Share

บทที่ 4

Penulis: ฟากฝั่งไร้กังวล
มุมปากฉันกระตุกวูบ อยากด่ากลับไปจริง ๆ ว่า “นายประสาทหรือเปล่า!”

แต่ตอนนี้เขาได้ดิบได้ดีแล้ว ไม่ใช่ ‘ไอ้ทึ่ม’ คนเดิมที่ใคร ๆ ก็รังแกได้อีกต่อไป

ฉันข่มความรู้สึกอยากด่าเขาเอาไว้ ฝืนยิ้มแข็งทื่อ “ประธานเฮ่อ คุณอย่ามาล้อฉันเล่นเลยค่ะ ฉันต้องไปทำงานแล้ว ไปนะคะ”

“หลี่ซื่อทำได้ แล้วทำไมผมถึงทำไม่ได้” เฮ่อจือโจวถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความเย็นชา

ฉันขมวดคิ้ว “หลี่ซื่อทำได้ คุณทำไม่ได้อะไรของคุณ คุณพูดเรื่องอะไรเนี่ย”

“เมื่อกี้คุณให้หลี่ซื่อเอาเงินมาห้าสิบล้าน แล้วคุณจะยอมนอนกับเขาทั้งคืน แล้วถ้าผมเอาเงินมาห้าสิบล้าน ทำไมคุณถึงไม่ยอมนอนกับผมล่ะ”

ฉันอดมองบนไม่ได้

ที่ฉันพูดไปเมื่อกี้เพราะรู้ว่าหลี่ซื่อควักเงินห้าแสนก็แทบจะกระอักเลือดแล้ว ถ้าห้าสิบล้านก็คงเอาชีวิตเขาไปเลย ฉันเลยตั้งใจพูดว่าห้าสิบล้านเพื่อยั่วโมโหหลี่ซื่อ คิดไม่ถึงว่าผู้ชายคนนี้จะเอาจริง

เฮ่อจือโจวเดินมาตรงหน้าฉัน เขาอัดบุหรี่ พ่นควันออกมาเป็นวงก่อนเอ่ย “ตอนนี้บ้านคุณกำลังร้อนเงินมากไม่ใช่เหรอ ขอแค่คุณยอมนอนกับผมคืนหนึ่ง เงินห้าสิบล้านก็เป็นของคุณแล้ว เป็นไง”

ฉันแอบกำมือที่อยู่ข้างลำตัวแน่น

ความจริงฉันก็รู้จุดประสงค์ที่เขาทำแบบนี้ดี ไม่มีอะไรมากไปกว่าการเอาเงินมาฟาดหัวเพื่อหยามเกียรติฉัน

ฉันพยายามข่มความปวดร้าวที่ตีตื้นขึ้นมาในอก แค่นยิ้มเย็นชาส่งให้เขา “ตอนนี้คุณมีเงินแล้วมันวิเศษนักหรือไง ใช่ ตอนนี้บ้านฉันร้อนเงินมาก แต่ฉันไม่มีทางหาเงินด้วยวิธีนี้แน่”

พูดจบ ฉันก็รีบวิ่งออกจากห้องไป แต่น้ำตาก็เอ่อรื้นจนบดบังม่านตาก่อนแล้ว

จริง ๆ ความรู้สึกของคนเรานี่ก็แปลกดี

เมื่อก่อนพวกที่เคยเดินตามก้นฉัน ไม่ว่าจะหยามเกียรติฉันยังไง ฉันก็ไม่รู้สึกเสียใจเลย

แต่การหยามเกียรติของเฮ่อจือโจวกลับต่างออกไป การเหยียดหยามจากเขาสามารถทำให้หัวใจของฉันปวดร้าวและเจ็บแปลบขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย

ฉันวิ่งรวดเดียวมาถึงโถงชั้นหนึ่ง แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นพี่ชายในชุดพนักงานส่งอาหารกำลังถูกพวกจางซานและหลี่ซื่อล้อมรอบเหยียดหยามอยู่

เพื่อธนบัตรสีแดงปึกหนึ่ง พี่ชายของฉันถึงกับยอมคุกเข่าให้พวกเขา

ชั่วพริบตานั้น ศักดิ์ศรีและความเย่อหยิ่งที่ฉันยึดมั่นมาตลอดก็พังทลายลง

ฉันยกมือขึ้นปิดปาก น้ำตาร่วงหล่นลงมาไม่ขาดสาย

เพื่อหาเงิน พี่ชายฉันยังทำได้ถึงขนาดนี้ แล้วฉันล่ะ แค่ถูกเฮ่อจือโจวหยามเกียรตินิดหน่อยก็ได้เงินมาตั้งห้าสิบล้าน แล้วฉันจะไปมัวหยิ่งผยองอะไรอยู่อีก

ฉันหันขวับออกตัววิ่งสุดชีวิตกลับขึ้นไปชั้นบน ภาวนาให้ผู้ชายคนนั้นยังไม่ไปไหน

เมื่อพุ่งพรวดเข้าไปในห้องวีไอพี ฉันก็เห็นเฮ่อจือโจวนั่งอยู่บนโซฟา

เขามองมาที่ฉันพร้อมรอยยิ้ม ราวกับรู้อยู่แล้วว่าฉันต้องกลับมา

ฉันเดินเข้าไปตรงหน้าเขา แล้วเอ่ยถาม “คุณเกลียดฉันมากใช่ไหม เกลียดที่เมื่อก่อนฉันคอยแต่จะหยามคุณสารพัด”

ยังไม่ทันที่เฮ่อจือโจวจะได้เอ่ยปาก ฉันก็พูดต่อ “ได้ ขอแค่คุณช่วยปลดหนี้ให้บ้านฉันได้ จะหยามฉันยังไงก็ตามใจคุณเลย อยากจะหยามนานแค่ไหนก็ได้ทั้งนั้น”

เฮ่อจือโจวหลุบตามองเหล้าในแก้ว ยิ้มถาม “ให้คุณมาเป็นเมียเก็บของผมก็ได้เหรอ”

ฉันสูดหายใจเข้าลึก “...ได้”

เขาเอาตำแหน่งภรรยาคืนไป เพื่อเก็บไว้ให้รักแรกของเขา แต่กลับให้ฉันมาเป็นเมียเก็บที่ไม่อาจเปิดเผยตัวตน

เหอะ ช่างเป็นการหยามที่ตรงไปตรงมาเสียจริง

วันต่อมา ทันทีที่พ่อกลับถึงบ้าน ก็รีบบอกฉันกับแม่อย่างตื่นเต้นว่าหนี้สินของบ้านเราถูกปลดหมดแล้ว

แม่ร้องไห้ด้วยความดีใจ เอ่ยถามพ่อว่าตกลงมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่

พ่อบอกว่าเฮ่อจือโจวเป็นคนปลดหนี้ให้ แถมยังบอกอีกว่าเฮ่อจือโจวจัดการหาที่อยู่สภาพแวดล้อมดี ๆ ให้พวกเขาแล้วด้วย

ชั่วพริบตานั้น แม่ก็ชมเฮ่อจือโจวเสียจนเลิศเลอไปถึงสวรรค์ชั้นฟ้า เอาแต่บอกว่าเฮ่อจือโจวต้องรักฉันมากแน่ ๆ ถึงได้ยอมช่วยบ้านเราขนาดนี้

ฉันฟังแล้วก็ได้แต่ยิ้มบาง ๆ

ช่วงบ่าย คนขับรถของเฮ่อจือโจวก็มารับฉัน

พ่อกับแม่ไม่ได้นึกสงสัยอะไร คิดว่าฉันยังเป็นภรรยาของเฮ่อจือโจวอยู่ และคิดว่าเฮ่อจือโจวรับฉันไปเสวยสุข ใครจะรู้ล่ะว่าฉันกำลังจะไปเป็นเมียเก็บของเขา ไปเป็นของเล่นให้เขาหยามตามอำเภอใจต่างหาก

ตอนนี้เฮ่อจือโจวอาศัยอยู่ในคฤหาสน์หลังเก่าของบ้านฉัน พ่อบ้านและคนรับใช้ในคฤหาสน์ก็ยังเป็นคนชุดเดิมทั้งหมด

บ่าวคล้อยตามนาย

เมื่อก่อนพวกเขาก็พลอยผสมโรงหยามเฮ่อจือโจวไปกับฉันไม่น้อย

ถึงตอนนี้เฮ่อจือโจวก็ยังยอมจ้างพวกเขาอยู่ เห็นได้ชัดว่าเฮ่อจือโจวใจกว้างเอาเรื่องทีเดียว

แค่ไม่รู้ว่าเขาจะเมตตาฉันแบบนั้นบ้างหรือเปล่าก็เท่านั้น

เมื่อนึกถึงการเหยียมหยามของผู้ชายคนนั้นในห้องวีไอพี จิตใจของฉันก็ห่อเหี่ยวลงมาอีก

ยังไงฉันกับพวกคนรับใช้เหล่านี้ก็ไม่เหมือนกัน อย่างมากพวกเขาก็แค่พูดจาถากถางเฮ่อจือโจวไปสองสามประโยค

แต่ฉันนอกจากจะด่าทอเฮ่อจือโจวแล้ว ฉันยังทุบตี แถมยังเคยสาดเหล้าใส่หน้าเขาต่อหน้าคนตั้งมากมาย

พอนึกย้อนไปถึงวีรกรรมของตัวเองในตอนนั้น ฉันยังขนลุกอยู่หน่อย ๆ

เฮ้อ!

ถ้ารู้ว่าต้องมาลงเอยแบบนี้ ตอนนั้นฉันน่าจะทำดีกับเขาสักหน่อย

ป้าหวังพาฉันมาส่งที่หน้าประตูห้อง “คุณหนูคะ คุณผู้ชายให้คุณรอเขาอยู่ข้างในค่ะ แล้วก็...”

ป้าหวังอึกอักเหมือนอยากจะพูดแต่ก็ไม่กล้าพูด “เขายังสั่งอีกว่า ก่อนที่เขาจะกลับมา คุณหนูต้องอาบน้ำให้สะอาดด้วยค่ะ”

ฉันกัดริมฝีปากด้วยความปวดใจ

นี่มันตั้งใจหยามกันชัด ๆ

แต่จะให้ทำยังไงได้ล่ะ

ในเมื่อรับปากยอมเป็นเมียเก็บของเขาแล้ว ฉันก็ควรเตรียมใจที่จะต้องโยนศักดิ์ศรีทิ้งไป

ห้องนี้คือห้องที่ฉันกับเฮ่อจือโจวเคยอยู่ด้วยกันเมื่อก่อน

ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม แต่ก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

เมื่อก่อน ข้างเตียงจะมีที่นอนปูพื้นอยู่ นั่นคือที่นอนของเฮ่อจือโจว ส่วนฉันจะนอนบนเตียง คอยใช้ท่าทีสูงส่งเอ่ยเตือนเขาอยู่เสมอว่า ห้ามเข้าใกล้เตียงแม้แต่ครึ่งก้าว

มาวันนี้ ที่นอนปูพื้นไม่มีแล้ว ความหยิ่งผยองของฉันก็หายไปแล้วเหมือนกัน

สามีแต่งเข้าบ้านผู้ซื่อสัตย์ว่าง่าย ที่ยอมให้ฉันรังแกคนนั้น...ก็ไม่มีแล้วเช่นกัน

เรื่องในอดีตไม่อาจหวนกลับ ฉันข่มความปวดร้าวในใจ เดินไปอาบน้ำในห้องน้ำ

อาบน้ำเสร็จ ฉันก็เอนตัวลงนอนบนเตียงเพื่อรอเฮ่อจือโจวกลับมา

ในเมื่อเป็นเมียเก็บ ฉันก็จะทำหน้าที่เมียเก็บให้ดีก็แล้วกัน

แม้ตอนนี้สรรพสิ่งจะเปลี่ยนแปลง คนก็เปลี่ยนไป ในใจมีแต่ความปวดร้าวมากมาย แต่พอลองคิดดู สถานการณ์ก็ไม่ได้เลวร้ายสักเท่าไหร่

อย่างน้อยหนี้สินของบ้านฉันก็ถูกปลดหมดแล้ว พ่อกับแม่ก็ใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจ พี่ชายเองก็ไม่ต้องเหนื่อยขนาดนั้นอีก ไม่ต้องไปคุกเข่าให้ใครเพื่อแลกกับเงินปึกหนึ่ง

พอคิดมาถึงตรงนี้ ในใจฉันก็รู้สึกคลายความกังวลลงมาได้บ้าง

ไม่รู้ว่าเฮ่อจือโจวจะกลับมาเมื่อไหร่

ช่วงนี้เหน็ดเหนื่อยกับการวิ่งเต้นมาหลายวัน ฉันนอนลงบนเตียงได้ไม่นานก็ผล็อยหลับไป

ไม่รู้ว่าหลับไปนานแค่ไหน ฉันรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาว่ามีน้ำหนักหนักอึ้งทับอยู่บนตัว

ฉันงัวเงียลืมตาขึ้นมา มองแวบเดียวก็เห็นว่าคนที่ทาบทับอยู่บนตัวฉันคือเฮ่อจือโจว

แถมมือของเขายังสอดอยู่ในเสื้อผ้าฉันด้วย!

“นาย...นายกล้าดียังไง!”

ฉันเงื้อมือขึ้นจะตบเขาตามปฏิกิริยาตอบสนองทันที

ทว่าวินาทีต่อมา มือที่ฉันเงื้อขึ้นก็ถูกเขาบีบเอาไว้แน่น

เขาเยาะเย้ย “ตกอับถึงขนาดนี้แล้ว นิสัยคุณหนูใหญ่ก็ยังไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิดนะ”

เมื่อมองห้องที่คุ้นเคย และคนที่คุ้นเคยตรงหน้า

ฉันเหม่อลอยไปหลายวินาที ถึงเพิ่งจะได้สติกลับคืนมา

จริงสิ ตอนนี้เขาต่างหากที่เป็นเจ้าของที่นี่ ส่วนฉันเป็นแค่เมียเก็บต่ำต้อยของเขา

ฉันหดมือกลับ ก้มหน้าก้มตาเอ่ยคำว่า ‘ขอโทษค่ะ’ เสียงเบา

เขาแค่นหัวเราะในลำคอ ลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้องน้ำ

เมื่อได้ยินเสียงน้ำจากในห้องน้ำ ฉันก็บีบนิ้วตัวเองด้วยความประหม่า

ความจริงหลังจากเริ่มชอบเขา ฉันก็ไม่ได้รังเกียจสัมผัสของเขาเลย

แต่การร่วมรักที่เกิดจากความใจตรงกัน กับการครอบครองที่แฝงไปด้วยความรู้สึกอยากแก้แค้นและหยามเกียรติของเขา ยังไงก็ไม่เหมือนกัน

เมื่อคิดถึงเรื่องที่ต้องเผชิญหน้าในลำดับถัดไป ฉันก็อยากจะหนี แต่ก็หนีไม่ได้

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ ในที่สุดเขาก็อาบน้ำเสร็จ

เสียงเปิดประตูห้องน้ำกระตุ้นเส้นประสาทของฉัน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน   บทที่ 360

    เขาอยากจะหักเงินเดือนฉันก็หักไปเถอะ ไล่ฉันออกไปเลยก็ยิ่งดีโทรศัพท์ดังอยู่สองครั้งก็เงียบไปฉันเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ นวดคลึงหว่างคิ้วด้วยความทรมาน บังคับตัวเองไม่ให้คิดถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อกี้อีกเวลาผ่านไปไม่นาน จู่ ๆ ก็มีเสียง ‘ติ๊ด’ ดังมาจากหน้าประตู มีคนใช้คีย์การ์ดเปิดประตูเข้ามาไม่ต้องลืมตาดูฉันก็รู้ว่าเป็นเฮ่อจือโจวคีย์การ์ดของห้องนี้ ฉันมีใบหนึ่ง เขามีใบหนึ่งฉันนอนขดตัวอยู่บนเก้าอี้โดยไม่ขยับเขยื้อนมีเสียงฝีเท้าดังเข้ามาใกล้ ฝีเท้านั้นหนักอึ้งมากทิ้งช่วงครู่หนึ่ง เสียงเย็นชาก็ดังขึ้นในห้องนอน “ทำไมไม่รับโทรศัพท์ผม”“เลียนแบบกู้ชิงชิงไง” ฉันแค่นหัวเราะเยาะ ยังคงหลับตาอยู่ ไม่อยากจะมองหน้าเขาเลยด้วยซ้ำทว่าวินาทีต่อมา คอเสื้อก็ถูกเขากระชากขึ้นจากนั้น ตัวฉันก็ถูกเขาหิ้วขึ้นมาจากเก้าอี้ฉันถูกบังคับให้ลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่ปรากฏแก่สายตาคือใบหน้าที่มืดครึ้มถึงขีดสุดของเขา“อาการป่วยของเธอกำเริบ คุณต้องพูดจาถากถางเธอถึงขนาดนี้เลยเหรอ”“อ๋อ...” ฉันกระตุกยิ้มมุมปาก พลางถามอย่างประชดประชัน “เธอตายหรือยังล่ะ”“ถัง! อัน! หราน!”เขากำคอเสื้อฉันแน่น รังสีอำมหิตน

  • หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน   บทที่ 359

    เขาแต่งตัวเสร็จอย่างรวดเร็วเขาหันมามองฉัน สีหน้าดูซับซ้อนอยู่บ้าง “ผมจะไปดูเธอหน่อย”“...อืม” ฉันตอบรับเสียงเรียบเขาเม้มริมฝีปาก มองฉันราวกับมีเรื่องอยากจะพูดแต่ก็ไม่พูดออกมาทิ้งช่วงครู่ใหญ่ เขาถึงได้พูดออกมาประโยคหนึ่ง “เธอไม่ค่อยแข็งแรงน่ะ”พูดจบ เขาก็ก้าวเท้าเดินออกไปข้างนอกฉันกำผ้าห่มแน่น จู่ ๆ ความเคียดแค้นในใจก็พุ่งปรี๊ดขึ้นมาจนระงับไว้ไม่อยู่ตอนที่เขาเดินไปถึงหน้าประตูห้องนอน ฉันก็ทนไม่ไหวจนต้องพูดประชดแผ่นหลังของเขา “คุณดูไม่ออกเลยเหรอว่าหลายครั้งเธอแกล้งทำ คืนนี้เธอต้องตั้งใจโทรมาแล้วก็ตั้งใจไม่รับสายแน่ ๆเธอมีเล่ห์เหลี่ยมเต็มไปหมด เสแสร้งดัดจริต ทุกครั้งก็ทำท่าเหมือนจะตายให้ได้ แล้วสรุปว่าตายจริงสักครั้งไหมล่ะถ้าเธอตายไปจริง ๆ ฉันอาจจะมองเธอดีขึ้นมาหน่อยก็ได้ ผู้หญิงแบบนี้ น่าสะอิดสะเอียนจะได้ไป...”“ถังอันหราน!”จู่ ๆ เฮ่อจือโจวก็ตวาดเสียงต่ำใส่ฉันเขาหันกลับมา จ้องฉันด้วยสายตาเย็นเยียบ “อย่าพูดถึงเธอแบบนั้น ไม่ใช่ทุกคนหรอกจะมีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงเหมือนคุณ เธอป่วยเป็นโรคแบบนั้น มันก็ไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการสักหน่อย”“เหอะ พูดเหมือนการที่ฉันมีร่างกายสมบูรณ

  • หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน   บทที่ 358

    เฮ่อจือโจวเองก็เหมือนจะเริ่มรำคาญเสียงริงโทนนั้นแล้วเหมือนกันภายใต้แสงสว่างที่สาดส่องมาจากหน้าจอโทรศัพท์ ฉันเห็นเขาขมวดคิ้วแน่น หว่างคิ้วแฝงไปด้วยรังสีอำมหิตอย่างรุนแรงฉันเม้มริมฝีปาก แล้วพูดเสียงเบา “คุณอย่าเพิ่งโกรธสิ อาจจะเป็นลู่ฉางเจ๋อโทรมาคุยเรื่องงานก็ได้ คุณรับสายก่อนเถอะ”ทิ้งช่วงครู่หนึ่ง ฉันก็อดพูดเสริมขึ้นมาไม่ได้ “เดี๋ยวพอคุณคุยโทรศัพท์เสร็จ ถ้าไม่มีธุระสำคัญอะไร เราค่อยทำต่อก็ได้”ประโยคสุดท้ายของฉันเห็นได้ชัดเลยว่าทำให้เขาพอใจมากความหงุดหงิดบริเวณหว่างคิ้วของเขาคลายลงไปไม่น้อยเขาบอกว่า “คราวหน้าผมปิดเครื่องแน่”พูดจบ เขาก็โน้มตัวลงมา ยื่นแขนยาว ๆ ออกไปคว้าโทรศัพท์บนตู้ข้างเตียงชั่วขณะที่สายตาพร่ามัว ฉันก็เหมือนจะเหลือบเห็นชื่อของกู้ชิงชิงดังนั้นสายนี้กู้ชิงชิงเป็นคนโทรมางั้นเหรอเฮ่อจือโจวมองรายชื่อคนโทรเข้า คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันแน่นอีกครั้งแต่เขากลับไม่รับสาย หนำซ้ำยังกดตัดสายทิ้งไปดื้อ ๆ แล้วโยนโทรศัพท์ทิ้งไว้ข้าง ๆฉันมองเขาด้วยความประหลาดใจเขาถึงกับไม่ยอมรับสายกู้ชิงชิงเชียวเหรอความหอมหวานสายหนึ่งแล่นผ่านเข้ามาในใจอย่างเงียบเชียบไม่ว่าเขาจะไ

  • หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน   บทที่ 357

    จู่ ๆ เฮ่อจือโจวก็จับตัวฉันนอนหงาย จากนั้นก็พลิกตัวขึ้นมาคร่อมทับบนร่างฉันแสงจันทร์สาดส่องลอดผ่านช่องว่างของผ้าม่านเข้ามาฉันมองเห็นดวงตาสีดำของเขาอย่างเลือนราง มันดูลึกล้ำราวกับจะดูดกลืนวิญญาณของคนเข้าไปได้จู่ ๆ เขาก็โน้มตัวลงมากระซิบที่ข้างหูฉัน ความดุดันในน้ำเสียงหายไป กลับกลายเป็นความอ่อนโยนที่เพิ่มเข้ามาแทนเขายิ้มให้ “ก็ได้ ๆ คุณไม่ได้อยาก ผมเป็นคนอยากเอง”ฉันไม่พูดอะไรเฮ่อจือโจวที่จู่ ๆ ก็อ่อนโยนขึ้นมา ทำเอาหงุดหงิดต่อไม่ลงไปชั่วขณะชุดนอนถูกเขาถอดออกหมดโดยไม่รู้ตัวเขาจูบริมฝีปากฉันเบา ๆ น้ำเสียงแหบพร่าคล้ายกำลังหว่านล้อมฉัน “คุณก็เป็นฝ่ายเริ่มบ้างดีไหม ผมชอบเวลาที่คุณเป็นฝ่ายเริ่มนะ”เขาเหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคนอย่างบอกไม่ถูก อ่อนโยนจนเหลือเชื่อ อ่อนโยนเสียจนดูไม่ค่อยสมจริงฉันเผลอยกมือขึ้นไปสัมผัสใบหน้าของเขาโดยไม่รู้ตัวจู่ ๆ เขาก็จับข้อมือฉันไว้ ริมฝีปากอุ่นประทับลงบนฝ่ามือของฉัน ทำเอาหัวใจฉันสั่นสะท้านอย่างหนักเฮ่อจือโจวในความมืดมิดเหมือนจะเปลี่ยนไปแล้วเขาโน้มตัวลงมา อาศัยจังหวะนั้นกดมือฉันตรึงไว้เหนือหัว สอดประสานนิ้วทั้งสิบเข้าด้วยกันก่อนพรมจูบลงมาแบบ

  • หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน   บทที่ 356

    เขาอยู่ใกล้ฉันมาก แทบจะแนบชิดกับแผ่นหลังของฉันถึงขั้นว่าพอฉันหันขวับกลับไป มือก็ไปสัมผัสโดนแผงอกของเขาเข้า แทบจะซุกเข้าไปในอ้อมกอดของเขาทั้งตัวฉันรีบชักมือออก แล้วกระซิบถามเขาเสียงเบา “เฮ่อจือโจว คุณหลับแล้วเหรอ”“ทำไม”ผู้ชายคนนั้นถามฉันเสียงเรียบ กลับเป็นฉันซะเองที่ถูกถามจนชะงักไปเขาไม่ได้บอกว่าคืนนี้จะ...จะทำเรื่องนั้นหรือไงหรือว่าเขาไม่อยากทำแล้ว“ดึกมากแล้ว นอนเถอะ” ผู้ชายคนนั้นพูดเสียงเรียบอีกครั้งฉันถึงกับงงไปหมดหมายความว่ายังไงที่แท้เมื่อกี้ก็มีแค่ฉันคนเดียวที่พยายามโน้มน้าวตัวเอง คิดอกุศลไปเองฝ่ายเดียว แต่สุดท้ายผู้ชายคนนี้กลับไม่มีอารมณ์เลยสักนิดเหรอพอคิดถึงตรงนี้ แก้มของฉันก็ยิ่งร้อนผ่าวขึ้นมาหงุดหงิดชะมัดผู้ชายคนนี้ก็บ้าเหมือนกัน ตอนฉันไม่อยาก เขาก็จะดึงดันทำให้ได้พอตอนนี้ในใจฉันยอมรับแล้ว แถมยังคิดลึกไปถึงไหนต่อไหน สุดท้ายเขากลับไม่เอาแล้วเนี่ยนะหรือว่าเขาจะชอบแบบบังคับขืนใจขณะที่กำลังคิดไปเรื่อย จู่ ๆ เฮ่อจือโจวก็พลิกตัวตะแคงข้าง รวบร่างฉันเข้าไปกอดไว้ทั้งตัวแผงอกอันร้อนรุ่มแนบชิดกับหน้าอกของฉัน ร้อนผ่าวจนแทบจะแผดเผาเสียงแหบพร่าของเขาดังขึ

  • หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน   บทที่ 355

    เนื่องจากไปแตะเส้นความโกรธของเขาหลายครั้ง ฉันก็เลยไม่กล้าหาทางบ่ายเบี่ยงแบบเนียน ๆ อีกดังนั้นครั้งนี้พอเขาถามเรื่องโรงแรม ฉันก็เลยไม่หนี และบอกไปตรง ๆ ว่ากลับไปพักที่โรงแรมเดิมของพวกเราก็แล้วกันยังไงซะกระเป๋าเดินทางก็ยังอยู่ที่โรงแรมนั่น อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าอะไรก็สะดวกกว่าด้วยพอกลับถึงโรงแรม เฮ่อจือโจวก็ให้ฉันไปอาบน้ำก่อนฉันหยิบเสื้อผ้าที่จะเปลี่ยน แล้วเดินไปเข้าห้องน้ำเงียบ ๆ โดยไม่ปริปากพูดอะไรพอกลับมาจากข้างนอก ร่างกายก็เย็นเฉียบไปทั้งตัวพอได้อาบน้ำอุ่น ก็รู้สึกสบายและอบอุ่นขึ้นมากฉันอาบน้ำอยู่ในนั้นพักใหญ่ ถึงได้เปลี่ยนชุดนอนแล้วเดินออกมาทันทีที่เปิดประตูห้องน้ำ เฮ่อจือโจวก็หันมามองฉันทันทีแต่ก็แค่มองแวบเดียว เขาก็ละสายตาไป แล้วลุกขึ้นไปหยิบเสื้อผ้าของตัวเองในกระเป๋าเดินทางจู่ ๆ บรรยากาศระหว่างเราสองคนก็เงียบลง อาศัยเพียงความเงียบในการโหมโรงเรื่องพรรค์นั้น ใจฉันก็รู้สึกกระอักกระอ่วนขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกเฮ่อจือโจวเดินเข้ามาแล้ว ฉันจึงรีบขยับหลบไปด้านข้าง เพื่อให้เขาเข้าไปพอเขาเดินเข้าไปปุ๊บก็ปิดประตูห้องน้ำดังปังฉันหันกลับไปมองประตูบานนั้นแวบหนึ่ง: เอ๊ะ ผู้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status