Masukทั้งที่รู้ว่าสามีของฉัน มู่หยุนเผิง แกล้งตายแล้วไปสวมรอยเป็นน้องชายแท้ ๆ ของเขา แต่ฉันกลับไม่ได้เปิดโปงความจริง แต่ฉันเลือกที่จะไปพบผู้บัญชาการทหาร แล้วแจ้งว่าสามีเสียชีวิตแล้ว พร้อมกับขอให้ท่านลบชื่อสามีออกจากทะเบียนทหาร ในชาติที่แล้ว น้องชายสามีประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต สามีของฉันจึงตัดสินใจละทิ้งตำแหน่งผู้พันเพื่อปลอมตัวเป็นน้องชาย เพียงเพราะไม่อยากให้คนรักของน้องสะใภ้ต้องเป็นหม้าย ฉันจำได้ทันทีว่าเขาคือมู่หยุนเผิง จึงไปเค้นถามเขาว่าทำไมต้องปลอมตัวเป็นน้องชาย แต่มู่หยุนเผิงกลับปฏิเสธเสียงแข็ง แล้วสะบัดมือไล่ฉันอย่างเย็นชา “พี่สะใภ้ ผมรู้ว่าพี่เสียใจที่พี่ใหญ่ตาย แต่จะมาบอกผมเป็นพี่ใหญ่เพียงเพราะเขาตายไปแล้วไม่ได้นะ!” เขาปกป้องน้องสะใภ้ที่ดูอ่อนแอคนนั้น แล้วผลักฉันลงไปในแม่น้ำที่เย็นจัด พร้อมคำเตือนว่าอย่าได้เพ้อเจ้อ ลูกสาววัยห้าขวบของฉันร้องไห้ถามว่าทำไมพ่อถึงไม่ต้องการเธอ เธอถูกจับไปขังไว้ในคอกวัวเพื่อสำนึกผิด และต้องหิวโหยอยู่ถึงสามวันสามคืน แม่สามีด่าทอว่าฉันเป็นตัวกาลกิณี แล้วขับไล่ฉันกับลูกออกจากบ้านโดยไม่มีเงินติดตัวแม้แต่แดงเดียว มิหนำซ้ำ มู่หยุนเผิงยังไปป่าวประกาศไปทั่วว่าฉันเสียสติ พอสามีตายก็คิดจะหมายตาน้องชายของเขาแล้ว ฉันถูกทุกคนดูถูกเหยียดหยาม ได้แต่กอดลูกสาวด้วยความมึนงงจนกระทั่งตายไปในฤดูหนาวอันโหดร้าย เมื่อฉันลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ฉันก็ได้ย้อนกลับมาในวันที่สามีปลอมตัวเป็นน้องชายวันนั้นพอดี ......
Lihat lebih banyakผู้บังคับบัญชาเรียกทั้งเซวียเมิ่งอวี่และแม่สามีเข้ามา แล้วแยกสอบถามพวกเธอทีละคนมู่หยุนเผิงมั่นใจว่าชนะแน่ เขาพูดข่มขวัญฉันว่า“เสิ่นอิ๋ง ผมมองคุณออกแล้ว พอผมได้ตัวตนกลับคืนมา ฉันจะหย่ากับเธอทันที”ฉันไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ ได้แต่รอจนกว่าการสอบถามเซวียเมิ่งอวี่และแม่สามีจบลงไม่กี่นาทีต่อมา เซวียเมิ่งอวี่เดินออกมาก่อน พอเห็นมู่หยุนเผิง เธอก็รีบเข้าไปออดอ้อนเกาะแขนเรียก สามี ทันทีมู่หยุนเผิงสะบัดมือออกทันที “คุณเรียกใครสามี? ฉันคือมู่หยุนเผิง ไม่ใช่สามีคุณ”เซวียเมิ่งอวี่เบะปาก “คุณพูดอะไรน่ะ เมื่อกี้ฉันอุตส่าห์พยายามตั้งนานกว่าจะทำให้หัวหน้าเชื่อว่าพวกเราเป็นสามีภรรยากันจริงๆ”มู่หยุนเผิงได้ยินดังนั้นก็ถึงกับตัวแข็งทื่อยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไร แม่สามีก็เดินเข้ามา แล้วพูดกับมู่หยุนเผิงอย่างมีลับลมคมในว่า“ลูกรักวางใจเถอะ แม่หลอกพวกเขาจนเชื่อสนิทใจแล้ว พวกเขาไม่มีทางสงสัยแน่ว่าลูกปลอมเป็นหยุนคุน”ฉันยิ้มที่มุมปากอย่างเย็นชา มู่หยุนเผิงคิดว่ามีคนรู้ตัวตนเขาแล้วจะช่วยเป็นพยานได้ แต่ไม่คิดว่าเซวี่ยเหมิงอวี่กับแม่สามีจะช่วยปิดบังเขา แถมยังภูมิใจเสียอีกเป็นไปตามคาด ในที่สุดผู้บั
หากเป็นเมื่อก่อน มู่หยุนเผิงยอมสารภาพตัวกับฉันด้วยตัวเอง ฉันคงจะตื่นเต้นและยอมตามเขากลับบ้านไปจริงๆแต่ตอนนี้ หลังจากได้เห็นกับตาว่าเขาสนิทสนมกับเซวียเมิ่งอวี่จนไม่มีที่ว่างให้ใคร ฉันก็รู้สึกเพียงแต่ว่ามันช่างเป็นเรื่องน่าขำฉันสะบัดมือมู่หยุนเผิงออก ด้วยสีหน้าไม่เชื่ออย่างเต็มที่“สามีของฉันตายไปแล้ว ที่คุณสวมรอยเป็นเขามันหมายความว่ายังไง คิดว่าทำแบบนี้แล้วจะหลอกฉันได้งั้นเหรอ”มู่หยุนเผิงยื่นมือออกมา “ผมเป็นเขาจริงๆ นะ ดูรอยแผลเป็นของผมสิ...”ฉันปฏิเสธเสียงแข็ง “รอยแผลเป็นมันก็ปลอมกันได้ ฉันไม่มีวันเชื่อคุณหรอก”เขาเริ่มหงุดหงิดมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงขั้นลงมือฉุดกระชากจะพาฉันออกไปให้ได้ฉันดิ้นสุดแรง พอเขาเผลอ ฉันก็ผลักเขาแล้ววิ่งออกไปเขาไล่ตามมาด้วยความโกรธ พอคว้าตัวฉันได้ จู่ๆ รอบข้างก็สว่างวาบด้วยแสงไฟสีขาวคนหลายคนกรูเข้ามา ล้อมและกดตัวมู่หยุนเผิงลงกับพื้นอย่างรวดเร็ว ท่าทางฝึกฝนมาอย่างดี ไม่เปิดโอกาสให้เขาขัดขืนได้เลยนี่คือทีมสายตรวจในพื้นที่ ที่ได้ยินเสียงเอะอะจึงพบพวกเราเข้าช่างประจวบเหมาะ คนที่นำทีมมาในวันนี้คือ เฉินหมิงรุ่ยเขาไม่พูดพร่ำทำเพลงสั่งจับตัวมู่หยุนเผิงท
ฉันไม่ยากจะสนใจ จึงดึงเฉินหมิงรุ่ยเตรียมจะเดินไป แต่มู่หยุนเผิงกลับรีบก้าวตามมาแล้วคว้ามือฉันไว้“เสิ่นอิ๋ง ไม่ได้ยินที่ผมถามหรือไง?”ฉันหันกลับไป สะบัดมือเขาออกอย่างรำคาญใจและแสดงสีหน้าเรียบเฉย“มู่หยุนคุน คุณถามฉันในฐานะอะไร?”มู่หยุนเผิงเหลือบมองเซวียเมิ่งอวี่โดยสัญชาตญาณ“พี่เป็นพี่สะใภ้ผม ผมก็ต้องดูแลพี่สิ พี่ใหญ่เพิ่งจากไปได้ไม่นาน พี่ก็มาจู๋จี๋กับผู้ชายคนอื่นเสียแล้ว ยังรู้จักผิดชอบชั่วดีอยู่บ้างไหม!”ฉันขี้เกียจฟังข้ออ้างที่ฟังดูดีแต่จอมปลอมของเขาจึงคิดจะเดินหนี แต่มู่หยุนเผิงกลับขวางเฉินหมิงรุ่ยไว้ แล้วพูดจาข่มเหงว่า“คุณรู้ใช่ไหมว่าเสิ่นอิ๋งเคยแต่งงานมาแล้ว ที่คุณอุ้มอยู่นั่นก็คือลูกสาวของเธอกับผัวเก่า ผู้หญิงที่เคยมีลูกแล้วอย่างรองเท้ามือสองแบบนี้คุณยังจะเอาอีกเหรอ?”“ผมจะบอกคุณให้ก็ได้นะ ผมเป็นน้องสามีหล่อน ผมหน้าตาเหมือนพี่ใหญ่เปี๊ยบ เธอน่ะเห็นคุณเป็นแค่ตัวแทนเท่านั้นแหละ คุณ...”ยังพูดไม่ทันจบ ก็ถูกเฉินหมิงรุ่ยขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา“เธอเป็นพี่สะใภ้คุณนะ คุณพูดจาแบบนี้กับเธอได้อย่างไร ไม่มีความเคารพให้กันเลยสักนิด”“ผมกับเสิ่นอิ๋งเคยเรียนโรงเรียนภาคค่ำมาด้วย
คนนั้นคือผู้บัญชาการนั่นเอง เขาเดินเข้ามา เมื่อเห็นสภาพเหตุการณ์ที่วุ่นวาย สีหน้าของเขาก็มืดมนลงทันที“ทางองค์กรออกเงินสงเคราะห์ตามระเบียบ เพื่อมอบให้แก่ภรรยาและบุตรของสหายมู่หยุนเผิง ผู้อื่นห้ามทำการแย่งเด็ดขาด”ทหารคนสนิทนับสิบนายเดินตามเข้ามา ทำให้คนในที่นั้นต่างถูกข่มขวัญจนพากันปิดปากเงียบมู่หยุนเผิงพอเห็นว่าเป็นผู้บัญชาการ ก็รีบปั้นหน้ายิ้มประจบประแจงแล้วเดินเข้าไปหาทันที“ท่านครับ ทำไมท่านถึงมาที่บ้านผมด้วยตัวเองล่ะครับ ท่านยังไม่รู้นิสัยใจคอของเสิ่นอิ๋ง ถูกเธอปั่นหัวเข้าแล้ว”“ต่อหน้าเธอทำเป็นจัดงานศพให้พี่ใหญ่ผม แต่ลับหลังกลับมาอ่อยผม เพียงเพราะผมหน้าตาเหมือนพี่ใหญ่ เธอก็อยากจะแต่งงานกับผม ช่างไร้ยางอายจริงๆ!”แม่สามีพอได้ยินว่าเป็นผู้บัญชาการ ก็ลงไปนั่งร้องห่มร้องไห้ฟูมฟายบนพื้น“ท่านคะ ช่วยให้ความเป็นธรรมด้วย ลูกชายคนโตของฉันไม่เคยทอดทิ้งเธอเลย เสิ่นอิ๋งเกิดลูกชายไม่ได้ฉันก็ไม่ว่าอะไร แต่นี่จะมาแย่งเงินสงเคราะห์อีก ครอบครัวเราถูกเธอสูบเลือดสูบเนื้อไปหมดแล้ว!”เซวียเมิ่งอวี่ชำเลืองมองผู้บัญชาการอย่างกล้าๆ กลัวๆ แล้วเอามือปิดหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้น“ท่านคะ เสิ่นอิ๋งไม่
เซวียเมิ่งอวี่ยืนอยู่ข้างหน้า ตามมาด้วยชาวบ้านและเพื่อนบ้านอีกหลายคนเธอกรีดร้องขึ้น จ้องมองมือของมู่หยุนเผิงที่ดึงทึ้งยื้อยุดอยู่กับมือฉันด้วยสีหน้าย่ำแย่“มู่หยุนคุน คุณกำลังทำอะไรน่ะ!”คนอื่นๆ เองก็พากันกระซิบกระซาบด้วยสายตาแปลกๆ“สองคนนี้เป็นพี่สะใภ้กับน้องสามีไม่ใช่เหรอ ทำไมฟ้ายังไม่ทันมืดก





