนจะทนดูชู้รักตัวน้อยของเขาถูกฉัน ‘รังแก’ แบบนี้ต่อไปไม่ไหว จึงเอ่ยปากขึ้นว่า "ข้อเสนอที่ฉันเคยบอกว่าจะส่งเธอกับแม่ไปอยู่ต่างประเทศในวันนั้น ตอนนี้ก็ยังนับว่ามีผลอยู่นะ หลักฐานทุกอย่างมันวางกองอยู่ตรงหน้าหมดแล้ว เธอยังจะดึงดันให้ท่านอยู่ในประเทศเพื่อหาเรื่องให้อับพ่อยขายหน้าตัวเองไปทำไมอีก?"หน้าอกของฉันรู้สึกอึดอัดแน่นเอี๊ยดราวกับมีก้อนสำลีขนาดใหญ่มาอุดกั้นไว้ ฉันสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะเอ่ยว่า "กู้สือซวี่ อีกไม่นานหรอก ฉันจะทำให้ทุกคนได้รู้แจ้งเห็นจริงว่า ใครกันแน่ที่กำลังหาเรื่องให้อับพ่อยขายหน้าตัวเอง"ฉันไม่สามารถทนอยู่ร่วมชายคาหรือในพื้นที่เดียวกันกับพวกเขาสองคนได้อีกต่อไป แม้แต่เสี้ยววินาทีเดียวก็จะไม่ทนดังนั้น ฉันจึงรีบสาวเท้าก้าวหนีออกมาอย่างรวดเร็วเพิ่งจะเดินกลับมาถึงที่รถ เสียงโทรศัพท์จากโรงพยาบาลก็ดังขึ้น"สวัสดีครับคุณหนูเยี่ย ผลการตรวจพิสูจน์ดีเอ็นเอออกเรียบร้อยแล้วนะครับ ตอนนี้คุณสามารถเดินทางมารับเอกสารได้เลยครับ"ฉันรีบถามรัวกลับไปทันที "รบกวนช่วยบอกฉันตอนนี้เลยได้ไหมคะ ว่าฉันกับซูจ้งผิงเป็นพ่อลูกแท้ ๆ กันหรือเปล่า?"ปลายสายตอบกลับมาว่า "จากผ

  • หลังฉันขอหย่า สามีเย็นชาก็เลิกเก๊ก   บทที่ 156

    พอกู้อี้หานได้ยินคุณนายใหญ่ตระกูลเสิ่นพูดแบบนั้น นัยน์ตาของเขาก็เป็นประกายสว่างวาบขึ้นมาทันที เอ่ยว่า "คุณย่าเสิ่นครับ ก่อนหน้านี้ผมเคยไปขอร้องพี่เหยียนโจวแล้ว แต่เขาบอกว่างานยุ่งมาก ไม่ยอมสนใจผมเลย คุณย่าจะสั่งให้เขามาช่วยจัดการเรื่องนี้ได้จริง ๆ เหรอครับ?""แน่นอนสิ!"พอคุณนายใหญ่ตระกูลเสิ่นพูดถึงหลานชาย แววตาก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจ "คำพูดของย่า ยังพอมีน้ำหนักในใจของเหยียนโจวอยู่บ้างแหละน่า"พวกเราพูดคุยกันต่ออีกครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับ คุณนายใหญ่ตระกูลเสิ่นก็เอ่ยเตือนสติฉัน "จริงสิ เจาเจา หนูไปลองตรวจสอบดูที่สำนักงานเขตดูก็ได้นะ ตามหลักแล้ว ที่นั่นน่าจะมีบันทึกประวัติการจดทะเบียนสมรสระหว่างแม่ของหนูกับซูจ้งผิงอยู่ ไม่ว่าแม่ของซูหย่าซินจะพล่ามอะไรยังไง หล่อนนั่นแหละที่ต้องเป็นมือที่สามแน่ ๆ ลำดับก่อนหลังของการจดทะเบียนสมรส เป็นหลักฐานที่ดิ้นไม่หลุดอยู่แล้ว"……เมื่อได้รับคำชี้แนะจากคุณนายใหญ่ตระกูลเสิ่น เช้าวันรุ่งขึ้นฉันจึงรีบเดินทางไปที่สำนักงานเขตทันทีในตอนนั้น คุณนายใหญ่ตระกูลเสิ่นยังอุตส่าห์ใช้เส้นสายคนรู้จัก ช่วยฝากฝังให้เจ้าหน้าที่คนหนึ่งมาช่วยฉันสืบค้นข้อมูลการจดทะ

  • หลังฉันขอหย่า สามีเย็นชาก็เลิกเก๊ก   บทที่ 155

    พอเล่ามาถึงตรงนี้ คุณนายใหญ่ตระกูลเสิ่นก็น้ำตาไหลพรากอาบสองแก้ม ฝ่ามือเหี่ยวย่นเอื้อมไปลูบไล้เส้นผมของแม่ฉันบนเตียงคนไข้อย่างแผ่วเบา ราวกับกำลังมองดูลูกในไส้ของตนเองแม้ว่าในใจของฉันจะเจ็บปวดรวดร้าวไม่แพ้กัน แต่ก็กลัวว่าคนแก่อายุมากขนาดนี้หากมีอารมณ์สะเทือนใจรุนแรงเกินไปจะไม่ดีต่อสุขภาพ ฉันจึงคอยเอ่ยปลอบประโลมท่านอยู่นานรอจนกระทั่งอารมณ์ของท่านค่อย ๆ สงบลง ฉันจึงเอ่ยถามขึ้น "ถ้าอย่างนั้น ตอนที่คุณนายใหญ่ไปร่วมงานแต่งงานของแม่หนูในตอนนั้น พอจะมีรูปถ่ายหรืออะไรเก็บไว้บ้างไหมคะ?"ถ้าหากมีภาพถ่ายหรือการ์ดเชิญอะไรทำนองนั้นเป็นหลักฐาน ก็จะสามารถพิสูจน์ได้ทันทีว่าซูจ้งผิงกำลังโกหกคำโต!คุณนายใหญ่ตระกูลเสิ่นส่ายหน้าช้า ๆ พลางเอ่ย "ตอนนั้นแม้ว่าฉันจะได้รับการ์ดเชิญงานแต่งงานจากแม่ของหนูจริง ๆ แต่ช่วงเวลานั้นลูกชายของฉัน หรือก็คือพ่อของเหยียนโจว ดันมาเสียชีวิตกะทันหันจากอุบัติเหตุพอดี งานมงคลกับงานอัปมงคลมันประดังประเดเข้ามาพร้อมกัน ฉันก็เลยจำต้องเลือกไปจัดงานศพให้ลูกชายของฉันก่อน""ขอโทษด้วยนะคะคุณนายใหญ่ หนู... หนูไม่ทราบเรื่องมาก่อนเลย..."ฉันรู้สึกผิดขึ้นมาอย่างจับใจ ที่เผลอไปสะกิดโดน

Más capítulos
Explora y lee buenas novelas gratis
Acceso gratuito a una gran cantidad de buenas novelas en la app GoodNovel. Descarga los libros que te gusten y léelos donde y cuando quieras.
Lee libros gratis en la app
ESCANEA EL CÓDIGO PARA LEER EN LA APP
DMCA.com Protection Status