Share

บทที่ 1234

Penulis: จิ้งซิง
เอ้อถานหลัวลุกขึ้นเดินไปยังข้างโลงศพทันที ยิ่งมองศพหุ่นเชิดข้างใน ก็ยิ่งรู้สึกว่าไม่เลวเลย

เวินเยวี่ยแอบชำเลืองมองเขาอย่างระมัดระวัง เมื่อเห็นสีหน้าของเขาดูดีขึ้นบ้าง ก็รู้ว่าครั้งนี้ตนเองทำถูกแล้ว

นางรีบเดินตามเข้าไป สายตาจับจ้องในโลงศพ

ครั้งนี้เองที่นางได้มองดูสภาพของเวินอวี้จือในโลงศพอย่างจริงจังถี่ถ้วนจริง ๆ

เรียกได้ว่าเป็นการปะชุนร้อยพันเข็ม ผสมโน่นนี่เข้าด้วยกัน

เมื่อลองนึกถึงร่างกายของตนเอง แล้วดูสภาพของเวินอวี้จือผู้นี้อีกครั้ง ก็เรียกได้ว่ายังดูคนก็ไม่ใช่ผีก็ไม่เชิงยิ่งกว่าตนเสียอีก

โชคดีที่ใบหน้านั้นยังพอมองเห็นเค้าเดิมได้บ้าง

มิเช่นนั้นเมื่อครู่ตนคงจะจำไม่ได้เลย

เวินเยวี่ยยืนอยู่ข้างโลงศพเช่นนี้ มองไปมองมาก็อดไม่ได้ที่จะนึกย้อนไปถึงวันวาน

พูดตามตรง นางไม่ได้พบเวินอวี้จือมานานมากแล้ว

นับตั้งแต่เขาเดินทางไปชางโจว หลังจากนั้นสิ่งที่ส่งกลับมาก็คือข่าวการตายของเขา

เมื่อทราบข่าวนี้ เวินเยวี่ยยังรู้สึกเสียดายอยู่มาก

ไม่ใช่เสียดายที่พี่สี่ผู้นี้ตาย แต่เสียดายที่เวินอวี้จือตายไปแล้ว ก็ขาดคนที่จะยืนเคียงข้างให้นางใช้งานไปอีกหนึ่งคน

หากเป็นไปได้ นางก็ยังคงหวังให้เวินอวี้จื
Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Bab Terkunci

Bab terbaru

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1257

    เหตุการณ์วุ่นวายที่เกิดขึ้นกะทันหันนี้ อย่าว่าแต่คนอื่นเลย แม้แต่เสินอ๋องผู้เฒ่าเองก็ไม่เคยคาดคิดมาก่อนเขาลุกพรวดขึ้นมาโดยพลันดวงตาชราอันขุ่นมัวคู่นั้นจ้องเขม็งไปยังทิศทางของแท่นสวดขอพร สีหน้าแสดงความตระหนก เต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ“นี่มัน...เป็นไปได้อย่างไร?”ธิดาศักดิ์สิทธิ์...หรือว่าธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งต้าหมิงจะมีพลังอันศักดิ์สิทธิ์จริง ๆ?หรือจะบอกว่าสตรีผู้นี้ ไม่ได้มีเพียงมีสายเลือดนั้นไหลเวียนอยู่ แต่ยังมีพลังเทพเซียนด้วยอย่างนั้นหรือ?!“เจิ้นกั๋วกง นี่มันเรื่องอะไรกัน? สตรีผู้นั้นเมื่อครู่ทำอะไรบนนั้น? เหตุใดจู่ ๆ ถึงทำให้ผู้คนมากมายต่างเหมือนเสียสติไปแล้วเช่นนี้?!”มีคนเอ่ยคำถามที่เสินอ๋องผู้เฒ่ากำลังตกตะลึงและอยากถามอยู่ในใจออกมาแทนเสียแล้วแต่เวินเฉวียนเซิ่งเองก็อยากรู้คำตอบของคำถามเหล่านี้เช่นกันนอกจากครั้งแรกที่เขาเคยเห็นพิธีสวดขอพรตอนที่หลานซื่อเพิ่งได้รับการแต่งตั้งเป็นธิดาศักดิ์สิทธิ์ในเมืองหลวงแล้ว หลังจากนั้นก็ไม่เคยเห็นอีกเลยครั้งนั้นแม้จะรู้สึกว่าพิธีของหลานซื่อดูแปลกไปอยู่บ้าง แต่ก็เป็นเพียงแค่ความรู้สึกว่าแปลกไปนิดหน่อยเท่านั้นไม่ได้ถึงขั้นผู้คนนับ

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1256

    หลานซื่อหันกาย เยื้องกรายมุ่งสู่แท่นสวดขอพรอย่างสง่างามทุกหนแห่งที่นางก้าวผ่าน พลังวิญญาณที่ไม่อาจมองเห็นด้วยตาเปล่าเริ่มพรั่งพรูออกมาจากกายนาง แผ่ขยายออกไปตามการเคลื่อนไหวของนางอย่างช้า ๆเหล่าประชาชนเมืองหินดำที่หมอบกราบอยู่สองข้างทางต่างก้มศีรษะลงต่ำ แต่ไม่ได้เป็นเช่นนี้ไปเสียทั้งหมดมีคนได้ยินเสียงฝีเท้าใกล้เข้ามาเป็นระยะ พวกเขาแอบเงยหน้าขึ้นมอง เห็นเพียงอาภรณ์สีขาวพลิ้วผ่านหน้าพวกเขาไปหญิงสาวหลุบตาลงมองเพียงนิด ใบหน้าใสเย็นดุจหิมะ งามล้ำเหนือใครประหนึ่งเทพเซียน ทำเอาผู้ที่แอบมองเบิกตากว้างด้วยความตะลึงในทันที“งาม...งามเหลือเกิน!”มีคนพึมพำออกมาอย่างลืมตัวคนข้าง ๆ ได้ยินเสียงเขาก็พลันสงสัย “อะไรงามนัก?”ด้วยเหตุนี้พวกเขาจึงเงยหน้าขึ้น เงาร่างสีขาวที่เดินตรงเข้ามาก็ปรากฏสู่สายตาของผู้คนมากขึ้นเรื่อย ๆ“งดงามยิ่งนัก! งดงามจริง ๆ!”“นี่หรือคือธิดาศักดิ์สิทธิ์?”รูปโฉมงดงามเกินเหลือเกิน!ผิวพรรณดั่งหยก ขาวบริสุทธิ์ไร้ราคีดวงตาประหนึ่งดาราวับวาว ริมฝีปากแดงฉานดั่งเหมยแดงมือหยกเรียวงาม ทรวดทรงอรชร เส้นผมดำขลับสลวยดั่งสายน้ำตก อาภรณ์ขาวเหนือหิมะ...ก่อนหน้านี้มองจากที

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1255

    เมื่อเห็นว่าใกล้ถึงเวลาอันควรแล้ว เสินอ๋องผู้เฒ่าก็ปรายตามองเกี้ยวคราหนึ่ง ไม่ได้เรียกให้หลานซื่อก้าวออกมา แต่กลับโบกมือให้สือเซี่ยวแล้วกล่าวว่า “เริ่มเถิด”ครั้นสิ้นเสียงของเขา ก็ลงนั่งเบื้องหน้าประตูใหญ่ของตำหนักเสินอ๋องในขณะเดียวกันนั้น เอ้อถานหลัว เวินเฉวียนเซิ่ง ชางชิงหลาน และคนอื่น ๆ ต่างก็พากันนั่งลงบนที่นั่งที่เรียงรายอยู่ทางขวามือของเสินอ๋องผู้เฒ่าส่วนปาเก๋อหลู่ ปาหย่า ที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจในช่วงสองวันนี้จนได้เข้าร่วมงานในที่สุด รวมถึงปาถูเอ่อร์และไป๋เยวี่ยโหรวกับพวกที่มาถึงงานแล้วต่างก็นั่งลงทางด้านซ้ายมือของเสินอ๋องผู้เฒ่าหลังจากเป่ยเฉินหยวนมาถึง ก็ไม่ได้เดินร่วมกับพวกปาถูเอ่อร์อีก แต่กลับพรางตัวเป็นประชาชนธรรมดาที่ดูไม่สะดุดตา ปะปนอยู่ในแถวที่ติดกับแท่นพิธีสวดขอพรที่สุดท่ามกลางฝูงชน สายตาของเขาที่จ้องมองไปยังเกี้ยวนั้นไม่ใช่เพียงคู่เดียว ดังนั้นจึงไม่ได้เป็นที่สังเกตเห็นแต่สายตาที่จ้องเขม็ง เต็มไปด้วยความเป็นห่วง ระแวดระวัง และเย็นเยียบนั้นกลับมีเพียงหนึ่งเดียว“หวูด...! หวูด...! หวูด...!”เสียงแตรสังข์ดังขึ้นทั่วบริเวณภายนอกตำหนักเสินอ๋องอย่างฉับพลัน ตามมาด้วยเ

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1254

    หลานซื่อมองผ่านสือเซี่ยวเพียงแวบหนึ่ง ก่อนจะก้าวลงจากบันได ขึ้นสู่เกี้ยวขนาดคนหามมากถึงสิบหกคนเมื่อเห็นหลานซื่อนั่งเข้าที่ดีแล้ว สือเซี่ยวจึงสั่งการเสียงดัง “ยกเกี้ยว กลับตำหนักเสินอ๋อง!”เป่ยเฉินหยวนยืนอยู่หน้าประตูจวนอ๋อง จับจ้องตามเกี้ยวของหลานซื่อที่ถูกหามออกไปโดยไม่ละสายตาในวินาทีต่อมา ฝ่ามือของปาถูเอ่อร์ก็ตบลงบนบ่าของเขา“ไปกันเถอะ ข้าเตรียมม้าไว้ให้เจ้าแล้ว”ในพิธีการที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ ในฐานะชินอ๋องและพระชายาปาถูเอ่อร์และไป๋เยวี่ยโหรวสองสามีภรรยาย่อมต้องไปแน่นอนถือโอกาสพาเป่ยเฉินหยวนไปด้วยเสียเลยแต่หลังจากขึ้นม้าแล้ว ปาถูเอ่อร์ก็เอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจว่า “เหตุใดนางถึงไม่ยอมให้เจ้าติดตามอยู่ข้างกายเล่า ประเดี๋ยวหากเกิดเรื่องอะไรขึ้น ถึงตอนนั้นนางตัวคนเดียวจะทำเช่นไร?”เดิมทีเป่ยเฉินหยวนก็คิดจะเฝ้าคุ้มครองอยู่ข้างกายหลานซื่อ เพื่อป้องกันเหตุร้ายแต่เมื่อเช้านี้ตอนจะออกจากจวน หลานซื่อกลับส่ายหน้าให้เขา “ในพิธีสวดขอพร ข้ามีบางอย่างต้องจัดการ หากท่านติดตามอยู่ข้างกายข้าจะทำอะไรไม่สะดวกนัก จงไปกับฮูหยินเยวี่ยโหรวและคนอื่น ๆ เถิด”หลานซื่อไม่สามารถให้เขาติดตามไปได้จริง

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1253

    เป่ยเฉินหยวนทาบธนูปลอกแขนเข้ากับข้อมือของหลานซื่อ พลางจัดให้เข้าที่แล้วค่อย ๆ พันสายรัดสีแดงนั้นรอบแล้วรอบเล่าจนแน่นหนา“ในพิธีสวดขอพรท่านต้องระวังให้ดี เสินอ๋องผู้เฒ่าผู้นั้นอันตรายยิ่งกว่าเวินเฉวียนเซิ่งเสียอีก การที่จู่ ๆ เขาก็ให้ท่านเป็นผู้ดำเนินพิธีสวดขอพร ย่อมไม่ใช่เพียงแค่การเซ่นไหว้ทั่วไปตามปกติแน่ คิดว่าต้องมีแผนการอื่นแอบแฝงอยู่”เป่ยเฉินหยวนเปลี่ยนหัวข้อสนทนาทื่อ ๆ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังและห่วงใยหลานซื่อพยักหน้ากล่าวว่า “ข้าเองก็คิดเช่นนั้น แต่ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าพรุ่งนี้เขาจะมีจุดประสงค์อะไร ทำได้เพียงดูไปทีละก้าวเท่านั้น”คิ้วของนางขมวดมุ่นเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าไม่ได้ไร้ความกังวลต่อเรื่องในวันพรุ่งนี้เสียทีเดียวทว่าในตอนนี้เอง ฝ่ามือใหญ่อันอบอุ่นก็วางลงบนศีรษะของนางโดยพลัน...“อย่ากังวลไปเลย ข้าจะคอยมองท่านอยู่ตลอด”เสียงอันอ่อนโยนแล่นผ่านใบหูของหลานซื่อ ทำให้นางต้องชะงักไปอีกครานางเงยหน้าขึ้นโดยสัญชาตญาณ แต่กลับถูกเป่ยเฉินหยวนลูบศีรษะเบา ๆ “เอาล่ะ รีบไปนอนเสีย ขอบตาท่านดำคล้ำถึงเพียงนี้ เกรงว่าเมื่อคืนคงจะนอนไม่ค่อยหลับกระมัง”เขาเอ่ยขึ้น “ไปพักผ่อนให้เต็มท

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1252

    หลานซื่อกะพริบตาปริบ ๆ “ราชาอสรพิษ?”ไป๋เยวี่ยโหรวดูเหมือนจะนึกอะไรออกเช่นกัน ดวงตาของนางพลันเป็นประกาย พยักหน้ากล่าวว่า “ใช่ ๆ ๆ ราชาอสรพิษนั่นเอง!”“ก่อนหน้านี้ข้าเคยบอกเจ้าว่า ทุกเผ่าในร้อยชนเผ่าต่างก็มีความเชื่อในเทพเจ้าของตัวเอง ส่วนเผ่ากู่ศักดิ์สิทธิ์ของพวกเราและประชาชนทั้งหมดที่อาศัยอยู่ในเมืองหินดำ ต่างก็มีความเชื่อในราชาอสรพิษ”เมื่อไป๋เยวี่ยโหรวกล่าวเช่นนี้ หลานซื่อและเป่ยเฉินหยวนก็นึกถึงรูปปั้นหัวอสรพิษขนาดมหึมาที่พวกเขาเห็นบนประตูเมืองหินดำตอนที่เพิ่งเข้าเมืองมาก่อนหน้านี้ตอนนั้นนางยังสงสัยว่าเหตุใดต้องสร้างรูปปั้นใหญ่โตเพียงนั้นไว้บนกำแพงเมือง ที่แท้ก็คือเทพเจ้าที่ชาวต่างเผ่าที่นี่ศรัทธานี่เอง“หากเจ้าไม่ได้รังเกียจงูละก็ เช่นนั้นก็จงรอรับความประหลาดใจครั้งใหญ่จากข้าและปาถูเอ่อร์ได้เลย”หลานซื่อส่ายหน้า “ข้าไม่ได้รังเกียจงู เพียงแต่พวกท่านอย่าได้ลำบากเลย พรุ่งนี้ก็ต้องออกเดินทางแล้ว สองวันนี้ควรระมัดระวังไว้ดีกว่า”“เจ้าวางใจเถิด ข้าและปาถูเอ่อร์จะเตรียมตัวให้พร้อมแล้วค่อยลงมือ”ไป๋เยวี่ยโหรวตบไหล่หลานซื่อเบา ๆ พลางเอ่ยปากด้วยรอยยิ้ม และไม่ได้พูดอะไรมากมายหลังจา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status