Share

บทที่ 5

Penulis: ฟากฝั่งไร้กังวล
ฉันมองไปอย่างประหม่า ก็เห็นเขาพันผ้าเช็ดตัวผืนเดียวเดินออกมาจากข้างใน

เขามีรูปร่างมาตรฐานแบบไหล่กว้างเอวสอบ สัดส่วนร่างกายดีเยี่ยม

ผิวไม่คล้ำ แต่ก็ไม่ใช่ขาวแบบคนอ่อนแอ ทว่าเปล่งปลั่งไปด้วยความมีสุขภาพดีและแข็งแรง

เมื่อก่อนฉันไม่ยอมให้เขาเปลือยกายต่อหน้า งานเลี้ยงรุ่นครั้งนั้นฉันก็เมาไม่ได้สติตลอดทั้งงาน เลยไม่เคยรู้มาก่อนว่ารูปร่างของเขาจะดีขนาดนี้

พอรู้ตัวว่าเผลอเหม่อมองร่างกายเขา ฉันก็รีบเบือนหน้าหนีด้วยความขัดเขิน

ผู้ชายคนนั้นเดินมาหยุดตรงหน้าฉันอย่างรวดเร็ว พร้อมกับไอความร้อนที่แผ่ซ่านออกมา

ฉันหดตัวถอยหลังด้วยความตื่นตระหนก ถามเขาเสียงตะกุกตะกัก “คุณ...คุณกลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ หิวไหม หรือว่าฉัน...ฉันไปทำอะไรให้กินเอาไหมคะ”

“ทำอะไรให้กินเหรอ” ผู้ชายคนนั้นหัวเราะเบา ๆ น้ำเสียงแฝงความเย้ยหยันอยู่บ้าง “นอกจากกินแล้ว คุณยังทำอาหารอะไรเป็นด้วยเหรอ”

คำพูดนี้ทำเอาฉันพูดไม่ออก

ในสายตาเขา ฉันคงเป็นแค่คุณหนูที่ไม่ได้เรื่องไม่ได้ราวอะไรสักอย่าง

แต่ความจริงก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ นอกจากเต้นรำแล้ว ฉันยังทำอะไรเป็นอีกบ้าง ตัวฉันเองยังตอบไม่ได้เลย

จู่ ๆ ผู้ชายคนนั้นก็โน้มตัวเข้ามาใกล้ฉัน ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดข้างหู ปลุกปั่นเส้นประสาทของฉัน

“ความจริง นอกจากทำอาหารแล้ว คุณยังทำอย่างอื่นให้ผมอารมณ์ดีได้นะ”

ดวงตาของเขาล้ำลึก แฝงไปด้วยความปรารถนาอย่างโจ่งแจ้ง

ฉันรู้ดีว่าในฐานะเมียเก็บของเขา ตอนนี้ฉันควรรู้ความเข้าไปเอาอกเอาใจและปรนนิบัติเขา

แต่มือเท้าของฉันกลับไม่ยอมทำตามที่สมองสั่งการ

หลัก ๆ คงเป็นเพราะความแตกต่างมันมากเกินไป สุดท้ายแล้วฉันก็ยังปรับตัวเข้ากับสถานะเมียเก็บของเขาไม่ได้อยู่ดี

ขณะที่กำลังสับสน จู่ ๆ เขาก็โน้มตัวลงมาจูบฉัน

เป็นจูบที่ดุดันและรุนแรง แฝงไว้ด้วยความเอาแต่ใจ

ฉันสะดุ้งตกใจ ทุบตีไหล่เขาเพื่อต่อต้านตามสัญชาตญาณ

เขาผละออก ขมวดคิ้ว แค่นหัวเราะอย่างเย็นชา “ถ้าเปลี่ยนเป็นเฮ่ออี้เฉิน คุณคงไม่ต่อต้านแบบนี้ใช่ไหม”

เฮ่ออี้เฉินคือน้องชายของเขา

แต่นี่มันเกี่ยวอะไรกับเฮ่ออี้เฉินด้วยล่ะ

ใช่แล้ว เมื่อก่อนฉันเคยชอบเฮ่ออี้เฉินแบบเอาเป็นเอาตายจริง ๆ แต่ตั้งแต่แต่งงานกับเขา ฉันก็ไม่ได้ติดต่อกับเฮ่ออี้เฉินอีกเลย

สามปีแล้ว ฉันไม่เคยเจอเฮ่ออี้เฉินเลยสักครั้ง

ถ้าไม่ใช่เพราะจู่ ๆ เขาก็พูดขึ้นมา ฉันก็แทบจะลืมการมีอยู่ของเฮ่ออี้เฉินไปแล้วด้วยซ้ำ

“น้องชายผมใกล้จะกลับประเทศแล้ว คุณคงคิดถึงเขามากสินะ” ผู้ชายคนนั้นจ้องฉัน ดวงตาอันล้ำลึกทอประกายเย็นชาออกมาสายหนึ่ง

ฉันเลียริมฝีปาก กำลังจะอ้าปากบอกว่าคุณอย่ามาเดาส่งเดช

จู่ ๆ เขาก็หัวเราะเยาะตัวเองขึ้นมาอีก “ในใจคุณ ผมไม่เคยเทียบเฮ่ออี้เฉินได้เลย ต่อให้ตอนนี้ผมจะเก่งขึ้นแล้ว คุณก็ยังมองไม่เห็นผมอยู่ดีใช่ไหม”

เดี๋ยวนะ ทำไมรู้สึกว่าผู้ชายคนนี้แอบมีปมด้อยอยู่นิด ๆ ล่ะ

ฉันรีบพูด “เฮ่ออี้เฉินยอดเยี่ยมจริง ๆ แต่คุณ...”

“หุบปาก!”

จู่ ๆ ผู้ชายคนนั้นก็ตวาดเสียงต่ำ สีหน้าเย็นชาถึงขีดสุด

คำว่า ‘ยอดเยี่ยมกว่า’ ถูกฉันกลืนลงคอไปอย่างยากลำบาก

เขาโกรธอย่างเห็นได้ชัด ฉันเม้มริมฝีปากแน่น ไม่กล้าพูดอะไรอีก

เฮ่อจือโจวยืนพิงหน้าต่าง เขาจุดบุหรี่มวนหนึ่งพลางมองฉันด้วยรอยยิ้ม

ควันบุหรี่ถูกพ่นออกมา เสียงเนิบนาบไร้ความใส่ใจของเขาก็ดังแว่วมา “ดูท่าความหยิ่งผยองของคุณหนูใหญ่ถังยังไม่จางหายไปเลย ดูไม่ค่อยเหมาะจะเป็นเมียเก็บเท่าไหร่นะ”

ด้วยความกังวลว่าเขาจะเรียกคืนหนี้สินที่ใช้คืนให้บ้านฉันไป ฉันจึงรีบพูด “ไม่ใช่แบบนั้นนะ ฉัน...ฉันแค่ยังปรับตัวไม่ค่อยได้”

เฮ่อจือโจวหัวเราะเบา ๆ แฝงด้วยความเย้ยหยันอย่างเห็นได้ชัด

ฉันกัดริมฝีปาก ลงจากเตียงเดินไปหาเขา

ในเมื่อเลือกเดินเส้นทางนี้แล้ว มัวแต่อิดออดก็ดูจะดัดจริตเกินไปหน่อย

เมื่อมาหยุดตรงหน้าเขา ฉันก็เกาะไหล่เขาไว้ แล้วจูบริมฝีปาก จูบลำคอเขาอย่างเงอะงะ

ดวงตาของเขามืดครึ้มขึ้นมาทันที

ฉันเอามือไปลูบไล้แผงอกของเขา เลียนแบบพวกสาวสวยในบาร์ที่ชอบยั่วยวนผู้ชาย

แต่ฉันไม่รู้ว่าต้องทำยังไงต่อ มือจึงได้แต่ลูบคลำไปมาบนแผงอกของเขาอย่างทำตัวไม่ถูก

เขาหัวเราะเสียงต่ำ กุมมือฉันที่กำลังลูบสะเปะสะปะเอาไว้ น้ำเสียงแหบพร่าจนไม่เหลือเค้าเดิม “ทำไม่เป็นเหรอ”

ฉันหลุบตาลง ไม่กล้ามองเขา

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน   บทที่ 156

    เฮ่อจือโจวไม่ตอบฉัน เขาเพียงหันไปสั่งผู้ช่วย “ออกรถ!”รถสตาร์ตออกตัวทันทีเพราะแรงเฉื่อยทำให้ฉันหงายหลังไปอย่างรวดเร็ว ด้วยความกลัวตก ฉันจึงกอดเอวเขาไว้แน่นเสียงหัวเราะเบา ๆ ของเขาดังมาจากเหนือศีรษะ “ตอนคุณเมาดูจะเข้าหาเก่งกว่าตอนมีสติเยอะเลยนะ”อะไรนะเข้าหาเก่งอะไร ฟังไม่รู้เรื่อง!หงุดหงิดชะมัด เรื่องเงินลงทุนโปรเจกต์ยังไม่เรียบร้อยเลย เขาจะพาฉันไปไหนกันแน่เนี่ยฉันซบลงบนแผงอกเขาอย่างทรมาน ก่อนขยุ้มคอเสื้อเขาแล้วว่า “เฮ่อจือโจว เรากลับไปกันดีไหม กลับไปเซ็นสัญญาลงทุนให้เสร็จถ้าคุณยังมีข้อเรียกร้องอื่นกับฉันก็บอกมาได้เลย ขอแค่คุณยอมลงทุนในโปรเจกต์ของเราฉันจะบอกคุณให้นะ โปรเจกต์นี้ของเรามีศักยภาพมากจริง ๆ เจ้านายเราดูไม่ผิดหรอก ถ้าคุณลงทุน ถึงตอนนั้นรับรองว่าได้กำไรแน่...”“เหอะ!”เสียงหัวเราะเยาะเย็นชาของเขาดังมาจากเหนือศีรษะฉันค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น สบเข้ากับดวงตาที่เต็มไปด้วยความเย็นชาและเย้ยหยันของเขาพอดีวินาทีนี้ เขาแสดงความดูถูกและเหยียดหยามที่มีต่อฉันออกมาจนหมดเปลือกฉันเม้มปาก พูดเสียงอู้อี้ “เฮ่อจือโจว คุณอย่ามาดูถูกฉันนะ สักวันฉันต้องมีชีวิตที่ดีกว่าคุณให้ได้!”

  • หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน   บทที่ 155

    ฉันยังพูดไม่ทันจบ จู่ ๆ เขาก็ดันฉันติดกำแพงแล้วบดจูบอย่างรุนแรงเขาจูบอย่างดุดันและเร่งร้อน แฝงการลงโทษเอาไว้อย่างชัดเจนจูบที่รุกรานนั้นแทบจะช่วงชิงลมหายใจของฉันไปฉันอึดอัดจนหายใจไม่ออก ทำได้เพียงหลบเลี่ยงจูบของเขาไม่หยุดทว่าการหลบเลี่ยงของฉันเหมือนจะยิ่งทำให้เขาโกรธจัดมือข้างหนึ่งของเขารวบมือที่ดิ้นรนสะเปะสะปะของฉันไว้ ส่วนมืออีกข้างประคองท้ายทอยฉัน บดจูบหนักหน่วงยิ่งกว่าเมื่อครู่ริมฝีปากของฉันถูกเขาบดเบียดจนเจ็บไปหมดเมื่อหลบไม่พ้น ฉันจึงทำได้เพียงส่งเสียงอู้อี้ประท้วง“ปล่อยเธอ!”ตอนนั้นเอง น้ำเสียงทุ้มต่ำเย็นชาก็ดังขึ้นกะทันหันฟังดูคล้ายเสียงของกู้อี้มากเฮ่อจือโจวชะงักไปครู่หนึ่ง เขาปล่อยฉันแล้วหันไปมองฉันมองตามไปก็พบว่าเป็นกู้อี้จริง ๆกู้อี้ยืนอยู่ไม่ไกลนัก มือข้างหนึ่งคีบบุหรี่ อีกข้างล้วงกระเป๋า จ้องมองเฮ่อจือโจวอย่างเย็นชานี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นกู้อี้มองคนด้วยสายตาเย็นชาขนาดนี้เขาแค่นยิ้มเยาะเฮ่อจือโจว “ประธานเฮ่อคิดจะพาตัวพนักงานบริษัทผมไป ดูเหมือนจะยังไม่ได้รับความยินยอมจากผมเลยนะ”เฮ่อจือโจวหัวเราะเบา ๆ เขารวบตัวฉันเข้าไปกอด แล้วพูดกับกู้อี้ว่า “

  • หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน   บทที่ 154

    เฮ่อจือโจวแค่นหัวเราะ เขาย่อตัวลงมองฉัน “ตอนแรกไม่รู้งั้นเหรอ ถังอันหราน คุณหลอกใครอยู่”“ฉันไม่รู้จริง ๆ!” ฉันยันตัวกับพื้น ตะคอกกลับเสียงต่ำอย่างหมดแรงเฮ่อจือโจวสูบบุหรี่ เขายิ้มบางให้ฉัน “ได้ ถือว่าคุณไม่รู้จริง ๆ ก็ได้ แต่ก่อนจะมา คุณก็รู้เต็มอกว่าเขาคือบอสใหญ่ของบริษัทคุณ แล้วทำไมคุณถึงยังทนอยู่ที่บริษัทเขา ยังจะมาเป็นเพื่อนเขาที่นี่ แถมยังดิ้นรนหาเงินลงทุนให้เขาแทบเป็นแทบตายแบบนี้อีกล่ะ?!ถังอันหราน คุณบอกว่าพวกคุณไม่มีอะไรกัน คุณจะให้ผมเชื่อได้ยังไง”ชายหนุ่มจ้องฉันด้วยแววตาเยาะเย้ยฉันรู้ ไม่ว่าฉันจะพูดอะไรเขาก็ไม่มีวันเชื่อเขาเป็นแบบนี้มาตลอด ไม่เคยเชื่อใจฉัน มีเพียงความรังเกียจและเกลียดชังเท่านั้นไม่ว่ายังไงเรื่องก็เป็นแบบนี้แล้ว การลงทุนโปรเจกต์ของเฮ่ออี้เฉิน ฉันต้องช่วยเขาหาเงินทุนมาให้ได้ฉันกำมือแน่น มองไปทางเฮ่อจือโจว “เรื่องอื่นพักไว้ก่อน เรามาพูดถึงโปรเจกต์วันนี้ดีกว่า...”“ถังอันหราน!”จู่ ๆ เฮ่อจือโจวก็ตะคอกเสียงต่ำออกมาดวงตาของเขาแดงก่ำขณะจ้องเขม็งมาที่ฉัน “อยู่ต่อหน้าผมแล้ว คุณยังจะสนใจแต่เขาอีก!”ฉันส่ายหน้าอย่างจนใจ “คุณพูดเรื่องอะไรกันแน่ ฉันไม่ไ

  • หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน   บทที่ 153

    ฉันงงไปหมด ยังไม่ทันได้สติ เฮ่อจือโจวก็ดึงฉันก้าวยาว ๆ ออกไปข้างนอกแล้ว“คุณจะทำอะไร” ฉันพยายามสะบัดมือของเขาออกแต่เขาดึงไว้แน่นมาก ข้อมือของฉันถูกเขาดึงจนเจ็บแปลบเขาเหมือนจะโกรธมากและเดินเร็วมาก ฉันแทบจะถูกเขาลากไปทั้งตัวเดิมทีฉันก็ทรมานแทบตายอยู่แล้ว ในกระเพาะก็ปั่นป่วนอย่างหนักเขาลากฉันเดินแบบนี้ ฉันรู้สึกแค่ว่ากำลังจะอ้วกออกมาอยู่รอมร่อฉันจับแขนของเขา พูดอย่างทรมาน “ช้าหน่อย ๆ ฉัน...ฉันจะอ้วก...”เฮ่อจือโจวแค่นเสียงเย็นชา พอเลี้ยวผ่านหัวมุมก็ผลักฉันเข้าไปในห้องน้ำฉันรีบฟุบลงหน้าอ่างล้างมือแล้วอ้วกอย่างหนัก อ้วกเอาของที่กินเข้าไปวันนี้ออกมาจนหมด อ้วกจนสุดท้ายเหลือแค่น้ำย่อยในกระเพาะทรมานมาก ทั้งแสบร้อนและปวดไปหมดฉันยันตัวไว้บนอ่างล้างมืออย่างทุลักทุเล รู้สึกทรมานเสียยิ่งกว่าตายในกระจก ผู้ชายคนนั้นพิงกำแพงสูบบุหรี่ไปเรื่อยเปื่อย สายตาที่ปรายมองมาทางฉันเป็นครั้งคราวเย็นชาดุจมีดอันคมกริบฉันพักครู่หนึ่ง จากนั้นก็รองน้ำล้างหน้าน้ำเย็นเฉียบทำให้สติของฉันแจ่มใสขึ้นมาบ้างพอนึกถึงเรื่องการลงทุนในโปรเจกต์ ฉันก็หันกลับไปมองเขาอย่างยากลำบาก “คุณดึงฉันออกมาทำไม ยังมีเหล

  • หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน   บทที่ 152

    ในสายตาที่พร่ามัว ฉันมองเห็นเฮ่อจือโจวพ่นควันบุหรี่ออกมาเป็นวง ดวงตาสีดำอันเย็นชาคู่หนึ่งมองฉันอย่างเงียบ ๆเพราะกลัวว่าเขาจะรอจนหมดความอดทน ฉันจึงไม่กล้าพัก รีบยกเหล้าแก้วที่ห้าขึ้นมาขณะที่กำลังจะดื่ม จู่ ๆ ข้อมือก็ถูกมือใหญ่ข้างหนึ่งจับเอาไว้เฮ่ออี้เฉินมองฉันด้วยสีหน้าซับซ้อน “อันอัน ไม่ต้องดื่มแล้ว การลงทุนนี้น่ะ ฉันไม่เอาแล้ว”ฉันส่ายหน้า สลัดมือของเขาออก “ไม่ได้ ฉันรับปากนายแล้วก็ต้องทำให้ได้ ยังมีเหล้าอีกสี่แก้ว ฉันล้มเลิกกลางคันไม่ได้ ไม่งั้นสี่แก้วก่อนหน้านี้ฉันก็ดื่มไปเสียเปล่าสิ”ในเวลานี้ กู้อี้พลันพูดกับเฮ่อจือโจวว่า “ผมดื่มแทนเธอเอง”เฮ่อจือโจวยกมุมปาก ยิ้มอย่างไม่รีบร้อน “ทำไม ปวดใจแทนเธอหรือไง ในเมื่อเป็นแบบนี้ แล้วทำไมถึงยังจงใจพาเธอมาอีกล่ะในเมื่อพาเธอมาแล้ว งั้นก็อย่าทำท่าทางปวดใจแบบนี้เลย มันดูจอมปลอม”กู้อี้ขมวดคิ้ว ยังอยากจะพูดอะไรบางอย่างฉันเขย่าแขนของเขาเบา ๆ แล้วยิ้มให้ “ไม่เป็นไรค่ะประธานกู้ แค่ดื่มเหล้า เมื่อก่อนฉันก็ใช่ว่าไม่เคยดื่ม ไม่ต้องห่วงค่ะ”ในดวงตาลึกล้ำของกู้อี้มีความซับซ้อนสายหนึ่งพาดผ่านอย่างรวดเร็วเขามองไปทางเฮ่อจือโจว พลางพูดประชด

  • หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน   บทที่ 151

    “ถ้าการทำธุรกิจยังต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์ งั้นธุรกิจนี้ก็ไม่ต้องทำแล้ว!”คำพูดนี้เห็นได้ชัดว่าตั้งใจพูดให้ฉันฟังความหมายแฝงของเขาไม่ใช่ว่ากำลังเหน็บแนมที่ฉันคิดอาศัยความสัมพันธ์ในอดีตกับเขามาดึงเงินลงทุนของเขาหรือไงเหอะ โชคดีที่ฉันไม่เคยคิดจะพึ่งพาความสัมพันธ์กับเขาเลยไม่อย่างนั้นเขาคงเหน็บแนมฉันจนไม่มีชิ้นดีแน่ก็แค่เหล้าแปดแก้วไม่ใช่หรือไง ไม่ใช่เรื่องยากอะไรสักหน่อย อย่างมากก็แค่ดื่มหมดแล้วทรมานไปสองสามวันก็เท่านั้นฉันมองเฮ่อจือโจว แล้วถามเสียงขรึม “ที่คุณพูดเป็นความจริงใช่ไหม แค่ฉันดื่มเหล้าแปดแก้วนี้ คุณก็จะลงทุนในโปรเจกต์นี้ใช่ไหม”เฮ่อจือโจวพ่นควันบุหรี่ออกมาเป็นวง พลางหัวเราะเบา ๆ อย่างประชดประชัน “ผมไม่เคยหลอกใคร ไม่เหมือนใครบางคน”ฉันเยาะเย้ยตัวเองในใจ‘ใครบางคน’ ที่เขาพูดถึง ไม่ได้หมายถึงฉันหรือไงช่างเถอะ อย่างไรในสายตาของเขา ฉันก็เป็นคนลวงโลกคนหนึ่งอยู่ดี“นั่นสิ ประธานเฮ่อของเราพูดคำไหนคำนั้น ถ้าเธอดื่มเหล้าแปดแก้วนั้นได้ อย่าว่าแต่ประธานเฮ่อเลย บริษัทของเราก็จะร่วมลงทุนด้วย”“บริษัทของเราก็เหมือนกัน”ประธานเฉินกับประธานจางรีบแสดงจุดยืนตามเฮ่อจือโจวทันที

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status