ログイン-- สามปีของการแต่งงาน แต่กลับไร้ค่าในสายตาของเขา -- ------------------------------------------------------------------------------------ "ไจ๋อยากมีลูกค่ะพี่ดล" "เราเคยตกลงกันไปแล้ว แล้วพี่ก็ไม่อยากมี" "แต่ถ้าเป็นลูกของเรา พี่ดลต้องรักแกมากแน่ค่ะ" สิรินดาเองก็ยังไม่ยอมแพ้ "ไจ๋จะเป็นแม่ที่ดีค่ะ" หญิงสาวให้คำมั่น "เธออยากจะมีให้ได้?" "เรามีกันเถอะนะคะ ไจ๋อยากมีลูกที่หน้าตาเหมือนพี่ เหมือนไจ๋ อยากมีสักสองคนค่ะ " หากเธอมีลูกเป็นผู้ชายคนผู้หญิงคนก็คงจะดีไม่น้อย แม้การเป็นแม่คนไม่ใช่เรื่องง่ายและเหนื่อยมาก แต่เธอก็พร้อมรับภาระหน้าที่นั้น ก่อนจะส่งสายตาให้เขาเห็นใจและพิจารณามันใหม่ "งั้นก็เอาสิ แต่คงมีกับพี่ไม่ได้ เธอก็แค่หย่าแล้วไปเริ่มต้นใหม่ มีกับสามีใหม่ของเธอ"
もっと見るบทที่ 1 คนที่ไม่สำคัญ
“ทำไมเพิ่งกลับล่ะคะ” หญิงสาวในชุดนอนสีหวานร้องถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ พร้อมกับเดินไวๆ มาใกล้ แล้วมองสำรวจตรวจตรา แววตาเต็มไปด้วยความกังวลและห่วงใย
แต่หญิงสาวก็ถูกตอบกลับด้วยน้ำเสียงตวาดปนตำหนิที่ดังก้องไปทั่วห้อง
“คือพี่ต้องรายงานเธอทุกเรื่องไง?” ดลวัฒน์ หรือหมอดล ตามคำเรียกของสาวๆ ในโรงพยาบาล สวนกลับทันควันด้วยสีหน้าและแววตาหงุดหงิด
“ไจ๋เป็นห่วงพี่ดล โทร.หาพี่ดลก็ไม่รับ ทักข้อความไปพี่ก็ไม่ตอบ ไจ๋เลย” หญิงสาวยังทำใจดีสู้เสือพยายามคลี่ปากอยากอธิบาย แม้รับรู้ได้แล้วว่าวันนี้อารมณ์ของสามีเหมือนจะมีพายุฝนก่อตัวขึ้น
คนฟังเหยียดยิ้ม แล้วกล่าวค่อนแคะพร้อมเลิกคิ้วสมทบ
“เธอก็เลยต้องเล่นใหญ่ โทร.หาทั้งย่าของพี่ทั้งพ่อของเธองั้นสิ”
สิรินดาเม้มปากก่อนจะยอมรับถึงความผิด “ขอโทษค่ะ ไจ๋กลัวจะเกิดเรื่องกับพี่เหมือนครั้งก่อน ไจ๋ก็เลย...” มันไม่มีเหตุผลอะไรอื่นเลยนอกจากความเป็นห่วง
“ก็เลย…ทำในเรื่องที่พี่ไม่ชอบงั้นสิ”
เธอพยักหน้ารับ ก่อนส่งสายตาหวังให้เขาเข้าใจ แต่ก็เปล่าเลย
“เว้นที่ให้พี่หายใจบ้างเถอะ ก่อนที่พี่จะอดทนไม่ไหว” เวลานี้ขีดความอดทนของเขาเหลืออีกเพียงน้อยนิดแล้วเท่านั้น
“ไจ๋ขอโทษค่ะพี่ดล” หญิงสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ดวงตาหม่นลง ก่อนก้าวเท้าเข้าไปใกล้ หวังจะช่วยสามีแกะกระดุมเสื้อ แต่คำพูดที่สวนกลับมาด้วยน้ำเสียงที่แสนเย็นชาทำให้ต้องชะงัก
“คืนนี้พี่จะนอนคนเดียว” สิรินดารู้ความหมายดี แปลได้ง่ายๆ เลยว่าเขาไม่อยากเห็นหน้าเธอ และสั่งให้เธอพาตัวเองออกจากห้องนี้ให้เร็วที่สุด
“พี่ดลอยากได้แบบนั้นจริงๆ หรือคะ” เธออยากให้เขาทบทวนใหม่ เพราะเขากำลังเข้าใจจุดประสงค์ของเธอผิดไป
การกระทำทั้งหมดของเธอ ล้วนมาจากความหวังดีและความห่วงใยทั้งนั้น หาได้มีความหวังร้ายสอดแทรกอยู่เลย
พอได้เห็นสายตาที่ดลวัฒน์มอบให้ มันก็ยิ่งตอกย้ำความต้องการนั้น จนทำให้ใจเจ็บ
“ใช่” เขาตอบกลับโดยไม่ลังเล “ถ้าเธอฉลาดพอ ก็น่าจะเข้าใจความหมายพี่ และจะเป็นความกรุณามากถ้าเธอทำให้ตั้งแต่ตอนนี้”
หญิงสาวฝืนยิ้มออกมา ทั้งที่ภายในใจเต็มไปด้วยความเจ็บปวด
“ถ้าพี่ดลต้องการแบบนั้นจริงๆ ไจ๋จะทำให้ค่ะ” ในเมื่อเขาเอ่ยปากขนาดนี้แล้ว เธอจะทำอะไรได้ สิ้นคำพูดก็ขยับเท้าออกไปตามความต้องการคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามี
ในเช้าวันใหม่ดลวัฒน์นอนยังไม่ทันเต็มอิ่มดีก็ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมา ก่อนจะพบกับคำถามที่ทำให้ชายหนุ่มหน้าตึง
“แกไปทำอะไรหนูไจ๋ เขาถึงหนีไปนอนบ้านพ่อ”
“หลานสะใภ้ไปฟ้องหรือครับ” ดลวัฒน์ถามพลางปรายตามองหาคนก่อเรื่อง ไม่รู้ว่าย่าของเขาไปรับกลับมาแล้วหรือยัง
แต่ก็ไม่พบตัว
“ฟ้องไม่ฟ้องไม่สำคัญ มันอยู่ที่ว่าแกทำจริงหรือเปล่า” ธิตาส่งสายตาคาดคั้นเอาคำตอบและแสดงสีหน้าไม่พอใจชัดเจน แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้ดลวัฒน์สะทกสะท้าน
ชายหนุ่มแสยะยิ้มหนึ่งหนก่อนตอบออกไป
“ครับ ผมทำ” ตบท้ายด้วยการยักไหล่ บ่งบอกว่าเขานั้นไม่แคร์ใดๆ
“แกไม่มีสิทธิ์ทำแบบนั้น แกต้องดีกับหนูไจ๋”
“ทำไมผมต้องดีกับเมียที่ไม่ได้เต็มใจได้มาด้วยล่ะครับ แล้วคุณย่าก็ไม่ควรถามนะครับว่าทำไมผมทำแบบนั้น เพราะผมว่าคุณย่ารู้ดี” คนที่เป็นตัวการให้เรื่องสับปะรังเคเกิดขึ้นก็คือคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขานี้...คนที่มีแต่ออกคำสั่งเสมอมา
‘แกต้องแต่งงานกับคนที่ฉันเลือกให้’
“แกอย่ามาก้าวร้าวใส่ฉันนะตาดล ฉันเป็นย่าแกนะ และแกควรสำนึกบุญคุณฉันไว้”
“ไม่ใช่เพราะเหตุผลนี้หรือครับที่ทำให้ผมมีสภาพนี้” สิ่งที่ชายหนุ่มพูดคือความจริงทั้งหมด ชีวิตของเขาตอนนี้เหมือนอยู่ในกรงขัง ไม่รู้ว่าจะต้องชดใช้บุญคุณไปถึงเมื่อไหร่ จนเขาต้องตายเลยหรืออย่างไร
“ตาดล” ธิตาตวาดลั่น ตัวสั่นเพราะความโกรธที่หลานชายไม่เชื่อฟัง แถมยังมาเถียงหน้าตายแบบนี้
“ผมเหนื่อย ขอพักเถอะครับ ไม่งั้นผมคงไม่มีแรงไปหาเงินเข้าโรงพยาบาลให้คุณย่าต่อ”ชายหนุ่มตัดบท รู้ดีว่าคนเป็นย่านั้นเห็นความสำคัญของเงินทองเหนือสิ่งใด ก่อนจะล้มตัวลงนอนแล้วปิดเปลือกตาลงทันที
“พี่บอกแล้วว่าจะอธิบายให้ใหม่ อย่าทำตัวเป็นเด็ก” ชายหนุ่มบอกด้วยสีหน้าเข้มขึ้นเป็นเท่าตัว “คนที่ทำตัวเป็นเด็ก คงเป็นพี่ดลมากกว่า ไม่ใช่ไจ๋” หญิงสาวแสยะยิ้มพร้อมสวนกลับไป “ไม่รักก็แค่หย่ากันค่ะ ไม่ใช่เอาไจ๋ไว้เป็นเครื่องมือแก้แค้น” ตลอดสามปีเธอนึกว่าเขาให้โอกาสกัน แต่ความจริงแล้วกลับเป็นเพียงเพราะต้องการมีเธอไว้แก้แค้นผู้เป็นย่า “ปล่อยค่ะ” สิรินดาพูดด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด ยืนยันในความตั้งใจของตัวเองที่จะไม่ยอมเป็นเหยื่อของเกมนี้อีกต่อไป พร้อมบิดข้อมือให้พ้นจากพันธนาการ และพยายามกัดฟันให้ตัวเองเข้มแข็ง เธอไม่อยากดูน่าสมเพชไปมากกว่านี้ แล้วหันไปหาผู้อาวุโสที่ได้แต่ยืนนิ่งตั้งรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ไม่ทัน “ไปกันเถอะค่ะคุณย่า” ธิตาขยับเดินเคียงข้างไปกับหลานสะใภ้ เพราะเธอรู้ดีว่าควรพาหญิงสาวออกไปจากสถานการณ์ที่ตึงเครียดนี้ ดลวัฒน์มองตามทั้งสองคน ก่อนทำท่าจะก้าวไปรั้งมือเล็กๆ ของสิรินดาไว้ แต่สุดท้ายเขากลับเก็บมือไว้ในตำแหน่งเดิม ยอมปล่อยให้สิรินดาเดินไปกับผู้เป็นย่าแทน เพราะรู้ดีว่าการยื้อในเวลานี้ก็ไร้ความหมาย ชายหนุ่มยกมือขึ้นม
“ตาดล ที่แกทำแบบนี้ เพราะแกคิดจะแก้แค้นฉันเหรอ” น้ำเสียงของธิตาสั่นสะท้าน ไม่อยากยอมรับว่าดลวัฒน์จะทำแบบนี้เพื่อเอาคืน “ไม่พอใจหรือครับ” ดลวัฒน์ไม่มีท่าทีสลดสักนิด “ถ้าอยากให้หย่า ก็ให้ทนายจัดการมาละกันครับ” ธิตามองสบตาหลานชายที่เย็นชาและมีแต่ความอยากเอาชนะ หญิงชราถึงกับถอยหลังไปพิงกับโซฟา เพราะทรงตัวยืนไว้ไม่อยู่ “แกไม่รักหนูไจ๋ของฉันเลยเหรอตาดล” “ยังต้องถามอีกหรือครับ” คนปากดีสวนกลับไปอย่างฉับไว จนคนฟังน้ำตารื้น “งั้นเรื่องที่ฉันได้ยินว่าแกเรียกทนายเก่งไปจัดการเรื่องหย่า คงเป็นเรื่องจริงสินะ” เธอได้ยินข่าวลือนี้เมื่อวาน แต่ด้วยตารางงานที่แน่นเอี้ยด ทำให้ไม่มีเวลาค้นหาความจริง แต่ตอนนี้คงไม่ต้องแล้ว “ตามนั้นครับ” พูดจบ ชายหนุ่มก็ทิ้งตัวที่เก้าอี้หนัง แล้วเอื้อมมือไปกดเปิดโน้ตบุ๊ก ราวกับว่าเรื่องที่เพิ่งจะโต้เถียงกันไป ไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไร โดยที่ชายหนุ่มไม่รู้เลยว่าคนที่ตนกำลังเอ่ยถึงนั้นยืนห่างออกไปไม่ไกล และยังได้ยินการสนทนาที่ว่ามาทั้งหมดแล้ว สิรินดาตัวแข็งทื่อ ถ้อยคำที่แสบร้อนทำ
ชีวิตครอบครัวของเธอนั้นจะไปในทิศทางไหนต่อ เธอจะไม่ปกปิด เพราะความจริงอย่างไรก็เป็นความจริงอยู่วันยังค่ำ และเธอต้องขอบคุณอรอุมาด้วยซ้ำ ที่ทำให้เธอตาสว่างและมองเห็นทุกอย่างได้ชัดเจนขึ้นเร็วกว่าที่คิด “ขอตัวค่ะ” สิรินดาเดินจากมา เวลานี้เธอมีจุดหมายเดียวคือการไปตามหาความจริง หญิงสาวขึ้นมานั่งเงียบๆ อยู่หลังพวงมาลัย ยังไม่อาจขับเคลื่อนรถมินิคูเปอร์ไปไหนได้ เพราะมือทั้งสองข้างไม่มีเรี่ยวแรง แค่บังคับให้ตัวเองเดินมาถึงรถได้ก็เก่งมากแล้ว ทั้งที่เตือนตัวเองให้หาความจริงก่อนจะไปตัดสินอะไร ทว่าเธอกลับสลัดความรู้สึกเหล่านี้ไปไม่ได้ หญิงสาวสูดลมหายใจลึกๆ เข้าปอด พยายามบอกตัวเองให้คิดในแง่ดีไว้ก่อน เพราะเมื่อตรองดูดีๆ ก็รู้ว่าสามีของเธอไม่ใช่คนมีพฤติกรรมแบบนั้น เธออยากเชื่อว่าเขายังมีศีลธรรมพอที่จะไม่ทำร้ายความไว้ใจของเธอ หลังจากที่ให้กำลังใจตัวเองสิรินดาก็ไม่รอช้าที่จะสตาร์ตรถแล้วมุ่งตรงไปยังโรงพยาบาล ตามตารางงานวันนี้ ดลวัฒน์มีออกตรวจตั้งแต่ช่วงเช้าลากยาวไปจนถึงบ่ายๆ ซึ่งถือว่าเป็นวันที่ออกพบคนไข้เยอะที่สุดในรอบสัปดาห์ กระทั่งเสร็จจ
“ค่ะ ไจ๋ไม่ทราบ แล้วยังไงต่อคะ จุดประสงค์คืออยากบอกไจ๋ให้ทราบเรื่องนี้หรือคะ” เธอยืดอกยอมรับความจริงอย่างไม่ปกปิด “ถ้าหวังร้าย มันไม่มีผลกระทบอะไรมากมายหรอกค่ะ พี่ดลมีสิทธิ์ไปรับเพื่อนเก่าอยู่แล้ว” ถึงจะเป็นแฟนเก่า แต่ทั้งสองคนก็เป็นเพื่อนเก่ากันด้วย แถมมีหลายคู่ที่พอเลิกกันแล้วก็ยังเป็นเพื่อนกันได้ “แล้วมีสิทธิ์พากันเข้าโรงแรมด้วยเหรอ”เจ้าตัวพูดด้วยน้ำเสียงที่ดัง ราวกับจะตอกย้ำให้สิรินดาไม่อาจปฏิเสธความจริงที่น่าเจ็บปวดนี้ได้ “คุณหมายความว่ายังไง” สิรินดาตัวชา มือสั่นเทาเกินจะคุมไหว อรอุมาเหยียดยิ้ม ก่อนเลือกที่จะเล่นกับความรู้สึกของสิรินดาโดยไม่ยอมพูดอะไรออกมา แม้รู้ดีว่าหญิงสาวกำลังอยากได้คำตอบจนใจจะขาด เธอยังคงปล่อยให้ความเงียบคุกคามสิรินดาต่อไป จนกระทั่งเวลาผ่านไปเกือบห้านาทีกว่าจะหยิบภาพอีกหลายใบมาโยนให้ดู “ดูเองสิ คราวนี้ก็ตาสว่างได้แล้ว จะได้เลิกเป็นควายเสียที” สิรินดาเอื้อมมือสั่นๆ ไปหยิบภาพพวกนั้นมาพิจารณา หัวใจพลันเต้นช้าลงเรื่อยๆ ราวกับจะหยุดเต้นเสียให้ได้ ภาพแรกนั้นคือภาพที่คนทั้งคู่อยู่หน้าโรงแรมแห่งหนึ่
レビュー