องค์หญิงใหญ่อย่างข้าจะถูกลืมได้อย่างไร

องค์หญิงใหญ่อย่างข้าจะถูกลืมได้อย่างไร

last updateDernière mise à jour : 2026-02-12
Par:  sanvittayamEn cours
Langue: Thai
goodnovel16goodnovel
Notes insuffisantes
67Chapitres
2.1KVues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

องค์หญิงใหญ่จิ่นซี เป็นธิดาที่มิได้รับความรักใคร่จากบิดา เพราะยามเมื่อนางลืมตาขึ้นมาดูโลก ฮองเฮาผู้เป็นที่รักยิ่งของฮ่องเต้กลับต้องมาตายจาก ชีวิตขององค์หญิงใหญ่ที่ควรจะพรั่งพร้อมจึงถูกโชคชะตาทดสอบนางให้ต้องไปอยู่ในตำหนักท้ายวัง แต่สิ่งที่มีติดตัวนางมาตั้งแต่ยังเยาว์คือความงดงามและฉลาดเฉลียว ดังนั้นจิ่นซีจึงใช้ความเฉลียวฉลาดของนางเอาตัวรอดได้เสมอมา โดยที่มิมีใครรู้ว่าภายใต้ความสามารถของนางในวัยเพียงเท่านี้จะอยู่เบื้องหลังกลุ่มการค้าที่เลื่องลือไปทั่วแคว้น และเป็นเพราะเรื่องนี้อีกเช่นกันที่ทำให้นางได้เชื่อมวาสนาทำความรู้จักกับบุรุษผู้หนึ่ง ซึ่งเป็นรองแม่ทัพผู้เก่งกล้าที่ใครก็ต่างยำเกรง

Voir plus

Chapitre 1

สัญญาณร้ายหรือดี

บทที่ 1

สัญญาณร้ายหรือดี

ย่างเข้ายามเว่ยของวันหนึ่งในรัชศกเทียนเจี้ยที่สิบสอง เมืองหลวงแคว้นเยียนถูกปกคลุมไปด้วยเมฆฝนหนาทึบราวกับว่าพายุจะเข้า เสียงฝนฟ้าคะนองดังกึกก้องไปทั่วผืนแผ่นดิน

เมฆฝนพวกนี้เคลื่อนตัวมาอย่างกะทันหัน ทำให้ชาวเมืองต่างพากันเก็บข้าวของหลบฝนกันวุ่นวาย พวกร้านค้าที่ตั้งอยู่ที่ถนนฟางเป่ยต่างก็รีบปิดประตูลง เพราะมีลมพัดกระโชกแรงพัดเอาเสื้อผ้าที่แขวนห้อยไว้หน้าร้านปลิวสะบัด บางตัวถึงกับหลุดออกจากราวแขวนไปกองอยู่ที่พื้นก็มี

“ไม่รู้ว่าวันนี้เกิดอันใดขึ้น เหตุใดฝนฟ้าถึงได้พิโรธถึงเพียงนี้” เจ้าของร้านผ้าเอ่ยกับเด็กเฝ้าร้านที่เพิ่งจ้างมาได้ไม่กี่วันด้วยความแปลกใจ

เด็กเฝ้าร้านได้ยินเถ้าแก่เอ่ยก็ตอบกลับ พร้อมกับใช้มือทั้งสองข้างรีบเก็บของเข้าร้านไปด้วย “ข้าคิดว่าคงไม่มีเรื่องร้ายอันใดหรอกขอรับเถ้าแก่ นี่ก็เข้าฤดูคิมหันต์แล้ว ย่อมมีพายุเป็นธรรมดา อย่าคิดมากเลยขอรับ”

“อ้อ…จริงของเจ้า ข้าก็ลืมนึกไปเลยว่านี่เข้าฤดูคิมหันต์แล้ว เช่นนั้นรีบเก็บของกันเถอะ ประเดี๋ยวฝนจะสาดเข้ามาในร้านเสียก่อน” เถ้าแก่เอ่ยจบก็รีบออกมาช่วยเด็กเฝ้าร้านเก็บของด้วยเพราะกลัวว่าจะไม่ทันการ

เมื่อทุกอย่างกลับเข้าไปอยู่ในร้านแล้ว พวกเขาก็รีบดึงประตูปิดทันที

อีกด้านหนึ่งทางวังหลวง

ณ ตำหนักเยี่ยนฟางในห้องพระบรรทมชั้นใน ฮองเฮาที่กำลังเจ็บท้องคลอดอยู่นั้น เวลานี้ใบหน้าชื้นไปด้วยเหงื่อ เสียงหอบหายใจถี่ พร้อมหน้าอกที่กระเพื่อมขึ้นลงนั้น บ่งบอกว่าพระนางกำลังทรงทรมานเป็นอย่างยิ่ง

 “ฮองเฮาทรงอดทนอีกนิดนะเพคะ ประเดี๋ยวหมอหลวงก็คงจะมาถึงแล้ว” เสี่ยวหลัวนางกำนัลคนสนิทกล่าว ต่อให้จะเป็นการกล่าวเพื่อให้กำลังใจ แต่ทว่าสีหน้าของนางก็ยังคงเป็นกังวลอยู่

ไม่น้อย เพราะนางกำนัลอีกคนหนึ่งไปตามหมอหลวงนานแล้ว แต่ก็ยังไม่มาสักที เช่นนั้นแล้วเหล่านางกำนัลที่ตำหนักเยี่ยนฟางต่างก็ร้อนใจมาก

ฮ่องเต้เองก็ทรงร้อนพระทัยเช่นกัน พระองค์เดินไปเดินมาอยู่ที่หน้าตำหนัก จนสุดท้ายทนไม่ไหวต้องเร่งทหารให้ไปดูว่าหมอหลวงออกมาหรือยัง

“พวกเจ้าสองคนไปดูหมอหลวงที หากจำเป็นต้องแบกก็แบกมาเลย ให้มาให้เร็วที่สุด” ฮ่องเต้ตรัสขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด แต่แลดูเป็นกังวลไม่น้อย

“พ่ะย่ะค่ะ” ทหารองครักษ์สองนายได้รับพระบัญชาแล้วก็รีบวิ่งออกไปทันที

“ฝ่าบาทอย่าทรงร้อนพระทัยไปเลยพ่ะย่ะค่ะ”

หวงกงกงเอ่ยขึ้นมาอย่างอดเป็นห่วงไม่ได้ เขากลัวว่าหากฮ่องเต้ทรงเป็นกังวลมากเกินไป จะกระทบพระวรกายอันล้ำค่าของพระองค์

ฮ่องเต้หันมากล่าวกับหวงกงกงด้วยพระสุรเสียงที่จริงจัง “เจ้าจะไม่ให้เราร้อนใจได้อย่างไร เวลานี้ฮองเฮากำลังจะคลอดคือบุตรคนแรกของเรานะ อย่าว่าแต่เราเลย ต่อให้เป็นผู้อื่นก็ต้องร้อนใจไม่แพ้กัน”

ทหารองครักษ์สองคนวิ่งออกไปได้ยังไม่ทันถึงไหนก็กลับมาพร้อมกับหมอหลวง ซึ่งทั้งสองวิ่งมาอย่างเร่งรีบ อีกทั้งยังมีศิษย์จากสำนักหมอหลวงอีกผู้หนึ่งมาช่วยด้วยเหมือนกัน พวกเขามาพร้อมเครื่องมือครบครัน เตรียมพร้อมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“ขอพระราชทานอภัยพ่ะย่ะค่ะ พวกกระหม่อมมาช้า”

เมื่อฮ่องเต้เห็นว่าหมอหลวงมาถึงแล้วก็โล่งพระทัย “อย่าได้มาเสียเวลาอยู่ตรงนี้เลย รีบเข้าไปเถอะ”

เมื่อได้รับคำสั่ง หมอหลวงก็ไม่รอช้ารีบเข้าห้องคลอดทันที แม้ว่าอากาศภายนอกยามนี้มีฝนตั้งเค้า แต่ทว่าคนที่อยู่ด้านในล้วนแต่เหงื่อผุดขึ้นซึมเต็มใบหน้า สีหน้าของทุกคนมีแต่ความกังวล เนื่องจากทำคลอดกันมาเกือบหนึ่งชั่วยามแล้ว แต่เด็กก็ยังไม่ยอมออกมาเสียที ฮ่องเต้ที่รออยู่ด้านนอกก็ยิ่งร้อนพระทัยเข้าไปใหญ่

“ฮองเฮาได้โปรดพยายามอีกหน่อยนะพ่ะย่ะค่ะ รับรองว่าคราวนี้ต้องสำเร็จเป็นแน่” หมอหลวงที่อยู่หลังม่านกล่าวกับฮองเฮาที่ยามนี้พยายามใช้แรงเบ่งคลอดบุตรมาไม่รู้ตั้งกี่ครั้งแล้ว

ต่อให้นางจะเบ่งมาแล้วเป็นร้อยครั้งก็ตาม แต่ถึงอย่างไรต้องเบ่งต่อไปอีกจนกว่าทารกน้อยจะออกมา ฮองเฮาพยักหน้าอย่างมุ่งมั่น ก่อนจะรวบรวมแรงกายแรงใจทั้งหมดอีกครั้ง เพื่อให้บุตรที่อยู่ในครรภ์ได้ออกมาดูโลกภายนอก ทุกคนที่อยู่ในห้องนี้ต่างก็เอาใจช่วย และหากเป็นไปได้ นางกำนัลกลุ่มนี้ก็คงจะเบ่งคลอดแทนแล้ว

ไม่นานประตูตำหนักเยี่ยนฟางก็เปิดออก พร้อมศิษย์สำนักหมอหลวงผู้หนึ่งโผล่หน้าออกมารายงานความคืบหน้าต่อฮ่องเต้ที่ยืนรออยู่หน้าตำหนัก “ทูลฝ่าบาท ฮองเฮาทรงมีภาวะคลอดยาก อาจจะต้องใช้เวลานานสักหน่อยพ่ะย่ะค่ะ”

“คลอดยากอย่างนั้นหรือ แล้วจะเป็นอะไรมากหรือไม่”

เสียงสตรีวัยกลางคนผู้หนึ่งดังมาจากเบื้องหลังฮ่องเต้ ซึ่งเป็นไทเฮานั่นเองที่เสด็จมาพร้อมกับนางกำนัลอีกจำนวนหนึ่ง

“ถวายบังคมไทเฮา” ศิษย์สำนักหมอหลวงผู้นั้นค้อมกายลงต่ำคราหนึ่ง จากนั้นจึงกล่าวต่อ “กระหม่อมก็ไม่สามารถคาดเดาได้พ่ะย่ะค่ะ”

เมื่อได้ฟังคำตอบแล้ว ทั้งฮ่องเต้และไทเฮาก็เป็นกังวลยิ่งนัก ภาวะคลอดยากนั้นมิใช่เรื่องเล่น ๆ มีสตรีหลายคนที่อยู่ในภาวะคลอดยากเช่นนี้ แล้วจบลงด้วยการสูญเสีย ซึ่งถ้าไม่สูญเสียแม่ก็อาจจะสูญเสียลูก หากร้ายแรงกว่านั้นก็สูญเสียทั้งสองคน ทั้งสองจึงได้แต่ภาวนาว่าขออย่าได้เกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับฮองเฮาและบุตรของนางเลย

“เสด็จแม่พอจะมีหนทางหรือไม่” ฮ่องเต้ที่ไม่รู้ว่าจะหันหน้าไปพึ่งผู้ใดนั้น ก็หันมาถามมารดาของตน เพราะอย่างน้อยพระนางก็ผ่านการคลอดบุตรมาก่อน ซึ่งอาจจะมีหาทางมาช่วยแก้ปัญหานี้ได้

เมื่อเจอคำถามของบุตรชาย ไทเฮาจึงได้แต่ส่ายศีรษะช้า ๆ อย่างจนปัญญา เพราะแม้แต่หมอหลวงยังไม่สามารถบอกได้เลยว่าจะเป็นอย่างไร ถึงแม้นางจะเป็นไทเฮาก็จริง แต่เป็นเพียงแค่สตรีผู้หนึ่งเท่านั้น จะไปหาทางแก้ปัญหาภาวะคลอดยากได้อย่างไร

“แม่คิดว่า พวกเราสงบสติและสวดภาวนาของให้สวรรค์ช่วยนางอย่างสุดความสามารถเถอะนะ” ไทเฮากล่าวออกมาอย่างจนปัญญา

ฝนฟ้าจากเดิมที่เคยมืดครึ้มและลมพัดแรง มาบัดนี้ฝนที่ตั้งเค้าอยู่นานก็ตกลงมาแล้ว อีกทั้งยังมีเสียงฟ้าร้องและปรากฏฟ้าแลบขึ้นอีกด้วย บรรยากาศภายนอกที่น่ากลัวนี้ เหมือนกับว่าเร่งเร้าให้บรรยากาศภายในตำหนักเยี่ยนฟางนั้นดูร้อนรนมากขึ้นไปอีก

เสียงฟ้าร้องคราหนึ่ง ก็ปรากฏเสียงร้องของฮองเฮาที่รวบรวมแรงกายเบ่งคลอดคราหนึ่ง

ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าใด ฮ่องเต้ก็ยิ่งทรงเป็นกังวลมากขึ้นเท่านั้น พระองค์แทบอยากจะเข้าไปในตำหนัก แล้วไปจับมือให้กำลังใจฮองเฮา แต่ถึงอย่างไรแล้วก็ทำไม่ได้ จึงได้แต่เดินวนไปวนมาอยู่อย่างนั้น

ทางด้านไทเฮาเองทรงประทับที่เก้าอี้รออยู่กับฮ่องเต้ที่หน้าตำหนักเช่นกัน พระนางเคยผ่านการคลอดบุตรมาก็หลายคน แต่ว่าไม่เคยใช้เวลานานถึงเพียงนี้เลย ตั้งแต่หมอหลวงเข้าไปตอนนี้ก็ปาไปเกือบจะสองชั่วยามแล้ว พระนางกลัวว่าฮองเฮาจะหมดแรงเบ่งเอาเสียก่อน

กระทั่งในการเบ่งคลอดครั้งสุดท้าย ฮองเฮาที่ใกล้หมดแรงก็รวบรวมแรงฮึดทั้งหมดจากนั้นจึงเบ่งคลอดออกมา เสียงฟ้าผ่าครั้งใหญ่ดังขึ้นพร้อม ๆ กับเสียงกรีดร้องของฮองเฮาที่ดังลั่น จากนั้นก็ตามด้วยเสียงของเด็กน้อยที่ร้องไห้งอแงยามได้สัมผัสโลกภายนอกเป็นครั้งแรก

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres
Pas de commentaire
67
สัญญาณร้ายหรือดี
บทที่ 1 สัญญาณร้ายหรือดีย่างเข้ายามเว่ยของวันหนึ่งในรัชศกเทียนเจี้ยที่สิบสอง เมืองหลวงแคว้นเยียนถูกปกคลุมไปด้วยเมฆฝนหนาทึบราวกับว่าพายุจะเข้า เสียงฝนฟ้าคะนองดังกึกก้องไปทั่วผืนแผ่นดินเมฆฝนพวกนี้เคลื่อนตัวมาอย่างกะทันหัน ทำให้ชาวเมืองต่างพากันเก็บข้าวของหลบฝนกันวุ่นวาย พวกร้านค้าที่ตั้งอยู่ที่ถนนฟางเป่ยต่างก็รีบปิดประตูลง เพราะมีลมพัดกระโชกแรงพัดเอาเสื้อผ้าที่แขวนห้อยไว้หน้าร้านปลิวสะบัด บางตัวถึงกับหลุดออกจากราวแขวนไปกองอยู่ที่พื้นก็มี“ไม่รู้ว่าวันนี้เกิดอันใดขึ้น เหตุใดฝนฟ้าถึงได้พิโรธถึงเพียงนี้” เจ้าของร้านผ้าเอ่ยกับเด็กเฝ้าร้านที่เพิ่งจ้างมาได้ไม่กี่วันด้วยความแปลกใจเด็กเฝ้าร้านได้ยินเถ้าแก่เอ่ยก็ตอบกลับ พร้อมกับใช้มือทั้งสองข้างรีบเก็บของเข้าร้านไปด้วย “ข้าคิดว่าคงไม่มีเรื่องร้ายอันใดหรอกขอรับเถ้าแก่ นี่ก็เข้าฤดูคิมหันต์แล้ว ย่อมมีพายุเป็นธรรมดา อย่าคิดมากเลยขอรับ”“อ้อ…จริงของเจ้า ข้าก็ลืมนึกไปเลยว่านี่เข้าฤดูคิมหันต์แล้ว เช่นนั้นรีบเก็บของกันเถอะ ประเดี๋ยวฝนจะสาดเข้ามาในร้านเสียก่อน” เถ้าแก่เอ่ยจบก็รีบออกมาช่วยเด็กเฝ้าร้านเก็บของด้วยเพราะกลัวว่าจะไม่ทันการเมื่อทุกอย่างกลั
last updateDernière mise à jour : 2026-02-10
Read More
หนึ่งกำเนิด หนึ่งจากลา
หนึ่งกำเนิด หนึ่งจากลาในที่สุดระยะเวลาอันยาวนานก็สิ้นสุดเสียที ทารกที่ฮองเฮาคลอดออกมานั้นเป็นองค์หญิงน้อยผู้หนึ่งที่มีสุขภาพแข็งแรงและอ้วนท้วนสมบูรณ์ แก้มย้วย ๆ ขององค์หญิงน้อยทำให้นางดูน่ารักน่าชังราวกับเทพเซียนตัวน้อยก็มิปาน เหล่านางกำนัลต่างก็ตื่นเต้นที่ได้เห็นองค์หญิง หลังจากที่ใช้เวลาทำคลอดกันอยู่ครึ่งค่อนวัน ทุกคนต่างก็ยินดีที่ฮองเฮาคลอดบุตรได้สำเร็จเสี่ยวหลัวนางกำนัลคนสนิทคลี่ยิ้มทั้งน้ำตา นางหันไปหาฮองเฮาเพื่อจะบอกกล่าวเรื่องที่พระนางคลอดองค์หญิงน้อยออกมา แต่แล้วเลือดในกายของนางก็พลันแข็งค้างไปทั่วร่างกาย เมื่อเห็นว่าฮองเฮาที่สลบไป กลับนอนนิ่งไม่ไหวติง แม้กระทั่งหน้าอกยังไม่กระเพื่อมขึ้นลงนางยืนตัวแข็งทื่ออยู่พักหนึ่ง ก่อนจะรวบรวมความกล้ายื่นมือไปอังที่จมูกของร่างที่อยู่บนเตียง จึงได้รู้ว่าฮองเฮาไร้ลมหายใจแล้ว“หมอหลวง!!” เสี่ยวหลัวกรีดร้องเสียงดังเพื่อเรียกหมอหลวง จนทุกคนที่อยู่ในตำหนักต่างสะดุ้งพร้อมกับหันมาตามเสียงร้องของนางหมอหลวงที่อุ้มองค์หญิงน้อยอยู่เมื่อได้ยินเสียงเรียก ก็ยื่นองค์หญิงให้กับนางกำนัลอีกคน ก่อนจะรุดมาที่เตียงอีกครั้ง พร้อมกับเอ่ยถามขึ้น “เกิดอะไรขึ้นอ
last updateDernière mise à jour : 2026-02-10
Read More
องค์หญิงจิ่นซี
องค์หญิงจิ่นซี“ส่งนางมาให้ข้าเถอะ” ไทเฮากล่าวก่อนจะหันไปทางนางกำนัลที่กำลังอุ้มองค์หญิงอยู่“พ่อเจ้าคงโกรธมาก ให้เขาได้ไปสงบจิตสงบใจทบทวนตัวเองสักครู่เถิด ระหว่างนี้ก็อยู่กับย่าก่อน เดี๋ยวย่าจะตั้งชื่อให้เจ้าเอง” ไทเฮาตรัสกับองค์หญิงน้อยที่อยู่ในอ้อมแขนอย่างอ่อนโยนองค์หญิงน้อยเมื่อเปลี่ยนจากอยู่ในอ้อมอกของนางกำนัลมาอยู่ในอ้อมอกของเสด็จย่าแล้ว ก็อารมณ์ดีขึ้นมาไม่น้อย จากที่ร้องไห้งอแงเมื่อสักครู่ มาบัดนี้กลับกลายเป็นว่านอนหลับปุ๋ยไปเสียแล้ว ทั้งริมฝีปากยังยกยิ้มราวกับว่ากำลังฝันดีอยู่อย่างไรอย่างนั้นไทเฮาอุ้มองค์หญิงน้อยแกว่งไปมาเป็นการกล่อม ในเมื่อองค์หญิงผู้นี้ไม่มีที่จะไปแล้ว พระนางจึงได้อุ้มไปที่ตำหนักอวิ๋นผิงของพระนางก่อน ส่วนจะตัดสินใจอย่างไรนั้น คงต้องใช้เวลาคิดอีกสักพัก หรือไม่ คงรอให้ฮ่องเต้พระทัยเย็นก่อน แล้วคิดหารือกันหลังจากนั้นในขณะที่ตำหนักอื่น ๆ กำลังโศกเศร้า แต่จะจริงใจหรือไม่นั้นสุดแล้วแต่จะคาดเดา ฮ่องเต้ทรงมีสนมอยู่มากมาย หลังจากที่ฮองเฮาสิ้นพระชนม์ไปแล้ว สนมเหล่านี้คิดอย่างไรก็ไม่อาจจะรู้ได้ แต่กลับมีอยู่ตำหนักหนึ่ง ที่แทบจะจุกประทัดฉลองให้กับการจากไปของฮองเฮา ซึ
last updateDernière mise à jour : 2026-02-10
Read More
ความเกลียดชังที่ได้รับ
ความเกลียดชังที่ได้รับ ตำหนักท้ายวัง หากวัดจากระยะทางแล้วนับเป็นตำหนักที่อยู่ห่างไกลเป็นที่สุด ซึ่งตำหนักแห่งนี้แทบจะเป็นตำหนักร้างอยู่แล้วเพราะไม่มีผู้ใดมาอาศัยอยู่เสียนาน ดังนั้นก่อนที่จะให้องค์หญิงน้อยมาอยู่ จึงต้องทำความสะอาดกันเสียยกใหญ่ กว่าจะได้ย้ายเข้ามาก็ปาเข้าไปยามเว่ยเกือบจะเช้าแล้วไทเฮาทรงจัดแจงให้องค์หญิงจิ๋นซีมีแม่นมเกิ่งคนหนึ่งและนางกำนัลอีกสี่ห้าคน คราแรกเสี่ยวหลัวจะขอไปดูแลองค์หญิงน้อยด้วยตัวเอง แต่ทว่านางต้องไว้ทุกข์ให้กับฮองเฮาที่เพิ่งจากไป จึงยังไม่สามารถทำหน้าที่ดูแลองค์หญิงได้ในตอนนี้ ดังนั้นนางกำนัลที่ไปอยู่ตำหนักท้ายวังจึงเป็นคนของไทเฮาทั้งหมดซึ่งทั้งแม่นมเกิ่งและนางกำนัลเหล่านั้นไม่ค่อยพอใจสักเท่าไรที่ถูกส่งไปอยู่ตำหนักท้ายวังแห่งนี้ เป็นเพราะที่นี่เปลี่ยวร้างน่ากลัวเสียเหลือเกิน เนื่องจากความเป็นอยู่ก็ไม่ดีงามและสะดวกสบายเหมือนตำหนักอื่น ๆ อีกทั้งโอกาสที่จะได้รับความดีความชอบก็แทบไม่มีเสียด้วย เนื่องจากองค์หญิงจิ่นซีเองก็เป็นเพียงทารกน้อยผู้หนึ่งเท่านั้น นางจะประทานรางวัลให้ผู้ใดได้ ว่าไปแล้วนับเป็นการสูญเสียโอกาสของพวกนางเสียมากกว่ายามเว่ยของวันหนึ่ง ใน
last updateDernière mise à jour : 2026-02-10
Read More
องค์หญิงใหญ่ผู้โดดเดี่ยว
องค์หญิงใหญ่ผู้โดดเดี่ยวเหล่านางกำนัลได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก พร้อมกับเอ่ยขึ้นมาเหมือนเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อย “โธ่…พวกข้าก็นึกว่าอะไรเสียอีก ในใจนั้นนึกว่าท่านแม่นมเกิ่งเกิดอุบัติเหตุขึ้น ที่แท้ก็แค่ถูกองค์หญิงกัดนี่เอง” น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาแม้ว่าจะดูเป็นห่วง แต่ก็แฝงไปด้วยความสนุกสนานเล็กน้อยที่แม่นมเกิ่งถูกองค์หญิงใหญ่กลั่นแกล้ง“เจ้าลองมาให้นางกัดดูไหมล่ะจะได้รู้ว่ามันเจ็บเพียงใด” แม่นมเกิ่งกล่าวอย่างไม่พอใจ ใครจะรู้บ้างว่าเวลาถูกเด็กน้อยกัดหัวนมตอนดื่มนมนั้นความรู้สึกเป็นอย่างไร“เอาเถอะท่านแม่นมเกิ่ง ถึงอย่างไรมันก็เป็นหน้าที่ของท่านจะหลีกเลี่ยงก็ไม่ได้แล้ว” นางกำนัลคนหนึ่งกล่าวขึ้นมา“ก็ถูกของเจ้า ข้าล่ะอิจฉาพวกแม่นมเกิ่งที่ตำหนักอื่นเสียจริง ๆ โดยเฉพาะแม่นมเกิ่งและข้ารับใช้ที่ตำหนักไฉ่อีของพระสนมหวงกุ้ยเฟย ข้าได้ข่าวว่าองค์ชายใหญ่มีแม่นมเกิ่งถึงหกคน แล้วเหตุใดข้าต้องมาติดอยู่ที่ตำหนักร้างเช่นนี้ด้วยเล่า”แม่นมเกิ่งกล่าวแล้วก็ได้แต่คิดน้อยใจขึ้นมาว่า ทำไมตนเองถึงต้องมาเป็นแม่นมเกิ่งให้กับองค์หญิงที่ถูกลืมผู้นี้ ในขณะที่แม่นมเกิ่งคนอื่น ๆ ต่างก็มีชีวิตที่ดีกันทั้ง
last updateDernière mise à jour : 2026-02-10
Read More
หวงกุ้ยเฟยผู้โหดร้าย
หวงกุ้ยเฟยผู้โหดร้ายเรื่องความลำบากขององค์หญิงใหญ่จิ่นซีนั้นหวงกุ้ยเฟยที่ตอนนี้มีอำนาจดูแลทุกอย่างในวังหลังนั้นรู้ดี แต่ก็แสร้งทำเป็นหลับตาข้างลืมตาข้างแถมยังกีดกันเสี่ยวหลัว อดีตนางกำนัลคนสนิทของฮองเฮาไม่ให้ไปรับใช้องค์หญิงใหญ่ที่ตำหนักท้ายวังด้วย เพราะแต่เดิมนางไม่ชอบฮองเฮาพระองค์ก่อนอยู่แล้วจึงทำทุกวิถีทางเพื่อกลั่นแกล้งทั้งบ่าวข้างกายและธิดาของพระองค์ ขนาดเวลานี้หญ้าที่ปกคลุมหลุมศพของฮองเฮาสูงเท่าเข่าแล้ว แต่ทว่าฮ่องเต้ก็ยังไม่ลืมนางเสียทีมิหนำซ้ำฮ่องเต้ยังไม่คิดแต่งตั้งฮองเฮาพระองค์ใหม่ทั้งที่เวลาก็ผ่านเนิ่นนานเจ็ดปีแล้ว ต่อให้เหล่าบรรดาขุนนางต่างถวายฎีกากดดันให้ฝ่าบาทแต่งตั้งฮองเฮา แต่พระองค์ยังมีใจรักต่อฮองเฮาพระองค์ก่อน จึงปัดฎีกาพวกนั้นตกไปเสียทุกครั้งหวงกุ้ยเฟยจึงได้แต่ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างไม่พอใจแต่ทำอะไรได้ไม่มากนัก ยามที่มองธิดาของอดีตฮองเฮาก็เหมือนกับเห็นอีกฝ่ายมายืนอยู่ตรงหน้า เพราะว่าหน้าตาขององค์หญิงจิ่นซีช่างเหมือนกับฮองเฮาแทบจะถอดแบบกันมาเลยทีเดียวโทสะที่มีทั้งหมดจึงได้เอามาลงกับองค์หญิงใหญ่ผู้นี้แทน อีกทั้งนางกำนัลและบ่าวรับใช้ที่ดูแลองค์หญิงจิ่นซี ก็ล้วนเป็นค
last updateDernière mise à jour : 2026-02-12
Read More
หวังดีหรือกลั่นแกล้งกันแน่
หวังดีหรือกลั่นแกล้งกันแน่ในวันฉูซี[1] เพื่อเป็นการฉลองส่งท้ายปีเก่า ทางราชวังได้มีการจัดเลี้ยงอาหารขึ้นเป็นงานเลี้ยงใหญ่โต บรรดาท่านอ๋องและชายา พระสนมจากวังหลังทุกพระองค์ รวมถึงองค์หญิงองค์ชายต่างก็มาร่วมงานเลี้ยงในครั้งนี้ องค์หญิงจิ่นซีเองก็มาร่วมกับเขาด้วยเช่นกัน โดยผู้ที่รับสั่งให้นางมาร่วมงานด้วยคือไทเฮา จนทำให้หวงกุ้ยเฟยไม่อาจขัดรับสั่งนั้นได้สถานที่จัดงานเป็นลานกว้างตรงหน้าท้องพระโรง ทั่วทั้งลานกว้างถูกจัดตกแต่งไว้อย่างสวยงาม มีโคมไฟ ผ้า และดอกไม้ประดับอยู่เต็มไปหมด โต๊ะเตี้ยถูกจัดเรียงไว้ตามลำดับขั้นของเจ้าของตำแหน่ง นางกำนัลที่นำหน้าที่ดูแลงาน จะเชิญเหล่าเชื้อพระวงศ์ให้ไปนั่งตามที่นั่งของตนเอง ด้วยความที่ไม่อยากให้องค์หญิงใหญ่เป็นที่สนใจของผู้คนมากนัก หวงกุ้ยเฟยจึงได้จัดให้นางนั่งในตำแหน่งที่ไม่สมพระเกียรติและอยู่ไกลออกไปจนเกือบจะสุดท้าย โดยอ้างว่าเพราะไม่รู้มาก่อนว่าองค์หญิงจิ่นซีจะมาร่วมงานด้วย จึงไม่ได้จัดเตรียมที่ไว้ให้และนี่เป็นครั้งแรกที่องค์หญิงจิ่นซีได้มาร่วมงานเลี้ยง เพราะก่อนหน้านี้ผู้ดูแลวังหลังอย่างหวงกุ้ยเฟยไม่เคยแจ้งให้นางทราบ พอถึงวันฉูซีของแต่ละปีทีไร หวงก
last updateDernière mise à jour : 2026-02-12
Read More
ถูกไทเฮาหักหน้า
ถูกไทเฮาหักหน้าหวงกุ้ยเฟยเมื่อถูกด่าว่าชุดใหญ่ก็ถึงกับก้มหน้างุดไม่กล้าโต้ตอบอันใดอีก จะให้นางโต้ตอบได้อย่างไรเล่า ในเมื่อฝ่ายตรงข้ามเป็นถึงไทเฮาไม่ว่าอย่างไรก็มีอำนาจมากกว่านางอยู่แล้ว หากโต้ตอบไปก็รังแต่จะเป็นผลเสียต่อตนเองเปล่า ๆ นางจึงยอมเงียบลง แต่ในใจนั้นเดือดดาลยิ่งนัก “เหตุใดจึงไม่มีเหตุผลมาแย้งข้าอีกเล่า ปกติแล้วเจ้าความคิดนักไม่ใช่หรืออย่างไร” ไทเฮายังคงกล่าวออกมาอย่างไม่ละความโกรธกริ้วที่มีต่อหวงกุ้ยเฟยอยู่ เพราะพระนางรู้แน่แก่ใจอยู่แล้วว่า ที่หวงกุ้ยเฟยเงียบนั้นไม่ใช่เพราะว่าสำนึกผิด แต่เป็นเพราะว่ารักษากิริยาไม่ให้ตนเองดูไม่ดีต่อหน้าพระพักตร์ของฮ่องเต้เท่านั้นหวงกุ้ยเฟยยังคงก้มหน้างุดกล่าวออกมาด้วยเสียงที่แผ่วเบาว่า “หม่อมฉันไม่คิดว่าการไปอยู่ที่ตำหนักซู่ฟางจะเป็นผลเสียอะไร เพคะ”“หึ ไม่คิดอย่างนั้นหรือ เจ้าไม่ต้องมาเสแสร้งใส่ข้า มารยาของเจ้าใช้กับข้าไม่ได้หรอกนะ ต่อให้เป็นผู้ใดมองก็รู้ว่าการที่เจ้าให้จิ่นซีไปอยู่ที่ตำหนักซู่ฟางนั้น เป็นการหลู่เกียรตินางถึงเพียงใด ตำหนักซู่ฟางนั้นเป็นตำหนักรวมองค์หญิงที่เกิดจากสนมชั้นผิน แต่จิ่นซีเป็นถึงองค์หญิงใหญ่ที่เกิดกับฮองเฮา จะ
last updateDernière mise à jour : 2026-02-12
Read More
เชือดไก่ให้ลิงดู
เชือดไก่ให้ลิงดูไทเฮาพอรู้ว่าฮ่องเต้มีพระทัยคะนึงหาต่ออดีตฮองเฮาจึงได้เริ่มโน้มน้าวเรื่องเมื่อวานขึ้นมาอีกครั้ง “หากเป็นเช่นนี้แล้ว เจ้าจะหักใจให้จิ่นซีไปอยู่ที่ตำหนักซู่ฟางได้ลงอย่างนั้นหรือ แม่อยากให้เจ้าคิดดี ๆ ถึงแม้ว่าเจ้าจะไม่โปรดปรานนาง แต่ก็ขอให้คิดถึงหน้าของราชวงศ์เอาไว้สักหน่อย ถึงอย่างไรนางยังมีศักดิ์เป็นถึงองค์หญิงใหญ่ เป็นธิดาเพียงคนเดียวที่เกิดกับอดีตฮองเฮา คิดหรือไม่ว่านางจะเสียใจเพียงใดที่บุตรซึ่งนางอุตส่าห์ใช้ชีวิตของตนเองเบ่งท้องคลอดออกมานั้นถูกผู้อื่นรังแกเช่นนี้ ซ้ำยังถูกบิดาผลักไสอีก”ตรัสจบไทเฮาก็สังเกตดูฮ่องเต้ว่าจะทรงมีปฏิกิริยาอันใดตอบสนองต่อคำกล่าวทั้งหมดของนางหรือไม่ แต่ทว่าฮ่องเต้ก็ยังไม่ได้ตอบอะไรเอาแต่ขบคิดและไม่เอ่ยวาจาในใจของพระองค์นั้นก็ยังตัดสินใจไม่ได้ว่าจะเอาอย่างไรกับเรื่องนี้ดี ฝ่ายที่เสนอเรื่องนี้มาก็เป็นหวงกุ้ยเฟย ซึ่งพระองค์มอบหน้าที่ในการจัดการดูแลวังหลังให้ทั้งหมด แต่ทว่าคนที่คัดค้านก็เป็นถึงมารดาของตนจะว่าไปแล้วมีอำนาจมากกว่าหวงกุ้ยเฟยมาก แต่หากจะตัดสินใจตามความเป็นจริงนั้น ก็ควรที่จะทำตามที่ไทเฮากล่าวมา แต่ฮ่องเต้ก็ยังคงคิดไม่ตกอยู่ดี ไ
last updateDernière mise à jour : 2026-02-12
Read More
หลานสาวคนโปรดของไทเฮา
หลานสาวคนโปรดของไทเฮาเรื่องที่ไทเฮาสั่งโบยบ่าวในตำหนักท้ายวังตายไปครึ่งตำหนักรู้ไปถึงหูของฮ่องเต้ พระองค์จึงได้รีบรุดมาดูหลังจากที่ทรงทราบเรื่องที่ว่าองค์หญิงจิ่นซีถูกบ่าวพวกนั้นรังแกมานานปี ก็เริ่มใจอ่อนกับนาง เรื่องที่จะย้ายนางไปยังตำหนักซู่ฟางตามที่หวงกุ้ยเฟยขอไว้จึงเป็นอันยกเลิกไป ไทเฮาพอพระทัยมากและบอกกับฮ่องเต้ว่านับจากนี้ไปพระนางจะดูแลหลานสาวคนนี้เองเมื่อได้ข้อสรุปมาแล้วว่าฮ่องเต้จะไม่ให้องค์หญิงจิ่นซีย้ายไปอยู่ที่ตำหนักซู่ฟาง ดังนั้นไทเฮาจึงมีรับสั่งให้นางอยู่ที่ตำหนักท้ายวังตามเดิม หากว่ามีความคิดที่จะยกตำหนักอื่นให้นางในภายภาคหน้าก็ค่อยว่ากันอีกครั้ง เพียงเท่านี้ไทเฮาก็ดีพระทัยมากแล้วแม้ว่าองค์หญิงจิ่นซีจะอยู่ที่ตำหนักท้ายวังเช่นเคย แต่ทว่าความเป็นอยู่ของนางก็ดีขึ้นมาก เรียกได้ว่าแทบจะพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ จากเมื่อก่อนที่อยู่อย่างลำเค็ญได้กินข้าวกล้องเก่า ๆ กับผักต้มในแต่ละวัน มาบัดนี้นางได้กินอาหารที่จัดมาอย่างเต็มที่สำหรับทุกมื้ออีกทั้งไทเฮายังเน้นย้ำกับหลานสาวของพระนางอีกว่าให้กินให้เยอะที่สุดเท่าที่จะกินได้ เพราะว่าตอนนี้นางเจริญเติบโตช้ากว่าองค์หญิงองค์ชายผู้อื
last updateDernière mise à jour : 2026-02-12
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status