LOGINส่วนฝั่งซ้ายมือมีบ้านเดี่ยวปูนเปลือยสไตล์โมเดิร์นหลังขนาดย่อม ปลูกแยกออกมาจากคฤหาสน์หลังใหญ่ไม่มากนัก มีเพียงไม้เลื้อยที่ตัดแต่งเป็นพุ่มความสูงระดับอก ปลูกเรียงแถวเป็นแนวกั้นแบ่งเขตระหว่างบ้านเดี่ยวกับคฤหาสน์เท่านั้น ซึ่งนั่นคือ บ้านพักของเขา ที่ต้องการให้ณัฐกฤตามาอยู่และช่วยดูแลความเรียบร้อยให้
“น้ำตาล ดูดอกอรัญญิการ์ตรงรั้วนั่นสิครับ ผมเป็นคนปลูกเองกับมือเลยนะ” กรภัทร์พูดด้วยน้ำเสียงภาคภูมิใจ พลางชี้ไปทางไม้เลื้อยที่ถูกตัดแต่งเป็นพุ่มสวยงาม
“ดอกอรัญญิการ์เหรอคะ ชื่อเพราะจังเลยค่ะ”
“ใช่ครับ น้ำตาลรู้ไหมว่าชื่อดอกอรัญญิการ์ เป็นชื่อเดียวกันกับชื่อแม่ของผม พอท่านเสียไป ผมก็หามาต้นนี้มาปลูกไว้เป็นแนวรั้ว ให้ความรู้สึกเหมือนว่าท่านอยู่ใกล้ๆ เป็นกำลังใจให้ผมเสมอ”
น้ำเสียงเปี่ยมสุขขณะเอ่ยถึงมารดาที่จากไป ทำให้ณัฐกฤตาสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นอ่อนโยนในจิตใจของคนพูดได้อย่างชัดเจน เธอหันไปมองตามคำชี้ชวน ดอกไม้เล็กๆ ทยอยบานราวยี่สิบดอกเป็นช่อสีขาวสะพรั่งตัดกับสีเขียวเข้มของใบไม้ สีหน้าประหม่าเมื่อครู่ก็พลันมีรอยยิ้มสดใสมาทดแทน
“ว้าว สวยมากเลยค่ะหมอกร”
“สวยครับ...สวยมากจริงๆ”
กรภัทร์เอ่ยชมเนิบๆ ทว่าคำชมที่ว่าสวยนั้นไม่ได้หมายถึงดอกไม้ และสองตาของเขาก็ไม่ได้มองความสวยของดอกไม้นั้นเช่นกัน แต่กลับทอดสายตามองเจ้าของเรือนผมดำขลับที่บดบังใบหน้าทรงเสน่ห์ของเธอไปเกือบครึ่ง ขณะหันออกไปชื่นชมดอกไม้ด้านนอกรถตามที่กรภัทร์ชี้ชวน
“แล้วดอกมีกลิ่นหอมไหมคะ”
.......................
เมื่อเอ่ยถาม แต่ไม่มีคำตอบจากชายหนุ่มข้างๆ ณัฐกฤตาจึงย้ายสายตาจากดอกไม้ด้านนอก แล้วหันใบหน้าสวยกลับถามหมอหนุ่มด้วยความสงสัย แต่ดวงกลมโตต้องหยุดชะงักค้างไปชั่วครู่ เพราะใบหน้าหล่อละมุนนั้นโน้มเข้ามาใกล้ จนเธอนั้นต้องหลุบสายตาลงต่ำ
“หอม...” กรภัทร์หยุดพูดเล็กน้อย ขณะสูดลมหายใจเอากลิ่นน้ำหอมจางๆ ตรงต้นคอระหงเข้าปอด แล้วพูดต่อ
“ยิ่งช่วงเย็นๆ ใกล้ค่ำจะส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ และที่นี่ก็มีพันธุ์ไม้หลายอย่างที่ส่งกลิ่นหอมตอนกลางคืน ไว้ทานข้าวเย็นแล้ว ผมจะพาชมสวนนะ”
น้ำเสียงแผ่วเบาแฝงรอยยิ้มละมุนของหมอกรภัทร์ ถือเป็นอาวุธอันร้ายกาจที่ทำให้สาวๆ ใจบางกันแทบทุกคน ไม่เว้นแม้แต่ณัฐกฤตาที่ยอมตกปากรับคำด้วยการพยักหน้าหงึกๆ แล้วก้มหน้าซ่อนความขัดเขินไว้ โดยไม่กล้าถามอะไรต่อ กระทั่งรถขับมาจอดสนิทนิ่งที่หน้าประตูของคฤหาสน์
ฟากเจ้าสัวกรพจน์และภรรยาที่กำลังนั่งจิบน้ำชายามบ่าย ทั้งคู่กำลังปรึกษาหารือกันเรื่องกำหนดจัดงานแต่งงานของเศวยากับก้องภพอยู่ตรงห้องรับแขกกลางโถงบ้าน เมื่อได้ยินเสียงรถของบุตรชายที่เพิ่งมาขับเข้ามาจอด ก็วางแก้วชาอุ่นๆ สีงาช้างขอบแก้วสีทอง ที่เขาเพิ่งจิบไปได้เพียงเล็กน้อยลงบนจานรองแก้ว พร้อมกับหันไปบอกข้าเก่าเต่าเลี้ยงอย่าง “สายหยุด” หัวหน้าแม่บ้านที่พ่วงตำแหน่งแม่นม ที่เคยดูแลเลี้ยงดูกรภัทร์มาตั้งแต่ภรรยาของเขายังไม่เสียชีวิต ให้เรียกบุตรชายที่เพิ่งกลับมาเข้ามาหาเขาหน่อย
“นมสาย นั่นเสียงรถของเจ้ากรใช่ไหม ช่วยไปเรียกเข้ามาหาฉันหน่อย ฉันจะคุยเรื่องงานแต่งงานของยาหยี”
“ได้ค่ะ ท่านเจ้าสัว” สายหยุดรับคำ แล้วคร่อมร่างเลี่ยงออกไปที่หน้าประตูบ้านทันที
ด้านกรภัทร์ที่เดินอ้อมมาเปิดประตูรถตอนหลังและอุ้มน้องกัปตันที่กำลังหลับสนิทจากคาร์ซีทขึ้นมาไว้แนบแผ่นอกของเขา ขณะที่ผู้เป็นแม่นั้นกำลังเปิดประตูรถยนต์ลงมาพอดี ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าทำให้ณัฐกฤตารู้สึกชื่นชมและปลาบปลื้มใจในเวลาเดียวกัน สายหยุดที่กำลังเดินมาถึงและได้เห็นภาพนี้ก็รู้สึกแบบไม่ต่างกัน แต่ก่อนแต่ไรกรภัทร์ไม่เคยพาสาวคนไหนเข้ามาบ้าน มิหนำซ้ำยังมีเด็กชายวัยกำลังน่ารักน่าเอ็นดูอยู่ในอ้อมกอดของกรภัทร์อีกด้วย
คุณหมอหนุ่มบอกกับเด็กชาย “เดี๋ยวลุงหมอพาน้องกัปตันไปพบปู่กับย่านะครับ”
สายหยุดห้ามปากตัวเองที่อยากจะถามถึงสถานะของสองคนแม่ลูกตรงหน้า แล้วรีบแจ้งธุระด่วนที่ผู้เป็นนายสั่งมาก่อน
“คุณหนูคะ ท่านเจ้าสัวเชิญพบที่ห้องรับแขกค่ะ”
แม้เขาอายุมากเท่าไหร่ก็คงเป็นคุณหนูตัวเล็กของนมอยู่เสมอ“เหรอครับนม พอดีเลยผมกำลังจะพาน้ำตาลกับกัปตัน ไปกราบคุณพ่อท่านพอดี” พูดจบกรภัทร์ก็หันใบหน้าหล่อแฝงรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ไปทางณัฐกฤตา
“ไปครับน้ำตาล เราไปกราบคุณพ่อกัน”
“เรา!?”
ณัฐกฤตาหน้าเหวอกับสรรพนามที่กรภัทร์ใช้เรียกอย่างสนิทสนม นิ้วเรียวยาวชี้เข้าหาตัวเองค้างอย่างงุนงง แต่ก็เดินตามภรภัทร์ไปแต่โดยดี เพราะบุตรชายของเธอนั้นยังคงหลับสนิทอยู่บนบ่ากว้างของเขา
ทว่าภายในใจกลับรู้สึกตื่นเต้นและหวาดหวั่นอย่างบอกไม่ถูก ฝ่ามือบางเย็นเฉียบบีบเข้าหากันแน่น
‘สถานการณ์แบบนี้...ทำไมรู้สึกเหมือนการพาว่าที่ลูกสะใภ้มากราบพ่อแม่สามีเลยอ่ะ!!’
กรภัทร์ยังคงจับมือเล็กไว้ไม่ยอมปล่อย "ขอบคุณนะ...ที่เลือกฉันเป็นพ่อ ฉันจะดูแลเธออย่างดีเจ้าหนู" เขาพูดเบาจนแทบเป็นเสียงกระซิบ โดยไม่รู้เลยว่า...มีอีกคนหนึ่งกำลังมองดูอยู่ น้ำตาลตื่นขึ้นมา เธอก็พบภาพตรงหน้าหมอกรยังนั่งอยู่ข้างเตียงมือหนึ่งกุมมือกัปตันไว้แน่นอีกมือคอยลูบผมลูกชายของเธอไม่หยุดสายตาที่เขามองลูกชายของเธอ เต็มไปด้วยความรัก ความห่วงใย ไม่มีแม้แต่นิดเดียวที่ดูเหมือนกำลังดูแล "ลูกของคนอื่น" หัวใจของณัฐกฤตาอุ่นวาบขึ้น ผู้ชายคนนี้ไม่เคยพูดว่าจะรักกัปตัน แต่ทุกการกระทำของเขากลับพูดแทนทุกคำเธอเดินเข้าไปหาเบา ๆ ชายหนุ่มหันมาเห็นก็ยิ้มบางส่งให้เธอ "ขอโทษนะน้ำตาล...ผมทำให้คุณตื่นหรือเปล่า" เขากลัวว่าเธอจะนอนไม่พอเพราะตั้งแต่น้องกัปตันล้มป่วยแม่ของแกแทบไม่ได้พักเลยเขาสงสารทั้งลูกและแม่ น้ำตาลส่ายหน้าหวือก่อนสายตาจะตกลงไปที่มือของเขาซึ่งยังจับมือลูกชายไว้แน่น "เหนื่อยไหมคะที่ต้องเฝ้าน้องกัปตัน ฉันที่ต้องเฝ้าลูกยังเผลอหลับให้คุณเฝ้าไปด้
เพราะทุกหน้าที่เปิดออกนั้นล้วนแต่เป็นหลักฐานที่เขาคิดว่าไม่มีวันมีใครหาเจอและในวินาทีนั้นเองเขาก็เริ่มเข้าใจว่าคนที่กำลังดึงเขาลงจากทุกสิ่งที่เคยมี ‘ไม่ใช่โชคชะตา’ ‘แต่มันเป็นผลจากการกระทำของตัวเอง’ สองสัปดาห์ผ่านมาณัฐกฤตาโหมงานหนัก ร้านอาหารเล็กๆ ของเธอเป็นไปด้วยดีเพราะเธอตั้งใจทำ เธอไม่อยากให้คนลงทุนให้ผิดหวัง และเธอเองก็เป็นคนทำอะไรจริงจัง ยอมรับว่าทั้งทำงานเลี้ยงลูกดูแลคนรัก แต่ละวันเหนื่อยมากแต่เธอมีความสุขจนกระทั่งคืนหนึ่ง ค่ำคืนนั้น ฝนโปรยลงมาไม่ขาดสาย ละอองฝนกระทบกระจกหน้าต่างห้องเป็นจังหวะแผ่วเบา แต่คนในห้องไม่มีใครได้นอนเลย ร่างเล็กของน้องกัปตันนอนซุกอยู่ใต้ผ้าห่มลายกาตูนตัวโปรด ใบหน้าแดงระเรื่อเพราะพิษไข้ แม้ไข้จะเริ่มลดลงหลังได้รับยา แต่เจ้าตัวก็ยังละเมอเป็นพักๆ ดูน่าสงสาร หมอหนุ่มนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงมาตั้งแต่หัวค่ำด้วยความเป็นห่วงทั้งในฐานะของหมอและว่าที่พ่อเลี้ยง เขาเปลี่ยนผ้าเย็นให้เด็กน้อยครั้งแล้วครั้งเล่า เช็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นตามหน้าผากอย่างแผ่วเบาถนุถนอม ก่อนใช้ปลายนิ้วแตะข้อมือเล็กเพื่อ
คุณ.." กรภัทร์ยิ้มอ่อนเหมือนเดาออกว่าน้ำตาลกำลังคิดอะไรอยู่ "วันนี้..." "ผมไม่ได้เร่งรีบจะขอคุณแต่งงาน ผมรู้ว่าต้องให้เวลาคุณบ้าง" ถึงภายในใจอย่างเร่งเร้าแล้วก็ตามเขาอยากมีครอบครัวพร้อมจะสละโสดถ้าได้น้ำตาลคนนี้มาเป็นเมีย หญิงสาวแอบถอนหายใจอย่างโล่งอกเพราะทุกอย่างมันเร็วเกินไป บางทีคนที่ถูกหวยรางวัลที่หนึ่งก่อนช็อกตายในความโชคดีทั้งที่ยังไม่ทันได้ใช้เงิน แต่ก็อดแปลกใจไม่ได้ แม่หม้ายลูกติดมีสิทธิ์จะโชคดีแบบนี้ด้วยเหรอ ชายหนุ่มค่อย ๆ เปิดฝากล่อง ภายในไม่ใช่แหวนขอแต่งงาน แต่เป็น... กุญแจร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งเขาคิดว่าหญิงสาวจะต้องชอบมันเป็นร้านที่เขาสืบรู้มาว่าเธอมีความฝันอยากมีร้านอาหารเล็กๆ แบบนี้เป็นของตัวเอง "ผมซื้อร้านอาหารร้านนี้ไว้แล้ว ตั้งใจมอบให้คุณ" น้ำตาลเบิกตากว้าง “อะไรนะคะ ซื้อร้านอาหาร” เธอแทบไม่เชื่อหู เคยเห็นผู้หญิงคนอื่นโชคดีถูกแฟนเปย์ด้วยเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เงินสด ส่วนเธอไม่เคยได้มาก่อน ไม่คิ
ภายในร้านอาหารริมแม่น้ำ แสงเทียนอันอุ่นละมุนสะท้อนดวงตาคมของกรภัทร์ เวลานี้แม้บรรยากาศจะโรยราด้วยสีของรัตติกาล แต่สำหรับคุณหมอหนุ่มเขาเหมือนถูกโอบล้อมด้วยสีชมพู สีแห่งความรัก เขาหยิบกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มออกมาวางตรงหน้าน้ำตาลเบิกตากว้างสงสัยว่าผู้ชายตรงหน้าจะทำอะไรบางอย่างให้เธอประหลาดใจ "หมอ..." ชายหนุ่มสูดลมหายใจลึก ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขาเริ่มสารภาพแบบตรงไปตรงมา "ตั้งแต่วันที่ผมทำคลอดน้องกัปตัน..." "ผมก็แอบตกหลุมรักน้ำตาล คุณเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งมากแต่วันนั้นคุณมีครอบครัวแล้ว ผมจึงทำได้แค่เก็บความรู้สึกเอาไว้ ผมรู้ขอบเขตว่าคิดอะไรไปเกินกว่านั้นไม่ได้" เขาอยากบอกเธอมานานแล้วเขาไม่ได้เพิ่งชอบเธอแต่ชอบเธอนานแล้ว "แต่ต่อจากนี้ที่คุณกับผมไม่ได้ติดอยู่ในความสัมพันธ์กับใคร...ปล่อยให้ผมดูแลคุณกับกัปตันได้ไหม" น้ำตาลยกมือขึ้นปิดริมฝีปาก น้ำตาค่อย ๆ เอ่อคลอโดยไม่รู้ตัวเป็นครั้งแรกในชีวิต... ที่เธอรู้สึกว่า ความรักไม่จำเป็นต้องหวือหวาแค่ม
ณัฐกฤตาตามลูกชายไปอย่างงงๆ ซ้ำยังรู้สึกผิดที่เช้านี้เธอเผลอตื่นสายเพราะเมื่อคืนนี้เจ้าของบ้านทำให้เธอหมดแรงคาเคาน์เตอร์เขาแทบจะอุ้มเธอมาส่งที่ห้องนอน หลังจากพากัปตันเข้านอนและกล่อมจนเด็กน้อยหลับสนิท น้ำตาลค่อย ๆ ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมถึงอกลูกชาย ก่อนก้มลงจูบหน้าผากเล็กเบา ๆ แล้วปิดไฟหัวเตียง เห
ณัฐกฤตาเพิ่งเคยเห็นกล้ามท้องและแผงอกแน่นสมบูรณ์แบบอย่างนี้เป็นครั้งแรก ฝ่ามือเล็กเผลอยกมือขึ้นลูบไล้สัมผัสกล้ามทองลอนใหญ่“ชอบเหรอ” เสียงทุ้มต่ำถามคนใต้ร่างที่กำลังสนใจลูบไล้กล้ามทองมัดงามของเขาอยู่หญิงสาวชักมือกลับเมื่อถูกทัก แต่ถูกฝ่ามือใหญ่ยึดกลับมาได้ “จับอีกสิ ผมอยากให้คุณสัมผัส” หมอหนุ่มเชื้อเชิญอย่างไม่หวงตัว“ไม่คิดว่าฉันจะอายบ้างเหรอคะ” ถึงเธอเคยผ่านการแต่งงานแต่ก็ไม่ใช่ประเภทสาวร้อนแรงออกจะขี้อายในเรื่องนี้ดวย“ผมอยากให้จับอีก สัมผัสผมอีกนะคนดี”ริมฝีปากหนักโน้มลงงับเม็ดยอดเนินอกอวบขบเม้มสองข้างอย่างดูดดื่มจนผิวขาวเนียนแดงช้ำเป็นปื้น“เจ็บค่ะ”หญิงสาวแอ่นตัวยกอกรับแรงดูดอย่างต้านทานไม่อยู่ กรภัทร์ไม่รอช้าจัดการปลดเปลื้องอุปสรรคที่ขวางกันส่วนล่างของตัวเองออกจนหมดสิ้นโชว์ความใหญ่โตมโหฬารเด่นตระหง่านให้หญิงสาวคลายความสงสัย‘คุณหมอไม่ใช่เกย์แน่นอน’จากนั้นฝ่ามือใหญ่ก็จัดการรูดแพนตี้ตัวจิ๋วที่ชื้นแฉะบนร่างบางถอดโยนทิ้งไป“คราวนี้มั่นใจได้หรือยังข่าวลือว่าผมเป็นเกย์มันไม่มีมูลความจริง เกย์ที่ไหนเขาอยากเอาผู้หญิงจนแข็งขนาดนี้” เจ้าของร่างใหญ่ยิ้มยกมุมปากอย่างพอใจ เ







