Beranda / รักโบราณ / หลินชิงชิงนางร้ายพลิกชะตา(รัก)ยุค70 / บทที่ 3 แผนการเอาคืนหลินผิงผิง

Share

บทที่ 3 แผนการเอาคืนหลินผิงผิง

Penulis: BBNanz
last update Terakhir Diperbarui: 2024-12-18 17:17:10

หวังจื้อเหยาเมื่อรู้ว่าลูกสาวตัวเองปลอดภัยดีก็ค่อยโล่งอกขึ้นมาหน่อย เธอเอ่ยถามชายชราผู้เป็นหมอประจำหมู่บ้านด้วยน้ำเสียงร้อนใจ

"หมอหลี่ค่ารักษาลูกของสาวฉันเป็นเงินเท่าไหร่ค่ะ?"

หมอหลี่ถอนหายใจเฮือกใหญ่พลางลูบเคราสีดอกเลา "อาการของแม่หนูชิงชิงสาหัสพอสมควร ต้องใช้สมุนไพรห้ามเลือดอย่างดี ค่ารักษาจึงค่อนข้างสูงเป็นเงินถึง 10 หยวน"

หวังจื้อเหยาเมื่อได้ยินที่หมอชรากล่าวถึงกับหน้าซีดเผือด เงิน 10 หยวนไม่ใช่น้อย ๆ สำหรับครอบครัวยากจนเช่นพวกเธอ เงินที่สามีเธอหามาได้ก็เข้าบ้านใหญ่หมด บ้านสามแทบไม่มีเงินเหลือติดตัวเลย

หลินชิงชิงเมื่อได้ยินที่หมดชรากล่าวเธอค่อย ๆ แสร้งขยับตัว ก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างเชื่องช้า

เธอไม่มีวันยอมให้ครอบครัวต้องเดือดร้อนเพราะเธอ

"ชิงชิง หนูฟื้นแล้ว" หวังจื้อเหยาร้องออกมาด้วยความดีใจ

"ดีจังที่พี่สาวปลอดภัย" หลินเสี่ยวหลงร้องออกมาด้วยความดีใจ

หลินชิงชิงหันไปมองน้องชายและมารดาที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ด้วยน้ำตาคลอหน่วย

"แม่หนูไม่เป็นไรแล้ว" เธอยิ้มให้แม่และน้องชายอย่างอ่อนโยน

"แม่ไม่ต้องกังวลเรื่องค่ารักษาพยาบาลนะคะ" หลินชิงชิงพูดกับแม่ของเจ้าของร่างนี้

"หลินผิงผิงเป็นคนผลักหนูหัวกระแทกก้อนหิน หนูจะไปเก็บค่ารักษาพยาบาลจากคนบ้านใหญ่เอง"

คำพูดของหลินชิงชิงทำให้ชาวบ้านต่างพากันตกใจ พวกเขารู้ดีว่าหลินผิงผิงพี่สาวของหลินชิงชิงนั้นเป็นเด็กเอาแต่ใจและชอบกลั่นแกล้งคนเป็นน้องสาวอยู่เสมอ แต่ไม่คิดว่าจะรุนแรงถึงขั้นลงมือทำร้ายกันจนบาดเจ็บเช่นนี้

เสียงวิพากษ์วิจารณ์ดังขึ้นทั่วบริเวณ หลายคนตำหนิการกระทำของหลินผิงผิงอย่างรุนแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อรู้ว่าเธอกำลังจะเข้าพิธีหมั้นหมายในไม่ช้านี้

"นังหนูผิงผิงนี่นิสัยแย่จริงๆ ทำกับน้องสาวตัวเองได้ยังไง"

"ใกล้จะหมั้นหมายอยู่แล้ว ยังทำเรื่องงามหน้าแบบนี้อีก ใครจะอยากได้หล่อนไปเป็นภรรยา นิสัยใจคอโหดร้ายแบบนี้"

หลินชิงชิงมองภาพตรงหน้าด้วยแววตาเย็นชา มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มจางๆ เมื่อเห็นชื่อเสียงของคนที่เคยรังแกเจ้าของร่างนี้ป่นปี้ลงต่อหน้าต่อตา

'หลินผิงผิง เธอคิดว่าจะรังแกฉันได้ตลอดไปงั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ' หลินชิงชิงคิดในใจอย่างมาดมั่น

'ในเมื่อฉันได้เข้ามาอยู่ในร่างนี้แล้ว ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายฉันหรือครอบครัวของฉันอีกต่อไป'

หลินชิงชิงค่อยๆ แสร้งค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งอย่างระมัดระวัง แม้ศีรษะจะยังพันผ้าพันแผลเอาไว้อย่างแน่นหนา แต่แปลกที่เธอไม่รู้สึกเจ็บปวดมากเท่าไหร่

"ชิงชิง หนูจะลุกไปไหน?" หวังจื้อเหยา เอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง เธอรีบสาวเท้าเข้ามาประคองลูกสาว

"แม่ หนูไม่เป็นไรแล้วค่ะ" หลินชิงชิงยิ้มให้คนเป็นแม่ หวังให้เธอคลายความกังวลลง "หนูจะไปบ้านลุงใหญ่ค่ะ"

หวังจื้อเหยาขมวดคิ้ว "แต่หนูเพิ่งจะฟื้น..."

"พี่สาวเป็นตัวต้นเหตุให้หนูหัวแตก หนูจะไปเรียกค่าเสียหายที่บ้านใหญ่" หลินชิงชิงพูดสวนกลับหวังจื้อเหยา ทำให้พวกชาวบ้านที่อยู่ใกล้ๆ ต่างพากันหันมามอง เมื่อพวกเขาได้ยินที่หลินชิงชิงกล่าวทุกคนต่างก็หูผึ่งเตรียมรอดูเรื่องสนุกกัน

หวังจื้อเหยาถอนหายใจยาว เธอรู้ดีว่าความเจ็บปวดที่ลูกสาวต้องแบกรับนั้นหนักหนาสักเพียงใด บาดแผลที่ศีรษะของหลินชิงชิงมันทำให้เธอรู้สึกโกรธจนแทบคลั่ง แต่ความโกรธนั้นก็ไร้ความหมายเมื่ออยู่ในบ้านหลังนี้ หลินผิงผิง เด็กสาวผู้เป็นดั่งแก้วตาดวงใจของแม่สามี คงไม่ถูกลงโทษใด ๆ แม้ว่าเธอจะทำร้ายลูกของเธอจนบาดเจ็บก็ตาม

ความอยุติธรรมนี้กัดกินหัวใจของหวังจื้อเหยา เธอรู้ดีว่าหลินผิงผิงเป็นที่รักเพราะหลินเจี้ยนเป็นลูกชายคนโตที่แม่สามีของเธอโปรดปรานที่สุด และยิ่งกว่านั้น แม่ของหลินผิงผิงยังเป็นคนมีฐานะ และแถมยังให้กำเนิดลูกชายถึงสองคน ทำให้เธอมีสถานะที่มั่นคงในบ้านหลังนี้

ในทางกลับกัน หลังจากเธอแต่งงานเข้าสู่บ้านตระกูลหลิน เธอต้องพบกับความเย็นชาจากแม่สามีผู้ถืออำนาจในบ้านหลิน เธอถูกกดขี่ข่มเหงสารพัด เพียงเพราะเธอมาจากครอบครัวยากจน ไม่ได้มีฐานะร่ำรวยอะไร

แต่สิ่งที่ทำให้หวังจื้อเหยาเจ็บปวดที่สุด คือการที่ลูก ๆ ของเธอต้องทนทุกข์ไปด้วย พวกเขาถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม และถูกตำหนิและดูถูกอยู่เสมอ

สามีของเธอเป็นลูกชายคนเล็กที่ไม่ค่อยได้รับความสนใจจากแม่สามี เขาเป็นคนพูดน้อย ไม่ชอบประจบประแจงใคร ทำให้เขากลายเป็นเพียงเงาในบ้านหลังใหญ่

แต่หวังจื้อเหยาไม่อยากจะยอมแพ้ เธออยากจะปกป้องลูกของเธอ และจะไม่ยอมให้ใครมารังแกพวกเขาได้อีกต่อไป เธอจะต่อสู้เพื่อความยุติธรรม แม้ว่ามันจะหมายถึงการท้าทายอำนาจของแม่สามีก็ตาม

"ถ้าลูกต้องการอย่างนั้นแม่ก็จะไม่ห้ามลูก เดี๋ยวแม่ไปช่วยประคองลูกไปบ้านลุงใหญ่เอง" หวังจื้อเหยากล่าว

ในขณะที่พวกเธอกำลังจะออกจากบ้าน ทันใดนั้นหลินเจิ้งเทียน พ่อของหลินชิงชิง ก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในบ้าน ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกังวล

"ชิงชิง เป็นอย่างไรบ้างลูก  พอดีอาเค่อบอกพ่อว่าหนูได้รับบาดเจ็บสาหัส พ่อเลยรับวิ่งจากแปลงนามาดูลูกทันที" หลินเจิ้งเทียนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ มองไปที่ลูกสาวคนโตที่นั่งอยู่บนเตียงด้วยหัวใจที่แทบจะหยุดเต้น

"พ่อ" หลินชิงชิงพยายามลุกขึ้นไปหาคนเป็นพ่อ

"อย่าเพิ่งขยับตัวนะลูก" หวังจื้อเหยา แม่ของชิงชิงรีบเข้าไปประคองลูกสาวไว้

"ขอบคุณแม่" หลินชิงชิงพยายามยิ้มให้มารดา

หลินเจิ้งเทียนมองลูกสาวด้วยความรู้สึกผิด เขาทำงานหนักทุกวันจนไม่มีเวลาใส่ใจลูก ๆ อย่างที่ควรจะเป็น

"พ่อขอโทษนะลูก" เขาพูดเสียงแผ่วเบา "พ่อไม่น่าปล่อยให้ลูกไปเก็บหญ้าแห้วหมูคนเดียวเลย เลยทำให้ลูกต้องหัวฟาดพื้น

หลินชิงชิงบีบมือของคนเป็นพ่อเบา ๆ พลางฝืนยิ้ม "ไม่เป็นไรค่ะพ่อ"

"มันไม่ใช่ความผิดของพ่อ หนูโดนพี่ผิงผิงผลักจนหัวหนูฟาดพื้น แต่พี่สาวกลับไม่ช่วยหนู เธอปล่อยให้หนูตายอย่างเลือดเย็น"

คนเป็นพ่อได้แต่ถอนหายใจ เขารู้ดีว่าลูกสาวตนถูกกลั่นแกล้งจากลูก ๆ ของบ้านใหญ่เสมอมา แต่ฐานะของตนก็ต่ำต้อยเกินกว่าจะไปเรียกร้องอะไรได้

"วันนี้หนูจะไปเอาเรื่องบ้านใหญ่" หลินชิงชิงลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก "ถ้าวันนี้หนูไม่ได้รับความยุติธรรม หนูจะไม่อยู่บ้านหลังนี้ หนูจะแยกบ้านให้ได้ หนูจะไม่ยอมตกเป็นเบี้ยคนบ้านใหญ่อีกต่อไป"

หลินเจิ้งเทียนที่นั่งอยู่ข้างเตียง มองลูกสาวด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งสงสาร ทั้งกังวล เขากลัวว่าแม่ของเขา หรือก็คือย่าของหลินชิงชิง จะไม่ยอมยกอะไรให้เขาเลยถ้าหากพวกเขาต้องการแยกบ้านไป

"ลูก..." หลินเจิ้งเทียนเอ่ยเสียงแผ่ว

"พ่อไม่ต้องห่วงนะคะ" หลินชิงชิงพูดตัดบท "พวกเราแยกบ้านออกมาอยู่ข้างนอกจะดีกว่า ถึงแม้พวกเราจะไม่ได้อะไรมามากนัก แต่ถ้าเรายังไม่ตัดขาดจากบ้านใหญ่

"หลินผิงผิงคงไม่วางมือแกล้งลูก ไม่แน่คราวหน้าลูกอาจไม่มีชีวิตรอดก็เป็นได้" หลินชิงชิงจัดการใช้ยาแรงกับคนเป็นพ่อ หญิงสาวรู้ว่าเขาเป็นคนขี้ใจอ่อน คงไม่กล้าตัดสินใจแยกบ้านง่ายๆ

หลินชิงชิงรู้ดีว่าคำพูดของเธออาจจะดูรุนแรงไปบ้าง แต่เธอจำเป็นต้องทำให้พ่อของเธอเห็นภาพความเลวร้ายที่อาจจะเกิดขึ้น ถ้าพวกเขายังคงอยู่ในบ้านหลังนี้ต่อไป

หลินเจิ้งเทียนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะถอนหายใจออกมา "พ่อจะไปคุยกับย่าเอง" เขาพูดเสียงเบา "แต่ลูกต้องเตรียมใจไว้ด้วยนะ ท่านอาจจะไม่ยอมง่าย ๆ "

หลินชิงชิงพยักหน้า เธอรู้ว่าการแยกบ้านไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะในยุคสมัยนี้ที่ผู้หญิงยังไม่มีสิทธิ์มีเสียงมากนัก แต่เธอไม่กลัว เธอพร้อมจะสู้เพื่ออิสรภาพของตัวเอง

ว่าแล้วเธอก็เดินออกจากบ้าน มุ่งหน้าไปยังบ้านใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ไม่ไกลจากบ้านของเธอ หวังจื้อเหยาช่วยพยุงหลินชิงชิงขึ้นมาอย่างระมัดระวัง ส่วนหลินเสี่ยวหลง น้องชายคนเล็กของเธอ รีบเข้ามาช่วยประคองพี่สาวอีกแรง

"พี่สาว เจ็บมากไหม" เสี่ยวหลงถามด้วยความเป็นห่วง

"พี่ไม่เจ็บมากหรอก" หลินชิงชิงตอบพร้อมฝืนยิ้มให้น้องชาย

"พี่ต้องหายเร็ว ๆ นะ" เสี่ยวหลงพูดด้วยน้ำเสียงใสซื่อ ก่อนจะหันไปมองหลินชิงชิงอย่างมีความหวัง

ทุกคนต่างเดินกันไปตามทางเดินเล็ก ๆ ที่มุ่งหน้าไปยังบ้านของลุงใหญ่ พวกเขาต่างพกความคาดหวังเต็มเปี่ยมว่าการไปเยือนครั้งนี้จะนำมาซึ่งความเปลี่ยนแปลงในครอบครัวตนเอง

"วันนี้ละฉันจะต้องให้บ้านสามแยกบ้านออกมาให้ได้" หลินชิงชิงคิดวางแผนอยู่ในใจเงียบๆ ถึงแม้เธอจะไม่อยากเป็นนางร้าย แต่ถ้าใครคิดร้ายกับเธอ เธอจะไม่ยอมอยู่เฉยๆ แน่นอน

'หลินผิงผิง วันนี้ฉันจะฉุดชื่อเสียงของแกให้ดิ่งลงเหว'  หลินชิงชิงพูดพึมพำกับตัวเอง รอยยิ้มเย็นชาปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเธอ ก่อนจะเลือนหายไปอย่างรวดเร็ว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • หลินชิงชิงนางร้ายพลิกชะตา(รัก)ยุค70   บทที่ 61 บทส่งท้าย งานแต่งงานของสองเรา

    เสียงประทัดดังกึกก้องทั่วลานบ้านตระกูลหลิว บ่งบอกถึงความยินดีปรีดาของงานมงคลสมรสระหว่างหลิวชิงชิงและหลี่เหว่ยบ้านของเธอประดับประดาไปด้วยโคมแดงสด ตัดกับผ้าแพรสีทองอร่ามระยิบระยับ บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก ญาติมิตรต่างมาร่วมแสดงความยินดีกันอย่างเนืองแน่น เสียงพูดคุยจอแจ เสียงหัวเราะร่าเริงดังแทรกกับเสียงดนตรีบรรเลงเพลงมงคลภายในบ้านเจ้าสาว หลิวชิงชิงในชุดแต่งงานสีแดงสดปักลวดลายด้วยดิ้นเงินวิจิตรงดงาม จากช่างตัดเย็บฝีมือดี ที่คนรักของเธอพาไปตัดเย็บ ใบหน้าหวานละมุนแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางบางเบา เผยให้เห็นแก้มแดงระเรื่อด้วยความเขินอาย หลิวชิงชิงนั่งก้มหน้ามองปลายเท้าอย่างประหม่า ขณะรอเจ้าบ่าวเข้ามาในบ้าน"ชิงชิง ลูกสาวของพ่อ" เสียงทุ้มของหลิวเหวินเจิ้งเอ่ยขึ้นพร้อมกับมือหนาที่ลูบศีรษะลูกสาวอย่างอ่อนโยน "วันนี้ลูกสาวพ่อสวยที่สุดเลย"หลิวชิงชิงเงยหน้าขึ้นมองบิดาด้วยแววตาสั่นไหว "คุณพ่อ...""ไม่ต้องกังวลนะลูก" หลิวเหวินเจิ้งกล่าวปลอบ "เดี๋ยวลูกเหว่ยก็จะมารับเจ้าสาวไปงานแต่งที่โรงแรมแกรนด์""ค่ะคุณพ่อ" หลิวชิงชิงพยักหน้ารับ น้ำตาคลอหน่วยด้วยความต

  • หลินชิงชิงนางร้ายพลิกชะตา(รัก)ยุค70   บทที่ 60 จัดงานเลี้ยงยิ่งใหญ่

    หลิวเหวินชางจ้องมองหลี่อ้ายเจียเย็นชา"เรื่องที่หล่อนขโมยลูกของฉัน ฉันจะให้เจ้าหน้าที่มาจัดการกับหล่อน"หลี่อ้ายเจียทรุดตัวลงกับพื้น น้ำตาไหลอาบแก้ม เธอเงยหน้ามองเขาด้วยแววตาเว้าวอน"ท่านจอมพลหลิว...ฉันขอโทษ ฉันรู้ว่าสิ่งที่ฉันทำมันผิด ฉันมันเลว ฉัน...""เลว ใช่ เธอมันเลว" หลิวเหวินชางคำรามเสียงดังจนสนั่น "หลี่อ้ายเจีย เธอขโมยลูกของฉันไป เธอพรากลูกของฉันไปจากอกฉัน เธอรู้ไหมว่าฉันต้องทรมานแค่ไหน""ฉันเลอะเลือนไปแล้วถึงได้เชื่อฟังคำพี่สาว ฉันแค่ไม่อยากให้ทางบ้านสามีรู้เรื่องลูกที่เสียไปก็เท่านั้นเอง หลี่อ้ายเจียได้แต่สะอื้นไห้"แกเลยต้องมาพรากลูกคนอื่นไป แล้วลูกของคนอื่นไม่ใช่ลูกคนหรือไง " หลิวเหวินชางกัดฟันกรอด "สิ่งที่หล่อนทำมันโหดร้ายเกินไป หลี่อ้ายเจีย เธอทำลายชีวิตฉันมายาวนานหลายสิบปี""ท่านจอมพลฉันขอโทษ...ฉันขอโทษ..." หลี่อ้ายเจียได้แต่พร่ำพูดคำขอโทษซ้ำไปซ้ำมาหลิวเหวินชางไม่ฟังคำขอโทษใดๆ ทั้งสิ้น เขาหันไปสั่งลูกน้องเสียงเย็นชา "พาตัวหลี่อ้ายเจียไปให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองลงโทษตามกฎหมาย""ไม่...ท่านจอมพลหลิว อย่า

  • หลินชิงชิงนางร้ายพลิกชะตา(รัก)ยุค70   บทที่ 59 ความจริงปรากฎ

    เช้าวันรุ่งขึ้น หลินชิงชิงลืมตาขึ้นพร้อมกับความคิดที่แล่นเข้ามาในหัวทันที เรื่องราวเมื่อวานยังคงวนเวียนอยู่ในใจ กับคำพูดของท่านเจิ้ง ที่บอกว่าพ่อของเธออย่างจะไม่ใช่ลูกชายของคุณย่าหลินชิงชิงตัดสินใจลุกขึ้นจากเตียงแล้วตรงไปยังห้องของบิดา หลินเจิ้งเทียนยังคงนอนหลับอยู่บนเตียง ใบหน้าของเขาดูเหนื่อยล้าราวกับแบกปัญหาหนักอึ้งเอาไว้ หลินชิงชิงยืนมองบิดาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยปากปลุก"พ่อคะ"หลินเจิ้งเทียนค่อยๆ ลืมตาขึ้นมองลูกสาวด้วยความงุนงง "ชิงชิง มีอะไรรึ? ""พ่อคะ หนูว่าพวกเราไปบ้านใหญ่ตระกูลหลินกันเถอะค่ะ" หลินชิงชิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "หนูอยากให้พ่อไปถามคุณย่าให้แน่ใจว่าพ่อใช่ลูกชายของท่านใช่หรือเปล่า"หลินเจิ้งเทียนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง เขาหลับตาลงราวกับกำลังครุ่นคิดถึงบางสิ่ง ก่อนจะลืมตาขึ้นมองลูกสาวด้วยแววตาที่แน่วแน่"ก็ได้" เขาเองก็อยากรู้ความจริงเช่นกันหลังจากนั้นไม่นาน คนบ้านสาม ประกอบด้วยหลินเจิ้งเทียน หวังจื้อเหยา และหลินชิงชิง ต่างก็ออกเดินทางมุ่งหน้าไปยังบ้านใหญ่ตระกูลหลิน ระหว่างทาง หลินชิงชิงสังเกตเห็นสีหน้าเคร่

  • หลินชิงชิงนางร้ายพลิกชะตา(รัก)ยุค70   บทที่ 58 เจรจางานหมั้น

    ท่านเจิ้งเมื่อเห็นทุกคนอยู่ในความตกตะลึง จึงเอ่ยเตือนสติขึ้นมา"เอาละๆ ทุกคน อย่ามัวแต่คุยกันเลย มาทานข้าวกันได้แล้ว ฉันชักจะเริ่มหิวแล้วสิ"หวังจื้อเหยา ได้สติก่อนใคร รีบเชื้อเชิญทุกคนให้เริ่มทานอาหาร หลินชิงชิง ตักข้าวใส่จานให้ทุกคนอย่างคล่องแคล่ว บนโต๊ะเต็มไปด้วยอาหารน่ารับประทาน ทั้งไก่ตุ๋นโสม หมูแดงอบน้ำผึ้ง ผัดผักรวมมิตร และซุปเยื่อไผ่ ส่งกลิ่นหอมกรุ่นชวนน้ำลายสอ"อืม... อร่อยมาก" เฉินเหม่ยหลิงเอ่ยชม "ฉันไม่เคยทานอาหารที่ไหนอร่อยเช่นนี้มาก่อนเลย""ใช่ๆ " หลี่หย่ง พยักหน้าเห็นด้วย "รสชาติกลมกล่อม หอมเครื่องเทศกำลังดี"ท่านเจิ้งตักซุปเยื่อไผ่เข้าปากอีกคำ ซดน้ำซุปจนหมดชามแล้ววางช้อนลง พลางพยักหน้าชมด้วยสีหน้าพึงพอใจ "รสชาติดีจริงๆ กลมกล่อม หอมหวาน ซดคล่องคอ ใครเป็นคนทำอาหารมื้อนี้หรือ? "หลินชิงชิงที่นั่งอยู่ข้างๆ ได้ยินคำชมก็ยิ้มแก้มปริ "หนูกับแม่ช่วยกันทำค่ะ หนูเป็นเพียงแค่ลูกมือเท่านั้นค่ะ" หลินชิงชิงตอบเสียงใส ความจริงแล้วที่อาหารอร่อยเป็นเพราะวัตถุดิบที่นำมาทำอาหารล้วนมาจากมิติของเธอทั้งสิ้น ทั้งเยื่อไผ่อ่อนๆ เห็ดหอมชั้นดี และเครื่อง

  • หลินชิงชิงนางร้ายพลิกชะตา(รัก)ยุค70   บทที่ 57 ความจริงที่ถูกซ่อนไว้

    แสงตะวันโพล้เพล้ทาบทาขอบฟ้า สาดสีส้มแดงระเรื่อทั่วลานบ้าน กลิ่นหอมของอาหารลอยโชยยั่วน้ำลาย หลินชิงชิงและผู้เป็นมารดาต่างก็จัดเตรียมสำรับกับข้าวหลายอย่างจนเต็มโต๊ะอาหาร ทั้งไก่ตุ๋นโสม หมูแดงอบน้ำผึ้ง ผัดผักรวมมิตร และซุปเยื่อไผ่ ส่วนของหวานและผลไม้ล้วนแต่ตัดวางอย่างสวยงาม ทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นเมนูเลิศรสที่แม่ของเธอตั้งใจปรุงขึ้นด้วยความพิถีพิถันกับข้าวพร้อมแล้วค่ะ" หลินชิงชิงเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มหวังจื้อเหยาหันมายิ้มให้ลูกสาว "ชิงชิงไปอาบน้ำแต่งตัวให้เรียบร้อยนะ ใกล้เวลาที่พ่อแม่สามีของหนูจะมาแล้ว"หลินชิงชิงหน้าขึ้นสีแดงระเรื่อ "แม่.. " เสียงของเธอเอ่ยแผ่วลง "หนู.. หนูตื่นเต้นจังเลยค่ะ ไม่รู้ว่าท่านทั้งสองจะเป็นอย่างไรบ้าง" มือบางบิดชายเสื้อไปมาอย่างประหม่า"ไม่ต้องกังวลไปหรอกลูก" หวังจื้อเหยาตบบ่าลูกสาวเบาๆ อย่างให้กำลังใจ "แม่ได้ยินมาว่าครอบครัวของท่านนายพลหลี่เป็นตระกูลขุนนางเก่าแก่ มีชื่อเสียงเรื่องความใจดี แม่เชื่อว่าพวกท่านต้องเอ็นดูหนูเหมือนลูกสาวคนหนึ่งแน่ๆ ""แต่.. หนูยังไม่เคยพบพวกท่านเลยนี่คะ" หลินชิงชิงยังคงกังวล "แล้ว.. แล้วถ้าหนูทำ

  • หลินชิงชิงนางร้ายพลิกชะตา(รัก)ยุค70   บทที่ 56 เตรียมตัวพบหน้าพ่อแม่คุณพระเอก

    หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป นับตั้งแต่หลินชิงชิงพาครอบครัวเข้ามาในมิติแห่งนี้หลินเสี่ยวหลง เด็กน้อยวัย10ขวบ กลับมิได้วิ่งเล่นซุกซนตามประสาเด็ก แต่กลับขะมักเขม้นฝึกฝนวิชายุทธ ร่างน้อยๆ เคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วว่องไว กระบี่ไม้ในมือฟาดฟันไปตามกระบวนท่าที่หลินชิงชิงถ่ายทอดให้ เหงื่อไหลไคลย้อยอาบใบหน้า แต่เด็กน้อยก็ยังคงมุ่งมั่น มิย่อท้อ"ฮึบ...ฮ่า" เสียงเล็กๆ ดังขึ้นเป็นระยะหลินเจิ้งเทียน ผู้เป็นบิดา นั่งมองลูกชายอยู่ใต้ต้นหลิวใหญ่ ในใจรู้สึกทั้งภาคภูมิใจและเป็นห่วง เสี่ยวหลงเป็นเด็กดี ขยันหมั่นเพียร แต่บางครั้งก็ดื้อรั้นเกินไป"เสี่ยวหลง พักสักครู่ ลูกฝึกมาตั้งแต่เช้าแล้ว" หลินเจิ้งเทียนเอ่ยขึ้นด้วยความห่วงใยหลินเสี่ยวหลงหยุดฝึกซ้อม เช็ดเหงื่อที่ไหลอาบหน้า "พ่อครับ ผมยังไม่เหนื่อยครับ ผมอยากเก่งๆ จะได้ปกป้องทุกคน จะไม่ให้คุณย่ามารังแกบ้านเราได้" เด็กชายตอบเสียงใส แววตามุ่งมั่นหลินเจิ้งเทียนถอนหายใจ เรื่องบาดหมางระหว่างเขากับมารดาเป็นเรื่องที่ทำให้เขาหนักใจที่สุด เขาไม่รู้ว่าทำไมแม่ของเขาถึงได้เกลียดชังเขามากนัก ตั้งแต่เด็กเขาไม่เคยได้รับความรักจากท

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status