Masukหนึ่งสตรีสิ้นเพียง เพราะบุรุษมากรัก หนึ่งสตรีสิ้นด้วย น้ำมือบุรุษที่รัก เมื่อหนึ่งในสอง ได้ลืมตาในร่างใหม่ ชะตาต่อจากนี้ นางจะลิขิตเอง มิเว้นแม้แต่พันธนาการ ที่เรียกสามีภรรยา
Lihat lebih banyakทางด้านเรือนรับรองแขก เหล่ยฟู่เฉา หลีเกอ พากันยืนหน้าบอกบุญไม่รับ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับแขกของจวน เชี่ยอ๋อง แสร้งเบนหน้าไปทางอื่น ก่อนจะคลี่ยิ้มกว้างเขาไม่นึกว่าบุตรชาย ที่ไม่เคยสนใจมองสตรีใด หรือแม้แต่จะพูดคุยกับใคร จะมาต้องตากับท่านหญิงจวนกู้ เด็กหญิงที่มีบิดาถึงสองคน และมีน้าชายที่ดุยิ่งกว่าเสืออีกคน เจ้าตัวดีของเขาจะผ่านได้สักด่านไหมเล่า!“เชี่ยอ๋อง ไม่คิดที่จะไปพักยังจวนเหล่ย หรือจวนเผยรึขอรับ ที่นี่คนมากมาย คงดูแลได้ไม่ทั่วถึงกระมัง”หลีเกอ รีบที่จะชักชวนเชี่ยอ๋อง ให้พาครอบครัว ออกจากจวนอ๋องนี้เสีย ด้วยเกรงว่าท่านอ๋องน้อย จะลักลอบพบหลานสาว“พระชายาได้จัดที่พัก ให้แก่ครอบครัวเราเป็นอย่างดี ท่านแม่ทัพทั้งสอง โปรดอย่าได้กังวลไปเลย”เชี่ยอ๋องตอบอย่างสุภาพ ทว่าสายตาของแม่ทัพหนุ่มทั้งสอง หาได้มองที่เขา แต่เป็นบุตรชายที่ยืนยิ้มอยู่ข้างๆ“เช่นนั้น ข้าสองคนไม่กวนแล้ว ฝันดีขอรับท่านอ๋อง”แม่ทัพทั้งสอง เลือกที่จะล่าถอยกลับไปเอง แต่ทิศทางเดินนั้น ตรงไปยังเรือนของท่านหญิงใหญ่ คืนนี้อย่างไรเสีย พวกเขาก็ไม่คิดกลับจวน“เจ้ายังมีเวลาพบผู้คนอีกมาก เชี่ยหลาง”“ท่านพ่อมิชอบท่านหญิงหรือขอรับ”“นางเพ
“จะรีบไปทำไมเจ้าคะ ลูกบอกแล้วว่า จะเลือกสตรีเพียงหนึ่งเดียว มันต้องใช้เวลาเจ้าค่ะ”พระมารดาของฮ่องเต้ ผู้ไม่รับตำแหน่งใดๆ ในวัง เอ่ยกับสามีด้วยรอยยิ้มกว้าง วันนี้นางได้เป็นเพียงสตรีธรรมดาคนหนึ่ง ที่ใช้ชีวิตบั่นปลายกับตาแก่ขี้บ่น มีเวลาปลูกผักทำอาหาร ตกปลายามว่าง จะมีสิ่งใดสุขไปกว่านี้เล่า“จะต้องรอจนแก่แบบเจี๋ยรึ! ถึงจะมีหลานสาวให้ข้าอุ้ม”“อ้าว...ทำไมตอนข้าให้มีลูกชาย แล้วทีหย่งซางถึงต้องมีลูกสาวเล่าขอรับ”“ก็เจ้ามีท่านหญิงในจวนแล้ว นางเป็นธิดาคนโต ต้องมีน้องชายมาคอยปกป้อง เพราะฟู่หลงต้องทำหน้าที่ลูกชายคนโตของเหล่ยฟู่เฉา มิช้าต้องแบกหลายสิ่งอย่างบนบ่า ถ้ามีน้องชายอีกสักสี่ห้าคนมาดูแล นางจะได้ปลอดภัยไร้กังวล”“ฮ่าๆ ตาเฒ่านี่พูดไปเรื่อย เพราะท่านรู้ตัวต่างหาก ว่าถ้าได้หลานชาย เขาจะต้องให้อยู่ในวัง เอาออกไปเลี้ยงเป็นตุ๊กตาข้างนอก แบบหลานสาวไม่ได้”“อย่ามารู้ทันข้า”“ฮ่าๆ”ทุกคนต่างหัวเราะร่า ทำให้เจ้าสาวที่ถูกพาตัวไปห้องหอ ได้แต่เขินอายอยู่ภายใต้ผ้าคลุมหน้าเจ้าสาว เรื่องร้ายๆ มันอาจเกิดขึ้นในอนาคตก็เป็นได้ แต่นั้นคือเวลาที่ยังมาไม่ถึง วันนี้ขอให้มันมีเพียงความสงบสุขเท่านั้นก็ดีมากแล้วเ
รุ่งสาง มีครอบครัวขุนนางหลายสกุล ได้ออกเดินทาง โดยไร้ทรัพย์สินติดตัวออกนอกเมืองหลวง ชาวบ้านคิดเพียงแค่ว่าขุนนางเหล่านี้ถูกโยกย้าย แต่หารู้ไม่ว่ามันคือการเคลื่อนย้ายนักโทษ ส่วนขุนนางที่เป็นผู้นำตระกูล ได้ถูกมอบยาพิษให้แล้วทั้งสิ้น ที่เดินทางมีเพียงครอบครัว ที่โทษยังไม่ถึงตาย แต่ให้ย้ายไปอยู่ตามชายแดนต่างๆ ในฐานะทาสเท่านั้น นี่คือเมตตาเดียวที่ฮ่องเต้จะมอบให้ เผยฮูหยิน ที่ไม่อาจทนรับเรื่องราวทั้งหมดได้ เลือกที่จะปลิดชีพตนเอง ด้วยยาพิษอยู่ภายในเรือนการกวาดล้างกบฏในครั้งนี้ ไม่มีข่าวใดแพร่งพรายออกไป ให้เกิดความโกลาหล เพราะต่อให้คิดว่ากำจัดทรราชไปจนสิ้นแล้ว ก็ใช่ว่าจะไม่มีคลื่นลูกใหม่ซัดเข้ามา การทำทุกอย่างให้เงียบเข้าไว้ ย่อมส่งผลดีต่อภายหน้าองค์ชายใหญ่ที่ได้ก้าวขึ้นเป็นองค์รัชทายาทได้เพียงข้ามคืน ก็ต้องแตกตื่นเมื่อเขา ต้องกลายเป็นฮ่องเต้ในเช้าวันถัดมา ส่วนอดีตฮ่องเต้ไม่รอการปฏิเสธ รีบพาพระชายาคนแรกของพระองค์ ออกจากวังไปอย่างไร้ร่องรอย ส่วนองค์ชายสาม ที่เป็นสายเลือดแท้อีกคนของฮ่องเต้ เลือกที่จะขอผู้เป็นพี่ชายออกจากวัง เพื่อตามหาความฝันของตนเอง ฮ่องเต้ห
“อีกอย่างเป็นเขา ที่สารภาพด้วยตนเอง เจ้าเก่งมากชุนหนิง ที่เบี่ยงเบนทุกสายตา ไปที่หลี่เหยากับลูก เพราะเจ้ารู้ดีว่าหย่งฉี เป็นลูกอีกคนหนึ่งของคนผู้นั้น เจ้าจึงใช้อำนาจที่เหนือกว่าหลี่เหยา ทำให้คนรักของเจ้า ยืมมือหลี่เหยาและหย่งฉีกำจัดข้า ก่อนจะวกกลับไปจัดการกับนางสองแม่ลูก” ใบหน้างามเชิดขึ้นสูง เมื่อความจริงออกจากปากของสวามี นางหรือจะมีข้อโต้แย้ง หากเขาไม่เสื่อมทางการสืบพันธ์ จนนางต้องอาศัยชายอื่น มาเพื่อสืบทอดทายาท ไยนางต้องเอาตนเองไปเกลือกกลั้วกับคนอย่างเผยหลี่ “ทรงรู้แล้ว แต่ไยยังนิ่งเฉยเล่าเพคะ” “ข้าแค่รอเก็บกวาดเพื่อชำระล้าง ให้มันสะอาดหมดจด เลยนั่งมองละครฉากใหญ่ของพวกเจ้า ด้วยความสุนทรีย์ และอดทนเป็นที่สุด ทั้งยังยอมให้พวกเจ้าแต่ละคน รังแกลูกของข้าต่อหน้าต่อตานับครั้งมิถ้วน” “ลูก...หึๆ คงหมายถึง องค์ชายตำหนักเย็นสินะเพคะ เขามีค่าอะไรให้คนใส่ใจเล่า สมองรึ! ก็น้อยนิด” “ขอบพระทัยฮองเฮา ที่ชื่นชมกระหม่อม” “เจ้า! ไยจึง...” “กระหม่อมกู้หย่งซาง องค์ชายใหญ่จากตำหนักเย็นพ่ะย่ะค่ะ” “ไม่จริง!/ไม่จริง!” สตรีสองนา
สายวันเดียวกัน วังหลวง ณ ตำหนักหลี่เต๋อเฟย พระนางหลี่เต๋อเฟย เดินกลับไปกลับมา ราวหนูติดจั่น เรื่องที่เพิ่งได้รู้มา ทำให้พระนาง มิอาจนิ่งนอนใจได้ “องค์ชายรองมาแล้วหรือยัง” “เสด็จแม่...หย่งฉี ถวายพระพรเสด็จแม่” องค์ชายรอง ก้าวเข้ามาหยุดยืนต่อหน้าพระมารดา ใบหน้าแย้ม
“ขอรับ” ชายหนุ่มรับคำพี่สาว ทว่าก่อนที่สองพี่น้อง จะได้แยกย้ายกันไปเตรียมตัวสำหรับมื้อเช้า บ่าวชายจากฝั่งหน้าร้านขนม ได้เดินเข้ามาพอดี “เรียนนายหญิง เหล่ยฮูหยิน ส่งคนมาเชิญนายน้อยทั้งสอง ไปร่วมงานรวมญาติ ในยามบ่ายวันนี้ขอรับ” “อืม! บอกเขากลับก่อนได้เลย คุณชายกับคุณหนูจะตา
ยามบ่าย วังหลวง ณ ตำหนักใหญ่ ฮองเฮารีบก้าวตรงไปยังห้องบรรทม ด้วยอาการร้อนใจ เมื่ออยู่ๆ ฮ่องเต้ก็ทรงพระประชวร ทั้งที่เมื่อช่วงเที่ยง นางยังมาร่วมมื้ออาหาร และนางก็เห็นว่ายังทรงแข็งแรงดี “หมอหลวง ฝ่าบาททรงเป็นอย่างไรบ้าง” “ทูลฮองเฮา ตอนนี้ฝ่าบาททรงไร้สติรับรู้ กระหม่อมคิดว่
“เวลาทำผู้อื่น ฮูหยินเคยคิดบ้างไหม...ว่าผู้ถูกกระทำ จะรู้สึกเช่นไร ไยพอตัวเองโดนบ้าง จึงแบกรับมันเอาไว้ไม่ได้เล่าขอรับ” ชายหนุ่มไม่คิดที่จะถอยหนี แต่กลับย้อนถามอีกฝ่าย ด้วยน้ำเสียงเย็นชาเช่นเดิม “เจ้าหมายความว่าอย่างไร ต้วนเสิ่น” ท่านราชครูเผย เอ่ยถามชายหนุ่ม ซึ่งเขาเองมิ


















Peringkat
Ulasan-ulasanLebih banyak