ログインณัฐกฤตานั่งก้มหน้าฟังข้อเสนอที่กรภัทร์พูดมานิ่ง นัยน์ตาคู่สวยเหลือบขึ้นมองใบหน้าหล่อนิ่ง หยาดน้ำตาไหลลงเปื้อนแก้มเนียน พลางพยักใบหน้าที่เต็มไปด้วยคราบน้ำตาเบาๆ แล้วตอบออกไปเสียงเศร้า
“ขอบคุณหมอกรมากนะคะ ที่เมตตาช่วยเหลือน้ำตาลกับลูก น้ำตาลสัญญานะคะว่าจะดูแลความเป็นอยู่และบ้านของหมอกรให้ดีที่สุด”
เพียงเห็นดวงหน้าสวยอาบน้ำตา หัวใจของเขาก็บีบแน่นขึ้นอย่างไร้สาเหตุ กรภัทร์เอื้อมมือมาจับไหล่บางทั้งสองข้างให้หันหน้ามาหาเขา
“ไม่ต้องคิดมากนะ ผมจะอยู่ข้างคุณน้ำตาลเสมอ” น้ำเสียงอบอุ่นคุ้นเคยเอ่ยบอก
จู่ๆ ณัฐกฤตาก็โผเข้ากอดร่างของเขาอย่างปลาบปลื้มยินดี แล้วร้องไห้ปล่อยโฮออกมาจนเขาเองก็แอบตกใจ ไม่กล้าแม้แต่จะโอบร่างบางที่กอดเขาไว้แน่น ได้แต่ใช้ฝ่ามือตบไหล่เบาๆ เป็นการปลอบใจ
กรภัทร์จำภาพเมื่อห้าปีก่อนตอนณัฐกฤตาเข้ามาฝากครรภ์ที่โรงพยาบาลได้ดี เธอดูเป็นผู้หญิงแกร่งที่ดูแลตัวเองดีมาก เธอมาตรวจครรภ์ตามกำหนดไม่เคยขาด จนกระทั่งวันอุ้มท้องบุตรชายไปคลอดที่โรงพยาบาลเพียงลำพัง โดยปราศจากพ่อของเด็ก เพราะก้องภพอ้างว่าติดงานด่วนที่ต่างจังหวัด เขาเป็นหมอสูติฯ เขารู้ดีว่าเวลาผู้หญิงใกล้คลอดต้องการกำลังใจจากพ่อของลูกมากแค่ไหน แม้ก้องภพไม่ได้มาดูแลเธอในวันคลอด และเป็นเขาเองที่เป็นธุระแจ้งเกิดให้กัปตันระหว่างที่เธอพักฟื้น แต่เขาก็ไม่เคยเห็นเธอมีร่องรอยความเศร้าและเสียน้ำตาเลยสักครั้ง
แต่ตอนนี้เธอจะปล่อยโฮแบบไม่เหลือเค้าโครงความแกร่งแม้แต่น้อยต่อหน้าเขา ภายในใจเธอคงรู้สึกอ่อนแอและเจ็บปวดอยู่ไม่น้อย กรภัทร์บอกกับตัวเองว่า จากนี้เขาจะดูแลณัฐกฤตาและลูกชายของเธอเอง และนี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะได้เห็นเธอเสียน้ำตา
เขาไม่อยากให้เธอเสียน้ำตาเลย ไม่อยากเห็นเธอต้องเจ็บแบบนี้
คฤหาสน์ใจกลางเมืองหลวง
รถสปอร์ตคูเป้สีขาวขับเข้ามาในซอยจนสุดทาง และหยุดอยู่ตรงหน้าประตูรั้วเหล็กดัดสไตล์อิตาลีสีดำเข้ม เพียงชั่วอึดใจประตูรั้วก็เลื่อนเปิดอัตโนมัติเมื่อเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมองจากจอมอนิเตอร์ แล้วเห็นว่าเป็นรถของคนในตระกูลวิจิตรโยธา ระยะห่างจากทางเข้าและความสูงของเหล็กดัดนั้นบดบังความงดงามของคฤหาสน์สีขาวหลังใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ด้านใน ดวงตากลมโตของหญิงสาวที่นั่งมาด้วยตรงเบาะหน้าด้านซ้ายพลันเบิกกว้างขึ้นอย่างตื่นตะลึง ทั้งๆ ที่เธอนั้นใช้ชีวิตในละแวกนี้มานานหลายปี แต่ก็คาดไม่ถึงว่าใจกลางเมืองหลวงที่หนาแน่นไปด้วยตึกสูงระฟ้า จะมีคฤหาสน์ใหญ่โต แถมยังมีพื้นที่ใช้สอยอีกเกือบสามไร่ซ่อนตัวอยู่ ตลอดสองข้างทางที่รถขับผ่านเต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่ ล้วนแล้วแต่เป็นพันธุ์ไม้โบราณที่หาชมได้ยากยิ่งในปัจจุบัน ไอน้ำจางๆ ลอยฟุ้งถูกพ่นออกมาจากระบบพ่นหมอกอัตโนมัติ เนรมิตให้สวนสวยราวกับอยู่ในป่าหิมพานต์
อันที่จริงณัฐกฤตาก็พอจะทราบมาบ้างว่าคนขับรถหน้าหล่ออย่างหมอกรภัทร์นั้น เป็นทายาทของ “ท่านเจ้าสัว”
“กรพจน์ วิจิตรโยธา” มหาเศรษฐีเฒ่าวัยใกล้เกษียณ เจ้าของธุรกิจก่อสร้างและธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่มีฐานะร่ำรวยติดอันดับท็อปเท็น เพราะเพียงแค่คฤหาสน์ที่มองเห็นด้วยตาเปล่าตรงหน้านี้ ก็ทำให้คนฐานะรากหญ้าอย่างณัฐกฤตา รู้สึกประหม่าและหวาดหวั่น จนไม่กล้าจะคิดต่อว่าภายในคฤหาสน์หลังนี้จะมีห้องพักทั้งหมดกี่ห้อง เฟอร์นิเจอร์ที่ใช้ในการตกแต่งภายในนั้น จะหรูหราราคาแพงมากแค่ไหน และถ้าหากว่าเธอนั้นทำอะไรผิดพลาด หรือทำให้ทรัพย์สินชำรุดเสียหายไปสักชิ้นสองชิ้น ชาตินี้ทั้งชาติเธอคงทำงานใช้หนี้ไม่หมดไม่สิ้นเป็นแน่
กรภัทร์ลอบมองท่าทีกริ่งเกรงของณัฐกฤตาก็พอจะเดาออก จึงค่อยๆ ชะลอความเร็วรถและชวนพูดคุยให้เธอนั้นรู้สึกผ่อนคลาย
กรภัทร์เล่าให้ณัฐกฤตาก็ฟังว่าตั้งแต่มารดาของเขาเสียไป หากไม่นับรวมคนขับรถ คนสวน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย และคนรับใช้ที่อาศัยอยู่บ้านพักคนงานทางด้านหลังอีกกว่ายี่สิบคน ผู้ที่อาศัยในคฤหาสน์หลังใหญ่นี้ก็มีเพียงกรพจน์ผู้เป็นบิดา เศวยาและมารดาของเธอ หรือ “แม่เล็ก” ผู้มีศักดิ์เป็นน้าของเขาและยังเป็นภรรยาใหม่ของบิดาเขาอีกด้วย ส่วนตัวเขานั้นย้ายไปอยู่ที่บ้านหลังเล็ก เนื่องจากต้องการความเป็นส่วนตัวและไม่ชอบความวุ่นวาย เพราะคฤหาสน์หลังใหญ่นี้มีการจัดงานเลี้ยงสังสรรค์กันแทบทุกสัปดาห์ ทั้งงานเลี้ยงต้อนรับผู้ถือหุ้น ผู้ร่วมลงทุนเพื่อต่อยอดทางธุรกิจของบิดา นอกจากนี้ยังมีงานเลี้ยงสังสรรค์ของเศวยากับบรรดาเพื่อนสาวไฮโซ ที่แต่งชุดราตรีหรูหรา พากันประโคมเครื่องเพชรทองมาแข่งกันอวดความมั่งคั่งของตัวเอง พลางชี้ไปทางด้านขวามือของคฤหาสน์ให้ณัฐกฤตาดูสระว่ายน้ำและลานสนามหญ้าขนาดใหญ่ ที่สามารถจัดงานเลี้ยงรับรองแขกเหรื่อได้ไม่ต่ำกว่าสองร้อยคน
กรภัทร์ยังคงจับมือเล็กไว้ไม่ยอมปล่อย "ขอบคุณนะ...ที่เลือกฉันเป็นพ่อ ฉันจะดูแลเธออย่างดีเจ้าหนู" เขาพูดเบาจนแทบเป็นเสียงกระซิบ โดยไม่รู้เลยว่า...มีอีกคนหนึ่งกำลังมองดูอยู่ น้ำตาลตื่นขึ้นมา เธอก็พบภาพตรงหน้าหมอกรยังนั่งอยู่ข้างเตียงมือหนึ่งกุมมือกัปตันไว้แน่นอีกมือคอยลูบผมลูกชายของเธอไม่หยุดสายตาที่เขามองลูกชายของเธอ เต็มไปด้วยความรัก ความห่วงใย ไม่มีแม้แต่นิดเดียวที่ดูเหมือนกำลังดูแล "ลูกของคนอื่น" หัวใจของณัฐกฤตาอุ่นวาบขึ้น ผู้ชายคนนี้ไม่เคยพูดว่าจะรักกัปตัน แต่ทุกการกระทำของเขากลับพูดแทนทุกคำเธอเดินเข้าไปหาเบา ๆ ชายหนุ่มหันมาเห็นก็ยิ้มบางส่งให้เธอ "ขอโทษนะน้ำตาล...ผมทำให้คุณตื่นหรือเปล่า" เขากลัวว่าเธอจะนอนไม่พอเพราะตั้งแต่น้องกัปตันล้มป่วยแม่ของแกแทบไม่ได้พักเลยเขาสงสารทั้งลูกและแม่ น้ำตาลส่ายหน้าหวือก่อนสายตาจะตกลงไปที่มือของเขาซึ่งยังจับมือลูกชายไว้แน่น "เหนื่อยไหมคะที่ต้องเฝ้าน้องกัปตัน ฉันที่ต้องเฝ้าลูกยังเผลอหลับให้คุณเฝ้าไปด้
เพราะทุกหน้าที่เปิดออกนั้นล้วนแต่เป็นหลักฐานที่เขาคิดว่าไม่มีวันมีใครหาเจอและในวินาทีนั้นเองเขาก็เริ่มเข้าใจว่าคนที่กำลังดึงเขาลงจากทุกสิ่งที่เคยมี ‘ไม่ใช่โชคชะตา’ ‘แต่มันเป็นผลจากการกระทำของตัวเอง’ สองสัปดาห์ผ่านมาณัฐกฤตาโหมงานหนัก ร้านอาหารเล็กๆ ของเธอเป็นไปด้วยดีเพราะเธอตั้งใจทำ เธอไม่อยากให้คนลงทุนให้ผิดหวัง และเธอเองก็เป็นคนทำอะไรจริงจัง ยอมรับว่าทั้งทำงานเลี้ยงลูกดูแลคนรัก แต่ละวันเหนื่อยมากแต่เธอมีความสุขจนกระทั่งคืนหนึ่ง ค่ำคืนนั้น ฝนโปรยลงมาไม่ขาดสาย ละอองฝนกระทบกระจกหน้าต่างห้องเป็นจังหวะแผ่วเบา แต่คนในห้องไม่มีใครได้นอนเลย ร่างเล็กของน้องกัปตันนอนซุกอยู่ใต้ผ้าห่มลายกาตูนตัวโปรด ใบหน้าแดงระเรื่อเพราะพิษไข้ แม้ไข้จะเริ่มลดลงหลังได้รับยา แต่เจ้าตัวก็ยังละเมอเป็นพักๆ ดูน่าสงสาร หมอหนุ่มนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงมาตั้งแต่หัวค่ำด้วยความเป็นห่วงทั้งในฐานะของหมอและว่าที่พ่อเลี้ยง เขาเปลี่ยนผ้าเย็นให้เด็กน้อยครั้งแล้วครั้งเล่า เช็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นตามหน้าผากอย่างแผ่วเบาถนุถนอม ก่อนใช้ปลายนิ้วแตะข้อมือเล็กเพื่อ
คุณ.." กรภัทร์ยิ้มอ่อนเหมือนเดาออกว่าน้ำตาลกำลังคิดอะไรอยู่ "วันนี้..." "ผมไม่ได้เร่งรีบจะขอคุณแต่งงาน ผมรู้ว่าต้องให้เวลาคุณบ้าง" ถึงภายในใจอย่างเร่งเร้าแล้วก็ตามเขาอยากมีครอบครัวพร้อมจะสละโสดถ้าได้น้ำตาลคนนี้มาเป็นเมีย หญิงสาวแอบถอนหายใจอย่างโล่งอกเพราะทุกอย่างมันเร็วเกินไป บางทีคนที่ถูกหวยรางวัลที่หนึ่งก่อนช็อกตายในความโชคดีทั้งที่ยังไม่ทันได้ใช้เงิน แต่ก็อดแปลกใจไม่ได้ แม่หม้ายลูกติดมีสิทธิ์จะโชคดีแบบนี้ด้วยเหรอ ชายหนุ่มค่อย ๆ เปิดฝากล่อง ภายในไม่ใช่แหวนขอแต่งงาน แต่เป็น... กุญแจร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งเขาคิดว่าหญิงสาวจะต้องชอบมันเป็นร้านที่เขาสืบรู้มาว่าเธอมีความฝันอยากมีร้านอาหารเล็กๆ แบบนี้เป็นของตัวเอง "ผมซื้อร้านอาหารร้านนี้ไว้แล้ว ตั้งใจมอบให้คุณ" น้ำตาลเบิกตากว้าง “อะไรนะคะ ซื้อร้านอาหาร” เธอแทบไม่เชื่อหู เคยเห็นผู้หญิงคนอื่นโชคดีถูกแฟนเปย์ด้วยเสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า เงินสด ส่วนเธอไม่เคยได้มาก่อน ไม่คิ
ภายในร้านอาหารริมแม่น้ำ แสงเทียนอันอุ่นละมุนสะท้อนดวงตาคมของกรภัทร์ เวลานี้แม้บรรยากาศจะโรยราด้วยสีของรัตติกาล แต่สำหรับคุณหมอหนุ่มเขาเหมือนถูกโอบล้อมด้วยสีชมพู สีแห่งความรัก เขาหยิบกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินเข้มออกมาวางตรงหน้าน้ำตาลเบิกตากว้างสงสัยว่าผู้ชายตรงหน้าจะทำอะไรบางอย่างให้เธอประหลาดใจ "หมอ..." ชายหนุ่มสูดลมหายใจลึก ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขาเริ่มสารภาพแบบตรงไปตรงมา "ตั้งแต่วันที่ผมทำคลอดน้องกัปตัน..." "ผมก็แอบตกหลุมรักน้ำตาล คุณเป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งมากแต่วันนั้นคุณมีครอบครัวแล้ว ผมจึงทำได้แค่เก็บความรู้สึกเอาไว้ ผมรู้ขอบเขตว่าคิดอะไรไปเกินกว่านั้นไม่ได้" เขาอยากบอกเธอมานานแล้วเขาไม่ได้เพิ่งชอบเธอแต่ชอบเธอนานแล้ว "แต่ต่อจากนี้ที่คุณกับผมไม่ได้ติดอยู่ในความสัมพันธ์กับใคร...ปล่อยให้ผมดูแลคุณกับกัปตันได้ไหม" น้ำตาลยกมือขึ้นปิดริมฝีปาก น้ำตาค่อย ๆ เอ่อคลอโดยไม่รู้ตัวเป็นครั้งแรกในชีวิต... ที่เธอรู้สึกว่า ความรักไม่จำเป็นต้องหวือหวาแค่ม
ณัฐกฤตาตามลูกชายไปอย่างงงๆ ซ้ำยังรู้สึกผิดที่เช้านี้เธอเผลอตื่นสายเพราะเมื่อคืนนี้เจ้าของบ้านทำให้เธอหมดแรงคาเคาน์เตอร์เขาแทบจะอุ้มเธอมาส่งที่ห้องนอน หลังจากพากัปตันเข้านอนและกล่อมจนเด็กน้อยหลับสนิท น้ำตาลค่อย ๆ ดึงผ้าห่มขึ้นคลุมถึงอกลูกชาย ก่อนก้มลงจูบหน้าผากเล็กเบา ๆ แล้วปิดไฟหัวเตียง เห
ณัฐกฤตาเพิ่งเคยเห็นกล้ามท้องและแผงอกแน่นสมบูรณ์แบบอย่างนี้เป็นครั้งแรก ฝ่ามือเล็กเผลอยกมือขึ้นลูบไล้สัมผัสกล้ามทองลอนใหญ่“ชอบเหรอ” เสียงทุ้มต่ำถามคนใต้ร่างที่กำลังสนใจลูบไล้กล้ามทองมัดงามของเขาอยู่หญิงสาวชักมือกลับเมื่อถูกทัก แต่ถูกฝ่ามือใหญ่ยึดกลับมาได้ “จับอีกสิ ผมอยากให้คุณสัมผัส” หมอหนุ่มเชื้อเชิญอย่างไม่หวงตัว“ไม่คิดว่าฉันจะอายบ้างเหรอคะ” ถึงเธอเคยผ่านการแต่งงานแต่ก็ไม่ใช่ประเภทสาวร้อนแรงออกจะขี้อายในเรื่องนี้ดวย“ผมอยากให้จับอีก สัมผัสผมอีกนะคนดี”ริมฝีปากหนักโน้มลงงับเม็ดยอดเนินอกอวบขบเม้มสองข้างอย่างดูดดื่มจนผิวขาวเนียนแดงช้ำเป็นปื้น“เจ็บค่ะ”หญิงสาวแอ่นตัวยกอกรับแรงดูดอย่างต้านทานไม่อยู่ กรภัทร์ไม่รอช้าจัดการปลดเปลื้องอุปสรรคที่ขวางกันส่วนล่างของตัวเองออกจนหมดสิ้นโชว์ความใหญ่โตมโหฬารเด่นตระหง่านให้หญิงสาวคลายความสงสัย‘คุณหมอไม่ใช่เกย์แน่นอน’จากนั้นฝ่ามือใหญ่ก็จัดการรูดแพนตี้ตัวจิ๋วที่ชื้นแฉะบนร่างบางถอดโยนทิ้งไป“คราวนี้มั่นใจได้หรือยังข่าวลือว่าผมเป็นเกย์มันไม่มีมูลความจริง เกย์ที่ไหนเขาอยากเอาผู้หญิงจนแข็งขนาดนี้” เจ้าของร่างใหญ่ยิ้มยกมุมปากอย่างพอใจ เ







