Share

บทที่ 4

Author: ฟากฝั่งไร้กังวล
มุมปากฉันกระตุกวูบ อยากด่ากลับไปจริง ๆ ว่า “นายประสาทหรือเปล่า!”

แต่ตอนนี้เขาได้ดิบได้ดีแล้ว ไม่ใช่ ‘ไอ้ทึ่ม’ คนเดิมที่ใคร ๆ ก็รังแกได้อีกต่อไป

ฉันข่มความรู้สึกอยากด่าเขาเอาไว้ ฝืนยิ้มแข็งทื่อ “ประธานเฮ่อ คุณอย่ามาล้อฉันเล่นเลยค่ะ ฉันต้องไปทำงานแล้ว ไปนะคะ”

“หลี่ซื่อทำได้ แล้วทำไมผมถึงทำไม่ได้” เฮ่อจือโจวถามด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความเย็นชา

ฉันขมวดคิ้ว “หลี่ซื่อทำได้ คุณทำไม่ได้อะไรของคุณ คุณพูดเรื่องอะไรเนี่ย”

“เมื่อกี้คุณให้หลี่ซื่อเอาเงินมาห้าสิบล้าน แล้วคุณจะยอมนอนกับเขาทั้งคืน แล้วถ้าผมเอาเงินมาห้าสิบล้าน ทำไมคุณถึงไม่ยอมนอนกับผมล่ะ”

ฉันอดมองบนไม่ได้

ที่ฉันพูดไปเมื่อกี้เพราะรู้ว่าหลี่ซื่อควักเงินห้าแสนก็แทบจะกระอักเลือดแล้ว ถ้าห้าสิบล้านก็คงเอาชีวิตเขาไปเลย ฉันเลยตั้งใจพูดว่าห้าสิบล้านเพื่อยั่วโมโหหลี่ซื่อ คิดไม่ถึงว่าผู้ชายคนนี้จะเอาจริง

เฮ่อจือโจวเดินมาตรงหน้าฉัน เขาอัดบุหรี่ พ่นควันออกมาเป็นวงก่อนเอ่ย “ตอนนี้บ้านคุณกำลังร้อนเงินมากไม่ใช่เหรอ ขอแค่คุณยอมนอนกับผมคืนหนึ่ง เงินห้าสิบล้านก็เป็นของคุณแล้ว เป็นไง”

ฉันแอบกำมือที่อยู่ข้างลำตัวแน่น

ความจริงฉันก็รู้จุดประสงค์ที่เขาทำแบบนี้ดี ไม่มีอะไรมากไปกว่าการเอาเงินมาฟาดหัวเพื่อหยามเกียรติฉัน

ฉันพยายามข่มความปวดร้าวที่ตีตื้นขึ้นมาในอก แค่นยิ้มเย็นชาส่งให้เขา “ตอนนี้คุณมีเงินแล้วมันวิเศษนักหรือไง ใช่ ตอนนี้บ้านฉันร้อนเงินมาก แต่ฉันไม่มีทางหาเงินด้วยวิธีนี้แน่”

พูดจบ ฉันก็รีบวิ่งออกจากห้องไป แต่น้ำตาก็เอ่อรื้นจนบดบังม่านตาก่อนแล้ว

จริง ๆ ความรู้สึกของคนเรานี่ก็แปลกดี

เมื่อก่อนพวกที่เคยเดินตามก้นฉัน ไม่ว่าจะหยามเกียรติฉันยังไง ฉันก็ไม่รู้สึกเสียใจเลย

แต่การหยามเกียรติของเฮ่อจือโจวกลับต่างออกไป การเหยียดหยามจากเขาสามารถทำให้หัวใจของฉันปวดร้าวและเจ็บแปลบขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย

ฉันวิ่งรวดเดียวมาถึงโถงชั้นหนึ่ง แต่สายตากลับเหลือบไปเห็นพี่ชายในชุดพนักงานส่งอาหารกำลังถูกพวกจางซานและหลี่ซื่อล้อมรอบเหยียดหยามอยู่

เพื่อธนบัตรสีแดงปึกหนึ่ง พี่ชายของฉันถึงกับยอมคุกเข่าให้พวกเขา

ชั่วพริบตานั้น ศักดิ์ศรีและความเย่อหยิ่งที่ฉันยึดมั่นมาตลอดก็พังทลายลง

ฉันยกมือขึ้นปิดปาก น้ำตาร่วงหล่นลงมาไม่ขาดสาย

เพื่อหาเงิน พี่ชายฉันยังทำได้ถึงขนาดนี้ แล้วฉันล่ะ แค่ถูกเฮ่อจือโจวหยามเกียรตินิดหน่อยก็ได้เงินมาตั้งห้าสิบล้าน แล้วฉันจะไปมัวหยิ่งผยองอะไรอยู่อีก

ฉันหันขวับออกตัววิ่งสุดชีวิตกลับขึ้นไปชั้นบน ภาวนาให้ผู้ชายคนนั้นยังไม่ไปไหน

เมื่อพุ่งพรวดเข้าไปในห้องวีไอพี ฉันก็เห็นเฮ่อจือโจวนั่งอยู่บนโซฟา

เขามองมาที่ฉันพร้อมรอยยิ้ม ราวกับรู้อยู่แล้วว่าฉันต้องกลับมา

ฉันเดินเข้าไปตรงหน้าเขา แล้วเอ่ยถาม “คุณเกลียดฉันมากใช่ไหม เกลียดที่เมื่อก่อนฉันคอยแต่จะหยามคุณสารพัด”

ยังไม่ทันที่เฮ่อจือโจวจะได้เอ่ยปาก ฉันก็พูดต่อ “ได้ ขอแค่คุณช่วยปลดหนี้ให้บ้านฉันได้ จะหยามฉันยังไงก็ตามใจคุณเลย อยากจะหยามนานแค่ไหนก็ได้ทั้งนั้น”

เฮ่อจือโจวหลุบตามองเหล้าในแก้ว ยิ้มถาม “ให้คุณมาเป็นเมียเก็บของผมก็ได้เหรอ”

ฉันสูดหายใจเข้าลึก “...ได้”

เขาเอาตำแหน่งภรรยาคืนไป เพื่อเก็บไว้ให้รักแรกของเขา แต่กลับให้ฉันมาเป็นเมียเก็บที่ไม่อาจเปิดเผยตัวตน

เหอะ ช่างเป็นการหยามที่ตรงไปตรงมาเสียจริง

วันต่อมา ทันทีที่พ่อกลับถึงบ้าน ก็รีบบอกฉันกับแม่อย่างตื่นเต้นว่าหนี้สินของบ้านเราถูกปลดหมดแล้ว

แม่ร้องไห้ด้วยความดีใจ เอ่ยถามพ่อว่าตกลงมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่

พ่อบอกว่าเฮ่อจือโจวเป็นคนปลดหนี้ให้ แถมยังบอกอีกว่าเฮ่อจือโจวจัดการหาที่อยู่สภาพแวดล้อมดี ๆ ให้พวกเขาแล้วด้วย

ชั่วพริบตานั้น แม่ก็ชมเฮ่อจือโจวเสียจนเลิศเลอไปถึงสวรรค์ชั้นฟ้า เอาแต่บอกว่าเฮ่อจือโจวต้องรักฉันมากแน่ ๆ ถึงได้ยอมช่วยบ้านเราขนาดนี้

ฉันฟังแล้วก็ได้แต่ยิ้มบาง ๆ

ช่วงบ่าย คนขับรถของเฮ่อจือโจวก็มารับฉัน

พ่อกับแม่ไม่ได้นึกสงสัยอะไร คิดว่าฉันยังเป็นภรรยาของเฮ่อจือโจวอยู่ และคิดว่าเฮ่อจือโจวรับฉันไปเสวยสุข ใครจะรู้ล่ะว่าฉันกำลังจะไปเป็นเมียเก็บของเขา ไปเป็นของเล่นให้เขาหยามตามอำเภอใจต่างหาก

ตอนนี้เฮ่อจือโจวอาศัยอยู่ในคฤหาสน์หลังเก่าของบ้านฉัน พ่อบ้านและคนรับใช้ในคฤหาสน์ก็ยังเป็นคนชุดเดิมทั้งหมด

บ่าวคล้อยตามนาย

เมื่อก่อนพวกเขาก็พลอยผสมโรงหยามเฮ่อจือโจวไปกับฉันไม่น้อย

ถึงตอนนี้เฮ่อจือโจวก็ยังยอมจ้างพวกเขาอยู่ เห็นได้ชัดว่าเฮ่อจือโจวใจกว้างเอาเรื่องทีเดียว

แค่ไม่รู้ว่าเขาจะเมตตาฉันแบบนั้นบ้างหรือเปล่าก็เท่านั้น

เมื่อนึกถึงการเหยียมหยามของผู้ชายคนนั้นในห้องวีไอพี จิตใจของฉันก็ห่อเหี่ยวลงมาอีก

ยังไงฉันกับพวกคนรับใช้เหล่านี้ก็ไม่เหมือนกัน อย่างมากพวกเขาก็แค่พูดจาถากถางเฮ่อจือโจวไปสองสามประโยค

แต่ฉันนอกจากจะด่าทอเฮ่อจือโจวแล้ว ฉันยังทุบตี แถมยังเคยสาดเหล้าใส่หน้าเขาต่อหน้าคนตั้งมากมาย

พอนึกย้อนไปถึงวีรกรรมของตัวเองในตอนนั้น ฉันยังขนลุกอยู่หน่อย ๆ

เฮ้อ!

ถ้ารู้ว่าต้องมาลงเอยแบบนี้ ตอนนั้นฉันน่าจะทำดีกับเขาสักหน่อย

ป้าหวังพาฉันมาส่งที่หน้าประตูห้อง “คุณหนูคะ คุณผู้ชายให้คุณรอเขาอยู่ข้างในค่ะ แล้วก็...”

ป้าหวังอึกอักเหมือนอยากจะพูดแต่ก็ไม่กล้าพูด “เขายังสั่งอีกว่า ก่อนที่เขาจะกลับมา คุณหนูต้องอาบน้ำให้สะอาดด้วยค่ะ”

ฉันกัดริมฝีปากด้วยความปวดใจ

นี่มันตั้งใจหยามกันชัด ๆ

แต่จะให้ทำยังไงได้ล่ะ

ในเมื่อรับปากยอมเป็นเมียเก็บของเขาแล้ว ฉันก็ควรเตรียมใจที่จะต้องโยนศักดิ์ศรีทิ้งไป

ห้องนี้คือห้องที่ฉันกับเฮ่อจือโจวเคยอยู่ด้วยกันเมื่อก่อน

ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม แต่ก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

เมื่อก่อน ข้างเตียงจะมีที่นอนปูพื้นอยู่ นั่นคือที่นอนของเฮ่อจือโจว ส่วนฉันจะนอนบนเตียง คอยใช้ท่าทีสูงส่งเอ่ยเตือนเขาอยู่เสมอว่า ห้ามเข้าใกล้เตียงแม้แต่ครึ่งก้าว

มาวันนี้ ที่นอนปูพื้นไม่มีแล้ว ความหยิ่งผยองของฉันก็หายไปแล้วเหมือนกัน

สามีแต่งเข้าบ้านผู้ซื่อสัตย์ว่าง่าย ที่ยอมให้ฉันรังแกคนนั้น...ก็ไม่มีแล้วเช่นกัน

เรื่องในอดีตไม่อาจหวนกลับ ฉันข่มความปวดร้าวในใจ เดินไปอาบน้ำในห้องน้ำ

อาบน้ำเสร็จ ฉันก็เอนตัวลงนอนบนเตียงเพื่อรอเฮ่อจือโจวกลับมา

ในเมื่อเป็นเมียเก็บ ฉันก็จะทำหน้าที่เมียเก็บให้ดีก็แล้วกัน

แม้ตอนนี้สรรพสิ่งจะเปลี่ยนแปลง คนก็เปลี่ยนไป ในใจมีแต่ความปวดร้าวมากมาย แต่พอลองคิดดู สถานการณ์ก็ไม่ได้เลวร้ายสักเท่าไหร่

อย่างน้อยหนี้สินของบ้านฉันก็ถูกปลดหมดแล้ว พ่อกับแม่ก็ใช้ชีวิตได้อย่างสบายใจ พี่ชายเองก็ไม่ต้องเหนื่อยขนาดนั้นอีก ไม่ต้องไปคุกเข่าให้ใครเพื่อแลกกับเงินปึกหนึ่ง

พอคิดมาถึงตรงนี้ ในใจฉันก็รู้สึกคลายความกังวลลงมาได้บ้าง

ไม่รู้ว่าเฮ่อจือโจวจะกลับมาเมื่อไหร่

ช่วงนี้เหน็ดเหนื่อยกับการวิ่งเต้นมาหลายวัน ฉันนอนลงบนเตียงได้ไม่นานก็ผล็อยหลับไป

ไม่รู้ว่าหลับไปนานแค่ไหน ฉันรู้สึกคลับคล้ายคลับคลาว่ามีน้ำหนักหนักอึ้งทับอยู่บนตัว

ฉันงัวเงียลืมตาขึ้นมา มองแวบเดียวก็เห็นว่าคนที่ทาบทับอยู่บนตัวฉันคือเฮ่อจือโจว

แถมมือของเขายังสอดอยู่ในเสื้อผ้าฉันด้วย!

“นาย...นายกล้าดียังไง!”

ฉันเงื้อมือขึ้นจะตบเขาตามปฏิกิริยาตอบสนองทันที

ทว่าวินาทีต่อมา มือที่ฉันเงื้อขึ้นก็ถูกเขาบีบเอาไว้แน่น

เขาเยาะเย้ย “ตกอับถึงขนาดนี้แล้ว นิสัยคุณหนูใหญ่ก็ยังไม่เปลี่ยนไปเลยสักนิดนะ”

เมื่อมองห้องที่คุ้นเคย และคนที่คุ้นเคยตรงหน้า

ฉันเหม่อลอยไปหลายวินาที ถึงเพิ่งจะได้สติกลับคืนมา

จริงสิ ตอนนี้เขาต่างหากที่เป็นเจ้าของที่นี่ ส่วนฉันเป็นแค่เมียเก็บต่ำต้อยของเขา

ฉันหดมือกลับ ก้มหน้าก้มตาเอ่ยคำว่า ‘ขอโทษค่ะ’ เสียงเบา

เขาแค่นหัวเราะในลำคอ ลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้องน้ำ

เมื่อได้ยินเสียงน้ำจากในห้องน้ำ ฉันก็บีบนิ้วตัวเองด้วยความประหม่า

ความจริงหลังจากเริ่มชอบเขา ฉันก็ไม่ได้รังเกียจสัมผัสของเขาเลย

แต่การร่วมรักที่เกิดจากความใจตรงกัน กับการครอบครองที่แฝงไปด้วยความรู้สึกอยากแก้แค้นและหยามเกียรติของเขา ยังไงก็ไม่เหมือนกัน

เมื่อคิดถึงเรื่องที่ต้องเผชิญหน้าในลำดับถัดไป ฉันก็อยากจะหนี แต่ก็หนีไม่ได้

ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ ในที่สุดเขาก็อาบน้ำเสร็จ

เสียงเปิดประตูห้องน้ำกระตุ้นเส้นประสาทของฉัน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน   บทที่ 152

    ในสายตาที่พร่ามัว ฉันมองเห็นเฮ่อจือโจวพ่นควันบุหรี่ออกมาเป็นวง ดวงตาสีดำอันเย็นชาคู่หนึ่งมองฉันอย่างเงียบ ๆเพราะกลัวว่าเขาจะรอจนหมดความอดทน ฉันจึงไม่กล้าพัก รีบยกเหล้าแก้วที่ห้าขึ้นมาขณะที่กำลังจะดื่ม จู่ ๆ ข้อมือก็ถูกมือใหญ่ข้างหนึ่งจับเอาไว้เฮ่ออี้เฉินมองฉันด้วยสีหน้าซับซ้อน “อันอัน ไม่ต้องดื่มแล้ว การลงทุนนี้น่ะ ฉันไม่เอาแล้ว”ฉันส่ายหน้า สลัดมือของเขาออก “ไม่ได้ ฉันรับปากนายแล้วก็ต้องทำให้ได้ ยังมีเหล้าอีกสี่แก้ว ฉันล้มเลิกกลางคันไม่ได้ ไม่งั้นสี่แก้วก่อนหน้านี้ฉันก็ดื่มไปเสียเปล่าสิ”ในเวลานี้ กู้อี้พลันพูดกับเฮ่อจือโจวว่า “ผมดื่มแทนเธอเอง”เฮ่อจือโจวยกมุมปาก ยิ้มอย่างไม่รีบร้อน “ทำไม ปวดใจแทนเธอหรือไง ในเมื่อเป็นแบบนี้ แล้วทำไมถึงยังจงใจพาเธอมาอีกล่ะในเมื่อพาเธอมาแล้ว งั้นก็อย่าทำท่าทางปวดใจแบบนี้เลย มันดูจอมปลอม”กู้อี้ขมวดคิ้ว ยังอยากจะพูดอะไรบางอย่างฉันเขย่าแขนของเขาเบา ๆ แล้วยิ้มให้ “ไม่เป็นไรค่ะประธานกู้ แค่ดื่มเหล้า เมื่อก่อนฉันก็ใช่ว่าไม่เคยดื่ม ไม่ต้องห่วงค่ะ”ในดวงตาลึกล้ำของกู้อี้มีความซับซ้อนสายหนึ่งพาดผ่านอย่างรวดเร็วเขามองไปทางเฮ่อจือโจว พลางพูดประชด

  • หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน   บทที่ 151

    “ถ้าการทำธุรกิจยังต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์ งั้นธุรกิจนี้ก็ไม่ต้องทำแล้ว!”คำพูดนี้เห็นได้ชัดว่าตั้งใจพูดให้ฉันฟังความหมายแฝงของเขาไม่ใช่ว่ากำลังเหน็บแนมที่ฉันคิดอาศัยความสัมพันธ์ในอดีตกับเขามาดึงเงินลงทุนของเขาหรือไงเหอะ โชคดีที่ฉันไม่เคยคิดจะพึ่งพาความสัมพันธ์กับเขาเลยไม่อย่างนั้นเขาคงเหน็บแนมฉันจนไม่มีชิ้นดีแน่ก็แค่เหล้าแปดแก้วไม่ใช่หรือไง ไม่ใช่เรื่องยากอะไรสักหน่อย อย่างมากก็แค่ดื่มหมดแล้วทรมานไปสองสามวันก็เท่านั้นฉันมองเฮ่อจือโจว แล้วถามเสียงขรึม “ที่คุณพูดเป็นความจริงใช่ไหม แค่ฉันดื่มเหล้าแปดแก้วนี้ คุณก็จะลงทุนในโปรเจกต์นี้ใช่ไหม”เฮ่อจือโจวพ่นควันบุหรี่ออกมาเป็นวง พลางหัวเราะเบา ๆ อย่างประชดประชัน “ผมไม่เคยหลอกใคร ไม่เหมือนใครบางคน”ฉันเยาะเย้ยตัวเองในใจ‘ใครบางคน’ ที่เขาพูดถึง ไม่ได้หมายถึงฉันหรือไงช่างเถอะ อย่างไรในสายตาของเขา ฉันก็เป็นคนลวงโลกคนหนึ่งอยู่ดี“นั่นสิ ประธานเฮ่อของเราพูดคำไหนคำนั้น ถ้าเธอดื่มเหล้าแปดแก้วนั้นได้ อย่าว่าแต่ประธานเฮ่อเลย บริษัทของเราก็จะร่วมลงทุนด้วย”“บริษัทของเราก็เหมือนกัน”ประธานเฉินกับประธานจางรีบแสดงจุดยืนตามเฮ่อจือโจวทันที

  • หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน   บทที่ 150

    ฉันสะบัดมือของเฮ่ออี้เฉินออกอย่างแรง ก่อนพูดกับเขาพร้อมรอยยิ้ม “ไม่เป็นไรค่ะ ขอฉันคุยกับประธานเฮ่อก่อน ยังไงโปรเจกต์ของเราก็มีศักยภาพมาก โอกาสที่กำไรจากการลงทุนจะเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัวมีสูงมาก ประธานเฮ่อหาเงินเก่งขนาดนั้น แถมยังไวต่อโอกาสทางธุรกิจ ฉันคิดว่าเขาต้องสนใจโปรเจกต์ของเราแน่ ๆ”เฮ่อจือโจวยิ้มแต่ไม่พูดอะไร สีหน้าดูไม่ยี่หระมั่นใจได้เลยว่าคืนนี้เขาไม่ได้มาเพราะโปรเจกต์นี้ แต่มาเพราะฉันนั่นก็หมายความว่าเขารู้แต่แรกแล้วว่าฉันจะเป็นตัวแทนของอีซีมีเดียมาเข้าร่วมการเจรจาครั้งนี้แต่เขาไปรู้มาได้ยังไง และรู้ตั้งแต่เมื่อไหร่วันนี้ตอนเขาโทรศัพท์หาฉัน น้ำเสียงตอนนั้นเหมือนจะยังไม่รู้ว่าฉันทำงานเป็นลูกน้องของเฮ่ออี้เฉินนี่นารวมถึงตัวฉันเองก็เพิ่งรู้ว่าบอสใหญ่ของบริษัทเราคือเฮ่ออี้เฉินในหัวนึกถึงภาพตอนที่เฮ่ออี้เฉินโน้มน้าวให้ฉันมาหาเงินลงทุนขึ้นมาอีกครั้งเพราะงั้นเฮ่ออี้เฉินเป็นคนจงใจปล่อยข่าวให้เขารู้หรือเปล่านะฉันพยายามสลัดความคิดที่สับสนวุ่นวายในใจออกไปอย่างสุดความสามารถ แล้วดื่มให้เฮ่อจือโจวอีกแก้วจากนั้นก็อธิบายข้อดีของโปรเจกต์นี้ต่อไป พยายามโน้มน้าวให้เขามาลงทุนอย่า

  • หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน   บทที่ 149

    ฉันยิ้มตามแบบฉบับของตัวเองให้เขา “ประธานเฮ่อคะ มาค่ะ ฉันขอดื่มให้คุณก่อนแก้วหนึ่ง”ฉันพูดพลางรินเหล้าให้เขาใครจะรู้ว่าจู่ ๆ เขาก็ยื่นมือมาปิดปากแก้ว แล้วแค่นหัวเราะกับเฮ่ออี้เฉินและกู้อี้ “รินเหล้าเอาใจคน นี่น่ะเหรอความสามารถที่พวกนายพูดถึง หึ งั้นบริษัทของพวกนายก็ขาดแคลนบุคลากรเกินไปหน่อยแล้วมั้ง”เฮ่ออี้เฉินอ้าปาก กำลังจะพูดอะไรบางอย่างกู้อี้ยกยิ้มมุมปาก “การรินเหล้าและดื่มให้ลูกค้า มันเป็นมารยาทพื้นฐานไม่ใช่เหรอครับ ประธานเฮ่อเข้มงวดกับเสี่ยวถังของพวกเราเกินไปหน่อยหรือเปล่าครับ”เฮ่อจือโจวหรี่ตาลงเล็กน้อย ผ่านไปครู่ใหญ่ เขาก็หัวเราะเบา ๆ แล้วเลื่อนมือออกฉันรินเหล้าให้เขาจนเต็มอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็รินให้ตัวเองแก้วหนึ่ง แล้วพูดกับเขาว่า “ประธานเฮ่อ ฉันขอดื่มให้คุณค่ะ”คราวนี้เฮ่อจือโจวไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่ยิ้มแล้วยกแก้วเหล้าขึ้นมาชนกับฉันเบา ๆ ก่อนจะดื่มรวดเดียวจนหมดแก้วเหล้าแก้วแรกที่ฉันดื่มให้เขา เขาก็ถือว่าไว้หน้าฉันพอสมควรจากนั้นฉันก็ไปดื่มให้ประธานจางและประธานเฉินต่อประธานทั้งสองคนเห็นว่าเฮ่อจือโจวยอมดื่มเหล้าที่ฉันรินให้ จึงไม่สะดวกใจที่จะวางมาดสร้างความลำบา

  • หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน   บทที่ 148

    ฉันมองไปที่เฮ่ออี้เฉิน ในใจก็เริ่มสับสนวุ่นวายขึ้นมาแล้วพอนึกถึงตอนที่เขาดึงดันโน้มน้าวให้ฉันมาดึงการลงทุน ในใจของฉันก็อดรู้สึกหนาวเหน็บขึ้นมาไม่ได้เขาไม่รู้จริง ๆ เหรอว่าบอสใหญ่ของกลุ่มบริษัท HYA คือเฮ่อจือโจวหรือว่าเขาคิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าคนที่มาจะเป็นเฮ่อจือโจวฉันมองใบหน้าและแววตาอันอ่อนโยนของเฮ่ออี้เฉิน แต่ในใจกลับเย็นเยียบเฮ่ออี้เฉินหลุบตาลงแล้วยิ้มออกมาเล็กน้อย “ผมคิดว่าพี่ใหญ่คงเข้าใจผิดแล้ว ตอนนั้นเป็นเพราะผมต้องไปเรียนต่อต่างประเทศ ก็เลยจำเป็นต้องให้กู้อี้เป็นคนดูแลบริษัท พอเวลาผ่านไปนานเข้า เขาก็เลยกลายเป็นประธานกู้ที่ทุกคนชื่นชมส่วนความสัมพันธ์ระหว่างพี่ใหญ่กับประธานลู่คนนั้น ผมไม่รู้เลยจริง ๆถ้ารู้แต่แรกว่าคนที่มาจะเป็นพี่ใหญ่ ผมก็คงไม่ต้องเหนื่อยยากจัดงานเจรจาครั้งนี้ขึ้นมาหรอก จริงไหมครับ”เฮ่อจือโจวหัวเราะเบา ๆ แล้วพูดเย้ยหยัน “งั้นทำไมนายถึงให้ผู้หญิงคนนี้มาช่วยหาเงินลงทุนล่ะถ้าฉันจำไม่ผิด เธอเพิ่งเข้าบริษัทของพวกนายมาได้ไม่กี่วัน ไม่มีทั้งประสบการณ์และความสามารถโปรเจกต์สำคัญขนาดนี้ นายกลับส่งเธอมา นายดูถูกโปรเจกต์ของพวกนาย หรือว่าดูถูกนักลงทุนอย่างพวกฉ

  • หลังล้มละลาย สามีก็กลายเป็นนายทุน   บทที่ 147

    ฉันเห็นเฮ่อจือโจวในชุดสูทดูภูมิฐานกำลังเดินเข้ามาจากด้านนอกท่าทางของชายหนุ่มดูสูงส่งสง่างาม แววตาเย็นชาแฝงไปด้วยความกดดันและห่างเหินอยู่หลายส่วนเขามองฉันพร้อมกับหัวเราะเบา ๆ มุมปากยกโค้งเป็นรอยยิ้มเย้ยหยันเล็กน้อยฉันตัวแข็งทื่อไปทั้งร่าง หนาวเยือกตั้งแต่หัวจรดเท้าเกิดอะไรขึ้นทำไมเฮ่อจือโจวถึงมาปรากฏตัวที่นี่ได้นักลงทุนรายใหญ่ที่สุดไม่ใช่ลู่ฉางเจ๋อเหรอ ทำไมคนที่มาถึงเป็นเฮ่อจือโจวล่ะฉันหันขวับไปมองเฮ่ออี้เฉินอย่างแข็งทื่อราวกับหุ่นยนต์เฮ่ออี้เฉินหลุบตาลงต่ำ ทำให้มองไม่เห็นสีหน้าใครบอกฉันได้บ้างว่าทำไมถึงตกลงกันไว้ว่าจะมาเจรจาเรื่องการลงทุนกับลู่ฉางเจ๋อ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นเฮ่อจือโจวไปได้วินาทีนี้ฉันอยากจะหนีไปให้พ้น แต่ขาทั้งสองข้างกลับราวกับหยั่งรากลึกลงไป ก้าวไม่ออกเลยแม้แต่ก้าวเดียวพอเฮ่อจือโจวมาถึง ประธานอีกสองคนก็พากันลุกขึ้นยืนทักทายเขาอย่างนอบน้อมกระทั่งเขานั่งลง ประธานทั้งสองคนนั้นถึงได้กล้านั่งตามเห็นได้ชัดถึงสถานะผู้ยิ่งใหญ่ในแวดวงธุรกิจของเขาในตอนนี้เฮ่อจือโจวปรายตามองฉันแวบหนึ่ง ก่อนหัวเราะเบา ๆ กับเฮ่ออี้เฉิน “เธอ...คือเลขาคนใหม่ที่นายรับเข้ามาง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status