Share

บทที่ 479

Author: จิ้งซิง
ปีนี้จวนเจิ้นกั๋วกงถูกกำหนดให้ต้องใช้ชีวิตอย่างไม่สงบสุข

แต่ปีนี้เวินซื่อกลับใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจมาก

“คืนพรุ่งนี้ลงเขาไปดูงานโคมไฟหรือไม่?”

วันนี้เป่ยเฉินหยวนเอ่ยชวนขึ้นมากะทันหัน

“งานโคมไฟ?”

เวินซื่อชะงักไปครู่หนึ่ง “งานโคมไฟอะไร?”

เป่ยเฉินหยวน “คืนพรุ่งนี้ก็เป็นวันส่งท้ายปีเก่าแล้ว ในเมืองหลวงก็จัดงานโคมไฟเหมือนกับทุกปี”

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เวินซื่อก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่า เวลาผ่านไปครึ่งปีแล้วนับตั้งแต่ที่นางทูลขอพระบรมราชานุญาตออกบวช เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว จนถึงวันส่งท้ายปีเก่าแล้ว

เมื่อผ่านพ้นวันส่งท้ายปีเก่าไปก็จะเป็นเทศกาลปีใหม่ และก็จะเป็นปีใหม่แล้ว

เวินซื่อพ่นลมหายใจอุ่นๆ ออกมา ถูมือเล็กๆ ที่เริ่มจะแข็งเพราะความหนาวเย็น ยิ้มพลางเอ่ยขึ้น “ได้สิ แต่ว่าข้าต้องถามท่านอาจารย์ก่อน”

สายตาของเป่ยเฉินหยวนจับจ้องอยู่ที่มือเล็กๆ ของนางที่เริ่มแดงเพราะความหนาวเย็น

วันรุ่งขึ้น หลังจากทำสิ่งที่ต้องทำเสร็จแล้ว เวินซื่อก็บอกเรื่องนี้กับม่อโฉวซือไท่

“ได้แน่นอน”

ม่อโฉวซือไท่ยิ้มพลางเอ่ยขึ้น “ไปเที่ยวเล่นให้สนุกเถิด อย่าตึงเครียดกับตัวเองมากเกินไป”

ไม่ใช่แค่เวินซื่อเท่านั้น หลังจากทำ
Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App
Locked Chapter

Pinakabagong kabanata

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1255

    เมื่อเห็นว่าใกล้ถึงเวลาอันควรแล้ว เสินอ๋องผู้เฒ่าก็ปรายตามองเกี้ยวคราหนึ่ง ไม่ได้เรียกให้หลานซื่อก้าวออกมา แต่กลับโบกมือให้สือเซี่ยวแล้วกล่าวว่า “เริ่มเถิด”ครั้นสิ้นเสียงของเขา ก็ลงนั่งเบื้องหน้าประตูใหญ่ของตำหนักเสินอ๋องในขณะเดียวกันนั้น เอ้อถานหลัว เวินเฉวียนเซิ่ง ชางชิงหลาน และคนอื่น ๆ ต่างก็พากันนั่งลงบนที่นั่งที่เรียงรายอยู่ทางขวามือของเสินอ๋องผู้เฒ่าส่วนปาเก๋อหลู่ ปาหย่า ที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจในช่วงสองวันนี้จนได้เข้าร่วมงานในที่สุด รวมถึงปาถูเอ่อร์และไป๋เยวี่ยโหรวกับพวกที่มาถึงงานแล้วต่างก็นั่งลงทางด้านซ้ายมือของเสินอ๋องผู้เฒ่าหลังจากเป่ยเฉินหยวนมาถึง ก็ไม่ได้เดินร่วมกับพวกปาถูเอ่อร์อีก แต่กลับพรางตัวเป็นประชาชนธรรมดาที่ดูไม่สะดุดตา ปะปนอยู่ในแถวที่ติดกับแท่นพิธีสวดขอพรที่สุดท่ามกลางฝูงชน สายตาของเขาที่จ้องมองไปยังเกี้ยวนั้นไม่ใช่เพียงคู่เดียว ดังนั้นจึงไม่ได้เป็นที่สังเกตเห็นแต่สายตาที่จ้องเขม็ง เต็มไปด้วยความเป็นห่วง ระแวดระวัง และเย็นเยียบนั้นกลับมีเพียงหนึ่งเดียว“หวูด...! หวูด...! หวูด...!”เสียงแตรสังข์ดังขึ้นทั่วบริเวณภายนอกตำหนักเสินอ๋องอย่างฉับพลัน ตามมาด้วยเ

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1254

    หลานซื่อมองผ่านสือเซี่ยวเพียงแวบหนึ่ง ก่อนจะก้าวลงจากบันได ขึ้นสู่เกี้ยวขนาดคนหามมากถึงสิบหกคนเมื่อเห็นหลานซื่อนั่งเข้าที่ดีแล้ว สือเซี่ยวจึงสั่งการเสียงดัง “ยกเกี้ยว กลับตำหนักเสินอ๋อง!”เป่ยเฉินหยวนยืนอยู่หน้าประตูจวนอ๋อง จับจ้องตามเกี้ยวของหลานซื่อที่ถูกหามออกไปโดยไม่ละสายตาในวินาทีต่อมา ฝ่ามือของปาถูเอ่อร์ก็ตบลงบนบ่าของเขา“ไปกันเถอะ ข้าเตรียมม้าไว้ให้เจ้าแล้ว”ในพิธีการที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ ในฐานะชินอ๋องและพระชายาปาถูเอ่อร์และไป๋เยวี่ยโหรวสองสามีภรรยาย่อมต้องไปแน่นอนถือโอกาสพาเป่ยเฉินหยวนไปด้วยเสียเลยแต่หลังจากขึ้นม้าแล้ว ปาถูเอ่อร์ก็เอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจว่า “เหตุใดนางถึงไม่ยอมให้เจ้าติดตามอยู่ข้างกายเล่า ประเดี๋ยวหากเกิดเรื่องอะไรขึ้น ถึงตอนนั้นนางตัวคนเดียวจะทำเช่นไร?”เดิมทีเป่ยเฉินหยวนก็คิดจะเฝ้าคุ้มครองอยู่ข้างกายหลานซื่อ เพื่อป้องกันเหตุร้ายแต่เมื่อเช้านี้ตอนจะออกจากจวน หลานซื่อกลับส่ายหน้าให้เขา “ในพิธีสวดขอพร ข้ามีบางอย่างต้องจัดการ หากท่านติดตามอยู่ข้างกายข้าจะทำอะไรไม่สะดวกนัก จงไปกับฮูหยินเยวี่ยโหรวและคนอื่น ๆ เถิด”หลานซื่อไม่สามารถให้เขาติดตามไปได้จริง

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1253

    เป่ยเฉินหยวนทาบธนูปลอกแขนเข้ากับข้อมือของหลานซื่อ พลางจัดให้เข้าที่แล้วค่อย ๆ พันสายรัดสีแดงนั้นรอบแล้วรอบเล่าจนแน่นหนา“ในพิธีสวดขอพรท่านต้องระวังให้ดี เสินอ๋องผู้เฒ่าผู้นั้นอันตรายยิ่งกว่าเวินเฉวียนเซิ่งเสียอีก การที่จู่ ๆ เขาก็ให้ท่านเป็นผู้ดำเนินพิธีสวดขอพร ย่อมไม่ใช่เพียงแค่การเซ่นไหว้ทั่วไปตามปกติแน่ คิดว่าต้องมีแผนการอื่นแอบแฝงอยู่”เป่ยเฉินหยวนเปลี่ยนหัวข้อสนทนาทื่อ ๆ พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังและห่วงใยหลานซื่อพยักหน้ากล่าวว่า “ข้าเองก็คิดเช่นนั้น แต่ตอนนี้ยังไม่รู้ว่าพรุ่งนี้เขาจะมีจุดประสงค์อะไร ทำได้เพียงดูไปทีละก้าวเท่านั้น”คิ้วของนางขมวดมุ่นเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าไม่ได้ไร้ความกังวลต่อเรื่องในวันพรุ่งนี้เสียทีเดียวทว่าในตอนนี้เอง ฝ่ามือใหญ่อันอบอุ่นก็วางลงบนศีรษะของนางโดยพลัน...“อย่ากังวลไปเลย ข้าจะคอยมองท่านอยู่ตลอด”เสียงอันอ่อนโยนแล่นผ่านใบหูของหลานซื่อ ทำให้นางต้องชะงักไปอีกครานางเงยหน้าขึ้นโดยสัญชาตญาณ แต่กลับถูกเป่ยเฉินหยวนลูบศีรษะเบา ๆ “เอาล่ะ รีบไปนอนเสีย ขอบตาท่านดำคล้ำถึงเพียงนี้ เกรงว่าเมื่อคืนคงจะนอนไม่ค่อยหลับกระมัง”เขาเอ่ยขึ้น “ไปพักผ่อนให้เต็มท

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1252

    หลานซื่อกะพริบตาปริบ ๆ “ราชาอสรพิษ?”ไป๋เยวี่ยโหรวดูเหมือนจะนึกอะไรออกเช่นกัน ดวงตาของนางพลันเป็นประกาย พยักหน้ากล่าวว่า “ใช่ ๆ ๆ ราชาอสรพิษนั่นเอง!”“ก่อนหน้านี้ข้าเคยบอกเจ้าว่า ทุกเผ่าในร้อยชนเผ่าต่างก็มีความเชื่อในเทพเจ้าของตัวเอง ส่วนเผ่ากู่ศักดิ์สิทธิ์ของพวกเราและประชาชนทั้งหมดที่อาศัยอยู่ในเมืองหินดำ ต่างก็มีความเชื่อในราชาอสรพิษ”เมื่อไป๋เยวี่ยโหรวกล่าวเช่นนี้ หลานซื่อและเป่ยเฉินหยวนก็นึกถึงรูปปั้นหัวอสรพิษขนาดมหึมาที่พวกเขาเห็นบนประตูเมืองหินดำตอนที่เพิ่งเข้าเมืองมาก่อนหน้านี้ตอนนั้นนางยังสงสัยว่าเหตุใดต้องสร้างรูปปั้นใหญ่โตเพียงนั้นไว้บนกำแพงเมือง ที่แท้ก็คือเทพเจ้าที่ชาวต่างเผ่าที่นี่ศรัทธานี่เอง“หากเจ้าไม่ได้รังเกียจงูละก็ เช่นนั้นก็จงรอรับความประหลาดใจครั้งใหญ่จากข้าและปาถูเอ่อร์ได้เลย”หลานซื่อส่ายหน้า “ข้าไม่ได้รังเกียจงู เพียงแต่พวกท่านอย่าได้ลำบากเลย พรุ่งนี้ก็ต้องออกเดินทางแล้ว สองวันนี้ควรระมัดระวังไว้ดีกว่า”“เจ้าวางใจเถิด ข้าและปาถูเอ่อร์จะเตรียมตัวให้พร้อมแล้วค่อยลงมือ”ไป๋เยวี่ยโหรวตบไหล่หลานซื่อเบา ๆ พลางเอ่ยปากด้วยรอยยิ้ม และไม่ได้พูดอะไรมากมายหลังจา

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1251

    ปีแล้วปีเล่าผ่านพ้นไป ไป๋เยวี่ยโหรวยอมรับความจริงได้แล้วด้วยซ้ำแต่บัดนี้ นางฟื้นคืนสภาพเดิมแล้วเพียงชั่วข้ามคืนเท่านั้นไม่ใช่แค่นางที่ไม่กล้าเชื่อ ปาถูเอ่อร์เองก็เช่นเดียวกันเพียงแต่สิ่งที่ปาถูเอ่อร์ตกตะลึงไม่ใช่เรื่องที่ไป๋เยวี่ยโหรวได้รับการรักษาจนหายต่างจากไป๋เยวี่ยโหรวที่ถอดใจไปแล้วก่อนหน้านี้ก็คือ ความจริงแล้วหลายปีมานี้ปาถูเอ่อร์เฝ้าตามหาหมอกู่ที่เก่งกาจมาโดยตลอด เพียงแต่เมื่อก่อนเขาไม่สามารถออกจากเขตหวงห้ามได้ จึงหาคนได้จำกัดดังนั้นจุดประสงค์ก่อนหน้านี้ที่คิดจะพาไป๋เยวี่ยโหรวออกจากเขตหวงห้ามไปด้วยกัน ก็ไม่ใช่เพียงเพื่อตามหาเด็กคนนั้นเท่านั้น แต่ยังเพื่อไปตามหาหมอกู่ที่เก่งกาจกว่าเดิมจากข้างนอก ไปตามหาหมอที่มีวิชาแพทย์ล้ำเลิศในต้าหมิงด้วยแต่เรื่องไม่คาดฝันกลับเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาและเยวี่ยโหรวไม่สามารถออกจากเขตหวงห้ามได้ แต่สิ่งที่ทำให้เขายิ่งคาดไม่ถึงก็คือ ทุกอย่างนี้กลับพลิกผันขึ้นอีกครั้ง!เยวี่ยโหรวฟื้นคืนสภาพเดิมแล้ว!ความดีใจที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันถาโถมใส่จนปาถูเอ่อร์ถึงกับมึนงงเขาเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก “นี่...นี่ไม่ใช่ความฝันใช่ไหม? เยวี่ยโหร

  • หลังบวชชี บรรดาท่านพี่ก็อ้อนวอนให้ข้าสึก   บทที่ 1250

    “ทะลุเป้าหนึ่งล้าน?”หลานซื่อถามอย่างประหลาดใจ “ไหนบอกว่าผู้ค้าแมลงกู่รายใหญ่สองเจ้านั้นมีฝูงแมลงกู่ในมือเพียงสองแสนกว่าตัวไม่ใช่หรือ?”ปาถูเอ่อร์กล่าวอย่างภาคภูมิใจเล็ก ๆ “เดิมทีก็มีเพียงสองแสนกว่า แต่ตาเฒ่าสองคนนี้บังอาจเล่นตุกติกกับข้า แล้วยังถูกข้าจับได้เสียด้วย เช่นนี้จะไม่ให้พวกเขาขอโทษสักหน่อยหรือ?”ดังนั้นเขาจึงบังคับให้ผู้ค้าแมลงกู่รายใหญ่ทั้งสองพยายามคิดหาทางรวบรวมมาเพิ่มอีกสองแสนกว่า ด้วยฐานะชินอ๋องอันน่าเกรงขามของเขา บวกกับหมัดของหยินเป่ย ตาเฒ่าสองคนต่อให้ไม่อยากรวบรวมก็ต้องทำให้ได้ฝูงแมลงกู่ทั้งหมดประมาณห้าแสนตัว เมื่อรวมกับเมื่อสองวันก่อน ก็ทะลุเป้าหนึ่งล้านแล้วมิใช่หรือ“ตาเฒ่าสองคนนั้นยังรออยู่ที่นั่น ตอนนี้เจ้าต้องไปแล้ว มิเช่นนั้นหากปล่อยไว้นาน ฝูงแมลงกู่จำนวนมหาศาลเช่นนั้นอาจสูญเสียการควบคุมได้”แม้พวกเขาจะให้นักพรตกู่คอยเฝ้าอยู่ที่นั่น แต่หากฝูงแมลงกู่จำนวนมากมายเช่นนั้นเกิดสูญเสียการควบคุมขึ้นมาจริง ๆ ให้นักพรตกู่ยื้อไว้สักชั่วยามสองชั่วยามก็พอไหว แต่นานไปคงอ่อนแรง“ทำได้ไม่เลว”หลานซื่อพยักหน้าพลางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ลำบากท่านอ๋องเสียแล้ว พอดีเลย ในเมื่อจำนว

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status