LOGINหลี่อวี้เหม่ยหวั่นใจ ต่อจากนี้ชีวิตของเธอไม่สงบสุขอีกต่อไป หลังจากที่ได้คุยกับแม่เลี้ยงคนใหม่เมื่อครู่ สายตาของเธอไม่ได้จ้องมองสองพี่น้องด้วยความเมตตา รับรู้ได้ถึงความเย็นชาและความโหดเหี้ยมของหญิงคนนี้
'คุณแม่คะ หนูจะต้องทำอย่างไรต่อไปดีคะ ต่อจากนี้ความสุขในบ้านของเราคงจบลงแล้วจริง ๆ หนูคิดถึงคุณแม่จังเลยถ้าแม่อยู่ด้วยกันตอนนี้คงจะดี แต่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะหนูจะดูแลน้องเป็นอย่างดี’ อวี้เหม่ยคิดในใจจับมือน้องสาวเดินไปที่ร้านขนม เสียงแว่วด้านหลังดังขึ้นมา
“อวี้เหม่ย อวี้เหม่ยรอฉันก่อน” เธอหยุดเดินหันหลังไปมองพลันยิ้มกว้าง
“เฉินลี่หาน”
“คิดอะไรอยู่เหรอ ? ฉันเรียกเธอตั้งหลายครั้ง แล้วนี่จะไปไหนกัน”
“พี่อวี้เหม่ยกำลังพาหนูไปซื้อขนมค่ะพี่เฉินลี่หาน” เฟยหย่าคลี่ยิ้มตอบพี่ชายรูปหล่อด้านหน้า
เฉินลี่หานลูกชายคนเดียวของตระกูลเฉิน ครอบครัวของเขาเป็นร้านค้าขนาดใหญ่ อีกทั้งยังเลี้ยงหมูขายเนื้ออีกด้วย แม่ของเฉินลี่หานเป็นเพื่อนรักกับแม่ของหลี่อวี้เหม่ยอีกทั้งยังท้องก่อนกันเพียงไม่นาน จึงพูดคุยกันถ้าลูกออกมาเป็นผู้ชายด้วยกันทั้งคู่จะให้เป็นเพื่อนสนิทคอยช่วยเหลือกัน แต่ถ้าเป็นชายกับหญิงจะขอหมั้นหมายไว้ตั้งแต่คลอดเสร็จ จนกระทั่งทั้งคู่คลอดทั้งสองตระกูลจึงทำการหมั้นหมายให้ ทว่าทั้งสองไม่เพียงแต่ทำตามคำสัญญาของแม่ หัวใจและความรู้สึกของทั้งสองก็รักและผูกพันธ์กัน
“ดีเลยอย่างนั้นไปที่ร้านของฉันนะ วันนี้คุณพ่อให้ลุงฉานลงมือเชือดหมู เอาเนื้อกลับไปทำกินด้วยนะ”
“อื้ม ...ขอบใจนะแต่ฉันเกรงใจป้าเฉินกับลุงเฉิน อย่างนั้นขอซื้อเนื้อด้วยเงินของฉันเองดีกว่าของซื้อของขายจะให้ฉันเฉย ๆ ได้อย่างไร”
“ทำไมจะให้ไม่ได้ละ อีกไม่นานเราทั้งสองคนก็จะแต่งงานกันเธอก็เป็นเหมือนคนในครอบครัวมาเถอะ ๆ เฟยหย่าวันนี้มีขนมเข้ามาใหม่ด้วยพี่ให้เลือกอย่างหนึ่งไม่ต้องจ่ายเงิน” เฉินลี่หานใจดีมีเมตตาแถมยังรักอวี้เหม่ยทะนุถนอมเธอยิ่งกว่าดวงใจ เขาเดินจับมือเฟยหย่าไปที่ร้านของตนเองอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้เท่าไหร่นักเดินไปไม่ถึงห้าร้อยเมตรก็ถึง
ตระกูลเฉินร่ำรวยเสียกว่าตระกูลหลี่ของเธอมาก เมื่อก่อนเธอดีใจนับวันรอเวลาแต่งงานเข้าบ้านตระกูลเฉินแต่ว่าตอนนี้เธอกลับรู้สึกเศร้าใจ เมื่อนึกถึงแม่เลี้ยงกับน้องสาวคนใหม่ หากเธอแต่งงานออกมาชีวิตของน้องสาวจะเป็นอย่างไร
“หนูอวี้เหม่ยทำไมวันนี้ใบหน้าของหนูดูมีเรื่องให้คิดอย่างนี้หรือจ๊ะ มีอะไรในใจหรือเปล่าบอกป้าได้นะ อีกหน่อยก็เป็นคนครอบครัวเดียวกันแล้วมีอะไรอย่าเก็บไว้คนเดียว” ป้าเฉินเอ่ยถามเมื่อเห็นหญิงสาวนั่งเงียบขรึมตั้งแต่เข้ามาในร้าน ปกติเธอมักจะแจ่มใสร่าเริง
“คุณป้าเฉินพี่อวี้เหม่ยคงคิดเรื่องน้าซือหยวนหนิงนะค่ะ เธอคนนั้นเหมือนปีศาจร้ายเลยค่ะหนูเองก็กลัว วันนี้หนูขอนอนที่นี่ไม่ได้เหรอคะ”
“เฟยหย่าพูดอย่างนั้นได้อย่างไร ถึงเราจะนอนที่นี่คืนนี้ก็ชวนแต่ทำให้คุณพ่อโมโหมากกว่าเดิม อีกอย่างต่อให้เราหนีได้ครั้งหนึ่งแต่ว่าเราต้องอยู่กับเขาไปตลอดชีวิตอย่างนี้จะหนีไปเพื่ออะไรกัน” อวี้เหม่ยรีบพูดขึ้นมาไม่ให้น้องสาวนอนบ้านของป้าเฉิน
“เดี๋ยวนะ ซือหยวนหนิง? แล้วซือหยวนหนิงคือใครทำไมต้องกลัวจนไม่อยากกลับบ้านด้วยล่ะ”
“เอ่อ..น้าซือหยวนหนิงคือภรรยาใหม่คุณพ่อค่ะป้าเฉิน”
“ห่ะ !! อะไรนะภรรยาเสียชีวิตจากไปไม่ถึงสองเดือนพ่อของพวกเธอเอาภรรยาใหม่เข้าบ้านแล้วเหรอ ? น่าโมโหจริง ๆ ”
“ไม่ใช่แค่นั้นนะคะ หนูยังมีพี่สาวเพิ่มมาอีกหนึ่งคนด้วยแต่หนูไม่ค่อยชอบใจพี่สาวคนนั้นเลย แววตาของเธอดูน่ากลัวไม่ต่างจากแม่ของเธอเลย”
“เรื่องมีภรรยาใหม่น่าตกใจพอแล้ว นี่ยังเอาลูกติดภรรยาเข้ามาอยู่ในบ้านอีกด้วยอย่างนั้นเหรอไม่ได้การไม่ได้การป้าจะไปจัดการให้เอง”
“อย่านะคะคุณป้า คุณพ่อคงไม่พอใจหากรู้ว่าหนูเอาเรื่องนี้มาบอกคุณป้า อีกอย่างหลี่เฟยหงไม่ใช่ลูกติดน้าหยวนหนิงแต่เป็นลูกสาวคนที่สองของคุณพ่อค่ะ” แพขนตาหลุบลงอย่างเศร้าหมองเอ่ยเรื่องราวฉาวโฉ่วของคุณพ่ออย่างเศร้าใจและแผ่วเบา สะท้อนให้เห็นว่าอวี้เหม่ยเจ็บปวดเพียงใด ป้าเฉินแทบลมจับเมื่อได้ยินคำพูดของอวี้เหม่ย ยกมือนาบอก
“นี่มันเรื่องอะไรกัน !! แอบมีชู้ตั้งแต่แม่ของเธอยังอยู่เนี้ยะนะ เลวทรามจริง ๆ เธอมั่นใจใช่มั้ยจะไม่ให้ป้าไปช่วยจัดการ”
“ค่ะ หนูอยากอยู่อย่างสงบมากกว่าจะทำให้ทุกฝ่ายอึดอัด”
“เอาตามที่เธอบอกก็แล้วกันรอดูกันไปก่อนว่าซือหยวนหนิงคนนั้นจะนิสัยอย่างไร อีกไม่นานเธอจะแต่งเข้ามาอยู่ที่นี่คงไม่ต้องกลัวและลำบากใจ จะเป็นห่วงแต่หนูเฟยหย่านี่ล่ะ หรือจะพาเฟยหย่ามาอยู่ที่นี่ด้วย”
“เรื่องนั้นคุณพ่อจะยอมเหรอคะ ถ้าเป็นไปได้หนูก็อยากให้น้องมาอยู่ด้วยเหมือนกัน ”
“เอาล่ะ ๆ เอาไว้รอดูอีกสักระยะหากผู้หญิงคนนั้นรังแกทุบตี รีบมาบอกป้าทันทีเข้าใจมั้ย ป้าจะช่วยพวกเธอสองคนเอง”
“ขอบคุณค่ะ” อวี้เหม่ยสบายใจไม่น้อยที่บอกเล่าเรื่องนี้กับป้าเฉิน ส่วนเฉินลี่หานยืนฟังอยู่ไม่ไกลก็เกิดเป็นห่วงอวี้เหม่ยจนอยากแต่งงานกับเธอตอนนี้เสียเลย แต่ก็ต้องรอฤกษ์งามยามดีที่คุณแม่ไปดูกับหมอดูมา
หลังจากนั้นไม่นานทั้งสองก็ขอตัวกลับ เฉินลี่หานจึงอาสาเดินไปส่งที่บ้านพร้อมเนื้อหมูสันในชิ้นใหญ่
“อย่าลืมคำพูดของคุณแม่ล่ะ เข้าใจใช่มั้ยถ้าเกิดอะไรขึ้นรีบบอกพวกเรารู้มั้ยว่าฉันเป็นห่วงเธอแค่ไหน ถ้าเป็นไปได้อยากยกขบวนมาสู่ขอเธอตั้งแต่วันนี้เลยด้วยซ้ำ”
“ขอบใจนะเพราะมีนายกับคุณป้าทำให้ฉันสบายใจและอบอุ่นหัวใจอยู่เสมอ ถ้าฉันแต่งงานไปใจก็ยังเป็นห่วงเฟยหย่าที่ต้องใช้ชีวิตอยู่กับสองแม่ลูกนั้น คุณพ่อก็อย่างที่รู้กันมักจะออกไปเดินเรือขายของอยู่บ่อย ๆ ขอให้ทั้งสองเป็นคนดีและเอ็นดูเฟยหย่า แค่นั้นฉันก็หมดห่วงแล้วล่ะ” อวี้เหม่ยมองทอดสายตาไปข้างหน้าอย่างเหม่อลอย เฉินลี่หานยื่นมือไปจับมือของเธอพร้อมเดินเคียงข้างเธอไปเรื่อย ๆ โดยมีเฟยหย่าเดินนำหน้าทั้งสอง
“ไม่ต้องห่วงนะชีวิตของเธอมีฉันเดินเคียงข้างเสมอ ฉันรักเธอหลี่อวี้เหม่ย” คำพูดแสนธรรมดาแต่มันทำให้หัวใจที่ห่อเหี่ยวของอวี้เหม่ยชุ่มชื้นขึ้นมาไม่น้อยเหมือนต้นไม้ที่กำลังถูกการรดน้ำพรวนดินเป็นอย่างดี
ตอนที่ 40 ไม่ให้อภัย รุ่งเช้าวันต่อมา กรี๊ด !! เสียงกรีดร้องของเฟยหงดังสนั่นปลุกให้หยวนหนิงตื่นตั้งแต่เช้าตรู่ ตกใจที่ได้ยินเสียงลูกสาวดังจากข้างนอกห้อง เฟยหงแกะเชือกที่มัดขาไว้จนสำเร็จ หยวนหนิงรีบลุกพรวดวิ่งออกไปหาเฟยหงก็ต้องตกใจกับภาพที่เห็นเบื้องหน้า เฟยหงนั่งทรุดตัวลงที่พื้นร้องไห้เสียสติภาพเบื้องหน้าคือหลี่เจี๋ยหลงผูกคอห้อยอยู่ที่ขื่อในห้องพัก เฟยหงสะเทือนใจมากกว่าเดิม ทำให้เธอหวาดกลัวกรี๊ดร้องร่ำไห้ ชาวบ้านใกล้ ๆ ได้ยินเสียงต่างพากันมาดู ทุกคนใบหน้าตื่นตระหนก “พี่เจี๋ยหลงทำไม ทำไมพี่ถึงทำแบบนี้ พี่เห็นแก่ตัวจนถึงวินาทีสุดท้ายแล้วแบบนี้ฉันกับลูกจะอยู่ยังไง อึก อึก” หยวนหนิงกอดเฟยหงพร่ำเอ่ยต่อว่าเจี๋ยหลงที่ทิ้งตัวเองกับลูกให้เผชิญโลกตามลำพัง นี่นะหรือผู้ชายที่เธอคิดฝากชีวิต โลกของหยวนหนิงแตกสลายอีกครั้ง บ้านหลี่ วันนี้อวี้เหม่ยเตรียมตัวแต่เช้าตรู่เพื่อออกเดินทางไปที่ศาล ทว่าช่วงนั้นเองเสียงของลี่หานได้ดังขึ้นหน้าบ้านเสียงดัง“อวี้เหม่ยแย่แล้ว แย่แล้ว”“ลี่หานโวยวายอะไรแต่เช้า ”“ลุงเจี๋ยหลงนะสิ ลุงเจี๋ยหลงเสียชีวิตแล้ว” ราวกับโลกหยุดหมุนแม้จะโกรธเกลียดพ่อเพียงใดแต่เธอ
ตอนที่ 39 ตัดขาด เจี๋ยหลงเดินไปหาหยวนหนิงคอตก หยวนหนิงเห็นเจี๋ยหลงเดินเข้ามายิ้มระรื่นเอ่ยถามทันที “เป็นอย่างไรบ้างคะพี่เจี๋ยหลงจัดการกับอวี้เหม่ยแล้วใช่มั้ย ฉันกลัวเหลือเกินจนไม่อยากอยู่บ้านหลังเดียวกับอวี้เหม่ยได้ ”“ใช่แล้วล่ะ ต่อจากนี้เราไม่ได้อยู่บ้านหลังเดียวกับอวี้เหม่ยแล้ว”“พี่เจี๋ยหลงไล่ลูกสาวออกจากบ้านหรือคะ ทำอย่างนี้ไม่รุนแรงเกินไปหรือ”“คนที่ออกจากบ้านไม่ใช่อวี้เหม่ยแต่เป็นเราสามคนต่างหาก รีบไปเก็บของใช้ที่จำเป็นและเตรียมพาเฟยหงออกไปกันก่อนที่ดวงอาทิตย์จะลับขอบฟ้าเถอะ เดี๋ยวจะหาห้องเช่ายาก” เมื่อครู่หยวนหนิงพึ่งยิ้มระรื่นดีใจว่าต่อจากนี้เธอจะได้อยู่บ้านหลังนี้อย่างสุขสบาย ทว่าเมื่อสิ้นคำพูดของเจี๋ยหลงเธอใบหน้าพลันเปลี่ยนสีเอ่ยถามติด ๆ ขัด ๆ ด้วยความงวยงง“ทะ..ทำไมต้องเป็นเราที่ออกไปคะ พี่เป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ นังอวี้เหม่ยมีสิทธิ์อะไรมาขับไล่เรา”“ซือหยวนหนิงบ้านหลังนี้นะเดิมทีเป็นของหลี่หลุนหลง ตอนนี้ตกมาเป็นของหลี่อวี้เหม่ยทายาทโดยถูกต้องตามกฎหมาย เธอมอบบ้านหลังนี้ให้กับอวี้เหม่ยตั้งแต่ยังไม่หมดลมหายใจ รีบไปจัดการเรื่องที่ฉันบอกเถอะ ” เจี๋ยหลงมืดแปดด้าน ไม่ร
ตอนที่ 38 เวรกรรม เฟยหงสติฟั่นเฟือนเพ้อหวาดกลัวผู้คนถูกมัดติดเตียงเอาไว้ หยวนหนิงคอยเฝ้าไม่ห่างกายเมื่อได้ยินเสียงของเจี๋ยหลง เฟยหงกรี๊ดร้องเสียงดังด้วยความหวาดกลัวอีกครั้ง “กรี๊ดดดดด ออกไป บอกให้ออกไป” เฟยหงหลบอยู่ด้านหลังของหยวนหนิง ร่างเล็กสั่นสะท้าน เจี๋ยหลงตกใจมากกว่าเดิม พยายามเดินไปหาลูกสาว“เฟยหงนี่พ่อเอง พ่อของลูก มองพ่อสินี่พ่อไง”“ไม่ออกไป ออกไป” “พี่เจี๋ยหลงกลับมาแล้วหรือคะ ระหว่างที่พี่ไม่อยู่เกิดเรื่องมากมาย ตอนนี้อย่าพึ่งเข้าใกล้เฟยหงเลย แล้วฉันจะเล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้ฟังช่วยออกไปรอข้างนอกก่อนนะคะ” หยวนหนิงน้ำตาไหลด้วยความตื้นตันเมื่อเห็นสามีกลับมาต่อจากนี้เธอจะได้อยู่อย่างสุขสบาย เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นเธอจะบอกกับเจี๋ยหลงให้หมด อวี้เหม่ยจะต้องถูกลงโทษตามที่เธอกระทำเอาไว้ เจี๋ยหลงพยักหน้าไปคอยหยวนหนิงอยู่หน้าห้อง เธอพยายามปลอบประโลมเฟยหงจนเงียบสงบสติอารมณ์ ก่อนจะเดินออกมาเล่าทุกอย่างให้เจี๋ยหลงฟังที่ห้องของทั้งสอง เจี๋ยหลงแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน แต่เมื่อเห็นสภาพของเฟยหงและมือข้างขวาของหยวนหนิงที่ถูกตัด เจี๋ยหลงโมโหใบหน้าแดงก่ำ“เรื่องนี
ตอนที่ 37 เสียสติอวี้เหม่ยพาหยวนหนิงไปที่ห้องของเฟยหง ครั้งแรกที่เห็นสภาพของลูกสาว ตื่นตระหนกกลัวทุกคนที่เข้าใกล้ เดี๋ยวหัวเราะเดี๋ยวร้องไห้ ดวงตาเหม่อลอยมองไปมองมากรี๊ดร้อง ดึงผ้าห่มปิดหน้าเอาไว้เหมือนกลัวทุกอย่างแม้แต่เสียงสายลมที่พัดอยู่ริมหน้าต่าง “ออกไปนะ ออกไป อย่าเข้ามา บอกว่าอย่าเข้ามา” หยวนหนิงสั่นสะท้านไปทั้งตัว หัวใจแตกสลายซ้ำแล้วซ้ำเล่า ค่อย ๆ เดินเข้ามาใกล้ลูกสาว“เฟยหงนี่แม่เอง ลูกไม่ต้องกลัวนะแม่อยู่ตรงนี้แล้ว” น้ำเสียงสั่นคลอนมิอาจจะหักห้ามไม่ให้น้ำตามันไหลออกมาได้ ยิ่งลูกเจ็บแค่ไหนคนเป็นแม่มักจะเจ็บยิ่งกว่าร้อยเท่า คล้ายกับมีมือที่มองไม่เห็นบีบเคล้นหัวใจจนแหลกละเอียด เมื่อเห็นสายตาของเฟยหงจ้องมองมาที่เธอด้วยความหวาดระแวงความหนาวเหน็บในใจยิ่งเพิ่มพูนถวี“กรี๊ด ..!! ออกไป ” เพี้ยะ ! เพี้ยะ ! เฟยหงฟาดมือเข้าตบตีหยวนหนิงอย่างแรงเพราะจำไม่ได้ว่านี่คือแม่ของตัวเอง หยวนหนิงไม่เจ็บสักนิดตัวของเธอชาไปทั้งตัวยอมให้ลูกตีเพื่อได้เข้าใกล้ จนเธอสามารถกอดลูกสาวในที่สุด “อึก อึก เฟยหงแม่อยู่ตรงนี้ไม่ต้องกลัว ไม่มีใครมาทำร้ายลูกได้อีก แม่จะดูแลลูกเอง แม่ขอโทษที่ไม่ห้ามลูกเอาไว้
ตอนที่ 36 ตัดมือ สาย ๆ ของวันหยวนหนิงฟื้นขึ้นมามีตำรวจสองนายเข้ามาตรวจสอบปากคำเกี่ยวกับคดีข่มขืนของเฟยหงที่ลี่หานไปแจ้งความเอาไว้ หยวนหนิงพยายามเล่าและบอกตำรวจทั้งน้ำตา เธอบอกเกี่ยวกับเรื่องที่อวี้เหม่ยจับเธอกับลูกสาวขังเอาไว้ ทว่าเรื่องนี้ลี่หานกับอวี้เหม่ยก็จัดการเรียบร้อยแล้ว เพราะมือของหยวนหนิงติดเชื้อมีอาการไข้ทำให้เบลอและเพ้อไปทั่ว คืนนั้นที่เฟยหงออกไปหยวนหนิงไม่ได้สติและหลับไปแล้ว ตื่นเช้ามาลี่หานเป็นคนแบกเธอมาหาหมอที่นี่ทำให้มีหลักฐานว่าตอนนั้นหยวนหนิงหมดสติไปจริง ๆ ไม่อาจจะเอาผิดเรื่องถูกขังได้เลย ตำรวจรับปากจะหาตัวคนร้ายมาให้ได้แม้ไม่รู้ว่าเหตุผลอะไรที่เฟยหงหนีออกมาจากบ้าน แต่มณฑลนี้มีคดีเกี่ยวกับการข่มขืนอยู่ก็มาก ส่วนมากผู้หญิงจะเป็นคนหัวรั้นมักแอบครอบครัวออกมาเที่ยวยามค่ำคืน จึงไม่สงสัยในตัวของอวี้เหม่ย “นังอวี้เหม่ยแก แกทำอะไรเอาไว้ขอให้กรรมตามสนองแก” เมื่อในห้องไม่มีเหลือใครมีเพียงอวี้เหม่ยกับหยวนหนิงเธอก็ส่งเสียงต่อว่าอวี้เหม่ยอย่างโกรธแค้น“กรรมหรือ ? คงใช่นั้นแหละ เพราะตอนนี้กรรมกำลังตามสนองคนชั่ว ชั่วทั้งจิตใจและการกระทำ ทำอะไรไว้กับแม่ของฉันเอาไว้บ้างล
ตอนที่ 35 ข่าวร้ายรุ่งเช้าวันต่อมา “อวี้เหม่ย อวี้เหม่ยได้ยินฉันมั้ย ” เสียงของลี่หานดังขึ้นหน้าบ้านตอนนั้นเองอวี้เหม่ยกำลังเดินไปที่ห้องครัวพอดีได้ยินจึงออกมาหา วันนี้หิมะเริ่มเบาลงมากกว่าทุกวัน“เฉินลี่หานมาทำอะไรแต่เช้าตรู่กัน มีเรื่องอะไรอย่างนั้นหรือสีหน้าของนายเหมือนมีเรื่องกังวล” “หลี่เฟยหง หลี่เฟยหงถูกพบอยู่ที่ป้ายรถประจำทาง แม่ค้าตลาดเช้าไปพบเข้าตอนนี้ส่งตัวเธอไปที่โรงพยาบาลแล้ว ดูจากร่างกายของเธออิดโรยสภาพเหมือนเอ่อ.. เหมือนถูกข่มขืน” ลี่หานพูดน้ำเสียงแผ่วเบาอย่างเศร้าสลดหดหู่ “อะไรนะ ! จะเป็นเฟยหงได้อย่างไรในเมื่อฉันขังเธอเอาไว้ที่ห้องเก็บของ” อวี้เหม่ยแทบไม่อยากจะเชื่อคำพูดของลี่หาน ตกใจใบหน้าซีดเผือดแม้จะเกลียดชัง แค้นในอกขนาดไหนแต่เธอก็ไม่ได้อยากให้เฟยหงถูกกระทำชำเราแบบนั้น เธอรีบวิ่งไปที่ห้องเก็บของลี่หานเห็นท่าไม่ดีเลยรีบวิ่งตามมาด้วย เมื่อมาถึงห้องเก็บของเห็นเฟยหย่าเดินไปเดินมาใบหน้าเคร่งเครียด“เฟยหย่าทำไมอยู่ที่นี่ มาอยู่ที่นี่ทำไม” “พะ..พี่อวี้เหม่ย คือว่า...คือว่า... หนูขอโทษหนูแค่อยากช่วยพี่เฟยหงเธอขอร้องให้หนูช่วยเปิดประตูพาน้าหยวนหนิงไปหาหมอแต่ว่าพี่เฟยหง







