Share

บทที่ 7

Author: อุดมสมบูรณ์
ฉันยังจำได้แม่นว่า ช่วงปลายปีเมื่อสองปีก่อน อาการของแม่ฉันทรุดลงอย่างกะทันหัน

ทั้งที่แม่อยู่ในภาวะเจ้าหญิงนิทรามาตลอด แต่แล้วจู่ ๆ อวัยวะในร่างก็เริ่มล้มเหลว จนชีวิตของแม่แขวนอยู่บนเส้นด้าย

มีผู้เชี่ยวชาญบอกว่า มีเครื่องมือแพทย์รุ่นใหม่ที่สามารถเปลี่ยนถ่ายเลือดทั้งร่างกาย แถมยังช่วยพยุงการทำงานของหัวใจและปอดได้ หากนำเครื่องนี้มาใช้ได้ทันเวลาก็อาจจะพลิกสถานการณ์ของแม่ได้

แต่อุปกรณ์ทางการแพทย์เหล่านี้กลับเป็นสิ่งที่บริษัทของกู้สือซวี่คิดค้นขึ้นมา

ตอนนั้นอุปกรณ์การแพทย์ที่ว่ายังไม่มีจำหน่าย มีเพียงคนในบริษัทเท่านั้นที่สามารถจัดหาให้ได้

เดิมทีแล้วฉันคิดว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องง่ายสำหรับกู้สือซวี่

แต่คิดไม่ถึงเลยว่าตอนที่ฉันโทรไปบอกเล่าเรื่องอาการที่ทรุดหนักลงของแม่ให้กู้สือซวี่ได้รับรู้กู้สือซวี่จะพูดแทรกขึ้นมาว่า “บอกคุณหมอเลยว่าให้รักษาแม่ยายให้ดีที่สุด เรื่องเงินไม่ใช่เรื่องใหญ่ ตอนนี้ฉันยังมีธุระด่วน แค่นี้ก่อนนะ”

เขาไม่แม้แต่จะอดทนฟังฉันพูดให้จบเลยด้วยซ้ำ ปลายสายก็ตัดสายไปเสียดื้อ ๆ

สำหรับกู้สือซวี่แล้วเรื่องเงินไม่ใช่เรื่องใหญ่ นั่นเป็นสิ่งที่เขาหาได้มาง่ายที่สุด

สำหรับกู้สือซวี่แล้วฉันก็ไม่ต่างกัน เพราะได้มาง่าย เขาเลยไม่เห็นคุณค่า

ตอนนั้นฉันสิ้นหวังจนแทบไม่เหลืออะไร ไม่รู้เลยว่าเป็นเรื่องสำคัญอะไร ถึงได้สำคัญยิ่งกว่าชีวิตของแม่ฉัน

ตอนนี้ฉันได้รู้ว่า ธุระด่วนของเขาในวันนั้นคือการพาตั๋วตั่วไปเที่ยวสวนสนุก

ขณะที่ฉันไร้ที่พึ่งพิง ได้แต่ร้องขอความช่วยเหลืออยู่ในเมืองไห่เฉิง เขากลับกำลังเที่ยวเล่นอย่างสนุกสนานกับเมียน้อยและลูกนอกสมรสของเขาในสวนสนุกที่ใหญ่ที่สุดของเมืองหลวง

แม้ภายหลังพี่ชายของฉันจะสามารถหาอุปกรณ์ทางการแพทย์มาจนแม่สามารถเอาชีวิตรอดชีวิตมาได้

ทว่าความสิ้นหวังและหวาดกลัวว่าจะต้องสูญเสียแม่ไป ก็จะยังคอยตามติดฉันไปตลอดชีวิต

ฉันพยายามระงับความโกรธและความเศร้าที่ปะทุขึ้นภายในใจ รีบหยิบโน้ตบุ๊คออกมาเพื่อบันทึกภาพหน้าจอโมเมนต์ของซูหย่าซิน พร้อมบันทึกรูปภาพเหล่านี้เอาไว้

สิ่งที่เธอใช้ยั่วโมโหฉันในวันนี้ จะกลายเป็นหลักฐานชั้นดีที่ฉันจะใช้สู้กับกู้สือซวี่บนชั้นศาลในวันหน้า

เมื่อเห็นรูปภาพเหล่านั้น ทันใดนั้นฉันก็นึกถึงรูปภาพของเมื่อวานนี้ กู้สือซวี่บอกว่ารูปที่โดนแฉเหล่านั้นเป็นรูปมาจากบริษัทของพวกเรา

จะเป็นไปได้ยังไง

ฉันเป็นบรรณาธิการของเซเว่นสตาร์เอนเตอร์เทนเมนต์ บทความทุกฉบับที่ได้เผยแพร่จะต้องผ่านการตรวจจากฉัน

สรุปแล้วเป็นกู้สือซวี่ที่เข้าใจผิด หรือว่ามีคนในแผนกลงบทความโดยพลการ

ในตอนนั้นเอง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

ฉันยังไม่ทันได้ตอบรับ กู้สือซวี่ก็ผลักประตูเข้ามา

ท่าทีของเขาดูเหมือนมาเพื่อคิดบัญชีกับฉัน เขาโยนโทรศัพท์ลงบนเตียงตรงหน้าฉัน ถามด้วยเสียงเย็นชาว่า “คุณจะทำแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่”

ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาด้วยความสงสัย ถึงได้เห็นว่าเป็นรูปที่ซูหย่าซินเพิ่งโดนแอบถ่ายเมื่อสองวันก่อน วันนี้ถูกปล่อยออกมาอีกครั้งแล้ว

ทว่าใบหน้าของกู้สือซวี่ยังคงเบลอ มองไม่ออกว่าเป็นใคร

แต่การถูกแฉติด ๆ กันแบบนี้แสดงให้เห็นถึงเจตนาร้ายของคนปล่อย

ฉันเงยหน้ามองเขา “ฉันไม่ได้เป็นคนทำ คุณเชื่อฉันสักครั้งได้ไหม”

ในจังหวะนั้นเองตั๋วตั่วก็วิ่งพรวดเข้ามา พร้อมร้องไห้ด้วยความร้อนใจ “พ่อคะ แม่จะไม่อยู่ที่บ้านนี้แล้ว! พ่อรีบไปดูหน่อย ช่วยห้ามแม่ไว้ทีค่ะ!”

เมื่อกู้สือซวี่ได้ยินดังนั้น สีหน้าของเขาก็ตึงเครียด รีบอุ้มลูกสาวแล้ววิ่งออกจากห้องนอนแขกไปทันที

ฉันเดินตามมาที่ห้องรับแขก เพราะอยากจะอธิบายเรื่องราวให้กู้สือซวี่ฟังอย่างชัดเจน

แต่ตอนนั้นก็เห็นว่ากู้สือซวี่กำลังห้ามไม่ให้ซูหย่าซินไป

ตั๋วตั่วจับมือเธอไว้ข้างหนึ่ง พร้อมร้องไห้โฮ เอาแต่พร่ำตะโกนไม่ให้แม่จากไป

ฉันยืนมองครอบครัวพ่อแม่ลูกอยู่ด้านข้างอย่างเงียบเชียบ

ผู้คนบนโซเชียลบอกกันว่าซูหย่าซินเป็นไอดอลที่อาศัยความนิยมเดบิวต์ เธอเป็นหุ่นไม้ที่ไม่มีทักษะการแสดง

แต่ความจริงแล้วฝีมือการแสดงของเธอไม่เลวเลย อยากจะบีบน้ำตาตอนไหนก็ทำได้ จนน้ำตาท่วมหน้า

“พี่สือซวี่ พี่ปล่อยฉันไปเถอะ ฉันรับไม่ไหวแล้วจริงๆ” ซูหย่าซินพูดขึ้นอย่างน้อยอกน้อยใจ “หากเป็นอย่างนี้ต่อไป ชื่อเสียงของฉันต้องพังพินาศแน่”

กู้สือซวี่ยังไม่ทันได้พูดปลอบอะไร ฉันก็ต่อบทสนทนาของเธออย่างไม่ใส่ใจว่า “เธอพาลูกนอกสมรสเข้ามาในบ้านแล้ว รู้ว่าตัวเองเป็นเมียน้อยก็ยังไม่ยอมถอย เธอยังจะห่วงชื่อเสียงของตัวเองอยู่อีกเนี่ยนะ”

“เยี่ยเจาเจา หุบปากไปเลย!”

กู้สือซวี่ตำหนิฉันเสียงดัง จากนั้นก็ควบคุมเสียงตัวเองแล้วหันไปพูดกับซูหย่าซินว่า “เรื่องนี้ผมจะจัดการให้คุณเอง แต่คุณยังไปไม่ได้ ตั๋วตั่วอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีคุณ”

ตั๋วตั่วกลัวว่าซูหย่าซินจะจากไปจริง ๆ เธอร้องไห้แล้วพูดว่า “แม่คะ ถ้าแม่จะไปล่ะก็ แม่ก็พาพ่อกับตั๋วตั่วไปด้วยได้ไหม”

เมื่อพูดจบ เธอก็ชี้นิ้วมาทางฉันอย่างโมโห “ป้าคนนี้ดุมาก ตั๋วตั่วไม่อยากอยู่กับป้าคนนี้”

ซูหย่าซินอุ้มตั๋วตั่วขึ้นมา พลางร้องไห้สะอึกสะอื้น “เด็กดี แม่ก็ไม่อยากจากพวกลูกไป แต่…”

ฉันมองกู้สือซวี่ด้วยสีหน้าสงบนิ่ง “พวกคุณไม่ต้องไปไหนทั้งนั้น เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะให้ทนายมาคุยเรื่องสินสมรส ฉันขอรับแค่ส่วนที่เป็นของฉันจะได้ไม่ต้องอยู่ที่นี่ต่อแล้วทำให้ลูกสาวของพวกคุณกลัวไปมากกว่านี้”

เดิมทีฉันคิดว่าตอนนี้กู้สือซวี่ถูกต้อนจนหลังชนฝา ทั้งเมียน้อยและลูกนอกสมรสของเขาก็ต้องการไล่ฉันออกไป แถมฉันที่รู้ความขนาดนี้ก็ยังยอมเดินจากไปเองแบบนี้ เขาก็จะต้องยินดีมากแน่นอน

แต่คิดไม่ถึงเลยว่าดวงตาของกู้สือซวี่เหมือนจะเต็มไปด้วยความไม่พอใจ เขาพูดว่า “จนกว่าความจริงของเรื่องนี้จะปรากฏ คุณห้ามไปไหนทั้งนั้น!”

ฉันรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่คนที่ผิดหวังยิ่งกว่าก็คือซูหย่าซิน

แน่นอนว่าเธอไม่ได้อยากไปจริงๆ หรอก หลังจากแสร้งทำทีเป็นจะจากไปอยู่สักพัก สุดท้ายกู้สือซวี่และลูกสาวก็เกลี้ยกล่อมให้เธอกลับมาได้สำเร็จ

……

เมื่อถึงเวลาอาหารเย็น ป้าหลิวก็มาเคาะที่ประตูห้อง “คุณนายคะ อาหารเย็นเตรียมเสร็จแล้วค่ะ จะให้ป้ายกเข้าไปในห้องไหมคะ”

ฉันรู้ว่าตอนบ่ายเธอต้องได้ยินเสียงทะเลาะกันในห้องรับแขกแน่นอน เธอกลัวว่าถ้าฉันไปปรากฏตัวที่โต๊ะอาหารก็จะต้องถูกพวกเขารังแกอีก

แต่ฉันไม่สามารถยอมรับคำกล่าวหาที่ไม่เป็นธรรมได้

แม้ฉันอยากจะเปิดเผยรูปภาพทั้งหมด เพื่อให้ทุกคนเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของผู้ชายในรูป

แต่ในเมื่อฉันไม่ได้เป็นคนทำ ฉันจะไม่มีทางยอมรับข้อกล่าวหานี้เด็ดขาด

ฉันไม่ได้รับถาดอาหารจากป้าหลิว แต่เลือกเดินตรงไปที่ห้องอาหาร

ซูหย่าซินคิดไม่ถึงว่าฉันจะกล้ามาร่วมโต๊ะอาหารกับพวกเธอ

บนโต๊ะอาหารตัวยาว กู้สือซวี่นั่งอยู่ที่หัวโต๊ะส่วนซูหย่าซินและตั๋วตั่วนั่งขนาบฝั่งซ้ายขวาของเขา

เมื่อเป็นอย่างนี้ แสดงว่าไม่มีที่ว่างสำหรับฉันสินะ

เดิมทีฉันตั้งใจจะนั่งตรงข้ามกู้สือซวี่ ซึ่งเป็นส่วนของปลายโต๊ะ แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นฉันก็จะเอื้อมตักอาหารไม่ถึง

ดังนั้น ฉันจึงนั่งลงที่ด้านข้างตั๋วตั่วอย่างใจเย็น

วินาทีถัดมา เด็กน้อยก็สะดุ้งเฮือกแล้วรีบวิ่งไปหาซูหย่าซิน ในสายตาเธอฉันคงเป็นเหมือนปีศาจ

ซูหย่าซินอุ้มเด็กน้อยขึ้นมาด้วยความรักใคร่ จากนั้นก็หันไปพูดกับกู้สือซวี่ว่า “พี่สือซวี่คะ ฉันพาตั๋วตั่วไปกินในห้องก็แล้วกันค่ะ”

ดูเหมือนว่าเธอกับลูกสาวกำลังหวาดกลัวและหลบหน้าฉัน

แต่กู้สือซวี่กลับพูดขึ้นว่า “คนที่ควรไป ไม่ใช่คุณ”

เมื่อพูดจบ เขาก็หันมองฉันเป็นคำเตือน “เยี่ยเจาเจา เก็บเล่ห์เหลี่ยมและแผนการร้ายของคุณไปซะ ผมบอกแล้วว่าพวกเธอจะมาอยู่ที่นี่ชั่วคราว ไม่มีทางรบกวนคุณแน่นอน”

มุมปากของฉันกระตุกขึ้น แต่ไม่ได้พูดอะไร

ซูหย่าซินอ้อนวอนขึ้นว่า “คุณเยี่ยคะ ฉันกับพี่สือซวี่ไม่ได้มีความสัมพันธ์แบบที่คุณคิดแน่นอนค่ะ ขอร้องนะคะ หลังจากนี้อย่าหาเรื่องฉันเลยค่ะ และอย่าทำร้ายตั๋วตั่วด้วย หากรูปของตั๋วตั่วถูกเปิดเผยออกไป ฉันไม่อยากจินตนาการเลยว่าเธอจะถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์ขนาดไหน”

พอกู้สือซวี่ได้ยินว่าลูกของตัวเองจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ สีหน้าของเขาก็ตึงเครียดมากยิ่งขึ้น เขาหันมามองฉันด้วยสายตาคมกริบ

ฉันพยักหน้า “เด็กเป็นผู้บริสุทธิ์และไม่มีความผิดอะไรจริง คนที่เปิดเผยรูปออกไปก็ไร้ยางอายจริง ๆ ทำได้แม้กระทั่งใช้เด็กตัวเล็ก ๆ เป็นเครื่องมือ เดี๋ยวพรุ่งนี้ฉันจะไปสืบเรื่องในบริษัท และจะให้คำตอบที่เหมาะสมกับเธอแน่นอน!”

ซูหย่าซินที่นั่งอยู่ด้านข้างได้ฟังก็คิ้วกระตุกพูดด้วยเสียงอ่อนโยนว่า “เกรงว่า…คงจะไม่ง่ายมั้งคะ คนปล่อยข่าวคงไม่โง่ ใช้โทรศัพท์ตัวเองปล่อยหรอก”

ฉันยิ้มเล็กน้อย “ไม่เป็นไร ฉันมีวิธีมากมาย! ฉันจะรอดูว่าคนทรยศคนไหนมันกล้ากินบนเรือนขี้บนหลังคา สมคบคิดกับบุคคลภายนอก! แล้วแสร้งทำตัวเป็นผู้เสียหาย!”

ทันทีที่ฉันพูดจบ สีหน้าของซูหย่าซินก็ตึงเครียดขึ้นมา

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หลังฉันขอหย่า สามีเย็นชาก็เลิกเก๊ก   บทที่ 184

    ณ คฤหาสน์ตระกูลกู้กู้สือซวี่นั่งนิ่งเงียบอยู่หน้าโต๊ะทำงาน ปลายนิ้วลูบไล้ไปมาตรงลายเซ็นชื่อ ‘เยี่ยเจาเจา’ บนหนังสือสัญญาหย่าซ้ำแล้วซ้ำเล่าลายมือหมึกสีดำนั้นดูเรียบสวยอ่อนช้อย ทว่ากลับแฝงความเด็ดเดี่ยวเด็ดขาดเอาไว้อย่างชัดเจนวันที่ที่ลงกำกับไว้ คือวันที่ข่าวฉาวระหว่างเขากับซูหย่าซินแพร่สะพัดออกไปทั้งที่ตลอดเวลาที่ผ่านมาเธอหึงหวงและตามตอแยเขาไม่เลิก ก่อเรื่องวุ่นวายมากมายจนถึงขั้นพรากชีวิตเนี่ยนเอินของเขาไปทั้งหมดที่เธอทำลงไป ก็เพื่อรักษาตำแหน่งคุณนายกู้นี้ไว้ไม่ใช่หรือไง?ใบต้นอูถงนอกหน้าต่างเสียดสีกับสายลมส่งเสียงซ่า ๆ ดังเป็นจังหวะ ความรู้สึกอึดอัดหม่นหมองในอกซัดกระหน่ำเข้ามาดั่งระลอกคลื่นจู่ ๆ ในหัวของเขาก็พลันนึกถึงประโยคสุดท้ายที่เยี่ยเจาเจาพูดกับเขา ก่อนที่เขาจะเดินออกจากห้องพักผู้ป่วยในวันนั้นขึ้นมา“กู้สือซวี่... ฉันไม่ได้ต้องการนายตั้งนานแล้ว”ค่ำคืนนี้ ที่เขี่ยบุหรี่บนโต๊ะทำงานมีก้นบุหรี่เพิ่มขึ้นมวนแล้วมวนเล่าทั้งที่เธอเป็นฝ่ายล่วงล้ำเข้ามาในเขตหวงห้ามของเขา เป็นคนทำร้ายคนที่เขารักและหวงแหนที่สุดจนถึงแก่ความตายแต่ทำไมในคืนนี้... เขาถึงเพิ่งรู้สึกตัวว่า บางส

  • หลังฉันขอหย่า สามีเย็นชาก็เลิกเก๊ก   บทที่ 183

    พูดจบ เธอก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเตรียมจะโทรหากู้สือซวี่ฉันรีบห้ามเธอไว้ “ฉันไม่อยากเจอเขา เขาไม่จำเป็นต้องรับรู้อะไรทั้งนั้น ทางที่ดี... อย่าให้เขาได้นึกถึงคนอย่างฉันขึ้นมาอีกเลยจะดีกว่า”ซ่งจินรั่วพยักหน้าเห็นด้วย “ก็จริง แยกกันอยู่ครบสองปีก็ฟ้องหย่าได้แล้ว ในเมื่อเขาชอบกินอาจมขนาดนั้น ก็ปล่อยให้เขากินสองพี่น้องตระกูลซูให้อิ่มหนำสำราญไปเลย! ตายไปคนหนึ่ง ก็ยังเหลืออีกคนไม่ใช่หรือไง!”……ด้วยเหตุนี้ ซ่งจินรั่วจึงยอมวางมือจากงานทั้งหมดเพื่อมาดูแลฉันเธอถึงขั้นไปหัดทำอาหารกับแม่บ้านที่คฤหาสน์ ทุก ๆ วันจะคอยเปลี่ยนเมนูตุ๋นซุปบำรุงสารพัดสูตรมาให้ฉันดื่มแม้ว่าการดูแลเอาใจใส่ของเธอจะช่วยให้ร่างกายของฉันฟื้นตัวได้ค่อนข้างดีแต่ปริศนา ‘การฆ่าตัวตายอย่างมีเงื่อนงำของซูเนี่ยนเอิน’ ก็ยังคงเป็นดั่งเมฆหมอกดำทะมึนที่ปกคลุมอยู่ในใจของฉันซูเนี่ยนเอินเป็นพี่สาวแท้ ๆ ของซูหย่าซิน... เป็นไปได้หรือว่า เพื่อที่จะกำจัดฉัน ซูหย่าซินถึงกับยอมสังเวยชีวิตพี่สาวของตัวเองเชียวหรือ?ตกดึก หลังจากซ่งจินรั่วกลับไปแล้วฉันกำลังจะเอื้อมมือไปปิดไฟนอน ก็พลันได้ยินเสียงของกู้สือซวี่ดังขึ้นจากหน้าประตูห้อง“เธอพ

  • หลังฉันขอหย่า สามีเย็นชาก็เลิกเก๊ก   บทที่ 182

    เพราะนี่คือสิ่งที่ฉันติดค้างซูเนี่ยนเอินฉันจำไม่ได้แล้วว่าตัวเองคุกเข่าลงไปกี่พันครั้ง และโขกศีรษะกราบลงกับพื้นไปกี่หมื่นหนแต่คำว่า “ฉันขอโทษ” ที่ฉันเอ่ยออกมาซ้ำ ๆ นั้น ไม่ได้มีไว้เพื่อซูเนี่ยนเอินเลยแม้แต่น้อย... หากแต่มันเป็นคำขอโทษที่ฉันมอบให้ลูกน้อยในท้องของตัวเองต่างหากจนกระทั่งท้องฟ้าเริ่มมืดมิด ฉันก็ใกล้จะคุกเข่าขึ้นไปถึงยอดเขาที่เป็นที่ตั้งของวัดหัวใจของฉันหนาวเหน็บและเจ็บปวดจนด้านชา ทว่าความเจ็บปวดที่ท้องน้อยซึ่งบิดเกร็งและดึงรั้งอย่างรุนแรง กลับยิ่งทวีความชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆฉันรู้ดี... ว่าลูกของฉันพยายามอดทนและต่อสู้เคียงข้างฉันมาโดยตลอดแต่ตอนนี้ เขาคงทนต่อไปไม่ไหวอีกแล้วของเหลวอุ่น ๆ ค่อย ๆ ไหลรินลงมาตามเรียวขาด้านใน หยดลงสู่พื้นหิน และถูกสายฝนชะล้างจนกลายเป็นสายธารสีแดงฉานคดเคี้ยวไปตามขั้นบันไดสีแดงนั้นดูราวกับอสรพิษ มันรัดรึงร่างของฉันเอาไว้ และรัดรึงลมหายใจของชีวิตน้อย ๆ ในท้องที่ฉันยังไม่มีโอกาสได้พบหน้า“ขอโทษนะลูก...”ฉันขยับริมฝีปากที่สั่นเทา ทว่าเสียงสี่คำนั้นกลับถูกสายฝนซัดกระหน่ำจนแตกสลาย แม้แต่ตัวฉันเองก็แทบจะไม่ได้ยินฉันแหงนหน้าขึ้นมององค์พระพุ

  • หลังฉันขอหย่า สามีเย็นชาก็เลิกเก๊ก   บทที่ 181

    ฉันยืนตัวแข็งทื่อด้วยความตกตะลึง มองเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองซูเนี่ยนเอินตายแล้วงั้นเหรอ?ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้?ซูหย่าซินซบหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ในอ้อมอกของกู้สือซวี่ “เมื่อคืนพี่สาวฉันฆ่าตัวตาย! กล้องวงจรปิดจับภาพได้ว่ามีคนแปลกหน้าแอบย่องเข้าไปในห้องพักผู้ป่วยของเธอ คนพวกนั้นสารภาพว่าคุณเป็นคนส่งไป! คุณจิตใจอำมหิตเกินไปแล้ว! ร้ายกาจจนแทบไม่ใช่คน! ตอนพี่สาวจากไป... แม้แต่คำบอกลาคำเดียวเธอก็ยังไม่ได้ทิ้งไว้ให้พี่สือซวี่เลย”ฉันยืนเคว้งคว้างอยู่ที่เดิม ถึงแม้ฉันจะไม่เคยรู้จักซูเนี่ยนเอินมาก่อน แต่การที่คนคนหนึ่งต้องมาจากไปกะทันหันแบบนี้ มันก็ทำให้ฉันรู้สึกช็อกอยู่ไม่น้อยสีหน้าของกู้สือซวี่ซีดเผือดจนดูคล้ายคนตาย ทว่าสายตาของเขากลับคมกริบราวกับใบมีดที่พร้อมจะแล่เนื้อเถือหนังฉัน “เธอทำอะไรกับเนี่ยนเอิน? พูดอะไรกับเธอกันแน่!”ฉันตอบกลับไปอย่างบริสุทธิ์ใจ “ฉันแค่จ้างนักสืบเอกชนให้ไปเก็บตัวอย่างเส้นผมของซูเนี่ยนเอินมาให้ ตอนนั้นนักสืบบอกว่าเธอหลับสนิทไปแล้ว เธอไม่รู้เรื่องอะไรเลยด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้น การตายของเธอไม่เกี่ยวกับฉัน!”แววตาของซูหย่าซินวาวโรจน์ขึ้นมาด้วยความเคียดแค

  • หลังฉันขอหย่า สามีเย็นชาก็เลิกเก๊ก   บทที่ 180

    ฉันกวาดสายตาอ่านเนื้อหาในอีเมล หัวใจคล้ายกับถูกมือที่มองไม่เห็นคู่ใหญ่ค่อย ๆ บีบรัดเข้าหากันทีละนิดนักสืบเอกชนได้เดินทางไปยังมหาวิทยาลัยที่กู้สือซวี่เคยศึกษาอยู่ในอังกฤษ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงจากอาจารย์ของเขาอาจารย์หลายท่านต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า กู้สือซวี่กับซูเนี่ยนเอินเป็นคู่รักกิ่งทองใบหยกที่ใคร ๆ ในรั้วมหาวิทยาลัยต่างพากันอิจฉาซูเนี่ยนเอินเป็นสาวสวยผู้เย็นชาที่ทุกคนในสถาบันต่างยอมรับ เธอจะยอมเผยรอยยิ้มออกมาก็ต่อเมื่ออยู่ต่อหน้ากู้สือซวี่เท่านั้นได้ยินมาว่า หากไม่ใช่เพราะอุบัติเหตุครั้งนั้นที่ทำให้ซูเนี่ยนเอินต้องกลายเป็นอัมพาต กู้สือซวี่ก็คงเตรียมจะพาเธอเข้าบ้านตระกูลกู้หลังจากเรียนจบไปแล้วฉันพลันนึกถึงช่วงเวลาหลายปีที่กู้สือซวี่ไปเรียนต่อต่างประเทศ ข้อความมากมายที่ฉันส่งไปหาเขาล้วนเงียบหายราวกับก้อนหินจมดิ่งสู่ก้นทะเลลึกที่แท้... ทุกอย่างมันมีร่องรอยให้เห็นมาตั้งนานแล้วในตอนนั้น ตัวฉันเองเกือบจะยอมถอดใจจากความรักข้างเดียวนี้อยู่รอมร่อแต่ในปีที่ฉันสำเร็จการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย กู้สือซวี่กลับบินถือแหวนเพชรข้ามน้ำข้ามทะเลกลับมาคุกเข่าขอฉันแต่งงานช่วงเวลานั้น น

  • หลังฉันขอหย่า สามีเย็นชาก็เลิกเก๊ก   บทที่ 179

    เขาไม่แม้แต่จะเหลือบตามองฉันอีกเลย รีบสาวเท้าก้าวพรวด ๆ ตรงเข้าไปในห้องน้ำเพื่ออาบน้ำชำระร่างกายทันทีครึ่งชั่วโมงต่อมา กู้สือซวี่ก็เดินออกมาจากห้องน้ำ คาดว่าคงจัดการปลดปล่อยอารมณ์ความต้องการของตัวเองอยู่ข้างในนั้นเรียบร้อยแล้วเขาแต่งตัวอย่างรวดเร็วคล่องแคล่ว ทุกท่วงท่าลื่นไหล ใบหน้าที่เคยวางมาดสุขุมนิ่งสนิทอยู่เสมอ บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความร้อนรนกระวนกระวายใจอย่างปิดไม่มิดตอนที่เดินมาถึงหน้าประตู คล้ายกับเพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่ายังมีฉันยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้อีกคน“ที่บริษัทมีเรื่องด่วนเข้ามา ฉันต้องไปดูงานที่ต่างประเทศสักหน่อย”เขาทิ้งคำอธิบายส่ง ๆ ไร้ความจริงใจไว้แค่นั้น แล้วก็ก้าวขาจากไปทันทีสำหรับการเดินหนีจากไปแบบนี้ของเขา ฉันชินชาจนด้านชาไปหมดแล้วแต่ในตอนนี้ มันคือจังหวะเวลาทองที่ฉันจะได้รู้ความจริงเสียทีพอลับหลังเขาไป ฉันก็รีบโทรหานักสืบเอกชนทันที “พวกคุณสะกดรอยตามกู้สือซวี่ไปได้เลยค่ะ อีกสองชั่วโมงเขาจะออกเดินทางบินไปอังกฤษ จำไว้นะคะว่าอย่าให้เขาจับได้เด็ดขาด”“วางใจได้เลยครับคุณหนูเยี่ย เรื่องการสะกดรอยตามเนี่ย พวกเราเชี่ยวชาญระดับมืออาชีพอยู่แล้วครับ”นักสืบเอกชนให้คำม

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status