Mag-log inตอนมีชีวิตอยู่ก็ยากจนแสนเข็ญ เมื่อตกตายไป ยังต้องเข้ามาอยู่ในร่างของคุณหนูตกอับที่อาภัพรัก ถูกคู่หมายทิ้งร้าง จนนางเฝ้าถามฟ้าดินว่าเหตุใดไม่ปล่อยให้นางตายไปเสีย ตายแล้วตายเลยมิได้หรืออย่างไรกัน!!! เรื่องย่อ ผู้จัดการร้านเหล้าชื่อดัง กลับต้องกลายมาเป็นคุณหนูตกอับแห่งสกุลเหอ เหอหลี่น่า ทั้งที่ตายตกไปแล้ว เหตุใดยังฟื้นตื่นขึ้นมาอีกเล่า วิบากกรรมอันใดที่เคยก่อ จึงต้องมาใช้ชีวิตลำบากลำบนเช่นนี้ ครอบครัวถูกโกง ผู้คนมินับหน้าถือตา คู่หมายที่ให้คำมั่นกันไว้ก็แต่งสตรีอื่นเข้ามาแทนที่ คอยดูเถิด ข้าจะเป็นเศรษฐีนีของแคว้นให้ดู เหอหลี่น่า VS จ้าวหวังหย่ง “ทาบทาม หมายถึงแต่งงานน่ะหรือ” “ใช่” “ไม่ต้องๆ ข้ามิได้คิดมาก แต่ท่านต้องรีบไปซื้อยาห้ามครรภ์มาให้ข้า” “เหตุใดต้องดื่ม ข้าจะรับผิดชอบทุกอย่าง” “ข้าจะดื่ม แล้วข้าก็จะไม่แต่งด้วย!”
view moreหวังหย่งที่นั่งข้างเหิงเยว่ รีบขยับโยกย้ายตนเองมาหาหลี่น่าที่ยืนอยู่อีกฝั่ง แล้วเอียงหูให้ฮูหยินของตนบิดบ้าง“จะให้ข้าบิดหรือ”“อืม พี่สมควรถูกลงโทษเช่นกัน อึก!” เมื่อสามีว่าดังนั้น หลี่น่าก็มิคิดจะออมแรง แม้ยังไม่รู้ว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร แต่ความผิดที่หวังหย่งมิเอ่ยกับนางตามตรงถือว่าเขาผิด“ขะ ข้าเล่าแล้วขอรับ เล่าแล้วๆ” นายกองฉีเหลือบมองคณิกาสาวคนหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ทุกคนฟัง“แท้จริงแล้ว ข้าชมชอบแม่นางซีซีอยู่ขอรับ…” แม่นางซีซีเป็นหญิงคณิกาที่พึ่งเข้ามาทำงานที่หอเลี่ยงเยว่ นางปรนนิบัตินายกองฉีเป็นคนแรก เขาจึงได้รู้ชีวิตที่แสนรันทดของนางนายกองฉีตั้งใจจะมาพูดคุยกับนาง และขอไถ่ตัวนางออกจากหอนางโลมแห่งนี้ ด้วยนายกองฉีมิได้มีญาติที่ใด จึงขอให้ท่านแม่ทัพที่เป็นนายของตนและเหิงเยว่ มาช่วยพูดคุย ถือเป็นการให้เกียรติฝ่ายหญิง“เรื่องก็เป็นเช่นนี้ขอรับ ฮูหยินทั้งสองโปรดคลายมือด้วย” เมื่อได้ฟังเรื่องราวที่แท้จริง หลี่น่ากับหยู่เยียนก็ใจเย็นลงได้“เหตุใดมิเอ่ยเรื่องนี้กับข้าเล่า หากว่านายกองฉีต้องการเช่นนี้ ข้าจะได้ให้ แม่สื่อแม่ชักมาจัดการ เรื่องเช่นนี้ปล่อยให้บุรุษจัดการกัน
แปลก แปลกเป็นที่สุดวันนี้หวังหย่งมิได้ไปทำงานค่ายทหาร พ่อแม่และบุตรทั้งสามจึงได้อยู่กันพร้อมหน้า ทว่าท่าทางลุกลี้ลุกลนของสามี ทำให้หลี่น่านึกสงสัยอยู่ไม่น้อย“ยามเซิน (15:00 – 16:59 น.) ย่าทวดจะกลับมาจากอารามแล้ว”“จริงหรือขอรับท่านแม่ ข้าคิดถึงท่านย่าทวดยิ่งนัก ใช่หรือไม่อาเหว่ย ซินเอ๋อร์” หลี่น่าหัวเราะบุตรชายคนโต ที่เอาแต่หาพวกพ้อง ไม่ว่าเรื่องใดก็ต้องถามน้องชายกับน้องสาวว่าคิดเหมือนตนหรือไม่“เช่นนั้นก็อย่าลืมไปรอรับท่านย่าทวดเล่า ท่านจะได้ชื่นใจ” หวังหย่งลูบหัวเล็กของบุตรชายเบาๆ พลางเหลือบมองภรรยาด้วยแววตาลังเล“ขอรับท่านพ่อ”“ว่าแต่ท่านเถิด มีเรื่องใดจะบอกข้าหรือไม่ เห็นท่านมองข้าหลายทีแล้ว”“มิ มิมีอันใด พี่- พี่เพียงอยากมองฮูหยินของพี่เท่านั้น” ทั้งที่เป็นคำที่ตนเองก็เคยพูด แต่เหตุใดจึงตะกุกตะกักเช่นนี้เล่า ทั้งเหงื่อสีใสยังไม่เป็นใจ ผุดขึ้นมาทั่วกรอบหน้า“เจ้าค่ะๆ ไม่มีก็ไม่มี” หลี่น่ามิคิดจะคาดคั้น เพราะอยู่ต่อหน้าบุตร ประเดี๋ยวจะเสียบรรยากาศเปล่าๆ นางจึงหันมาชวนบุตรวาดภาพกันแทนเมื่อเข้าสู่ยามเซิน (15:00 – 16:59 น.) หวังหย่งและหลี่น่าก็พาบุตรมารอรับท่านย่าอยู่หน้าเรือน เด็
“ข้ามาแล้วขอรับ ท่านแม่ทัพจะให้ข้าพาคุณชายกับคุณหนูไปเล่นข้างนอกใช่หรือไม่” นายกองฉีเคยดูแลคุณชายและคุณหนูอยู่บ่อยครั้ง ตอนที่ฮูหยินพาพวกเขามาเยี่ยมท่านแม่ทัพที่ค่าย จึงพอจะสนิทชิดเชื้อกันอยู่บ้าง“มาแล้วก็มานั่งนี่” หวังหย่งลุกขึ้นจากเก้าอี้ ก่อนจะชี้ให้นายกองฉีมานั่งแทนที่ของตน“ขอรับ?”“ไปนั่งเสีย แล้วอ่านเอกสารให้ข้า อย่าให้ตกหล่นเล่า” นายกองฉีทำหน้าเหลอหลา พลางเดินไปนั่งตามที่เจ้านายสั่ง สองมือหยิบเอกสารขึ้นมาอ่านออกเสียงให้แม่ทัพหนุ่มได้ยินส่วนหวังหย่งก็เล่นกับบุตรไปด้วย ฟังเสียงจากนายกองคนสนิทไปด้วย ในเมื่อเขาเอ่ยบอกภรรยาแล้ว ว่าจะอาสาเลี้ยงดูบุตรด้วยตนเอง ดังนั้นเขาก็ต้องเล่นกับลูก ส่วนเรื่องงานนั้น…ก็ขอให้ผู้อื่นช่วยแล้วกันด้านหลี่น่าที่พึ่งกลับมาจากการไปดูโรงกลั่น ก็ตรงมาที่ค่ายทหารทันที เมื่อเข้าไปในกระโจมส่วนตัวของสามี ก็พบว่าสี่พ่อลูกนอนหลับกันสนิท ใบหน้าของพวกเขาต่างเลอะสี โดยเฉพาะหวังหย่ง ที่เปรอะเปื้อนกว่าลูกๆ เสียอีก“คิกๆ เนื้อตัวเปรอะเปื้อนราวกับเด็กน้อย” นิ้วเรียวถูเบาๆ ไปที่รอยเปื้อน และด้วยสัญชาตญาณของทหาร มือหนาจึงจับภรรยาที่แอบกินเต้าหู้ได้อย่างคาหนังคาเขา“อ
“ทะ ท่านแม่ทัพ เหตุใด…” ทหารในค่ายต่างหันมองมาที่หวังหย่งเป็นตาเดียว จะมิให้พวกเขามองได้อย่างไร เพราะบัดนี้แม่ทัพใหญ่ผู้เกรียงไกรของแคว้น กำลังหอบหิ้วบุตรทั้งสามและตะกร้ามาถึงสองใบ“ระวังแมลงจะบินเข้าปาก” เมื่อถูกนายค่อนแคะ เหล่าทหารก็รีบงับปากทันที นายกองสองคนที่ทำงานใกล้ชิดท่านแม่ทัพรีบเข้าไปช่วยถือข้าวของต่างๆ“ท่านพ่อ ข้าอยากยิงธนู ฟิ้ว ฟิ้ว” บุตรชายคนโตอย่างจ้าวเฟยอวี๋ รบเร้าให้บิดาพาไปยิงธนูอย่างเคย“ได้ๆ แต่ต้องนำของไปเก็บก่อน เข้าใจหรือไม่” วันนี้หวังหย่งพาบุตรทั้งสามมาที่ค่ายด้วย เพราะท่านย่าของเขาไปถือศีลที่อาราม ส่วนฮูหยินรักก็พาสกุลเหอไปดูโรงกลั่นสุราอีกแห่งที่พึ่งสร้างเสร็จ เขาจึงอาสาพาบุตรทั้งสามมาด้วยจ้าวเฟยอวี๋เป็นบุตรชายคนโต อายุได้ห้าหนาว จ้าวหลีเหว่ยเป็นบุตรชายคนรอง อายุได้สามหนาว และสุดท้าย จ้าวซินหยานบุตรสาวคนเล็กที่อายุเพียงหนึ่งหนาว“เข้าใจขอรับ ข้าช่วยขนอาเหว่ยไปที่กระโจมเองขอรับ” ด้วยเฟยอวี๋เคยมาที่ค่ายทหารกับบิดาแล้ว เขาจึงพอจำที่ทางต่างๆ ได้ เด็กชายจึงเข้าไปรวบตัวน้องชายแล้วพาไปที่กระโจม“เห้อ อาอวี๋นะอาอวี๋ ทำราวกับน้องชายเป็นกระสอบข้าวสารไปได้” นายกองทั้ง

















