LOGIN
ณ บ้านพักของเอกอัครราชทูตรัสเซีย ประจำประเทศไทย
สาวน้อยหน้าคมลูกครึ่งไทย-รัสเซียก็เดินลงบันไดมาด้วยความอารมณ์ดี เพราะวันนี้จะเป็นวันเปิดเทอมวันแรกที่เธอได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัย ทำให้เธอนั้นตื่นมาแต่งตัวสวยแต่เช้า เพื่อจะไปเจอกับประสบการณ์ใหม่ในรั้วมหาวิทยาลัย
“นี่เมื่อไหร่เจด้าจะลงมาครับเนี่ย โตจนเข้ามหาลัยแล้วยังจะตื่นสายอีก เฮ้อ…แบบนี้จะรอดไหมครับเนี่ย ถ้าอีกสิบนาทีเจด้ายังไม่ลงมา ผมจะไปก่อนแล้วนะครับ…” เจไดพูดบ่นไป เพราะน้องสาวของเขาสายประจำ
“เอาน่าลูก น้องกำลังแต่งตัวอยู่ ลูกก็รอน้องหน่อยเถอะ…น้องก็สายแบบนี้ตลอดลูกยังไม่ชินอีกหรือไงล่ะ ไปเรียนวันแรกก็ต้องให้สวยให้ดูดีหน่อยสิ…” อัปสรพูดไปแล้วก็ยิ้มออกมา
“จะแต่งตัวสวยไปให้ใครดูครับมัม เจด้าไปเรียนนะครับไม่ได้ไปหาแฟน…” เจไดพูดไปเพราะหวงน้องสาวของเขา เขาไม่อยากให้น้องสาวของเขาสวยหรือโดดเด่นเลย เพราะในรั้วมหาลัยน่ะมีเสือสิงห์กระทิงเปลี่ยวเยอะแยะ
“ลูกก็เรียนที่นั่นนิ ก็ดูแลน้องหน่อยละกัน อย่าให้ใครมาจีบน้องเราล่ะ” เสียงของเจมส์พูดบอกลูกชายไปแล้วก็ยกกาแฟขึ้นมาจิบอย่างนิ่งๆ
“ผมจะเอาเวลาไหนไปดูน้องล่ะครับแด๊ด ผมเรียนวิศวะนะครับไม่ได้เรียนคหกรรมแบบเจด้า จะเจอกันยังไงครับ เรียนก็เรียนกันคนล่ะคณะเลย” เจไดมองหน้าพ่อของเขาแล้วพูดตอบกลับไป
“แด๊ดว่ามันไม่เกินความสามารถของลูกหรอกน่า…” เจมส์พูดจบก็ขยิบตาใส่ลูกชายไปแบบหยอกเย้า เพราะเขารู้ว่ายังไงเจไดก็ไม่ปล่อยให้หนุ่มๆมาจีบน้องสาวตัวเองแน่ๆ เพราะเขาสอนลูกชายของเขาให้รักและห่วงน้องสาวมาตั้งแต่เด็กๆ
“…มอนิ่งค่ะทุกคน เจด้ามาแล้วค่ะ….เป็นไงคะ วันนี้เจด้าสวยไหมคะ” เจนลดาพูดออกไปแล้วเธอก็หมุนตัวโชว์ความสวยของเธอให้ครอบครัวของเธอดู จนกระโปรงที่เธอใส่สั้นๆนั้นมันบานออกจนแทบจะเห็นอะไรต่ออะไรแล้ว ทำให้เจมส์ถึงกับเอามือกุมขมับทันทีกับการแต่งตัวของลูกสาวของเขา
“นี่ไปเรียนหรือไปแรดเนี่ยเจด้า…สั้นขนาดนี้ไม่ต้องใส่อะไรเลยก็ได้มั้ง…” เจไดพูดประชดน้องสาวเขาไปอย่างอดไม่ได้ เพราะมันสั้นจนเกินงามไปแล้ว ใส่แบบนี้ไปไอ้พวกผู้ชายที่มหาลัยมันดูกันไม่ละสายตาแน่ๆอ่ะ
“เจได้ พูดกับน้องดีๆหน่อยสิ แบบนี้ไม่น่ารักเลยนะลูก” อัปสรเตือนลุกชายไปเมื่อพูดจาไม่สุภาพออกมาแบบนั้น
“จริงค่ะมัม ว่าน้องแบบนี้ไม่ดีเลยนะคะ…ต้องชมว่าน้องสวยถึงจะถูกสิคะ ไม่ใช่มาด่ากันว่าแรดแบบนี้ ไม่น่ารักเลยนะคะ” เจด้าพูดเสริมแม่ของเธอไปแล้วก็ยิ้มกวนๆใส่พี่ชายของเธอไป จนเจไดนั้นมองน้องสาวอย่างหมั่นไส้เลย
“ก็เรามันแรดจริงนิ ถ้าจะใส่แบบนี้ไปเรียนก็ไม่ต้องไป…ใช่ไหมครับแด๊ด…” เจไดพูดเสียงเข้มออกไป พร้อมกับหันไปหาพ่อของเขาให้เป็นกองกำลังเสริมเขา
“ใช่ๆ…แบบนี้มันสั้นเกินไปนะลูก แด๊ดว่าไปเปลี่ยนใส่ตัวที่มันยาวกว่านี้หน่อยเถอะ…” เจมส์พูดเสริมลูกชายไป เพราะแบบนี้เขาไม่โอเคจริงๆ
“คนอื่นเขาใส่สั้นกว่านี้อีกนะคะแด๊ด…ของเจด้าน่ะแค่เบาๆค่ะ…นี่มันยุคสมัยไหนแล้วคะ ยิ่งสวย ยิ่งเซ็กซี่ ก็ยิ่งฮอตค่ะ…เจด้าไม่เปลี่ยน เจด้าจะใส่แบบนี้ไปเรียนค่ะ…” เจด้าพูดไปแล้วก็ไปนั่งข้างๆแม่ของเธออย่างชิวๆ
เจได้เห็นน้องสาวทำท่าทางไม่ยอมแบบนั้นเขาก็มองแบบจดจ้องเลย ก่อนจะเอียงตัวไปพูกระซิบกับพ่อของเขาเพื่อหาทางจัดการกับน้องสาวตัวแสบของเขา
“แด๊ดครับ ถ้าให้น้องใส่แบบนี้ไป ต้องมีคนมารุมจีบเจด้าแน่นอนเลย…ผมไม่ได้ว่างไปตามเฝ้าน้องที่มหาลัยนะครับแด๊ด…แด๊ดต้องจัดการแล้วนะครับ อย่าไปใจดีให้เจด้าใส่แบบนี้ไปนะครับ ไม่งั้นแด๊ดได้ลูกเขยเร็วๆนี้แน่นอนครับ…” เจไดพูดบอกไปแบบจริงจัง เพราะเขารู้ดีว่าพวกผู้ชายน่ะมันหวังฟันเท่านั้นแหละ ยากที่จะมีคนที่รักจริงน่ะ ขนาดเขายังไม่คิดจะจริงจังกับใครเลย
“แล้วแด๊ดจะจัดการยังไงล่ะ น้องเราดื้อซะขนาดนี้” เจมส์พูดไปเบาๆแล้วมองหน้าลูกชายไปอย่างต้องการความคิดเห็น
“ใช้วิธีเอาของล่อแบบที่แด๊ดถนัดสิครับ” เจไดเอียงหน้าไปคุยกับพ่อของเขาแล้วกัดฟันพูดออกไปเบาๆไม่ให้เสียงดัง
“กระซิบอะไรกับแด๊ดคะพี่เจได…ไม่ต้องไปเสี้ยมแด๊ดเลยนะคะ….ยังไงเจด้าก็จะใส่ชุดนี้ไปเรียนค่ะ” เจนลดาพูดไปแบบยืนยันอย่างไม่เปลี่ยนใจ จนอัปสรนั้นถึงกับถอนหายใจออกมาเลย
“แน่ใจนะว่าไม่เปลี่ยนน่ะ….แด๊ดว่าจะซื้อรถให้ลูกขับไปเรียนนะเนี่ย สงสัยว่าแด๊ดต้องล้มเลิกความคิดนี้แล้วล่ะเพราะลูกดื้อเหลือเกิน….งั้นก็อาศัยรถของพี่เราไปเรียนละกัน” เจมส์พูดไปแบบเอารถมาล่อลูกสาวของเธอ เพราะรู้ว่าลูกสาวของเธอต้องคล้อยตามแน่ๆ
“หนูไม่ดื้อเลยนะคะแด๊ด เดี๋ยวหนูไปเปลี่ยนเดี๋ยวนี้เลยค่ะ” เจนลดาพูดไปแล้วยิ้มออกมาอย่างยอมๆ เพราะถ้าเปลี่ยนได้รถเลยนะ ทำไมเธอจะไม่เปลี่ยนล่ะ
“เดี๋ยวสิ…ฟังข้อตกลงของแด๊ดเขาให้จบก่อนสิ….ไม่ใช่แค่เปลี่ยนแค่วันนี้…ใช่ไหมครับแด๊ด…” เจไดเห็นพ่อของตัวเองให้รางวัลใหญ่กับน้องสาวแบบนั้นก็รีบเสริมไปทันที เพราะแบบนี้น้องสาวของเขาก็ยิ่งได้ใจสิ
เจมส์ก็ทำหน้างงๆไปเลยเมื่อลูกชายพูดออกมาแบบนั้นแล้วขยิบตาส่งซิกมาให้เขา เขาจึงต้องเออออกับลูกชายไป เพราะเขาไม่ทันความคิดของลูกชายเขาหรอก คงต้องให้ลูกชายเขาจัดการต่อแล้วล่ะ
“อ่อใช่ๆ…เจได บอกข้อตกลงให้น้องเราฟังทีสิ…พ่อขี้เกียจพูด” เจมส์พูดบอกไปเพราะเขาไม่รู้ว่าจะพูดข้อตกลงอะไร เลยให้ลูกชายจัดการซะเลย
“ครับแด๊ด….ข้อตกลงของแด๊ดไม่ยากเลย ถ้าเราอยากจะได้รถขับไปเรียนมหาลัย ข้อที่หนึ่ง…ห้ามแต่งตัวเซ็กซี่วับๆแวมๆไปเรียน ให้แต่งตัวเรียบร้อยใส่กระโปรงยาวเหนือเข่า ห้ามใส่เสื้อรัดตัว แล้วก็ห้ามแต่งหน้าแต่งตาสวยๆไป ใส่แว่นหนาๆให้ดูเนิร์ดก็พอ…ข้อตกลงนี้จนกว่าเราจะจบปีหนึ่ง….” เจไดพูดบอกไปแล้วก็ยิ้มออกมา เพราะถ้าน้องสาวของเขาทำแบบนี้ก็ไม่มีความโดดเด่นอะไรแล้วล่ะ ถึงตอนนั้นก็คงจะได้เรียนรู้นิสัยคนมากขึ้นแล้วรู้จักคิดมากขึ้นแล้วล่ะ
“ใช่ๆ นี่แหละข้อตกลงของแด๊ด…” เจมส์พูดเสริมลูกชายไปอย่างชอบใจกับข้อตกลงที่ลูกชายพูดออกมา จนอัปสรนั้นอมยิ้มอย่างขำๆเลยที่สองพ่อลูกคู่นี้ช่วยกันจัดการกับลูกสาวคนเล็กแบบนี้ ดูสิว่าจะทำให้เจนลดายอมได้ไหม
“แต่งตัวเชยแบบนั้นไปเรียน ก็เอามีดมาแทงเจด้าเลยดีกว่าค่ะ…เจด้าไม่ได้สวย ขอแต่งตัวเซ็กซี่นิดๆหน่อยๆแค่นี้ไม่ได้เลยเหรอคะ” เจนลดาคิดไปแล้วทำหน้าบึ้งออกมาทันที เพราะแต่ตัวแบบนั้นไปแล้วใครจะมาสนใจเธอล่ะ ปกติเธอก็ไม่ได้สวยอะไรอยู่แล้ว แต่งตัวเซ็กซี่ก็ยังไม่ได้อีกเหรอ
เจไดก็มองน้องสาวแล้วยิ้มออกไปแบบชอบใจ เพราะการที่น้องสาวของเขาทำตัวไม่สวยน่ะมันดีที่สุดแล้ว เขาเองก็จะได้ไม่ต้องเป็นห่วงด้วย เพราะน้องสาวของเขายิ่งโก๊ะๆอยู่ด้วย ไปโดนใครหลอกจีบแล้วจะทำยังไงล่ะ เขาต้องกันไว้ก่อนแก้
“ก็เลือกเอาสิจะเอารถไปเรียน หรือว่าจะแต่งตัวแบบนี้ไปเรียน..” เจไดพูดแล้วทำหน้ากวนๆออกไปอย่างสะใจ เมื่อได้เห็นหน้าเศร้าๆของน้องสาว แค่นี้เขาก็เดาออกแล้วว่าน้องสาวของเขาจะเลือกอะไร
“ถ้าเจด้าเลือกรถ จะได้รถไปเรียนวันนี้เลยไหมคะ…” เจด้าเอ่ยถามออกไปแบบต่อรองพ่อของเธอไป
“อืม…วันนี้คงไม่ได้เพราะเราไปเรียนวันแรก ให้พี่เขาไปส่งเราก่อน เลิกเรียนแล้วแด๊ดจะให้พี่เราพาเลือกรถก็แล้วกัน…” เจมส์พูดบอกไปอย่างพิจารณาแล้ว
“โอเคค่ะ เจด้าตกลงค่ะแด๊ด…แค่นี้จิ๊บๆ” เจนลดาพูดบอกไปแบบยอมๆ เพราะได้รถใช้ส่วนตัวมันก็ดีกว่าอาศัยไปกับพี่ชายของเธอไหมล่ะ แค่คิดกลิ่นอายอิสระของเธอก็มาแล้วล่ะ
“งั้นจะรออะไรล่ะ รีบไปเปลี่ยนชุดแล้วลบหน้าลบตาซะ….พี่ให้เวลาสิบห้านาที….” เจไดพูดไปแล้วก็ยิ้มออกมาอย่างชอบใจ
“ค่ะ….” เจนละตอบพี่ชายไปแล้วก็ลุกขึ้นแล้วทำหน้ามุ้ย ก่อนจะเดินออกไปแล้วกลับขึ้นไปเปลี่ยนชุดใหม่ เพราะตอนนี้เธอถูกสะกัดดาวรุ่งจากพ่อและพี่ชายไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โอกาสที่เธอฝันว่าจะสวยจะแซ่บเป็นสาวฮอตในมหาลัยเป็นอันจบไปทันที
“เห็นไหมครับแด๊ด เอาขอล่อทีไร เจด้ายอมทุกทีเลย….หึๆ” เจไดพูดไปแล้วก็ยิ้มออกมาอย่างขำๆ
“แต่พ่อต้องมาเสียเงินนี่สิ…เฮ้อ…หวังว่าพ่อจะไม่ต้องเอาอะไรมาล่อน้องสาวของลูกอีกนะ….ยังไงเย็นนี้เลิกเรียนแล้วก็พาน้องไปดูรถหน่อยละกัน…เอาราคากลางๆก็พอ ให้แพงเดี๋ยวน้องเราก็ได้ใจอีก รอให้เรียนจบแล้วทำงานเองได้ก็ค่อยให้หาเงินซื้อเอาเอง…” เจมส์พูดมาแล้วส่ายหน้าไปมาทันที
“ครับแด๊ด…” เจไดตอบรับไปแล้วก็ยิ้มออกมาอย่างชอบใจ เพราะอย่างน้อยพ่อเขาก็ไม่ได้ตามใจน้องสาวถึงขนาดจะซื้อรถหรูให้
อัปสรก็มองสามีและลูกชายพูดคุยกันแล้วก็ยิ้ม เพราะทั้งสองนั้นเข้าขากันมากๆเวลาที่ช่วยกันปราบความดื้ของลูกสาวตัวแสบน่ะ
ด้านเจนลดาก็ไปเปลี่ยนใส่ชุดนักศึกษาแบบหลวมๆแล้วก็ใส่กระโปรงยาวจนถึงเข่าตามที่ตกลงกับพ่อของเธอเอาไว้ ก่อนจะลบเครื่องสำอางที่จัดจ้านออกจากหน้าของเธอ แล้วเธอก็ใช้แป้งทาบางๆแล้วทาลิปสีอ่อน จากนั้นก็ตามด้วยแว่นตา ทำให้เธอดูเป็นเด็กใสๆไปเลย พอเรียบร้อยแล้วเธอก็ลงไปหาพี่ชายด้านล่างทันที แต่พี่ชายของเธอก็ไปสตาร์ทรถรอแล้วทำให้เธอนั้นรีบตามออกไปทันที
“พี่เจไดจะรีบไปไหนคะ ยังไม่ถึงสิบห้านาทีเลยนะคะ….” เจนลดาบ่นพี่ชายของเธอแล้วก็มองพี่ชายอย่างค้อนๆ
“อืม แบบนี้ค่อยดีหน่อย สมกับเป็นน้องปีหนึ่งกับเขาหน่อย….มาขึ้นรถเร็ว เดี๋ยวพี่ต้องรีบไปเตรียมตัวทำกิจกรรมรับน้องปีหนึ่งที่คณะ” เจไดมองน้องสาวที่ดูน่ารักอย่างชอบใจ เพราะเรียบร้อยแบบนี้แล้วมันดูสบายตากว่าแต่งตัวแบบก่อนหน้านี้ที่โชว์สัดส่วนจนเกินงามไป เจไดพูดบอกไปก็กดเลื่อนกระจกขึ้นทันที แล้วน้องสาวของเขาก็รีบขึ้นมาบนรถของเขา
“เจด้ายังไม่ได้ทานข้าวเลยนะคะ….” เจนลดาเข้ามานั่งแล้วก็ทำหน้าบ่นไป เพราะข้าวเช้าเธอยังไม่ได้ทานเลย พี่ชายเธอก็จะไปแล้ว
“มัมให้แม่บ้านเตรียมมาให้แล้ว หยิบเอาเอง แล้วก็รีบกินซะ…” เจไดบอกไปแล้วเขาก็ขับรถออกไปทันที ส่วนเจนลดาก็หันไปหยิบอาหารเช้ามาทานอย่างชื่นใจ เพราะนอกจากเธอจะชอบทำอาหารแล้วเธอยังชอบกินที่สุด
ณ มหาวิทยาลัยนานาชาติแคลโร
“พี่เจได เดี๋ยวพี่จอดให้เจด้าลงที่มินิมาร์ทก็ได้ค่ะ…เจด้าว่าจะไปซื้อของกินติดกระเป๋าไปสักหน่อยน่ะค่ะ…” เจด้าพูดบอกไปแล้วยิ้มแห้งๆใส่พี่ชายของเธอไป
“นี่เรายังไม่อิ่มอีกเหรอเจด้า กินข้าวจนหมดกล่องเลยนะนั่น….ตอนนี้พี่ไม่มีเวลารอเราเข้าไปซื้อของกินแล้วนะ พี่ต้องรีบไปเข้าประชุมที่สภาคณะ” เจไดพูดบอกไปแล้วทำหน้าดุๆใส่น้องสาวไป
“พี่ก็ส่งเจด้าแล้วก็ไปเลยก็ได้ค่ะ เดี๋ยวเจด้าให้เพื่อนเจด้ามารับก็ได้ค่ะ ตอนนี้เพื่อนเจด้าน่าจะใกล้ถึงแล้วเหมือนกัน” เจนลดาพูดบอกไป เพราะเธอมีเพื่อนที่เรียนมัธยมด้วยกันมาเรียนที่นี่ด้วย
“พวกเพื่อนๆที่มาเรียนด้วยกันน่ะเหรอ ใช่สามคนนั้นหรือเปล่าที่เราขอแม่ไปเที่ยวคราวก่อน” เจไดถามไปอย่างอยากรู้
“ใช่ค่ะ แก้งค์เดิมเลยค่ะ ไว้ใจได้แน่นอนค่ะ พี่ไม่ต้องห่วงนะคะ” เจด้าพูดบอกพี่ชายไปแล้วก็ยิ้มให้ เพราะถึงพี่ชายเธอจะเป็นคนปากร้ายแต่เขาก็รักและห่วงเธอมาก เธอรู้
“โอเค งั้นก็ดูแลตัวเองดีๆล่ะ มีปัญหาอะไรก็บอกพี่เข้าใจไหมตัวแสบ” เจไดพูดไปด้วยเสียงอ่อนโยนกับน้องสาวของเขา
“ค่ะ….รับทราบค่ะพี่ชาย…” เจนลดาพูดตอบไปแล้วก็ยิ้มให้พี่ชายของเธอ
จากนั้นเจไดก็ขับรถเข้าไปจอดที่หน้ามินิมาร์ทในมหาวิทยาลัยให้กับน้องสาวของเขาทันที แล้วเจนลดาก็ลงจากรถไปแล้วเจไดก็ขับออกไปทันที จนเจนลดามองแล้วยิ้มหน้าบานออกมาทันที
“นี่เราคิดถูกคิดผิดเนี่ยที่มาเรียนที่เดียวกับพี่ชายตัวเองเนี่ย…บ่นเป็นตาแก่เลย เราไม่ใช่เด็กๆแล้วซะหน่อย เฮ้อ….” เจนลดาพูดบ่นไปแล้วเธอก็เดินเข้าไปในมินิมาร์ทันที ก่อนจะเอาโทรศัพท์ขึ้นมาส่งข้อความบอกเพื่อนของเธอให้มาแวะรับเธอที่นี่ เพราะก่อนหน้านี้พวกเธอก็เคยมาทำกิจกรรมรับน้องกันไปบ้างแล้ว เลยเริ่มค้นชินกับมหาลัยแล้ว
ผ่านไปสิบนาที
เจนลดาก็ซื้อขนมและของใช้ส่วนตัวถามที่ต้องการแล้ว เธอก็จ่ายเงินแล้วจะเดินออกไปนั่งรอเพื่อที่โต๊ะนั่งหน้ามินิมาร์ท แต่เธอมองทางแล้วไม่มีคนเธอก็ถือแก้วกาแฟไว้แล้วเธอก้มเอากระเป๋าเงินใส่กระเป๋าสะพายของเธอในขณะที่เดินออกไป
“ปึก….โอ๊ย…..ร้อน…เดินไม่ดู…ตา….” เจนลดาร้องออกมาอย่างเสียงดังเมื่อเธอกับใครบางคนจนกาแฟร้อนๆมันหกใส่มือของเธออย่างตกใจ เธอก็รีบเงยหน้าพ่นคำด่าออกไปแล้วก็ถึงกับอ้าปากค้างเลยเมื่อได้เห็นหน้าของคนที่มาชนเธอ
“นี่มันเทพบุตรชัดๆเลย ผู้ชายอะไรเนี่ยหล่ออย่างกับดาราเกาหลีเลย” เจนลดพูดออกไปแล้วก็มองเขาอย่างจดจ้องด้วยสายตาเคลิบเคลิ้มในความหล่อเหลาของเขา
“โอ๊ย….” เสียงร้องของชายตรงหน้าที่โดนกาแฟหกร้องออกมา เขาเขาก็รีบสะบัดเสื้อนักศึกษาที่อย่างร้อนๆ ก่อนจะเอามือปลดกระดุมเสื้อเพื่อไล่ความร้อนออกออกมาอย่างเจ็บแสบ
แล้วภาพที่ชายหนุ่มปลดเสื้อและสะบัดแบบนั้นก็เหมือนกับภาพสโลว์ช้าๆให้เจนลดาได้เห็นว่าเขานั้นดูเหลาและเซ็กซี่แค่ไหน ยิ่งได้เห็นหน้าอกขาวๆของเขาแล้วมันก็ทำให้เธอถึงกับกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคืองเลย แล้วสติของเธอก็กลับมาเมื่อเจอสายตาที่แข็งกร้าวมองมา
“หนูขอโทษนะคะพี่ หนูไม่ได้ตั้งใจ เดี๋ยวหนูเช็ดให้นะคะ…ทิชชู่…ทิชชู่อยุ่ไหนเนี่ย…” เจนลดามองสบตากับเขาแล้วเธอก็รีบค้นกระเป๋าผ้าของเธอเพื่อหาทิชชู่ทันที แต่ก็ไม่เจอเธอเลยหยิบผ้าอนามัยแผ่นเล็กๆนั่นขึ้นมาแบบรนๆแล้วก็ฉีกไปเช็ดเสื้อที่หน้าอกของเขาให้อย่างโก๊ะๆ
“ไม่ต้อง….นี่เธอไม่ดูเลยหรือไงห้ะว่านี่มันไม่ใช่ทิชชู่น่ะ” เสียงเข้มๆของธามไทหุน่มวิศวะสุดฮอตเบอร์ต้นๆของมหาลัยพูดไปอย่างไม่พอใจ ก่อนจะเอามือจับข้อมือของหญิงสาวตรงหน้าให้หยุด จนเธอเงยหน้าขึ้นมามองเขา ทำให้เขานั้นได้เห็นหน้าผู้หญิงที่ซุ่มซ่ามอย่างเธอ
ธามไทที่มองด้วยสายตาดุดันอย่างไม่พอใจ ยิ่งเห็นว่าเป็นสาวแว่นแล้วก็ยิ่งหงุดหงิดเพราะเขาไม่ชอบคนซุ่มซ่ามแล้วทำอะไรเงอะงะแบบนี้ หน้าตาก็น่ารักดีออก แต่ทำตัวซ่ามซ่ามซะไม่มี
“คะ?...อ่อ…ขอโทษค่ะ หนูกลัวว่าพี่จะร้อนน่ะค่ะก็เลยอยากจะช่วยเช็ด เจ็บมากไหมคะ หน้าอกของพี่แดงหมดเลย เดี๋ยวหนูเข้าไปซื้อยาให้นะคะ พี่รอแปปนึงนะคะ…” เจนลดามองผ้าอนามัยในมือแล้วเธอก็รีบเก็บทันที ก่อนจะขอโทษเขาไปแล้วก็มองหน้าอกขาวๆของเขาที่ตอนนี้มันแดงไปหมด ตายๆ ของดีๆแบบนี้มาโดนน้ำร้อนลวด เสียของหมดเลย เจนลดาคิดในใจไปแล้วมองอย่างรู้สึกผิด
“ไม่ต้อง...โอ๊ย….” ธามไทพูดห้ามเธอก่อนจะเอามือดึงมือของเธอไว้ แล้วเธอก็ร้องออกมาเสียงดังจนเขารีบปล่อยมือของเธอทันทีเลย แล้วเขาก็เห็นว่ามือของเธอแดงก่ำยิ่งกว่าหน้าท้องของเขาซะอีก
“ไปนั่งรอตรงนั้นไป…” ธามไทพูดจบแล้วก็รีบเดินเข้าไปในมินิมาร์ททันที เพราะคนที่ต้องได้ยาตอนนี้คือเธอไม่ใช่เขา…
เจนลดาก็มองตามเข้าไปแบบงงๆแล้วเธอก็ก้มลงไปเก็บของแต่พี่พนักงานก็เข้ามาบอกว่าไม่เป็นไร เดี๋ยวเขาจะจัดการต่อเอง เธอเลยเดินไปนั่งที่มุมริมสุดของร้าน แล้วก็ยกมือของตัวเองขึ้นมาดูแล้วทำหน้าเจ็บแสบออกมา เพราะมันปวดแสบปวดร้อนมาก
“ซุ่มซ่ามจริงๆเลยเจด้า….วันแรกแกก็เจ็บตัวเลยหรือไงนะ…อื้อ…แสบเอาการเลยนะเนี่ย” เจนลดาพูดออกไปแล้วเธอก็ทำหน้าเจ็บแสบอย่างทนไม่ไหว
เจนลดาได้ยินแบบนั้นก็น้ำตาคลอเบ้าเลย เพราะเธอฝันมาตลอดว่าอยากจะเปิดร้านอาหารหรือคาเฟ่น่ารักๆของตัวเอง เธอเลยจะเก็บเงินสักก้อนเพื่อนทำมัน แต่เขากลับเป็นคนหยิบยื่นความฝันนี้ให้กับเธอ ทำไมเขาถึงได้ดีกับเธอแบบนี้นะ เจนลดามองหน้าเขาไปอย่างซาบซึ้งจนเธอพูดไม่ออกเลยทีเดียว“มันมากเกินไปไหมคะพี่ธาม....ทำไมพี่ถึงได้ยอมเสียเงินกับเจด้ามากมายขนาดนี้นะคะ..” เจนลดาพูดไปแบบเกรงใจเขา เพราะเธอแทบไม่ได้ให้อะไรเขาเลย มีแต่เขาที่ให้เธออยู่ฝ่ายเดียวน่ะ“เพราะพี่รักเจด้ามากไง พี่ถึงได้ให้ทุกอย่างที่ทำให้เจด้ามีความสุข เพราะเจด้าก็ให้ความสุขกับพี่อย่างเต็มที่แล้ว เจด้าก็ต้องได้อะไรบ้างสิ อีกอย่างเราอยากจะมีคาเฟ่แล้วก็ร้านอาหารของตัวเองไม่ใช่เหรอ พี่ในฐานะคนรักก็ต้องสนับสนุนและส่งเสริมเราสิ” ธามไทพูดบอกไปแล้วเขาก็มองเธอด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน“ขอบคุณนะคะพี่ธาม...เจด้ารักพี่ธามที่สุดเลยค่ะ..อือ..เอาดอกไม้ไว้ตรงนี้ก่อนค่ะ ขอจุ๊บให้ชื่นใจหน่อย...” เจนลดาพูดไปก็รีบเอาดอกไม้จากมือของเขาออกมา เพราะมันช่อใหญ่จนเธอเข้าไปจุ๊บขอบคุณเขาไม่ได้“อ่ะ โล่งสักที...ขอบคุณนะคะพี่ธามที่พี่คอยสนับสนุนเจด้าทุกอย่าง เจด้าโชคดีมากๆเลยค
ส่วนธามไทก็โทรหาเจไดทันที เพราะคิดว่าตอนนี้เจนลดาคงจะแยกกับครอบครัวของเธอแล้ว เพราะเธอคงไม่พาครอบครัวขนมาที่นี่หมดหรอก เขาเลยรีบโทรหาเจไดเพื่อจะเรียกมันมาที่นี่“ฮัลโหล...แกโทรมาทำไมอีกวะ เจด้าก็ไปหาแกที่สระว่ายน้ำแล้วไง...” เจไดรับสายแล้วบ่นไป“ไอ้นี่บ่นเก่งจริงๆ ฟังฉันพูดก่อนสิวะ...แกพาคุณพ่อคุณแม่ตามมาที่นี่หน่อย ฉันจะขอน้องสาวแกแต่งงานที่สระว่ายน้ำที่สโมสรเรา” ธามไทพูดบอกไปตรงๆ“ห้ะ อะไรนะ แกจะขอเจด้าแต่งงานแล้วเหรอวะ น้องฉันพึ่งจะรับปริญญายังไม่ทันข้ามวันเลยนะ...แกไม่คิดจะให้น้องฉันได้ทำงานทำการก่อนหรือไงวะ...” เจไดพูดไปด้วยเสียงตกใจ ทำให้พ่อแม่และณิชานั้นพากันมองเขาแล้วทำหน้าเลิกลั่กกันออกมา เมื่อได้ยินว่าธามไทจะขอเจนลดาแต่งงาน“เออ ฉันรอมาตั้งสามปีแล้วนะโว้ย ตอนนี้จบแล้วก็แต่งงานมีผัวเป็นตัวเป็นตนได้แล้วไง...เป็นเมียฉันไม่ต้องทำงานหรอก ฉันเลี้ยงได้...แกรีบพาคุณพ่อคุณแม่มาล่ะ...ตอนนี้เจด้าใกล้มาถึงแล้วล่ะมั้ง...” ธามไทบอกไป“เออๆ ฉันจะตามไปเดี๋ยวนี้แหละ...แม่ง..รถก็ติดซะด้วย...แกบอกให้เร็วอีกหน่อยก็ไม่ได้..เฮ้อ...ถ้าไปไม่ทันแกก็ขอแต่งไปเลยละกัน...” เจไดพูดไปแล้วเขาก็มองรถติดด้าน
“แน่ใจเหรอคะว่าพี่คิมคิดแค่นั้นจริงๆ...” แบมบี้ถามไปแล้วยิ้มออกมา เพราะเขานอนกอดลูกน่ะเธอเชื่อ แต่กับเธอ เธอไม่เชื่อว่าเขาจะนอนกอดกับเธอเฉยๆหรอก“หึๆ เรานี่รู้ทันพี่ตลอดเลยนะ ก็คนมันคิดถึงแค่ครั้งเดียวมันจะไปพออะไรล่ะ...นะ....ให้พี่นอนด้วยนะคืนนี้ ” คิมพูดบอกไปแล้วยิ้มออกมา ก่อนจะเอ่ยขอเธอไปอีกครั้ง“ก็ได้ค่ะ....แบมก็คิดว่ามันไม่พอเหมือนกัน....ของขาดมานานแล้ว คืนนี้แบมขอหนักๆเลยนะคะพี่คิม” แบมบี้พูดบอกไปแล้วก็ยิ้มออกมา เพราะพึ่งจะคืนดีกันแบบนี้ ก็ขอหน่อยเถอะ ของขาดมานานแล้ว“พี่จะจัดชุดใหญ่กว่านี้ให้เลย....ขอบคุณนะที่ให้โอกาสพี่แก้ตัวอีกครั้ง...พี่จะไม่ทำให้แบมผิดหวังอีก....พี่รักแบมนะ....จุ๊บ...”คิมพูดบอกไปแบบจริงจัง เขาก็จุ๊บที่หน้าผากของเธออย่างรักใคร่เลย“แบมก็รักพี่คิมค่ะ รักมาตลอด ไม่เคยเปลี่ยน...จากนี้ไปเรามาเริ่มใหม่กันนะคะ แบมจะไม่สนใจเรื่องอดีตแล้วค่ะ แบมอยากจะอยู่กับพี่คิมแบบมีความสุข...” แบมบี้บอกเขาไปแล้วก็ยิ้มออกมา เพราะการปล่อยวางทุกอย่างมันทำให้เธอไม่ต้องฝืนใจตัวเองแบบที่ผ่านมาแล้ว เธออยากจะมีความสุขกับคนที่เธอรัก ไม่ใช่การทรมานเขาและตัวเองอีกแล้ว“อืม...พี่ก็ไม่เคยเปล
“พี่ไม่ไหวแล้วแบม....พี่จะแตกแล้ว....อื้อ....โอว์....ซี๊ด...” คิมพูดบอกไปเพราะเขาเสียวจนไม่สามารถที่จะห้ามตัวเองได้อีกต่อไปแล้ว“อึก อึก อึก อึก...อ่าส์....แตกไวจังเลยนะคะ...อื้อ...แผล็บ...แผล็บ...อ่าส์...โดนอมไปแค่แปปเดียวเอง ทำไมพี่อ่อนแบบนี้ล่ะคะ...อื้อ...แผล็บ...แผล็บ...” แบมบี้กลืนน้ำรักของเขาลงไป แล้วเธอก็ถอนปากออกมา ก่อนจะเข้าไปดูดเลียท่อนเอ็นของเขาต่ออย่างชอบใจเลย เพราะเขาน้ำแตกเร็วแบบนี้ก็แสดงว่าเขาคงไม่ได้ปลดปล่อยมันบ่อยๆ พอมันถูกสะกิดแค่นิดหน่อย มันก็แตกออกมาง่ายๆแบบนี้“อื้อ...ก็พี่ไม่ค่อยได้ปลดปล่อยมันนิ....ว่าแต่พี่อ่อนงั้นเราลองเสียวแบบพี่ดูบ้างสิ...ดูสิว่าจะอ่อนหรือเปล่า...” คิมพูดไปก็นั่งคุกเข่าลงแล้วเขาก็เอามือดึงกางเกงชั้นในของเธอออก แล้วเขาก็จับเธออ้าขาโชว์ร่องสาวของเธอทันที“ว้าย...อื้อ...พี่คิม.....พี่จะทำอะไรคะ....” แบมบี้ถามไปทั้งที่รู้ว่าเขานั้นกำลังจะทำอะไรกับเธอ“หึ...อย่าถามคำถามที่เราเองก็รู้ว่าพี่จะทำอะไรแบบนี้สิ....อื้อหือ ยังน่าเลียเหมือนเดิมเลย....นี่รอยคลอดใบข้าวใช่ไหม....” คิมมองร่องสาวของเธออย่างโลมเลียเลย ก่อนจะสายตาของเขาจะเห็นรอยเส้นขีดยาวๆที่เนิ
“มันก็แค่ไหลไปตามอารมณ์ไงคะ แบมไม่ได้รู้สึกอะไรจริงๆ...พี่คิมไม่ต้องมาพิสูจน์อะไรแบบนี้กับแบมหรอกค่ะ มันไม่ได้ผลหรอก..” แบมบี้พูดไปแบบปฎิเสธ แล้วก็ถอยห่างจากเขาทันที“แต่พี่ว่ามันได้ผลนะ..ไม่งั้นเราคงไม่จูบตอบพี่แบบนั้นหรอก....ไหนขออีกสักรอบสิ...พรึบ....จุ๊บ...อือ...” คิมพูดจบก็ดึงเธอเข้ามาจูบอีกรอบ แล้วครั้งนี้เขาก็จูบเธอแบบหนักหน่วงมากกว่าเดิมเลยด้วย“อื้อ....อือ....” แบมบี้ก็ได้แต่ครางหืมออกมา แล้วเธอก็ค่อยๆถอยตัวไปจนชนกับขอบโซฟา เธอก็นั่งลงไปแล้วเงยหน้าจูบกับเขาไปอย่างเสียวซ่านเลยแบมบี้จูบกับเขาไปมือไม้ของเธอก็ดึงชายเสื้อของเขาออกมาจากกางเกง แล้วเธอก็รีบปลดกระดุมเสื้อของเขาออกทีละเม็ดจนหมดเธอก็เอามือแหวกดึงเสื้อของเขาออก“หึ....ใจร้อนจริงๆเลยนะ...แบบนี้ยังกล้าพูดว่าไม่รู้สึกอะไรกับพี่อีกเหรอ....พรึบ...” คิมถอนจูบออกมาแล้วมองหน้าเธอ ก่อนจะถอดเสื้อของเขาออกไป“พี่คิมจะไม่ให้แบมเล่นตัวเลยเหรอคะ....พี่คิมอ่อยขนาดนี้...จะไม่ให้แบมรู้สึกเสี้ยนได้ยังไงล่ะคะ แบมก็มีความรู้สึกเหมือนกันนะคะ...” แบมบี้ก็มองเรือนร่างที่บึกบึนของเขาอย่างคิดถึงเพราะเธอไม่ได้สัมผัสและเห็นมันมานานแล้ว เขาก็ยังคน
คิมก็เอาโทรศัพท์มาถ่ายรูปของลูกสาวเอาไว้อย่างหลงใหล ก่อนจะจับลูกสาวมาถ่ายรูปกับเขาเอาไว้ แล้วใบข้าวก็เล่นกล้องมาเลย“ใบข้าว...จุ๊บแก้มพ่อหน่อยสิคะคนเก่ง....จุ๊บ....อื้อ เก่งมาเลย....ทีนี้ยิ้มหน่อยนะคะ...ยิ้ม..ยิ้มหวานให้พ่อดูหน่อยเร็ว....ใช่ค่ะ....เก่งมาเลยครับคนเก่งของพ่อ...จุ๊บ...” คิมถ่ายรูปไปก็กำกับลูกสาวไป เพราะถึงลูกสาวของเขายังพูดไม่ค่อยได้มากเท่าไหร่ แต่พอเขาพูดอะไรก็เข้าใจและทำตามไปหมด บอกให้ยิ้มก็ยิ้ม บอกให้หอมก็หอม เชื่อฟังดีกว่าแม่อีกแบมบี้ที่รอน้ำเดือดอยู่นั้นก็แกล้งเอานมผงมาเตรียมไว้ แล้วสายตาของเธอก็มองไปที่เขาแล้วก็ลูกสาวตัวน้อย เพราะลูกสาวของเธอดูมีความสุขมากที่ได้เล่นกับเขา นี่สินะที่เขาว่าสายสัมพันธ์ของพ่อลูก ต่อให้ไม่ได้พบได้เจอกันยังไง มันก็ยังมีความผูกพันอยู่ ลูกสาวของเธอก็ไม่มีการเกรงกลัวเขาเลยพอน้ำเดือดแล้วแบมบี้ก็ชงนมให้ลูกของเธอ จากนั้นก็เดินไปหาลูกสาวที่กำลังเล่นกับคิมทันที เธอก็เข้าไปนั่งข้างๆเบาะนอนแล้วก็จัดที่นอนให้ลูกอย่างเรียบร้อย เธอก็เรียกลูกสาวทันที“ใบข้าว มาหม่ำได้แล้วค่ะคนเก่ง...มาเร็ว หม่ำของหนูอยู่นี่ไงลูก...” แบมบี้ชูขวดนมล่อลูกสาวของเธอให้มา







