Share

บทที่ 6

Penulis: ฟากฝั่งไร้กังวล
เขาพลันขยี้บุหรี่ในมือ อุ้มฉันขึ้นมาแล้วจูบอย่างบ้าคลั่ง

ท่ามกลางความสลึมสลือ เสื้อผ้าถูกถอดออกจนหมด ร่างกายถูกเขาวางลงบนเตียงหนานุ่ม...

ตอนที่ความเจ็บปวดแล่นเข้ามา ฉันขมวดคิ้วแน่น ทว่าในใจกลับมีความสงสัยวาบผ่านเข้ามา

เกิดอะไรขึ้น

งานเลี้ยงรุ่นครั้งนั้นเรามีอะไรกันไปแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงยัง...

ยังไม่ทันได้คิดอะไรให้มากความ สติของฉันก็ค่อย ๆ ล่องลอยไปไกล...

ฉันไม่รู้ว่าเฮ่อจือโจวทรมานฉันไปนานแค่ไหน รู้แค่ว่าเขาเหมือนจะมีเรี่ยวแรงไม่รู้จักหมดจักสิ้น

ตื่นมาอีกทีก็เป็นเวลาเที่ยงของวันต่อมาแล้ว

มีเสียงน้ำดังแว่วมาจากในห้องน้ำ

ฉันลากสังขารอันปวดเมื่อยลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะพบว่าบนเตียงมีรอยเลือดอยู่

เอ๊ะ!

เกิดอะไรขึ้น

ครั้งแรกของฉันให้เขาไปตั้งนานแล้วไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงยังมีเลือดออกอีกล่ะ

พอคิดถึงความเป็นไปได้บางอย่าง ฉันก็ขมวดคิ้วมุ่น

ผู้ชายคนนั้นเดินออกจากห้องน้ำมาพอดี

ฉันกัดริมฝีปากด้วยความกระดากอาย เอ่ยถามข้อสงสัยในใจออกไป “คืนงานเลี้ยงรุ่นนั้น ตกลงเรามีอะไรกันหรือเปล่า”

“ไม่มี!”

เขาตอบกลับมาอย่างฉะฉาน

ส่วนฉันแทบจะสำลักอากาศตาย

“แล้วตอนนั้นทำไมคุณถึงไม่ยอมอธิบายกับนักข่าวให้ชัดเจนล่ะ!”

เฮ่อจือโจวปรายตามองฉัน เอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ “คุณกับผมกอดกันกลมในสภาพเปลือยเปล่า คุณคิดว่าจะอธิบายแล้วฟังขึ้นเหรอ”

“แต่คุณอธิบายให้ฉันกับคนที่บ้านฉันฟังได้นี่ ถ้าคุณไม่ได้ทำอะไรฉัน คนที่บ้านฉันก็คงไม่บังคับให้คุณแต่งเข้าบ้านเราหรอก แบบนี้คุณก็ไม่ต้อง...”

“ทำไม เสียใจเหรอ” จู่ ๆ เฮ่อจือโจวก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ แววตาดำขลับฉายแววเย็นชาออกมาเล็กน้อย

ฉันเลียริมฝีปาก คิดในใจว่า: คนที่ควรเสียใจมันคุณไม่ใช่หรือไง แต่งเข้าบ้านฉัน แถมยังโดนฉันเหยียบย่ำสารพัด ซ้ำยังต้องโดนจับแยกกับรักแรกอีก!

จู่ ๆ เขาก็ยื่นผ้าขนหนูในมือมาให้ฉัน

ฉันชะงักไปครู่หนึ่ง ก็ได้ยินเขาเอ่ยเสียงเรียบ “เช็ดผมให้ผมหน่อย”

“อื้อ ๆ ...”

ฉันรีบรับผ้าขนหนูมา ขยับตัวลุกขึ้นคุกเข่า แล้วใช้ผ้าขนหนูเช็ดผมให้เขาอย่างเบามือ

ฉันอดนึกถึงเรื่องเมื่อก่อนไม่ได้

เมื่อก่อนทุกครั้งที่สระผมเสร็จฉันมักจะขี้เกียจเป่าผม เอาผ้าขนหนูโพกหัวไว้แล้วล้มตัวลงนอนบนเตียงเลย

ส่วนเขาทุกครั้งที่เห็น ก็ดึงดันจะเช็ดผมให้ฉันจนแห้ง แล้วก็เอาไดร์มาเป่าผมให้ พร้อมกับบอกว่าถ้านอนทั้งที่ผมเปียกจะทำให้ปวดหัว

ตอนนั้นฉันยังเอาแต่รำคาญเขา ด่าทอเขาสารพัด แต่ทุกครั้งเขาก็ทำเหมือนไม่ได้ยิน มีความอดทนกับฉันสูงมาก

พอนึกถึงความว่าง่ายและแสนดีของเขาในอดีต ตัดภาพมาที่ความเย็นชาและโหดเหี้ยมของเขาในตอนนี้

ฉันรู้สึกจากใจจริงเลยว่าผู้ชายคนนี้น่ากลัวมาก

เขาต้องมีความคิดที่ล้ำลึกขนาดไหน ถึงสามารถอดทนกลืนความอัปยศอดสูได้ถึงขนาดนั้น ทั้งที่เกลียดฉันเข้าไส้

เฮ่อจือโจวสวมเสื้อผ้าเสร็จแล้ว ขณะที่กำลังติดกระดุมแขนเสื้อก็หันมาพูดกับฉัน “อย่าวิ่งเพ่นพ่านไปไหน รอผมกลับมาอย่างว่าง่ายล่ะ”

ฉันนั่งคุกเข่าอยู่บนเตียง พยักหน้ารับคำเขาอย่างว่าง่าย

ในฐานะเมียเก็บที่ได้มาตรฐาน สิ่งแรกที่ต้องทำก็คือเชื่อฟังคำสั่งของผู้อุปถัมภ์

จู่ ๆ เฮ่อจือโจวก็ปรายตามองรอยเลือดบนเตียงอีกครั้ง

หน้าฉันร้อนผ่าว รีบดึงผ้าห่มมาปิดบังไว้ด้วยความอับอาย

เฮ่อจือโจวกระตุกยิ้มมุมปาก คล้ายกับกำลังหัวเราะ ดูหล่อเหลาเอาการทีเดียว

พอนึกย้อนไปถึงสามปีที่แต่งงานกัน เหมือนเขาจะไม่เคยยิ้มต่อหน้าฉันเลย เอาแต่ทำหน้าเรียบเฉยไม่ยินดียินร้าย ราวกับท่อนไม้ที่ไร้ความรู้สึก

ดูจากตอนนี้แล้ว เป็นเพราะเขาซ่อนเร้นความรู้สึกไว้ลึกเกินไปต่างหาก

หลังจากเฮ่อจือโจวออกไปแล้ว เดิมทีฉันตั้งใจจะงีบหลับอีกสักตื่น

เพราะเมื่อคืนโดนรังแกหนักเกินไป จนถึงตอนนี้ขาฉันก็ยังอ่อนแรงอยู่เลย

แต่พอเพิ่งจะเอนตัวลงนอน เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น

พอเห็นชื่อคนโทรเข้า อาการปวดเมื่อยตามตัวฉันก็ปลิวหายไปจนหมด รีบกระเด้งตัวลุกจากเตียงทันที...

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน   บทที่ 360

    เขาอยากจะหักเงินเดือนฉันก็หักไปเถอะ ไล่ฉันออกไปเลยก็ยิ่งดีโทรศัพท์ดังอยู่สองครั้งก็เงียบไปฉันเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ นวดคลึงหว่างคิ้วด้วยความทรมาน บังคับตัวเองไม่ให้คิดถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อกี้อีกเวลาผ่านไปไม่นาน จู่ ๆ ก็มีเสียง ‘ติ๊ด’ ดังมาจากหน้าประตู มีคนใช้คีย์การ์ดเปิดประตูเข้ามาไม่ต้องลืมตาดูฉันก็รู้ว่าเป็นเฮ่อจือโจวคีย์การ์ดของห้องนี้ ฉันมีใบหนึ่ง เขามีใบหนึ่งฉันนอนขดตัวอยู่บนเก้าอี้โดยไม่ขยับเขยื้อนมีเสียงฝีเท้าดังเข้ามาใกล้ ฝีเท้านั้นหนักอึ้งมากทิ้งช่วงครู่หนึ่ง เสียงเย็นชาก็ดังขึ้นในห้องนอน “ทำไมไม่รับโทรศัพท์ผม”“เลียนแบบกู้ชิงชิงไง” ฉันแค่นหัวเราะเยาะ ยังคงหลับตาอยู่ ไม่อยากจะมองหน้าเขาเลยด้วยซ้ำทว่าวินาทีต่อมา คอเสื้อก็ถูกเขากระชากขึ้นจากนั้น ตัวฉันก็ถูกเขาหิ้วขึ้นมาจากเก้าอี้ฉันถูกบังคับให้ลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตาคือใบหน้าที่มืดครึ้มถึงขีดสุดของเขา“อาการป่วยของเธอกำเริบ คุณต้องพูดจาถากถางเธอถึงขนาดนี้เลยเหรอ”“อ๋อ...” ฉันกระตุกยิ้มมุมปาก พลางถามอย่างประชดประชัน “เธอตายหรือยังล่ะ”“ถัง! อัน! หราน!”เขากำคอเสื้อฉันแน่น รังสีอำมหิตน

  • หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน   บทที่ 359

    เขาแต่งตัวเสร็จอย่างรวดเร็วเขาหันมามองฉัน สีหน้าดูซับซ้อนอยู่บ้าง “ผมจะไปดูเธอหน่อย”“...อืม” ฉันตอบรับเสียงเรียบเขาเม้มริมฝีปาก มองฉันราวกับมีเรื่องอยากจะพูดแต่ก็ไม่พูดออกมาทิ้งช่วงครู่ใหญ่ เขาถึงได้พูดออกมาประโยคหนึ่ง “เธอไม่ค่อยแข็งแรงน่ะ”พูดจบ เขาก็ก้าวเท้าเดินออกไปข้างนอกฉันกำผ้าห่มแน่น จู่ ๆ ความเคียดแค้นในใจก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนระงับไว้ไม่อยู่ตอนที่เขาเดินไปถึงหน้าประตูห้องนอน ฉันก็ทนไม่ไหวจนต้องพูดประชดแผ่นหลังของเขา “คุณดูไม่ออกเลยเหรอว่าหลายครั้งเธอแกล้งทำ คืนนี้เธอต้องตั้งใจโทรมาแล้วก็ตั้งใจไม่รับสายแน่ ๆเธอมีเล่ห์เหลี่ยมเต็มไปหมด เสแสร้งดัดจริต ทุกครั้งก็ทำท่าเหมือนจะตายให้ได้ แล้วสรุปว่าตายจริงสักครั้งไหมล่ะถ้าเธอตายไปจริง ๆ ฉันอาจจะมองเธอดีขึ้นมาหน่อยก็ได้ ผู้หญิงแบบนี้ น่าสะอิดสะเอียนจะได้ไป...”“ถังอันหราน!”จู่ ๆ เฮ่อจือโจวก็ตวาดเสียงต่ำใส่ฉันเขาหันกลับมา จ้องฉันด้วยสายตาเย็นเยียบ “อย่าพูดถึงเธอแบบนั้น ไม่ใช่ทุกคนหรอกจะมีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงเหมือนคุณ เธอป่วยเป็นโรคแบบนั้น มันก็ไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการสักหน่อย”“เหอะ พูดเหมือนการที่ฉันมีร่างกายสมบูรณ

  • หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน   บทที่ 358

    เฮ่อจือโจวเองก็เหมือนจะเริ่มรำคาญเสียงริงโทนนั้นแล้วเหมือนกันภายใต้แสงสว่างที่สาดส่องมาจากหน้าจอโทรศัพท์ ฉันเห็นเขาขมวดคิ้วแน่น หว่างคิ้วแฝงไปด้วยรังสีอำมหิตอย่างรุนแรงฉันเม้มริมฝีปาก แล้วพูดเสียงเบา “คุณอย่าเพิ่งโกรธสิ อาจจะเป็นลู่ฉางเจ๋อโทรมาคุยเรื่องงานก็ได้ คุณรับสายก่อนเถอะ”ทิ้งช่วงครู่หนึ่ง ฉันก็อดพูดเสริมขึ้นมาไม่ได้ “เดี๋ยวพอคุณคุยโทรศัพท์เสร็จ ถ้าไม่มีธุระสำคัญอะไร เราค่อยทำต่อก็ได้”ประโยคสุดท้ายของฉันเห็นได้ชัดเลยว่าทำให้เขาพอใจมากความหงุดหงิดบริเวณหว่างคิ้วของเขาคลายลงไปไม่น้อยเขาบอกว่า “คราวหน้าผมปิดเครื่องแน่”พูดจบ เขาก็โน้มตัวลงมา ยื่นแขนยาว ๆ ออกไปคว้าโทรศัพท์บนตู้ข้างเตียงชั่วขณะที่สายตาพร่ามัว ฉันก็เหมือนจะเหลือบเห็นชื่อของกู้ชิงชิงดังนั้นสายนี้กู้ชิงชิงเป็นคนโทรมางั้นเหรอเฮ่อจือโจวมองรายชื่อคนโทรเข้า คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันแน่นอีกครั้งแต่เขากลับไม่รับสาย หนำซ้ำยังกดตัดสายทิ้งไปดื้อ ๆ แล้วโยนโทรศัพท์ทิ้งไว้ข้าง ๆฉันมองเขาด้วยความประหลาดใจเขาถึงกับไม่ยอมรับสายกู้ชิงชิงเชียวเหรอความหอมหวานสายหนึ่งแล่นผ่านเข้ามาในใจอย่างเงียบเชียบไม่ว่าเขาจะไ

  • หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน   บทที่ 357

    จู่ ๆ เฮ่อจือโจวก็จับตัวฉันนอนหงาย จากนั้นก็พลิกตัวขึ้นมาคร่อมทับบนร่างฉันแสงจันทร์สาดส่องลอดผ่านช่องว่างของผ้าม่านเข้ามาฉันมองเห็นดวงตาสีดำของเขาอย่างเลือนราง มันดูลึกล้ำราวกับจะดูดกลืนวิญญาณของคนเข้าไปได้จู่ ๆ เขาก็โน้มตัวลงมากระซิบที่ข้างหูฉัน ความดุดันในน้ำเสียงหายไป กลับกลายเป็นความอ่อนโยนที่เพิ่มเข้ามาแทนเขายิ้มให้ “ก็ได้ ๆ คุณไม่ได้อยาก ผมเป็นคนอยากเอง”ฉันไม่พูดอะไรเฮ่อจือโจวที่จู่ ๆ ก็อ่อนโยนขึ้นมา ทำเอาหงุดหงิดต่อไม่ลงไปชั่วขณะชุดนอนถูกเขาถอดออกหมดโดยไม่รู้ตัวเขาจูบริมฝีปากฉันเบา ๆ น้ำเสียงแหบพร่าคล้ายกำลังหว่านล้อมฉัน “คุณก็เป็นฝ่ายเริ่มบ้างดีไหม ผมชอบเวลาที่คุณเป็นฝ่ายเริ่มนะ”เขาเหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคนอย่างบอกไม่ถูก อ่อนโยนจนเหลือเชื่อ อ่อนโยนเสียจนดูไม่ค่อยสมจริงฉันเผลอยกมือขึ้นไปสัมผัสใบหน้าของเขาโดยไม่รู้ตัวจู่ ๆ เขาก็จับข้อมือฉันไว้ ริมฝีปากอุ่นประทับลงบนฝ่ามือของฉัน ทำเอาหัวใจฉันสั่นสะท้านอย่างหนักเฮ่อจือโจวในความมืดมิดเหมือนจะเปลี่ยนไปแล้วเขาโน้มตัวลงมา อาศัยจังหวะนั้นกดมือฉันตรึงไว้เหนือหัว สอดประสานนิ้วทั้งสิบเข้าด้วยกันก่อนพรมจูบลงมาแบบ

  • หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน   บทที่ 356

    เขาอยู่ใกล้ฉันมาก แทบจะแนบชิดกับแผ่นหลังของฉันถึงขั้นว่าพอฉันหันขวับกลับไป มือก็ไปสัมผัสโดนแผงอกของเขาเข้า แทบจะซุกเข้าไปในอ้อมกอดของเขาทั้งตัวฉันรีบชักมือออก แล้วกระซิบถามเขาเสียงเบา “เฮ่อจือโจว คุณหลับแล้วเหรอ”“ทำไม”ผู้ชายคนนั้นถามฉันเสียงเรียบ กลับเป็นฉันซะเองที่ถูกถามจนชะงักไปเขาไม่ได้บอกว่าคืนนี้จะ...จะทำเรื่องนั้นหรือไงหรือว่าเขาไม่อยากทำแล้ว“ดึกมากแล้ว นอนเถอะ” ผู้ชายคนนั้นพูดเสียงเรียบอีกครั้งฉันถึงกับงงไปหมดหมายความว่ายังไงที่แท้เมื่อกี้ก็มีแค่ฉันคนเดียวที่พยายามโน้มน้าวตัวเอง คิดอกุศลไปเองฝ่ายเดียว แต่สุดท้ายผู้ชายคนนี้กลับไม่มีอารมณ์เลยสักนิดเหรอพอคิดถึงตรงนี้ แก้มของฉันก็ยิ่งร้อนผ่าวขึ้นมาหงุดหงิดชะมัดผู้ชายคนนี้ก็บ้าเหมือนกัน ตอนฉันไม่อยาก เขาก็จะดึงดันทำให้ได้พอตอนนี้ในใจฉันยอมรับแล้ว แถมยังคิดลึกไปถึงไหนต่อไหน สุดท้ายเขากลับไม่เอาแล้วเนี่ยนะหรือว่าเขาจะชอบแบบบังคับขืนใจขณะที่กำลังคิดไปเรื่อย จู่ ๆ เฮ่อจือโจวก็พลิกตัวตะแคงข้าง รวบร่างฉันเข้าไปกอดไว้ทั้งตัวแผงอกอันร้อนรุ่มแนบชิดกับหน้าอกของฉัน ร้อนผ่าวจนแทบจะแผดเผาเสียงแหบพร่าของเขาดังขึ

  • หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน   บทที่ 355

    เนื่องจากไปแตะเส้นความโกรธของเขาหลายครั้ง ฉันก็เลยไม่กล้าหาทางบ่ายเบี่ยงแบบเนียน ๆ อีกดังนั้นครั้งนี้พอเขาถามเรื่องโรงแรม ฉันก็เลยไม่หนี และบอกไปตรง ๆ ว่ากลับไปพักที่โรงแรมเดิมของพวกเราก็แล้วกันยังไงซะกระเป๋าเดินทางก็ยังอยู่ที่โรงแรมนั่น อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าอะไรก็สะดวกกว่าด้วยพอกลับถึงโรงแรม เฮ่อจือโจวก็ให้ฉันไปอาบน้ำก่อนฉันหยิบเสื้อผ้าที่จะเปลี่ยน แล้วเดินไปเข้าห้องน้ำเงียบ ๆ โดยไม่ปริปากพูดอะไรพอกลับมาจากข้างนอก ร่างกายก็เย็นเฉียบไปทั้งตัวพอได้อาบน้ำอุ่น ก็รู้สึกสบายและอบอุ่นขึ้นมากฉันอาบน้ำอยู่ในนั้นพักใหญ่ ถึงได้เปลี่ยนชุดนอนแล้วเดินออกมาทันทีที่เปิดประตูห้องน้ำ เฮ่อจือโจวก็หันมามองฉันทันทีแต่ก็แค่มองแวบเดียว เขาก็ละสายตาไป แล้วลุกขึ้นไปหยิบเสื้อผ้าของตัวเองในกระเป๋าเดินทางจู่ ๆ บรรยากาศระหว่างเราสองคนก็เงียบลง อาศัยเพียงความเงียบในการโหมโรงเรื่องพรรค์นั้น ใจฉันก็รู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกเฮ่อจือโจวเดินเข้ามาแล้ว ฉันจึงรีบขยับหลบไปด้านข้าง เพื่อให้เขาเข้าไปพอเขาเดินเข้าไปปุ๊บก็ปิดประตูห้องน้ำดังปังฉันหันกลับไปมองประตูบานนั้นแวบหนึ่ง: เอ๊ะ ผู้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status