Short
หลังคุณหนูปลอมจาม ฉันก็หนาวตาย

หลังคุณหนูปลอมจาม ฉันก็หนาวตาย

Oleh:  จือหนานอีTamat
Bahasa: Thai
goodnovel4goodnovel
9Bab
65Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

คุณหนูปลอมแค่จามเท่านั้น พี่ชายทั้งสามของฉันก็ราวกับฟ้าถล่ม คอยดูแลเธอไม่ห่างกาย ดังนั้น หลังจากคุณหนูปลอมใส่ร้ายว่าฉันผลักเธอตกน้ำอีกครั้ง พี่ชายทั้งสามจับฉันขังไว้ในห้องเย็นร้างอุณหภูมิติดลบสี่สิบองศา แถมยังตัดสวิตช์ช่วยชีวิตเพียงตัวเดียวที่อยู่ด้านใน ฉันร้องไห้ตะโกนขอความช่วยเหลือจากพี่ใหญ่ที่เป็นซีอีโอ แต่เขากลับว่าฉันใจร้าย คิดแต่จะแย่งความโปรดปราน ฉันขอร้องพี่รองที่เป็นหมอ แต่เขากลับบอกว่า ฉันสมควรได้รับผลกรรมนี้ ฉันเอ่ยขอโทษพี่สามที่เป็นทนายมือทอง แต่เขากลับแค่นหัวเราะ “ปกติเธออิจฉาเนี่ยนเนี่ยนก็ช่างเถอะ ทั้งที่รู้ว่าเนี่ยนเนี่ยนร่างกายอ่อนแอ ยังผลักเธอตกน้ำอีก ใจดำจริง ๆ!” “คนใจร้ายอย่างเธอ ก็ควรอยู่ในห้องเย็นให้สงบสติอารมณ์!” พูดจบ พวกเขาก็กอดคุณหนูปลอมที่กำลังจามไว้แน่น แล้วรีบพาเธอไปโรงพยาบาล ความอบอุ่นในร่างกายค่อย ๆ เลือนหายไป ฉันรู้สึกว่าเลือดในกายกำลังแข็งตัวทีละน้อย สามสิบหกชั่วโมงต่อมา ฉันก็หมดลมหายใจ สามวันต่อมา พี่ชายทั้งสามพาคุณหนูปลอมกลับจากโรงพยาบาล ถึงเพิ่งนึกถึงฉัน แต่พวกเขาไม่รู้ว่า ฉันหนาวจนแข็งตาย กลายเป็นศพน้ำแข็งแข็งทื่อไปนานแล้ว

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1

เพราะความหนาวจัด ฉันจึงแข็งตายอยู่ในห้องเย็นร้าง

หลังตายไปแล้วฉันถึงได้รู้ว่า คุณหนูปลอมเปลี่ยนอุณหภูมิที่พี่ใหญ่ตั้งไว้จากติดลบสิบองศาเป็นติดลบห้าสิบองศา ทั้งยังทำให้มือถือเพียงเครื่องเดียวที่ฉันใช้ขอความช่วยเหลือแข็งจนพัง

หลังวิญญาณถูกกักไว้ข้างกายพี่ชายทั้งสาม ตลอดสามวันที่ผ่านมา ฉันได้แต่มองพวกเขาคอยถามไถ่ดูแลหลินเนี่ยนเนี่ยนอย่างใกล้ชิด

พี่ใหญ่ยอมยกเลิกดีลความร่วมมือมูลค่าหมื่นล้าน เพียงเพื่อเคี่ยวน้ำขิงให้เธอด้วยตัวเองหนึ่งถ้วย

พี่รองเลื่อนการประชุมวิชาการแพทย์นานาชาติ คอยเฝ้าอยู่ข้างเตียงคนไข้ไม่ห่าง

พี่สามถึงขั้นเหมาซื้อดอกไม้ไฟทั่วเมือง เพียงเพื่อให้เธอยิ้มออกหลังเพิ่งหายป่วยหนัก

พวกเขาดูเหมือนกำลังแอบแข่งกัน เพียงเพื่อประคบประหงมหลินเนี่ยนเนี่ยนจนแทบยกขึ้นฟ้า

แต่กลับไม่มีใครนึกถึงเลยว่า ฉันยังถูกขังอยู่ในห้องเย็น กระทั่งศพก็แข็งใสราวกับน้ำแข็งแล้ว

จนกระทั่งสามวันต่อมา คุณหนูปลอมออกจากโรงพยาบาลกลับบ้าน

พ่อบ้านหน้าซีดเผือดเดินเข้ามาต้อนรับ ก่อนจะอดพูดออกมาไม่ได้

“คุณชายทั้งสาม คุณหนูรั่วอยู่ในห้องเย็นมาสามวันแล้ว ยังไม่มีความเคลื่อนไหวเลย…”

เดิมทีฉันคิดว่า อย่างน้อยพวกเขาคงเป็นห่วงสักนิด

แต่พี่ใหญ่หลินจิ่งถิงกลับสีหน้าเย็นเยียบ ขัดขึ้นทันที

“หุบปาก! เนี่ยนเนี่ยนเพิ่งออกจากโรงพยาบาล จะพูดถึงตัวซวยนั่นทำไม?”

พ่อบ้านยังอยากพูดต่อ แต่สายตาเย็นชาของพี่รองหลินจิ่งยวนก็จ้องตรึงไปที่เขาทันที

“คนที่ขนาดน้องสาวยังกล้าผลักตกน้ำ จะให้ไปสงบสติอยู่ข้างในสองสามวันแล้วมันยังไง?”

พี่สามหลินจิ่งเจ๋อแค่นเสียงเย็น

“ทั้งที่รู้ว่าเนี่ยนเนี่ยนร่างกายอ่อนแอ ยังผลักเธอลงทะเลสาบน้ำแข็ง ถ้ายังสำนึกผิดไม่พอก็อย่าหวังว่าจะได้ออกมา”

“ไม่เป็นไร อุณหภูมินั่นฉันตั้งไว้เรียบร้อยแล้ว คนไม่ตายหรอก ก็แค่ให้เธอได้ลำบากบ้างเท่านั้น”

พอพูดถึงความลำบาก พี่ใหญ่ก็นึกขึ้นได้ว่าฉันลำบากมาตั้งแต่เกิด แววตาจึงฉายความลังเลออกมาเล็กน้อย

เขาหันไปถามพี่สาม “แน่ใจนะว่าติดลบสิบองศา ไม่อย่างนั้นเราไปดูหน่อยไหม?”

แต่เพิ่งพูดจบ หลินเนี่ยนเนี่ยนก็ยกข้อมือขึ้นพอดี ชายแขนเสื้อเลื่อนหล่นลงมา เผยให้เห็นรอยแดงจาง ๆ หลายรอย

จากนั้นเธอก็ไอเบา ๆ สองทีอย่างอ่อนแรง

“พี่คะ… อย่าโทษพี่สาวเลย บางทีเธออาจไม่ได้ตั้งใจก็ได้ ไม่อย่างนั้นก็ปล่อยเธอ…”

แต่พอเห็นรอยแดง รูม่านตาของพี่รองที่เดิมทียังลังเลก็หดวูบ เขาคว้าข้อมือเธอไว้ทันที

“นี่เป็นรอยที่เขาทำตอนผลักเธอเหรอ?”

หลินเนี่ยนเนี่ยนรีบชักมือกลับอย่างลนลาน

“ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่ ฉันไปกระแทกเอง… พี่สาวแค่โกรธที่ฉันแย่งตำแหน่งของเธอไป เลยดึงฉันเบา ๆ เท่านั้น”

“นี่เรียกว่าดึงเบา ๆ เหรอ เห็นชัด ๆ ว่าถูกคนกระชากแรง!”

พอเห็นรอยแดง แววตาของพี่ใหญ่ก็พลันเต็มไปด้วยความโกรธ

เขาหยิบมือถือขึ้นมา เปิดประวัติแชตระหว่างฉันกับเขา

บทสนทนาหยุดค้างอยู่เมื่อสามวันก่อน

เพราะมือถือของฉันถูกแช่จนพัง บนหน้าจอจึงค้างอยู่ที่ข้อความใหม่หนึ่งข้อความที่ยังส่งไม่ออก กับสายโทรหนึ่งสาย

สีหน้าพี่ใหญ่ดำทะมึน เขาฟาดมือถือใส่โต๊ะอย่างแรง

“ตั้งสามวันแล้ว ไม่มีแม้แต่ข้อความสำนึกผิด ยังคิดว่าตัวเองมีเหตุผลอีกเหรอ?”

“บางที… พี่สาวอาจคิดว่าฉันไม่คู่ควรเป็นน้องสาวก็ได้ งั้นฉันย้ายออกไปดีกว่า… แบบนี้พี่สาวจะได้ไม่ต้องโกรธอยู่ตลอด”

หลินเนี่ยนเนี่ยนก้มหน้าลง น้ำเสียงเบาบางราวกับจะแตกสลาย พี่ใหญ่ลุกพรวดขึ้นทันที ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธ

“พูดเหลวไหลอะไร! เขามีสิทธิ์อะไรมาไล่เธอไป? เธอต่างหากคือน้องสาวที่พวกเราเลี้ยงมาตั้งแต่เด็ก! มีพี่ใหญ่อยู่ทั้งคน ลองดูสิว่าเขาจะกล้ารังแกเธอไหม!”

พี่รองกับพี่สามก็พูดขึ้นพร้อมกัน น้ำเสียงเย็นยะเยือก

“ใช่ เสียแรงที่เมื่อกี้พวกเรายังสงสารเขาอยู่เลย! เขาคู่ควรด้วยเหรอ!”

“อย่าไปสนใจเขา ไป! พี่พาเธอไปกินของดี ๆ บำรุงร่างกาย”

เห็นดังนั้น พ่อบ้านก็สั่นไปทั้งตัว เอ่ยด้วยเสียงสั่นเครืออย่างร้อนใจ

“แต่คุณชายครับ คุณหนูรั่วไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ มาสามวันแล้วจริง ๆ…”

“ขังมันไว้ในห้องเย็นไม่กี่วันจะถึงกับแข็งตายหรือไง”

พี่สามโบกมืออย่างรำคาญ

“เขาอยู่ชนบทมาตั้งสิบห้าปี มีความลำบากอะไรที่ไม่เคยเจอบ้าง? ลุงจ้าว อย่าตื่นตูมไปหน่อยเลย! ระวังจะทำให้เนี่ยนเนี่ยนตกใจ”

ฉันลอยอยู่กลางอากาศ ฟังพี่ชายทั้งสามด่าทอฉัน ในใจเหลือเพียงรอยยิ้มขมขื่น

ใช่แล้ว สิบห้าปีในชนบท

เพื่อหาเงินให้พ่อแม่บุญธรรม ฉันเคยแบกอิฐ เก็บขยะ ล้างจานท่ามกลางฟ้าหนาวหิมะจัด ทั้งที่อายุยังน้อย ร่างกายก็เต็มไปด้วยโรคจากความหนาวแล้ว

เดิมทีคิดว่าพอได้พบพ่อแม่แท้ ๆ ทุกอย่างจะดีขึ้น แต่ระหว่างเดินทางกลับ พ่อแม่แท้ ๆ ของฉันกลับประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์

ส่วนพี่ชายทั้งสามลำบากแทบตายกว่าจะรับฉันกลับบ้านได้ วินาทีก่อนหน้านั้นยังสวมกอดฉันร้องไห้ รับปากว่าจะชดเชยสิ่งที่ติดค้างฉันมาตลอดสิบห้าปีให้ทั้งหมด

แต่ทุกครั้งที่หลินเนี่ยนเนี่ยนตาแดง ร้องไห้คร่ำครวญว่าพ่อแม่แท้ ๆ ของเธอก่อกรรมไว้ และเธอยอมทำทุกอย่างเพื่อชดใช้

พี่ชายทั้งสามก็จะรีบเข้าไปรุมปลอบเธอด้วยความเป็นห่วงทันที

“เนี่ยนเนี่ยน พวกเขาก็คือพวกเขา เธอก็คือเธอ เธอไม่ผิด พวกเราจะเห็นเธอเป็นน้องสาวตลอดไป!”

จากนั้นพวกเขาก็หันมาเตือนฉันอย่างเย็นชา “ต่อไปก็เข้ากับเนี่ยนเนี่ยนดี ๆ อย่าเอานิสัยเสีย ๆ จากชนบทกลับมาด้วย”

เพื่อญาติเพียงสามคนที่เหลืออยู่ ฉันจึงฝืนกลืนความเจ็บปวดและยอมเชื่อฟัง

แต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็นการใส่ร้ายป้ายสีจากหลินเนี่ยนเนี่ยนครั้งแล้วครั้งเล่า ส่วนคำอธิบายของฉัน พี่ชายทั้งสามไม่เคยเชื่อเลย

พวกเขาโยนให้ฉันเพียงประโยคเดียว “เนี่ยนเนี่ยนเป็นเด็กที่พวกเราเลี้ยงมาตั้งแต่เล็ก พวกเราจะไม่รู้นิสัยเธอได้ยังไง!?”

จนกระทั่งเมื่อสามวันก่อน หลินเนี่ยนเนี่ยนจงใจไล่คนรับใช้ออกไป แล้วแกล้งตกลงในทะเลสาบน้ำแข็งต่อหน้าพวกเขา

ฉันจึงถูกพวกเขาโยนเข้าห้องเย็นร้างอีกครั้งอย่างไร้ความปรานี

ฉันคุกเข่าอยู่หน้าประตูเหล็กที่จับตัวเป็นน้ำค้างแข็ง โขกศีรษะอ้อนวอนอย่างสุดชีวิต บอกว่าฉันกลัวหนาว ฉันจะหนาวตายอยู่ในนั้น

แต่สิ่งที่ตอบกลับฉันมา คือคำเยาะหยันเย็นชาของพี่รอง

“จะหนาวตายอะไรนักหนา! เธอทำให้เนี่ยนเนี่ยนเป็นไข้ นี่มันก็เป็นสิ่งที่เธอรนหาที่เอง อยู่ในห้องเย็นสักหน่อยก็ดี จะได้มีสติขึ้นบ้าง คนไม่ตายหรอก!”

พี่สามยิ่งไปกว่านั้น เขาถอดสวิตช์ฉุกเฉินเพียงจุดเดียวในห้องเย็นออก ตัดทางรอดของฉันจนหมดสิ้น

และตอนนี้ เมื่อมองดูพวกเขาทะนุถนอมหลินเนี่ยนเนี่ยนทุกวิถีทาง ฉันก็อดหัวเราะเยาะอย่างขมขื่นไม่ได้

พี่ชายทั้งหลาย ลืมตาดูให้ดีเถอะ หลินเนี่ยนเนี่ยนที่ในสายตาพวกพี่แสนดีคนนั้น

ลงมือฆ่าน้องสาวแท้ ๆ ของพวกพี่ด้วยมือตัวเองไปแล้ว

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
9 Bab
บทที่ 1
เพราะความหนาวจัด ฉันจึงแข็งตายอยู่ในห้องเย็นร้างหลังตายไปแล้วฉันถึงได้รู้ว่า คุณหนูปลอมเปลี่ยนอุณหภูมิที่พี่ใหญ่ตั้งไว้จากติดลบสิบองศาเป็นติดลบห้าสิบองศา ทั้งยังทำให้มือถือเพียงเครื่องเดียวที่ฉันใช้ขอความช่วยเหลือแข็งจนพังหลังวิญญาณถูกกักไว้ข้างกายพี่ชายทั้งสาม ตลอดสามวันที่ผ่านมา ฉันได้แต่มองพวกเขาคอยถามไถ่ดูแลหลินเนี่ยนเนี่ยนอย่างใกล้ชิดพี่ใหญ่ยอมยกเลิกดีลความร่วมมือมูลค่าหมื่นล้าน เพียงเพื่อเคี่ยวน้ำขิงให้เธอด้วยตัวเองหนึ่งถ้วยพี่รองเลื่อนการประชุมวิชาการแพทย์นานาชาติ คอยเฝ้าอยู่ข้างเตียงคนไข้ไม่ห่างพี่สามถึงขั้นเหมาซื้อดอกไม้ไฟทั่วเมือง เพียงเพื่อให้เธอยิ้มออกหลังเพิ่งหายป่วยหนักพวกเขาดูเหมือนกำลังแอบแข่งกัน เพียงเพื่อประคบประหงมหลินเนี่ยนเนี่ยนจนแทบยกขึ้นฟ้าแต่กลับไม่มีใครนึกถึงเลยว่า ฉันยังถูกขังอยู่ในห้องเย็น กระทั่งศพก็แข็งใสราวกับน้ำแข็งแล้วจนกระทั่งสามวันต่อมา คุณหนูปลอมออกจากโรงพยาบาลกลับบ้านพ่อบ้านหน้าซีดเผือดเดินเข้ามาต้อนรับ ก่อนจะอดพูดออกมาไม่ได้“คุณชายทั้งสาม คุณหนูรั่วอยู่ในห้องเย็นมาสามวันแล้ว ยังไม่มีความเคลื่อนไหวเลย…”เดิมทีฉันคิดว่า อย่างน้อยพ
Baca selengkapnya
บทที่ 2
หลายชั่วโมงต่อมา เพื่อจะลงโทษฉันให้ถึงที่สุด พี่ชายทั้งสามจงใจทำให้ทั้งคฤหาสน์ตระกูลหลินเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ“พี่ใหญ่เหนื่อยแล้ว พี่รอง พี่สามก็รีบชิมสิ”หลินเนี่ยนเนี่ยนอบคุกกี้ด้วยตัวเอง แล้วทุบหลังให้พี่ใหญ่อย่างว่าง่ายน่ารักผู้ชายสามคนที่ทรงอิทธิพลในวงการของตัวเอง เวลานี้กลับเต็มไปด้วยแววตาอ่อนโยนวิญญาณของฉันลอยกลับไปหลังประตูเหล็กที่ปกคลุมด้วยน้ำแข็งบานนั้นมองเห็นศพของตัวเองขดอยู่ตรงมุม ในท่าทางบิดเบี้ยวจนน่าขนลุกผิวหนังเป็นสีม่วงคล้ำน่าสะพรึง ขนตาและเส้นผมถูกน้ำแข็งเกาะจนหนานิ้วทั้งสิบข่วนประตูเหล็กอย่างสุดแรงจนเล็บพลิกหักทั้งหมด คราบเลือดแข็งตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีแดงคล้ำน่าเวทนาจริง ๆขณะที่กำลังด้านชา ฉันก็เห็นพ่อบ้านยกน้ำชามา แล้วคุกเข่าลงกลางห้องรับแขกอีกครั้งนี่เป็นครั้งที่สามแล้วที่เขามาขอร้อง“คุณชายใหญ่ สามวันแล้วนะครับ! คุณหนูรั่วร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่เด็กเพราะโตในชนบท ถ้ายังไม่ปล่อยออกมา จะมีคนตายจริง ๆ นะครับ!”มือของพี่ใหญ่ที่ถือถ้วยชาหยุดชะงักเล็กน้อย ก่อนจะขมวดคิ้วพี่รองก็วางหนังสือพิมพ์ลง แววตาฉายความลังเลแต่ตอนนั้นเอง ดวงตาของหลินเนี่ยนเนี่
Baca selengkapnya
บทที่ 3
ฉันลอยตามฝีเท้าพี่ชายทั้งสามไปโดยไม่รู้ตัว ใจยิ่งหดหู่ลงเรื่อย ๆโถงทางเดินชั้นใต้ดินหนาวเย็นบาดกระดูก พี่ชายทั้งสามก้าวยาว ๆ ไปหยุดหน้าห้องเย็นร้างพี่ใหญ่หลินจิ่งถิงถีบประตูเหล็กที่จับน้ำค้างแข็งขาวโพลนเต็มบาน จนเกิดเสียงทึบหนักดังสนั่น“หลินรั่ว เลิกแกล้งตายได้แล้ว ไสหัวออกมา!”“เธอทำให้เนี่ยนเนี่ยนโกรธจนโรคหัวใจกำเริบ วันนี้เธอต้องคุกเข่าโขกหัวขอโทษเนี่ยนเนี่ยน!”ภายในประตูเงียบสนิทไม่มีเสียงตอบกลับแม้แต่น้อยวิญญาณของฉันลอยอยู่กลางอากาศ มองใบหน้าที่บิดเบี้ยวเพราะความโกรธของเขาอย่างเย็นชาเขาไม่รู้เลยว่า คนหลังประตูบานนั้นไม่เหลือแม้แต่ลมหายใจมานานแล้วเห็นข้างในไม่มีความเคลื่อนไหว พี่รองหลินจิ่งยวนก็ดันแว่นกรอบทอง มุมปากยกยิ้มเยาะ“ยังเล่นละครเรียกความสงสารอีก? คิดว่าไม่พูดแล้วพวกเราจะใจอ่อนเหรอ?”“คนที่หนาวจัดจะร้องขอความช่วยเหลือตามสัญชาตญาณ เธอไม่ส่งเสียงสักแอะ แกล้งได้ไม่เนียนเลยสักนิด!”พี่สามหลินจิ่งเจ๋อยิ่งมีสีหน้าดุดัน คว้าคอเสื้อคนรับใช้ที่กำลังตัวสั่นทันที“เธอติดสินบนพวกนาย แล้วแอบหนีออกไปตั้งนานแล้วใช่ไหม?”“ใช้วิธีสกปรกอย่างการเงียบใส่มาขู่พวกเรา เธอคิด
Baca selengkapnya
บทที่ 4
ผนังด้านในห้องเย็นปกคลุมด้วยชั้นน้ำแข็งหนา หมอกขาวลอยคลุ้งสามพี่น้องหยุดฝีเท้าพร้อมกันราวกับถูกตรึงอยู่กับที่ตรงมุมห้อง มีร่างคล้ายคนขดตัวพิงเชิงกำแพงอยู่แขนทั้งสองกอดเข่าแน่น ศีรษะซุกอยู่ระหว่างเข่า ราวกับพยายามหดตัวให้เล็กที่สุด เพื่อกักไออุ่นเฮือกสุดท้ายไว้ในอกผิวหนังเป็นสีม่วงคล้ำ เคลือบด้วยเกล็ดน้ำแข็งสีขาวบาง ๆนิ้วทั้งสิบเหยียดไปทางประตูเหล็ก เล็บทุกเล็บพลิกฉีกหักหมด คราบเลือดสีแดงคล้ำจับตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็ง ลากยาวจากปลายนิ้วไปถึงบานประตูที่อยู่ห่างออกไปราวสามเมตรรอยนั้น คือรอยจากการคลานไปในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต เธอใช้แรงเฮือกสุดท้ายที่เหลืออยู่ คลานไปหาประตูทีละนิด ทีละนิดรูม่านตาของพี่ใหญ่หลินจิ่งถิงเบิกกว้างขึ้นทันที ริมฝีปากสั่นระริกสองครั้ง แต่พูดไม่ออกสักคำ“หลบ”พี่รองหลินจิ่งยวนดันพี่ใหญ่ออก แล้วก้าวยาว ๆ เข้าไปเขาย่อตัวลง ยื่นมือไปจับชีพจรตรงลำคอของหลินรั่วทันทีที่ปลายนิ้วแตะผิวหนัง เขาก็สะดุ้งถอยราวกับถูกไฟช็อตสัมผัสนั้นไม่ใช่อุณหภูมิของคนแต่เป็นอุณหภูมิของเหล็กเป็นอุณหภูมิของหินเป็นอุณหภูมิของสิ่งไร้ชีวิตที่ถูกทิ้งไว้นอกบ้านตลอดคืนในฤดู
Baca selengkapnya
บทที่ 5
โทรศัพท์หลุดจากมือหลินจิ่งยวน กระแทกพื้นห้องเย็นดังแกร๊กพี่ใหญ่ก้มลงจะเก็บ ท่าทางเชื่องช้าจนไม่เหมือนเขาเขาจ้องข้อความสั้น ๆ นั้นอยู่นานจากนั้นมือของเขาก็เริ่มสั่น จากปลายนิ้วลามไปถึงแขน แล้วลามไปทั้งร่าง“พี่ ฉันหนาว ช่วยฉันด้วย”ส่งไม่สำเร็จข้างช่องข้อความ มีเครื่องหมายตกใจสีแดงตั้งนิ่งอยู่เธอส่งแล้วเธอขอความช่วยเหลือแล้วไม่ใช่ว่าเธอไม่ส่งข้อความสำนึกผิดเลยสักข้อความเธออยู่ในห้องเย็นราวถ้ำน้ำแข็งแห่งนี้ ใช้นิ้วที่แข็งชาพิมพ์ข้อความสั้น ๆ นี้ออกมาแต่ส่งไม่ออกเพราะโทรศัพท์ถูกความเย็นจัดจนพังหลินจิ่งถิงนึกถึงคำพูดของตัวเองเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน ตอนตบโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ“สามวันแล้ว ไม่มีข้อความสำนึกผิดสักข้อความ ยังคิดว่าตัวเองถูกจริง ๆ เหรอ?”เขาก้มลงทันที ชกพื้นเต็มแรงพื้นน้ำแข็งแตกร้าว ข้อนิ้วแตกจนเลือดซึมออกมาตามซอกนิ้วเขาไม่รู้สึกเจ็บเลย“คุณชายใหญ่!”พ่อบ้านพุ่งเข้ามาดึงเขา“อย่าแตะฉัน”เสียงเขาต่ำราวกับถูกบดออกมาจากส่วนลึกของอกพี่สามเดินกลับมาจากหน้าประตู ใบหน้ายังซีดจากการอาเจียนเขาเห็นตัวเลขบนแผงควบคุมอุณหภูมิ ทั้งร่างนิ่งค้างไปสามวินาที“ติดล
Baca selengkapnya
บทที่ 6
ในห้องรับแขก หลินเนี่ยนเนี่ยนนั่งขดอยู่บนโซฟา คลุมผ้าห่มแคชเมียร์ มือประคองโกโก้ร้อนไว้หนึ่งแก้วภายนอก เธอกำลังไถมือถือ มุมปากยังแต้มรอยยิ้มจาง ๆแต่ความจริง ทุกไม่กี่วินาทีเธอก็เหลือบมองไปทางบันไดพวกเขาลงไปนานเกินไปแล้วตอนแรกเธอคิดว่า พวกพี่ชายคงรีบลงไปด่าหลินรั่วสักยก แล้วกลับขึ้นมาด้วยความโมโห จากนั้นเธอค่อยอ้อนให้ถูกจังหวะ เรื่องนี้ก็จะผ่านไปแต่ตอนนี้ผ่านไปเกือบสี่สิบนาทีแล้วเธอวางมือถือ กัดริมฝีปากล่างเบา ๆติดลบสี่สิบองศา สามวันไม่ใช่ว่าเธอไม่เคยคิดว่าหลินรั่วอาจเกิดเรื่องขึ้นจริง ๆแต่เธอคิดว่าคนที่โตมาในชนบท ย่อมทนหนาวได้ดีอีกอย่าง เธอก็แค่ปรับอุณหภูมิเท่านั้น ไม่ได้ลงมือเองเสียหน่อยถ้าเกิดเรื่องจริง ก็เป็นพวกพี่ชายที่ขังหล่อน เกี่ยวอะไรกับเธอด้วยเธอทบทวนความคิดนี้ในหัวรอบหนึ่ง แล้วก็สบายใจขึ้นมากกำลังจะยกโกโก้ขึ้นจิบ“ปัง”ประตูห้องรับแขกถูกผลักเปิด กระแทกเข้ากับผนังมือของหลินเนี่ยนเนี่ยนสั่นวูบ โกโก้ร้อนหกกระจายไปเป็นวงกว้างผู้ชายสามคนยืนอยู่ตรงประตูสิ่งแรกที่เธอเห็นคือมือของพี่ใหญ่กำลังมีเลือดหยดสิ่งที่เธอเห็นเป็นลำดับที่สองคือใบหน้าของพี่ส
Baca selengkapnya
บทที่ 7
พ่อบ้านดึงภาพวงจรปิดได้เร็วมากระบบรักษาความปลอดภัยของวิลล่า พี่ใหญ่เป็นคนจ้างคนมาออกแบบเอง ได้ชื่อว่าครอบคลุมทุกมุมไร้จุดบอด แม้แต่มุมสวนยังติดกล้องอินฟราเรดสำหรับมองกลางคืนไว้ยิ่งไม่ต้องพูดถึงทางเดินหน้าห้องเย็นชั้นใต้ดินจอโปรเจกเตอร์ถูกกางขึ้นในห้องรับแขก พ่อบ้านมือสั่นขณะต่อสายหลินเนี่ยนเนี่ยนคุกเข่าอยู่บนพื้น สีหน้าจากซีดขาวค่อย ๆ กลายเป็นหม่นเทาเธออ้าปากเหมือนอยากพูดอะไรบางอย่าง แต่ลำคอกลับเหมือนถูกสำลีอุดไว้ภาพวงจรปิดสว่างขึ้นเวลา: สามวันก่อน 19:47:23ในภาพ สามพี่น้องหิ้วปีกหลินรั่วเดินไปทางห้องเย็นหลินรั่วถูกพี่รองกับพี่สามจับแขนขนาบซ้ายขวา ปลายเท้าลากไปกับพื้นเป็นรอยขาด ๆ หาย ๆเธอกำลังดิ้นรนแต่เด็กสาวอายุสิบเจ็ดปีคนหนึ่ง เด็กสาวที่ข้อต่อเสื่อมเหมือนคนแก่อายุหกสิบ จะดิ้นสู้ผู้ชายโตเต็มวัยสามคนได้อย่างไร“พี่ ฉันไม่ได้ผลักเธอ ไม่ใช่ฉันจริง ๆ”วงจรปิดมีเสียงเสียงของหลินรั่วดังออกมาจากลำโพง เจือเสียงสะอื้น สั่นเครือ และเต็มไปด้วยคำวิงวอนสิ้นหวังผู้ชายสามคนในห้องรับแขกตัวแข็งค้างขึ้นมาพร้อมกันภาพยังดำเนินต่อไปพี่ใหญ่ผลักหลินรั่วเข้าไปในห้องเย็นด้วยมือเ
Baca selengkapnya
บทที่ 8
ตอนหลินเนี่ยนเนี่ยนถูกพาตัวไป ไฟถนนทั้งสายก็สว่างขึ้นแล้วแสงไฟแดงน้ำเงินจากรถตำรวจสาดกระทบกำแพงสีขาวของวิลล่า กะพริบวูบวาบไม่หยุดเธอถูกตำรวจหญิงสองคนประคองแกมหิ้วปีกออกจากบ้าน ผมเผ้ายุ่งเหยิง คราบน้ำตาบนใบหน้ายังไม่แห้ง ปากพร่ำซ้ำอยู่เพียงประโยคเดียว“พี่ใหญ่ช่วยฉัน...พี่รอง...พี่สาม...ฉันไม่ได้ตั้งใจ...”ไม่มีใครตอบเธอสามพี่น้องยืนอยู่หน้ากระจกบานสูงในห้องรับแขก ไม่มีใครหันไปมองข้างนอกแม้แต่คนเดียวรถตำรวจเคลื่อนตัวออกไป ไฟท้ายหายลับในความมืดยามค่ำคืนวิลล่ากลับมาเงียบสงัดอีกครั้งพ่อบ้านพาเจ้าหน้าที่จากสถานฌาปนกิจลงไปยังชั้นใต้ดินฉันลอยตามพวกเขาเข้าไปในห้องเย็นเจ้าหน้าที่สถานฌาปนกิจเห็นความตายมาจนชิน แต่ในวินาทีที่เปิดประตูห้องเย็น ชายวัยกลางคนที่เป็นหัวหน้าก็ยังชะงักไปครู่หนึ่งเขามองศพที่ขดตัวอยู่แวบหนึ่ง แล้วมองตัวเลขบนแผงควบคุมอุณหภูมิอีกครั้ง เงียบอยู่นาน ก่อนจะเรียกเพื่อนร่วมงานให้เข้ามาพวกเขาเคลื่อนไหวอย่างเบามือมากตอนค่อย ๆ เคลื่อนศพของฉันออกจากมุมห้อง ถึงพบว่าเสื้อผ้าของฉันแข็งติดกับพื้นไปแล้ว จึงจำเป็นต้องใช้น้ำอุ่นค่อย ๆ ละลายออกทีละนิดฉันลอยอยู่ด้านบ
Baca selengkapnya
บทที่ 9
คดีของหลินเนี่ยนเนี่ยนตัดสินเร็วมากทั้งจงใจปรับอุณหภูมิห้องเย็น อุดช่องระบายอากาศ และทำลายอุปกรณ์ขอความช่วยเหลือ หลักฐานหลายส่วนเชื่อมโยงกันอย่างครบถ้วนวันที่ศาลมีคำพิพากษาชั้นต้น พี่สามยืนอยู่หน้าศาล เงยหน้ามองท้องฟ้าสีหม่นมัวนักข่าวคนหนึ่งพุ่งเข้ามา ยื่นไมค์จ่อหน้าเขา“ทนายหลิน...ไม่สิ คุณหลิน ขอถามว่าคุณมีความเห็นอย่างไรกับคำตัดสินครั้งนี้”เขาก้มหน้าลง มองนักข่าวแวบหนึ่ง"เบาไป"พูดจบ เขาก็หันหลังขึ้นรถ ไม่หันกลับมาอีกหลังจากนั้น วิญญาณของฉันอยู่ที่วิลล่าตระกูลหลินอีกนานมากนานจนฉันเห็นฤดูกาลเปลี่ยนจากปลายใบไม้ร่วงเข้าสู่ฤดูหนาวจัดพี่ใหญ่ล็อกห้องเดิมของฉันไว้ไม่อนุญาตให้ใครเข้าไปแต่ทุกสุดสัปดาห์ เขาจะเปิดประตูเอง แล้วนั่งอยู่ข้างเตียงของฉันตลอดบ่ายบนโต๊ะมีงานแกะสลักไม้จันทน์แดงชิ้นที่สองของฉันที่ยังทำไม่เสร็จวางอยู่โครงร่างที่แกะไปได้เพียงครึ่งเดียว ดูออกว่าเป็นกระต่ายน้อยตัวหนึ่งฉันเกิดปีเถาะเขาหยิบมันขึ้นมาดูครั้งหนึ่ง แล้ววางกลับลงไปสัปดาห์ต่อมาก็หยิบขึ้นมาดูอีกครั้งราวกับกำลังรอให้ฉันกลับมาแกะมันต่อจนเสร็จพี่รองดึงประวัติการรักษาของฉันออกมาจากระ
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status