Short
หม้ายลวงแค้น

หม้ายลวงแค้น

Oleh:  กำลังดีTamat
Bahasa: Thai
goodnovel4goodnovel
9Bab
1.5KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

ทั้งที่รู้ว่าสามีของฉัน มู่หยุนเผิง แกล้งตายแล้วไปสวมรอยเป็นน้องชายแท้ ๆ ของเขา แต่ฉันกลับไม่ได้เปิดโปงความจริง แต่ฉันเลือกที่จะไปพบผู้บัญชาการทหาร แล้วแจ้งว่าสามีเสียชีวิตแล้ว พร้อมกับขอให้ท่านลบชื่อสามีออกจากทะเบียนทหาร ในชาติที่แล้ว น้องชายสามีประสบอุบัติเหตุเสียชีวิต สามีของฉันจึงตัดสินใจละทิ้งตำแหน่งผู้พันเพื่อปลอมตัวเป็นน้องชาย เพียงเพราะไม่อยากให้คนรักของน้องสะใภ้ต้องเป็นหม้าย ฉันจำได้ทันทีว่าเขาคือมู่หยุนเผิง จึงไปเค้นถามเขาว่าทำไมต้องปลอมตัวเป็นน้องชาย แต่มู่หยุนเผิงกลับปฏิเสธเสียงแข็ง แล้วสะบัดมือไล่ฉันอย่างเย็นชา “พี่สะใภ้ ผมรู้ว่าพี่เสียใจที่พี่ใหญ่ตาย แต่จะมาบอกผมเป็นพี่ใหญ่เพียงเพราะเขาตายไปแล้วไม่ได้นะ!” เขาปกป้องน้องสะใภ้ที่ดูอ่อนแอคนนั้น แล้วผลักฉันลงไปในแม่น้ำที่เย็นจัด พร้อมคำเตือนว่าอย่าได้เพ้อเจ้อ ลูกสาววัยห้าขวบของฉันร้องไห้ถามว่าทำไมพ่อถึงไม่ต้องการเธอ เธอถูกจับไปขังไว้ในคอกวัวเพื่อสำนึกผิด และต้องหิวโหยอยู่ถึงสามวันสามคืน แม่สามีด่าทอว่าฉันเป็นตัวกาลกิณี แล้วขับไล่ฉันกับลูกออกจากบ้านโดยไม่มีเงินติดตัวแม้แต่แดงเดียว มิหนำซ้ำ มู่หยุนเผิงยังไปป่าวประกาศไปทั่วว่าฉันเสียสติ พอสามีตายก็คิดจะหมายตาน้องชายของเขาแล้ว ฉันถูกทุกคนดูถูกเหยียดหยาม ได้แต่กอดลูกสาวด้วยความมึนงงจนกระทั่งตายไปในฤดูหนาวอันโหดร้าย เมื่อฉันลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง ฉันก็ได้ย้อนกลับมาในวันที่สามีปลอมตัวเป็นน้องชายวันนั้นพอดี ......

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1

“พี่สะใภ้ ทำใจดีๆ ด้วยนะ ผมเองก็นึกไม่ถึงว่าพี่ใหญ่จะมาเกิดอุบัติเหตุไปกะทันหันแบบนี้...”

มู่หยุนเผิงขอบตาแดงก่ำ มองมาที่ฉันด้วยสีหน้าโศกเศร้า

เมื่อมองไปยังร่างไร้วิญญาณของน้องสามีที่ถูกหามเข้ามา ฉันก็เริ่มร้องไห้คร่ำครวญตามน้ำ เรียกเขาว่า สามี

ใบหน้าของมู่หยุนคุนซีดเขียว เห็นชัดว่าตายสนิทแล้ว

เขาและมู่หยุนเผิงมีรูปร่างหน้าตาเหมือนกันทุกประการ จึงไม่มีใครสงสัยเลยว่ามู่หยุนเผิงได้สลับตัวกับเขาไปแล้ว

หลังจากร้องไห้อยู่พักหนึ่ง ฉันก็ปาดน้ำตาแล้วพูดว่า

“ศพวางไว้นานไม่ได้ ต้องรีบส่งไปเผาให้เร็วที่สุด อย่าให้หยุนเผิงตายไปอย่างไม่สมเกียรติเลย”

มู่หยุนเผิงรีบพยักหน้าเห็นด้วยทันที ดูเขาร้อนใจที่จะทำลายหลักฐานยิ่งกว่าฉันเสียอีก

ฉันมองดูเขาขณะเคลื่อนย้ายศพ เห็นรอยแผลเป็นเล็กๆ ยาวๆ ตรงง่ามมือ

ในชาติก่อน ฉันมั่นใจว่าคนที่ยังมีชีวิตอยู่คือมู่หยุนเผิงก็เพราะรอยแผลเป็นนี้นี่แหละ

แต่ครั้งนี้ ฉันแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นอะไรทั้งนั้น

ในชาติที่แล้ว มู่หยุนเผิงและมู่หยุนคุนออกไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย มู่หยุนคุนได้รับบาดเจ็บที่ท้ายทอยโดยอุบัติเหตุและเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุ

เพื่อไม่ให้เซวียเมิ่งอวี่ น้องสะใภ้ต้องเป็นหม้าย มู่หยุนเผิงถึงกับยอมสละตำแหน่งผู้พันของตัวเองเพื่อสวมรอยเป็นมู่หยุนคุน

คนนอกแยกแยะไม่ออกเพราะมู่หยุนเผิงจงใจเลียนแบบน้องชาย จึงถูกหลอกได้อย่างง่ายดาย

แต่ในฐานะภรรยาที่ใช้ชีวิตร่วมกันมาทั้งวันคืน ฉันมองแวบเดียวก็รู้ว่านั่นคือมู่หยุนเผิง

ฉันพยายามเค้นถามเขาสุดชีวิตว่าทำไมต้องแกล้งเป็นน้องชาย แล้วทอดทิ้งเราแม่ลูกไป

แต่มู่หยุนเผิงกลับมีท่าทีเย็นชา ปฏิเสธเสียงแข็ง และสะบัดมือใส่ฉันอย่างแรง

“พี่สะใภ้ ผมรู้ว่าพี่เสียใจที่พี่ใหญ่ตาย แต่จะมาบอกว่าผมเป็นพี่ใหญ่เพียงเพราะเขาตายไปแล้วไม่ได้นะ!”

ฉันแทบไม่เชื่อหูตัวเอง ยังคงเฝ้าถามเขาไม่เลิก จนถูกมู่หยุนเผิงผลักตกแม่น้ำที่เย็นจัดในช่วงฤดูหนาว

เขายืนอยู่บนฝั่ง คอยปกป้องเซวียเมิ่งอวี่ มองดูฉันดิ้นรนอยู่ในน้ำด้วยสายตาเมินเฉย

“ต่อให้พี่จะเป็นพี่สะใภ้ผม ผมก็จะไม่ยอมให้พี่มาทำร้ายภรรยาของผมเด็ดขาด!”

เซวียเมิ่งอวี่แอบอยู่ข้างหลังเขา ด่าฉันว่าเป็นนางจิ้งจอกที่ไม่มีใครเอา สามีเพิ่งตายก็คิดจะมาแย่งผู้ชายของเธอ

ฉันป่วยไข้สูงอยู่สามวันสามคืน มีเพียงลูกสาววัยห้าขวบคอยอยู่เคียงข้าง

เธอร้องไห้ถามมู่หยุนเผิงว่า ทำไมคุณพ่อถึงไม่ยอมรับเธอ

แต่มู่หยุนเผิงกลับบอกว่า เธอถูกฉันสั่งสอนให้พูดจาเลอะเทอะ แล้วสั่งขังลูกสาวไว้ในคอกวัวทันทีเพื่อสำนึกผิด

ฉันป่วยอยู่สามวันกว่าจะรอดจากความตายกลับมาได้ ส่วนลูกสาวก็ถูกปล่อยให้อดอาหารสามวันสามคืน

แม่สามียังด่าฉันว่าเป็นตัวกาลกิณีที่กินผัว บอกว่าฉันเป็นคนทำให้ลูกชายของเธอต้องตาย

เธอไล่ฉันกับลูกออกจากบ้าน โดยไม่ให้เสื้อผ้าแม้แต่ชุดเดียว หรือเงินแม้แต่แดงเดียว

ในคืนที่ลมแรงและหิมะตก ฉันพยายามทุบประตูขอร้องมู่หยุนเผิงให้ช่วยลูกสาว

แต่สิ่งที่ได้ยินกลับเป็นเสียงเย็นชาของเขา“เสิ่นอิ๋ง พี่คงบ้าไปแล้วถึงได้เห็นผมเป็นพี่ใหญ่ ถ้ายังแยกแยะความจริงไม่ได้ ก็อยู่ห่างๆ จากผมซะ”

ชาวบ้านแถวนั้นต่างพากันเชื่อคำพูดของเขา บอกว่าฉันดวงกินผัว ถึงได้สติไม่ดีเอาน้องสามีไปคิดว่าเป็นสามีตัวเอง

ฉันอุ้มลูกสาวไว้โดยไร้ที่ไป ทั้งหนาวทั้งหิวท่ามกลางฤดูหนาวอันโหดร้าย สุดท้ายพวกเราก็หนาวตายอยู่ที่ข้างถนน

พอคิดถึงเรื่องพวกนั้น ไฟแห่งความแค้นก็ลุกโชนในใจฉัน อยากจะตายไปพร้อมกับครอบครัวนี้เสียให้รู้แล้วรู้รอด

เมื่อมองดูแผ่นหลังของมู่หยุนเผิงที่กำลังรีบเร่งส่งศพน้องชายไปเผา ฉันก็คิดในใจอย่างเย็นชา

ในเมื่อแกอยากใช้ชีวิตคู่กับเซวียเมิ่งอวี่ขนาดนั้น ฉันก็จะช่วยสงเคาระห์ให้แกเป็นมู่หยุนคุนไปตลอดชีวิต
Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
9 Bab
บทที่ 1
“พี่สะใภ้ ทำใจดีๆ ด้วยนะ ผมเองก็นึกไม่ถึงว่าพี่ใหญ่จะมาเกิดอุบัติเหตุไปกะทันหันแบบนี้...”มู่หยุนเผิงขอบตาแดงก่ำ มองมาที่ฉันด้วยสีหน้าโศกเศร้าเมื่อมองไปยังร่างไร้วิญญาณของน้องสามีที่ถูกหามเข้ามา ฉันก็เริ่มร้องไห้คร่ำครวญตามน้ำ เรียกเขาว่า สามีใบหน้าของมู่หยุนคุนซีดเขียว เห็นชัดว่าตายสนิทแล้วเขาและมู่หยุนเผิงมีรูปร่างหน้าตาเหมือนกันทุกประการ จึงไม่มีใครสงสัยเลยว่ามู่หยุนเผิงได้สลับตัวกับเขาไปแล้วหลังจากร้องไห้อยู่พักหนึ่ง ฉันก็ปาดน้ำตาแล้วพูดว่า“ศพวางไว้นานไม่ได้ ต้องรีบส่งไปเผาให้เร็วที่สุด อย่าให้หยุนเผิงตายไปอย่างไม่สมเกียรติเลย”มู่หยุนเผิงรีบพยักหน้าเห็นด้วยทันที ดูเขาร้อนใจที่จะทำลายหลักฐานยิ่งกว่าฉันเสียอีกฉันมองดูเขาขณะเคลื่อนย้ายศพ เห็นรอยแผลเป็นเล็กๆ ยาวๆ ตรงง่ามมือในชาติก่อน ฉันมั่นใจว่าคนที่ยังมีชีวิตอยู่คือมู่หยุนเผิงก็เพราะรอยแผลเป็นนี้นี่แหละแต่ครั้งนี้ ฉันแสร้งทำเป็นมองไม่เห็นอะไรทั้งนั้นในชาติที่แล้ว มู่หยุนเผิงและมู่หยุนคุนออกไปช่วยเหลือผู้ประสบภัย มู่หยุนคุนได้รับบาดเจ็บที่ท้ายทอยโดยอุบัติเหตุและเสียชีวิตทันทีในที่เกิดเหตุเพื่อไม่ให้เซวียเมิ่งอวี
Baca selengkapnya
บทที่ 2
มู่หยุนเผิงจัดการอย่างรวดเร็ว ไม่นานเขาก็เผาศพเรียบร้อยและนำกระดูกหนึ่งกล่องกลับมาที่บ้านจัดเตรียมศาลาไว้อาลัยไว้พร้อมแล้ว ชาวบ้านละแวกนั้นที่ทราบข่าวต่างก็มาช่วยงานเมื่อเห็นคนที่มีชีวิตอยู่ดีๆ เหลือเพียงภาพถ่ายขาวดำและกระดูกหนึ่งกล่อง ทุกคนต่างก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจด้วยความสลดสีหน้าของฉันดูย่ำแย่มาก เพราะประสบการณ์จากชาติก่อนทำให้ฉันดูซูบเซียวจริงๆ จนเหมือนกับแม่หม้ายที่สูญเสียสามีและเสียใจเจียนตายส่วนมู่หยุนเผิงกลับโอบไหล่เซวียเมิ่งอวี่ แล้วพูดกับฉันว่า“เมิ่งอวี่เพิ่งตรวจพบว่าตั้งท้อง อยู่ในศาลาไว้อาลัยนานๆ อาจกระทบกระเทือนต่อร่างกายและเด็กในท้อง ดังนั้นเธอไม่จำเป็นต้องอยู่เฝ้าศพหรอก”เขาประคองเซวียเมิ่งอวี่ให้นั่งลงอย่างระมัดระวัง ใบหน้าเต็มไปด้วยความอ่อนโยนฉันทำเป็นเมินเฉยต่อท่าทางสนิทสนมของพวกเขา แต่เซวียเมิ่งอวี่กลับเป็นฝ่ายเริ่มทักฉันก่อน“พี่สะใภ้ ห้องของพี่ไม่มีผู้ชายอยู่แล้ว ต่อไปก็คงเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมาขอให้หยุนคุนบ้านฉันช่วยจัดการเรื่องต่างๆ พี่คงไม่คิดจะเอาเปรียบเราฟรีๆ ใช่ไหมคะ?”ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความโลภ พยายามจะเอาสัญญาปากเปล่ามาแลกกับผลประโยชน์จาก
Baca selengkapnya
บทที่ 3
หัวใจฉันเจ็บแปลบขึ้นมาขนาดลูกสาวยังรู้เลยว่านั่นคือมู่หยุนเผิง แต่เขากลับไม่ยอมรับ แถมยังใจดำทำร้ายได้แม้กระทั่งลูกในไส้ฉันกอดลูกสาวไว้แน่น พยายามกลั้นน้ำตาอย่างสุดความสามารถ“นิวหนิวเด็กดี นั่นไม่ใช่คุณพ่อหรอกค่ะ คุณพ่อจากไปแล้ว”ในวันนั้นเอง ฉันออกเดินทางไปหาผู้บัญชาการทหารทันที นำใบมรณบัตรไปแจ้งข่าวการเสียชีวิต และขอให้ถอนชื่อมู่หยุนเผิงออกจากทะเบียนทหารผู้บัญชาการพูดว่า “ผมทราบเรื่องการเสียสละของสหายมู่หยุนเผิงแล้ว ผมรู้สึกเสียใจด้วย”“พวกคุณเป็นครอบครัวผู้เสียชีวิต มีความต้องการอะไร ทางองค์กรจะพยายามอนุมัติให้ดีที่สุด”ฉันไม่ลังเลเลยที่จะพูดความในใจที่ไตร่ตรองมานาน“ท่านคะ ฉันอยากหางานทำในกองทัพทหาร แค่เลี้ยงดูตัวฉันและลูกสาวให้ได้ก็พอค่ะ”ผู้บัญชาการประหลาดใจเล็กน้อย “ทำงานในกองทัพทหารจะเหนื่อยมากนะ แถมยังต้องพลัดพรากจากบ้านเกิด คุณคิดดีแล้วเหรอ?”นั่นคือจุดประสงค์ของฉันอยู่แล้ว ฉันจึงพยักหน้าอย่างแน่วแน่ขั้นตอนการดำเนินการรวดเร็วมาก ไม่เพียงแต่ถอนชื่อมู่หยุนเผิงออกจากทะเบียนทหารเท่านั้น แต่ยังมอบเงินสงเคราะห์และค่าทำศพให้ฉันอีกก้อนหนึ่งด้วยเมื่อกลับถึงบ้าน แม่สา
Baca selengkapnya
บทที่ 4
ฉันกำตั๋วรถไฟในมือแน่นโดยสัญชาตญาณ และเอาตัวบังลูกสาวไว้ข้างหลัง“ฉันจะไปไหนมันเกี่ยวอะไรกับคุณ คุณไม่มีสิทธิ์มาวุ่นวายนะ มู่หยุนคุน”ฉันจงใจเน้นเสียงหนักที่ชื่อของเขาสีหน้าของมู่หยุนเผิงชะงักแข็งทื่อไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบพูดต่อทันที“เมิ่งอวี่ตั้งท้องอยู่ กำลังต้องการคนดูแล พี่ก็แค่จัดการงานบ้านเหมือนที่เคยทำมา บ้านเราไม่ปล่อยให้พี่อดตายหรอก”ฉันมองเขาด้วยสายตาเย็นชา “มู่หยุนเผิงก็ตายไปแล้ว ฉันที่เป็นคนนอกไม่กล้าอยู่ที่บ้านคุณหรอกค่ะ”“ยังไงพวกเราแม่ลูกกำพร้าก็ไม่มีประโยชน์อะไร เซวียเมิ่งอวี่เป็นเมียคุณ คุณก็ดูแลเองเถอะ”พูดจบ ฉันก็เตรียมจะพาลูกสาวเดินจากไปแต่มู่หยุนเผิงกลับสาวเท้าเข้ามาหา แล้วแย่งตั๋วรถไฟในมือฉันไปอย่างไม่ทันตั้งตัวเขาฉีกตั๋วทิ้งเป็นชิ้นๆ ในไม่กี่วินาที แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่อาจโต้แย้งได้“พี่สะใภ้ ผมหวังดีกับพี่นะ พี่เป็นหม้ายแถมยังต้องพาลูกสาวไปด้วยจะเอาชีวิตรอดได้ยังไง สู้เลือกอยู่ที่บ้านดีกว่า อย่างน้อยก็ไม่หิวตาย”เมื่อมองดูเศษกระดาษที่หล่นเกลื่อนพื้น ฉันก็โกรธจนตัวสั่นฉันผลักมู่หยุนเผิงออกไปสุดแรง “คุณก็รู้ว่าฉันเป็นพี่สะใภ้คุณ งั้นก็อยู่ห่างๆ
Baca selengkapnya
บทที่ 5
เซวียเมิ่งอวี่ยืนอยู่ข้างหน้า ตามมาด้วยชาวบ้านและเพื่อนบ้านอีกหลายคนเธอกรีดร้องขึ้น จ้องมองมือของมู่หยุนเผิงที่ดึงทึ้งยื้อยุดอยู่กับมือฉันด้วยสีหน้าย่ำแย่“มู่หยุนคุน คุณกำลังทำอะไรน่ะ!”คนอื่นๆ เองก็พากันกระซิบกระซาบด้วยสายตาแปลกๆ“สองคนนี้เป็นพี่สะใภ้กับน้องสามีไม่ใช่เหรอ ทำไมฟ้ายังไม่ทันมืดก็...”“ดูไม่ออกจริงๆ เลยนะ หยุนเผิงเพิ่งจะตายไปเอง กลับแอบมามั่วกินกันลับหลังเสียแล้ว”มู่หยุนเผิงหันไปมองก็เกิดอาการลนลานเขาปล่อยมือจากฉันแล้วเดินเข้าไปหาเซวียเมิ่งอวี่ และพูดว่า“เมียจ๋า มันไม่ได้เป็นอย่างที่คุณเห็นนะ เป็นเสิ่นอิ๋งต่างหากที่ยั่วยวนผม”เขาชี้หน้าฉัน พูดอย่างโกรธแค้น“เธอเห็นผมเป็นพี่ใหญ่ อยากจะให้ผมรับดูแลทั้งสองบ้าน บอกว่าถ้าไม่มีผู้ชายเธอจะอยู่ต่อไปไม่ไหว!”หัวใจของฉันจมดิ่งลงสู่ก้นเหวท่าทางที่มู่หยุนเผิงโทษฉัน ภาพมันซ้อนเหมือนกับชาติก่อนไม่มีผิด เขามองฉันด้วยความรังเกียจ และยืนเคียงคู่สนิทสนมกับเซวียเมิ่งอวี่เซวียเมิ่งอวี่แสดงสีหน้าที่ดูได้แย่ในทันที เธอจ้องมองฉันด้วยสายตาอาฆาตแล้วตะโกนเสียงแหลม“เสิ่นอิ๋ง! อีหน้าด้าน แกกล้าดียังไงมาอ่อยผัวฉันกลางวันแสกๆ! อี
Baca selengkapnya
บทที่ 6
คนนั้นคือผู้บัญชาการนั่นเอง เขาเดินเข้ามา เมื่อเห็นสภาพเหตุการณ์ที่วุ่นวาย สีหน้าของเขาก็มืดมนลงทันที“ทางองค์กรออกเงินสงเคราะห์ตามระเบียบ เพื่อมอบให้แก่ภรรยาและบุตรของสหายมู่หยุนเผิง ผู้อื่นห้ามทำการแย่งเด็ดขาด”ทหารคนสนิทนับสิบนายเดินตามเข้ามา ทำให้คนในที่นั้นต่างถูกข่มขวัญจนพากันปิดปากเงียบมู่หยุนเผิงพอเห็นว่าเป็นผู้บัญชาการ ก็รีบปั้นหน้ายิ้มประจบประแจงแล้วเดินเข้าไปหาทันที“ท่านครับ ทำไมท่านถึงมาที่บ้านผมด้วยตัวเองล่ะครับ ท่านยังไม่รู้นิสัยใจคอของเสิ่นอิ๋ง ถูกเธอปั่นหัวเข้าแล้ว”“ต่อหน้าเธอทำเป็นจัดงานศพให้พี่ใหญ่ผม แต่ลับหลังกลับมาอ่อยผม เพียงเพราะผมหน้าตาเหมือนพี่ใหญ่ เธอก็อยากจะแต่งงานกับผม ช่างไร้ยางอายจริงๆ!”แม่สามีพอได้ยินว่าเป็นผู้บัญชาการ ก็ลงไปนั่งร้องห่มร้องไห้ฟูมฟายบนพื้น“ท่านคะ ช่วยให้ความเป็นธรรมด้วย ลูกชายคนโตของฉันไม่เคยทอดทิ้งเธอเลย เสิ่นอิ๋งเกิดลูกชายไม่ได้ฉันก็ไม่ว่าอะไร แต่นี่จะมาแย่งเงินสงเคราะห์อีก ครอบครัวเราถูกเธอสูบเลือดสูบเนื้อไปหมดแล้ว!”เซวียเมิ่งอวี่ชำเลืองมองผู้บัญชาการอย่างกล้าๆ กลัวๆ แล้วเอามือปิดหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้น“ท่านคะ เสิ่นอิ๋งไม่
Baca selengkapnya
บทที่ 7
ฉันไม่ยากจะสนใจ จึงดึงเฉินหมิงรุ่ยเตรียมจะเดินไป แต่มู่หยุนเผิงกลับรีบก้าวตามมาแล้วคว้ามือฉันไว้“เสิ่นอิ๋ง ไม่ได้ยินที่ผมถามหรือไง?”ฉันหันกลับไป สะบัดมือเขาออกอย่างรำคาญใจและแสดงสีหน้าเรียบเฉย“มู่หยุนคุน คุณถามฉันในฐานะอะไร?”มู่หยุนเผิงเหลือบมองเซวียเมิ่งอวี่โดยสัญชาตญาณ“พี่เป็นพี่สะใภ้ผม ผมก็ต้องดูแลพี่สิ พี่ใหญ่เพิ่งจากไปได้ไม่นาน พี่ก็มาจู๋จี๋กับผู้ชายคนอื่นเสียแล้ว ยังรู้จักผิดชอบชั่วดีอยู่บ้างไหม!”ฉันขี้เกียจฟังข้ออ้างที่ฟังดูดีแต่จอมปลอมของเขาจึงคิดจะเดินหนี แต่มู่หยุนเผิงกลับขวางเฉินหมิงรุ่ยไว้ แล้วพูดจาข่มเหงว่า“คุณรู้ใช่ไหมว่าเสิ่นอิ๋งเคยแต่งงานมาแล้ว ที่คุณอุ้มอยู่นั่นก็คือลูกสาวของเธอกับผัวเก่า ผู้หญิงที่เคยมีลูกแล้วอย่างรองเท้ามือสองแบบนี้คุณยังจะเอาอีกเหรอ?”“ผมจะบอกคุณให้ก็ได้นะ ผมเป็นน้องสามีหล่อน ผมหน้าตาเหมือนพี่ใหญ่เปี๊ยบ เธอน่ะเห็นคุณเป็นแค่ตัวแทนเท่านั้นแหละ คุณ...”ยังพูดไม่ทันจบ ก็ถูกเฉินหมิงรุ่ยขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา“เธอเป็นพี่สะใภ้คุณนะ คุณพูดจาแบบนี้กับเธอได้อย่างไร ไม่มีความเคารพให้กันเลยสักนิด”“ผมกับเสิ่นอิ๋งเคยเรียนโรงเรียนภาคค่ำมาด้วย
Baca selengkapnya
บทที่ 8
หากเป็นเมื่อก่อน มู่หยุนเผิงยอมสารภาพตัวกับฉันด้วยตัวเอง ฉันคงจะตื่นเต้นและยอมตามเขากลับบ้านไปจริงๆแต่ตอนนี้ หลังจากได้เห็นกับตาว่าเขาสนิทสนมกับเซวียเมิ่งอวี่จนไม่มีที่ว่างให้ใคร ฉันก็รู้สึกเพียงแต่ว่ามันช่างเป็นเรื่องน่าขำฉันสะบัดมือมู่หยุนเผิงออก ด้วยสีหน้าไม่เชื่ออย่างเต็มที่“สามีของฉันตายไปแล้ว ที่คุณสวมรอยเป็นเขามันหมายความว่ายังไง คิดว่าทำแบบนี้แล้วจะหลอกฉันได้งั้นเหรอ”มู่หยุนเผิงยื่นมือออกมา “ผมเป็นเขาจริงๆ นะ ดูรอยแผลเป็นของผมสิ...”ฉันปฏิเสธเสียงแข็ง “รอยแผลเป็นมันก็ปลอมกันได้ ฉันไม่มีวันเชื่อคุณหรอก”เขาเริ่มหงุดหงิดมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงขั้นลงมือฉุดกระชากจะพาฉันออกไปให้ได้ฉันดิ้นสุดแรง พอเขาเผลอ ฉันก็ผลักเขาแล้ววิ่งออกไปเขาไล่ตามมาด้วยความโกรธ พอคว้าตัวฉันได้ จู่ๆ รอบข้างก็สว่างวาบด้วยแสงไฟสีขาวคนหลายคนกรูเข้ามา ล้อมและกดตัวมู่หยุนเผิงลงกับพื้นอย่างรวดเร็ว ท่าทางฝึกฝนมาอย่างดี ไม่เปิดโอกาสให้เขาขัดขืนได้เลยนี่คือทีมสายตรวจในพื้นที่ ที่ได้ยินเสียงเอะอะจึงพบพวกเราเข้าช่างประจวบเหมาะ คนที่นำทีมมาในวันนี้คือ เฉินหมิงรุ่ยเขาไม่พูดพร่ำทำเพลงสั่งจับตัวมู่หยุนเผิงท
Baca selengkapnya
บทที่ 9
ผู้บังคับบัญชาเรียกทั้งเซวียเมิ่งอวี่และแม่สามีเข้ามา แล้วแยกสอบถามพวกเธอทีละคนมู่หยุนเผิงมั่นใจว่าชนะแน่ เขาพูดข่มขวัญฉันว่า“เสิ่นอิ๋ง ผมมองคุณออกแล้ว พอผมได้ตัวตนกลับคืนมา ฉันจะหย่ากับเธอทันที”ฉันไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ ได้แต่รอจนกว่าการสอบถามเซวียเมิ่งอวี่และแม่สามีจบลงไม่กี่นาทีต่อมา เซวียเมิ่งอวี่เดินออกมาก่อน พอเห็นมู่หยุนเผิง เธอก็รีบเข้าไปออดอ้อนเกาะแขนเรียก สามี ทันทีมู่หยุนเผิงสะบัดมือออกทันที “คุณเรียกใครสามี? ฉันคือมู่หยุนเผิง ไม่ใช่สามีคุณ”เซวียเมิ่งอวี่เบะปาก “คุณพูดอะไรน่ะ เมื่อกี้ฉันอุตส่าห์พยายามตั้งนานกว่าจะทำให้หัวหน้าเชื่อว่าพวกเราเป็นสามีภรรยากันจริงๆ”มู่หยุนเผิงได้ยินดังนั้นก็ถึงกับตัวแข็งทื่อยังไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไร แม่สามีก็เดินเข้ามา แล้วพูดกับมู่หยุนเผิงอย่างมีลับลมคมในว่า“ลูกรักวางใจเถอะ แม่หลอกพวกเขาจนเชื่อสนิทใจแล้ว พวกเขาไม่มีทางสงสัยแน่ว่าลูกปลอมเป็นหยุนคุน”ฉันยิ้มที่มุมปากอย่างเย็นชา มู่หยุนเผิงคิดว่ามีคนรู้ตัวตนเขาแล้วจะช่วยเป็นพยานได้ แต่ไม่คิดว่าเซวี่ยเหมิงอวี่กับแม่สามีจะช่วยปิดบังเขา แถมยังภูมิใจเสียอีกเป็นไปตามคาด ในที่สุดผู้บั
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status