Masukนางถูกลักพาตัวมาขายให้องค์กรใต้ดิน เพื่อถูกฝึกให้เป็นนักฆ่าตั้งแต่เล็ก ภารกิจสุดท้ายที่องค์กรมอบให้คือส่งนางไปตาย แต่ไม่คิดว่าวิญญาณของนางจะเข้ามาอยู่ในร่างของ เซี่ยเฟิงอวี่ พระชายาขององค์ชายรอง
Lihat lebih banyakภารกิจสุดท้าย เฟิงอวี่ จ้องมองแผ่นกระดาษในมือ ก่อนจะขยำทิ้งอย่างไม่ไยดี มันเป็นภารกิจสุดท้ายที่ไหน มันเป็นคำสั่งส่งเธอไปตายเสียมากกว่า
เธอถูกลักพาตัวมาตั้งแต่เด็ก ถูกนายหน้าค้ามนุษย์นำมาขายให้องค์กรใต้ดิน ที่ต้องการเด็กมาฝึกให้เป็นนักฆ่า เธอจำไม่ได้แล้วว่าเคยร้องไห้ครั้งสุดท้ายไปเมื่อไหร่
คงเป็นตอนที่ถูกพาตัวมา แล้วถูกโยนลงไปในคูน้ำที่มีแต่สัตว์พิษอยู่ด้านใน เฟิงอวี่ถูกปล่อยให้เอาตัวรอด โดยไม่มีแม้แต่อาหารอยู่ถึงห้าวัน
วันที่ประตูห้องถูกเปิดออก เจ้าหน้าที่ถึงกับผงะถอยหลัง ในตอนแรกพวกเขาคิดว่าคงได้มาเก็บร่างของเด็กน้อยไปทิ้งเช่นเคย แต่ครั้งนี้ไม่เป็นแบบนั้น เมื่อเฟิงอวี่ชูงูที่เธอเพิ่งจะกัดกินเนื้อของมันสดๆ ขึ้นให้พวกเขาดู
รอบตัวของเธอมีแต่สัตว์ที่ถูกฟันซี่เล็กๆ ของเธอกัดกระชากจนตายเกลื่อน น้ำรอบตัวถูกย้อมไปด้วยสีแดงของเลือด แม้ร่างกายของเด็กน้อยจะมีร่องรอยโดนกัดอยู่หลายแห่ง แต่ดวงตาคู่โตจ้องมองทุกสิ่งอย่างไม่สะทกสะท้าน
สติของเฟิงอวี่มืดดับลงทันที เธอถูกส่งตัวไปรักษาที่ห้องพยาบาลขององค์กร แม้แต่หมอในห้องทดลองยังอดที่จะแปลกใจไม่ได้ พิษที่เธอได้รับเลือดของเธอต่อต้านพิษของสัตว์ร้ายได้ทุกชนิด
นับเป็นการค้นพบที่แสนมหัศจรรย์ นับจากนั้นเดือนสองครั้ง เฟิงอวี่จะต้องถ่ายเลือดของเธอเพื่อให้ห้องทดลองได้นำไปวิจัย
เลือดของเฟิงอวี่เมื่อฉีดเข้าไปตัวของสัตว์ไม่ว่าชนิดใด ไม่นานพวกมันจะตายทันที แม้กับคนที่ถูกนำมาใช้ทดลอง ก็ไม่อาจทนรับเลือดของเธอได้ ตัวของเฟิงอวี่จึงมีมูลค่ามหาศาลที่ไม่อาจประเมินค่าได้
ร่างกายที่แสนวิเศษของเธอยังมีอีกอย่างที่ทำให้องค์กรต้องประหลาดใจ เมื่อเกิดบาดแผล ไม่นานมันจะหายได้เองโดยไม่ต้องรักษา แต่ต้องไม่ใช่จุดตาย
นับจากนั้นเธอจึงถูกฝึกให้เป็นนักฆ่าโดยสมบูรณ์แบบ เฟิงอวี่ถือมีดไปสังหารคนตั้งแต่อายุได้เพียงสิบขวบ เธอไม่มีความสงสารหรือเห็นใจ หากเธอไม่เป็นคนฆ่า คนที่จะต้องตายก็ต้องเป็นตัวเธอเอง
ความเป็นอยู่ของเฟิงอวี่ที่องค์กรใต้ดิน ทำให้หลายคนในหน่วยงานต้องอิจฉาเธอ เธอถูกจัดให้อยู่ระดับสูงสุด ที่พักเพียบพร้อมไปด้วยทุกสิ่งเท่าที่ทางองค์กรจะจัดหาได้ เธอจะได้รับทุกอย่างเป็นคนแรกๆ โดยที่ไม่ต้องร้องขอ หรือสร้างผลงาน
ครั้งนี้ก็เช่นกัน เมื่อองค์กรใต้ดินได้กำไลจากโลกอนาคตมา ถึงแม้จะบอกว่าเป็นเพียงตัวทดลอง แต่ประสิทธิภาพของมันก็ทำให้ทั่วโลกต้องการจะครอบครอง
มันสามารถเก็บของไว้ภายในได้ โดยไม่จำกัดจำนวนและพื้นที่ในการจัดเก็บ เฟิงอวี่สวมมันไว้อย่างไร้ความคิดที่จะใช้งาน
สิ่งของที่เธอได้มาล้วนแต่โยนเก็บไปให้พ้นสายตา สุดท้ายจึงเข้าไปอยู่ภายในกำไลของเธอเอง เงิน ทอง ไม่ใช่สิ่งที่เธอต้องการ ในเมื่อเธอมีมากมายจนไม่รู้ว่าจะใช้เช่นใดให้หมด
แต่ครอบครัว คือสิ่งที่เธอถวิลหามาตลอด แม้จะไม่แสดงออกก็ตาม ความทรงจำที่เหลืออยู่คือรอยยิ้มของผู้เป็นพ่อและแม่ ที่อยู่หรือใบหน้าล้วนแต่เลือนรางจนจำแทบไม่ได้แล้ว
เฟิงอวี่สืบหาตัวตนและเรื่องราวของเธอมาโดยตลอด เมื่อสองวันก่อนหน้าที่จะได้รับภารกิจสุดท้าย ในที่สุดเธอก็ได้รู้ว่าพ่อแม่ของเธออยู่ที่ใด
เธอบอกเรื่องที่จะกลับไปหาครอบครัว โดยยอมที่จะกลับมาที่องค์กรเพื่อให้เลือดเช่นเดิม ทุกครั้งที่องค์กรเรียกตัว และดูเหมือนว่ามันจะจบอย่างง่ายๆ เมื่อทางองค์กรรับปาก
ตัวเฟิงอวี่ ไม่คิดเช่นนั้น เธอระวังตัวอยู่ตลอดเวลา และรอคอยภารกิจสุดท้ายที่ทางองค์กรขอให้ทำ คำสั่งสุดท้าย คือให้เธอไปเอาชีวิต ผู้เป็นนายใหญ่ขององค์กรฝั่งตรงข้าม
มันง่ายเสียที่ไหน หากเอาชีวิตได้ง่าย องค์กรฝ่ายตรงข้ามคงไม่ก้าวหน้ากว่าองค์กรที่เธออยู่ เฟิงอวี่ เก็บข้าวของทั้งหมดภายในห้องเข้าไปไว้ในกำไล
หากเธอทำสำเร็จก็สามารถหายตัวไปได้ทันที ก่อนจะไปปฏิบัติภารกิจ เธอยังซื้อข้าวของไปฝากครอบครัวจำนวนมาก แต่ไม่คิดว่าข้าวของที่ซื้อเอาไว้มันจะไม่ถึงมือของครอบครัวเธอ
“เธอคิดว่าองค์กรจะยอมให้เธอสืบพบครอบครัวของเธอได้ง่ายเหรอ น่าขำสิ้นดี ครอบครัวที่เธอหวังว่าจะกลับไปใช้ชีวิตด้วย มันถูกองค์กรของเธอสร้างคนมา” นายใหญ่ขององค์กรฝ่ายตรงข้ามมองร่างที่ชุ่มไปด้วยเลือดของเฟิงอวี่อย่างเย้ยหยัน
เขายืนห่างออกไปอย่างระวังตัว รอบข้างล้วนแต่เป็นลูกน้องที่ต่อสู้กับเฟิงอวี่ นอนตายอยู่ที่พื้น ใบหน้าของทุกคนทรมานตายตาไม่หลับ ราวกับถูกพิษร้ายกัดกินร่างกาย เขามองเธอด้วยความเสียดาย หากได้มาเป็นคนขององค์กรตนจะดีแค่ไหน
“...” เฟิงอวี่จ้องมองเขาด้วยสายตาที่เรียบเฉย
“ตอนนี้เลือดของเธอมากพอให้ทำการทดลองโดยไม่ต้องเก็บเธอเอาไว้ เฟิงอวี่...ชื่อนี้ช่างน่าเสียดาย หากเธอยอมเป็นคนขององค์กรฉัน ฉันจะมอบทุกสิ่งที่เธออยากได้ ครอบครัวของเธอฉันจะตามหาอย่างสุดความสามารถ”
“หึหึ ครอบครัวฉัน ไม่เหลือแล้ว แกตามไปพบในนรกก็แล้วกัน” เฟิงอวี่พุ่งตัวเข้าหาอย่างรวดเร็ว
แม้จะมีปลายกระบอกปืนหันมาทางเธอมากเพียงใด แต่ฝีเท้าของเธอก็ดูจะไม่ช้าลงเลย เฮือกสุดท้ายของการมีชีวิตอยู่อย่างไรก็อยากจะลากคนชั่วพวกนี้ไปลงนรกให้ได้มากที่สุด
อีกหนึ่งความลับของเฟิงอวี่ที่ทางองค์กรไม่มีวันรู้ เมื่อเธอตายลง เลือดของเธอจะไร้ค่า แม้จะถูกรักษาเอาไว้อย่างดี
เฟิงอวี่ล้มลงสิ้นใจ ก่อนจะถึงตัวนายใหญ่ที่เธอต้องมาเอาชีวิต เลือดของเธอไหลนองไปทั่ว ก่อนจะลุกไหม้ไปทั่วบริเวณ องค์กรฝ่ายตรงข้ามที่ยังรอดชีวิตพากันหนีตายอย่างอลหม่าน ไม่ต่างจากห้องทดลองในองค์กรใต้ดิน ไฟกำลังลุกไหม้ราวกับไปมีวันดับ งานทดลองทั้งหมดกลายเป็นเถ้าถ่าน เจ้าหน้าที่หลายนายต้องทิ้งชีวิตไว้ภายในห้องทดลอง
“มันเป็นไปได้ยังไง” หากเขารู้ล่วงหน้า จะไม่มีวันส่งเฟิงอวี่ออกไปทำภารกิจสุดท้ายเด็ดขาด
หนิงหวงถอนหายใจออกมา เขากดสูดดมที่เส้นผมของเฟิงอวี่ก่อนจะเอ่ยตอบ“ข้าจะหลอกเจ้าเพื่ออันใด ข้าไม่คิดจะขึ้นนั่งบัลลังก์ด้วยซ้ำ ตอนนี้เสด็จพ่อได้รับน้ำวิเศษอยู่ตลอด คงจะไม่ลงจากบัลลังก์ง่ายๆ ข้าคิดเอาไว้แล้ว ว่าจะให้โยวอี้เริ่มเรียนรู้งานกับเสด็จพ่อตั้งแต่ยังเล็ก ต่อไปก็ให้เขาทำหน้าที่แทนข้าเลย”“ท่านคิดดีแล้วหรือ” เฟิงอวี่อดที่จะมองอย่างสงสัยไม่ได้ บัลลังก์ไม่ว่าผู้ใดก็อยากจะครอบครอง อย่างรุ่ยอ๋องที่คิดก่อกบฏจนตัวตาย พี่น้องของหนิงหวงแม้จะเก็บซ่อนเขี้ยวเล็บอย่างดี แต่ต่อไปจะรู้ได้อย่างไรว่าไม่คิดอยากจะแย่งชิง“ข้าเบื่อปั้นหน้าเต็มที เจ้าเห็นข้ายินดีหรือตอนที่ต้องเข้าท้องพระโรงทุกวัน ข้าอยากจะนอนกอดเจ้าต่ออีกหน่อยก็ทำไม่ได้”“อืม...ข้ามีเรื่องดีจะบอกท่าน” เฟิงอวี่ดันตัวออกมาจากอ้อมแขนของหนิงหวง พร้อมทั้งดึงมือหนิงหวงไปวางที่ท้องของนาง“จริงหรือ” หนิงหวงเอ่ยถามอย่างไม่อยากเชื่อ“อืม ข้าตั้งครรภ์” นางยิ้มกว้างออกมาเสียงหัวเราะของหนิงหวง ทำให้เด็กทั้งสามที่เล่นอยู่ในลานด้านข้างศาลาริมน้ำ วิ่งเข้ามาภายในศาลาอย่างสนใจ เมื่อรู้ว่าเสด็จแม่ของตนตั้งครรภ์อีกแล้ว เด็กทั้งสามก็กระโดดไปรอบๆ ตัวหนิง
วันที่เซี่ยเหลี่ยงเดินทางกลับชายแดนเหนือ เฟิงอวี่นางมอบระเบิดมือให้เขาไปนับสิบลูก ทั้งยังสาธิตและสอนให้เขาระวังในการเคลื่อนย้ายเช่นใดจะได้ไม่เกิดอันตรายขึ้นด้วยรู้ดีว่าแคว้นต้าฉี ต้องการจะทำสงครามกับแคว้นต้าซ่ง หากสงครามไม่เกิดขึ้น พี่ชายของนางก็ไม่จำเป็นต้องเสี่ยงตายอยู่ในสนามรบ ชีวิตของทหารและชาวบ้านก็จะได้ไม่ต้องล้มตายหรืออยู่กันอย่างหวาดกลัวเฟิงอวี่นางพาเซี่ยหร่วน เซี่ยเหลี่ยงและหนิงหวง ออกไปลองใช้ระเบิดมือที่ภูเขานอกเมือง พื้นที่โดยรอบไม่มีชาวบ้านอาศัยอยู่ จึงไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดอันใดยามที่เฟิงอวี่นางขว้างระเบิดมือออกไป หินก้อนใหญ่เท่าเรือนหนึ่งหลังก็แตกออกเป็นหลายเสี่ยง พร้อมด้วยเสียงกัมปนาทที่ราวกับฟ้าจะถล่มลงมา พื้นที่รอบด้านสั่นสะเทือนจนรู้สึกได้ภายในเมืองหลวงและหมู่บ้านใกล้ๆ ต่างก็ได้ยินเสียง ทุกคนออกมาดู พร้อมหาต้นเสียงว่ามาจากที่ใดก็หาไม่พบ“วิเศษนัก!!! เช่นนี้ แคว้นต้าฉีกับชนเผ่านอกด่านก็ไม่กล้ารุกรานแล้ว” เซี่ยเหลี่ยงร้องออกมาอย่างยินดี“ท่านต้องใช้อย่างระวัง หากตกใกล้ตัวเกินไป หากไม่ตายก็ต้องพิการ ข้าให้ท่านเพื่อใช้ข่มขู่เท่านั้น ระเบิดหนึ่งลูกสามารถคร่าชีวิตคนได้น
ดูเหมือนจะไม่ทันเสียแล้ว เด็กทารกในครรภ์ดูเหมือนจะอยากออกมาเต็มที่ ยังดีที่ทั้งสองออกมาจากมิติได้ทัน พอเฟิงอวี่นางขึ้นนอนบนเตียง เสียงเด็กก็ร้องดังลั่นไปทั่วเสี่ยวเยว่กับเถามามาที่ย้ายมานอนเฝ้าอยู่หน้าห้องวิ่งเข้ามาด้วยความตกใจ ยังดีที่หนิงหวงสวมใส่เสื้อผ้าเรียบร้อยแล้ว“อุแว้ อุแว้”“ว้ายยยยย คลอดแล้ว” เสี่ยวเยว่กรีดร้องออกมามีเพียงเถามามาที่ยังได้สติ นางผลักตัวเสี่ยวเยว่ให้รีบไปตามหมอตำแยเข้ามาในห้อง แล้วรีบไล่หนิงหวงที่ยังยืนมองอย่างตกตะลึงให้ออกไปด้านนอก ก่อนจะเข้าไปรับเด็กที่ไหลออกมาจากช่องคลอดของเฟิงอวี่เอาไว้ตำหนักบูรพาวุ่นวายในชั่วพริบตา ต่างไม่มีสัญญาณเตือน หรือได้ยินเสียงร้องของเฟิงอวี่เลยสักนิด ได้ยินเพียงเสียงเด็กน้อยที่ร้องลั่นประท้วงที่ไม่มีคนรอรับเขาตอนออกมาจากท้องของมารดาฮ่องเต้กับฮองเฮาที่เข้านอนไปแล้ว ต่างก็รีบร้อนมาที่ตำหนักบูรพา เมื่อมาถึงก็เห็นหนิงหวงก็อุ้มพระโอรสที่ล้างตัวเรียบร้อยแล้วเอาไว้ในอ้อมแขน“คลอดง่ายหนัก” ฮองเฮาฟังเรื่องของเฟิงอวี่ก็ได้แต่นึกอิจฉา ยามที่นางคลอดหนิงหวงเกือบจะเอาชีวิตไม่รอด ฮ่องเต้จึงไม่ให้นางตั้งครรภ์อีกเลยคนตระกูลเซี่ยก็เร่งรีบมาทั
เฟิงอวี่นางเข้าชมการประหารในวันนี้ด้วย โดยไม่สนใจคำห้ามปรามของฮองเฮาและมารดาของตนเลย“เจ้าจะมาเพื่ออันใด สตรีตั้งครรภ์สมควรเห็นเรื่องพวกนี้หรือ” เซี่ยหร่วนได้แต่ตำหนิบุตรสาวของตน เถามามาและเสี่ยวเยว่ที่อยู่ด้านหลังพยักหน้าอย่างเห็นด้วยก่อนหน้าที่จะมา บ่าวทั้งสองต่างห้ามปากจนเสียงแทบจะไม่มีแล้ว แต่เฟิงอวี่นางมีหรือที่จะฟัง“หากข้าไม่ได้เห็นนางตาย ข้าคงหลับไปสนิท” นางจะไม่อยากเห็นคนที่ทำให้ชีวิตของนางต้องพบเจอเรื่องร้ายมากมายตายด้วยตนตนเองได้อย่างไรเซี่ยหร่วนถอนหายใจออกมา หากตนเองถูกกระทำเช่นบุตรสาวก็คงอยากจะเห็นจุดจบของมันผู้นั้นเช่นกันก่อนจะทำการประหาร นักโทษที่ใกล้ตายล้วนแต่ได้รับสิทธิ์ให้พูดความในใจหนึ่งประโยค ที่ผ่านมาต่างก็พูดขอความเมตตาหรือไม่ก็พูดขอโทษในสิ่งที่ตนเองทำลงไปแต่ไม่ใช่กับรุ่ยอ๋อง เขารอเวลานี้มานาน“สิ่งที่เปิ่นหวางลงมือทำไป ไม่เคยนึกย้อนเสียใจ อาหวง หลานชายข้า...หึหึ” รุ่ยอ๋องมองไปที่โจวเจิน ก่อนจะถอนสายตากลับมา“พระชายารองของเจ้าช่าง...อึก” เขายังไม่ได้พ่นประโยคน่ารังเกียจออกมา ก็ถูกมีดสั้นที่ไม่รู้ว่ามาจากทิศใดพุ่งเสียบทะลุคอของเขาเสียแล้วชาวเมืองและขุนนางหลาย






Ulasan-ulasanLebih banyak