LOGINตอนมีชีวิตอยู่ก็ยากจนแสนเข็ญ เมื่อตกตายไป ยังต้องเข้ามาอยู่ในร่างของคุณหนูตกอับที่อาภัพรัก ถูกคู่หมายทิ้งร้าง จนนางเฝ้าถามฟ้าดินว่าเหตุใดไม่ปล่อยให้นางตายไปเสีย ตายแล้วตายเลยมิได้หรืออย่างไรกัน!!! เรื่องย่อ ผู้จัดการร้านเหล้าชื่อดัง กลับต้องกลายมาเป็นคุณหนูตกอับแห่งสกุลเหอ เหอหลี่น่า ทั้งที่ตายตกไปแล้ว เหตุใดยังฟื้นตื่นขึ้นมาอีกเล่า วิบากกรรมอันใดที่เคยก่อ จึงต้องมาใช้ชีวิตลำบากลำบนเช่นนี้ ครอบครัวถูกโกง ผู้คนมินับหน้าถือตา คู่หมายที่ให้คำมั่นกันไว้ก็แต่งสตรีอื่นเข้ามาแทนที่ คอยดูเถิด ข้าจะเป็นเศรษฐีนีของแคว้นให้ดู เหอหลี่น่า VS จ้าวหวังหย่ง “ทาบทาม หมายถึงแต่งงานน่ะหรือ” “ใช่” “ไม่ต้องๆ ข้ามิได้คิดมาก แต่ท่านต้องรีบไปซื้อยาห้ามครรภ์มาให้ข้า” “เหตุใดต้องดื่ม ข้าจะรับผิดชอบทุกอย่าง” “ข้าจะดื่ม แล้วข้าก็จะไม่แต่งด้วย!”
View More평번한 여대생이었던 '이지수'의 세상은 '강도진'은 만나고 완전히 변했다.
언제나 부모님과 오빠의 과잉보호 속에 기사님이 태워 주시는 차와 가정부의 가사 관리 속에만있던 지수에서 생애 처음으로 모든일은 스스로 하는 생활은 힘들고 신기하기만 했다. 하지만 그 중에서 가장 힘들었던 것은 큰차가 아닌 작은차에 적응하는 것 그리고 그것을 관리하는 일이었다. 그래서 새로운 친구도 만날겸 지수가 타고다니는 경차 동호회에 가입하였다. 그곳에서 지수는 스물둘의 강도진을 만났다.
도진은 185의 훤칠한 키에 다부진 어깨, 오똑한 콧날에 강아지처럼 처진 무쌍꺼플 눈매의 다정하고 빛나는 눈빛을 가지고 있었다. 그는 동호회의 부위가 메이커 이자 자타공인 자동차 전문가 였다.
지수는 도진의 부드러운 눈이 좋았고 가늘고 길지만 자동차를 만져서 생긴 굳은살이 조금 있는 손이 좋았다, 도진의 작은 배려심이 좋았다. 그렇게 두사람은 연인이 되었고 만난지 3년이 되었을때 평생을 함께할 부부가 되었다.
그로부터 5년이 흘렀다. 그를 안 지 어느덧 8년째.
다섯 번의 난임 치료, 계속되는 실패는 지수의 몸과 마음과 정신을 갈기갈기 찢어 놓았다.
지수의 배에는 주삿자국이 그 실패를 잊지 말라는 낙인처럼 가득했다. 호르몬의 부작용은 늘 화려한 장미같았던 지수의 모습을 사라지게 만들었다. 퉁퉁 부어 오른 몸과 우울한 표정은비바람에 꺾여 시든 장미와 같았다.
반면 남편 도진은 가업이던 A국의 기성복을 만들던 세강기업을 이어받아 VVIP만을 대상으로 하는 철저한 고급화 전략으로 럭셔리 종합 패션 기업 CB그룹으로 성장시킨 장본이이었다. 기업이 성장하면서 지수만을 배려하던 따뜻하고 배려심 넘치던 도진은 차갑고 예민한 사람으로 변해있었다.
"쉐엑, 쉐엑, 하아.. 윽.."
다섯 번째 시술은 지수를 벼랑 끝으로 몰아 넣었다. 과배란 요도로 무로 서른세개의 난자를 채취한 대가는 혹독했다.
부작용으로 복수가 차 오른 배는 만삭 임산부처럼 산만해졌다. 매일 아침 병원에서 복수를 빼고 있었지만 지옥은 낮동안 다시 차오른 복수로 누울수도 앉을수도 없는 밤에 찾아 왔다. 누우면 차오른 복수가 횡격막을 눌러 숨통을 조여왔고, 앉으면 골반뼈를 짖누를는 압박감에 허리가 끊어질 듯한 통장이 밀려왔다. 지난 7일간 지수는 단 한 순간도 깊은 잠에 들지 못했다.
식은땀이 비 오듯 흘렀다. 안생은 창백하게 질려갔고 수면부족과 영양 실조로 말 한마디 내뱉을 기운조차 없었다, 쪽잠에서 깨어 시계를 보느 새벽 3시를 넘어가고 있었다. 이대로는 정말 죽을지도 모른다는 공포가 엄습했다. 당장 응급실에 가서 복수를 빼야 했다. 지수는 떨리는 손으로 옆자리를 더듬었다.
"도진씨.. 여보.."
갈라진 목소리가 허공을 맴돌았다. 침대의 옆자리는 얼음장처럼 차갑기만 했다. 늦는다는 연락조차 없었다.
6개월 전부터 조금씩 늦어지던 도진의 귀가는 이젠 당연한 외박으로 이어지고 있었다. 지수는 바르르 떨리는 손으로 휴대폰을 들어 그에게 전화를 걸었다. 한번, 두번.. 수신음이 이어질수록 지숙의 심장은 바닥으로 가라앉았다.받지 않는 전화를 붙들고 지수는 이제 실망이 아닌, 익숙한 체념을 받아들였다. 도진이 받지 않을 거라는 지수의 낮은 기대를 그는 결코 배신하는 법이 없었다.
หวังหย่งที่นั่งข้างเหิงเยว่ รีบขยับโยกย้ายตนเองมาหาหลี่น่าที่ยืนอยู่อีกฝั่ง แล้วเอียงหูให้ฮูหยินของตนบิดบ้าง“จะให้ข้าบิดหรือ”“อืม พี่สมควรถูกลงโทษเช่นกัน อึก!” เมื่อสามีว่าดังนั้น หลี่น่าก็มิคิดจะออมแรง แม้ยังไม่รู้ว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร แต่ความผิดที่หวังหย่งมิเอ่ยกับนางตามตรงถือว่าเขาผิด“ขะ ข้าเล่าแล้วขอรับ เล่าแล้วๆ” นายกองฉีเหลือบมองคณิกาสาวคนหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ทุกคนฟัง“แท้จริงแล้ว ข้าชมชอบแม่นางซีซีอยู่ขอรับ…” แม่นางซีซีเป็นหญิงคณิกาที่พึ่งเข้ามาทำงานที่หอเลี่ยงเยว่ นางปรนนิบัตินายกองฉีเป็นคนแรก เขาจึงได้รู้ชีวิตที่แสนรันทดของนางนายกองฉีตั้งใจจะมาพูดคุยกับนาง และขอไถ่ตัวนางออกจากหอนางโลมแห่งนี้ ด้วยนายกองฉีมิได้มีญาติที่ใด จึงขอให้ท่านแม่ทัพที่เป็นนายของตนและเหิงเยว่ มาช่วยพูดคุย ถือเป็นการให้เกียรติฝ่ายหญิง“เรื่องก็เป็นเช่นนี้ขอรับ ฮูหยินทั้งสองโปรดคลายมือด้วย” เมื่อได้ฟังเรื่องราวที่แท้จริง หลี่น่ากับหยู่เยียนก็ใจเย็นลงได้“เหตุใดมิเอ่ยเรื่องนี้กับข้าเล่า หากว่านายกองฉีต้องการเช่นนี้ ข้าจะได้ให้ แม่สื่อแม่ชักมาจัดการ เรื่องเช่นนี้ปล่อยให้บุรุษจัดการกัน
แปลก แปลกเป็นที่สุดวันนี้หวังหย่งมิได้ไปทำงานค่ายทหาร พ่อแม่และบุตรทั้งสามจึงได้อยู่กันพร้อมหน้า ทว่าท่าทางลุกลี้ลุกลนของสามี ทำให้หลี่น่านึกสงสัยอยู่ไม่น้อย“ยามเซิน (15:00 – 16:59 น.) ย่าทวดจะกลับมาจากอารามแล้ว”“จริงหรือขอรับท่านแม่ ข้าคิดถึงท่านย่าทวดยิ่งนัก ใช่หรือไม่อาเหว่ย ซินเอ๋อร์” หลี่น่าหัวเราะบุตรชายคนโต ที่เอาแต่หาพวกพ้อง ไม่ว่าเรื่องใดก็ต้องถามน้องชายกับน้องสาวว่าคิดเหมือนตนหรือไม่“เช่นนั้นก็อย่าลืมไปรอรับท่านย่าทวดเล่า ท่านจะได้ชื่นใจ” หวังหย่งลูบหัวเล็กของบุตรชายเบาๆ พลางเหลือบมองภรรยาด้วยแววตาลังเล“ขอรับท่านพ่อ”“ว่าแต่ท่านเถิด มีเรื่องใดจะบอกข้าหรือไม่ เห็นท่านมองข้าหลายทีแล้ว”“มิ มิมีอันใด พี่- พี่เพียงอยากมองฮูหยินของพี่เท่านั้น” ทั้งที่เป็นคำที่ตนเองก็เคยพูด แต่เหตุใดจึงตะกุกตะกักเช่นนี้เล่า ทั้งเหงื่อสีใสยังไม่เป็นใจ ผุดขึ้นมาทั่วกรอบหน้า“เจ้าค่ะๆ ไม่มีก็ไม่มี” หลี่น่ามิคิดจะคาดคั้น เพราะอยู่ต่อหน้าบุตร ประเดี๋ยวจะเสียบรรยากาศเปล่าๆ นางจึงหันมาชวนบุตรวาดภาพกันแทนเมื่อเข้าสู่ยามเซิน (15:00 – 16:59 น.) หวังหย่งและหลี่น่าก็พาบุตรมารอรับท่านย่าอยู่หน้าเรือน เด็
“ข้ามาแล้วขอรับ ท่านแม่ทัพจะให้ข้าพาคุณชายกับคุณหนูไปเล่นข้างนอกใช่หรือไม่” นายกองฉีเคยดูแลคุณชายและคุณหนูอยู่บ่อยครั้ง ตอนที่ฮูหยินพาพวกเขามาเยี่ยมท่านแม่ทัพที่ค่าย จึงพอจะสนิทชิดเชื้อกันอยู่บ้าง“มาแล้วก็มานั่งนี่” หวังหย่งลุกขึ้นจากเก้าอี้ ก่อนจะชี้ให้นายกองฉีมานั่งแทนที่ของตน“ขอรับ?”“ไปนั่งเสีย แล้วอ่านเอกสารให้ข้า อย่าให้ตกหล่นเล่า” นายกองฉีทำหน้าเหลอหลา พลางเดินไปนั่งตามที่เจ้านายสั่ง สองมือหยิบเอกสารขึ้นมาอ่านออกเสียงให้แม่ทัพหนุ่มได้ยินส่วนหวังหย่งก็เล่นกับบุตรไปด้วย ฟังเสียงจากนายกองคนสนิทไปด้วย ในเมื่อเขาเอ่ยบอกภรรยาแล้ว ว่าจะอาสาเลี้ยงดูบุตรด้วยตนเอง ดังนั้นเขาก็ต้องเล่นกับลูก ส่วนเรื่องงานนั้น…ก็ขอให้ผู้อื่นช่วยแล้วกันด้านหลี่น่าที่พึ่งกลับมาจากการไปดูโรงกลั่น ก็ตรงมาที่ค่ายทหารทันที เมื่อเข้าไปในกระโจมส่วนตัวของสามี ก็พบว่าสี่พ่อลูกนอนหลับกันสนิท ใบหน้าของพวกเขาต่างเลอะสี โดยเฉพาะหวังหย่ง ที่เปรอะเปื้อนกว่าลูกๆ เสียอีก“คิกๆ เนื้อตัวเปรอะเปื้อนราวกับเด็กน้อย” นิ้วเรียวถูเบาๆ ไปที่รอยเปื้อน และด้วยสัญชาตญาณของทหาร มือหนาจึงจับภรรยาที่แอบกินเต้าหู้ได้อย่างคาหนังคาเขา“อ
“ทะ ท่านแม่ทัพ เหตุใด…” ทหารในค่ายต่างหันมองมาที่หวังหย่งเป็นตาเดียว จะมิให้พวกเขามองได้อย่างไร เพราะบัดนี้แม่ทัพใหญ่ผู้เกรียงไกรของแคว้น กำลังหอบหิ้วบุตรทั้งสามและตะกร้ามาถึงสองใบ“ระวังแมลงจะบินเข้าปาก” เมื่อถูกนายค่อนแคะ เหล่าทหารก็รีบงับปากทันที นายกองสองคนที่ทำงานใกล้ชิดท่านแม่ทัพรีบเข้าไปช่วยถือข้าวของต่างๆ“ท่านพ่อ ข้าอยากยิงธนู ฟิ้ว ฟิ้ว” บุตรชายคนโตอย่างจ้าวเฟยอวี๋ รบเร้าให้บิดาพาไปยิงธนูอย่างเคย“ได้ๆ แต่ต้องนำของไปเก็บก่อน เข้าใจหรือไม่” วันนี้หวังหย่งพาบุตรทั้งสามมาที่ค่ายด้วย เพราะท่านย่าของเขาไปถือศีลที่อาราม ส่วนฮูหยินรักก็พาสกุลเหอไปดูโรงกลั่นสุราอีกแห่งที่พึ่งสร้างเสร็จ เขาจึงอาสาพาบุตรทั้งสามมาด้วยจ้าวเฟยอวี๋เป็นบุตรชายคนโต อายุได้ห้าหนาว จ้าวหลีเหว่ยเป็นบุตรชายคนรอง อายุได้สามหนาว และสุดท้าย จ้าวซินหยานบุตรสาวคนเล็กที่อายุเพียงหนึ่งหนาว“เข้าใจขอรับ ข้าช่วยขนอาเหว่ยไปที่กระโจมเองขอรับ” ด้วยเฟยอวี๋เคยมาที่ค่ายทหารกับบิดาแล้ว เขาจึงพอจำที่ทางต่างๆ ได้ เด็กชายจึงเข้าไปรวบตัวน้องชายแล้วพาไปที่กระโจม“เห้อ อาอวี๋นะอาอวี๋ ทำราวกับน้องชายเป็นกระสอบข้าวสารไปได้” นายกองทั้ง
ยามเช้าตรู่ควรจะเป็นเวลาพักของหญิงชราในเรือน ทว่าบัดนี้ จ้าวผู่เยว่กลับมายืนสั่งการบ่าวไพร่ให้จัดเตรียมของจำเป็น“เคี่ยวให้มันดีๆ คนเบาๆ” ฮูหยินเฒ่าชี้มือสั่งการบ่าวในโรงครัว สมุนไพรหายากพวกนี้ กว่าจะได้มา ใช่เงินทองมากมายทีเดียว จะทำให้เสียหายมิได้เด็ดขาด“ฮูหยินเจ้าคะ อ่างน้ำเตรียมเสร็จแล้วเจ้าค่
หลังจากพาสามีไปผ่อนคลายที่น้ำตก หลี่น่าก็หลับคาอกแกร่งไปเลยทีเดียว มิรู้ด้วยซ้ำว่ามาถึงกระโจมเมื่อใด จนถูกคนสนิทหยอกเย้าอยู่หลายวัน นับจากนั้นไม่กี่วัน หวังหย่งก็สั่งทหารเก็บสัมภาระและจัดตั้งทัพ เพื่อเดินทางกลับเมืองหลวงตามคำสั่งขององค์กษัตริย์“ข้าขอบใจชาวบ้านทุกคนที่เข้าร่วมกองทัพในครั้งนี้ แม้คร
“ข้าจะทำอย่างไรดีเอินเอิน” หลังจากที่พูดคุยกับรองแม่ทัพหยวน หวังหย่งก็ออกคำสั่งย้ายหยวนฮุ่ยหวงไปประจำการที่ชายแดนทางใต้ทันที ซึ่งหลี่น่าเองก็เห็นด้วย เพราะอย่างไรเสียก็คงทนมองหน้ากันไม่ได้ รอให้บาดแผลค่อยๆ จางหายไปเสียก่อน“ท่านแม่ทัพเป็นอันใดหรือเจ้าคะ”“ข้าพูดได้ไม่มาก เอาเป็นว่าเขากำลังเสียใจอยู
หยวนฮุ่ยหวง เด็กชายที่เติบโตมาในสกุลจ้าว ผู้คนต่างเอ่ยว่าเขาโชคดี ที่ประมุขและฮูหยินของเรือนรักใคร่ เลี้ยงดูเขาเฉกเช่นบุตรชายอีกคน ทว่าพวกเขาเหล่านั้นมิเคยรู้เลยว่า ทุกคืนวัน เด็กน้อยจะต้องทนฟังเสียงของมารดาผู้ให้กำเนิดร้องไห้ปานขาดใจ ทุกครั้งที่ท่านเสนาบดีเข้ามาในเรือนของสองแม่ลูกมารดาของเขาทำได้











