Mag-log in“อลิส แกอ่อยผู้ชายของฉันเหรอ พี่อคิณเป็นของฉันนะ ห้ามยุ่ง” เมรีปรือเปลือกตาหนักขึ้นส่งเสียงแหวไม่เป็นภาษาใส่หน้าเพื่อนสาวตัวแสบ เรียวแขนเล็กรีบกอดก่ายคว้าร่างใหญ่ที่เธอทิ้งตัวใส่เขาไว้แน่น กลัวเพื่อนตัวดีจะมาฉกไป
“ยัยนี่! เมาแล้วช่างใจกล้า คืนนี้ฝากพี่อคิณช่วยดูแลเมรีแทนอลิสด้วยนะคะ สภาพแบบนี้อลิสคงแบกกลับเองไม่ไหว” เมื่อรู้ว่าอคิณกับเมรีรู้จักกันเป็นอย่างดีเธอก็หมดห่วง จึงขอตัวกลับไปสนุกต่อ ส่วนประกาศิตที่กำลังดีดดิ้นตามจังหวะเพลงอย่างสะใจเหมือนไส้เดือนโดนสายฟ้าฟาดก็แอบเสียดายที่ไม่มีโอกาสได้สานสัมพันธ์กับสาวสวยให้นานกว่านี้ ได้แต่มองตามแผ่นหลังขาวเนียนของอลิสาตาละห้อย
“ไอ้คิน! ยินดีด้วยนะ อยู่ดีๆ ก็ได้ของขวัญวันเกิดตัวเป็นๆ ดิ้นได้ร้องได้ด้วย”
“พูดอะไรของแกวะ” อคิณฟาดแววตาเป็นประกายฉายแววอำมหิตใส่ประกาศิต
“ขอตัวกลับก่อนนะ ฝากเช็กบิลแทนด้วย คืนนี้ฉันเลี้ยงเอง” อคิณตัดบทไม่พูดพร่ำทำเพลง แล้วอุ้มร่างคนเมาไร้สติเดินออกจากผับไป เขาพยายามถามว่าเมรีพักที่ไหน แต่ก็ไม่ได้คำตอบ เพราะเธอเมาหนักจนพูดจาไม่รู้เรื่อง
“ถ้าไม่ตอบ งั้นคืนนี้ไปนอนห้องพี่ก็แล้วกัน”
อคิณจำใจต้องหิ้วเธอกลับคอนโดฯ หรูมาด้วย เป็นคอนโดฯ ที่เขาซื้อไว้เมื่อหลายปีก่อนเพราะคิดจะใช้ชีวิตกับใครคนหนึ่งแต่ทุกอย่างก็เป็นเพียงอดีต สายตาคมหันกลับมาทอดมองยัยเมรีขี้เมาที่เขาเอากลับมาด้วย เขาส่ายหน้ากับพฤติกรรมเด็กสาวๆ สมัยนี้
ผ่านไปสักพักร่างสูงกำยำก็แบกร่างบางสวยเซ็กซี่กลับเข้ามาลงบนเตียงนอนใหญ่ของตัวเอง
“ดูท่าคืนนี้ฉันต้องสละเตียงให้เธอแล้วยัยเมรีขี้เมา”
แต่แล้วอคิณก็ต้องพุ่งตัวเข้าช้อนร่างเมรีขึ้นจากเตียงทันทีที่เห็นเธอทำท่าทางกระอักกระอ่วนคล้ายอยากจะอาเจียน เพราะเสียดายชุดเครื่องนอนที่เพิ่งซื้อมาใหม่ราคาแพง
“นี่...อย่าอ้วกใส่ที่นอนพี่เชียวนะยัยเมรีขี้เมา”
เมรีปรือตาพร่ามัวเพ่งมองใบหน้าชายหนุ่มที่ประคองร่างเธออยู่ แม้จะรู้สึกร้อนๆ หนาวๆ กับสายตาที่มองอยู่ แต่ก็ทำใจดีสู้เสือ พร้อมส่งรอยยิ้มหวานบาดใจจากริมฝีปากกระจับน่าจูบให้เขา ดวงตาหวานเยิ้มจากฤทธิ์แอลกอฮอล์จ้องริมฝีปากหยักได้รูปที่เคยใช้ปฏิเสธเธอเมื่อก่อน
“พี่คินยังหล่อเหมือนเดิมเลยนะคะ” ฝ่ามือนิ่มยกขึ้นประกบสองแก้มบนใบหน้าหล่อเหลาของอคิณให้หันมาประสานสายตากับเธอตรงๆ จนหัวใจชายหนุ่มเต้นตุบตับไม่เป็นจังหวะ
“รี! ตั้งสติหน่อย รู้ตัวไหมว่ากำลังทำอะไรอยู่ ผู้หญิงทำแบบนี้มันไม่งาม” ฝ่ามือใหญ่รวบสองมือเล็กกำไว้ในอุ้งมือ กลัวใจตัวเองจะเผลอสติหลุดทำอะไรคนเมาลงไปโดยไม่ตั้งใจ ถ้าเป็นผู้ชายคนอื่นคงไม่เสียเวลาเสวนาด้วยแล้ว
“พี่คินยังหัวโบราณเหมือนเดิมเลย รีรู้สิคะ” ถึงเธอจะเมาแต่ก็ยังมีสติหลงเหลือ ภาพจำยังชัดเจนว่าเคยถูกสารวัตรหนุ่มปฏิเสธอย่างไรตอนที่เธอเคยขอความรักจากเขาเมื่อหลายปีก่อน และยังปรามาสว่าโตขึ้นเธอคงเป็นสาวแก่แดดเหลวแหลก และคนอย่างเขาไม่มีวันชายตามองเด็กแก่แดดอย่างเธอ แต่ตอนนี้เมรีตรงหน้าเขาไม่ใช่เด็กกะโปโลอีกแล้ว เธอก็อยากเอาคืนเขาบ้าง
คนตัวเล็กกว่าแสร้งปีนไต่ขึ้นมาคร่อมทับร่างใหญ่ “ตอนรีไม่เด็ก แล้วก็ไม่เล็กแล้วนะคะพี่คิน”
พอหญิงสาวพูดจบอคิณก็ผลักร่างสวยของหญิงสาวที่คร่อมทับอยู่ลงไปกับที่นอน “เด็กบ้า อายุแค่นี้ก็คิดขายตัวซะแล้ว อ่อ...ที่ทำอยู่นี่ เขาไม่ได้เรียกว่าขาย เรียกว่าแจกฟรีๆ แบบนี้เขาเรียกว่าความร่านกำลังปะทุใช่ไหม”
“สารวัตร!”
ถูกเขาด่ากราดขนาดนี้แล้วยังสายตารังเกียจที่ฟาดใส่ไม่ยั้ง เมรีแทบจะสร่างเมาแล้วไม่รู้จะสรรหาคำใดมาเถียงกลับ จึงพลิกตัวหนี พยายามหาทางคลานลงจากเตียง
“จะไปไหน”
มือหนาเอื้อมมาคว้าเอวคอดบางแล้วลากกลับเข้าหาตัวก่อนที่หญิงสาวจะหัวทิ่มลงไปข้างเตียง เสียงดุประกาศก้าว “คืนนี้เธอต้องนอนที่นี่ อย่าดื้อ ขืนปล่อยกลับไปตอนนี้ ขี้เกียจตามไปทำคดีฆ่าข่มขืน”
“พี่คิน!”
หญิงสาวดิ้นประท้วงพยายามจะกลับออกไป อคิณห่วงความปลอดภัย ผู้หญิงสวยจัดอย่างเมรีแล้วยังอยู่ในอาการเมา เขาปล่อยเธอกับออกไปแบบนี้ไม่ได้ เมรีกำลังโมโหที่ถูกเขาว่ากราดดูถูกสาดเสียเทเสีย ฝ่ามือน้อยๆ ผลักเขาออกห่างแต่ไม่ได้ทำให้ร่างกายกำยำสูงใหญ่ที่ถูกฝึกมาอย่างดีสะเทือนแม้แต่น้อย ความดื้อของร่างสวยในอ้อมกอดมันช่างปลุกเร้าอารมณ์บางอย่างในกายให้เดือดพล่าน ยิ่งกลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นแอลกอฮอล์มันอยากให้เขาอยากจะจัดบทลงโทษให้เธอสักครั้ง
“ถ้าพี่คินไม่ให้รีกลับ รีก็จะแก้ผ้านอน” สติอันน้อยนิดของเธอหลุดพูดไปแบบนั้น
“อย่ายั่ว อย่ามาอ่อย รีไม่น่าอร่อยขนาดนั้น อีกอย่างพี่ชอบกินของสดๆ ไม่ใช่ของคาวๆ”
เมรีหน้าแดงรู้สึกอับอาย “แล้วพี่คินรู้ได้ไงคะว่าไม่สด”
สายตาของบุรุษดุแข็งกร้าวขึ้น “อย่ามาทอดสะพานให้พี่”
เมรีหัวเราะร่าตามประสาคนเมา แต่อคิณไม่ขำด้วย
“ทำไมเมาแล้วกลายเป็นคนใจกล้าบ้าบิ่นขนาดนี้นะ หยุดทอดสะพานให้พี่ได้แล้ว สะพานพุๆ พังๆ ของเธอเก็บไว้ทอดให้ผู้ชายคนอื่นเถอะ เพราะพี่ไม่คิดจะข้าม ตอนนี้เธอเมามาก พี่ไม่อยากคุยกับคนเมา ผู้หญิงเมาน่าเกลียดจะตายไป” อคิณดึงผ้านวมหนาขึ้นมาปิดร่างขาวอวบในชุดเกาะอกที่หมิ่นเหม่จะหลุดอยู่รอมร่อ
คืนวันที่ 7...ฝนเริ่มตกลงเพียงบางเบา เวลาผ่านไปไม่นานกลายเป็นพายุที่เริ่มโหมกระหน่ำ เสียงฟ้าร้องดังขึ้นเรื่อย ๆ เมรีนอนพลิกตัวไปมาตลอดคืน ความไม่สยาบใจทับถมกันมายาวนานหลายวัน ทำให้กลางดึกเธอสะดุ้งเฮือก ร่างกระตุกแรงเหมือนถูกปลุกด้วยแรงลม“อคิณ!!”เธอกรีดร้องลั่นโทรศัพท์หลุดมือตกลงพท้นเมื่อได้รับข่าวร้ายว่าสารวัตรอคิณถูกยิงขณะปฏิบัติหน้างที่ ร่างบางสั่นสะท้านจนเกินควบคุม น้ำตาไหลอาบสองข้างแก้มทั้งที่ยังหลับตา ลมหายใจปั่นป่วน หัวใจถูกบีบคั้น “เขาถูกยิง...เขากำลังจะจากไป ไม่!!!...อย่าทิ้งรีไปนพี่คิน....น้องเกลกำลังมีความสุขพี่ทิ้งพวกเราไปไม่ได้นะคะ”“พี่คิน! ไม่นะคิ พี่คินอย่าทิ้งรีกับลูกนะคะ”ดวงตายังคงปิดสนิท แต่ปากกลับขยับตามความฝัน ทันใดนั้น ประตูห้องถูกเปิดออกพร้อมเสียงเรียกที่ดังกลบเสียงฟ้าผ่า อคิณมองเห็นเมียรักในชุดนอนซีทรูแนบเนื้อหลับอยู่บนเตียง วันนี้ไม่มีน้องเกลอยู่ด้วย เดาไม่ยากคุณย่าคงอ้อนให้หลานไปนอนด้วย“รี!!” อคิณยืนอยู่ตรงนั้น หัวเปียกโชก เสื้อมีห
เมรีหันไปหาอคิณ “ฉันจะลองตั้งช่องติ๊กต๊อกค่ะ ถ่ายคลิปวิธีทำแบบเรียบง่าย เน้นความน่ารักเป็นธรรมชาติของพวกเขา คนชอบดูอะไรที่จริงใจแบบนี้ ชอบของพื้นบ้าน ถ้ามีคนแชร์ก็จะเริ่มมีคนสั่งสินค้าแปรรูปของเรามากขึ้น และจะให้เพื่อนที่ทำส่งออกช่วยเรื่องช่องทางจัดจำหน่ายต่างประเทศ”ผู้ใหญ่บ้านที่ยืนฟังอยู่ตลอดพยักหน้า คนอายุขนาดเขาได้แต่คล้อยตามคนหนุ่มสาวที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี“ถ้างั้น...พวกเราจะลองสู้กับการทำสวนส้มอีกครั้ง!” เสียงลุงเปี่ยมดังขึ้นคนแรก ชาวบ้านต่างพร้อมใจกันปรึกษาหารือกันหลังจากที่ราคาส้มตกต่ำอย่างหนักพวกเขาคิดจะตัดต้นส้มทิ้งหลายวันต่อมาลานกลางหมู่บ้าน มีโต๊ะไม้ยาววางเป็นแถว ตะแกรงไม้ปูเรียงกัน ส้มถูกหั่นเป็นแว่นบางเรียงแถวอย่างสวยงาม ชาวบ้านรุ่นแม่รุ่นป้านั่งล้อมวงกัน ล้าง หั่น คลุกน้ำตาล ส่งเสียงหัวเราะกันไปมา บางคนร้องเพลง บางคนเล่นมุกให้หัวเราะ เมรีและอคิณและน้องเกลก็รวมอยู่ด้วยเมรีนั่งอยู่ข้างหน้า วางกล้องมือถือที่ตั้งบนขาตั้งเล็ก ๆ ถ่ายคลิปพร้อมพูดแนะนำวิธีการแปรรูปแบบง่าย ๆ และพาเดินชมบรรยากาศหมู่บ้าน“นี่คือ
เมรีกำลังเหม่อไปกับความคิดแต่เสียงเรียกของอคิณทำให้เธอได้สติ “รีเหม่อคิดอะไรอยู่ ระวังด้วยกำลังเข้าถนนหมู่บ้านแล้ว” เสียงเตือนของอคิณทำให้เธอหยุดคิดเรื่องราวเก่าๆ กลับมาสู่เวลานี้ เวลาที่กำลังมีความสุข ชีวิตใหม่จักรยานทั้งสองคันค่อย ๆ โผล่พ้นแนวไร่เข้าสู่ถนนหลักของหมูบ้าน ภาพที่อยู่ตรงหน้าทำให้ต้องเบรกรถในทันทีชาวบ้านกลุ่มใหญ่กำลังเข็นรถเข็นที่บรรทุกส้มจนเต็มแน่นแทบล้นชาวบ้านแถวนี้ปลูกหลายอย่าง ลำใย อุง่น ส้ม แต่ละคนใบหน้าเต็มไปด้วยความอ่อนล้า ส้มสีส้มสดใสบ้าง เปลือกเหี่ยวย่นบ้าง ปนกันไป กลิ่นหอมลอยมาแตะจมูกเป็นระลอกเมรีชะโงกหน้าเล็กน้อย ก่อนหันไปถามเสียงอ่อน"นั่นเขาเข็นส้มกันไปไหนเหรอคะ?"อคิณขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจอดจักรยาน เดินเข้าไปหาชายสูงวัยคนหนึ่งซึ่งเขาจำได้ว่าเป็นลุงเปี่ยมทีปลูกไร่ส้มอยู่ติดกัน“ลุงเปี่ยม นี่เอาส้มไปไหนกันครับ?”ชายสูงวัยหน้าตาใจดีถอนหายใจเสียงดัง “ปีนี้ส้มราคาตกมากครับคุณอคิณ...ขายไม่คุ้มทุนเลย นายทุนเหมาถูกจนเหมือนแจกฟรี ถ้าจ้างรถขนเข้าเมืองก็เจ๊งเปล่า ผู้ใหญ่บ้านเลยให้ที่ตรง
สองเดือนถัดมา สายลมยามบ่ายพัดผ่านไร่องุ่นที่ทอดตัวอยู่บนเนินเขา เสียงใบไม้เสียดสีกันเบาๆ ท่ามกลางแดดอ่อนสีทอง บ้านหลังใหญ่ท่ามกลางความเขียวชอุ่มของต้นไม้ ริมระเบียงมีหญิงวัยกลางคนผมยาวแซมขาว สวมผ้ากันเปื้อนลายดอก ยืนชะเง้อมองถนนทางเข้าบ้านด้วยใจจดจ่อเพราะเจ้าลูกชายตัวดีจะพาหลานสาวมาหาย่าอย่างเธอ ยุพินดีใจมากที่จะได้พบหลานสาว เธอดูรูปและคลิปวีดีโอที่ลูกชายและลูกสะใภ้ส่งมาให้ทางไลน์ มาหลายเดือน เห็นหลานสาวน่ารักกินเก่ง ช่างพูด วันนี้คนเป็นย่าจะได้เจอหลานสาวตัวเป็นๆ แล้ว คุณยุพินจึงอบขนมไว้หลายอย่างเพื่อรอการมาของเด็กหญิงเกวดีไม่นานนักเสียงรถยนต์คันใหญ่จอดสนิทตรงหน้าบ้าน เมื่อประตูรถถูกเปิดออก หญิงสาวลงจากรถพร้อมอุ้มเด็กหญิงหน้าตาสดใส ตาโต แก้มป่อง ยิ้มระบายบนหน้าอยู่ตลอดเวลาไว้ในอ้อมแขน คนเฝ้ารอได้แต่ยิ้มทั้งน้ำตา“ตาคิน หนูเมรี…น้องเกล...มากันแล้วเหรอลูก”“แม่ครับ...เด็กผู้หญิงคนนี้...คือน้องเกลลูกสาวผมกับเมรีครับ” มือใหญ่อีกข้างคว้าจับมือบางให้มายืนข้างกันหญิงสูงวัยสองคนยืนมองครอบครัวเล็ก ๆ ต
“รีกลัวไหม?” เสียงเขาแหบพร่าจนใจเมรีเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะเมรีส่ายหน้า “ไม่เลย... ตอนนี้รู้สึก...” จะให้เธอบอกความรู้สึกได้อย่างไร ในเมื่อเธอรู้สึกถึงร่างกายเขาทุกส่วน ทั้งมือที่ลูบไล้หน้าท้อง ซิกแพคที่แนบชิดอยู่กับแผ่นหลัง และส่วนล่างที่กระแทกสะโพกเธอไม่หยุด ความวาบหวาทำให้เธอไม่สามารถชื่นชมวิวทิวทัศรอบด้านได้เลยเจ้าหมอกเคลื่อนเข้าไปยังทุ่งโล่งเล็ก ๆ ที่ปลายไร่ สถานที่ที่เงียบสงบ ไกลจากเสียงคนและโลกภายนอก แสงสีแดงส้มแต่งแต้มขอบฟ้ายามเย็น ความมืดเริ่มโรยตัว ดวงดาวพร่างพราวบนท้องนภาเริ่มส่องแสงระยิบระยับ“หนาวหรือไม่?” มือของเขารั้งร่างบางเข้ามาชิด แขนแข็งแกร่งกดเธอแนบอก ไอ่อุ่นระอุทะลุผ่านเนื้อผ้า“ที่พี่พาเธอมาวันนี้... ไม่ใช่แค่ให้รีขี่เจ้าหมอกอย่างเดียว” เขากระซิบ ใกล้ใบหู ทำให้เธอสะดุ้งเบา ๆ“แล้วพี่คินจะให้รีทำอะไรคะ” เธอถามเสียงเบา ดวงตาเบิกกว้าง เมื่อมือของเขายกขึ้นแตะแก้มที่กำลังเย็นเพราะอากาศ ลากนิ้วหัวแม่มือไล้ผ่านริมฝีปากบาง เธอเงยหน้าขึ้นสบตา ดวงตาคู่นั้นจ้องลึกเข้าสู่หัวใจ ก
รถแล่นกลับมายังไร่องุ่นแต่เลี้ยวแยกไปอีกทาง “ฉันจะพาเธอไปพบใครอีกคนที่เธอควรรู้จัก” หลังจากเปิดเผยทุกอย่างต่อมารดา ความสบายใจทำให้อคิณยิ้มง่ายขึ้น เมรีเหลือบตามองนึกหมั่นไส้ขึ้นมา เขาทำทุกอย่างโดยไม่ให้เวลาเธอได้ตั้งตัว บังคับให้ต้องทำตามและยอมรับมันรถจอดอยู่หน้าคอกม้าใหญ่ท้ายไร่ กลิ่นหอมของหญ้าแห้งผสมกลิ่นไอแดดยามเย็นอบอวลในอากาศ เมรียืนอยู่หน้าคอกไม้สีเข้ม ขัดเงาจนเห็นลายไม้ชัดเจน“คุณอคิณ” เสียงเรียกทำให้ทั้งสองหันมอง ชายวัยกลางคนที่สวมชุดคนดูแลคอกม้าเดินเข้ามาใกล้ พรางยกมือขึ้นไหว้“เจ้าหมอกอยู่ในคอกเหรอครับลุง?” อคิณเอ่ยถามลุงเพิ่ม“ใช่ครับ พาเข้าไปเมื่อครู่นี้เอง” มือดำแดดชี้ไปยังโรงม้าสีแดงไวน์ตัดขาวฝั่งตรงข้าม อคิณพยักหน้ารับก่อนหันมองหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างกัน“รออยู่กับลุงเพิ่ม ตรงนี้นะ เดี๋ยวพีมา” เขาไม่ได้รอฟังคำตอบ ร่างใหญ่เดินไปยังคอกม้าทันที เมรีรู้สึกประหลาดใจไหนเขาบอกว่าจะพามาหาใครบางคน หรือจะเป็นลุงคนนี้ ดวงหน้าหวานมองจ้องลุงเพิ่มอย่างพิจารณา“นั่นคือ ‘เ







