Masukคุณหนูปลอมแค่จามเท่านั้น พี่ชายทั้งสามของฉันก็ราวกับฟ้าถล่ม คอยดูแลเธอไม่ห่างกาย ดังนั้น หลังจากคุณหนูปลอมใส่ร้ายว่าฉันผลักเธอตกน้ำอีกครั้ง พี่ชายทั้งสามจับฉันขังไว้ในห้องเย็นร้างอุณหภูมิติดลบสี่สิบองศา แถมยังตัดสวิตช์ช่วยชีวิตเพียงตัวเดียวที่อยู่ด้านใน ฉันร้องไห้ตะโกนขอความช่วยเหลือจากพี่ใหญ่ที่เป็นซีอีโอ แต่เขากลับว่าฉันใจร้าย คิดแต่จะแย่งความโปรดปราน ฉันขอร้องพี่รองที่เป็นหมอ แต่เขากลับบอกว่า ฉันสมควรได้รับผลกรรมนี้ ฉันเอ่ยขอโทษพี่สามที่เป็นทนายมือทอง แต่เขากลับแค่นหัวเราะ “ปกติเธออิจฉาเนี่ยนเนี่ยนก็ช่างเถอะ ทั้งที่รู้ว่าเนี่ยนเนี่ยนร่างกายอ่อนแอ ยังผลักเธอตกน้ำอีก ใจดำจริง ๆ!” “คนใจร้ายอย่างเธอ ก็ควรอยู่ในห้องเย็นให้สงบสติอารมณ์!” พูดจบ พวกเขาก็กอดคุณหนูปลอมที่กำลังจามไว้แน่น แล้วรีบพาเธอไปโรงพยาบาล ความอบอุ่นในร่างกายค่อย ๆ เลือนหายไป ฉันรู้สึกว่าเลือดในกายกำลังแข็งตัวทีละน้อย สามสิบหกชั่วโมงต่อมา ฉันก็หมดลมหายใจ สามวันต่อมา พี่ชายทั้งสามพาคุณหนูปลอมกลับจากโรงพยาบาล ถึงเพิ่งนึกถึงฉัน แต่พวกเขาไม่รู้ว่า ฉันหนาวจนแข็งตาย กลายเป็นศพน้ำแข็งแข็งทื่อไปนานแล้ว
Lihat lebih banyakคดีของหลินเนี่ยนเนี่ยนตัดสินเร็วมากทั้งจงใจปรับอุณหภูมิห้องเย็น อุดช่องระบายอากาศ และทำลายอุปกรณ์ขอความช่วยเหลือ หลักฐานหลายส่วนเชื่อมโยงกันอย่างครบถ้วนวันที่ศาลมีคำพิพากษาชั้นต้น พี่สามยืนอยู่หน้าศาล เงยหน้ามองท้องฟ้าสีหม่นมัวนักข่าวคนหนึ่งพุ่งเข้ามา ยื่นไมค์จ่อหน้าเขา“ทนายหลิน...ไม่สิ คุณหลิน ขอถามว่าคุณมีความเห็นอย่างไรกับคำตัดสินครั้งนี้”เขาก้มหน้าลง มองนักข่าวแวบหนึ่ง"เบาไป"พูดจบ เขาก็หันหลังขึ้นรถ ไม่หันกลับมาอีกหลังจากนั้น วิญญาณของฉันอยู่ที่วิลล่าตระกูลหลินอีกนานมากนานจนฉันเห็นฤดูกาลเปลี่ยนจากปลายใบไม้ร่วงเข้าสู่ฤดูหนาวจัดพี่ใหญ่ล็อกห้องเดิมของฉันไว้ไม่อนุญาตให้ใครเข้าไปแต่ทุกสุดสัปดาห์ เขาจะเปิดประตูเอง แล้วนั่งอยู่ข้างเตียงของฉันตลอดบ่ายบนโต๊ะมีงานแกะสลักไม้จันทน์แดงชิ้นที่สองของฉันที่ยังทำไม่เสร็จวางอยู่โครงร่างที่แกะไปได้เพียงครึ่งเดียว ดูออกว่าเป็นกระต่ายน้อยตัวหนึ่งฉันเกิดปีเถาะเขาหยิบมันขึ้นมาดูครั้งหนึ่ง แล้ววางกลับลงไปสัปดาห์ต่อมาก็หยิบขึ้นมาดูอีกครั้งราวกับกำลังรอให้ฉันกลับมาแกะมันต่อจนเสร็จพี่รองดึงประวัติการรักษาของฉันออกมาจากระ
ตอนหลินเนี่ยนเนี่ยนถูกพาตัวไป ไฟถนนทั้งสายก็สว่างขึ้นแล้วแสงไฟแดงน้ำเงินจากรถตำรวจสาดกระทบกำแพงสีขาวของวิลล่า กะพริบวูบวาบไม่หยุดเธอถูกตำรวจหญิงสองคนประคองแกมหิ้วปีกออกจากบ้าน ผมเผ้ายุ่งเหยิง คราบน้ำตาบนใบหน้ายังไม่แห้ง ปากพร่ำซ้ำอยู่เพียงประโยคเดียว“พี่ใหญ่ช่วยฉัน...พี่รอง...พี่สาม...ฉันไม่ได้ตั้งใจ...”ไม่มีใครตอบเธอสามพี่น้องยืนอยู่หน้ากระจกบานสูงในห้องรับแขก ไม่มีใครหันไปมองข้างนอกแม้แต่คนเดียวรถตำรวจเคลื่อนตัวออกไป ไฟท้ายหายลับในความมืดยามค่ำคืนวิลล่ากลับมาเงียบสงัดอีกครั้งพ่อบ้านพาเจ้าหน้าที่จากสถานฌาปนกิจลงไปยังชั้นใต้ดินฉันลอยตามพวกเขาเข้าไปในห้องเย็นเจ้าหน้าที่สถานฌาปนกิจเห็นความตายมาจนชิน แต่ในวินาทีที่เปิดประตูห้องเย็น ชายวัยกลางคนที่เป็นหัวหน้าก็ยังชะงักไปครู่หนึ่งเขามองศพที่ขดตัวอยู่แวบหนึ่ง แล้วมองตัวเลขบนแผงควบคุมอุณหภูมิอีกครั้ง เงียบอยู่นาน ก่อนจะเรียกเพื่อนร่วมงานให้เข้ามาพวกเขาเคลื่อนไหวอย่างเบามือมากตอนค่อย ๆ เคลื่อนศพของฉันออกจากมุมห้อง ถึงพบว่าเสื้อผ้าของฉันแข็งติดกับพื้นไปแล้ว จึงจำเป็นต้องใช้น้ำอุ่นค่อย ๆ ละลายออกทีละนิดฉันลอยอยู่ด้านบ
พ่อบ้านดึงภาพวงจรปิดได้เร็วมากระบบรักษาความปลอดภัยของวิลล่า พี่ใหญ่เป็นคนจ้างคนมาออกแบบเอง ได้ชื่อว่าครอบคลุมทุกมุมไร้จุดบอด แม้แต่มุมสวนยังติดกล้องอินฟราเรดสำหรับมองกลางคืนไว้ยิ่งไม่ต้องพูดถึงทางเดินหน้าห้องเย็นชั้นใต้ดินจอโปรเจกเตอร์ถูกกางขึ้นในห้องรับแขก พ่อบ้านมือสั่นขณะต่อสายหลินเนี่ยนเนี่ยนคุกเข่าอยู่บนพื้น สีหน้าจากซีดขาวค่อย ๆ กลายเป็นหม่นเทาเธออ้าปากเหมือนอยากพูดอะไรบางอย่าง แต่ลำคอกลับเหมือนถูกสำลีอุดไว้ภาพวงจรปิดสว่างขึ้นเวลา: สามวันก่อน 19:47:23ในภาพ สามพี่น้องหิ้วปีกหลินรั่วเดินไปทางห้องเย็นหลินรั่วถูกพี่รองกับพี่สามจับแขนขนาบซ้ายขวา ปลายเท้าลากไปกับพื้นเป็นรอยขาด ๆ หาย ๆเธอกำลังดิ้นรนแต่เด็กสาวอายุสิบเจ็ดปีคนหนึ่ง เด็กสาวที่ข้อต่อเสื่อมเหมือนคนแก่อายุหกสิบ จะดิ้นสู้ผู้ชายโตเต็มวัยสามคนได้อย่างไร“พี่ ฉันไม่ได้ผลักเธอ ไม่ใช่ฉันจริง ๆ”วงจรปิดมีเสียงเสียงของหลินรั่วดังออกมาจากลำโพง เจือเสียงสะอื้น สั่นเครือ และเต็มไปด้วยคำวิงวอนสิ้นหวังผู้ชายสามคนในห้องรับแขกตัวแข็งค้างขึ้นมาพร้อมกันภาพยังดำเนินต่อไปพี่ใหญ่ผลักหลินรั่วเข้าไปในห้องเย็นด้วยมือเ
ในห้องรับแขก หลินเนี่ยนเนี่ยนนั่งขดอยู่บนโซฟา คลุมผ้าห่มแคชเมียร์ มือประคองโกโก้ร้อนไว้หนึ่งแก้วภายนอก เธอกำลังไถมือถือ มุมปากยังแต้มรอยยิ้มจาง ๆแต่ความจริง ทุกไม่กี่วินาทีเธอก็เหลือบมองไปทางบันไดพวกเขาลงไปนานเกินไปแล้วตอนแรกเธอคิดว่า พวกพี่ชายคงรีบลงไปด่าหลินรั่วสักยก แล้วกลับขึ้นมาด้วยความโมโห จากนั้นเธอค่อยอ้อนให้ถูกจังหวะ เรื่องนี้ก็จะผ่านไปแต่ตอนนี้ผ่านไปเกือบสี่สิบนาทีแล้วเธอวางมือถือ กัดริมฝีปากล่างเบา ๆติดลบสี่สิบองศา สามวันไม่ใช่ว่าเธอไม่เคยคิดว่าหลินรั่วอาจเกิดเรื่องขึ้นจริง ๆแต่เธอคิดว่าคนที่โตมาในชนบท ย่อมทนหนาวได้ดีอีกอย่าง เธอก็แค่ปรับอุณหภูมิเท่านั้น ไม่ได้ลงมือเองเสียหน่อยถ้าเกิดเรื่องจริง ก็เป็นพวกพี่ชายที่ขังหล่อน เกี่ยวอะไรกับเธอด้วยเธอทบทวนความคิดนี้ในหัวรอบหนึ่ง แล้วก็สบายใจขึ้นมากกำลังจะยกโกโก้ขึ้นจิบ“ปัง”ประตูห้องรับแขกถูกผลักเปิด กระแทกเข้ากับผนังมือของหลินเนี่ยนเนี่ยนสั่นวูบ โกโก้ร้อนหกกระจายไปเป็นวงกว้างผู้ชายสามคนยืนอยู่ตรงประตูสิ่งแรกที่เธอเห็นคือมือของพี่ใหญ่กำลังมีเลือดหยดสิ่งที่เธอเห็นเป็นลำดับที่สองคือใบหน้าของพี่ส





